Overview
ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากคู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐานของ SIENSOB (ความรู้กลาง ตรวจเทียบเอกสารการสอน) ผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง
Blueprint
Topic weighting and difficulty distribution
| Topic | Weight | # Questions | Difficulty (E/M/H) |
|---|
Exam Set Intelligence
Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.
27 min
Estimated time
1
Topics
0
Coverage gaps
0
Duplicate pairs
83/100
Blueprint alignment
Blueprint Target vs Actual
⚠ difficulty easy: major_mismatch (+73pp).
⚠ difficulty medium: major_mismatch (+27pp).
Assessment Performance
Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.
0
Attempts
0
Completed
—
Completion rate
—
Average score
—
Median score
—
Average completion
No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.
All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:56:19 PM
Questions
Review, edit, approve, or reject generated questions.
52 approved and ready to save.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายลักษณะของเวิร์ม (Worm) ได้ถูกต้อง
- ก. แพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่ายโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น ✓
- ข. เข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อและเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อก
- ค. แฝงตัวกับไฟล์หรือโปรแกรมอื่นและแพร่เมื่อไฟล์ถูกเปิดใช้
- ง. ปลอมตัวเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์แต่แอบทำสิ่งอันตราย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่ายโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น" หัวข้อ 10.1 ระบุว่าเวิร์มแพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่ายโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น จึงแตกต่างจากไวรัสที่ต้องแฝงตัวกับไฟล์หรือโปรแกรมอื่น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อและเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการเข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อแล้วเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อกเป็นลักษณะของแรนซัมแวร์ • "แฝงตัวกับไฟล์หรือโปรแกรมอื่นและแพร่เมื่อไฟล์ถูกเปิดใช้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการแฝงตัวกับไฟล์หรือโปรแกรมอื่นและแพร่เมื่อไฟล์ถูกเปิดใช้เป็นลักษณะของไวรัส ส่วนเวิร์มแพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่าย • "ปลอมตัวเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์แต่แอบทำสิ่งอันตราย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการปลอมตัวเป็นโปรแกรมที่ดูมีประโยชน์แต่แอบทำสิ่งอันตรายเป็นลักษณะของม้าโทรจัน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 10.1 ภัยคุกคามที่ควรรู้จัก (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “เวิร์ม (Worm) | แพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่าย โดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น”
หัวข้อ 10.1 ภัยคุกคามที่ควรรู้จัก (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “เวิร์ม (Worm) | แพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่าย โดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดเป็นความหมายของการรักษาความลับ (Confidentiality) ตามหลัก CIA
- ก. ผู้ไม่มีสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามต้องการ
- ข. เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลได้ ✓
- ค. ผู้มีสิทธิ์สามารถใช้งานข้อมูลได้ในเวลาที่ต้องการ
- ง. ข้อมูลต้องไม่ถูกแก้ไขโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลได้" ตามหลัก CIA การรักษาความลับ (Confidentiality) หมายถึง เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ไม่มีสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามต้องการ" ผิด: ขัดกับหลัก Confidentiality ที่ระบุว่า “เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้” • "ผู้มีสิทธิ์สามารถใช้งานข้อมูลได้ในเวลาที่ต้องการ" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ Availability ซึ่งกำหนดว่า “ผู้มีสิทธิ์ใช้งานได้เมื่อต้องการ” • "ข้อมูลต้องไม่ถูกแก้ไขโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ Integrity ซึ่งกำหนดว่า “ข้อมูลไม่ถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 10.2 หลักความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (CIA) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “การรักษาความลับ (Confidentiality): เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้” หัวข้อ 10.2 หลักความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (CIA) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “หลักความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (CIA) - การรักษาความลับ (Confidentiality): เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้”
หัวข้อ 10.2 หลักความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (CIA) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “การรักษาความลับ (Confidentiality): เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดจับคู่มาตรการรักษาความปลอดภัยกับหน้าที่ได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. MFA — เก็บข้อมูล 3 ชุดในสื่อ 2 ประเภทและนอกสถานที่ 1 ชุด
- ข. การสำรองข้อมูล — แปลงข้อมูลให้อ่านไม่ออกหากไม่มีกุญแจถอดรหัส
- ค. ไฟร์วอลล์ — กรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย ✓
- ง. การเข้ารหัส — ยืนยันตัวตนด้วยสิ่งอื่นเพิ่มจากรหัสผ่าน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไฟร์วอลล์ — กรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย" หัวข้อ 10.3 ระบุว่าไฟร์วอลล์ (Firewall) เป็นระบบกรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย จึงเป็นการจับคู่ที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "MFA — เก็บข้อมูล 3 ชุดในสื่อ 2 ประเภทและนอกสถานที่ 1 ชุด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า MFA ต้องยืนยันด้วยสิ่งอื่นเพิ่มจากรหัสผ่าน ส่วนการเก็บข้อมูล 3 ชุดในสื่อ 2 ประเภทและนอกสถานที่ 1 ชุดเป็นหลักการสำรองข้อมูล • "การสำรองข้อมูล — แปลงข้อมูลให้อ่านไม่ออกหากไม่มีกุญแจถอดรหัส" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการแปลงข้อมูลให้อ่านไม่ออก เว้นแต่ผู้มีกุญแจถอดรหัส เป็นการเข้ารหัส ไม่ใช่การสำรองข้อมูล • "การเข้ารหัส — ยืนยันตัวตนด้วยสิ่งอื่นเพิ่มจากรหัสผ่าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการยืนยันด้วยสิ่งอื่นเพิ่มจากรหัสผ่านเป็น MFA ส่วนการเข้ารหัสคือการแปลงข้อมูลให้อ่านไม่ออก เว้นแต่ผู้มีกุญแจถอดรหัส อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 10.3 วิธีป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “ไฟร์วอลล์ (Firewall) ซึ่งเป็นระบบกรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย”
หัวข้อ 10.3 วิธีป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “ไฟร์วอลล์ (Firewall) ซึ่งเป็นระบบกรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หลักจริยธรรม PAPA ข้อใดหมายถึงการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์
- ก. Accuracy (ความถูกต้อง)
- ข. Accessibility (การเข้าถึง)
- ค. Privacy (ความเป็นส่วนตัว)
- ง. Property (ความเป็นเจ้าของ) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Property (ความเป็นเจ้าของ)" ตามหัวข้อ 10.4 หลัก Property (ความเป็นเจ้าของ) หมายถึงการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ เช่น ไม่ใช้โปรแกรมเถื่อน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Accuracy (ความถูกต้อง)" ผิด: Accuracy หมายถึงผู้เผยแพร่ข้อมูลต้องรับผิดชอบความถูกต้องของข้อมูล • "Accessibility (การเข้าถึง)" ผิด: Accessibility หมายถึงการเข้าถึงข้อมูลหรือระบบได้เฉพาะที่ได้รับสิทธิ์ • "Privacy (ความเป็นส่วนตัว)" ผิด: Privacy หมายถึงการเคารพข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่เปิดเผยหรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 10.4 จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (PAPA) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “P – Property (ความเป็นเจ้าของ) | เคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ เช่น ไม่ใช้โปรแกรมเถื่อน”
หัวข้อ 10.4 จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (PAPA) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “P – Property (ความเป็นเจ้าของ) | เคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ เช่น ไม่ใช้โปรแกรมเถื่อน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้อย่างน้อยกี่วัน นับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
- ก. ไม่น้อยกว่า 90 วัน ✓
- ข. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
- ค. ไม่น้อยกว่า 120 วัน
- ง. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่น้อยกว่า 90 วัน" หัวข้อ 10.5 ระบุว่า ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่น้อยกว่า 60 วัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำไว้ 90 วัน ไม่ใช่ 60 วัน • "ไม่น้อยกว่า 120 วัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุระยะเวลาขั้นต่ำ 90 วัน ไม่ใช่ 120 วัน • "ไม่น้อยกว่า 30 วัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ไม่ใช่ 30 วัน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 10.5 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ส่วนที่ออกสอบบ่อย) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ”
หัวข้อ 10.5 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ส่วนที่ออกสอบบ่อย) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 10 ความปลอดภัย จริยธรรม และกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์): “ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดคือข้อใด
- ก. Napier's Bones
- ข. ลูกคิด (Abacus) ✓
- ค. Pascaline
- ง. ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ลูกคิด (Abacus)" หัวข้อ 1.1 ระบุว่า ลูกคิด (Abacus) เป็นเครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Napier's Bones" ผิด: หัวข้อ 1.1 ระบุว่า Napier's Bones เป็นแท่งตัวเลขช่วยคูณและหาร ส่วนเครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดคือลูกคิด • "Pascaline" ผิด: หัวข้อ 1.1 ระบุว่า Pascaline เป็นเครื่องคำนวณแบบฟันเฟืองที่ทำได้บวกและลบ ส่วนลูกคิดเป็นเครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุด • "ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule)" ผิด: หัวข้อ 1.1 ระบุว่าไม้บรรทัดคำนวณเป็นเครื่องคำนวณแบบแอนะล็อกยุคแรก ไม่ใช่เครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุด อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.1 เครื่องมือช่วยคำนวณก่อนยุคคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “ลูกคิด (Abacus) | หลายพันปีก่อน (จีน และบาบิโลน) | เครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุด”
หัวข้อ 1.1 เครื่องมือช่วยคำนวณก่อนยุคคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “ลูกคิด (Abacus) | หลายพันปีก่อน (จีน และบาบิโลน) | เครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่รูปแบบคลาวด์กับบริการที่ผู้ใช้ได้รับได้ถูกต้อง
- ก. Public Cloud — ระบบคลาวด์ที่ใช้เฉพาะองค์กรเดียว
- ข. IaaS — ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้ผ่านเว็บหรือแอป
- ค. PaaS — แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน ✓
- ง. SaaS — โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "PaaS — แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน" ตามหัวข้อ 11.1 PaaS ย่อมาจาก Platform as a Service เป็นแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Public Cloud — ระบบคลาวด์ที่ใช้เฉพาะองค์กรเดียว" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Public Cloud เปิดให้ลูกค้าทั่วไปใช้ร่วมกัน ส่วนคลาวด์ที่ใช้เฉพาะองค์กรเดียวคือ Private Cloud • "IaaS — ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้ผ่านเว็บหรือแอป" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า IaaS ให้โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน พื้นที่เก็บข้อมูล และเครือข่าย • "SaaS — โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า SaaS คือซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้ผ่านเว็บหรือแอป ส่วนเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนเป็น IaaS อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 11.1 คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “PaaS | Platform as a Service | แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน”
หัวข้อ 11.1 คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “PaaS | Platform as a Service | แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน AI ย่อมาจากข้อใด
- ก. Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก)
- ข. Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง)
- ค. Large Language Model (โมเดลภาษาขนาดใหญ่)
- ง. Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์)" หัวข้อ 11.2 ระบุว่า AI คือ Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence ส่วน Deep Learning คือการเรียนรู้เชิงลึก • "Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence ส่วน Machine Learning คือการเรียนรู้ของเครื่อง • "Large Language Model (โมเดลภาษาขนาดใหญ่)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence ส่วน Large Language Model ใช้ตัวย่อว่า LLM อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 11.2 ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)”
หัวข้อ 11.2 ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “ปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เทคโนโลยี AR ทำหน้าที่ใด
- ก. ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง ✓
- ข. สร้างโลกเสมือนขึ้นมาทั้งหมด
- ค. เชื่อมอุปกรณ์ให้สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต
- ง. บันทึกข้อมูลในบัญชีแบบกระจายศูนย์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง" หัวข้อ 11.3 ระบุว่า AR คือการซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง ขณะที่ VR สร้างโลกเสมือนทั้งหมด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สร้างโลกเสมือนขึ้นมาทั้งหมด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า การสร้างโลกเสมือนทั้งหมดเป็นหน้าที่ของ VR ส่วน AR ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง • "เชื่อมอุปกรณ์ให้สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสื่อสารกันได้เป็นความหมายของ IoT • "บันทึกข้อมูลในบัญชีแบบกระจายศูนย์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า บัญชีบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์เป็นความหมายของบล็อกเชน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 11.3 เทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “AR ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง”
หัวข้อ 11.3 เทคโนโลยีใหม่อื่น ๆ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 11 คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีใหม่): “AR ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บุคคลใดได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์”
- ก. George Boole
- ข. Charles Babbage ✓
- ค. John von Neumann
- ง. Ada Augusta Lovelace
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Charles Babbage" ตามหัวข้อ 1.2 Charles Babbage ได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "George Boole" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า George Boole เป็นผู้คิดพีชคณิตแบบบูล ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์” • "John von Neumann" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า John von Neumann เสนอแนวคิด Stored Program ส่วนผู้ได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์” คือ Charles Babbage • "Ada Augusta Lovelace" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Ada Augusta Lovelace ได้ชื่อว่าเป็น “โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก” ส่วน Charles Babbage ได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.2 ผู้วางรากฐานของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “- Charles Babbage (ชาวอังกฤษ)” หัวข้อ 1.2 ผู้วางรากฐานของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “- ได้รับยกย่องเป็น "บิดาแห่งคอมพิวเตอร์"”
หัวข้อ 1.2 ผู้วางรากฐานของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “- Charles Babbage (ชาวอังกฤษ)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดหมายถึง “รัฐบาลดิจิทัล”
- ก. การใช้สัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่งหรือสัญลักษณ์อื่นแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อสร้างระบบให้มนุษย์ใช้ประโยชน์
- ข. การกำกับนโยบายด้านดิจิทัลและรักษาการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ค. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล ✓
- ง. การดูแลศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง ระบบยืนยันตัวตน ศูนย์รวมข้อมูลติดต่อราชการ และแอปทางรัฐ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล" รัฐบาลดิจิทัลหมายถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ โดยบูรณาการข้อมูลให้เชื่อมโยงกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล ตาม พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การใช้สัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่งหรือสัญลักษณ์อื่นแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อสร้างระบบให้มนุษย์ใช้ประโยชน์" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของ “ดิจิทัล” ไม่ใช่ “รัฐบาลดิจิทัล” ซึ่งต้องกล่าวถึงการบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ • "การกำกับนโยบายด้านดิจิทัลและรักษาการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" ผิด: ข้อความนี้เป็นบทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่ความหมายของ “รัฐบาลดิจิทัล” • "การดูแลศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง ระบบยืนยันตัวตน ศูนย์รวมข้อมูลติดต่อราชการ และแอปทางรัฐ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุรายการเหล่านี้เป็นบริการที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลดูแล ไม่ใช่ความหมายของ “รัฐบาลดิจิทัล” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 12.1 รัฐบาลดิจิทัล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 12 รัฐบาลดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของข้าราชการ): “"รัฐบาลดิจิทัล" คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ โดยบูรณาการข้อมูลให้เชื่อมโยงกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล”
หัวข้อ 12.1 รัฐบาลดิจิทัล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 12 รัฐบาลดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของข้าราชการ): “"รัฐบาลดิจิทัล" คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ โดยบูรณาการข้อมูลให้เชื่อมโยงกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
กรอบทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐกำหนดความสามารถไว้กี่ด้าน
- ก. 6 ด้าน
- ข. 8 ด้าน
- ค. 5 ด้าน
- ง. 7 ด้าน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "7 ด้าน" กรอบทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐตามหัวข้อ 12.3 กำหนดความสามารถไว้ 7 ด้าน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "6 ด้าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุจำนวนความสามารถทั้งหมด 7 ด้าน ไม่ใช่ 6 ด้าน • "8 ด้าน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดความสามารถไว้ 7 ด้าน ไม่ใช่ 8 ด้าน • "5 ด้าน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ากรอบทักษะด้านดิจิทัลกำหนดความสามารถไว้ 7 ด้าน ไม่ใช่ 5 ด้าน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 12.3 ทักษะดิจิทัลของข้าราชการ (สำนักงาน ก.พ.) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 12 รัฐบาลดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของข้าราชการ): “กรอบทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (มติคณะรัฐมนตรี 26 กันยายน 2560) กำหนดความสามารถไว้ 7 ด้าน”
หัวข้อ 12.3 ทักษะดิจิทัลของข้าราชการ (สำนักงาน ก.พ.) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 12 รัฐบาลดิจิทัลและทักษะดิจิทัลของข้าราชการ): “กรอบทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (มติคณะรัฐมนตรี 26 กันยายน 2560) กำหนดความสามารถไว้ 7 ด้าน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ยุคแรก
- ก. UNIVAC I เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก ✓
- ข. EDVAC เป็นเครื่องที่ใช้ในสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ
- ค. ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรกที่ใช้งานจริง
- ง. EDSAC เป็นเครื่องที่ใช้หลอดสุญญากาศราว 18,000 หลอด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "UNIVAC I เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก" ตามหัวข้อคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ๆ UNIVAC I เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก และใช้ที่สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "EDVAC เป็นเครื่องที่ใช้ในสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า UNIVAC I ใช้ที่สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ ส่วน EDVAC ออกแบบตามแนวคิดเก็บโปรแกรมในหน่วยความจำ • "ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรกที่ใช้งานจริง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ENIAC ถือเป็นคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ส่วน UNIVAC I เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก • "EDSAC เป็นเครื่องที่ใช้หลอดสุญญากาศราว 18,000 หลอด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ENIAC ใช้หลอดสุญญากาศราว 18,000 หลอด ส่วน EDSAC เป็นเครื่องแบบเก็บโปรแกรมที่ใช้งานได้จริงเครื่องแรก ๆ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.3 คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ๆ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “UNIVAC I | ค.ศ. 1951 | คอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก”
หัวข้อ 1.3 คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ๆ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “UNIVAC I | ค.ศ. 1951 | คอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยติดตั้งเมื่อ พ.ศ. ใด
- ก. พ.ศ. 2508
- ข. พ.ศ. 2506 ✓
- ค. พ.ศ. 2507
- ง. พ.ศ. 2505
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พ.ศ. 2506" หัวข้อ 1.4 ระบุว่า IBM 1620 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทย ติดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2506 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พ.ศ. 2508" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุปีที่ติดตั้งไว้เฉพาะเจาะจงว่า พ.ศ. 2506 • "พ.ศ. 2507" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยติดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2506 ส่วน IBM 1401 นำมาใช้ราว พ.ศ. 2507 • "พ.ศ. 2505" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุปีที่ติดตั้งไว้เฉพาะเจาะจงว่า พ.ศ. 2506 อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.4 คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยคือ IBM 1620 ติดตั้งที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2506”
หัวข้อ 1.4 คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยคือ IBM 1620 ติดตั้งที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2506”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
อุปกรณ์หลักของคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 คือข้อใด
- ก. วงจรรวม (IC)
- ข. ไมโครโปรเซสเซอร์
- ค. หลอดสุญญากาศ ✓
- ง. ทรานซิสเตอร์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "หลอดสุญญากาศ" ตามหัวข้อ 1.5 คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 มีหลอดสุญญากาศเป็นอุปกรณ์หลัก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วงจรรวม (IC)" ผิด: หัวข้อ 1.5 ระบุว่าวงจรรวม (IC) เป็นอุปกรณ์หลักของยุคที่ 3 ไม่ใช่ยุคที่ 1 • "ไมโครโปรเซสเซอร์" ผิด: หัวข้อ 1.5 ระบุว่าไมโครโปรเซสเซอร์เป็นอุปกรณ์หลักของยุคที่ 4 ไม่ใช่ยุคที่ 1 • "ทรานซิสเตอร์" ผิด: หัวข้อ 1.5 ระบุว่าทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักของยุคที่ 2 ส่วนยุคที่ 1 ใช้หลอดสุญญากาศ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.5 ยุคของคอมพิวเตอร์ (5 ยุค) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “1 | พ.ศ. 2488–2501 (ค.ศ. 1945–1958) | หลอดสุญญากาศ”
หัวข้อ 1.5 ยุคของคอมพิวเตอร์ (5 ยุค) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “1 | พ.ศ. 2488–2501 (ค.ศ. 1945–1958) | หลอดสุญญากาศ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เทคโนโลยีใดหมายถึงอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
- ก. ปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างเนื้อหา (Generative AI)
- ข. สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต (Smart Devices)
- ค. การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing)
- ง. อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)" หัวข้อ 1.6 ระบุว่า อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) หมายถึงอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างเนื้อหา (Generative AI)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Generative AI สามารถตอบคำถาม สรุปข้อความ หรือสร้างภาพจากคำสั่ง ไม่ใช่อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ • "สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต (Smart Devices)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่คนใช้มากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่คำที่หมายถึงอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ • "การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าคลาวด์ใช้เก็บข้อมูลและใช้โปรแกรมผ่านเครือข่าย ไม่ใช่ความหมายของอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.6 ยุคปัจจุบัน (ส่วนอัปเดตของ SIENSOB) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้”
หัวข้อ 1.6 ยุคปัจจุบัน (ส่วนอัปเดตของ SIENSOB) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 1 ประวัติและยุคของคอมพิวเตอร์): “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดคือความหมายของคอมพิวเตอร์ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามโปรแกรม เก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้ ✓
- ข. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามคำสั่งเฉพาะหน้าและไม่สามารถสั่งงานล่วงหน้าด้วยโปรแกรม
- ค. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประมวลผลได้ แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลหรือแสดงผลลัพธ์
- ง. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูลและแสดงผลได้ แต่ไม่สามารถประมวลผลตามโปรแกรม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามโปรแกรม เก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้" ตามหัวข้อ 2.1 คอมพิวเตอร์คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรม เก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามคำสั่งเฉพาะหน้าและไม่สามารถสั่งงานล่วงหน้าด้วยโปรแกรม" ผิด: หัวข้อ 2.1 ระบุว่าจุดสำคัญของคอมพิวเตอร์คือสั่งงานล่วงหน้าด้วยโปรแกรมได้ • "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประมวลผลได้ แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลหรือแสดงผลลัพธ์" ผิด: หัวข้อ 2.1 ระบุว่าคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลและแสดงผลลัพธ์ได้ • "อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูลและแสดงผลได้ แต่ไม่สามารถประมวลผลตามโปรแกรม" ผิด: หัวข้อ 2.1 ระบุว่าคอมพิวเตอร์ประมวลผลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมได้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.1 ความหมายและคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามชุดคำสั่ง (โปรแกรม) เก็บข้อมูล” หัวข้อ 2.1 ความหมายและคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “และแสดงผลลัพธ์ได้”
หัวข้อ 2.1 ความหมายและคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามชุดคำสั่ง (โปรแกรม) เก็บข้อมูล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่ตัวอย่างกับองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง
- ก. ระบบปฏิบัติการ Windows จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ
- ข. ขั้นตอนการสำรองข้อมูล จัดเป็นกระบวนการทำงาน ✓
- ค. ข้อความที่ป้อนเพื่อประมวลผล จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ
- ง. โปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนาโปรแกรม จัดเป็นซอฟต์แวร์ของระบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นตอนการสำรองข้อมูล จัดเป็นกระบวนการทำงาน" ขั้นตอนการสำรองข้อมูลเป็นขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติในการใช้ระบบ จึงจัดเป็นองค์ประกอบประเภทกระบวนการทำงานตามหัวข้อ 2.2 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบบปฏิบัติการ Windows จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Windows เป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงาน • "ข้อความที่ป้อนเพื่อประมวลผล จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อความเป็นตัวอย่างของข้อมูลหรือสารสนเทศ ไม่ใช่ตัวเครื่องหรืออุปกรณ์ที่จับต้องได้ • "โปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนาโปรแกรม จัดเป็นซอฟต์แวร์ของระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าโปรแกรมเมอร์เป็นตัวอย่างของบุคลากร ซึ่งหมายถึงคนที่เกี่ยวข้องกับระบบ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.2 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “กระบวนการทำงาน (Procedure) | ขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติในการใช้ระบบ | คู่มือการใช้งาน, ขั้นตอนการสำรองข้อมูล”
หัวข้อ 2.2 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “กระบวนการทำงาน (Procedure) | ขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติในการใช้ระบบ | คู่มือการใช้งาน, ขั้นตอนการสำรองข้อมูล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดเป็นอุปกรณ์ของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. หน่วยความจำ RAM
- ข. คีย์บอร์ด
- ค. แฟลชไดรฟ์ ✓
- ง. เครื่องพิมพ์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แฟลชไดรฟ์" หัวข้อ 2.3 ระบุว่าแฟลชไดรฟ์เป็นตัวอย่างอุปกรณ์ของหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง ซึ่งใช้เก็บข้อมูลไว้ถาวรแม้ปิดเครื่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หน่วยความจำ RAM" ผิด: หัวข้อ 2.3 ระบุว่า RAM เป็นตัวอย่างของหน่วยความจำหลัก • "คีย์บอร์ด" ผิด: หัวข้อ 2.3 ระบุว่าคีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์ของหน่วยรับข้อมูล • "เครื่องพิมพ์" ผิด: หัวข้อ 2.3 ระบุว่าเครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ของหน่วยแสดงผล อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.3 หน่วยการทำงานของคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์ 5 หน่วย) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) | เก็บข้อมูลไว้ถาวร แม้ปิดเครื่อง | SSD, ฮาร์ดดิสก์, แฟลชไดรฟ์, การ์ดหน่วยความจำ, แผ่นดิสก์ (CD/DVD)”
หัวข้อ 2.3 หน่วยการทำงานของคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์ 5 หน่วย) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) | เก็บข้อมูลไว้ถาวร แม้ปิดเครื่อง | SSD, ฮาร์ดดิสก์, แฟลชไดรฟ์, การ์ดหน่วยความจำ, แผ่นดิสก์ (CD/DVD)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง RAM และ ROM ได้ถูกต้อง
- ก. RAM อ่านได้อย่างเดียวและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM อ่านและเขียนได้และข้อมูลหาย
- ข. RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหาย
- ค. RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลไม่หาย
- ง. RAM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หาย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "RAM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หาย" หัวข้อ 2.4 ระบุว่า RAM ใช้เก็บโปรแกรมและข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่ โดยข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM ใช้เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่อง เช่น BIOS/UEFI และข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "RAM อ่านได้อย่างเดียวและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM อ่านและเขียนได้และข้อมูลหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RAM อ่านและเขียนได้และข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM อ่านได้อย่างเดียวในการใช้งานปกติและข้อมูลไม่หาย • "RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดตรงกันข้าม โดย RAM เก็บโปรแกรมและข้อมูลที่กำลังทำงานและข้อมูลหาย ส่วน ROM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หาย • "RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลไม่หาย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RAM ใช้เก็บโปรแกรมและข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่ ส่วน ROM ใช้เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่อง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.4 หน่วยความจำ: RAM และ ROM (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ใช้เก็บ | โปรแกรมและข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่” หัวข้อ 2.4 หน่วยความจำ: RAM และ ROM (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “เมื่อปิดเครื่อง | ข้อมูลหาย (Volatile)” หัวข้อ 2.4 หน่วยความจำ: RAM และ ROM (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่อง เช่น BIOS/UEFI” หัวข้อ 2.4 หน่วยความจำ: RAM และ ROM (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ข้อมูลไม่หาย (Non-volatile)”
หัวข้อ 2.4 หน่วยความจำ: RAM และ ROM (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ใช้เก็บ | โปรแกรมและข้อมูลที่กำลังทำงานอยู่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
อุปกรณ์เก็บข้อมูลใดใช้หน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว และเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์มาก
- ก. SSD (Solid State Drive) ✓
- ข. แผ่นดิสก์แสง (CD / DVD / Blu-ray)
- ค. แผ่นดิสเกต (Floppy Disk)
- ง. ฮาร์ดดิสก์ (HDD)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "SSD (Solid State Drive)" หัวข้อ 2.5 ระบุว่า SSD (Solid State Drive) ใช้หน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว และเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์มาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผ่นดิสก์แสง (CD / DVD / Blu-ray)" ผิด: แผ่นดิสก์แสงใช้เลเซอร์อ่านข้อมูล ไม่ได้ใช้หน่วยความจำแฟลชตามลักษณะที่ถาม • "แผ่นดิสเกต (Floppy Disk)" ผิด: แผ่นดิสเกตใช้จานแม่เหล็กอ่อน ไม่ใช่หน่วยความจำแฟลช • "ฮาร์ดดิสก์ (HDD)" ผิด: ฮาร์ดดิสก์ใช้จานแม่เหล็กหมุนและช้ากว่า SSD อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.5 หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (อัปเดตปัจจุบัน) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “SSD (Solid State Drive) | หน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว | เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์มาก”
หัวข้อ 2.5 หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (อัปเดตปัจจุบัน) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “SSD (Solid State Drive) | หน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว | เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์มาก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดจัดเป็นซอฟต์แวร์ระบบ
- ก. โปรแกรม Excel
- ข. ไดรเวอร์ (Driver) ✓
- ค. โปรแกรมบัญชี
- ง. โปรแกรม Word
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไดรเวอร์ (Driver)" หัวข้อ 2.6 จัดไดรเวอร์ (Driver) เป็นซอฟต์แวร์ระบบ ส่วน Word, Excel และโปรแกรมบัญชีเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โปรแกรม Excel" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุว่า Excel เป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประยุกต์ • "โปรแกรมบัญชี" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุว่าโปรแกรมบัญชีเป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประยุกต์ • "โปรแกรม Word" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุว่า Word เป็นตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประยุกต์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.6 ซอฟต์แวร์ (Software) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) | ควบคุมและจัดการการทำงานของเครื่อง | ระบบปฏิบัติการ (OS): Windows 11, macOS, Linux, Android, iOS · โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility): โปรแกรมบีบอัดไฟล์, สแกนไวรัส, จัดเรียงดิสก์ · ตัวแปลภาษา: คอมไพเลอร์, อินเทอร์พรีเตอร์ · ไดรเวอร์ (Driver)”
หัวข้อ 2.6 ซอฟต์แวร์ (Software) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) | ควบคุมและจัดการการทำงานของเครื่อง | ระบบปฏิบัติการ (OS): Windows 11, macOS, Linux, Android, iOS · โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility): โปรแกรมบีบอัดไฟล์, สแกนไวรัส, จัดเรียงดิสก์ · ตัวแปลภาษา: คอมไพเลอร์, อินเทอร์พรีเตอร์ · ไดรเวอร์ (Driver)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
คอมพิวเตอร์ประเภทใดรองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันและเน้นประมวลผลธุรกรรมปริมาณมาก
- ก. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)
- ข. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)
- ค. เมนเฟรม (Mainframe) ✓
- ง. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เมนเฟรม (Mainframe)" หัวข้อ 2.7 ระบุว่าเมนเฟรม (Mainframe) รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันและเน้นประมวลผลธุรกรรมปริมาณมาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าไมโครคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องสำหรับผู้ใช้คนเดียว ซึ่งตรงข้ามกับลักษณะการรองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกัน • "ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์เร็วและแพงที่สุด ใช้พยากรณ์อากาศ วิจัยวิทยาศาสตร์ และจำลองแบบซับซ้อน ส่วนลักษณะตามคำถามเป็นของเมนเฟรม • "มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ามินิคอมพิวเตอร์เล็กกว่าเมนเฟรมและใช้ในองค์กรขนาดกลาง ไม่ใช่ประเภทที่ระบุว่าเน้นประมวลผลธุรกรรมปริมาณมาก อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.7 ประเภทของคอมพิวเตอร์ (แบ่งตามขนาดและความสามารถ) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “เมนเฟรม (Mainframe) | รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกัน เน้นประมวลธุรกรรมปริมาณมาก”
หัวข้อ 2.7 ประเภทของคอมพิวเตอร์ (แบ่งตามขนาดและความสามารถ) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 2 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น): “เมนเฟรม (Mainframe) | รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกัน เน้นประมวลธุรกรรมปริมาณมาก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบใดใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์
- ก. CLI (Command Line Interface)
- ข. Multitasking (การทำงานแบบหลายงาน)
- ค. Multi-user (การทำงานแบบหลายผู้ใช้)
- ง. GUI (Graphical User Interface) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "GUI (Graphical User Interface)" ตามหัวข้อ 4.2 GUI (Graphical User Interface) เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "CLI (Command Line Interface)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า CLI ใช้การพิมพ์คำสั่งเป็นตัวอักษร ส่วนการใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์เป็น GUI • "Multitasking (การทำงานแบบหลายงาน)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Multitasking หมายถึงการเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกันได้ ไม่ใช่ส่วนติดต่อที่ใช้ภาพและไอคอน • "Multi-user (การทำงานแบบหลายผู้ใช้)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Multi-user หมายถึงการมีหลายบัญชีผู้ใช้ในเครื่องเดียว ไม่ใช่ส่วนติดต่อที่ใช้หน้าต่างและเมาส์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.2 ระบบปฏิบัติการ (OS: Operating System) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “- GUI (Graphical User Interface): ใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์”
หัวข้อ 4.2 ระบบปฏิบัติการ (OS: Operating System) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “- GUI (Graphical User Interface): ใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
แป้นลัดใดใช้ลบไฟล์ถาวรโดยไม่ผ่านถังรีไซเคิลใน Windows
- ก. Shift + Delete ✓
- ข. Ctrl + X
- ค. Windows + D
- ง. Ctrl + Shift + Esc
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Shift + Delete" หัวข้อ 4.3 ระบุว่า การลบไฟล์ถาวรโดยไม่ผ่านถังรีไซเคิลใช้แป้นลัด Shift + Delete ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Ctrl + X" ผิด: หัวข้อ 4.3 ระบุว่า Ctrl + X ใช้ตัด ส่วนการลบถาวรโดยไม่ผ่านถังรีไซเคิลใช้ Shift + Delete • "Windows + D" ผิด: หัวข้อ 4.3 ระบุว่า Windows + D ใช้แสดงหน้าเดสก์ท็อป • "Ctrl + Shift + Esc" ผิด: หัวข้อ 4.3 ระบุว่า Ctrl + Shift + Esc ใช้เปิดตัวจัดการงาน ไม่ใช่ลบไฟล์ถาวร อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.3 การจัดการไฟล์บน Windows (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “ลบถาวร ไม่ผ่านถังรีไซเคิล | Shift + Delete”
หัวข้อ 4.3 การจัดการไฟล์บน Windows (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “ลบถาวร ไม่ผ่านถังรีไซเคิล | Shift + Delete”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โปรแกรมอรรถประโยชน์ชนิดใดมีหน้าที่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์
- ก. โปรแกรมสำรองข้อมูล
- ข. โปรแกรมป้องกันไวรัส ✓
- ค. โปรแกรมบีบอัดไฟล์
- ง. โปรแกรมล้างข้อมูลดิสก์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "โปรแกรมป้องกันไวรัส" ตามหัวข้อ 4.4 โปรแกรมป้องกันไวรัส เช่น Microsoft Defender ใน Windows มีหน้าที่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โปรแกรมสำรองข้อมูล" ผิด: โปรแกรมสำรองข้อมูลมีหน้าที่ทำสำเนาข้อมูลไว้กันข้อมูลหาย ไม่ใช่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์ • "โปรแกรมบีบอัดไฟล์" ผิด: โปรแกรมบีบอัดไฟล์มีหน้าที่ลดขนาดไฟล์และรวมหลายไฟล์เป็นไฟล์เดียว ไม่ใช่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์ • "โปรแกรมล้างข้อมูลดิสก์" ผิด: การล้างข้อมูลดิสก์มีหน้าที่ลบไฟล์ชั่วคราวที่ไม่ใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่าง ไม่ใช่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.4 โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “โปรแกรมป้องกันไวรัส (เช่น Microsoft Defender ใน Windows) | ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์”
หัวข้อ 4.4 โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “โปรแกรมป้องกันไวรัส (เช่น Microsoft Defender ใน Windows) | ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่ภาษาคอมพิวเตอร์หรือตัวแปลภาษากับลักษณะได้ถูกต้อง
- ก. แอสเซมเบลอร์ — แปลภาษาเครื่องเป็นภาษาแอสเซมบลี
- ข. ภาษาเครื่อง — ใช้คำย่อแทนคำสั่งของเครื่องโดยตรง
- ค. อินเทอร์พรีเตอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่ง ✓
- ง. คอมไพเลอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่งระหว่างรัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อินเทอร์พรีเตอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่ง" หัวข้อ 4.6 ระบุว่าอินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter) แปลและทำงานทีละคำสั่ง จึงเป็นการจับคู่ที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แอสเซมเบลอร์ — แปลภาษาเครื่องเป็นภาษาแอสเซมบลี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแอสเซมเบลอร์แปลภาษาแอสเซมบลีเป็นภาษาเครื่อง • "ภาษาเครื่อง — ใช้คำย่อแทนคำสั่งของเครื่องโดยตรง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าภาษาเครื่องใช้เลข 0 และ 1 ส่วนการใช้คำย่อแทนคำสั่งเครื่องเป็นลักษณะของภาษาแอสเซมบลี • "คอมไพเลอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่งระหว่างรัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าคอมไพเลอร์แปลทั้งโปรแกรมก่อนรัน ส่วนการแปลและทำงานทีละคำสั่งเป็นลักษณะของอินเทอร์พรีเตอร์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.6 ภาษาคอมพิวเตอร์และตัวแปลภาษา (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “อินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter): แปลและทำงานทีละคำสั่ง”
หัวข้อ 4.6 ภาษาคอมพิวเตอร์และตัวแปลภาษา (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 4 ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ): “อินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter): แปลและทำงานทีละคำสั่ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
คุณสมบัติของสารสนเทศที่หมายถึงการได้ข้อมูลมาทันใช้ตัดสินใจคือข้อใด
- ก. ตรงกับความต้องการ (Relevancy)
- ข. ครบถ้วนสมบูรณ์ (Completeness)
- ค. ถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
- ง. ทันเวลา (Timeliness) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทันเวลา (Timeliness)" ตามหัวข้อ 5.2 สารสนเทศที่ได้มาทันใช้ตัดสินใจมีคุณสมบัติด้านความทันเวลา (Timeliness) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรงกับความต้องการ (Relevancy)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุคำอธิบาย “ได้มาทันใช้ตัดสินใจ” ไว้หลัง “ทันเวลา (Timeliness)” ไม่ใช่ “ตรงกับความต้องการ” • "ครบถ้วนสมบูรณ์ (Completeness)" ผิด: แหล่งข้อมูลจับคู่ข้อความ “ได้มาทันใช้ตัดสินใจ” กับ “ทันเวลา (Timeliness)” ไม่ใช่ “ครบถ้วนสมบูรณ์” • "ถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ได้มาทันใช้ตัดสินใจ” เป็นความหมายของ “ทันเวลา (Timeliness)” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 5.2 คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “ทันเวลา (Timeliness): ได้มาทันใช้ตัดสินใจ”
หัวข้อ 5.2 คุณสมบัติของสารสนเทศที่ดี (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “ทันเวลา (Timeliness): ได้มาทันใช้ตัดสินใจ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
รูปแบบการประมวลผลที่รวบรวมข้อมูลไว้ก่อน แล้วจึงประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ ตรงกับข้อใด
- ก. การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) ✓
- ข. การประมวลผลด้วยการจัดเรียง (Sorting)
- ค. การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing)
- ง. การประมวลผลด้วยการจัดกลุ่ม (Classifying)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing)" หัวข้อ 5.3 ระบุว่า การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) คือการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน แล้วประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประมวลผลด้วยการจัดเรียง (Sorting)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการจัดเรียงเป็นวิธีการประมวลผล ส่วนลักษณะที่รวบรวมข้อมูลแล้วประมวลผลเป็นรอบคือแบบกลุ่ม • "การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing)" ผิด: การประมวลผลแบบทันทีต้องประมวลผลทันทีที่มีข้อมูลเข้า ไม่ใช่รวบรวมไว้แล้วประมวลผลเป็นรอบ • "การประมวลผลด้วยการจัดกลุ่ม (Classifying)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการจัดกลุ่มเป็นวิธีการประมวลผล ไม่ใช่รูปแบบที่รวบรวมข้อมูลไว้ประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 5.3 การประมวลผลข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “- แบบกลุ่ม (Batch Processing): รวบรวมข้อมูลไว้ก่อนแล้วประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ”
หัวข้อ 5.3 การประมวลผลข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “- แบบกลุ่ม (Batch Processing): รวบรวมข้อมูลไว้ก่อนแล้วประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดหมายถึงคีย์หลัก (Primary Key)
- ก. ภาษามาตรฐานสำหรับสอบถามและจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล
- ข. เขตข้อมูลที่มีค่าไม่ซ้ำกัน ใช้ระบุแต่ละระเบียน ✓
- ค. ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างและจัดการฐานข้อมูล
- ง. กลุ่มของข้อมูลที่สัมพันธ์กันและจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เขตข้อมูลที่มีค่าไม่ซ้ำกัน ใช้ระบุแต่ละระเบียน" หัวข้อ 5.5 ระบุว่า คีย์หลัก (Primary Key) คือเขตข้อมูลที่ค่าไม่ซ้ำกันในแต่ละระเบียน และใช้ระบุระเบียนนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภาษามาตรฐานสำหรับสอบถามและจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อความนี้เป็นความหมายของภาษา SQL ไม่ใช่คีย์หลัก • "ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างและจัดการฐานข้อมูล" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อความนี้เป็นความหมายของระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ไม่ใช่คีย์หลัก • "กลุ่มของข้อมูลที่สัมพันธ์กันและจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อความนี้เป็นความหมายของฐานข้อมูล ไม่ใช่คีย์หลัก อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 5.5 ฐานข้อมูล (Database) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “คีย์หลัก (Primary Key): เขตข้อมูลที่ค่าไม่ซ้ำกันในแต่ละระเบียน” หัวข้อ 5.5 ฐานข้อมูล (Database) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “คีย์หลัก (Primary Key): เขตข้อมูลที่ค่าไม่ซ้ำกันในแต่ละระเบียน ใช้ระบุระเบียนนั้น”
หัวข้อ 5.5 ฐานข้อมูล (Database) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 5 ข้อมูล สารสนเทศ ฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศ): “คีย์หลัก (Primary Key): เขตข้อมูลที่ค่าไม่ซ้ำกันในแต่ละระเบียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลที่หมายถึงกฎหรือข้อตกลงที่ผู้ส่งและผู้รับใช้ร่วมกันคือข้อใด
- ก. ผู้ส่งข้อมูล (Sender)
- ข. ผู้รับข้อมูล (Receiver)
- ค. โปรโตคอล (Protocol) ✓
- ง. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "โปรโตคอล (Protocol)" ตามหัวข้อ 6.1 โปรโตคอล (Protocol) คือกฎหรือข้อตกลงที่ผู้ส่งและผู้รับใช้ร่วมกัน หากไม่มีโปรโตคอลก็สื่อสารกันไม่ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ส่งข้อมูล (Sender)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ผู้ส่ง (Sender) คือ ต้นทางของข้อมูล ไม่ใช่กฎหรือข้อตกลงที่ใช้ร่วมกัน • "ผู้รับข้อมูล (Receiver)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ผู้รับ (Receiver) คือ ปลายทางของข้อมูล ไม่ใช่กฎหรือข้อตกลงที่ใช้ร่วมกัน • "ข้อมูลข่าวสาร (Message)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ข้อมูลหรือข่าวสาร (Message) คือสิ่งที่ส่ง เช่น ข้อความ ภาพ เสียง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.1 องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล (5 ส่วน) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “5. โปรโตคอล (Protocol) กฎหรือข้อตกลงที่ผู้ส่งและผู้รับใช้ร่วมกัน”
หัวข้อ 6.1 องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล (5 ส่วน) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “5. โปรโตคอล (Protocol) กฎหรือข้อตกลงที่ผู้ส่งและผู้รับใช้ร่วมกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
การสื่อสารที่ส่งข้อมูลได้ทั้งสองทาง แต่แต่ละฝ่ายต้องสลับกันส่ง จัดเป็นแบบใด
- ก. แบบ Full-duplex (สองทิศทางพร้อมกัน)
- ข. แบบ Parallel (หลายบิตพร้อมกัน)
- ค. แบบ Simplex (ทิศทางเดียวเท่านั้น)
- ง. แบบ Half-duplex (สองทิศทางสลับกัน) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แบบ Half-duplex (สองทิศทางสลับกัน)" ตามหัวข้อ 6.2 การส่งได้ทั้งสองทางแต่ทีละฝ่าย เรียกว่า Half-duplex หรือการส่งแบบสองทิศทางสลับกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แบบ Full-duplex (สองทิศทางพร้อมกัน)" ผิด: หัวข้อ 6.2 ระบุว่า Full-duplex ส่งและรับได้พร้อมกัน ไม่ใช่ทีละฝ่าย • "แบบ Parallel (หลายบิตพร้อมกัน)" ผิด: หัวข้อ 6.2 ระบุว่า Parallel คือการส่งหลายบิตพร้อมกันหลายเส้นทาง ไม่ใช่การส่งสองทางแบบทีละฝ่าย • "แบบ Simplex (ทิศทางเดียวเท่านั้น)" ผิด: หัวข้อ 6.2 ระบุว่า Simplex ส่งได้ทางเดียวเท่านั้น ไม่ได้ส่งได้ทั้งสองทาง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.2 สัญญาณและการส่งข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “สองทิศทางสลับกัน (Half-duplex) | ส่งได้ทั้งสองทาง แต่ทีละฝ่าย”
หัวข้อ 6.2 สัญญาณและการส่งข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “สองทิศทางสลับกัน (Half-duplex) | ส่งได้ทั้งสองทาง แต่ทีละฝ่าย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สื่อกลางในการสื่อสารชนิดใดส่งข้อมูลด้วยแสง
- ก. เส้นใยนำแสง (Fiber Optic) ✓
- ข. สายคู่บิดเกลียวแบบ UTP
- ค. คลื่นวิทยุสำหรับเครือข่าย Wi-Fi
- ง. สายโคแอกเชียลสำหรับเคเบิลรุ่นเก่า
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เส้นใยนำแสง (Fiber Optic)" ตามหัวข้อ 6.3 เส้นใยนำแสง (Fiber Optic) เป็นสื่อกลางที่ส่งข้อมูลด้วยแสง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สายคู่บิดเกลียวแบบ UTP" ผิด: หัวข้อ 6.3 ระบุว่าสื่อกลางที่ส่งด้วยแสงคือเส้นใยนำแสง ไม่ใช่สายคู่บิดเกลียว • "คลื่นวิทยุสำหรับเครือข่าย Wi-Fi" ผิด: หัวข้อ 6.3 ระบุว่า Wi-Fi ใช้คลื่นวิทยุ ขณะที่เส้นใยนำแสงส่งด้วยแสง • "สายโคแอกเชียลสำหรับเคเบิลรุ่นเก่า" ผิด: หัวข้อ 6.3 จัดสายโคแอกเชียลไว้กับสายทีวีหรือเคเบิลรุ่นเก่า ส่วนการส่งด้วยแสงเป็นคุณสมบัติของเส้นใยนำแสง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.3 สื่อกลางในการสื่อสาร (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “เส้นใยนำแสง (Fiber Optic) | ส่งด้วยแสง”
หัวข้อ 6.3 สื่อกลางในการสื่อสาร (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “เส้นใยนำแสง (Fiber Optic) | ส่งด้วยแสง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
องค์กรเปิดเครือข่ายให้คู่ค้าบางกลุ่มเข้าใช้งาน เครือข่ายดังกล่าวเรียกว่าอะไร
- ก. ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server)
- ข. เอกซ์ทราเน็ต (Extranet) ✓
- ค. อินทราเน็ต (Intranet)
- ง. เพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เอกซ์ทราเน็ต (Extranet)" ตามหัวข้อ 6.4 เอกซ์ทราเน็ต (Extranet) คือเครือข่ายที่เปิดให้บุคคลภายนอกบางกลุ่มเข้าใช้ เช่น คู่ค้า จึงตรงกับกรณีนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server)" ผิด: ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์หมายถึงการมีเครื่องแม่ข่ายให้บริการและเครื่องลูกข่ายขอใช้บริการ • "อินทราเน็ต (Intranet)" ผิด: อินทราเน็ตกำหนดให้ใช้เฉพาะคนในองค์กร ไม่ใช่คู่ค้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอก • "เพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer)" ผิด: เพียร์ทูเพียร์หมายถึงทุกเครื่องเท่าเทียมกันและแบ่งปันทรัพยากรกันเอง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.4 ประเภทของเครือข่ายตามขนาดพื้นที่ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “เอกซ์ทราเน็ต (Extranet): เปิดให้บุคคลภายนอกบางกลุ่มเข้าใช้ เช่น คู่ค้า”
หัวข้อ 6.4 ประเภทของเครือข่ายตามขนาดพื้นที่ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “เอกซ์ทราเน็ต (Extranet): เปิดให้บุคคลภายนอกบางกลุ่มเข้าใช้ เช่น คู่ค้า”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เครือข่ายหนึ่งเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเข้ากับสวิตช์ที่เป็นศูนย์กลาง และเมื่อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเสีย เครื่องอื่นยังใช้งานได้ เครือข่ายนี้เป็นรูปแบบใด
- ก. เป็นการเชื่อมต่อแบบวงแหวน (Ring)
- ข. เป็นการเชื่อมต่อแบบเมช (Mesh)
- ค. เป็นการเชื่อมต่อแบบดาว (Star) ✓
- ง. เป็นการเชื่อมต่อแบบบัส (Bus)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นการเชื่อมต่อแบบดาว (Star)" ตามหัวข้อ 6.5 แบบดาว (Star) คือการที่ทุกเครื่องต่อเข้าศูนย์กลาง เช่น สวิตช์หรือฮับ และเมื่อเครื่องหนึ่งเสียจะไม่กระทบเครื่องอื่น จึงตรงกับกรณีที่กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นการเชื่อมต่อแบบวงแหวน (Ring)" ผิด: แบบวงแหวนกำหนดว่า “ต่อกันเป็นวง ส่งข้อมูลต่อกันไปทางเดียว” ซึ่งไม่ตรงกับกรณีนี้ • "เป็นการเชื่อมต่อแบบเมช (Mesh)" ผิด: แบบเมชกำหนดว่า “ทุกเครื่องมีหลายเส้นทางเชื่อมถึงกัน” ไม่ใช่ทุกเครื่องต่อเข้าศูนย์กลาง • "เป็นการเชื่อมต่อแบบบัส (Bus)" ผิด: แบบบัสกำหนดว่า “ทุกเครื่องต่อกับสายหลักเส้นเดียว” ไม่ใช่ต่อเข้ากับสวิตช์ที่เป็นศูนย์กลาง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.5 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย (Topology) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “แบบดาว (Star) | ทุกเครื่องต่อเข้าศูนย์กลาง (สวิตช์/ฮับ) | นิยมที่สุดในปัจจุบัน เครื่องหนึ่งเสียไม่กระทบเครื่องอื่น”
หัวข้อ 6.5 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย (Topology) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “แบบดาว (Star) | ทุกเครื่องต่อเข้าศูนย์กลาง (สวิตช์/ฮับ) | นิยมที่สุดในปัจจุบัน เครื่องหนึ่งเสียไม่กระทบเครื่องอื่น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่างฮับกับสวิตช์ได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทางเหมือนกัน
- ข. ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ตเหมือนกัน
- ค. ฮับส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต
- ง. ฮับส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ฮับส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง" ตามหัวข้อ 6.6 ฮับเป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต ส่วนสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปเฉพาะเครื่องปลายทาง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทางเหมือนกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าฮับส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต ไม่ได้ส่งเฉพาะเครื่องปลายทาง • "ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ตเหมือนกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสวิตช์ส่งข้อมูลไปเฉพาะเครื่องปลายทาง ไม่ได้ส่งไปทุกพอร์ต • "ฮับส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าฮับส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต แต่สวิตช์ส่งข้อมูลไปเฉพาะเครื่องปลายทาง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.6 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “ฮับ (Hub) | จุดรวมสาย ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต” หัวข้อ 6.6 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “สวิตช์ (Switch) | จุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปเฉพาะเครื่องปลายทาง”
หัวข้อ 6.6 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “ฮับ (Hub) | จุดรวมสาย ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เทคโนโลยีไร้สายใดทำงานในระยะไม่กี่เซนติเมตรและใช้สำหรับแตะจ่ายเงิน
- ก. NFC ✓
- ข. Bluetooth
- ค. Wi-Fi
- ง. 5G
Explanation: คำตอบที่ถูก: "NFC" ตามหัวข้อ 6.7 NFC (Near Field Communication) เป็นเทคโนโลยีไร้สายระยะไม่กี่เซนติเมตร ใช้สำหรับแตะจ่ายเงิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Bluetooth" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Bluetooth ใช้กับหูฟัง เมาส์ และนาฬิกา ส่วนเทคโนโลยีที่ใช้แตะจ่ายเงินคือ NFC • "Wi-Fi" ผิด: แหล่งข้อมูลกล่าวถึง Wi-Fi ในฐานะมาตรฐาน IEEE 802.11 ไม่ใช่เทคโนโลยีระยะไม่กี่เซนติเมตรสำหรับแตะจ่ายเงิน • "5G" ผิด: แหล่งข้อมูลจัด 5G เป็นเครือข่ายมือถือ ส่วนเทคโนโลยีระยะไม่กี่เซนติเมตรที่ใช้แตะจ่ายเงินคือ NFC อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 6.7 เทคโนโลยีไร้สายปัจจุบัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “NFC (Near Field Communication): ระยะไม่กี่เซนติเมตร ใช้แตะจ่ายเงิน”
หัวข้อ 6.7 เทคโนโลยีไร้สายปัจจุบัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 6 การสื่อสารข้อมูลและเครือข่ายคอมพิวเตอร์): “NFC (Near Field Communication): ระยะไม่กี่เซนติเมตร ใช้แตะจ่ายเงิน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน อินเทอร์เน็ตหมายถึงข้อใด
- ก. ระบบเวิลด์ไวด์เว็บที่ Tim Berners-Lee คิดค้นขึ้นที่ CERN
- ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน ✓
- ค. โปรโตคอลกลางที่ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
- ง. โครงการเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาที่เริ่มใน ค.ศ. 1969
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน" หัวข้อ 7.1 ระบุว่า อินเทอร์เน็ตคือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน หรือเป็น “เครือข่ายของเครือข่าย” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบบเวิลด์ไวด์เว็บที่ Tim Berners-Lee คิดค้นขึ้นที่ CERN" ผิด: แหล่งข้อมูลกล่าวถึงเวิลด์ไวด์เว็บแยกจากนิยามของอินเทอร์เน็ต และระบุว่า Tim Berners-Lee เป็นผู้คิดค้นเวิลด์ไวด์เว็บ • "โปรโตคอลกลางที่ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า TCP/IP เป็นโปรโตคอลกลางที่อินเทอร์เน็ตใช้ ไม่ใช่ความหมายของอินเทอร์เน็ต • "โครงการเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาที่เริ่มใน ค.ศ. 1969" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าอินเทอร์เน็ตเริ่มจาก ARPANET แต่ให้นิยามอินเทอร์เน็ตว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.1 อินเทอร์เน็ตคืออะไร (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “อินเทอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน”
หัวข้อ 7.1 อินเทอร์เน็ตคืออะไร (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “อินเทอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
DNS (Domain Name System) ทำหน้าที่ใด
- ก. เป็นชื่อที่จำง่ายแทนหมายเลข IP
- ข. เป็นหมายเลขประจำเครื่องบนเครือข่าย
- ค. แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP ✓
- ง. เป็นที่อยู่เต็มของหน้าเว็บหรือไฟล์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP" DNS (Domain Name System) คือระบบที่แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP ตามหัวข้อที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นชื่อที่จำง่ายแทนหมายเลข IP" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าชื่อโดเมนคือชื่อที่จำง่ายแทนหมายเลข IP ส่วน DNS ทำหน้าที่แปลงชื่อนั้นเป็นหมายเลข IP • "เป็นหมายเลขประจำเครื่องบนเครือข่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องบนเครือข่าย ส่วน DNS เป็นระบบที่แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP • "เป็นที่อยู่เต็มของหน้าเว็บหรือไฟล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า URL คือที่อยู่เต็มของหน้าเว็บหรือไฟล์ ไม่ใช่ DNS อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.2 ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “DNS (Domain Name System): ระบบที่แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP”
หัวข้อ 7.2 ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “DNS (Domain Name System): ระบบที่แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โปรโตคอลใดใช้แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ
- ก. HTTP
- ข. SMTP
- ค. HTTPS
- ง. DHCP ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "DHCP" ตามหัวข้อ 7.3 DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) ใช้แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "HTTP" ผิด: หัวข้อ 7.3 ระบุว่า HTTP ใช้รับส่งหน้าเว็บ ไม่ใช่แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ • "SMTP" ผิด: หัวข้อ 7.3 ระบุว่า SMTP ใช้ส่งอีเมล ไม่ใช่แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ • "HTTPS" ผิด: หัวข้อ 7.3 ระบุว่า HTTPS ใช้กับหน้าเว็บแบบเข้ารหัสปลอดภัย ไม่ใช่แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.3 โปรโตคอลที่ควรรู้ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “DHCP | Dynamic Host Configuration Protocol | แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ”
หัวข้อ 7.3 โปรโตคอลที่ควรรู้ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “DHCP | Dynamic Host Configuration Protocol | แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่างคุกกี้กับแคชได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. คุกกี้คือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ ส่วนแคชคือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น ✓
- ข. คุกกี้และแคชต่างเป็นสำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้เพื่อช่วยให้เปิดเว็บไซต์ครั้งต่อไปได้เร็วขึ้นเหมือนกัน
- ค. คุกกี้และแคชต่างเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์เพื่อช่วยจดจำการเข้าสู่ระบบเหมือนกัน
- ง. คุกกี้คือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น ส่วนแคชคือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คุกกี้คือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ ส่วนแคชคือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น" ตามหัวข้อ 7.4 คุกกี้คือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ เช่น ใช้จำการเข้าสู่ระบบ ส่วนแคชคือสำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้เพื่อให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คุกกี้และแคชต่างเป็นสำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้เพื่อช่วยให้เปิดเว็บไซต์ครั้งต่อไปได้เร็วขึ้นเหมือนกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลนิยามเฉพาะแคชว่าเป็นสำเนาข้อมูลเว็บที่เก็บไว้ให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น แต่คุกกี้เป็นข้อมูลที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ • "คุกกี้และแคชต่างเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์เพื่อช่วยจดจำการเข้าสู่ระบบเหมือนกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลยกการจำการเข้าสู่ระบบเป็นตัวอย่างของคุกกี้ ขณะที่แคชหมายถึงสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น • "คุกกี้คือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น ส่วนแคชคือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าคุกกี้เป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ ส่วนแคชเป็นสำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.4 บริการและคำศัพท์บนอินเทอร์เน็ต (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “คุกกี้ (Cookie) | ข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ เช่น จำการเข้าสู่ระบบ” หัวข้อ 7.4 บริการและคำศัพท์บนอินเทอร์เน็ต (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “แคช (Cache) | สำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้ให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น”
หัวข้อ 7.4 บริการและคำศัพท์บนอินเทอร์เน็ต (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “คุกกี้ (Cookie) | ข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ เช่น จำการเข้าสู่ระบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
BCC (Blind Carbon Copy) มีหน้าที่ใด
- ก. ส่งไฟล์ไปพร้อมกับอีเมล
- ข. ส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ ✓
- ค. ส่งอีเมลขยะถึงคนจำนวนมาก
- ง. ส่งสำเนาโดยผู้รับทุกคนเห็นรายชื่อกัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ" ตามหัวข้อ 7.5 BCC (Blind Carbon Copy) คือการส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งไฟล์ไปพร้อมกับอีเมล" ผิด: แหล่งข้อมูลเรียกไฟล์ที่ส่งไปพร้อมอีเมลว่าไฟล์แนบ (Attachment) • "ส่งอีเมลขยะถึงคนจำนวนมาก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสแปมคืออีเมลขยะที่ส่งถึงคนจำนวนมากโดยผู้รับไม่ได้ขอ • "ส่งสำเนาโดยผู้รับทุกคนเห็นรายชื่อกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า CC เป็นการส่งสำเนาที่ผู้รับทุกคนเห็นรายชื่อกัน ส่วน BCC ซ่อนรายชื่อ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.5 อีเมล (E-mail) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “BCC (Blind Carbon Copy) ส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ”
หัวข้อ 7.5 อีเมล (E-mail) (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “BCC (Blind Carbon Copy) ส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดจัดเป็นบริการเก็บไฟล์และทำงานร่วมกันตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. บริการ Google Meet
- ข. บริการ Microsoft Teams
- ค. บริการ OneDrive ✓
- ง. บริการ LINE
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บริการ OneDrive" หัวข้อ 7.6 ระบุว่า OneDrive เป็นบริการสำหรับเก็บไฟล์และทำงานร่วมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บริการ Google Meet" ผิด: หัวข้อ 7.6 จัด Google Meet อยู่ในกลุ่มประชุมออนไลน์ • "บริการ Microsoft Teams" ผิด: หัวข้อ 7.6 จัด Microsoft Teams อยู่ในกลุ่มประชุมออนไลน์ • "บริการ LINE" ผิด: หัวข้อ 7.6 จัด LINE อยู่ในกลุ่มแชตและการสื่อสาร อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 7.6 บริการออนไลน์ในการทำงานปัจจุบัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “เก็บไฟล์และทำงานร่วมกัน: OneDrive, Google Drive”
หัวข้อ 7.6 บริการออนไลน์ในการทำงานปัจจุบัน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 7 อินเทอร์เน็ต): “เก็บไฟล์และทำงานร่วมกัน: OneDrive, Google Drive”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ไฟล์เอกสารที่สร้างด้วย Microsoft Word โดยทั่วไปใช้นามสกุลใด
- ก. .accdb
- ข. .pptx
- ค. .xlsx
- ง. .docx ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: ".docx" ตามหัวข้อ 8.1 Microsoft Word เป็นโปรแกรมประมวลผลคำ และไฟล์ของโปรแกรมใช้นามสกุล .docx ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • ".accdb" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า .accdb เป็นนามสกุลไฟล์ของ Access ส่วน Word ใช้ .docx • ".pptx" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า .pptx เป็นนามสกุลไฟล์ของ PowerPoint ส่วน Word ใช้ .docx • ".xlsx" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า .xlsx เป็นนามสกุลไฟล์ของ Excel ส่วน Word ใช้ .docx อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 8.1 ชุดโปรแกรม Microsoft Office / Microsoft 365 (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “Word | ประมวลผลคำ (Word Processing) | พิมพ์เอกสาร หนังสือราชการ รายงาน | .docx”
หัวข้อ 8.1 ชุดโปรแกรม Microsoft Office / Microsoft 365 (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “Word | ประมวลผลคำ (Word Processing) | พิมพ์เอกสาร หนังสือราชการ รายงาน | .docx”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
แป้นลัดใดใช้ทำตัวหนาใน Microsoft Word
- ก. Ctrl + B ✓
- ข. Ctrl + U
- ค. Ctrl + E
- ง. Ctrl + I
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Ctrl + B" ใน Microsoft Word แป้นลัด Ctrl + B ใช้ทำตัวหนา (Bold) ตามหัวข้อการจัดรูปแบบตัวอักษรและย่อหน้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Ctrl + U" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Ctrl + U ใช้ขีดเส้นใต้ ส่วนตัวหนาใช้ Ctrl + B • "Ctrl + E" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Ctrl + E ใช้จัดกึ่งกลาง ส่วนตัวหนาใช้ Ctrl + B • "Ctrl + I" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Ctrl + I ใช้ทำตัวเอียง ส่วนตัวหนาใช้ Ctrl + B อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 8.3 Microsoft Word (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “Ctrl + B | ตัวหนา (Bold)”
หัวข้อ 8.3 Microsoft Word (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “Ctrl + B | ตัวหนา (Bold)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
การเปลี่ยนภาพ (Transition) ใน Microsoft PowerPoint หมายถึงข้อใด
- ก. การกำหนดรูปแบบกลางของทุกสไลด์
- ข. เอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์ ✓
- ค. การดูภาพย่อทุกสไลด์และจัดลำดับ
- ง. เอฟเฟกต์ของวัตถุภายในสไลด์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์" หัวข้อ 8.4 ระบุว่า การเปลี่ยนภาพ (Transition) คือเอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์ ส่วนเอฟเฟกต์ของวัตถุภายในสไลด์เรียกว่า Animation ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การกำหนดรูปแบบกลางของทุกสไลด์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการกำหนดรูปแบบกลางของทุกสไลด์เป็นหน้าที่ของต้นแบบสไลด์ (Slide Master) • "การดูภาพย่อทุกสไลด์และจัดลำดับ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการดูภาพย่อทุกสไลด์และจัดลำดับเป็นหน้าที่ของมุมมองตัวเรียงลำดับสไลด์ (Slide Sorter) • "เอฟเฟกต์ของวัตถุภายในสไลด์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเอฟเฟกต์ของวัตถุภายในสไลด์คือภาพเคลื่อนไหว (Animation) อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 8.4 Microsoft PowerPoint (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “การเปลี่ยนภาพ (Transition) = เอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์”
หัวข้อ 8.4 Microsoft PowerPoint (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 8 Microsoft Office — Word, PowerPoint และแป้นลัด): “การเปลี่ยนภาพ (Transition) = เอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดคือความหมายของเซลล์ (Cell) ใน Microsoft Excel
- ก. แนวตั้งที่ใช้ตัวอักษร A, B, C, …
- ข. หน้าตาราง 1 หน้า หรือ Worksheet
- ค. ช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว เช่น B3 ✓
- ง. แนวนอนที่ใช้ตัวเลข 1, 2, 3, …
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว เช่น B3" ตามหัวข้อ 9.1 เซลล์ (Cell) คือช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว โดยเรียกด้วยตัวอักษรคอลัมน์ตามด้วยเลขแถว เช่น B3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แนวตั้งที่ใช้ตัวอักษร A, B, C, …" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแนวตั้งซึ่งใช้ตัวอักษร A, B, C, … คือคอลัมน์ ไม่ใช่เซลล์ • "หน้าตาราง 1 หน้า หรือ Worksheet" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “หน้าตาราง 1 หน้า” หมายถึงแผ่นงาน (Worksheet / Sheet) ไม่ใช่เซลล์ • "แนวนอนที่ใช้ตัวเลข 1, 2, 3, …" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแนวนอนซึ่งใช้ตัวเลข 1, 2, 3, … คือแถว ไม่ใช่เซลล์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.1 ส่วนประกอบพื้นฐาน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “เซลล์ (Cell): ช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว เรียกด้วยตัวอักษรคอลัมน์ตามด้วยเลขแถว เช่น B3”
หัวข้อ 9.1 ส่วนประกอบพื้นฐาน (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “เซลล์ (Cell): ช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว เรียกด้วยตัวอักษรคอลัมน์ตามด้วยเลขแถว เช่น B3”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายความหมายของตัวดำเนินการใน Microsoft Excel ได้ถูกต้อง
- ก. เครื่องหมาย <> ใช้สำหรับเปรียบเทียบว่าเท่ากับ
- ข. เครื่องหมาย ^ ใช้สำหรับคำนวณเปอร์เซ็นต์
- ค. เครื่องหมาย + ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ
- ง. เครื่องหมาย & ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เครื่องหมาย & ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ" หัวข้อ 9.2 ระบุว่าเครื่องหมาย & เป็นตัวดำเนินการสำหรับเชื่อมข้อความ ส่วน + ใช้บวก ^ ใช้ยกกำลัง และ <> หมายถึงไม่เท่ากับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครื่องหมาย <> ใช้สำหรับเปรียบเทียบว่าเท่ากับ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า <> หมายถึงไม่เท่ากับ • "เครื่องหมาย ^ ใช้สำหรับคำนวณเปอร์เซ็นต์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ^ ใช้ยกกำลัง ส่วน % ใช้แทนเปอร์เซ็นต์ • "เครื่องหมาย + ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า + ใช้บวก ส่วน & ใช้เชื่อมข้อความ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.2 สูตรและตัวดำเนินการ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “& เชื่อมข้อความ”
หัวข้อ 9.2 สูตรและตัวดำเนินการ (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “& เชื่อมข้อความ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน การอ้างอิงเซลล์ $A1 มีความหมายตรงกับข้อใด
- ก. เป็นแบบผสม โดยตรึงคอลัมน์ A แต่ไม่ตรึงแถว 1 ✓
- ข. เป็นแบบผสม โดยตรึงแถว 1 แต่ไม่ตรึงคอลัมน์ A
- ค. เป็นแบบสัมบูรณ์ โดยตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1
- ง. เป็นแบบสัมพัทธ์ โดยไม่ตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นแบบผสม โดยตรึงคอลัมน์ A แต่ไม่ตรึงแถว 1" ตามหัวข้อ 9.3 เครื่องหมาย $ จะตรึงส่วนที่อยู่ถัดไป ดังนั้น $A1 เป็นการอ้างอิงแบบผสมที่ตรึงคอลัมน์ A แต่ไม่ตรึงแถว 1 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นแบบผสม โดยตรึงแถว 1 แต่ไม่ตรึงคอลัมน์ A" ผิด: หัวข้อ 9.3 ระบุว่า $A1 ตรึงคอลัมน์ ไม่ใช่ตรึงแถว • "เป็นแบบสัมบูรณ์ โดยตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1" ผิด: หัวข้อ 9.3 ระบุว่าแบบสัมบูรณ์ต้องเขียนเป็น $A$1 ส่วน $A1 เป็นแบบผสม • "เป็นแบบสัมพัทธ์ โดยไม่ตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1" ผิด: หัวข้อ 9.3 ระบุว่าแบบสัมพัทธ์เขียนเป็น A1 ส่วน $A1 ตรึงคอลัมน์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.3 การอ้างอิงเซลล์ [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “ผสม (Mixed) | $A1 หรือ A$1” หัวข้อ 9.3 การอ้างอิงเซลล์ [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “ตรึงเฉพาะส่วนที่มี $ ($A1 ตรึงคอลัมน์ · A$1 ตรึงแถว)”
หัวข้อ 9.3 การอ้างอิงเซลล์ [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “ผสม (Mixed) | $A1 หรือ A$1”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ฟังก์ชันใดใช้สำหรับนับเซลล์ที่ไม่ว่าง โดยนับเซลล์ที่มีข้อความด้วย
- ก. ฟังก์ชัน SUMIF
- ข. ฟังก์ชัน COUNTA ✓
- ค. ฟังก์ชัน COUNT
- ง. ฟังก์ชัน COUNTIF
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ฟังก์ชัน COUNTA" ตามหัวข้อ 9.4 ฟังก์ชัน COUNTA ใช้นับเซลล์ที่ไม่ว่าง และเซลล์ที่มีข้อความก็นับด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฟังก์ชัน SUMIF" ผิด: SUMIF ใช้รวมเฉพาะค่าที่ตรงเงื่อนไข ไม่ใช่นับเซลล์ที่ไม่ว่าง • "ฟังก์ชัน COUNT" ผิด: COUNT ใช้นับเซลล์ที่เป็นตัวเลข ไม่ได้นับเซลล์ที่ไม่ว่างซึ่งมีข้อความด้วย • "ฟังก์ชัน COUNTIF" ผิด: COUNTIF ใช้นับเซลล์ที่ตรงเงื่อนไข ส่วนฟังก์ชันที่นับเซลล์ไม่ว่างคือ COUNTA อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.4 ฟังก์ชันที่ออกสอบบ่อย [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “COUNTA | นับเซลล์ที่ไม่ว่าง (ข้อความก็นับ)”
หัวข้อ 9.4 ฟังก์ชันที่ออกสอบบ่อย [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “COUNTA | นับเซลล์ที่ไม่ว่าง (ข้อความก็นับ)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อผิดพลาดใดใน Microsoft Excel หมายถึงการหารด้วยศูนย์หรือหารด้วยเซลล์ว่าง
- ก. #REF!
- ข. #NAME?
- ค. #DIV/0! ✓
- ง. #VALUE!
Explanation: คำตอบที่ถูก: "#DIV/0!" ข้อผิดพลาด #DIV/0! หมายถึงการหารด้วยศูนย์หรือหารด้วยเซลล์ว่าง ตามหัวข้อ 9.5 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "#REF!" ผิด: #REF! หมายถึงอ้างถึงเซลล์ที่ไม่มีแล้ว ไม่ใช่การหารด้วยศูนย์หรือเซลล์ว่าง • "#NAME?" ผิด: #NAME? หมายถึงพิมพ์ชื่อฟังก์ชันผิดหรือ Excel ไม่รู้จักชื่อ ไม่ใช่การหารด้วยศูนย์หรือเซลล์ว่าง • "#VALUE!" ผิด: #VALUE! หมายถึงชนิดข้อมูลผิด เช่น นำข้อความไปบวกกับตัวเลข ไม่ใช่การหารด้วยศูนย์หรือเซลล์ว่าง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.5 ค่าความผิดพลาดที่พบบ่อย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “#DIV/0! | หารด้วยศูนย์ หรือหารด้วยเซลล์ว่าง”
หัวข้อ 9.5 ค่าความผิดพลาดที่พบบ่อย (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “#DIV/0! | หารด้วยศูนย์ หรือหารด้วยเซลล์ว่าง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดกล่าวถึงแป้นลัดสำหรับเปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์ใน Microsoft Excel ได้ถูกต้อง
- ก. F2 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ข. Ctrl + Home ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ค. F4 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ง. Ctrl + 1 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Ctrl + 1 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์" หัวข้อ 9.6 ระบุว่า Ctrl + 1 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์ใน Excel ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "F2 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า F2 ใช้แก้ไขเซลล์ที่เลือก • "Ctrl + Home ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Ctrl + Home ใช้ไปที่เซลล์เริ่มต้นของแผ่นงาน คือ A1 • "F4 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า F4 ใช้สลับการอ้างอิงแบบสัมพัทธ์ สัมบูรณ์ และผสม อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 9.6 แป้นลัดและคำสั่งใน Excel [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “Ctrl + 1 | เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์”
หัวข้อ 9.6 แป้นลัดและคำสั่งใน Excel [MS] (คู่มือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน SIENSOB บทที่ 9 Microsoft Excel): “Ctrl + 1 | เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
Exam Simulator
Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.
Exam Preview
What an approved exam looks like to a test-taker.
คอมพิวเตอร์พื้นฐาน: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1
Time limit: 52 minutes
1. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายลักษณะของเวิร์ม (Worm) ได้ถูกต้อง
- ก. แพร่กระจายได้เองผ่านเครือข่ายโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์อื่น
- ข. เข้ารหัสไฟล์ของเหยื่อและเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อก
- ค. แฝงตัวกับไฟล์หรือโปรแกรมอื่นและแพร่เมื่อไฟล์ถูกเปิดใช้
- ง. ปลอมตัวเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์แต่แอบทำสิ่งอันตราย
2. ข้อใดเป็นความหมายของการรักษาความลับ (Confidentiality) ตามหลัก CIA
- ก. ผู้ไม่มีสิทธิ์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามต้องการ
- ข. เฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลได้
- ค. ผู้มีสิทธิ์สามารถใช้งานข้อมูลได้ในเวลาที่ต้องการ
- ง. ข้อมูลต้องไม่ถูกแก้ไขโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต
3. ข้อใดจับคู่มาตรการรักษาความปลอดภัยกับหน้าที่ได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. MFA — เก็บข้อมูล 3 ชุดในสื่อ 2 ประเภทและนอกสถานที่ 1 ชุด
- ข. การสำรองข้อมูล — แปลงข้อมูลให้อ่านไม่ออกหากไม่มีกุญแจถอดรหัส
- ค. ไฟร์วอลล์ — กรองการรับส่งข้อมูลเข้าออกเครือข่าย
- ง. การเข้ารหัส — ยืนยันตัวตนด้วยสิ่งอื่นเพิ่มจากรหัสผ่าน
4. หลักจริยธรรม PAPA ข้อใดหมายถึงการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์
- ก. Accuracy (ความถูกต้อง)
- ข. Accessibility (การเข้าถึง)
- ค. Privacy (ความเป็นส่วนตัว)
- ง. Property (ความเป็นเจ้าของ)
5. ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้อย่างน้อยกี่วัน นับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ
- ก. ไม่น้อยกว่า 90 วัน
- ข. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
- ค. ไม่น้อยกว่า 120 วัน
- ง. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
6. เครื่องมือช่วยนับและคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดคือข้อใด
- ก. Napier's Bones
- ข. ลูกคิด (Abacus)
- ค. Pascaline
- ง. ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule)
7. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่รูปแบบคลาวด์กับบริการที่ผู้ใช้ได้รับได้ถูกต้อง
- ก. Public Cloud — ระบบคลาวด์ที่ใช้เฉพาะองค์กรเดียว
- ข. IaaS — ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้ผ่านเว็บหรือแอป
- ค. PaaS — แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอปพลิเคชัน
- ง. SaaS — โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเช่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือน
8. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน AI ย่อมาจากข้อใด
- ก. Deep Learning (การเรียนรู้เชิงลึก)
- ข. Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง)
- ค. Large Language Model (โมเดลภาษาขนาดใหญ่)
- ง. Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์)
9. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เทคโนโลยี AR ทำหน้าที่ใด
- ก. ซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริง
- ข. สร้างโลกเสมือนขึ้นมาทั้งหมด
- ค. เชื่อมอุปกรณ์ให้สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต
- ง. บันทึกข้อมูลในบัญชีแบบกระจายศูนย์
10. บุคคลใดได้รับยกย่องเป็น “บิดาแห่งคอมพิวเตอร์”
- ก. George Boole
- ข. Charles Babbage
- ค. John von Neumann
- ง. Ada Augusta Lovelace
11. ข้อใดหมายถึง “รัฐบาลดิจิทัล”
- ก. การใช้สัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่งหรือสัญลักษณ์อื่นแทนค่าสิ่งทั้งปวง เพื่อสร้างระบบให้มนุษย์ใช้ประโยชน์
- ข. การกำกับนโยบายด้านดิจิทัลและรักษาการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- ค. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารงานภาครัฐและบริการสาธารณะ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล
- ง. การดูแลศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง ระบบยืนยันตัวตน ศูนย์รวมข้อมูลติดต่อราชการ และแอปทางรัฐ
12. กรอบทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐกำหนดความสามารถไว้กี่ด้าน
- ก. 6 ด้าน
- ข. 8 ด้าน
- ค. 5 ด้าน
- ง. 7 ด้าน
13. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ยุคแรก
- ก. UNIVAC I เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรก
- ข. EDVAC เป็นเครื่องที่ใช้ในสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ
- ค. ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรกที่ใช้งานจริง
- ง. EDSAC เป็นเครื่องที่ใช้หลอดสุญญากาศราว 18,000 หลอด
14. คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยติดตั้งเมื่อ พ.ศ. ใด
- ก. พ.ศ. 2508
- ข. พ.ศ. 2506
- ค. พ.ศ. 2507
- ง. พ.ศ. 2505
15. อุปกรณ์หลักของคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 คือข้อใด
- ก. วงจรรวม (IC)
- ข. ไมโครโปรเซสเซอร์
- ค. หลอดสุญญากาศ
- ง. ทรานซิสเตอร์
16. เทคโนโลยีใดหมายถึงอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
- ก. ปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างเนื้อหา (Generative AI)
- ข. สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต (Smart Devices)
- ค. การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing)
- ง. อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)
17. ข้อใดคือความหมายของคอมพิวเตอร์ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูล ประมวลผลตามโปรแกรม เก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้
- ข. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานตามคำสั่งเฉพาะหน้าและไม่สามารถสั่งงานล่วงหน้าด้วยโปรแกรม
- ค. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประมวลผลได้ แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลหรือแสดงผลลัพธ์
- ง. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รับข้อมูลและแสดงผลได้ แต่ไม่สามารถประมวลผลตามโปรแกรม
18. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่ตัวอย่างกับองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง
- ก. ระบบปฏิบัติการ Windows จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ
- ข. ขั้นตอนการสำรองข้อมูล จัดเป็นกระบวนการทำงาน
- ค. ข้อความที่ป้อนเพื่อประมวลผล จัดเป็นฮาร์ดแวร์ของระบบ
- ง. โปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนาโปรแกรม จัดเป็นซอฟต์แวร์ของระบบ
19. ข้อใดเป็นอุปกรณ์ของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. หน่วยความจำ RAM
- ข. คีย์บอร์ด
- ค. แฟลชไดรฟ์
- ง. เครื่องพิมพ์
20. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่าง RAM และ ROM ได้ถูกต้อง
- ก. RAM อ่านได้อย่างเดียวและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM อ่านและเขียนได้และข้อมูลหาย
- ข. RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหาย
- ค. RAM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลไม่หาย
- ง. RAM เก็บโปรแกรมที่กำลังทำงานและข้อมูลหายเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM เก็บชุดคำสั่งเริ่มต้นเครื่องและข้อมูลไม่หาย
21. อุปกรณ์เก็บข้อมูลใดใช้หน่วยความจำแฟลช ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว และเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์มาก
- ก. SSD (Solid State Drive)
- ข. แผ่นดิสก์แสง (CD / DVD / Blu-ray)
- ค. แผ่นดิสเกต (Floppy Disk)
- ง. ฮาร์ดดิสก์ (HDD)
22. ข้อใดจัดเป็นซอฟต์แวร์ระบบ
- ก. โปรแกรม Excel
- ข. ไดรเวอร์ (Driver)
- ค. โปรแกรมบัญชี
- ง. โปรแกรม Word
23. คอมพิวเตอร์ประเภทใดรองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันและเน้นประมวลผลธุรกรรมปริมาณมาก
- ก. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer)
- ข. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)
- ค. เมนเฟรม (Mainframe)
- ง. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer)
24. ส่วนติดต่อผู้ใช้แบบใดใช้ภาพ ไอคอน หน้าต่าง และเมาส์
- ก. CLI (Command Line Interface)
- ข. Multitasking (การทำงานแบบหลายงาน)
- ค. Multi-user (การทำงานแบบหลายผู้ใช้)
- ง. GUI (Graphical User Interface)
25. แป้นลัดใดใช้ลบไฟล์ถาวรโดยไม่ผ่านถังรีไซเคิลใน Windows
- ก. Shift + Delete
- ข. Ctrl + X
- ค. Windows + D
- ง. Ctrl + Shift + Esc
26. โปรแกรมอรรถประโยชน์ชนิดใดมีหน้าที่ตรวจหาและกำจัดมัลแวร์
- ก. โปรแกรมสำรองข้อมูล
- ข. โปรแกรมป้องกันไวรัส
- ค. โปรแกรมบีบอัดไฟล์
- ง. โปรแกรมล้างข้อมูลดิสก์
27. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดจับคู่ภาษาคอมพิวเตอร์หรือตัวแปลภาษากับลักษณะได้ถูกต้อง
- ก. แอสเซมเบลอร์ — แปลภาษาเครื่องเป็นภาษาแอสเซมบลี
- ข. ภาษาเครื่อง — ใช้คำย่อแทนคำสั่งของเครื่องโดยตรง
- ค. อินเทอร์พรีเตอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่ง
- ง. คอมไพเลอร์ — แปลและทำงานทีละคำสั่งระหว่างรัน
28. คุณสมบัติของสารสนเทศที่หมายถึงการได้ข้อมูลมาทันใช้ตัดสินใจคือข้อใด
- ก. ตรงกับความต้องการ (Relevancy)
- ข. ครบถ้วนสมบูรณ์ (Completeness)
- ค. ถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
- ง. ทันเวลา (Timeliness)
29. รูปแบบการประมวลผลที่รวบรวมข้อมูลไว้ก่อน แล้วจึงประมวลผลพร้อมกันเป็นรอบ ตรงกับข้อใด
- ก. การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing)
- ข. การประมวลผลด้วยการจัดเรียง (Sorting)
- ค. การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing)
- ง. การประมวลผลด้วยการจัดกลุ่ม (Classifying)
30. ข้อใดหมายถึงคีย์หลัก (Primary Key)
- ก. ภาษามาตรฐานสำหรับสอบถามและจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล
- ข. เขตข้อมูลที่มีค่าไม่ซ้ำกัน ใช้ระบุแต่ละระเบียน
- ค. ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างและจัดการฐานข้อมูล
- ง. กลุ่มของข้อมูลที่สัมพันธ์กันและจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ
31. องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูลที่หมายถึงกฎหรือข้อตกลงที่ผู้ส่งและผู้รับใช้ร่วมกันคือข้อใด
- ก. ผู้ส่งข้อมูล (Sender)
- ข. ผู้รับข้อมูล (Receiver)
- ค. โปรโตคอล (Protocol)
- ง. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
32. การสื่อสารที่ส่งข้อมูลได้ทั้งสองทาง แต่แต่ละฝ่ายต้องสลับกันส่ง จัดเป็นแบบใด
- ก. แบบ Full-duplex (สองทิศทางพร้อมกัน)
- ข. แบบ Parallel (หลายบิตพร้อมกัน)
- ค. แบบ Simplex (ทิศทางเดียวเท่านั้น)
- ง. แบบ Half-duplex (สองทิศทางสลับกัน)
33. สื่อกลางในการสื่อสารชนิดใดส่งข้อมูลด้วยแสง
- ก. เส้นใยนำแสง (Fiber Optic)
- ข. สายคู่บิดเกลียวแบบ UTP
- ค. คลื่นวิทยุสำหรับเครือข่าย Wi-Fi
- ง. สายโคแอกเชียลสำหรับเคเบิลรุ่นเก่า
34. องค์กรเปิดเครือข่ายให้คู่ค้าบางกลุ่มเข้าใช้งาน เครือข่ายดังกล่าวเรียกว่าอะไร
- ก. ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server)
- ข. เอกซ์ทราเน็ต (Extranet)
- ค. อินทราเน็ต (Intranet)
- ง. เพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer)
35. เครือข่ายหนึ่งเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเข้ากับสวิตช์ที่เป็นศูนย์กลาง และเมื่อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเสีย เครื่องอื่นยังใช้งานได้ เครือข่ายนี้เป็นรูปแบบใด
- ก. เป็นการเชื่อมต่อแบบวงแหวน (Ring)
- ข. เป็นการเชื่อมต่อแบบเมช (Mesh)
- ค. เป็นการเชื่อมต่อแบบดาว (Star)
- ง. เป็นการเชื่อมต่อแบบบัส (Bus)
36. ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่างฮับกับสวิตช์ได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทางเหมือนกัน
- ข. ฮับและสวิตช์เป็นจุดรวมสายที่ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ตเหมือนกัน
- ค. ฮับส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต
- ง. ฮับส่งข้อมูลไปทุกพอร์ต ส่วนสวิตช์ส่งข้อมูลเฉพาะเครื่องปลายทาง
37. เทคโนโลยีไร้สายใดทำงานในระยะไม่กี่เซนติเมตรและใช้สำหรับแตะจ่ายเงิน
- ก. NFC
- ข. Bluetooth
- ค. Wi-Fi
- ง. 5G
38. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน อินเทอร์เน็ตหมายถึงข้อใด
- ก. ระบบเวิลด์ไวด์เว็บที่ Tim Berners-Lee คิดค้นขึ้นที่ CERN
- ข. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมเครือข่ายทั่วโลกเข้าด้วยกัน
- ค. โปรโตคอลกลางที่ใช้เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
- ง. โครงการเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาที่เริ่มใน ค.ศ. 1969
39. DNS (Domain Name System) ทำหน้าที่ใด
- ก. เป็นชื่อที่จำง่ายแทนหมายเลข IP
- ข. เป็นหมายเลขประจำเครื่องบนเครือข่าย
- ค. แปลงชื่อโดเมนเป็นหมายเลข IP
- ง. เป็นที่อยู่เต็มของหน้าเว็บหรือไฟล์
40. โปรโตคอลใดใช้แจกหมายเลข IP ให้เครื่องโดยอัตโนมัติ
- ก. HTTP
- ข. SMTP
- ค. HTTPS
- ง. DHCP
41. ข้อใดอธิบายความแตกต่างระหว่างคุกกี้กับแคชได้ถูกต้องตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. คุกกี้คือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์ ส่วนแคชคือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น
- ข. คุกกี้และแคชต่างเป็นสำเนาข้อมูลเว็บที่เบราว์เซอร์เก็บไว้เพื่อช่วยให้เปิดเว็บไซต์ครั้งต่อไปได้เร็วขึ้นเหมือนกัน
- ค. คุกกี้และแคชต่างเป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์เพื่อช่วยจดจำการเข้าสู่ระบบเหมือนกัน
- ง. คุกกี้คือสำเนาข้อมูลเว็บที่ช่วยให้เปิดครั้งหน้าเร็วขึ้น ส่วนแคชคือข้อมูลเล็ก ๆ ที่เว็บไซต์ฝากไว้ในเบราว์เซอร์
42. BCC (Blind Carbon Copy) มีหน้าที่ใด
- ก. ส่งไฟล์ไปพร้อมกับอีเมล
- ข. ส่งสำเนาแบบซ่อนรายชื่อ
- ค. ส่งอีเมลขยะถึงคนจำนวนมาก
- ง. ส่งสำเนาโดยผู้รับทุกคนเห็นรายชื่อกัน
43. ข้อใดจัดเป็นบริการเก็บไฟล์และทำงานร่วมกันตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
- ก. บริการ Google Meet
- ข. บริการ Microsoft Teams
- ค. บริการ OneDrive
- ง. บริการ LINE
44. ไฟล์เอกสารที่สร้างด้วย Microsoft Word โดยทั่วไปใช้นามสกุลใด
- ก. .accdb
- ข. .pptx
- ค. .xlsx
- ง. .docx
45. แป้นลัดใดใช้ทำตัวหนาใน Microsoft Word
- ก. Ctrl + B
- ข. Ctrl + U
- ค. Ctrl + E
- ง. Ctrl + I
46. การเปลี่ยนภาพ (Transition) ใน Microsoft PowerPoint หมายถึงข้อใด
- ก. การกำหนดรูปแบบกลางของทุกสไลด์
- ข. เอฟเฟกต์ระหว่างสไลด์
- ค. การดูภาพย่อทุกสไลด์และจัดลำดับ
- ง. เอฟเฟกต์ของวัตถุภายในสไลด์
47. ข้อใดคือความหมายของเซลล์ (Cell) ใน Microsoft Excel
- ก. แนวตั้งที่ใช้ตัวอักษร A, B, C, …
- ข. หน้าตาราง 1 หน้า หรือ Worksheet
- ค. ช่องที่คอลัมน์ตัดกับแถว เช่น B3
- ง. แนวนอนที่ใช้ตัวเลข 1, 2, 3, …
48. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน ข้อใดอธิบายความหมายของตัวดำเนินการใน Microsoft Excel ได้ถูกต้อง
- ก. เครื่องหมาย <> ใช้สำหรับเปรียบเทียบว่าเท่ากับ
- ข. เครื่องหมาย ^ ใช้สำหรับคำนวณเปอร์เซ็นต์
- ค. เครื่องหมาย + ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ
- ง. เครื่องหมาย & ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ
49. ตามหลักคอมพิวเตอร์พื้นฐาน การอ้างอิงเซลล์ $A1 มีความหมายตรงกับข้อใด
- ก. เป็นแบบผสม โดยตรึงคอลัมน์ A แต่ไม่ตรึงแถว 1
- ข. เป็นแบบผสม โดยตรึงแถว 1 แต่ไม่ตรึงคอลัมน์ A
- ค. เป็นแบบสัมบูรณ์ โดยตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1
- ง. เป็นแบบสัมพัทธ์ โดยไม่ตรึงทั้งคอลัมน์ A และแถว 1
50. ฟังก์ชันใดใช้สำหรับนับเซลล์ที่ไม่ว่าง โดยนับเซลล์ที่มีข้อความด้วย
- ก. ฟังก์ชัน SUMIF
- ข. ฟังก์ชัน COUNTA
- ค. ฟังก์ชัน COUNT
- ง. ฟังก์ชัน COUNTIF
51. ข้อผิดพลาดใดใน Microsoft Excel หมายถึงการหารด้วยศูนย์หรือหารด้วยเซลล์ว่าง
- ก. #REF!
- ข. #NAME?
- ค. #DIV/0!
- ง. #VALUE!
52. ข้อใดกล่าวถึงแป้นลัดสำหรับเปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์ใน Microsoft Excel ได้ถูกต้อง
- ก. F2 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ข. Ctrl + Home ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ค. F4 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์
- ง. Ctrl + 1 ใช้เปิดกล่องจัดรูปแบบเซลล์