Overview
ข้อสอบฝึกทำที่สร้างจากตัวบทกฎหมายฉบับทางการ (ฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากตัวบท และเฉลยผ่านการตรวจซ้ำก่อนเผยแพร่ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือคำปรึกษาทางกฎหมาย
Blueprint
Topic weighting and difficulty distribution
| Topic | Weight | # Questions | Difficulty (E/M/H) |
|---|
Exam Set Intelligence
Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.
144 min
Estimated time
11
Topics
0
Coverage gaps
0
Duplicate pairs
83/100
Blueprint alignment
Blueprint Target vs Actual
⚠ difficulty easy: major_mismatch (+34pp).
⚠ difficulty medium: major_mismatch (+33pp).
⚠ difficulty hard: major_mismatch (+33pp).
Assessment Performance
Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.
0
Attempts
0
Completed
—
Completion rate
—
Average score
—
Median score
—
Average completion
No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.
All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:59:44 PM
Questions
Review, edit, approve, or reject generated questions.
210 approved and ready to save.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในส่วนนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา มีการมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินการเรื่องใด เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น
- ก. การเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) ✓
- ข. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบ (Zero Dropout)
- ค. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการรับรองสมรรถนะ (Skill Certificate)
- ง. การเรียนรู้เพื่อมีงานทำ (Learn to Earn) และการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill)" ตามบทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา ของประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 กำหนดชัดเจนว่าให้มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ การเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบ (Zero Dropout)" ผิด: ประกาศฯ กำหนดการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลไว้ในเรื่อง Reskill และ Upskill ไม่ใช่ Active Learning หรือ Zero Dropout • "การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการรับรองสมรรถนะ (Skill Certificate)" ผิด: ประกาศฯ ระบุให้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) ไม่ใช่การเรียนรู้ตลอดชีวิตหรือการรับรองสมรรถนะ • "การเรียนรู้เพื่อมีงานทำ (Learn to Earn) และการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)" ผิด: ประกาศฯ ระบุให้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ Reskill และ Upskill ไม่ใช่ Learn to Earn หรือ Credit Bank อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “พร้อมทั้งมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “พร้อมทั้งมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย การส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะและคุณลักษณะตามข้อใด
- ก. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ข. เกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์ ✓
- ค. มีความสำนึกรักชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
- ง. ปฏิบัติตนตามแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤต เฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์" ตามนโยบายข้อ 2.2 กำหนดให้ส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยเน้นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์ ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นเป้าหมายของการส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองตามข้อ 2.1 และการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาตามข้อ 2.3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ผิด: เป็นเป้าหมายของการส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองตามข้อ 2.1 มิใช่วิทยาศาสตร์ • "มีความสำนึกรักชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย" ผิด: เป็นผลลัพธ์ที่มุ่งเน้นจากการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมืองตามข้อ 2.1 • "ปฏิบัติตนตามแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤต เฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า" ผิด: เป็นมาตรการด้านการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาและแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤตตามข้อ 2.3 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.2 ส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยเน้นกระบวนการจัดเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความสำนึกรักชาติ และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.3 ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน โดยกำหนดให้มีแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤตที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.2 ส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยเน้นกระบวนการจัดเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หากสถานศึกษาต้องการส่งเสริมความยืดหยุ่นทางการศึกษา โดยจัดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและการประเมินผลการศึกษาตามศักยภาพของผู้เรียน การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับระบบใดตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570
- ก. ระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate)
- ข. ระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
- ค. ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ✓
- ง. ระบบการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Learn to Earn)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 2.13 กำหนดให้พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และการประเมินผลการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) สถานศึกษาจึงต้องใช้ระบบดังกล่าวเพื่อเทียบระดับและประเมินผลตามที่นโยบายกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate)" ผิด: ตามนโยบายข้อ 2.13 ระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate) มีไว้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการประกอบอาชีพ มิใช่ระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา • "ระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)" ผิด: ตามนโยบายข้อ 2.14 แพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตมุ่งเน้นการสร้างความเสมอภาคและให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา • "ระบบการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Learn to Earn)" ผิด: ตามนโยบายข้อ 2.12 ระบบ Learn to Earn เป็นเรื่องการพัฒนาทักษะเพื่อการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.13 พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.12 พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.13 พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู การส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู มีเป้าหมายเพื่อให้ส่งผลต่อผู้เรียนตามข้อใด
- ก. เกิดทักษะในการใช้เทคโนโลยี เข้าใจภาษาต่างประเทศ และมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล
- ข. เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เข้าใจระบบการสะสมหน่วยกิต และมีความก้าวหน้าในอาชีพ
- ค. เกิดสมรรถนะเฉพาะทางด้านอาชีพ เข้าใจความต้องการของตลาด และมีความพร้อมมีงานทำ
- ง. เกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 นโยบายด้านที่ 1 ข้อ 1.7 กำหนดให้ส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดทักษะในการใช้เทคโนโลยี เข้าใจภาษาต่างประเทศ และมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล" ผิด: นโยบายข้อ 1.6 เน้นการพัฒนาครูให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาษาต่างประเทศ มิใช่ผลต่อผู้เรียนจากการสนับสนุนสื่อเครื่องมือในข้อนี้ • "เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เข้าใจระบบการสะสมหน่วยกิต และมีความก้าวหน้าในอาชีพ" ผิด: นโยบายข้อ 1.7 มิได้ระบุถึงการสะสมหน่วยกิตหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิตในข้อนี้ • "เกิดสมรรถนะเฉพาะทางด้านอาชีพ เข้าใจความต้องการของตลาด และมีความพร้อมมีงานทำ" ผิด: นโยบายข้อ 1.7 มิได้ระบุถึงสมรรถนะเฉพาะทางด้านอาชีพหรือความต้องการของตลาดแรงงาน อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.7 ส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.7 ส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การดำเนินงานตามมาตรการ Zero Dropout กำหนดแนวทางให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างไร
- ก. ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ✓
- ข. ให้กลับเข้าสู่การศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นหลักเพื่อจบการศึกษาภาคบังคับ
- ค. ให้รับการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านแหล่งเรียนรู้ชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน
- ง. ให้เน้นการศึกษานอกระบบเพื่อการฝึกทักษะอาชีพและการมีรายได้ระหว่างเรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 2.10 ภายใต้นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย กำหนดมาตรการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) โดยให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยอย่างรอบด้าน มิได้จำกัดเฉพาะรูปแบบการศึกษาใดรูปแบบหนึ่ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้กลับเข้าสู่การศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นหลักเพื่อจบการศึกษาภาคบังคับ" ผิด: นโยบายไม่ได้จำกัดให้กลับเข้าสู่เฉพาะการศึกษาในระบบ แต่เปิดโอกาสให้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย • "ให้รับการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านแหล่งเรียนรู้ชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดให้รับเฉพาะการศึกษาตามอัธยาศัย แต่ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย • "ให้เน้นการศึกษานอกระบบเพื่อการฝึกทักษะอาชีพและการมีรายได้ระหว่างเรียน" ผิด: นโยบายไม่ได้เจาะจงให้เน้นเฉพาะการศึกษานอกระบบ แต่ให้จัดการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้ง 3 รูปแบบ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจสภาพแวดล้อมพบว่าบ้านพักครูมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงจัดทำโครงการเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในมาตรการใด
- ก. แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ข. ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ✓
- ค. ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการประเมินวิทยฐานะครู
- ง. ปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 1.3 กำหนดให้ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น การปรับปรุงบ้านพักข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย โครงการปรับปรุงบ้านพักครูดังกล่าวจึงตรงกับมาตรการนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา" ผิด: การแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามข้อ 1.2 เป็นเรื่องการจัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อรวมหนี้และให้ความรู้การเงิน ไม่ใช่การปรับปรุงบ้านพักครู • "ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการประเมินวิทยฐานะครู" ผิด: การปรับปรุงรูปแบบและวิธีการประเมินวิทยฐานะครู ตามข้อ 1.4 เป็นเรื่องการกำหนดเกณฑ์ประเมินที่ยืดหยุ่นและการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกี่ยวกับสวัสดิการบ้านพัก • "ปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม" ผิด: การปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทน ตามข้อ 1.4 เป็นเรื่องโครงสร้างค่าตอบแทนในการประเมินวิทยฐานะ ไม่ใช่การดูแลสวัสดิการที่พักอาศัย อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น การปรับปรุงบ้านพักข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น การปรับปรุงบ้านพักข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) กำหนดไว้ในเรื่องใด
- ก. การปฏิรูปการศึกษานอกระบบ
- ข. การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. การปฏิรูประบบอาชีวศึกษา ✓
- ง. การปฏิรูปการศึกษาพิเศษ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปฏิรูประบบอาชีวศึกษา" ตามข้อ 2.7 ของนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 กำหนดให้ส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การปฏิรูปการศึกษานอกระบบ" ผิด: นโยบายการศึกษาไม่ได้ระบุเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการ Reskill และ Upskill ไว้ในการศึกษานอกระบบ • "การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: นโยบายการศึกษาไม่ได้ระบุเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการ Reskill และ Upskill ไว้ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "การปฏิรูปการศึกษาพิเศษ" ผิด: ตามข้อ 2.8 การปฏิรูปการศึกษาพิเศษมุ่งเน้นการสนับสนุนงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษรายบุคคล อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.7 ส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill)” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.8 ปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก โดยสนับสนุนงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์การเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนรายบุคคล”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.7 ส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อใดระบุแนวคิดของนโยบายและเป้าหมายการพัฒนาประเทศได้ถูกต้อง
- ก. กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีคุณธรรม”
- ข. กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
- ค. กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีความสุข”
- ง. กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในส่วนบทนำระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยมุ่งพัฒนาคนไทยทุกคนทุกช่วงวัยให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีคุณธรรม”" ผิด: “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่แนวคิดของนโยบาย ส่วน “เรียนดี มีคุณธรรม” เป็นแนวคิดของนโยบาย • "กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”" ผิด: นโยบายการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” ไม่ใช่ “เรียนดี มีความสุข” • "กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีความสุข”" ผิด: ระบุสลับกันและผิดทั้งสองส่วน โดยแนวคิดของนโยบายคือ “เรียนดี มีคุณธรรม” และเป้าหมายการพัฒนาประเทศคือ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 บทนำ: แนวคิดของนโยบาย: “ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 บทนำ: แนวคิดของนโยบาย: “เพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนทุกช่วงวัยให้มีศักยภาพและความพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน””
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 บทนำ: แนวคิดของนโยบาย: “ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม””
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งพบว่าผู้เรียนเผชิญปัญหาความเครียด และต้องการวางระบบการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตให้ครอบคลุมตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต และส่งต่อเพื่อรับคำปรึกษากับทีมสหวิชาชีพอย่างเป็นระบบ สถานศึกษาควรดำเนินการสนับสนุนบุคลากรตามข้อใด
- ก. สนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน ✓
- ข. สนับสนุนให้มีนักสังคมสงเคราะห์ประจำทุกกลุ่มสาระ
- ค. สนับสนุนให้มีจิตแพทย์ประจำหน่วยพยาบาลโรงเรียน
- ง. สนับสนุนให้มีพยาบาลวิชาชีพประจำฝ่ายกิจการนักเรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 2.4 ด้านการส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียนอย่างยั่งยืน ได้กำหนดมาตรการอย่างชัดเจนให้สนับสนุนมีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต และส่งต่อเพื่อรับคำปรึกษากับทีมสหวิชาชีพอย่างเป็นระบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สนับสนุนให้มีนักสังคมสงเคราะห์ประจำทุกกลุ่มสาระ" ผิด: นโยบายกำหนดให้สนับสนุนนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน ไม่ได้กำหนดให้มีนักสังคมสงเคราะห์ประจำทุกกลุ่มสาระ • "สนับสนุนให้มีจิตแพทย์ประจำหน่วยพยาบาลโรงเรียน" ผิด: นโยบายกำหนดให้สนับสนุนนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน ไม่ได้กำหนดให้มีจิตแพทย์ประจำหน่วยพยาบาลโรงเรียน • "สนับสนุนให้มีพยาบาลวิชาชีพประจำฝ่ายกิจการนักเรียน" ผิด: นโยบายกำหนดให้สนับสนุนนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน ไม่ได้กำหนดให้มีพยาบาลวิชาชีพประจำฝ่ายกิจการนักเรียน อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “สนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต และส่งต่อเพื่อรับคำปรึกษากับทีมสหวิชาชีพอย่างเป็นระบบ”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “สนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต และส่งต่อเพื่อรับคำปรึกษากับทีมสหวิชาชีพอย่างเป็นระบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับสิ่งใด
- ก. เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณสู่สถานศึกษาโดยตรง
- ข. เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้ ✓
- ค. เพื่อรองรับโครงสร้างอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. เพื่อรองรับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้" ตามนโยบายข้อ 3 การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา กำหนดให้มีการผลักดันกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้คนไทยมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและสอดคล้องกับสังคมในอนาคต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณสู่สถานศึกษาโดยตรง" ผิด: นโยบายข้อนี้ไม่ได้ระบุเรื่องการรองรับการจัดสรรงบประมาณสู่สถานศึกษา • "เพื่อรองรับโครงสร้างอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: นโยบายข้อนี้ไม่ได้ระบุเรื่องการรองรับโครงสร้างอัตรากำลังของกระทรวง • "เพื่อรองรับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา" ผิด: นโยบายข้อนี้ไม่ได้ระบุเรื่องการรองรับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๓. การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา: “3. การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๓. การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา: “3. การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อใดระบุเป้าหมายการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะทางของครูการศึกษาพิเศษได้ถูกต้อง
- ก. ด้านการผลิตและพัฒนาสื่อนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน
- ข. ด้านการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง
- ค. ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม ✓
- ง. ด้านการส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยเพื่อการจัดการเรียนรู้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 นโยบายด้านที่ 1 ข้อ 1.8 กำหนดให้พัฒนาและยกระดับศักยภาพครูการศึกษาพิเศษให้มีสมรรถนะเฉพาะทางด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม ควบคู่กับการสนับสนุนอัตรากำลังครูให้เพียงพอและเหมาะสม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านการผลิตและพัฒนาสื่อนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน" ผิด: ไม่มีการระบุเรื่องดังกล่าวเป็นสมรรถนะเฉพาะทางของครูการศึกษาพิเศษในนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ • "ด้านการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง" ผิด: เป็นนโยบายตามข้อ 2.1 ซึ่งเป็นนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มิใช่สมรรถนะเฉพาะทางของครูการศึกษาพิเศษ • "ด้านการส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยเพื่อการจัดการเรียนรู้" ผิด: เป็นนโยบายตามข้อ 1.7 ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนเครื่องมือและสื่อที่ทันสมัยแก่ครูทั่วไป มิใช่สมรรถนะเฉพาะทางของครูการศึกษาพิเศษ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.8 พัฒนาและยกระดับศักยภาพครูการศึกษาพิเศษให้มีสมรรถนะเฉพาะทางด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.7 ส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.8 พัฒนาและยกระดับศักยภาพครูการศึกษาพิเศษให้มีสมรรถนะเฉพาะทางด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพแก่นักเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติงานจริงจนมีรายได้ระหว่างเรียน และมีความพร้อมในการประกอบอาชีพทันทีหลังสำเร็จการศึกษา การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการข้อใด
- ก. การพัฒนาระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Skill Certificate)
- ข. การจัดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
- ค. การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบและศูนย์กลางทางวิชาการในระดับพื้นที่ (1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ)
- ง. การส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย ข้อ 2.12 กำหนดแนวทางให้พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพแก่ผู้เรียน เพื่อให้เรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน และจบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพัฒนาระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Skill Certificate)" ผิด: ตามข้อ 2.13 มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นโดยมีระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ไม่ใช่การมุ่งเน้นการสร้างรายได้ระหว่างเรียนและจบแล้วมีงานทำ • "การจัดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)" ผิด: ตามข้อ 2.13 กำหนดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและการประเมินผลผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อตอบโจทย์ความยืดหยุ่นในการศึกษา • "การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบและศูนย์กลางทางวิชาการในระดับพื้นที่ (1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ)" ผิด: ตามข้อ 2.11 กำหนดให้พัฒนาโรงเรียนต้นแบบและศูนย์กลางทางวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ใช่การฝึกทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.12 พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “มีระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.11 พัฒนาโรงเรียนคุณภาพประจำอำเภอ (1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ) ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบและศูนย์กลางทางวิชาการในการสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.12 พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในด้านการพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู การพัฒนาระบบการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องยึดหลักการใด
- ก. ยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต ✓
- ข. ยึดหลักความรวดเร็ว คล่องตัว และการกระจายอำนาจบริหาร
- ค. ยึดหลักความหลากหลาย ยืดหยุ่น และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- ง. ยึดหลักความคุ้มค่า เสมอภาค และการมีส่วนร่วมของชุมชน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต" ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ข้อ 1.5 กำหนดให้พัฒนาระบบการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและรองรับความต้องการได้อย่างแท้จริง โดยยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยึดหลักความรวดเร็ว คล่องตัว และการกระจายอำนาจบริหาร" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดหลักความรวดเร็ว คล่องตัว และการกระจายอำนาจบริหารในการพัฒนาระบบการย้ายครู • "ยึดหลักความหลากหลาย ยืดหยุ่น และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง" ผิด: ข้อความเรื่องความหลากหลายและยืดหยุ่นเป็นแนวทางการกำหนดเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะตามข้อ 1.4 ไม่ใช่หลักการพัฒนาระบบการย้ายครู • "ยึดหลักความคุ้มค่า เสมอภาค และการมีส่วนร่วมของชุมชน" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดหลักความคุ้มค่า เสมอภาค และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาระบบการย้ายครู อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “พัฒนาระบบการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถรองรับความต้องการได้อย่างแท้จริง โดยยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “พัฒนาระบบการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถรองรับความต้องการได้อย่างแท้จริง โดยยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย ในประเด็น "การปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก" มีแนวทางการดำเนินงานสำคัญตามข้อใด
- ก. จัดสรรทุนการศึกษาแบบให้เปล่าและจัดระบบโรงเรียนคู่ขนานเพื่อรองรับผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษทุกระดับ
- ข. สนับสนุนงบประมาณ สื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษรายบุคคลและพัฒนาทักษะอาชีพ ✓
- ค. ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการคิดวิเคราะห์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ตอบสนองวิถีที่หลากหลาย
- ง. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่และการเพิ่มทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สนับสนุนงบประมาณ สื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษรายบุคคลและพัฒนาทักษะอาชีพ" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 2.8 การปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก กำหนดให้สนับสนุนงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์การเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนรายบุคคล พัฒนาทักษะอาชีพ และส่งเสริมการสร้างรายได้ตามศักยภาพของผู้เรียน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสรรทุนการศึกษาแบบให้เปล่าและจัดระบบโรงเรียนคู่ขนานเพื่อรองรับผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษทุกระดับ" ผิด: นโยบายการศึกษาพิเศษไม่ได้ระบุถึงการให้ทุนการศึกษาแบบให้เปล่าหรือการจัดระบบโรงเรียนคู่ขนาน • "ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการคิดวิเคราะห์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ตอบสนองวิถีที่หลากหลาย" ผิด: การปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การคิดวิเคราะห์ตั้งแต่ปฐมวัย และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เป็นแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามข้อ 2.9 • "ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่และการเพิ่มทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต" ผิด: การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการ Reskill และ Upskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เป็นแนวทางของการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาตามข้อ 2.7 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.8 ปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก โดยสนับสนุนงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์การเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนรายบุคคล พัฒนาทักษะอาชีพ และส่งเสริมการสร้างรายได้ตามศักยภาพของผู้เรียน”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “2.8 ปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก โดยสนับสนุนงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์การเรียนรู้ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของผู้เรียนรายบุคคล พัฒนาทักษะอาชีพ และส่งเสริมการสร้างรายได้ตามศักยภาพของผู้เรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมชายมีภาระหนี้สินจากหลายสถาบันการเงินและต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยสูงจนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 จะต้องดำเนินการตามมาตรการใด
- ก. จัดสรรงบประมาณชำระหนี้แทนข้าราชการครูผ่านกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู
- ข. ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มอัตรากำลังสายสนับสนุนเพื่อช่วยบริหารหนี้สิน
- ค. จัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและรวมหนี้ไว้เพียงแห่งเดียว ✓
- ง. จัดตั้งกองทุนกู้ยืมสวัสดิการปลอดดอกเบี้ยประจำสถานศึกษาเพื่อทดแทนหนี้เดิม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและรวมหนี้ไว้เพียงแห่งเดียว" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 1.2 กำหนดแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ และให้ครูสามารถรวมหนี้ได้ในสหกรณ์กลางเพียงแห่งเดียวเพื่อลดภาระการชำระหนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสรรงบประมาณชำระหนี้แทนข้าราชการครูผ่านกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดให้จัดสรรงบประมาณไปชำระหนี้แทนครู แต่ให้จัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อรวมหนี้และหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ • "ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มอัตรากำลังสายสนับสนุนเพื่อช่วยบริหารหนี้สิน" ผิด: การปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มอัตรากำลังสายสนับสนุนเป็นมาตรการลดภาระงานครูในข้อ 1.1 ไม่ใช่มาตรการแก้ปัญหาหนี้สิน • "จัดตั้งกองทุนกู้ยืมสวัสดิการปลอดดอกเบี้ยประจำสถานศึกษาเพื่อทดแทนหนี้เดิม" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดให้จัดตั้งกองทุนกู้ยืมปลอดดอกเบี้ยประจำสถานศึกษา แต่กำหนดให้จัดตั้งสหกรณ์กลาง อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.2 แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดตั้งสหกรณ์กลาง เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรวมหนี้ได้ในสหกรณ์กลางเพียงแห่งเดียว”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๑. การพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู: “1.2 แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดตั้งสหกรณ์กลาง เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถรวมหนี้ได้ในสหกรณ์กลางเพียงแห่งเดียว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง ตรงกับข้อใด
- ก. Learn to Earn
- ข. Lifelong Learning
- ค. Skill Certificate
- ง. Active Learning ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Active Learning" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อ 2.5 กำหนดให้พัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อส่งเสริมสมรรถนะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Learn to Earn" ผิด: ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายข้อนี้ไม่ได้ใช้คำว่า Learn to Earn ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำหรือมีรายได้ระหว่างเรียน • "Lifelong Learning" ผิด: ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายข้อนี้ไม่ได้ระบุคำว่า Lifelong Learning แต่ระบุชัดเจนถึงการให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) • "Skill Certificate" ผิด: ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายข้อนี้ไม่ได้ระบุเรื่อง Skill Certificate ซึ่งเป็นเรื่องการรับรองสมรรถนะหรือประกาศนียบัตรทักษะ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “พัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ๒. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย: “พัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้นโดยมีเป้าหมายตามข้อใด
- ก. เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล ✓
- ข. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ
- ค. เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย
- ง. เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล" ตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ระบุไว้ในประกาศยุทธศาสตร์ชาติ บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ • "เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายว่าเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่กรอบการปฏิรูปการศึกษา • "เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันอย่างเร่งด่วน อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม
- ก. การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน
- ข. การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ✓
- ค. การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น
- ง. การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ กำหนดให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉมเพื่อตอบสนองต่อศตวรรษที่ 21 ด้วยการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ตลอดจนตระหนักถึงพหุปัญญาที่หลากหลายของมนุษย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติมุ่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ผู้เรียนกำกับการเรียนรู้ได้ต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ไม่ใช่การบังคับให้อยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัย • "การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย พร้อมทั้งพัฒนาและรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษของพหุปัญญาแต่ละประเภท ไม่ใช่ลดความสำคัญลง • "การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติเน้นการเปลี่ยนบทบาทครูและการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา ไม่ใช่การคงบทบาทผู้ถ่ายทอดแบบเดิมหรือการรวมศูนย์อำนาจ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) หากคณะทำงานวิเคราะห์ความท้าทายด้านศักยภาพและคุณภาพประชากรตามบทนำของยุทธศาสตร์ชาติ ข้อใดคือสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ แม้การเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณะจะครอบคลุมเพิ่มขึ้นแล้ว
- ก. จำนวนบุคลากรวิชาชีพที่ไม่เพียงพอต่อการกระจายตัวของประชากร
- ข. การขาดงบประมาณในการขยายโครงสร้างพื้นฐานสู่ชุมชนห่างไกล
- ค. คุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ✓
- ง. การปฏิเสธการเข้ารับบริการภาครัฐของประชาชนในระดับท้องถิ่น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่" ตามบทนำของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ระบุว่า แม้การเข้าถึงระบบบริการสาธารณะและการศึกษาจะครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น แต่ปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ สถานศึกษาจึงต้องนำประเด็นนี้มาวางแผนเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพให้เท่าเทียมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จำนวนบุคลากรวิชาชีพที่ไม่เพียงพอต่อการกระจายตัวของประชากร" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุเรื่องจำนวนบุคลากรวิชาชีพไม่เพียงพอว่าเป็นสาเหตุหลักของปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว • "การขาดงบประมาณในการขยายโครงสร้างพื้นฐานสู่ชุมชนห่างไกล" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุว่าการขาดงบประมาณเป็นสาเหตุหลัก แต่ระบุว่าการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการมีความครอบคลุมเพิ่มมากขึ้นแล้ว • "การปฏิเสธการเข้ารับบริการภาครัฐของประชาชนในระดับท้องถิ่น" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุว่าประชาชนปฏิเสธการรับบริการ แต่ระบุว่าการเข้าถึงบริการสาธารณะของคนไทยมีความครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ กำหนดให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจาก "ครูสอน" ไปเป็นบทบาทใด
- ก. เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"
- ข. เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"
- ค. เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"
- ง. เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.3.2 กำหนดให้เปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับเปลี่ยนจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" เพื่อทำหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ และแนะนำวิธีเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่พี่เลี้ยงหรือผู้กำกับการเรียนรู้ • "เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ประสานการเรียนรู้ • "เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่ที่ปรึกษาหรือผู้จัดการการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.3.2 การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘ครู’ ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการการเรียนรู้””
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.3.2 การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘ครู’ ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการการเรียนรู้””
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ประเทศไทย สาระสำคัญของคำว่า “ความมั่นคง” หมายถึงข้อใด
- ก. การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศในทุกระดับและทุกมิติ ✓
- ข. การขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงและความเหลื่อมล้ำลดลง
- ค. การรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติโดยมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามในมิติทางการทหารเป็นสำคัญ
- ง. การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนหลักการใช้ การรักษา และฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศในทุกระดับและทุกมิติ" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ในส่วนวิสัยทัศน์ประเทศไทย คำว่า 'ความมั่นคง' หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศในทุกระดับ และครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงคือ 'ความมั่งคั่ง' และการเติบโตที่ดูแลรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติคือ 'ความยั่งยืน' ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงและความเหลื่อมล้ำลดลง" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของคำว่า ความมั่งคั่ง • "การรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติโดยมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามในมิติทางการทหารเป็นสำคัญ" ผิด: ความมั่นคงครอบคลุมในทุกระดับและทุกมิติทั้งการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง มิได้มุ่งเน้นเฉพาะมิติทางการทหาร • "การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนหลักการใช้ การรักษา และฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของคำว่า ความยั่งยืน อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ความมั่นคง หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศ และภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล และ มีความมั่นคงในทุกมิติ” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ความมั่งคั่ง หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน จนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา และการฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ความมั่นคง หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศ และภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล และ มีความมั่นคงในทุกมิติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนจัดทำโครงการร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคนตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ในประเด็น 'การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน' แนวทางที่ยุทธศาสตร์ชาติเน้นย้ำให้พ่อแม่มีวัฒนธรรมในการปลูกฝังแก่บุตรหลานโดยตรงคือข้อใด
- ก. การส่งเสริมให้บุตรหลานมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและวิทยาศาสตร์
- ข. การส่งเสริมให้บุตรหลานเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ ✓
- ค. การส่งเสริมให้บุตรหลานฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน
- ง. การส่งเสริมให้บุตรหลานพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การส่งเสริมให้บุตรหลานเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.6.3 การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน กำหนดแนวทางชัดเจนว่าต้องเน้นให้พ่อแม่มีวัฒนธรรมที่ปลูกฝังให้ลูกเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ การจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นทักษะเหล่านี้จึงสอดคล้องกับแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การส่งเสริมให้บุตรหลานมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและวิทยาศาสตร์" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุให้พ่อแม่เน้นการปลูกฝังความเป็นเลิศทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ในประเด็นทักษะนอกห้องเรียน • "การส่งเสริมให้บุตรหลานฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน" ผิด: การฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อตลาดแรงงานไม่ใช่ทักษะที่กำหนดให้พ่อแม่เน้นปลูกฝังในประเด็นการพัฒนาทักษะนอกห้องเรียนตามข้อนี้ • "การส่งเสริมให้บุตรหลานพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง" ผิด: การพัฒนาภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูงไม่ได้เป็นทักษะที่ยุทธศาสตร์ชาติเน้นย้ำให้พ่อแม่ปลูกฝังในข้อนี้ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.6.3 การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน โดยเน้นให้พ่อแม่มีวัฒนธรรม ที่ปลูกฝังให้ลูกเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.6.3 การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน โดยเน้นให้พ่อแม่มีวัฒนธรรม ที่ปลูกฝังให้ลูกเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) เป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มุ่งพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้มีลักษณะตามข้อใด
- ก. รู้ รับ ปรับใช้ และก้าวทันโลก
- ข. มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
- ค. เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ✓
- ง. มีวินัย ซื่อสัตย์ และมีจิตอาสา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ข้อ 4.3 กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ จึงตอบข้อ เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รู้ รับ ปรับใช้ และก้าวทันโลก" ผิด: ข้อความ รู้ รับ ปรับใช้ เป็นแนวทางด้านเทคโนโลยีใหม่ในภาพรวม ไม่ใช่เป้าหมายการพัฒนาคนในข้อ 4.3 • "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" ผิด: ข้อความดังกล่าวเป็นวิสัยทัศน์ของประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่เป้าหมายการพัฒนาคนตามข้อ 4.3 • "มีวินัย ซื่อสัตย์ และมีจิตอาสา" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติ ข้อ 4.3 กำหนดเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “4.3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “4.3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและผู้รับสนองพระราชโองการตรงกับข้อใด
- ก. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ข. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ" ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) พระบรมราชโองการได้ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2561 และได้นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 (เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก) โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ ดังนั้นข้อความที่ระบุว่าประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการจึงถูกต้องที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ" ผิด: ผู้รับสนองพระราชโองการตามประกาศคือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานรัฐสภา • "ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ" ผิด: วันที่ 8 ตุลาคม 2561 เป็นวันประกาศพระบรมราชโองการ ไม่ใช่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา • "ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ" ผิด: วันที่ 8 ตุลาคม 2561 เป็นวันประกาศพระบรมราชโองการ และผู้รับสนองพระราชโองการคือนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานรัฐสภา อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ้ หนา 1่ เลม 135 ตอนที่ 82 ก ราชกิจจานุเบกษา 13 ตุลาคม 2561”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หากสถานศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาผู้เรียนตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับแนวทางตามยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวโดยตรงที่สุด
- ก. จัดค่ายฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนรองรับทักษะในศตวรรษที่ 21 ✓
- ข. จัดกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพในการสร้างรายได้และการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานหลังการเกษียณอายุ
- ค. อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์และการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก
- ง. ส่งเสริมภาคธุรกิจให้บริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลและคำนึงถึงต้นทุนทางสังคมในการดำเนินงาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดค่ายฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนรองรับทักษะในศตวรรษที่ 21" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.2.2 การพัฒนาศักยภาพคนช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น กำหนดให้ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาทักษะที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน การจัดค่ายดังกล่าวจึงสอดคล้องโดยตรงที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพในการสร้างรายได้และการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานหลังการเกษียณอายุ" ผิด: การเสริมทักษะอาชีพในการหารายได้และการทำงานหลังเกษียณ เป็นแนวทางของช่วงวัยผู้สูงอายุ • "อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์และการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก" ผิด: การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์และอนามัยแม่และเด็ก เป็นแนวทางของช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย ตามข้อ 4.2.1 • "ส่งเสริมภาคธุรกิจให้บริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลและคำนึงถึงต้นทุนทางสังคมในการดำเนินงาน" ผิด: การส่งเสริมให้บริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลและคำนึงถึงต้นทุนทางสังคม เป็นแนวทางด้านการสร้างค่านิยมจากภาคธุรกิจ ตามข้อ 4.1.5 อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.2.2 ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาทักษะความสามารถ การเรียนรู้ที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.2.1 ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย เน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ก่อน การตั้งครรภ์ ส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.1.5 การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึงประสงค์จากภาคธุรกิจ โดยกระตุ้นให้ ภาคธุรกิจมีการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.2.2 ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาทักษะความสามารถ การเรียนรู้ที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ในการวิเคราะห์แนวโน้มการเคลื่อนย้ายประชากรเข้าออกประเทศ การย้ายถิ่นของประชากรส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์สำคัญตามข้อใด
- ก. เพื่อศึกษาต่อและพัฒนาทักษะวิชาชีพชั้นสูง
- ข. เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ✓
- ค. เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมและการได้รับสัญชาติ
- ง. เพื่อหนีภัยสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ส่วนปัจจัยและแนวโน้มที่คาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ระบุว่าการย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จึงทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศผู้รับของประชากรจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่แรงงานทักษะของไทยมีแรงจูงใจย้ายไปยังประเทศที่มีระดับการพัฒนาที่ดีกว่า ตัวเลือกอื่นจึงไม่ใช่ข้อความตามที่ยุทธศาสตร์ชาติระบุ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อศึกษาต่อและพัฒนาทักษะวิชาชีพชั้นสูง" ผิด: แม้จะมีการกล่าวถึงกลุ่มศักยภาพที่เคลื่อนย้ายไปเรียน แต่การย้ายถิ่นส่วนใหญ่ระบุชัดเจนว่าเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น • "เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมและการได้รับสัญชาติ" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุเรื่องการยกระดับสถานะทางสังคมหรือการขอสัญชาติเป็นวัตถุประสงค์หลักของการย้ายถิ่นส่วนใหญ่ • "เพื่อหนีภัยสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุว่าการย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อหนีภัยสงคราม แต่ระบุว่าเพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “การย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “การย้ายถิ่นส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี การดำเนินงานในข้อใดจัดอยู่ในแนวทาง "การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี"
- ก. เฝ้าระวังและจัดการกับความรู้ที่ไม่ถูกต้องเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการมีกิจกรรมทางกาย
- ข. พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยและพยากรณ์โรคล่วงหน้าควบคู่กับระบบการดูแลสุขภาพทางไกลที่เข้าถึงง่าย
- ค. กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชนและภาคประชาชนก่อนดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อสุขภาวะ ✓
- ง. ผลักดันนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบเพื่อลดภัยคุกคามที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสุขภาวะคนไทย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชนและภาคประชาชนก่อนดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อสุขภาวะ" ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประเด็น 4.5.3 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ได้กำหนดแนวทางให้มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และรวมทั้งกำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชนและภาคประชาชนก่อนการดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อระดับสุขภาวะ ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นแนวทางการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยง การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะตามลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เฝ้าระวังและจัดการกับความรู้ที่ไม่ถูกต้องเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการมีกิจกรรมทางกาย" ผิด: จัดเป็นแนวทางตามประเด็นการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ ไม่ใช่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี • "พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยและพยากรณ์โรคล่วงหน้าควบคู่กับระบบการดูแลสุขภาพทางไกลที่เข้าถึงง่าย" ผิด: จัดเป็นแนวทางตามประเด็นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยสนับสนุนการสร้างสุขภาวะที่ดี ไม่ใช่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี • "ผลักดันนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบเพื่อลดภัยคุกคามที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสุขภาวะคนไทย" ผิด: จัดเป็นแนวทางตามประเด็นการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะ ไม่ใช่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.5.3 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี โดยส่งเสริมให้มีการ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “รวมทั้งกำหนดให้มีการประเมิน ผลกระทบด้านสุขภาพ โดยชุมชนและภาคประชาชนก่อนการดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อระดับ สุขภาวะ”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.5.3 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี โดยส่งเสริมให้มีการ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบงานนโยบายและแผนต้องนำทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) มาใช้เป็นกรอบอ้างอิง หากต้องระบุ “วิสัยทัศน์” ของประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องระบุตามข้อใด
- ก. ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน
- ข. ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคมเสมอภาคและเป็นธรรม ด้วยการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
- ค. ประเทศชาติมีความสงบสุข มั่งคั่ง ยั่งยืน ก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ด้วยการพัฒนาบนฐานเศรษฐกิจใหม่
- ง. ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) วิสัยทัศน์ของประเทศไทยคือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ส่วนข้อความ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” นั้นเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน" ผิด: ข้อความนี้เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของประเทศไทย • "ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคมเสมอภาคและเป็นธรรม ด้วยการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่หลักธรรมาภิบาล • "ประเทศชาติมีความสงบสุข มั่งคั่ง ยั่งยืน ก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ด้วยการพัฒนาบนฐานเศรษฐกิจใหม่" ผิด: ข้อความวิสัยทัศน์ตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ใช้ถ้อยคำนี้ แต่กำหนดให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): ““ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”” ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “เป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนา อย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน””
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): ““ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง””
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามที่ระบุในความเป็นมาของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หน่วยงานใดมีหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษาทุกระดับ
- ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ✓
- ข. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- ค. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา" ตามความเป็นมาของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ระบุชัดเจนว่ากฎหมายได้กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งบูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษาทุกระดับ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางระยะยาว 20 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา" ผิด: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีหน้าที่จัดการอาชีวศึกษา มิใช่หน่วยงานที่พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ • "สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมิใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติตามที่ระบุในแผนฯ • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มิใช่หน่วยงานที่พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “ได้กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “ได้กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามีหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดตามเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) ได้กำหนดทิศทางการปรับระบบการจัดสรรเงินเพื่อการศึกษาไว้อย่างไร
- ก. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านผู้ให้บริการ
- ข. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์ ✓
- ค. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านหน่วยงาน
- ง. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปทาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในตัวชี้วัดตามเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) กำหนดทิศทางการเงินเพื่อการศึกษาว่าต้อง 'มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์' เพื่อให้งบประมาณสะท้อนความต้องการของผู้เรียนโดยตรง จึงทำให้ตัวเลือกดังกล่าวถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านผู้ให้บริการ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์ ไม่ใช่ด้านผู้ให้บริการ • "มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านหน่วยงาน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์ ไม่ใช่ด้านหน่วยงาน • "มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปทาน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์ ไม่ใช่ด้านอุปทาน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ประสิทธิภาพ (Efficiency) 1) มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของ N/A มี มี มี มี” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “8) มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ประสิทธิภาพ (Efficiency) 1) มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของ N/A มี มี มี มี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนร่วมมือกับชุมชนจัดโครงการบันทึกองค์ความรู้ด้านหัตถกรรมและสมุนไพรพื้นบ้านของปราชญ์ชาวบ้านรุ่นคุณตาคุณยาย เพื่อจัดทำเป็นสื่อดิจิทัลและระบบข้อมูลให้เยาวชนสามารถศึกษาและสืบทอดความรู้ได้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในเรื่องใดโดยตรงที่สุด
- ก. ส่งเสริมให้แรงงานได้รับโอกาสยกระดับคุณวุฒิการศึกษาและทักษะความรู้ตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ
- ข. ส่งเสริมการปลูกฝัง บ่มเพาะ และกล่อมเกลาลักษณะนิสัยของครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรหลาน
- ค. ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย และพัฒนาระบบสารสนเทศหรือสื่อที่เหมาะสม ✓
- ง. สร้างมาตรฐานผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ที่เรียนดี มีวินัย มีคุณธรรม และรักสันติ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย และพัฒนาระบบสารสนเทศหรือสื่อที่เหมาะสม" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 กำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ว่าให้ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย พร้อมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศหรือสื่อที่เหมาะสมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการถ่ายทอดภูมิปัญญา ดังนั้น การที่โรงเรียนและชุมชนร่วมกันจัดทำสื่อดิจิทัลเพื่อบันทึกและสืบทอดภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้านผู้สูงอายุจึงสอดคล้องกับแนวทางนี้โดยตรงที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งเสริมให้แรงงานได้รับโอกาสยกระดับคุณวุฒิการศึกษาและทักษะความรู้ตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติฯ กำหนดไว้สำหรับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ มิใช่เรื่องการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น • "ส่งเสริมการปลูกฝัง บ่มเพาะ และกล่อมเกลาลักษณะนิสัยของครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรหลาน" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติฯ กำหนดไว้สำหรับการเลี้ยงดูบุตรหลานในครอบครัวผ่านวิถีชีวิตประจำวัน • "สร้างมาตรฐานผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ที่เรียนดี มีวินัย มีคุณธรรม และรักสันติ" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติฯ กำหนดไว้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนระดับอาชีวศึกษาโดยเฉพาะ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย และพัฒนาระบบ” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “สารสนเทศ/สื่อที่เหมาะสมที่เอื้อกับการเรียนรู้และการถ่ายทอดภูมิปัญญาสำหรับผู้สูงวัย”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย และพัฒนาระบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนของแนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) “หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน” ตรงกับข้อความภาษาอังกฤษในข้อใด
- ก. Inclusive Education
- ข. Sustainable Education
- ค. All for Education
- ง. Education for All ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Education for All" ตามแนวคิดการจัดการศึกษาของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ได้ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษา โดยระบุว่าหลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน ตรงกับ Education for All ในขณะที่ Inclusive Education คือการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง และ All for Education คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Inclusive Education" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 คำว่า Inclusive Education คือหลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง • "Sustainable Education" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ไม่ได้ใช้คำนี้เป็นหลักการจัดการศึกษา แต่ใช้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 2030) • "All for Education" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 คำว่า All for Education คือหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “แนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลัก สำคัญในการจัดการศึกษา ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีสวนรวมของทุกภาคสวนของ สังคม (All for Education)”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “แนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลัก สำคัญในการจัดการศึกษา ประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ช่วงระยะเวลาของการดำเนินการปกติตามแผนถูกกำหนดไว้เป็นกี่ระยะ และครอบคลุมช่วงปีใด
- ก. กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2564, 2565 – 2569, 2570 – 2574 และ 2575 – 2579 ✓
- ข. กำหนดเป็น 5 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2563, 2564 – 2567, 2568 – 2571, 2572 – 2575 และ 2576 – 2579
- ค. กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2561, 2562 – 2566, 2567 – 2572 และ 2573 – 2579
- ง. กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2569 (ช่วงสิบปีแรก) และ พ.ศ. 2570 – 2579 (ช่วงสิบปีหลัง)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2564, 2565 – 2569, 2570 – 2574 และ 2575 – 2579" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในตารางกำหนดช่วงระยะเวลาของแผน ได้จำแนกออกเป็นระยะเร่งด่วน (พ.ศ. 2560 – 2561) และการดำเนินการปกติตามแผนกำหนดเป็น 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี ได้แก่ พ.ศ. 2560 – 2564, 2565 – 2569, 2570 – 2574 และ 2575 – 2579 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดเป็น 5 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2563, 2564 – 2567, 2568 – 2571, 2572 – 2575 และ 2576 – 2579" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดการดำเนินการปกติตามแผนเป็น 4 ระยะ ไม่ใช่ 5 ระยะ • "กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2561, 2562 – 2566, 2567 – 2572 และ 2573 – 2579" ผิด: ช่วง พ.ศ. 2560 – 2561 ถูกกำหนดให้เป็นระยะเร่งด่วน ไม่ใช่ระยะแรกของการดำเนินการปกติตามแผน • "กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2569 (ช่วงสิบปีแรก) และ พ.ศ. 2570 – 2579 (ช่วงสิบปีหลัง)" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดการดำเนินการปกติแบ่งเป็น 4 ระยะ (ระยะละ 5 ปี) ไม่ได้แบ่งเป็น 2 ระยะช่วงละ 10 ปี อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระยะเร่งด่วน การดำเนินการปกติตามแผน กำหนดเป็น 4 ระยะ 2560 – 2561 2560 – 2564 2565 – 2569 2570 – 2574 2575 – 2579”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระยะเร่งด่วน การดำเนินการปกติตามแผน กำหนดเป็น 4 ระยะ 2560 – 2561 2560 – 2564 2565 – 2569 2570 – 2574 2575 – 2579”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน สถานศึกษาพบว่าไม่สามารถจัดสรรโอกาสและส่งต่อบริการทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุม หากวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใดโดยตรง
- ก. โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
- ข. ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ✓
- ค. ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว
- ง. สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (ยุทธศาสตร์ที่ 4) ระบุว่า ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มิได้ระบุว่าความไม่ยืดหยุ่นของหลักสูตรเป็นสาเหตุที่ทำให้จัดสรรโอกาสและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นไม่ทั่วถึง • "ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มิได้ระบุเรื่องการขาดแคลนครูแนะแนวเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็น • "สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ระบุถึงข้อจำกัดด้านระบบข้อมูลสารสนเทศรายบุคคล มิใช่การขาดแคลนงบประมาณจัดหาสื่อเทคโนโลยีในประเด็นนี้ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระบบข้อมูล และสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐ ไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระบบข้อมูล และสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐ ไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 แนวทางการยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ได้ระบุลักษณะของ “พื้นที่พิเศษ” ไว้อย่างไร
- ก. พื้นที่สูง พื้นที่ประสบภัยแล้ง พื้นที่ชนบท และพื้นที่เขตอุตสาหกรรมหนาแน่น
- ข. พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง
- ค. พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ✓
- ง. พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ พื้นที่ชายขอบ พื้นที่แออัดในเมือง และพื้นที่เกษตรกรรม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ได้ระบุลักษณะของพื้นที่พิเศษไว้โดยตรงว่า ได้แก่ พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พื้นที่สูง พื้นที่ประสบภัยแล้ง พื้นที่ชนบท และพื้นที่เขตอุตสาหกรรมหนาแน่น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมิได้ระบุพื้นที่ประสบภัยแล้งหรือพื้นที่เขตอุตสาหกรรม แต่ระบุพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล • "พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมิได้ระบุพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารหรือพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ระบุพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล • "พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ พื้นที่ชายขอบ พื้นที่แออัดในเมือง และพื้นที่เกษตรกรรม" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมิได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติหรือพื้นที่แออัดในเมือง แต่ระบุพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “และพื้นที่พิเศษ ทั้งที่เป็นพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “และพื้นที่พิเศษ ทั้งที่เป็นพื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์หลักที่ 4 มุ่งเน้นการดำเนินงานในเรื่องใด?
- ก. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
- ข. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ค. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
- ง. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 บทที่ 5 ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักไว้ 6 ยุทธศาสตร์ โดยยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ส่วนการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงเป็นยุทธศาสตร์ที่ 1 และการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยเป็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้" ผิด: เป็นชื่อและเป้าหมายของยุทธศาสตร์ที่ 3 มิใช่ยุทธศาสตร์ที่ 4 • "การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ผิด: เป็นชื่อและเป้าหมายของยุทธศาสตร์ที่ 5 มิใช่ยุทธศาสตร์ที่ 4 • "การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ" ผิด: เป็นชื่อและเป้าหมายของยุทธศาสตร์ที่ 1 มิใช่ยุทธศาสตร์ที่ 4 อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งมีนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าศึกษา หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในการเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ควรเลือกดำเนินงานตามข้อใด
- ก. ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น ✓
- ข. จัดการศึกษาแบบแยกห้องเรียนเดี่ยวเฉพาะทางเพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำ
- ค. กำหนดให้ผู้เรียนศึกษาผ่านระบบการศึกษาทางไกลด้วยตนเองที่บ้านเป็นหลัก
- ง. ส่งตัวผู้เรียนทุกคนไปเข้ารับการศึกษาในสถาบันการศึกษาเฉพาะความพิการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนของแนวทางการพัฒนา ได้กำหนดชัดเจนให้ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาแก่เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ดังนั้น การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมจึงสอดคล้องกับแนวทางของแผนโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการศึกษาแบบแยกห้องเรียนเดี่ยวเฉพาะทางเพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้จัดการศึกษาแบบเรียนรวม มิใช่การแยกห้องเรียนเดี่ยวเฉพาะทาง • "กำหนดให้ผู้เรียนศึกษาผ่านระบบการศึกษาทางไกลด้วยตนเองที่บ้านเป็นหลัก" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดให้ผู้เรียนกลุ่มนี้ศึกษาทางไกลที่บ้านเป็นหลัก แต่มุ่งเน้นการเรียนรวมในสถานศึกษา • "ส่งตัวผู้เรียนทุกคนไปเข้ารับการศึกษาในสถาบันการศึกษาเฉพาะความพิการ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรวม มิใช่การผลักภาระหรือส่งตัวผู้เรียนทุกคนไปยังสถาบันเฉพาะความพิการ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “5) ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “5) ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ตัวชี้วัดสำคัญของการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพกำหนดให้ลดความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระหว่างพื้นที่ในวิชาใด
- ก. วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์
- ข. วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ✓
- ค. วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
- ง. วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ" ตามเป้าหมาย 4.1 ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 กำหนดตัวชี้วัดสำคัญว่าความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระหว่างพื้นที่หรือภาคการศึกษาในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษต้องลดลง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์" ผิด: แผนการศึกษากำหนดเป็นวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ไม่ใช่วิชาภาษาไทย • "วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์" ผิด: แผนการศึกษากำหนดเป็นวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ไม่ใช่วิชาวิทยาศาสตร์ • "วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ" ผิด: แผนการศึกษากำหนดเป็นวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ไม่ใช่วิชาภาษาไทย อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “4.1 ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษา” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนระหว่างพื้นที่/” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “ภาคการศึกษาในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษลดลง เป็นต้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “4.1 ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพ มีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ดัชนีความเสมอภาคของอัตราการเข้าเรียนระดับการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ข้อใดคือแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว้โดยเฉพาะสำหรับการยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
- ก. ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีในสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ
- ข. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- ค. พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และสถาบันศึกษาปอเนาะ ให้ถูกต้องสอดคล้องตามหลักการศาสนา ✓
- ง. ส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัยในพื้นที่สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยและภาษาท้องถิ่น รวมทั้งภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และสถาบันศึกษาปอเนาะ ให้ถูกต้องสอดคล้องตามหลักการศาสนา" ตามแนวทางการพัฒนาข้อ 3.2 ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำหนดให้พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) สถาบันศึกษาปอเนาะ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพและถูกต้องสอดคล้องตามหลักการศาสนา ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นแนวทางของพื้นที่พิเศษและแนวทางด้านความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีในสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ" ผิด: เป็นแนวทางการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ไม่ใช่แนวทางเฉพาะของเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ • "พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ผิด: เป็นแนวทางการพัฒนาสำหรับการจัดการศึกษาในพื้นที่พิเศษ ไม่ใช่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ • "ส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัยในพื้นที่สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยและภาษาท้องถิ่น รวมทั้งภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ" ผิด: เป็นแนวทางการพัฒนาสำหรับการจัดการศึกษาในพื้นที่พิเศษ ไม่ใช่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “4) พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) สถาบันศึกษาปอเนาะ และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพ และถูกต้องสอดคล้องตามหลักการ ศาสนา” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “3.3 ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว)”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “4) พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) สถาบันศึกษาปอเนาะ และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพ และถูกต้องสอดคล้องตามหลักการ ศาสนา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนบ้านหนองบัวจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายด้านคนทุกช่วงวัยมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 การดำเนินโครงการในข้อใดตอบสนองต่อตัวชี้วัดระดับสถานศึกษาของเป้าหมายดังกล่าวโดยตรงที่สุด
- ก. การดำเนินโครงการโรงเรียนสุจริตและโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
- ข. การดำเนินโครงการโรงเรียนดีประจำตำบลและโครงการห้องเรียนกีฬา
- ค. การดำเนินโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลและโครงการโรงเรียนสุขภาวะ
- ง. การดำเนินโครงการโรงเรียนสีเขียวและโครงการโรงเรียนคุณธรรม ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การดำเนินโครงการโรงเรียนสีเขียวและโครงการโรงเรียนคุณธรรม" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในเป้าหมายด้านคนทุกช่วงวัยมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ได้กำหนดตัวชี้วัดระดับสถานศึกษาไว้ชัดเจน ได้แก่ 'จำนวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนสีเขียวและห้องเรียนสีเขียวเพิ่มขึ้น' และ 'จำนวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนคุณธรรมเพิ่มขึ้น' ดังนั้น การดำเนินโครงการโรงเรียนสีเขียวและโครงการโรงเรียนคุณธรรมจึงเป็นคำตอบที่ตรงตามตัวชี้วัดในแผนมากที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การดำเนินโครงการโรงเรียนสุจริตและโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ไม่ได้ระบุโครงการโรงเรียนสุจริตหรือโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเป็นตัวชี้วัดในเป้าหมายดังกล่าว • "การดำเนินโครงการโรงเรียนดีประจำตำบลและโครงการห้องเรียนกีฬา" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ไม่ได้ระบุโครงการโรงเรียนดีประจำตำบลหรือโครงการห้องเรียนกีฬาเป็นตัวชี้วัดในเป้าหมายดังกล่าว • "การดำเนินโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลและโครงการโรงเรียนสุขภาวะ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ไม่ได้ระบุโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลหรือโครงการโรงเรียนสุขภาวะเป็นตัวชี้วัดในเป้าหมายดังกล่าว อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “4) จำนวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนสีเขียวและห้องเรียนสีเขียวเพิ่มขึ้น” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “5) จำนวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนคุณธรรมเพิ่มขึ้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “4) จำนวนสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนสีเขียวและห้องเรียนสีเขียวเพิ่มขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวทางการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 สู่การปฏิบัติ หน่วยงานใดทำหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำและติดตามประเมินผล เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาแห่งชาติกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนระดับต่าง ๆ
- ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ✓
- ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
- ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา" ตามแนวทางการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 สู่การปฏิบัติ ข้อ 2 การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาการศึกษา แผนปฏิบัติราชการ และแผนปฏิบัติการประจำปี กำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำและติดตามประเมินผลแผนดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นผู้ร่วมจัดทำและติดตามประเมินผลความเชื่อมโยงระหว่างแผน มิใช่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นผู้ร่วมจัดทำและติดตามประเมินผลความเชื่อมโยงระหว่างแผน มิใช่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นผู้ร่วมจัดทำและติดตามประเมินผลความเชื่อมโยงระหว่างแผน มิใช่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำ และติดตามประเมินผลแผนดังกล่าว”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 7-19): “โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำ และติดตามประเมินผลแผนดังกล่าว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านการยกระดับคุณวุฒิการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน กำหนดช่วงอายุและระดับการศึกษาเป้าหมายไว้ตามข้อใด
- ก. ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ข. ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป ✓
- ค. ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ง. ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคน ได้กำหนดตัวชี้วัดเป้าหมายให้ร้อยละของประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 – 59 ปี มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไปเพิ่มขึ้น ดังนั้นตัวเลือกที่ระบุช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไปจึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดช่วงอายุไว้ที่ 15 – 59 ปี และกำหนดระดับการศึกษาไว้ที่มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป • "ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดช่วงอายุของประชากรวัยแรงงานไว้ที่ 15 – 59 ปี ไม่ใช่ 18 – 60 ปี • "ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดระดับการศึกษาเป้าหมายไว้ที่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป ไม่ใช่ระดับการศึกษาภาคบังคับ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “10) ร้อยละของประชากรวัยแรงงาน (15 - 59 ปี) ที่มีการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “10) ร้อยละของประชากรวัยแรงงาน (15 - 59 ปี) ที่มีการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หากบริษัทเอกชนและสถานประกอบการในพื้นที่แห่งหนึ่ง ประสงค์จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทางของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รัฐมีแนวทางส่งเสริมและกำหนดมาตรการจูงใจแก่ภาคส่วนดังกล่าวอย่างไร
- ก. ให้สิทธิในการกำหนดหลักสูตรแกนกลางขึ้นเองโดยไม่ต้องอิงตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับของรัฐ
- ข. สนับสนุนงบประมาณดำเนินงานแบบให้เปล่าโดยไม่ต้องประเมินผลการเรียนรู้และคุณภาพมาตรฐาน
- ค. จัดให้มีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี ✓
- ง. ยกเว้นการใช้กฎ ระเบียบ และกติกาของรัฐเพื่อเปิดโอกาสให้บริหารจัดการได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดให้มีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ได้ระบุแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาคเอกชน และสถานประกอบการ โดยกำหนดให้มีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ กติกาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้สิทธิในการกำหนดหลักสูตรแกนกลางขึ้นเองโดยไม่ต้องอิงตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับของรัฐ" ผิด: การจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนยังคงต้องอยู่ภายใต้กฎ ระเบียบ กติกา และคุณภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มิใช่การละเว้นเกณฑ์มาตรฐาน • "สนับสนุนงบประมาณดำเนินงานแบบให้เปล่าโดยไม่ต้องประเมินผลการเรียนรู้และคุณภาพมาตรฐาน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่าการจัดการศึกษาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพมาตรฐานให้แก่ผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ • "ยกเว้นการใช้กฎ ระเบียบ และกติกาของรัฐเพื่อเปิดโอกาสให้บริหารจัดการได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่าการเข้ามามีส่วนร่วมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ กติกาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มิได้ให้ยกเว้น อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “และมีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่ เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “โดยมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ กติกาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “และมีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่ เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ภายใต้หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ผู้เรียนกลุ่มใดที่รัฐต้องจัดให้มีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาร่วมกับเด็กปกติในกรณีที่สามารถเรียนได้ เพื่อให้มีโอกาสเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในสังคม
- ก. กลุ่มด้อยโอกาสที่มีความยากลำบาก
- ข. กลุ่มผู้เรียนปกติในพื้นที่ห่างไกล
- ค. กลุ่มบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ
- ง. กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ภายใต้หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) กำหนดให้กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งรวมถึงผู้มีความบกพร่องด้านต่าง ๆ หรือไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ต้องได้รับสิทธิและโอกาสศึกษาเรียนร่วมกับเด็กปกติในกรณีที่สามารถเรียนได้ เพื่อให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับผู้อื่น หรือจัดให้เป็นพิเศษตามระดับความบกพร่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กลุ่มด้อยโอกาสที่มีความยากลำบาก" ผิด: สำหรับกลุ่มด้อยโอกาส รัฐต้องดูแลจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาตามศักยภาพและความพร้อมอย่างเท่าเทียม • "กลุ่มผู้เรียนปกติในพื้นที่ห่างไกล" ผิด: กลุ่มผู้เรียนปกติมิได้มีข้อกำหนดเรื่องการจัดให้เรียนร่วมกับเด็กปกติเนื่องจากเป็นผู้เรียนปกติอยู่แล้ว • "กลุ่มบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ" ผิด: สำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ รัฐต้องจัดรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งหมายรวม กลุ่ม ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา สังคม อารมณ์ การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือ ร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “รัฐต้องจัดให้ บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสไดรับการศึกษาร่วมกับเด็กปกติในกรณีที่สามารถเรียนได้ เพื่อให้เขา ได้มีโอกาสเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดและปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นในสังคม”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งหมายรวม กลุ่ม ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา สังคม อารมณ์ การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือ ร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงานและโครงการสำคัญ "โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง" มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องใด
- ก. เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน ✓
- ข. เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา
- ค. เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ
- ง. เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงาน/โครงการตามเป้าหมาย ตัวชี้วัด กำหนดให้มีโครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตามความต้องการของประเทศ เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา" ผิด: การพัฒนาครูฝึกเป็นเป้าหมายของโครงการจัดทำและพัฒนามาตรฐานครูฝึกในสถานประกอบการ • "เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ" ผิด: การวิจัยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายของโครงการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัย • "เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน" ผิด: การเทียบเคียงเป็นเป้าหมายของโครงการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “3) โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตาม ความต้องการของประเทศ”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “3) โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตาม ความต้องการของประเทศ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หากกระทรวงศึกษาธิการจะกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับบทบาทและภารกิจหลักไปในลักษณะใด
- ก. เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง
- ข. เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน ✓
- ค. เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ
- ง. เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา กำหนดให้ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และพัฒนารูปแบบการกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งเน้นการกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษา ไม่ใช่การรวมอำนาจควบคุมสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง • "เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติส่งเสริมให้พื้นที่และสถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการตนเอง ไม่ใช่ให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดทำแผนแทนทั้งหมด • "เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง" ผิด: การจัดการเรียนการสอนและวัดผลสัมฤทธิ์เป็นบทบาทหน้าที่โดยตรงของสถานศึกษา ส่วนกระทรวงฯ มีหน้าที่กำกับเชิงนโยบายและส่งเสริมสนับสนุน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ทักษะและคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ตามกรอบ 8Cs คำว่า "Compassion" หมายถึงข้อใด
- ก. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์
- ข. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
- ค. ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม ✓
- ง. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เป้าหมายด้านผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) กำหนดให้ Compassion หมายถึง ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์" ผิด: ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ คือ Cross – cultural Understanding • "ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา" ผิด: ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา คือ Critical Thinking and Problem Solving • "ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ" ผิด: ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ คือ Collaboration, Teamwork and Leadership อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “และความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม (Compassion)” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross – cultural Understanding)” แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “และความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม (Compassion)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่กำหนดเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีเกณฑ์เป้าหมายตามข้อใด
- ก. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ข. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ค. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ง. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในเป้าหมายที่ 2.2 ตัวชี้วัดที่ 4 กำหนดให้ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบ O-NET แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาแยกเป็นรายวิชา ไม่ใช่คะแนนรวมเฉลี่ย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเกณฑ์คะแนนผ่านไว้ที่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ไม่ใช่ร้อยละ 60 • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเป็นแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ไม่ใช่คะแนนรวมและไม่ใช่ร้อยละ 60 • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเกณฑ์คะแนนเป็นแต่ละวิชา ไม่ใช่คะแนนรวมทุกวิชา อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บุคคลมีหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาตามข้อใด
- ก. เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ ✓
- ข. ร่วมมือกับรัฐในการจัดการศึกษาอบรมวิชาชีพ
- ค. เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี
- ง. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ" ตามมาตรา 50 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติหน้าที่ของบุคคลเกี่ยวกับการศึกษาไว้อย่างชัดเจนว่าต้อง 'เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ' ส่วนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี เป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดให้ประชาชน มิใช่หน้าที่ของบุคคล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร่วมมือกับรัฐในการจัดการศึกษาอบรมวิชาชีพ" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเรื่องการร่วมมือจัดการศึกษาอบรมวิชาชีพไว้ในบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของบุคคล • "เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี" ผิด: รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่เข้ารับการศึกษาภาคบังคับ ส่วนการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดให้แก่ประชาชน • "ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเรื่องการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตไว้ในบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของบุคคล อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 50: “(4) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 50: “(4) เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้ปกครองของเด็กวัยก่อนเรียนรายหนึ่งมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย จึงมาสอบถามครูว่ารัฐมีหน้าที่ต้องจัดการศึกษาให้แก่เด็กตามกฎหมายอย่างไร หากครูต้องให้ข้อมูลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องชี้แจงตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด
- ก. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ข. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ✓
- ค. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 9 ปี เฉพาะการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ง. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่ดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ครูจึงต้องให้ข้อมูลตามกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" ผิด: รัฐธรรมนูญมิได้กำหนดระยะเวลา 15 ปีจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่กำหนดให้เป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ • "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 9 ปี เฉพาะการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" ผิด: รัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่ของรัฐไว้เป็นเวลา 12 ปี มิใช่จำกัดเพียง 9 ปีเฉพาะการศึกษาภาคบังคับ • "รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" ผิด: รัฐธรรมนูญกำหนดจุดเริ่มต้นการจัดการศึกษาแบบไม่เก็บค่าใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนวัยเรียน มิใช่เริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54: “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54: “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กำหนดแนวทางเกี่ยวกับค่าตอบแทนของผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ไว้อย่างไร
- ก. ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ
- ข. ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน
- ค. ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน ✓
- ง. ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน" ตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดแนวทางปฏิรูปด้านการศึกษาให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ โดยกำหนดให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เทียบเท่าหน่วยงานอิสระ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้จ่ายตามวุฒิการศึกษาหรืออายุราชการ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้จ่ายตามผลการทดสอบระดับชาติ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีกำหนดแนวทางไว้อย่างไร
- ก. ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
- ข. กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ
- ค. เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ
- ง. ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด" ตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา (4) กำหนดให้ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ส่วนการตรากฎหมายจัดตั้งกองทุนต้องเสร็จภายใน 1 ปี การดูแลพัฒนาเด็กเล็กต้องไม่เก็บค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนครูต้องเหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ตรากฎหมายจัดตั้งกองทุนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ 120 วัน • "กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา 54 วรรคหก ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการชุดนี้จะต้องศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาใด
- ก. ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ✓
- ข. ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ค. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
- ง. ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง" ตามมาตรา 261 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้คณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อปฏิรูปการศึกษา มีหน้าที่ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะรวมทั้งร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ส่วนกรอบเวลา 60 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกำหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ" ผิด: กำหนดเวลา 60 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ ไม่ใช่ระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการ • "ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาไว้ที่ 1 ปี (เป็นกำหนดเวลาของคณะกรรมการตามมาตราอื่น) • "ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ" ผิด: รัฐธรรมนูญกำหนดให้นับระยะเวลา 2 ปี จากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง มิใช่นับจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 261: “ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 261: “ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คำว่า “ผู้สอน” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ข. ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ✓
- ค. บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา
- ง. บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ จึงตอบข้อที่มีทั้งครูและคณาจารย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ" ผิด: กฎหมายระบุเฉพาะครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ไม่ได้รวมผู้บริหารสถานศึกษา • "บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายนิยามผู้สอนว่าหมายถึงครูและคณาจารย์ ข้อความนี้ดัดแปลงมาจากนิยามของคณาจารย์ • "บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน" ผิด: กฎหมายไม่ได้นิยามคำว่าผู้สอนด้วยข้อความนี้ แต่เป็นข้อความบางส่วนของนิยามคำว่าครู อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4: ““ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4: ““ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถาบันสังคมอื่น เช่น ครอบครัว องค์กรชุมชน หรือสถานประกอบการ มีสิทธิในการจัดการศึกษาในระดับใด และต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายลำดับรองใด
- ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
- ข. การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ค. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ✓
- ง. การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง" ตามมาตรา 12 บัญญัติให้นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มิใช่พระราชกฤษฎีกา • "การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง" ผิด: กฎหมายกำหนดสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มิใช่ระบุเพียงการศึกษาภาคบังคับ • "การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" ผิด: กฎหมายกำหนดสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มิใช่การศึกษาภาคบังคับตามพระราชกฤษฎีกา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12: “มาตรา 12 นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12: “มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12: “มาตรา 12 นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งประสงค์จะจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับสายงานและความเชี่ยวชาญขององค์กร ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สามารถดำเนินการได้ตามแนวทางใด
- ก. จัดการศึกษาเฉพาะทางไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายจำกัดสิทธิให้เฉพาะกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้นที่จัดได้
- ข. จัดได้เฉพาะการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ค. จัดการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติหลักสูตรจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายกรณี
- ง. จัดการศึกษาเฉพาะทางได้ตามความต้องการและความชำนาญ โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดการศึกษาเฉพาะทางได้ตามความต้องการและความชำนาญ โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ" ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ สามารถจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของตนเองได้ โดยต้องคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการศึกษาเฉพาะทางไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายจำกัดสิทธิให้เฉพาะกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้นที่จัดได้" ผิด: กฎหมายระบุชัดเจนว่า รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ มีสิทธิจัดการศึกษาเฉพาะทางได้เช่นเดียวกับกระทรวง ทบวง กรม • "จัดได้เฉพาะการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง" ผิด: กฎหมายมิได้จำกัดให้รัฐวิสาหกิจจัดได้เพียงการฝึกอบรมวิชาชีพเท่านั้น แต่สามารถจัดการศึกษาเฉพาะทางได้โดยตรง • "จัดการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติหลักสูตรจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายกรณี" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อำนาจจัดได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยไม่ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 21: “กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของหน่วยงานนั้นได้ โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 21: “กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ อาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความชำนาญของหน่วยงานนั้นได้ โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องส่งเสริมการดำเนินการตามข้อใด
- ก. ส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ✓
- ข. ส่งเสริมให้ผู้บริหารจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยี
- ค. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
- ง. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำโครงงานเพื่อสร้างองค์ความรู้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 30 กำหนดให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา ดังนั้น ข้อความที่ถูกต้องตรงตามกฎหมายคือการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งเสริมให้ผู้บริหารจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยี" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้ส่งเสริมผู้บริหารจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีในมาตรานี้ แต่เน้นการส่งเสริมให้ผู้สอนวิจัย • "ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น" ผิด: การส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกับสถานศึกษาเป็นบทบัญญัติในส่วนอื่น ไม่ใช่เรื่องที่กำหนดไว้ตามมาตรานี้ • "ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำโครงงานเพื่อสร้างองค์ความรู้" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ส่งเสริมผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ไม่ใช่การส่งเสริมให้ผู้เรียนทำโครงงาน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 30: “มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 30: “มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่งไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และมิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ขั้นตอนต่อไปที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด
- ก. สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่
- ข. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข ✓
- ค. แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา
- ง. เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข" ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากสถานศึกษามิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. ในการสั่งให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว • "แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นตอนให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมสถานศึกษา • "เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 51: “หากมิได้ดำเนินการดังกล่าว ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 51: “หากมิได้ดำเนินการดังกล่าว ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กลุ่มเป้าหมายใดที่ต้องได้รับการพัฒนาร่วมกันเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะตามที่กฎหมายกำหนด
- ก. ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ข. ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ค. ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ✓
- ง. ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ตามมาตรา 65 กำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้จำหน่าย • "ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้ซ่อมบำรุง • "ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้บริหารหรือผู้ควบคุมระบบ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65: “มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65: “มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับตามเงื่อนไขใด
- ก. ตามเกณฑ์มาตรฐานของรัฐบาล
- ข. ตามความประสงค์ของตัวเด็ก
- ค. ตามความพร้อมของสถานศึกษา
- ง. ตามความพร้อมของครอบครัว ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตามความพร้อมของครอบครัว" ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับ และให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับตามความพร้อมของครอบครัว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตามเกณฑ์มาตรฐานของรัฐบาล" ผิด: กฎหมายระบุว่าให้จัดตามความพร้อมของครอบครัว มิใช่ตามเกณฑ์มาตรฐานของรัฐบาล • "ตามความประสงค์ของตัวเด็ก" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดตามความประสงค์ของเด็ก แต่ให้จัดตามความพร้อมของครอบครัว • "ตามความพร้อมของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายระบุว่าให้จัดตามความพร้อมของครอบครัว มิใช่ตามความพร้อมของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 11: “บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับตามมาตรา 17 และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับ ตามความพร้อมของครอบครัว”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 11: “บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับตามมาตรา 17 และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับ ตามความพร้อมของครอบครัว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ สามารถจัดในสถานที่หรือลักษณะใด
- ก. จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ✓
- ข. จัดในสถานศึกษาของรัฐหรือสถานศึกษาของเอกชนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกันเท่านั้น
- ค. จัดในกระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจที่มีความชำนาญเฉพาะทางตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ง. จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ" ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดในสถานศึกษาของรัฐหรือสถานศึกษาของเอกชนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกันเท่านั้น" ผิด: กฎหมายไม่ได้จำกัดให้จัดเฉพาะในสถานศึกษาและไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "จัดในกระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจที่มีความชำนาญเฉพาะทางตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง" ผิด: ข้อความนี้เป็นการจัดการศึกษาเฉพาะทางของหน่วยงานรัฐตามมาตรา 21 ไม่ใช่การจัดการอาชีวศึกษาตามมาตรา 20 • "จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ" ผิด: ข้อความนี้เป็นสถานที่สำหรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมาตรา 19 ไม่ใช่การจัดการอาชีวศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20: “การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20: “การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนบ้านหนองบัวต้องการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โรงเรียนควรดำเนินโครงการในลักษณะใดจึงจะสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนดโดยตรง
- ก. กำหนดให้ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาภาคบังคับ
- ข. จัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเลือกสรรภูมิปัญญามาพัฒนาชุมชน ✓
- ค. ปรับโครงสร้างหลักสูตรเพื่อเน้นการวิจัยทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทุกระดับ
- ง. สนับสนุนให้ครูผู้สอนทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเลือกสรรภูมิปัญญามาพัฒนาชุมชน" ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานศึกษาร่วมกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม แสวงหาความรู้ และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ การจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเลือกสรรภูมิปัญญาจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้องตรงตามกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดให้ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาภาคบังคับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ชุมชนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาภาคบังคับ แต่ให้ร่วมมือจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็ง • "ปรับโครงสร้างหลักสูตรเพื่อเน้นการวิจัยทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทุกระดับ" ผิด: การเน้นการวิจัยทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงเป็นความมุ่งหมายเฉพาะของหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ไม่ใช่ทุกระดับและไม่ใช่แนวทางส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน • "สนับสนุนให้ครูผู้สอนทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในสถานศึกษา" ผิด: การส่งเสริมให้ผู้สอนทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้เป็นเรื่องการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แนวทางการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 29: “ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 29: “ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการประเมินคุณภาพภายนอก สถานศึกษามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามข้อใด
- ก. จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก
- ข. แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา
- ค. จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ ✓
- ง. จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ" ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และให้บุคลากร คณะกรรมการ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือผู้ประเมินภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้สถานศึกษาต้องจัดสรรงบประมาณยานพาหนะหรือเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมิน • "แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อร่วมลงคะแนน แต่กำหนดให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ • "จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สถานศึกษาจัดทำและส่งรายงานดังกล่าวทุก 3 ปี แต่กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 50: “ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็นว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 50: “ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็นว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รัฐต้องดำเนินการโดยยึดหลักการใด
- ก. มอบสิทธิผูกขาดแก่เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ
- ข. สงวนสิทธิการผลิตให้หน่วยงานของรัฐเป็นหลัก
- ค. จัดสรรโควตาการผลิตให้แก่สถานศึกษาแต่ละเขต
- ง. เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม" ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้รัฐส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มอบสิทธิผูกขาดแก่เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิผูกขาดแก่เอกชนรายใด แต่กำหนดให้เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม • "สงวนสิทธิการผลิตให้หน่วยงานของรัฐเป็นหลัก" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้สงวนสิทธิแก่หน่วยงานของรัฐ แต่กำหนดให้เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม • "จัดสรรโควตาการผลิตให้แก่สถานศึกษาแต่ละเขต" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดสรรโควตาแก่สถานศึกษา แต่ให้เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 64: “ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 64: “ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้ปกครองนำเด็กซึ่งแพทย์ตรวจพบความพิการแต่กำเนิดมาติดต่อสถานศึกษาเพื่อขอรับบริการทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการต้องจัดให้ตั้งแต่ช่วงเวลาใด และเด็กมีสิทธิได้รับสิ่งใดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ก. จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด ✓
- ข. จัดตั้งแต่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด และมีสิทธิได้รับเฉพาะสื่อการเรียนการสอนและเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ค. จัดตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา และมีสิทธิได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าตำราเรียนทั้งหมด
- ง. จัดเมื่อเด็กพ้นระยะวัยทารก และมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนการเรียนรู้พร้อมจัดสรรสถานสงเคราะห์ประจำโดยไม่คิดมูลค่า
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด" ตามมาตรา 10 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้การศึกษาสำหรับคนพิการ จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดตั้งแต่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด และมีสิทธิได้รับเฉพาะสื่อการเรียนการสอนและเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ ไม่ใช่เริ่มเมื่ออายุย่างเข้าปีที่เจ็ด และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด • "จัดตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา และมีสิทธิได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าตำราเรียนทั้งหมด" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา และสิทธิที่ได้รับครอบคลุมมากกว่าเพียงค่าธรรมเนียมหรือตำราเรียน • "จัดเมื่อเด็กพ้นระยะวัยทารก และมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนการเรียนรู้พร้อมจัดสรรสถานสงเคราะห์ประจำโดยไม่คิดมูลค่า" ผิด: กฎหมายระบุชัดเจนว่าให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ และมิได้จำกัดอยู่เพียงเงินอุดหนุนหรือสถานสงเคราะห์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10: “การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10: “การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดขึ้นในสถานที่ใด
- ก. สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ
- ข. มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ✓
- ค. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ
- ง. สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น" ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ" ผิด: เป็นสถานที่ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามมาตรา 20 • "สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ" ผิด: เป็นสถานที่ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 18 • "สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ" ผิด: เป็นกลุ่มสถานที่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎหมายสำหรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 19: “มาตรา 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 18: “มาตรา 18 การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา ดังต่อไปนี้ (1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20: “มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 19: “มาตรา 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความมุ่งหมายเฉพาะที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากระดับอื่นตามข้อใด
- ก. การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ
- ข. การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
- ค. การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม ✓
- ง. การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28 วรรคสาม บัญญัติว่าหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม ในขณะที่ความเป็นไทยและการประกอบอาชีพเป็นเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ" ผิด: เป็นแนวทางในการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนตามมาตรา 29 • "การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ" ผิด: เป็นเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 • "การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ" ผิด: กฎหมายไม่ได้มุ่งเน้นการตอบสนองตลาดแรงงาน แต่กำหนดให้พัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28: “สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่ง และวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 27: “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28: “สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่ง และวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุดเสร็จสิ้นไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โรงเรียนแห่งนี้จะต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งต่อไปตามกรอบระยะเวลาใด
- ก. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับแต่ส่งรายงานประจำปี
- ข. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปี ตามรอบแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- ค. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 2 ปี นับจากหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งประเมิน
- ง. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย" ตามมาตรา 49 บัญญัติให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย ดังนั้น โรงเรียนจึงต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับแต่ส่งรายงานประจำปี" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ประเมินทุก 3 ปีนับแต่ส่งรายงานประจำปี • "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปี ตามรอบแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบการประเมินภายนอกตามรอบ 4 ปีของแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา • "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 2 ปี นับจากหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งประเมิน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ประเมินทุก 2 ปีตามคำสั่งของต้นสังกัด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 49: “มาตรา 49 ให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็นองค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 49: “ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 49: “มาตรา 49 ให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเป็นองค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียนกลุ่มใด
- ก. ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน ✓
- ข. ผู้เรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่จัดโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐ
- ค. ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเฉพาะที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยและมีความจำเป็นพิเศษ
- ง. ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและระดับอุดมศึกษาเฉพาะในสถานศึกษาของรัฐที่มีผลการเรียนดี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน" ตามมาตรา 60 (1) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน จึงต้องครอบคลุมผู้เรียนทั้งของรัฐและเอกชน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้เรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่จัดโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปรายบุคคลให้แก่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของท้องถิ่น • "ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเฉพาะที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยและมีความจำเป็นพิเศษ" ผิด: กฎหมายไม่ได้จำกัดให้เฉพาะผู้เรียนที่มีรายได้น้อย แต่ให้แก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชนอย่างเท่าเทียมกัน • "ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและระดับอุดมศึกษาเฉพาะในสถานศึกษาของรัฐที่มีผลการเรียนดี" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปรายบุคคลแก่ผู้เรียนระดับอุดมศึกษาที่มีผลการเรียนดี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 60: “(1) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 60: “(1) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดเป็นหลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา
- ก. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
- ข. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ ✓
- ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
- ง. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ" ตามมาตรา 9 การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ ส่วนการศึกษาตลอดชีวิต การมีส่วนร่วมของสังคม และการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง" ผิด: การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 • "ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา" ผิด: ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 • "เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน" ผิด: เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน เป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 9: “มาตรา 9 การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 9: “(1) มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 8: “มาตรา 8 การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 9: “มาตรา 9 การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักดังนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้จัดสถานที่เรียนเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถานที่เรียนที่โรงพยาบาลจัดขึ้นนี้จัดเป็นสถานศึกษาประเภทใด
- ก. โรงเรียนของรัฐ
- ข. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
- ค. ศูนย์การเรียน ✓
- ง. วิทยาลัยหรือสถาบัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ศูนย์การเรียน" ตามมาตรา 18 (3) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ชุมชน สถานประกอบการ โรงพยาบาล หรือสถาบันทางการแพทย์เป็นผู้จัด สถานที่เรียนที่โรงพยาบาลจัดขึ้นจึงจัดเป็นศูนย์การเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โรงเรียนของรัฐ" ผิด: ตามกฎหมาย โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ เอกชน และโรงเรียนสังกัดสถาบันศาสนา • "สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย" ผิด: ตามกฎหมาย สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก หรือศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม • "วิทยาลัยหรือสถาบัน" ผิด: วิทยาลัยหรือสถาบัน เป็นสถานศึกษาสำหรับจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมาตรา 19 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 18: “ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 18: “ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 องค์กรใดมีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มิใช่สำนักงานฯ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 27: “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 27: “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับใด ที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง?
- ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา ✓
- ข. การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ
- ค. การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ง. การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา" ตามมาตรา 47 วรรคสอง บัญญัติให้ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนระดับอุดมศึกษาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ" ผิด: กฎหมายระบุเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา ไม่ได้ระบุถึงการศึกษานอกระบบหรือตามอัธยาศัยในส่วนนี้ • "การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้การประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นไปตามกฎกระทรวงตามวรรคนี้ • "การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น มิได้กำหนดในกฎกระทรวง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47: “ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47: “สำหรับระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 47: “ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ประสงค์จะวางแนวทางการบริหารงานบุคคล ตลอดจนการผลิตและพัฒนาคณาจารย์ในสังกัด ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อใด
- ก. ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้เป็นการทั่วไป
- ข. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ✓
- ค. ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบขององค์กรวิชาชีพครู
- ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นการเฉพาะ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง" ตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การผลิตและพัฒนาคณาจารย์ การพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ รวมถึงการบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ใช้ระเบียบกลางทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้เป็นการทั่วไป" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้เป็นไปตามกฎกระทรวงทั่วไปที่รัฐมนตรีกำหนด แต่ให้ยึดตามกฎหมายจัดตั้งสถานศึกษาแห่งนั้นๆ • "ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบขององค์กรวิชาชีพครู" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจกระทรวงศึกษาธิการออกระเบียบร่วมกับองค์กรวิชาชีพครูเพื่อใช้กับสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล • "ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นการเฉพาะ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่ง มิได้บังคับใช้กฎหมายระเบียบข้าราชการครูฯ เป็นการเฉพาะ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 56: “การบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 56: “การบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุสิ่งที่ต้องมุ่งปลูกฝัง “ในกระบวนการเรียนรู้” ได้ถูกต้อง
- ก. ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม
- ข. การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม
- ค. จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ✓
- ง. ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามมาตรา 6 และการศึกษาตลอดชีวิตเป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม" ผิด: เป็นการศึกษาตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของสังคม ซึ่งเป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 • "การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม" ผิด: เป็นความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามมาตรา 6 ไม่ใช่เป้าหมายที่ระบุไว้สำหรับกระบวนการเรียนรู้ตามมาตรา 7 • "ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ" ผิด: ไม่ใช่ข้อความที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 7 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 7: “มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6: “มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 8: “มาตรา 8 การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ (1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน (2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 7: “มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุระดับของการศึกษาในระบบและองค์ประกอบของการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ถูกต้อง
- ก. มี 3 ระดับ คือ การศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ข. มี 3 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา
- ค. มี 2 ระดับ คือ การศึกษาภาคบังคับซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 9 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ง. มี 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 12 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มี 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 12 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ตามมาตรา 16 การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา ส่วนระดับต่ำกว่าปริญญาและปริญญาเป็นระดับย่อยของการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มี 3 ระดับ คือ การศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี และการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้แบ่งการศึกษาในระบบออกเป็น 3 ระดับ และไม่มีระดับการศึกษาก่อนวัยเรียนเป็นระดับหลัก • "มี 3 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา" ผิด: ระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญาเป็นการแบ่งย่อยภายในการศึกษาระดับอุดมศึกษา ไม่ใช่ระดับหลักของการศึกษาในระบบ • "มี 2 ระดับ คือ การศึกษาภาคบังคับซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 9 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้การศึกษาในระบบประกอบด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 16: “การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 16: “การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปีก่อนระดับอุดมศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 16: “การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
อำเภอแห่งหนึ่งร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามที่กฎหมายกำหนด โครงการพัฒนาสถานที่ในข้อใดถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ระบุไว้ในกฎหมายดังกล่าวทั้งหมด
- ก. หอศิลป์ สวนสัตว์ และศูนย์การกีฬาและนันทนาการ ✓
- ข. สวนอาหาร โรงภาพยนตร์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
- ค. หอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และลานวัฒนธรรมพื้นบ้าน
- ง. สถานพักฟื้น สวนสนุก และศูนย์เยาวชนต้านยาเสพติด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "หอศิลป์ สวนสัตว์ และศูนย์การกีฬาและนันทนาการ" ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่น ดังนั้น หอศิลป์ สวนสัตว์ และศูนย์การกีฬาและนันทนาการ จึงเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่กฎหมายระบุไว้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สวนอาหาร โรงภาพยนตร์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว" ผิด: สวนอาหาร โรงภาพยนตร์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ระบุไว้ตามกฎหมาย • "หอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และลานวัฒนธรรมพื้นบ้าน" ผิด: หอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และลานวัฒนธรรมพื้นบ้าน ไม่ใช่แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ระบุไว้ตามกฎหมาย • "สถานพักฟื้น สวนสนุก และศูนย์เยาวชนต้านยาเสพติด" ผิด: สถานพักฟื้น สวนสนุก และศูนย์เยาวชนต้านยาเสพติด ไม่ใช่แหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ระบุไว้ตามกฎหมาย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 25: “รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 25: “สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 25: “รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลใดทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. ผู้แทนครูของสถานศึกษา
- ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ✓
- ค. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา
- ง. ผู้แทนองค์กรชุมชนในพื้นที่
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้บริหารสถานศึกษา" ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษา ส่วนบุคคลอื่นมีสถานะเป็นกรรมการตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้แทนครูของสถานศึกษา" ผิด: ตามกฎหมายผู้แทนครูเป็นเพียงกรรมการ มิได้เป็นกรรมการและเลขานุการ • "ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา" ผิด: ตามกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิเป็นเพียงกรรมการ มิได้เป็นกรรมการและเลขานุการ • "ผู้แทนองค์กรชุมชนในพื้นที่" ผิด: ตามกฎหมายผู้แทนองค์กรชุมชนเป็นเพียงกรรมการ มิได้เป็นกรรมการและเลขานุการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 40: “ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 40: “ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา" มีวัตถุประสงค์เพื่อการใด
- ก. จัดสรรเพื่อเสริมสร้างรายได้และสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ
- ข. จัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูทุกระดับ
- ค. จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติ ✓
- ง. จัดสรรเป็นเงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการและค่าครองชีพแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติ" ตามมาตรา 55 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ส่วนเรื่องการมีรายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพนั้น เป็นเจตนารมณ์ของการให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น ตามวรรคหนึ่ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสรรเพื่อเสริมสร้างรายได้และสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ" ผิด: การให้มีรายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ เป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง • "จัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูทุกระดับ" ผิด: การจัดตั้งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดในมาตรา 54 ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ • "จัดสรรเป็นเงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการและค่าครองชีพแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือด้านสวัสดิการหรือค่าครองชีพ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 55: “ให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 55: “เพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 55: “ให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สถานศึกษาแห่งหนึ่งกำลังจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อตอบสนองความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คณะครูต้องกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้ครอบคลุมด้านใดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
- ก. ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
- ข. ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ คุณธรรม และความรู้
- ค. ร่างกาย จิตใจ คุณธรรม จริยธรรม และวิชาชีพ
- ง. ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6 กำหนดความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา" ผิด: กฎหมายไม่ได้ใช้คำว่าด้านอารมณ์และสังคม แต่ระบุว่าต้องสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม • "ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ คุณธรรม และความรู้" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุด้านอารมณ์ แต่กำหนดให้พัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม • "ร่างกาย จิตใจ คุณธรรม จริยธรรม และวิชาชีพ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุคำว่าวิชาชีพในองค์ประกอบของมนุษย์ที่สมบูรณ์ แต่กำหนดร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6: “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6: “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา หมายถึงการศึกษารูปแบบใด
- ก. การศึกษานอกระบบ ✓
- ข. การศึกษาตลอดชีวิต
- ค. การศึกษาตามอัธยาศัย
- ง. การศึกษาในระบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การศึกษานอกระบบ" ตามมาตรา 15 (2) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การศึกษานอกระบบคือการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา ในขณะที่การศึกษาในระบบจะมีเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาตลอดชีวิต" ผิด: การศึกษาตลอดชีวิตเป็นนิยามการศึกษาภาพรวมที่ผสมผสานทั้งสามรูปแบบ ไม่ใช่ชื่อรูปแบบการศึกษาตามมาตรานี้ • "การศึกษาตามอัธยาศัย" ผิด: การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส • "การศึกษาในระบบ" ผิด: การศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่มีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา และการวัดประเมินผลที่แน่นอน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15: “การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15: “การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ก. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ข. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน ✓
- ค. ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น
- ง. กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน" ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ว่า ให้จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้องเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา และจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัด โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล • "ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา มิใช่แยกสอนเฉพาะวิชา • "กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ และประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมวางแผนงานของโรงเรียนเพื่อรองรับการบริหารงานแบบกระจายอำนาจ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดระบบงานเพื่อรองรับภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการต้องกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษามายังสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุขอบเขตภารกิจทั้ง 4 ด้านได้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย
- ก. ด้านวิชาการ ด้านนโยบายและแผน ด้านการเงินและพัสดุ และด้านกิจการนักเรียน
- ข. ด้านหลักสูตร ด้านแผนพัฒนาการศึกษา ด้านการคลัง และด้านการบริหารงานบุคคล
- ค. ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป ✓
- ง. ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณและพัสดุ ด้านกิจการนักเรียน และด้านธุรการทั่วไป
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป" ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ตัวเลือกแรกจึงระบุภารกิจได้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านวิชาการ ด้านนโยบายและแผน ด้านการเงินและพัสดุ และด้านกิจการนักเรียน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดด้านนโยบายและแผน ด้านการเงินและพัสดุ หรือด้านกิจการนักเรียน แต่บัญญัติให้กระจายอำนาจด้านงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป • "ด้านหลักสูตร ด้านแผนพัฒนาการศึกษา ด้านการคลัง และด้านการบริหารงานบุคคล" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดด้านหลักสูตร ด้านแผนพัฒนาการศึกษา หรือด้านการคลัง แต่บัญญัติให้กระจายอำนาจด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป • "ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณและพัสดุ ด้านกิจการนักเรียน และด้านธุรการทั่วไป" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดด้านกิจการนักเรียน หรือด้านธุรการทั่วไป แต่บัญญัติให้กระจายอำนาจด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 39: “ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 39: “ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ครูและบุคลากรทางการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐและระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีสถานะเป็นข้าราชการสังกัดใด
- ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามภูมิลำเนา
- ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. องค์กรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู" ตามมาตรา 54 บัญญัติให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยยึดหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามภูมิลำเนา" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่ระบุให้เป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่กำหนดให้เป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู • "องค์กรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้องค์กรวิชาชีพทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มิใช่องค์กรต้นสังกัดของข้าราชการครู อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 54: “โดยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 54: “โดยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐ และระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายนี้ และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อใด
- ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ✓
- ข. นายกรัฐมนตรี โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้แล้ว
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้ทันทีตั้งแต่วันที่ได้ลงนามในคำสั่ง
- ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อจัดทำหนังสือแจ้งเวียนให้หน่วยงานทราบแล้ว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการและมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับได้ก็ต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นายกรัฐมนตรี โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้แล้ว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มิใช่นายกรัฐมนตรีหรือความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้ทันทีตั้งแต่วันที่ได้ลงนามในคำสั่ง" ผิด: กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศจะมีผลใช้บังคับได้ต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ไม่ใช่มีผลทันทีที่ลงนาม • "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อจัดทำหนังสือแจ้งเวียนให้หน่วยงานทราบแล้ว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา มิใช่การแจ้งเวียนของปลัดกระทรวง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 5: “ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 5: “กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 5: “ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สถานประกอบการแห่งหนึ่งประสงค์จะเข้าร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถานประกอบการดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามข้อใด
- ก. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสถานประกอบการ
- ข. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด ✓
- ค. การจัดสรรเงินชดเชยรายได้เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ
- ง. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรสุทธิทั้งหมดของกิจการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด" ตามมาตรา 14 สถานประกอบการที่สนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ซึ่งรวมถึงการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิยกเว้นภาษีจากกำไรสุทธิทั้งหมดหรือชดเชยรายได้ของกิจการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสถานประกอบการ" ผิด: กฎหมายกำหนดเงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกิจการ • "การจัดสรรเงินชดเชยรายได้เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยรายได้จากการดำเนินกิจการ • "การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรสุทธิทั้งหมดของกิจการ" ผิด: กฎหมายให้สิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเฉพาะค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การยกเว้นภาษีจากผลกำไรสุทธิทั้งหมด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 14: “มาตรา 14 บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งสนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ดังต่อไปนี้” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 14: “(3) การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 14: “มาตรา 14 บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งสนับสนุนหรือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามควรแก่กรณี ดังต่อไปนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการศึกษาที่ต้องบูรณาการสาระการเรียนรู้ในเรื่อง “ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา” กฎหมายกำหนดให้เน้นสิ่งใด
- ก. เน้นการคิดคำนวณในชีวิตประจำวัน
- ข. เน้นการสื่อสารภาษาต่างประเทศ
- ค. เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ✓
- ง. เน้นทักษะภาษาเพื่อการประกอบอาชีพ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง" ตามมาตรา 23 (4) แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการในเรื่องความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์และด้านภาษา โดยระบุชัดเจนว่าต้องเน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เน้นการคิดคำนวณในชีวิตประจำวัน" ผิด: กฎหมายกำหนดเพียงสาระเรื่องความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์ โดยมิได้ระบุข้อความเน้นการคิดคำนวณในชีวิตประจำวัน • "เน้นการสื่อสารภาษาต่างประเทศ" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้เน้นการสื่อสารภาษาต่างประเทศ แต่กำหนดให้เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง • "เน้นทักษะภาษาเพื่อการประกอบอาชีพ" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้เน้นทักษะภาษาเพื่อการประกอบอาชีพ แต่กำหนดให้เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 23: “ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 23: “ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา
- ข. ดำเนินการจัดตั้งและบริหารจัดการศึกษาของครอบครัวและองค์กรชุมชนในเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. ควบคุม สั่งการ ยุบ หรือเลิกสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้อำนาจในการกำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิก ใช้สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนสถานศึกษาเอกชนมีอำนาจหน้าที่เพียงประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ประสานและส่งเสริม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชน มิใช่อำนาจกำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิก • "ดำเนินการจัดตั้งและบริหารจัดการศึกษาของครอบครัวและองค์กรชุมชนในเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของครอบครัวและองค์กรชุมชน มิใช่เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งและบริหารเอง • "ควบคุม สั่งการ ยุบ หรือเลิกสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มิใช่อำนาจควบคุม สั่งการ ยุบ หรือเลิกสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 38: “ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 38: “ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 38: “ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการบริหารงานบุคคลและการปฏิบัติหน้าที่ทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลในตำแหน่งใดต่อไปนี้กฎหมายกำหนดว่าต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ก. ครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ ✓
- ข. วิทยากรพิเศษทางการศึกษาที่สอนในสถานศึกษา
- ค. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. คณาจารย์ที่สอนในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ" ตามมาตรา 53 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจึงต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ส่วนวิทยากรพิเศษทางการศึกษาและผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษาได้รับการยกเว้นตามวรรคสี่ และคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาได้รับการยกเว้นตามวรรคห้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วิทยากรพิเศษทางการศึกษาที่สอนในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายยกเว้นว่าไม่นำข้อกำหนดเรื่องต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาใช้บังคับแก่วิทยากรพิเศษทางการศึกษา • "ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายยกเว้นว่าไม่นำข้อกำหนดเรื่องต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาใช้บังคับแก่ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา • "คณาจารย์ที่สอนในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา" ผิด: กฎหมายยกเว้นว่าบทบัญญัติในมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่คณาจารย์ในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 53: “ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 53: “ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่บุคลากรทางการศึกษาที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย สถานศึกษาตามมาตรา 18 (3) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษาและวิทยากรพิเศษทางการศึกษา” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 53: “ความในมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 53: “ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 คำว่า “เด็ก” มีความหมายตรงกับข้อใด
- ก. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 6 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 15 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
- ข. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว ✓
- ค. เด็กซึ่งมีอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
- ง. เด็กซึ่งมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 กำหนดนิยามคำว่า “เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว โดยกฎหมายใช้คำว่า “อายุย่างเข้าปีที่” มิใช่ “อายุครบ...ปีบริบูรณ์” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 6 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 15 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว" ผิด: เกณฑ์อายุตามกฎหมายเริ่มจากอายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 ไม่ใช่อายุย่างเข้าปีที่ 6 หรือ 15 • "เด็กซึ่งมีอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว" ผิด: กฎหมายใช้เกณฑ์อายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 ไม่ใช่ใช้เกณฑ์อายุครบปีบริบูรณ์ • "เด็กซึ่งมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 ไม่ใช่ใช้เกณฑ์อายุครบ 6 ปีหรือ 15 ปีบริบูรณ์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 4: ““เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 4: ““เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อใด
- ก. ต้องส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาในเขตพื้นที่บริการ ภายใน 1 เดือน เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากผู้บริหาร
- ข. ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายการศึกษา ภายใน 60 วัน เว้นแต่เด็กจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
- ค. ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 1 เดือน เว้นแต่ผู้ปกครองอาศัยอยู่ด้วย ✓
- ง. ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 15 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 1 เดือน เว้นแต่ผู้ปกครองอาศัยอยู่ด้วย" ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 กำหนดให้ผู้ที่มิใช่ผู้ปกครองซึ่งมีเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนอาศัยอยู่ด้วย มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ โดยมีข้อยกเว้นคือกรณีที่ผู้ปกครองของเด็กได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาในเขตพื้นที่บริการ ภายใน 1 เดือน เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากผู้บริหาร" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มิได้มีหน้าที่ส่งเด็กเข้าเรียนเอง และมิได้กำหนดเรื่องการผ่อนผันในกรณีนี้ • "ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายการศึกษา ภายใน 60 วัน เว้นแต่เด็กจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 1 เดือน มิใช่แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 60 วัน • "ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 15 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น" ผิด: กฎหมายกำหนดระยะเวลาภายใน 1 เดือน (มิใช่ 15 วัน) และมีข้อยกเว้นหากผู้ปกครองอาศัยอยู่ด้วย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 11: “ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ เว้นแต่ผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 11: “ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เด็กมาอาศัยอยู่ เว้นแต่ผู้ปกครองได้อาศัยอยู่ด้วยกับผู้นั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายสมศักดิ์ ผู้ปกครองของเด็กหญิงแก้วซึ่งมีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ มีความจำเป็นต้องขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนหลังอายุตามเกณฑ์ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้มีอำนาจผ่อนผันตามคำร้องขอของผู้ปกครองคือบุคคลหรือหน่วยงานใด
- ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. สถานศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สถานศึกษา" ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติว่า เมื่อผู้ปกครองร้องขอ ให้สถานศึกษามีอำนาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ดังนั้น ผู้มีอำนาจผ่อนผันตามคำร้องขอจึงได้แก่สถานศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนผัน แต่มิใช่ผู้มีอำนาจพิจารณาผ่อนผันโดยตรง • "คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่ประกาศรายละเอียดการส่งเด็กเข้าเรียน มิใช่ผู้มีอำนาจผ่อนผัน • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายมิได้มอบอำนาจในการผ่อนผันการเข้าเรียนให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 6: “เมื่อผู้ปกครองร้องขอ ให้สถานศึกษามีอำนาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 6: “เมื่อผู้ปกครองร้องขอ ให้สถานศึกษามีอำนาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ต้องรับผิดอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ✓
- ข. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท
- ง. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท" ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติว่า ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 (การส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท มิใช่ 10,000 บาท • "มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท มิใช่ 2,000 บาท • "มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท มิใช่ 5,000 บาท มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 6: “มาตรา 6 ให้ผู้ปกครองส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา เมื่อผู้ปกครองร้องขอ ให้สถานศึกษามีอำนาจผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนก่อนหรือหลังอายุตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 13: “มาตรา 13 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท*”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 13: “มาตรา 13 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท*”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การปฏิบัติหน้าที่และการแสดงบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามข้อใด
- ก. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ครอบครองสถานที่ และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่เลขาธิการ กพฐ. กำหนด
- ข. ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ✓
- ค. ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
- ง. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ปกครองของเด็กเท่านั้น และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด" ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติว่าในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ครอบครองสถานที่ และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่เลขาธิการ กพฐ. กำหนด" ผิด: กฎหมายกำหนดให้แสดงบัตรแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ใช่เลขาธิการ กพฐ. • "ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด" ผิด: กฎหมายกำหนดให้แบบบัตรประจำตัวเป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ใช่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา • "ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ปกครองของเด็กเท่านั้น และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด" ผิด: กฎหมายกำหนดให้แสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ปกครองของเด็กเท่านั้น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 8: “มาตรา 8 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 8: “มาตรา 8 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายเอกจ้างเด็กที่มีอายุในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับมาทำงานประจำที่ร้านค้าของตน โดยปราศจากเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เด็กมิได้ไปเรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 นายเอกต้องรับผิดอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
- ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ✓
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท" ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท การกระทำของนายเอกจึงมีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไว้สูงสุดไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท" ผิด: อัตราค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท เป็นความผิดกรณีไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 14 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสถานะใด
- ก. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
- ข. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา" ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ แต่กำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา • "เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดสถานะตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน แต่ระบุว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา • "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ระบุว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 10: “มาตรา 10 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 10: “มาตรา 10 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อ ข้อใดถูกต้อง
- ก. แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ✓
- ข. ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นผู้มีอำนาจประกาศรายละเอียดและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อ
- ค. แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจาก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่าหกเดือน
- ง. ปิดประกาศรายละเอียดเฉพาะ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" ตามมาตรา 5 กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ประกาศรายละเอียดและปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา รวมทั้งต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นผู้มีอำนาจประกาศรายละเอียดและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มิใช่สถานศึกษาแต่ละแห่ง • "แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจาก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่าหกเดือน" ผิด: กฎหมายบังคับว่าต้องแจ้งเป็นหนังสือเท่านั้น และต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งปี มิใช่หกเดือน • "ปิดประกาศรายละเอียดเฉพาะ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานศึกษาด้วย มิใช่ปิดเฉพาะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 5: “ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 5: “โดยให้ปิดประกาศไว้ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา รวมทั้งต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 5: “ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่ามีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับในเขตบริการที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และไม่มีผู้ดูแล ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติต่อเด็กรายนี้อย่างไร
- ก. ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล
- ข. จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น ✓
- ค. รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
- ง. ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น" ตามมาตรา 12 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่อง หรือไม่มีผู้ดูแล ให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจำเป็น เพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาค ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผ่อนผันให้พ้นจากการเรียน แต่ต้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม • "รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม มิใช่การจัดการเรียนรู้และเกณฑ์เดียวกับเด็กทั่วไป • "ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษให้เด็ก มิใช่ส่งตัวไปสถานสงเคราะห์แทนการศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “ให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจำเป็น เพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็กได้ในช่วงเวลาใด
- ก. ในเวลาใดก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหากมีเหตุสงสัยว่ามีเด็กไม่เข้าเรียนในพื้นที่
- ข. ในเวลาทำการของสถานที่นั้นเท่านั้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่
- ค. ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น ✓
- ง. ในเวลาระหว่าง 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกาหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น" ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ในเวลาใดก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหากมีเหตุสงสัยว่ามีเด็กไม่เข้าเรียนในพื้นที่" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเข้าไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่จำกัดเฉพาะเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น • "ในเวลาทำการของสถานที่นั้นเท่านั้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่" ผิด: กฎหมายให้อำนาจเข้าไปได้ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกด้วย และไม่ได้กำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่ก่อน • "ในเวลาระหว่าง 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกาหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดช่วงเวลาเป็น 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกา แต่ระบุเป็นเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 7: “ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 7: “ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การกระทำของผู้ใดที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ มีผลความรับผิดตามข้อใด
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ข. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท
- ค. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท" ตามมาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ซึ่งเปลี่ยนสถานะเป็นความผิดทางพินัยแล้ว ส่วนโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตามมาตรา 15 เป็นกรณีที่ทำให้เด็กมิได้เข้าเรียนในสถานศึกษาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ใช่ไม่เกิน 10,000 บาท • "มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดทางพินัยและชำระค่าปรับเป็นพินัย ไม่ใช่โทษปรับทางอาญา • "มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดทางพินัยที่มีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ใช่โทษทางอาญา มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรประจำตัวและเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร
- ก. มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร ✓
- ข. มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที
- ค. มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร
- ง. มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร" ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องจึงมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นำตัวเด็กไปส่งทันที แต่กำหนดให้อำนวยความสะดวกตามสมควร • "มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องทำหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร • "มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดให้ความหมายของคำว่า "คณาจารย์" ได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ
- ข. บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ ✓
- ค. บุคคลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการวิจัยในหน่วยงานการศึกษา
- ง. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้สอนที่ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนและดำเนินการวิจัยในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาของรัฐ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า "คณาจารย์" หมายความว่า บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ จึงทำให้ข้อความดังกล่าวถูกต้องตรงตามบทนิยามในกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ" ผิด: ข้อความนี้เป็นบทนิยามของคำว่า "ข้าราชการครู" ตามกฎหมาย มิใช่คณาจารย์ • "บุคคลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการวิจัยในหน่วยงานการศึกษา" ผิด: ข้อความนี้เป็นการนำองค์ประกอบบางส่วนของนิยาม "บุคลากรทางการศึกษา" มาปรับแต่ง มิใช่นิยามของคณาจารย์ • "ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้สอนที่ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนและดำเนินการวิจัยในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาของรัฐ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้คณาจารย์ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ มิใช่อาชีวศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 4: ““คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 4: ““คณาจารย์” หมายความว่า บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือมีกำหนดเวลา
- ก. บุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งตามสัญญาจ้าง จะต้องไม่มีสถานภาพเป็นข้าราชการทุกกรณี
- ข. ผู้ที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง จะไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเช่นเดียวกับข้าราชการ
- ค. การออกระเบียบสัญญาจ้างปฏิบัติงาน ก.ค.ศ. ต้องได้รับความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ✓
- ง. ตำแหน่งที่มีการทำสัญญาจ้าง กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสถานภาพเป็นพนักงานราชการเท่านั้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การออกระเบียบสัญญาจ้างปฏิบัติงาน ก.ค.ศ. ต้องได้รับความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง" ตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ ก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือมีกำหนดเวลาได้ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ในวรรคสองยังเปิดช่องให้ ก.ค.ศ. กำหนดให้บุคคลภายนอกมีสถานภาพเป็นข้าราชการ และมีสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับข้าราชการได้ในระหว่างสัญญาจ้าง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งตามสัญญาจ้าง จะต้องไม่มีสถานภาพเป็นข้าราชการทุกกรณี" ผิด: กฎหมายเปิดช่องให้ ก.ค.ศ. กำหนดให้บุคคลภายนอกที่ได้รับการบรรจุตามสัญญาจ้างมีสถานภาพเป็นข้าราชการได้ • "ผู้ที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง จะไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเช่นเดียวกับข้าราชการ" ผิด: หากมีสถานภาพเป็นข้าราชการ กฎหมายให้มีสิทธิหน้าที่และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับข้าราชการครูในระหว่างสัญญาจ้าง • "ตำแหน่งที่มีการทำสัญญาจ้าง กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสถานภาพเป็นพนักงานราชการเท่านั้น" ผิด: กฎหมายเปิดช่องให้เป็นสัญญาจ้างที่มีสถานภาพเป็นข้าราชการ หรือเป็นพนักงานราชการโดยไม่ต้องเป็นข้าราชการก็ได้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 52: “ก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือโดยมีกำหนดเวลาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 52: “ในกรณีที่ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งเป็นบุคคลภายนอก และ ก.ค.ศ. กำหนดให้มีสถานภาพเป็นข้าราชการ ให้ผู้นั้นมีสิทธิหน้าที่และได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 52: “ก.ค.ศ. อาจกำหนดให้ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือโดยมีกำหนดเวลาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูกานดาได้รับมอบหมายให้จัดโครงการสภานักเรียนและกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังวิถีประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมให้แก่นักเรียน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การปฏิบัติหน้าที่ของครูกานดาสอดคล้องกับวินัยที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
- ก. ต้องส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองและให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง
- ข. ต้องสนับสนุนการปกครองเฉพาะนอกเวลาราชการโดยไม่มีหน้าที่วางรากฐานระบอบการปกครอง
- ค. ต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและห้ามนำเรื่องการเมืองมาจัดการเรียนรู้
- ง. ต้องสนับสนุนด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองดังกล่าว ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องสนับสนุนด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองดังกล่าว" ตามมาตรา 83 บัญญัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น การที่ครูจัดกิจกรรมสภานักเรียนเพื่อปลูกฝังค่านิยมประชาธิปไตยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่วางรากฐานตามที่วินัยกำหนดไว้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองและให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ครูมีหน้าที่ส่งเสริมการจัดตั้งพรรคการเมืองหรือชักชวนผู้เรียนเข้าร่วมพรรคการเมือง • "ต้องสนับสนุนการปกครองเฉพาะนอกเวลาราชการโดยไม่มีหน้าที่วางรากฐานระบอบการปกครอง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครอง มิได้จำกัดเฉพาะนอกเวลาราชการ • "ต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและห้ามนำเรื่องการเมืองมาจัดการเรียนรู้" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครอง มิได้ห้ามนำเรื่องประชาธิปไตยมาจัดการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 83: “มาตรา 83 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 83: “มาตรา 83 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกระทำในข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ก. การเสพยาเสพติดหรือเล่นการพนันเป็นอาจิณ ✓
- ข. การกระทำความผิดลหุโทษจนได้รับโทษจำคุก
- ค. การกระทำความผิดโดยประมาทจนได้รับโทษจำคุก
- ง. การเล่นการพนันทั่วไปที่เป็นเพียงครั้งคราว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเสพยาเสพติดหรือเล่นการพนันเป็นอาจิณ" ตามมาตรา 94 วรรคสาม ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ส่วนการได้รับโทษจำคุกสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ กฎหมายตามมาตรา 94 วรรคสอง บัญญัติยกเว้นไว้ว่าไม่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การกระทำความผิดลหุโทษจนได้รับโทษจำคุก" ผิด: กฎหมายบัญญัติยกเว้นให้โทษจำคุกสำหรับความผิดลหุโทษไม่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง • "การกระทำความผิดโดยประมาทจนได้รับโทษจำคุก" ผิด: กฎหมายบัญญัติยกเว้นให้โทษจำคุกสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทไม่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง • "การเล่นการพนันทั่วไปที่เป็นเพียงครั้งคราว" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้การเล่นการพนันที่จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องเป็นการเล่นการพนันเป็นอาจิณ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 94: “การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 94: “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 94: “การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การดำเนินการสอบสวนกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด
- ก. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า
- ข. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ✓
- ค. ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา
- ง. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้" ตามมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่าในการสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า" ผิด: กฎหมายระบุว่าในการแจ้งพยานหลักฐานจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ไม่ได้บังคับให้ต้องระบุชื่อพยานทุกคน • "ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย มิใช่จำกัดเพียงการทำหนังสือชี้แจง • "ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน" ผิด: หากผู้มีอำนาจเห็นว่ามีมูลและจะเสียหายแก่ราชการ ต้องสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า จะสั่งให้ออกจากราชการทันทีโดยไม่สอบสวนไม่ได้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายสมศักดิ์ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ต่อมาปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปอยู่ก่อนได้รับการบรรจุแต่งตั้ง โดยการเข้ารับราชการนั้นเป็นไปโดยสุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการต่อนายสมศักดิ์อย่างไร
- ก. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และให้การใดที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วตกเป็นโมฆะทั้งหมด
- ข. ให้ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ และให้เรียกคืนเงินเดือนหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด
- ค. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และถือว่าเป็นการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ✓
- ง. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้พักราชการไว้ก่อน และให้ดำเนินการแก้ไขคุณสมบัติให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 30 วัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และถือว่าเป็นการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน" ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่าหากภายหลังปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปอยู่ก่อน ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่และการรับเงินเดือนที่ผ่านมา และหากเข้ารับราชการโดยสุจริต ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และให้การใดที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วตกเป็นโมฆะทั้งหมด" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ จึงไม่ตกเป็นโมฆะ • "ให้ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ และให้เรียกคืนเงินเดือนหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด" ผิด: ไม่ใช่กรณีการลงโทษทางวินัย (ปลดออก) และกฎหมายไม่กระทบกระเทือนถึงการรับเงินเดือน จึงไม่มีการเรียกเงินเดือนคืน • "ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้พักราชการไว้ก่อน และให้ดำเนินการแก้ไขคุณสมบัติให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 30 วัน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน ไม่มีการให้สั่งพักราชการเพื่อรอแก้ไขคุณสมบัติ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 49: “หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งตามมาตรา 42 หรือขาดคุณสมบัติพิเศษตามมาตรา 48 อยู่ก่อนก็ดี” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 49: “ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกจากราชการนั้น และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้ว ให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 49: “หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติทั่วไป หรือขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งตามมาตรา 42 หรือขาดคุณสมบัติพิเศษตามมาตรา 48 อยู่ก่อนก็ดี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กฎหมายกำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ในช่วงเวลาหรือกรณีใด
- ก. ก่อนยื่นขออนุมัติเพื่อลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติวิจัย
- ข. ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อเตรียมความพร้อม
- ค. ภายหลังบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดสองปี
- ง. ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ" ตามมาตรา 80 กำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด จึงตอบก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ก่อนยื่นขออนุมัติเพื่อลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติวิจัย" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องพัฒนาก่อนยื่นขออนุมัติลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย แต่กำหนดให้พัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ • "ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อเตรียมความพร้อม" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นการพัฒนาในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่ระบุชัดเจนว่าให้พัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ • "ภายหลังบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดสองปี" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พัฒนาภายหลังบรรจุและแต่งตั้งครบกำหนดสองปี แต่กำหนดให้พัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 80: “มาตรา 80 ให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 80: “มาตรา 80 ให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกระทำเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการในข้อใด ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ก. รับจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อให้ผู้อื่นใช้ขอเลื่อนวิทยฐานะ แม้ไม่ได้รับค่าตอบแทน ✓
- ข. รับจัดทำผลงานทางวิชาการให้ผู้อื่น จะเป็นวินัยร้ายแรงก็ต่อเมื่อมีการรับค่าตอบแทน
- ค. ลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นเพื่อขอเลื่อนตำแหน่ง เป็นความผิดเฉพาะทางจรรยาบรรณ
- ง. จ้างวานผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอปรับตำแหน่งหน้าที่ เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รับจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อให้ผู้อื่นใช้ขอเลื่อนวิทยฐานะ แม้ไม่ได้รับค่าตอบแทน" ตามมาตรา 91 บัญญัติว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับจัดทำผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนำไปใช้เสนอขอเลื่อนวิทยฐานะหรือเลื่อนตำแหน่ง ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง การรับทำให้ผู้อื่นแม้ไม่ได้ค่าตอบแทนจึงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รับจัดทำผลงานทางวิชาการให้ผู้อื่น จะเป็นวินัยร้ายแรงก็ต่อเมื่อมีการรับค่าตอบแทน" ผิด: กฎหมายระบุชัดเจนว่าไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ ก็เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง • "ลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นเพื่อขอเลื่อนตำแหน่ง เป็นความผิดเฉพาะทางจรรยาบรรณ" ผิด: การคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นเพื่อใช้เลื่อนตำแหน่ง กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่ใช่เพียงความผิดทางจรรยาบรรณ • "จ้างวานผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอปรับตำแหน่งหน้าที่ เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง" ผิด: การจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อเสนอขอปรับปรุงหรือเลื่อนตำแหน่ง กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 91: “ทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 91: “หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนำผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 91: “ทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมชายมีความประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น จึงได้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การลาออกจากราชการของครูสมชายจะมีผลตามข้อใด
- ก. มีผลเมื่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณาอนุญาต
- ข. มีผลนับตั้งแต่วันที่ครูสมชายขอลาออก ✓
- ค. มีผลเมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันขอลาออก
- ง. มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันที่ยื่นหนังสือขอลาออก
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีผลนับตั้งแต่วันที่ครูสมชายขอลาออก" ตามมาตรา 108 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า กรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีผลเมื่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณาอนุญาต" ผิด: ผิด เพราะการลาออกเพื่อสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น กฎหมายกำหนดให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ขอลาออก โดยไม่ต้องรอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต • "มีผลเมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันขอลาออก" ผิด: ผิด เพราะระยะเวลายับยั้งไม่เกิน 90 วันใช้เฉพาะกรณีการลาออกทั่วไปที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ • "มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันที่ยื่นหนังสือขอลาออก" ผิด: ผิด เพราะกฎหมายบัญญัติให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก มิใช่วันถัดจากวันที่ยื่นหนังสือ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 108: “ในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 108: “ในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดจากผู้สอบแข่งขันได้ ให้ดำเนินการตามหลักการใด
- ก. บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
- ข. บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม
- ค. บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ✓
- ง. บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้" ตามมาตรา 45 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ไม่ได้เปิดให้ใช้ดุลยพินิจเลือกบุคคลได้ตามอำเภอใจ • "บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เรียกบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่รวมในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มิใช่แยกตามคะแนนภาคความเหมาะสม • "บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มิใช่ตามความประสงค์ของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 45: “ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 45: “ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ก. ผู้ตรวจราชการกระทรวงมีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องตอบแทนในรูปเงินเพิ่มพิเศษตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
- ข. คณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องอยู่ในรูปของเงินรางวัลประจำปีหรือการปรับเงินเดือนเท่านั้น
- ค. คณะกรรมการ ก.ค.ศ. มีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบให้จำกัดเฉพาะการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง
- ง. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบอาจเป็นบันทึกคำชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือการเลื่อนเงินเดือน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบอาจเป็นบันทึกคำชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือการเลื่อนเงินเดือน" ตามมาตรา 72 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยยึดหลักการปฏิบัติตนที่เหมาะสมและปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งผู้นั้นสมควรได้รับบำเหน็จความชอบ อันอาจเป็นบันทึกคำชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ การเลื่อนเงินเดือน หรือการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ตรวจราชการกระทรวงมีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องตอบแทนในรูปเงินเพิ่มพิเศษตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมิน ไม่ใช่ผู้ตรวจราชการกระทรวง และบำเหน็จความชอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด • "คณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องอยู่ในรูปของเงินรางวัลประจำปีหรือการปรับเงินเดือนเท่านั้น" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่คณะกรรมการสถานศึกษา และบำเหน็จความชอบอาจเป็นคำชมเชย รางวัล หรือเครื่องเชิดชูเกียรติได้ด้วย • "คณะกรรมการ ก.ค.ศ. มีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบให้จำกัดเฉพาะการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่คณะกรรมการ ก.ค.ศ. และรูปแบบบำเหน็จความชอบมิได้จำกัดเฉพาะเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 72: “มาตรา 72 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 72: “ถือว่าผู้นั้นมีความชอบสมควรได้รับบำเหน็จความชอบ ซึ่งอาจเป็นบันทึกคำชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือการเลื่อนเงินเดือน หรือการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่น”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 72: “มาตรา 72 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมศักดิ์มีพฤติกรรมใช้วาจาดูหมิ่น เหยียดหยาม และกดขี่ข่มเหงผู้เรียนอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ครูสมศักดิ์มีความผิดตามข้อใด
- ก. เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ✓
- ข. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
- ค. เป็นความผิดทางแพ่งฐานละเมิดมิใช่ผิดวินัย
- ง. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง" ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 88 วรรคสอง บัญญัติว่าการกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังนั้น พฤติกรรมของครูสมศักดิ์จึงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าหากกระทำอย่างร้ายแรงถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มิใช่วินัยไม่ร้ายแรง • "เป็นความผิดทางแพ่งฐานละเมิดมิใช่ผิดวินัย" ผิด: กฎหมายกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยตรง มิใช่เรื่องทางแพ่งที่ไม่ผิดวินัย • "ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดเงื่อนไขเรื่องความเสียหายแก่ทรัพย์สิน แต่ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในตัวเอง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 88: “การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 88: “การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ผลการสอบสวนฟังได้ว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หากมีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
- ก. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน
- ข. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ✓
- ค. สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้
- ง. สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก" ตามมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า ในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก และถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน" ผิด: กฎหมายห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ไม่ใช่ห้ามต่ำกว่าลดเงินเดือน • "สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้" ผิด: โทษภาคทัณฑ์เป็นโทษสำหรับวินัยไม่ร้ายแรง กฎหมายจึงไม่อนุญาตให้ลดโทษความผิดวินัยอย่างร้ายแรงลงมาถึงภาคทัณฑ์ • "สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้" ผิด: โทษตัดเงินเดือนเป็นโทษสำหรับวินัยไม่ร้ายแรง จึงไม่สามารถลดโทษความผิดวินัยอย่างร้ายแรงลงมาถึงขั้นนี้ได้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 99: “และในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 99: “และในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถึงการกำหนดให้มีตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. ตำแหน่งอาจารย์และตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้
- ข. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. ตำแหน่งครูผู้ช่วยและตำแหน่งครู จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้ ✓
- ง. ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีในสถานศึกษาตามประกาศกระทรวง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตำแหน่งครูผู้ช่วยและตำแหน่งครู จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้" ตามมาตรา 38 กำหนดว่าตำแหน่งครูผู้ช่วยและตำแหน่งครู ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้สอนตามข้อ ก. (1) และ (2) จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้ ส่วนตำแหน่งอาจารย์ถึงศาสตราจารย์ให้มีเฉพาะในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา สำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาให้มีในสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาตามประกาศกระทรวง และตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตำแหน่งอาจารย์และตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ตำแหน่งอาจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์มีได้เฉพาะในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา • "ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา มีในสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาตามประกาศกระทรวง ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีในสถานศึกษาตามประกาศกระทรวง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 38: “ตำแหน่งใน (1) และ (2) จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้ ส่วนตำแหน่งใน (3) ถึง (6) ให้มีในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 38: “ตำแหน่งผู้บริหารใน (1) และ (2) ให้มีในสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาตามประกาศกระทรวง ตำแหน่งผู้บริหารใน (3) และ (4) ให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 38: “ตำแหน่งใน (1) และ (2) จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้ ส่วนตำแหน่งใน (3) ถึง (6) ให้มีในหน่วยงานการศึกษาที่สอนระดับปริญญา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายสมชายสอบแข่งขันได้และได้รับการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งนายสมชายคือบุคคลใด และต้องได้รับอนุมัติจากองค์กรใด
- ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ ก.ค.ศ.
- ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
- ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยอนุมัติ ก.ค.ศ.
- ง. ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 53 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษา เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดังนั้นการบรรจุแต่งตั้งนายสมชายจึงต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์นี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ ก.ค.ศ." ผิด: กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มิใช่อนุมัติจาก ก.ค.ศ. • "ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ หรือตำแหน่งที่มีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป มิใช่ตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษา • "เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยอนุมัติ ก.ค.ศ." ผิด: เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มิใช่ตำแหน่งครูผู้ช่วย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 53: “(4) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ตำแหน่งครู และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 53: “(3) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา 38 ข. (5) ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะชำนาญการ ตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 53: “(4) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ตำแหน่งครู และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสถานศึกษา ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องถือสิ่งใดเป็นสำคัญสูงสุด?
- ก. ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน ✓
- ข. ประโยชน์สูงสุดของชุมชนท้องถิ่น
- ค. ประโยชน์สูงสุดของสถานศึกษา
- ง. ประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน" ตามมาตรา 85 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล โดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประโยชน์สูงสุดของชุมชนท้องถิ่น" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน มิใช่ประโยชน์สูงสุดของชุมชนท้องถิ่น • "ประโยชน์สูงสุดของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน มิใช่ประโยชน์สูงสุดของสถานศึกษา • "ประโยชน์สูงสุดของทางราชการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน มิใช่ประโยชน์สูงสุดของทางราชการ (โดยระบุเพียงไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ) อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 85: “โดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 85: “โดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถึงเรื่องวินัยและโทษทางวินัยได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ถูกลงโทษไล่ออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ
- ข. ผู้ถูกลงโทษปลดออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ ✓
- ค. ผู้กระทำผิดวินัยต้องได้รับโทษเสมอ โดยไม่มีเหตุอันควรงดโทษตามกฎหมายได้
- ง. การว่ากล่าวตักเตือน จัดเป็นหนึ่งในโทษทางวินัย 5 สถานตามที่กฎหมายกำหนด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ถูกลงโทษปลดออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ" ตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่าผู้ใดถูกลงโทษปลดออก ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ สำหรับโทษทางวินัยมีเพียง 5 สถาน (ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก ไล่ออก) และกฎหมายยังเปิดช่องให้งดโทษได้หากมีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ถูกลงโทษไล่ออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ" ผิด: กฎหมายให้สิทธิรับบำเหน็จบำนาญเสมือนเป็นผู้ลาออกจากราชการเฉพาะผู้ถูกลงโทษปลดออกเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ถูกลงโทษไล่ออก • "ผู้กระทำผิดวินัยต้องได้รับโทษเสมอ โดยไม่มีเหตุอันควรงดโทษตามกฎหมายได้" ผิด: กฎหมายกำหนดว่าผู้กระทำผิดวินัยจักต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7 • "การว่ากล่าวตักเตือน จัดเป็นหนึ่งในโทษทางวินัย 5 สถานตามที่กฎหมายกำหนด" ผิด: โทษทางวินัยมี 5 สถาน ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก โดยไม่มีการว่ากล่าวตักเตือน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 96: “มาตรา 96 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 96: “จักต้องได้รับโทษทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 96: “ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 96: “มาตรา 96 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายถูกสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ และต้องการใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยดังกล่าว ครูสมชายจะต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์ตามข้อใด
- ก. ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ข. ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ค. ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ✓
- ง. ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง" ตามมาตรา 122 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ส่วนระยะเวลา 90 วัน คือกรอบเวลาที่ให้ ก.ค.ศ. พิจารณาให้แล้วเสร็จ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง" ผิด: กรณีถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก กฎหมายกำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. มิใช่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา • "ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง" ผิด: กรณีถูกสั่งลงโทษปลดออก ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. และต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง • "ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ส่วน 90 วันเป็นระยะเวลาพิจารณาของ ก.ค.ศ. อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 122: “มาตรา 122 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ แล้วแต่กรณี ต่อ ก.ค.ศ. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 122: “มาตรา 122 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถูกสั่งลงโทษปลดออก ไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ แล้วแต่กรณี ต่อ ก.ค.ศ. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถดำเนินการสอบแข่งขันได้ องค์กรใดมีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่น
- ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีอื่นได้ ในกรณีจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถสอบแข่งขันได้ หรือการสอบแข่งขันอาจไม่ได้บุคคลตามประสงค์ของทางราชการ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายให้อำนาจแก่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายให้อำนาจแก่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลโดยวิธีอื่น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 50: “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่นได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 50: “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่นได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีที่หน่วยงานมีความจำเป็นและผู้บังคับบัญชาส่งหรืออนุญาตให้ข้าราชการครูลาไปศึกษาต่อตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จะได้รับสิทธิและสถานะทางราชการอย่างไร
- ก. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา ✓
- ข. ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ
- ค. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน
- ง. ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา" ตามมาตรา 81 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดว่ากรณีที่มีความจำเป็นหรือเป็นความต้องการของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือวิชาชีพ เมื่อได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลาได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จึงนับเป็นเวลาราชการตามปกติ • "ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้มีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา มิได้สั่งให้ตัดสิทธิหรือมิให้เลื่อนเงินเดือน • "ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา" ผิด: การลาไปศึกษาตามเงื่อนไขนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ มิใช่การถูกสั่งพักราชการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย แล้วแต่กรณี”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายรับเงินจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในการจูงใจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น การกระทำของครูสมชายมีผลทางวินัยอย่างไร
- ก. มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
- ข. มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ✓
- ค. ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ
- ง. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง" ตามมาตรา 93 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดห้ามมิให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงการชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าว การฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าการดำเนินการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่ใช่วินัยไม่ร้ายแรง • "ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ" ผิด: กฎหมายห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียงโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกระทำในหรือนอกเวลาราชการ • "ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่" ผิด: การเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงทันที โดยไม่ต้องพิจารณาว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่หรือไม่ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “รวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน การดำเนินการที่ฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนาน จะต้องมีกรณีตามที่กำหนดในข้อใด
- ก. กำหนดในกฎกระทรวง
- ข. กำหนดในระเบียบ ก.ค.ศ.
- ค. กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ✓
- ง. กำหนดในประกาศ ก.ค.ศ.
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดในกฎ ก.ค.ศ." ตามมาตรา 110 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนาน จะต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ด้วย จึงถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดในกฎกระทรวง" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้ต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. มิใช่กฎกระทรวง • "กำหนดในระเบียบ ก.ค.ศ." ผิด: กฎหมายบัญญัติให้ต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. มิใช่ระเบียบ ก.ค.ศ. • "กำหนดในประกาศ ก.ค.ศ." ผิด: กฎหมายบัญญัติให้ต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. มิใช่ประกาศ ก.ค.ศ. อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 110: “มาตรา 110 ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 110: “แต่ในการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนานจะต้องมีกรณีตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ด้วย”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 110: “มาตรา 110 ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
- ก. ให้หน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก และเป็นผู้กำหนดหลักสูตรวิธีการสอบแข่งขันทั้งหมดของตนเอง
- ข. ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก แต่หาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีความพร้อม ก็มอบให้ดำเนินการได้
- ค. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และเกณฑ์การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด
- ง. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ แต่หากหน่วยงานการศึกษามีความพร้อมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ก็มอบให้ดำเนินการได้ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ แต่หากหน่วยงานการศึกษามีความพร้อมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ก็มอบให้ดำเนินการได้" ตามมาตรา 47 กำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ และในกรณีที่หน่วยงานการศึกษาใดมีความพร้อมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ก็ให้มอบให้หน่วยงานการศึกษานั้นเป็นผู้ดำเนินการได้ ส่วนหลักสูตร วิธีการสอบ และเกณฑ์ตัดสินการขึ้นบัญชีนั้นเป็นอำนาจของ ก.ค.ศ. เป็นผู้กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้หน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก และเป็นผู้กำหนดหลักสูตรวิธีการสอบแข่งขันทั้งหมดของตนเอง" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้หน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการเป็นหลัก และหลักสูตรวิธีการสอบต้องเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด • "ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก แต่หาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีความพร้อม ก็มอบให้ดำเนินการได้" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก ไม่ใช่ ก.ค.ศ. • "ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และเกณฑ์การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด" ผิด: หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และเกณฑ์ตัดสินการขึ้นบัญชี กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ไม่ใช่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 47: “ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 47: “ในกรณีที่หน่วยงานการศึกษาใดมีความพร้อมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามอบให้หน่วยงานการศึกษานั้นเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 47: “หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดำเนินการที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน ตลอดจนเกณฑ์ตัดสินการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น และการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 47: “ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนรอบล่าสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ครูกานดา เนื่องจากผลการปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตามข้อใด
- ก. แจ้งให้ครูกานดาทราบพร้อมระบุเหตุผลที่ไม่สั่งเลื่อนเงินเดือน ✓
- ข. ทำหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่สอน
- ค. ส่งเรื่องให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- ง. เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการชี้ขาด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แจ้งให้ครูกานดาทราบพร้อมระบุเหตุผลที่ไม่สั่งเลื่อนเงินเดือน" ตามมาตรา 73 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมีหน้าที่ต้องแจ้งผลพร้อมเหตุผลให้ครูกานดาทราบโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทำหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่สอน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทำหนังสือแจ้งเตือนหรือสั่งพักการสอนในกรณีนี้ แต่ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน • "ส่งเรื่องให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นำเรื่องการไม่เลื่อนเงินเดือนเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณา แต่ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผล • "เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการชี้ขาด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อชี้ขาด แต่ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผล อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 73: “ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 73: “ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้นั้นทราบพร้อมเหตุผลที่ไม่เลื่อนเงินเดือน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อมีลักษณะตามข้อใด
- ก. กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง
- ข. เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ✓
- ค. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
- ง. กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง" ตามมาตรา 89 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดว่า การกลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: การกระทำเพื่อให้ได้รับแต่งตั้งหรือบรรจุโดยมิชอบ เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการหาประโยชน์ในมาตราอื่น • "เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง" ผิด: กฎหมายบัญญัติว่าต้องเป็นเหตุให้ 'ผู้อื่น' ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง มิใช่ความเสียหายแก่ทางราชการ • "กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ" ผิด: การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียนหรือประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นบทบัญญัติในมาตราอื่น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 89: “การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 89: “การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ก. การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กระทำได้ไม่เกินสองปี
- ข. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยทุกสถานต้องออกจากราชการตามระเบียบของ ก.ค.ศ.
- ค. การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะกระทำมิได้ ✓
- ง. ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องออกจากราชการทันทีโดยไม่สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นได้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะกระทำมิได้" ตามมาตรา 107 บัญญัติชัดเจนว่า การต่อเวลาราชการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องออกจากราชการเพราะพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะกระทำมิได้ ส่วนกรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพยังมีข้อยกเว้นหากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามมาตรา 109 และโทษทางวินัยที่ทำให้ออกจากราชการมีเพียงปลดออกหรือไล่ออกเท่านั้น ไม่ใช่ทุกสถาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กระทำได้ไม่เกินสองปี" ผิด: กฎหมายบัญญัติห้ามการต่อเวลาราชการให้ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่าจะกระทำมิได้ • "ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยทุกสถานต้องออกจากราชการตามระเบียบของ ก.ค.ศ." ผิด: การออกจากราชการเพราะเหตุทางวินัยมีเฉพาะกรณีถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกเท่านั้น ไม่รวมถึงโทษสถานอื่น • "ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องออกจากราชการทันทีโดยไม่สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นได้" ผิด: กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้ว่าหากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก็ไม่ต้องออกจากราชการ มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 109: “มาตรา 109 ภายใต้บังคับตามมาตรา 119 เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่มีกรณีเป็นผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตราอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ …” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 107: “มาตรา 107 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ เมื่อ” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 107: “การต่อเวลาราชการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องออกจากราชการตาม (2) รับราชการต่อไป จะกระทำมิได้” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 107: “ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามมาตรา 109”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 107: “มาตรา 107 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ เมื่อ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายปรเมศได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากหน่วยงานต้นสังกัดประสงค์จะให้นายปรเมศได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของอันดับ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
- ค. ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
- ง. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ." ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า ผู้ใดจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด วิทยฐานะใด ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของอันดับ แต่ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหรือมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎ ก.ค.ศ. • "ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง" ผิด: กฎหมายมิได้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎ ก.ค.ศ. • "ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 44: “ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 44: “ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กฎหมายกำหนดให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะเป็นระยะ ๆ สำหรับตำแหน่งใด
- ก. ตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ✓
- ข. ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับ
- ค. ตำแหน่งที่มีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป
- ง. ตำแหน่งในสายงานการสอนทุกตำแหน่ง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ" ตามมาตรา 55 บัญญัติให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ประเมินสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มิได้ระบุเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา • "ตำแหน่งที่มีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ประเมินสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มิได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป • "ตำแหน่งในสายงานการสอนทุกตำแหน่ง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ประเมินสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มิได้ระบุว่าเป็นตำแหน่งในสายงานการสอนทุกตำแหน่ง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 55: “มาตรา 55 ให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 55: “มาตรา 55 ให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นระยะ ๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ข้าราชการครูเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายจะทำให้เสียหายแก่ราชการ แนวทางปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามกฎหมายคือข้อใด
- ก. สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือขอทบทวนได้ภายใน 15 วัน และหากผู้บังคับบัญชายืนยันคำสั่งเดิมก็มีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตาม
- ข. สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายใน 7 วันเพื่อให้ทบทวนคำสั่งได้ และหากผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือก็ต้องปฏิบัติตาม ✓
- ค. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้นทันทีโดยไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือทักท้วง เพราะถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของทางราชการ
- ง. สามารถปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งได้ทันที และทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปภายใน 7 วัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายใน 7 วันเพื่อให้ทบทวนคำสั่งได้ และหากผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือก็ต้องปฏิบัติตาม" ตามมาตรา 86 หากเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งจะทำให้เสียหายแก่ทางราชการ ข้าราชการครูมีสิทธิเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายใน 7 วันเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นได้ แต่หากผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือขอทบทวนได้ภายใน 15 วัน และหากผู้บังคับบัญชายืนยันคำสั่งเดิมก็มีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตาม" ผิด: กำหนดเวลาเสนอความเห็นทบทวนคือภายใน 7 วัน ไม่ใช่ 15 วัน และหากผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือแล้วผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม • "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้นทันทีโดยไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือทักท้วง เพราะถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของทางราชการ" ผิด: กฎหมายให้สิทธิเสนอความเห็นเป็นหนังสือทักท้วงเพื่อให้ทบทวนคำสั่งได้ภายใน 7 วัน หากเห็นว่าจะทำให้เสียหายแก่ทางราชการ • "สามารถปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งได้ทันที และทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปภายใน 7 วัน" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิปฏิเสธคำสั่งได้ทันที แต่ให้สิทธิทำความเห็นเป็นหนังสือทักท้วงต่อผู้บังคับบัญชาผู้สั่งการเพื่อขอให้ทบทวน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 86: “จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 86: “ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 86: “จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นก็ได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เมื่อผู้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งลงโทษทางวินัย กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดใดไว้ในคำสั่งลงโทษ
- ก. แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา
- ข. แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์
- ค. แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ ✓
- ง. แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ" ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การลงโทษให้ทำเป็นคำสั่ง และในคำสั่งลงโทษต้องแสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้แสดงประวัติการรับราชการหรือมติที่ประชุมสถานศึกษาไว้ในคำสั่งลงโทษ • "แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องระบุสรุปคำให้การของพยานหรือระยะเวลาอุทธรณ์ไว้เป็นสาระสำคัญในคำสั่งลงโทษตามมาตรานี้ • "แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ระบุรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนหรือมาตรการแก้ไขฟื้นฟูในคำสั่งลงโทษ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 97: “ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 97: “ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คำว่า “ผู้บริหารการศึกษา” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน
- ข. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาระดับกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัตินิยามของ “ผู้บริหารการศึกษา” ว่าหมายถึง บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน" ผิด: ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิยามคำว่า “ผู้บริหารสถานศึกษา” มิใช่ผู้บริหารการศึกษา • "บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาระดับกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้ครอบคลุมถึงระดับกระทรวงศึกษาธิการ • "บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิยามคำว่า “ผู้บริหารสถานศึกษา” มิใช่ผู้บริหารการศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 4: ““ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 4: ““ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญา ทั้งของรัฐและเอกชน”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 4: ““ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีคำวินิจฉัยไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้ขอมีสิทธิดำเนินการตามข้อใด
- ก. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน และมีสิทธิประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ✓
- ข. อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการภายใน 30 วัน และต้องยุติการประกอบวิชาชีพควบคุมไว้ก่อน
- ค. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 60 วัน และต้องรอจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น
- ง. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 15 วัน แต่ต้องหยุดการประกอบวิชาชีพทันทีที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน และมีสิทธิประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด" ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตที่ถูกวินิจฉัยไม่ต่ออายุใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยการไม่ต่ออายุใบอนุญาตนั้นไม่ตัดสิทธิผู้ขอที่จะประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าคณะกรรมการคุรุสภาจะได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการภายใน 30 วัน และต้องยุติการประกอบวิชาชีพควบคุมไว้ก่อน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการคุรุสภา มิใช่อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ • "อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 60 วัน และต้องรอจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน มิใช่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 60 วัน • "อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 15 วัน แต่ต้องหยุดการประกอบวิชาชีพทันทีที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว" ผิด: กฎหมายกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ภายใน 30 วัน มิใช่ 15 วัน และไม่ตัดสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “ไม่ตัดสิทธิผู้ขอที่จะประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญาตต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าคณะกรรมการคุรุสภาจะได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุด”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมชายถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาแล้วมีมติให้ลงโทษโดยการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตได้ตามข้อใด
- ก. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี
- ข. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี ✓
- ค. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
- ง. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี" ตามมาตรา 54 (4) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพในการวินิจฉัยชี้ขาดพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 10 ปี • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 2 ปี • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 3 ปี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 54: “พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 54: “พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ “คุรุสภา” มีฐานะตามข้อใด
- ก. เป็นนิติบุคคล ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. เป็นส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. เป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ✓
- ง. เป็นองค์การมหาชน ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ" ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า “คุรุสภา” โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มิได้มีฐานะเป็นส่วนราชการหรือองค์การมหาชน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นนิติบุคคล ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มิใช่เป็นหน่วยงานในสังกัด • "เป็นส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคลในกำกับ มิใช่มีฐานะเป็นส่วนราชการในสังกัด • "เป็นองค์การมหาชน ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล มิใช่จัดตั้งในรูปแบบองค์การมหาชน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 7: “มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 7: “มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 การจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อสิ่งใด
- ก. เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู
- ข. เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
- ค. เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา
- ง. เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ" ตามมาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติให้ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากำหนด มิใช่เพื่อการเลื่อนวิทยฐานะหรือการลงโทษทางวินัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ประเมินเพื่อการเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะ ซึ่งเป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลของ ก.ค.ศ. • "เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ" ผิด: การลงโทษทางจรรยาบรรณเป็นกระบวนการเมื่อมีการประพฤติผิด มิใช่วัตถุประสงค์ของการประเมินระดับคุณภาพนี้ • "เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา" ผิด: กฎหมายมิได้บัญญัติวัตถุประสงค์ของการประเมินระดับคุณภาพตามมาตรานี้เพื่อใช้ต่ออายุใบอนุญาต อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49: “ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49: “ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายสมหมายทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยที่ตนเองไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย หากนายสมหมายกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 นายสมหมายต้องระวางโทษตามข้อใด
- ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ✓
- ข. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ง. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามมาตรา 78 กำหนดว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (การห้ามประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น นายสมหมายจึงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: เป็นระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 79 ซึ่งใช้กับกรณีอื่น • "จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ไม่ใช่ 2 ปี • "จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายกำหนดโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ใช่ 40,000 บาท มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “มาตรา 43 ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพควบคุมอื่นให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง …” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 79: “มาตรา 79 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 46 หรือมาตรา 56 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุคุณสมบัติด้านอายุและระยะเวลาการปฏิบัติการสอนของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมได้ถูกต้อง
- ก. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน
- ข. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี ✓
- ค. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ง. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี" ตามมาตรา 44 (ก) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมว่า ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี มิใช่ 18 ปีบริบูรณ์หรือ 1 ภาคเรียน • "มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มิใช่ไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ • "มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดระยะเวลาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี มิใช่ไม่น้อยกว่า 2 ปี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 44: “มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 44: “ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 44: “มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ข้อใดกล่าวถึงกระบวนการพิจารณาได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ถูกกล่าวหาต้องนำพยานหลักฐานไปแสดงต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
- ข. เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้มีอำนาจออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสำเนาเรื่องให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
- ค. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำชี้แจงส่งให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ✓
- ง. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพต้องส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มพิจารณา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำชี้แจงส่งให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง" ตามมาตรา 53 วรรคสอง ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานส่งให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพหรืออนุกรรมการ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ หรือภายในเวลาที่กำหนด ส่วนหนังสือแจ้งข้อกล่าวหานั้นเป็นหน้าที่ของประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มพิจารณา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ถูกกล่าวหาต้องนำพยานหลักฐานไปแสดงต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ส่งคำชี้แจงหรือพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพหรืออนุกรรมการ ภายใน 15 วัน มิใช่คณะกรรมการคุรุสภา • "เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้มีอำนาจออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสำเนาเรื่องให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเป็นผู้มีหนังสือแจ้ง มิใช่เลขาธิการคุรุสภา • "ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพต้องส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มพิจารณา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มพิจารณา มิใช่ 30 วัน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 53: “ให้ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มพิจารณา” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 53: “ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ ส่งให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ หรืออนุกรรมการ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 53: “ให้ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มพิจารณา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับมอบหมายให้ยกร่างกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ตามกฎหมายนี้ ผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวงดังกล่าวคือใคร และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อใด
- ก. นายกรัฐมนตรี และมีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้
- ข. ประธานกรรมการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและลงนาม
- ค. เลขาธิการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมีผลใช้บังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมีผลใช้บังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว" ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 6 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการและมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นายกรัฐมนตรี และมีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการและออกกฎกระทรวง ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี • "ประธานกรรมการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและลงนาม" ผิด: กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ประธานกรรมการคุรุสภา และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว • "เลขาธิการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้" ผิด: กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่เลขาธิการคุรุสภา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามข้อใดที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา
- ก. มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ✓
- ข. หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง
- ค. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
- ง. ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ" ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา ส่วนข้อจำกัดและเงื่อนไขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามในการประกอบวิชาชีพตามมาตรา 47 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง" ผิด: กฎหมายไม่ได้ใช้ข้อความนี้ในการกำหนดหน้าที่การประพฤติตนของผู้ได้รับใบอนุญาต • "มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ" ผิด: มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 49 ไม่ใช่ข้อความทั้งหมดของหน้าที่ในการประพฤติตน • "ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ" ผิด: ข้อจำกัดและเงื่อนไขเป็นสิ่งที่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับดังกล่าวตามมาตรา 47 ไม่ใช่ข้อกำหนดเรื่องการประพฤติตน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 48: “มาตรา 48 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 47: “มาตรา 47 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 48: “มาตรา 48 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะมีสิทธิยื่นขอรับใบอนุญาตได้อีกเมื่อใด
- ก. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน
- ข. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน ✓
- ค. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน
- ง. ไม่สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้อีกต่อไป
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน" ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน ดังนั้น จึงมีสิทธิยื่นขอรับใบอนุญาตได้ใหม่อีกครั้งเมื่อพ้นระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน" ผิด: กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้ห้าปี มิใช่หนึ่งปี • "สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน" ผิด: กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้ห้าปี มิใช่สามปี • "ไม่สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้อีกต่อไป" ผิด: กฎหมายมิได้ห้ามตลอดไป แต่เปิดให้ยื่นขอได้เมื่อพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 57: “มาตรา 57 ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 57: “มาตรา 57 ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการดำเนินงานของสถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บุคคลในข้อใดได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม
- ก. นายชาญ ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา
- ข. นายนพ ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ในฐานะครูประจำการของโรงเรียนประถมศึกษา
- ค. นายก้อง ได้รับเชิญให้มาบรรยายความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษ ✓
- ง. นายพล ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นายก้อง ได้รับเชิญให้มาบรรยายความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษ" ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม แต่ได้บัญญัติข้อยกเว้นแก่ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทางการศึกษา จึงสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นายชาญ ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา" ผิด: วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม จึงต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่อยู่ในข้อยกเว้น • "นายนพ ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ในฐานะครูประจำการของโรงเรียนประถมศึกษา" ผิด: วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพควบคุม จึงต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่อยู่ในข้อยกเว้น • "นายพล ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา" ผิด: ผู้บริหารการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีใบอนุญาต โดยกฎหมายยกเว้นให้เฉพาะระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “(1) ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทางการศึกษา” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “(7) ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ กฎหมายกำหนดให้ผู้ใดเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า
- ก. ประธานกรรมการคุรุสภา
- ข. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. เลขาธิการคุรุสภา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เลขาธิการคุรุสภา" ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52 บัญญัติว่า เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษ ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า ผู้มีหน้าที่เสนอเรื่องจึงเป็นเลขาธิการคุรุสภา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประธานกรรมการคุรุสภา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ประธานกรรมการคุรุสภาเป็นผู้เสนอเรื่อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการคุรุสภา • "ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ" ผิด: ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเป็นผู้รับเรื่องและมีหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ผู้เสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52: “เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา 51 ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52: “เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา 51 ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุหลักการสำคัญเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ถูกต้องตรงตามกฎหมาย
- ก. ต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ ✓
- ข. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาก่อนปฏิบัติงาน
- ค. ต้องผ่านการประเมินมาตรฐานวิทยฐานะจากองค์กรวิชาชีพทางการศึกษา
- ง. ต้องมีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า "การประกอบวิชาชีพต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้" ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับทางกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพทางการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาก่อนปฏิบัติงาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานการศึกษา แต่กำหนดให้ต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาต • "ต้องผ่านการประเมินมาตรฐานวิทยฐานะจากองค์กรวิชาชีพทางการศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องผ่านการประเมินวิทยฐานะเป็นเงื่อนไขบังคับตามบทบัญญัตินี้ แต่กำหนดเรื่องการมีใบอนุญาต • "ต้องมีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายครอบคลุมทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 5: “การประกอบวิชาชีพต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 5: “การประกอบวิชาชีพต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมศักดิ์ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา และได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ครูสมศักดิ์ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งสิ่งใด
- ก. ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. ข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา ✓
- ค. เกณฑ์และข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ง. เงื่อนไขและข้อปฏิบัติของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา" ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา ดังนั้นครูสมศักดิ์จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บังคับของข้อบังคับคุรุสภาดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา มิใช่กฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ • "เกณฑ์และข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา มิใช่ประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ • "เงื่อนไขและข้อปฏิบัติของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา มิใช่เงื่อนไขของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 47: “ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 47: “ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ถูกห้ามประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันใด
- ก. นับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
- ข. นับแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ค. นับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต ✓
- ง. นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต" ตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย แต่ให้นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง • "นับแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้กำหนดให้นับผลจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา • "นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์ แต่มีผลห้ามนับแต่วันที่ทราบคำสั่งทันที อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 56: “ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 56: “ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในกระบวนการเสนอร่างข้อบังคับของคุรุสภา หากประธานกรรมการคุรุสภาเสนอร่างข้อบังคับต่อรัฐมนตรีแล้ว แต่รัฐมนตรีมิได้ยับยั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับ กฎหมายกำหนดให้มีผลอย่างไร
- ก. ให้ถือว่าร่างข้อบังคับนั้นตกไปโดยผลของกฎหมายทันที
- ข. ให้ส่งร่างข้อบังคับนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ
- ค. ให้ส่งกลับไปให้คณะกรรมการคุรุสภาลงมติยืนยันด้วยเสียง 2 ใน 3
- ง. ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น" ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดว่าการเสนอร่างข้อบังคับของคุรุสภาต่อรัฐมนตรีนั้น รัฐมนตรีอาจยับยั้งได้โดยต้องแสดงเหตุผลแจ้งชัด แต่หากมิได้ยับยั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับ ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น ส่วนการลงมติยืนยันด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการคุรุสภาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรัฐมนตรีมีคำสั่งยับยั้งเท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ถือว่าร่างข้อบังคับนั้นตกไปโดยผลของกฎหมายทันที" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับ มิใช่ร่างข้อบังคับตกไป • "ให้ส่งร่างข้อบังคับนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นำร่างข้อบังคับที่พ้นกำหนดเวลาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี • "ให้ส่งกลับไปให้คณะกรรมการคุรุสภาลงมติยืนยันด้วยเสียง 2 ใน 3" ผิด: การนำกลับมาประชุมเพื่อลงมติยืนยันไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จะกระทำเมื่อรัฐมนตรีมีคำสั่งยับยั้งเท่านั้น มิใช่กรณีที่มิได้ยับยั้งภายในกำหนดเวลา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “หากมิได้ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับ ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น” พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “ถ้ารัฐมนตรียับยั้งร่างข้อบังคับใด ให้คณะกรรมการคุรุสภาประชุมอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้งในการประชุมครั้งหลังนี้ถ้ามีคะแนนเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “หากมิได้ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับ ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้ปกครองนักเรียนพบว่าครูผู้สอนประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพจนบุตรได้รับความเสียหาย จึงได้ทำเรื่องยื่นกล่าวหาครูผู้นั้นต่อคุรุสภา ต่อมาครูได้ขอโทษและชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ปกครองจึงยื่นหนังสือขอถอนเรื่องการกล่าวหา กรณีนี้ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 จะมีผลอย่างไร
- ก. การถอนเรื่องดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ✓
- ข. ให้ยุติเรื่องการพิจารณาทางจรรยาบรรณเนื่องจากผู้เสียหายถอนเรื่องแล้ว
- ค. การดำเนินการจะระงับลงได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติอนุมัติ
- ง. ให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการคุรุสภา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การถอนเรื่องดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ" ตามมาตรา 51 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้นไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น แม้ผู้ปกครองจะขอถอนเรื่อง คุรุสภาก็ยังต้องดำเนินการตามกระบวนการต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ยุติเรื่องการพิจารณาทางจรรยาบรรณเนื่องจากผู้เสียหายถอนเรื่องแล้ว" ผิด: กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าการถอนเรื่องไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการ จึงไม่สามารถยุติเรื่องได้ • "การดำเนินการจะระงับลงได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติอนุมัติ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีมติอนุมัติจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ แต่สั่งไม่ให้ระงับการดำเนินการไว้โดยตรง • "ให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการคุรุสภา" ผิด: กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ชะลอเรื่องหรือขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของเลขาธิการคุรุสภา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 51: “การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้นไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 51: “การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้นไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใด
- ก. กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ
- ข. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ✓
- ค. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- ง. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ส่วนกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินในมาตรา 4 เป็นเรื่องการนำมาใช้บังคับโดยอนุโลม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ" ผิด: กฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับมิได้ถูกระบุเป็นกฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา 5 • "กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน" ผิด: กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็นกฎหมายที่ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 4 ไม่ใช่กฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 5 • "กฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน" ผิด: กฎหมายทั้งสองฉบับมิได้ถูกระบุเป็นกฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา 5 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 5: “มาตรา 5 กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 4: “มาตรา 4 ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติมาใช้บังคับแก่กระทรวงศึกษาธิการโดยอนุโลม เว้นแต่ในพระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 5: “มาตรา 5 กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ในกรณีที่สถานศึกษาจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา การกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด
- ก. ให้ยึดจำนวนนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ ตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา
- ข. ให้ยึดความพร้อมด้านงบประมาณและอาคารสถานที่ของโรงเรียนเป็นสำคัญ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด
- ค. ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
- ง. ให้ยึดบริบทพื้นที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 33 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากสถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ยึดจำนวนนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ ตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ยึดจำนวนนักเรียน และมิใช่อำนาจของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา • "ให้ยึดความพร้อมด้านงบประมาณและอาคารสถานที่ของโรงเรียนเป็นสำคัญ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ยึดความพร้อมด้านงบประมาณหรือสถานที่ และไม่ได้ให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้ประกาศ • "ให้ยึดบริบทพื้นที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา" ผิด: การให้คำแนะนำของสภาการศึกษาใช้สำหรับการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาทั่วไป ไม่ใช่กรณีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาทั้งสองระดับ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 33: “ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 33: “ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ หากมีความจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ผู้มีอำนาจออกและเงื่อนไขการมีผลใช้บังคับตามกฎหมายคือข้อใด
- ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
- ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว" ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการและมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มิใช่อำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายกำหนดว่าจะใช้บังคับได้ต่อเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มิใช่มีผลทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี • "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" ผิด: ผู้มีอำนาจคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 8: “มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 8: “กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 8: “มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การกำหนดว่าการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามข้อใด
- ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
- ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 36 บัญญัติให้การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อความนี้จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของ กพฐ. ไม่ใช่อำนาจของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา • "เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการประกาศกำหนด ไม่ใช่อำนาจของเลขาธิการ กพฐ. อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 36: “มาตรา 36 ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 36: “ว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 36: “มาตรา 36 ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการ ต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. ให้ออกเป็นกฎกระทรวง ✓
- ค. ให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ออกเป็นกฎกระทรวง" ตามมาตรา 11 ประกอบมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการตามมาตรา 10 ซึ่งรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและระบุอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎกระทรวงดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ แต่กำหนดให้ออกเป็นกฎกระทรวง • "ให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แต่กำหนดให้ออกเป็นกฎกระทรวง • "ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่บัญญัติชัดเจนว่าให้ออกเป็นกฎกระทรวง อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 11: “การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการตามมาตรา 10 ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการดังกล่าว” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 10: “(4) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 11: “การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการตามมาตรา 10 ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการดังกล่าว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่าโรงเรียนของตนยังไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการเงินและพัสดุตามที่กฎหมายกำหนดได้เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โรงเรียนดังกล่าวสามารถดำเนินการตามแนวทางใด
- ก. เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร
- ข. ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
- ค. ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว ✓
- ง. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว" ตามมาตรา 39 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า สถานศึกษาใดที่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามที่กำหนดในกฎหมายหรือที่ได้รับมอบหมายได้ อาจขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราวได้ การขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดช่วยปฏิบัติงานแทนเป็นการชั่วคราวจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน แต่ให้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดปฏิบัติงานแทนเป็นการชั่วคราว • "ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาสังกัดเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น • "แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาปฏิบัติหน้าที่แทน แต่ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “มาตรา 39 สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา 34 (2) มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “อาจขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาหรือส่วนราชการนั้นสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราวได้”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “มาตรา 39 สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา 34 (2) มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษาของสภาการศึกษา กำหนดให้เสนอต่อบุคคลหรือองค์กรใด
- ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะรัฐมนตรี ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะรัฐมนตรี" ตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นองค์กรระดับนโยบายสูงสุด มิใช่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี มิใช่เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ • "นายกรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี มิได้กำหนดให้เสนอเฉพาะต่อนายกรัฐมนตรี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 14: “การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 14: “การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็นส่วนใดบ้าง
- ก. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ✓
- ข. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ค. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
- ง. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล" ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ได้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างทั่วไปที่ไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล" ผิด: กระทรวงศึกษาธิการไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค แต่จัดเป็นระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล" ผิด: กฎหมายระบุเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล มิใช่สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: ตามกฎหมายไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น แต่จัดเป็นเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “มาตรา 6 ให้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “(2) ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “(3) ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงการจัดการศึกษาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “มาตรา 6 ให้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หากมีกรณีที่จะต้องแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการให้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จะต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
- ค. ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
- ง. ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 34 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและระบุอำนาจหน้าที่ไว้ในประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ผิด เพราะกฎหมายกำหนดให้ทำโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้กำหนดให้สภาการศึกษาให้คำแนะนำในเรื่องนี้ • "ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด" ผิด: ผิด เพราะการออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนดใช้สำหรับการแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษา ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ผิด เพราะรูปแบบที่กฎหมายกำหนดคือประกาศกระทรวง ส่วนกฎกระทรวงมีไว้สำหรับกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (1) ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (2) และอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (1) ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง กำหนดให้มีส่วนราชการตามข้อใด
- ก. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ✓
- ง. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลางเป็น 2 ส่วน คือ (1) สำนักงานปลัดกระทรวง และ (2) ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องตรงตามตัวบทกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มิใช่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นสำนักงานปลัดกระทรวง มิใช่สำนักงานรัฐมนตรี • "สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุสำนักงานรัฐมนตรีไว้เป็นข้อแยกในการจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลางตามมาตรานี้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “มาตรา 9 ให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ดังนี้” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “(1) สำนักงานปลัดกระทรวง” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “(2) ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “มาตรา 9 ให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ดังนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ข้อใดจัดเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ก. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาในฐานะผู้แทนชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน
- ข. ประเมินคุณภาพภายนอกพร้อมทั้งให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่
- ค. จัดทำและประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใช้จัดการศึกษาทั่วประเทศ
- ง. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา" ตามมาตรา 37 กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา สำหรับหลักสูตรนั้นมีหน้าที่เพียงพัฒนาสาระของหลักสูตรให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาในฐานะผู้แทนชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน" ผิด: การกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษา • "ประเมินคุณภาพภายนอกพร้อมทั้งให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในร่วมกับสถานศึกษา มิใช่การประเมินคุณภาพภายนอก • "จัดทำและประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใช้จัดการศึกษาทั่วประเทศ" ผิด: หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่พัฒนาสาระให้สอดคล้องเท่านั้น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 37: “มาตรา 37 ให้มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 36” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 37: “(2) อำนาจหน้าที่ในการพัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 37: “และพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 37: “มาตรา 37 ให้มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 36”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาบริหารงาน หากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการประสงค์จะสั่งการหรือปฏิบัติราชการในกระทรวง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
- ก. เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย ✓
- ข. ปฏิบัติราชการได้โดยอิสระตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้
- ค. เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา
- ง. เป็นไปตามคำแนะนำของสภาการศึกษาในการจัดการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย" ตามมาตรา 12 วรรคสอง บัญญัติว่าในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย รัฐมนตรีช่วยจึงสั่งหรือปฏิบัติราชการตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิบัติราชการได้โดยอิสระตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้" ผิด: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจสั่งการโดยอิสระ แต่ต้องสั่งหรือปฏิบัติราชการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย • "เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับมติคณะรัฐมนตรีโดยตรง • "เป็นไปตามคำแนะนำของสภาการศึกษาในการจัดการศึกษา" ผิด: สภาการศึกษาเป็นองค์กรให้ความเห็นหรือคำแนะนำ ไม่ใช่ผู้มอบหมายอำนาจสั่งการแก่รัฐมนตรีช่วย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 12: “ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 12: “ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุความหมายของคำว่า “เด็ก” ได้ถูกต้อง
- ก. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
- ข. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ✓
- ค. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
- ง. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดนิยามคำว่าเด็กไว้ชัดเจนว่าหมายถึงบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ดังนั้น ผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์แต่ได้ทำการสมรสตามกฎหมายจนบรรลุนิติภาวะแล้วจึงไม่อยู่ในนิยามของเด็กตามกฎหมายนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุเด็กไว้ที่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มิใช่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: “มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: ““เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: “มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดสถานภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร
- ก. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ข. เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ✓
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา" ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและมีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่พนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา • "เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา • "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 31: “ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 31: “ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการออกตรวจพื้นที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พบนักเรียนประพฤติตนฝ่าฝืนระเบียบสถานศึกษา จึงได้นำตัวไปมอบแก่ผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อสอบถามและลงโทษตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการต่อไปคือข้อใด
- ก. พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนด
- ข. ผู้บริหารสถานศึกษาทำรายงานส่งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการคุมประพฤติ
- ค. ผู้บริหารสถานศึกษาส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจและการฟื้นฟูพฤติกรรม
- ง. พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง" ตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดว่าเมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง จึงเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้ปกครองในขั้นตอนนี้ • "ผู้บริหารสถานศึกษาทำรายงานส่งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการคุมประพฤติ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษารายงานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติเพื่อคุมประพฤติ • "ผู้บริหารสถานศึกษาส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจและการฟื้นฟูพฤติกรรม" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นำตัวเด็กส่งสถานแรกรับในกรณีที่ผ่านการสอบถามและลงโทษตามระเบียบแล้ว อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 65: “เมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 65: “เมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในกรณีที่ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และพัฒนาเด็กได้ หรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ บุคคลใดมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
- ก. พนักงานเจ้าหน้าที่ ✓
- ข. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
- ค. ผู้ปกครองสถานแรกรับ
- ง. ผู้บริหารสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พนักงานเจ้าหน้าที่" ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดว่าในกรณีผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และพัฒนาเด็กได้ หรือเลี้ยงดูโดยมิชอบ กฎหมายกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้รับแจ้งเหตุในบางกรณี มิใช่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามกรณีนี้ • "ผู้ปกครองสถานแรกรับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้ผู้ปกครองสถานแรกรับเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามกรณีนี้ • "ผู้บริหารสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาในกรณีดังกล่าว อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 28: “พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 28: “พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากเด็กฝ่าฝืนข้อห้ามซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด
- ก. มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที
- ข. มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน ✓
- ค. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด
- ง. ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน" ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ห้ามเด็กซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูล และมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทัณฑ์บน กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ส่งตัวไปดำเนินคดีอาญาหรือสั่งปรับทางปกครองในทันที ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจสั่งส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับทันที แต่ให้เรียกผู้ปกครองมาปรึกษาหารือและแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรม • "มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งปรับทางปกครองแก่ผู้ปกครองเมื่อเด็กฝ่าฝืนเสพสุราหรือบุหรี่ • "ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายมุ่งเน้นมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพและตักเตือนทำทัณฑ์บน ไม่ได้ให้ส่งตัวเด็กดำเนินคดีอาญาทันที อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน ให้ทำทัณฑ์บน”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน ให้ทำทัณฑ์บน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้ปกครองนำเด็กไปฝากไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก แล้วหลบหนีไปโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามของผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในลักษณะใด
- ก. การปฏิบัติต่อเด็กอันเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโต
- ข. การปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ
- ค. การทอดทิ้งเด็กโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน ✓
- ง. การละทิ้งเด็กไว้โดยไม่จัดให้มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การทอดทิ้งเด็กโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน" ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25 (1) กำหนดข้อห้ามมิให้ผู้ปกครองทอดทิ้งเด็กไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือสถานที่ใดโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน การกระทำตามสถานการณ์จึงตรงกับการทอดทิ้งเด็กโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืนโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การปฏิบัติต่อเด็กอันเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโต" ผิด: ตามมาตรา 25 (4) บัญญัติถึงการปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก • "การปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ" ผิด: ตามมาตรา 25 (5) บัญญัติถึงการปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ • "การละทิ้งเด็กไว้โดยไม่จัดให้มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม" ผิด: ตามมาตรา 25 (2) เป็นกรณีละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการทอดทิ้งโดยเจตนาไม่รับกลับคืน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25: “มาตรา 25 ผู้ปกครองต้องไม่กระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือสถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25: “(2) ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 25: “มาตรา 25 ผู้ปกครองต้องไม่กระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือสถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใด ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินระยะเวลาตามข้อใด
- ก. ไม่เกิน 15 วัน
- ข. ไม่เกิน 3 วัน
- ค. ไม่เกิน 30 วัน
- ง. ไม่เกิน 7 วัน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่เกิน 7 วัน" ตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดว่าการส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใด ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกิน 7 วัน เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นและสมควร ศาลอาจมีคำสั่งขยายระยะเวลาออกไปรวมแล้วไม่เกิน 30 วัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่เกิน 15 วัน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดระยะเวลา 15 วันสำหรับการส่งเด็กไประหว่างการสืบเสาะและพินิจ • "ไม่เกิน 3 วัน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดระยะเวลา 3 วันสำหรับการส่งเด็กไประหว่างการสืบเสาะและพินิจ • "ไม่เกิน 30 วัน" ผิด: ระยะเวลารวมไม่เกิน 30 วัน เป็นกรณีที่ต้องร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งขยายระยะเวลาออกไปเมื่อมีเหตุจำเป็น ไม่ใช่ระยะเวลาปกติที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 7 วัน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 42: “มาตรา 42 การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 41 วรรคสอง ต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันที” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 42: “การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใดตามวรรคหนึ่ง ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินเจ็ดวัน”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 42: “มาตรา 42 การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 41 วรรคสอง ต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันที”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด กฎหมายกำหนดหลักการสำคัญในการปฏิบัติไว้อย่างไร
- ก. ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ✓
- ข. ให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคมเป็นสำคัญ โดยป้องกันมิให้เด็กกระทำความผิด
- ค. ให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยยึดมาตรฐานการครองชีพของเด็ก
- ง. ให้คำนึงถึงความยินยอมและความพร้อมของผู้ปกครองเป็นสำคัญ และไม่ขัดต่อระเบียบของทางราชการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม" ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดชัดเจนว่าการปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ดังนั้นข้อนี้จึงถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคมเป็นสำคัญ โดยป้องกันมิให้เด็กกระทำความผิด" ผิด: กฎหมายไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นหลัก แต่กำหนดให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม • "ให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยยึดมาตรฐานการครองชีพของเด็ก" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ยึดขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นหลักในการปฏิบัติต่อเด็ก แต่ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก • "ให้คำนึงถึงความยินยอมและความพร้อมของผู้ปกครองเป็นสำคัญ และไม่ขัดต่อระเบียบของทางราชการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ยึดความยินยอมหรือความพร้อมของผู้ปกครอง แต่ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22: “มาตรา 22 การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 22: “มาตรา 22 การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูประจำชั้นออกเยี่ยมบ้านนักเรียน พบว่าผู้ปกครองของนักเรียนมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของนักเรียนที่อยู่ในความปกครองดูแล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นักเรียนรายนี้จัดอยู่ในกลุ่มเด็กประเภทใด
- ก. เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
- ข. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ✓
- ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด
- ง. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์" ตามมาตรา 32 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ดังนั้น กรณีที่ครูพบสถานการณ์ดังกล่าวจึงต้องจัดนักเรียนอยู่ในกลุ่มเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู • "เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด • "เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “มาตรา 32 เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ได้แก่” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “(4) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “มาตรา 32 เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ได้แก่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฏิบัติต่อเด็ก (เช่น การกระทำทารุณกรรม การละเลย หรือการใช้เด็กเป็นเครื่องมือกระทำผิด) ต้องระวางโทษตามข้อใด
- ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ค. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ✓
- ง. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนมาตรา 26 เกี่ยวกับข้อห้ามการปฏิบัติต่อเด็ก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ • "จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นโทษของผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา 79 • "จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26: “มาตรา 26 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก (2) …” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 79: “มาตรา 79 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 มาตรา 50 หรือมาตรา 61 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากครูหรืออาจารย์พบเห็นข้อเท็จจริงที่น่าสงสัยว่าเด็กที่เป็นศิษย์ถูกทารุณกรรม การปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดทางกฎหมายเป็นไปตามข้อใด
- ก. ต้องรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงก่อน จึงจะส่งเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อรับความคุ้มครองทางกฎหมาย
- ข. ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า แต่หากข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่สงสัย ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง
- ค. สามารถใช้ดุลพินิจว่าจะรายงานหรือไม่ก็ได้ แต่หากตัดสินใจรายงานโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดเฉพาะความรับผิดทางอาญา
- ง. ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า และหากกระทำโดยสุจริตย่อมไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า และหากกระทำโดยสุจริตย่อมไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง" ตามมาตรา 29 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้ครูหรืออาจารย์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์ จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า หากปรากฏชัดหรือน่าสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรม และตามมาตรา 29 วรรคสาม การรายงานเมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงก่อน จึงจะส่งเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อรับความคุ้มครองทางกฎหมาย" ผิด: กฎหมายกำหนดให้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ที่ระบุไว้โดยมิชักช้า มิได้กำหนดขั้นตอนให้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงก่อน • "ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า แต่หากข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่สงสัย ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าหากกระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทางแพ่งด้วย • "สามารถใช้ดุลพินิจว่าจะรายงานหรือไม่ก็ได้ แต่หากตัดสินใจรายงานโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดเฉพาะความรับผิดทางอาญา" ผิด: กฎหมายบัญญัติเป็นหน้าที่บังคับว่า 'จะต้องรายงาน' ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจ และคุ้มครองให้พ้นผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ไม่ใช่เฉพาะทางอาญา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 29: “ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 24 หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า หากเป็นที่ปรากฏชัดหรือน่าสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบ” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 29: “การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาหรือทางปกครอง”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 29: “ครู อาจารย์ หรือนายจ้าง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา 24 หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า หากเป็นที่ปรากฏชัดหรือน่าสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรมหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการเลี้ยงดูโดยมิชอบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมศักดิ์ได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียน ในการนี้ กฎหมายกำหนดให้โรงเรียนต้องจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่บุคคลกลุ่มใด
- ก. นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ✓
- ข. เฉพาะนักเรียนและนักศึกษาเท่านั้น
- ค. นักเรียน นักศึกษา และครูผู้สอน
- ง. นักเรียน นักศึกษา และผู้นำชุมชน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง" ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ดังนั้นจึงต้องจัดให้แก่ผู้ปกครองด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เฉพาะนักเรียนและนักศึกษาเท่านั้น" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ครอบคลุมถึงผู้ปกครองด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเรียนและนักศึกษาเท่านั้น • "นักเรียน นักศึกษา และครูผู้สอน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ไม่ใช่ครูผู้สอน • "นักเรียน นักศึกษา และผู้นำชุมชน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ไม่ใช่ผู้นำชุมชน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 63: “โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 63: “โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก มีข้อยกเว้นให้กระทำได้ในกรณีใด
- ก. การจัดกิจกรรมตามประเพณี
- ข. การปฏิบัติทางการแพทย์ ✓
- ค. การได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
- ง. การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปฏิบัติทางการแพทย์" ตามมาตรา 26 (10) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก โดยมีข้อยกเว้นเพียงกรณีเดียวคือการปฏิบัติทางการแพทย์ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ปกครองจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดกิจกรรมตามประเพณี" ผิด: กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะการปฏิบัติทางการแพทย์เท่านั้น ไม่รวมถึงกิจกรรมตามประเพณี • "การได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง" ผิด: กฎหมายห้ามมิให้กระทำไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ และไม่มีข้อยกเว้นเรื่องความยินยอมของผู้ปกครอง • "การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา" ผิด: กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะการปฏิบัติทางการแพทย์เท่านั้น ไม่รวมถึงพิธีกรรมทางศาสนา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26: “(10) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26: “(10) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กรณีผู้ปกครองหรือญาติเป็นผู้กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ศาลมีอำนาจออกคำสั่งตามข้อใด
- ก. ให้ฝ่ายปกครองนำตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไปคุมขังไว้ที่เรือนจำมีกำหนดครั้งละไม่เกิน 60 วัน
- ข. ให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเด็กไปรับการคุ้มครองที่สถานแรกรับเป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 15 วัน
- ค. ให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน ✓
- ง. ให้ตำรวจควบคุมตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไว้ที่สถานีตำรวจได้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 7 วัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน" ตามมาตรา 43 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ฝ่ายปกครองนำตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไปคุมขังไว้ที่เรือนจำมีกำหนดครั้งละไม่เกิน 60 วัน" ผิด: กฎหมายให้อำนาจศาลสั่งตำรวจจับกุมมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน ไม่ใช่ฝ่ายปกครองนำไปขังเรือนจำ 60 วัน • "ให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเด็กไปรับการคุ้มครองที่สถานแรกรับเป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 15 วัน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สั่งส่งตัวเด็กไปสถานแรกรับ 15 วัน แต่ให้อำนาจสั่งจับกุมผู้ที่จะกระทำทารุณกรรมมากักขังไว้ • "ให้ตำรวจควบคุมตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไว้ที่สถานีตำรวจได้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 7 วัน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จับกุมมากักขังไว้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ไม่ใช่การควบคุมตัวที่สถานีตำรวจไม่เกิน 7 วัน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวัน”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 43: “ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ให้ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกินสามสิบวัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นายมงคลอ้างว่าตนมีสิทธิอุปการะเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนบุตรตามขนบธรรมเนียมประเพณีของครอบครัวอย่างไรก็ได้ โดยรัฐไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้ออ้างของนายมงคลถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด
- ก. ถูกต้อง เพราะอำนาจปกครองดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรเป็นสิทธิเด็ดขาดของบิดามารดาซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจก้าวล่วงได้
- ข. ถูกต้อง เพราะกฎหมายให้ถือปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นเป็นสำคัญโดยไม่มีข้อจำกัดใด
- ค. ไม่ถูกต้อง เพราะต้องได้รับความเห็นชอบแผนการเลี้ยงดูเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดก่อน
- ง. ไม่ถูกต้อง เพราะต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองมิให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่ถูกต้อง เพราะต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองมิให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ" ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ปกครองมีหน้าที่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กตามสมควรแก่วัฒนธรรมท้องถิ่น แต่มีเงื่อนไขบังคับว่าต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ข้ออ้างของนายมงคลจึงไม่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ถูกต้อง เพราะอำนาจปกครองดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรเป็นสิทธิเด็ดขาดของบิดามารดาซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจก้าวล่วงได้" ผิด: อำนาจการดูแลมิใช่สิทธิเด็ดขาดที่จะละเมิดมาตรฐานขั้นต่ำหรือปล่อยให้เด็กตกอยู่ในภาวะอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจได้ • "ถูกต้อง เพราะกฎหมายให้ถือปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นเป็นสำคัญโดยไม่มีข้อจำกัดใด" ผิด: กฎหมายกำหนดเงื่อนไขจำกัดไว้ชัดเจนว่าต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำในกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมิให้เกิดอันตราย • "ไม่ถูกต้อง เพราะต้องได้รับความเห็นชอบแผนการเลี้ยงดูเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดก่อน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเสนอแผนการเลี้ยงดูเพื่อขอความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 23: “ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 23: “ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เด็กกลุ่มใดต่อไปนี้จัดเป็น “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ”
- ก. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ✓
- ข. เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน
- ค. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า
- ง. เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด" ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด และเด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด” จึงเป็นข้อที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน" ผิด: เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกันไม่ได้จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรา 40 • "เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า" ผิด: ตามกฎหมายเด็กเร่ร่อนและเด็กกำพร้าจัดอยู่ในกลุ่มเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรานี้ • "เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน" ผิด: เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจนไม่ได้จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรา 40 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 40: “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ (1) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (2) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด (3) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 40: “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ (1) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (2) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด (3) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 คำว่า “เด็กปฐมวัย” หมายความตรงกับข้อใด
- ก. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
- ข. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ✓
- ค. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
- ง. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ได้นิยาม “เด็กปฐมวัย” ว่าหมายถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาด้วย จึงตอบข้อนี้ได้อย่างถูกต้องตามตัวบท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายกำหนดอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับประถมศึกษา ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายระบุว่ารวมถึงเด็กที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ ไม่ใช่ต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 3: ““เด็กปฐมวัย” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 3: ““เด็กปฐมวัย” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย และคณะกรรมการได้แจ้งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
- ก. เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งตัดงบประมาณการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานนั้น
- ข. ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งหมด
- ค. มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลทราบพร้อมด้วยเหตุผล เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ✓
- ง. มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยทันที
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลทราบพร้อมด้วยเหตุผล เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป" ตามมาตรา 22 กำหนดว่าเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่แจ้งให้แก้ไขแล้ว หากยังไม่มีการปฏิบัติหรือดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลทราบพร้อมด้วยเหตุผล เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งตัดงบประมาณการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานนั้น" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อตัดงบประมาณของหน่วยงาน • "ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งหมด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในขั้นตอนนี้ • "มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยทันที" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสั่งลงโทษทางวินัยโดยตรง แต่ให้แจ้งผู้มีอำนาจกำกับดูแลทราบ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 22: “มาตรา 22 ให้คณะกรรมการติดตามให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ปฏิบัติหรือดำเนินการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 22: “เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว หากยังไม่มีการปฏิบัติหรือดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลทราบพร้อมด้วยเหตุผล เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 22: “มาตรา 22 ให้คณะกรรมการติดตามให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือภาคเอกชนที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย ปฏิบัติหรือดำเนินการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สถานศึกษาแห่งหนึ่งเตรียมจัดทำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนเข้าเรียน เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บุคคลหรือองค์กรใดมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์การรับเด็กปฐมวัยเข้าศึกษาในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา
- ก. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน
- ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย" ตามมาตรา 14 (7) แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บัญญัติให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเด็กปฐมวัยเข้าศึกษาในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ซึ่งหมายถึงคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามกฎหมายนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน" ผิด: พระราชบัญญัตินี้มิได้ให้อำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวแก่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน • "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ มิใช่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการระดับนโยบาย มิใช่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 14: “มาตรา 14 คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 14: “(7) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเด็กปฐมวัยเข้าศึกษาในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 14: “มาตรา 14 คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดให้บุคคลใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
- ก. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ✓
- ข. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- ค. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- ง. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ร่วมกัน โดยไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นร่วมรักษาการด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย" ผิด: กฎหมายกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ มิใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย • "นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข" ผิด: กฎหมายกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ มิใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข • "นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์" ผิด: กฎหมายกำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รักษาการ มิใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 4: “มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 4: “มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน้าที่ในข้อใดเป็นหน้าที่ของสถานพยาบาลที่ต้องจัดให้มีในการให้บริการสุขภาพแก่มารดาและบุตร
- ก. จัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของความเป็นผู้ดูแลเด็กปฐมวัย
- ข. ให้บริการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อย 6 เดือน ✓
- ค. จัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง
- ง. จัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ และจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้บริการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อย 6 เดือน" ตามมาตรา 24 กำหนดให้สถานพยาบาลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเอกชน มีหน้าที่จัดบริการสุขภาพแก่มารดาและบุตร รวมถึงการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อย 6 เดือน ส่วนการพัฒนาผู้ดูแลเด็กเป็นหน้าที่ตามมาตรา 23 และการจัดการศึกษาอบรมเลี้ยงดูตลอดจนดูแลช่วงรอยต่อเป็นหน้าที่ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรา 25 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของความเป็นผู้ดูแลเด็กปฐมวัย" ผิด: เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาผู้ดูแลเด็กปฐมวัยตามที่กำหนดในกฎหมาย • "จัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง" ผิด: เป็นหน้าที่ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในการส่งเสริมพัฒนาการช่วงรอยต่อตามที่กฎหมายกำหนด • "จัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ และจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง" ผิด: เป็นหน้าที่ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 24: “และการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อยหกเดือน” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 23: “ให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาผู้ดูแลเด็กปฐมวัยจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของความเป็นผู้ดูแลเด็ก” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 25: “สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ และจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 24: “และการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อยหกเดือน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในระหว่างที่แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยมีผลใช้บังคับ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว หากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงแผนดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนใดตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562
- ก. ปรับปรุงแล้วประกาศใช้บังคับได้ทันทีโดยไม่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
- ข. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศใช้
- ค. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป ✓
- ง. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อสภาการศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับปรุงแล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป" ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดว่าในกรณีที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างที่แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยใช้บังคับ คณะกรรมการอาจดำเนินการปรับปรุงให้เหมาะสมได้ โดยต้องเสนอแผนที่ปรับปรุงนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปเช่นเดียวกับการจัดทำแผนในคราวแรก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับปรุงแล้วประกาศใช้บังคับได้ทันทีโดยไม่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วย จะประกาศใช้ทันทีไม่ได้ • "ปรับปรุงแล้วเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศใช้" ผิด: องค์กรที่มีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยคือคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ • "ปรับปรุงแล้วเสนอต่อสภาการศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: ผู้มีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบคือคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่สภาการศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19: “ให้คณะกรรมการเสนอแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19: “ในกรณีที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างที่แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยใช้บังคับ คณะกรรมการอาจดำเนินการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นได้ โดยให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 19: “ให้คณะกรรมการเสนอแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีซึ่งกำหนดโดยผู้ใด
- ก. คณะรัฐมนตรี
- ข. สภาการศึกษา
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะกรรมการ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการ" ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง มีภารกิจร่วมกันดำเนินการเพื่อให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัย และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด • "สภาการศึกษา" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้สภาการศึกษาเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด • "นายกรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 6: “และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 6: “และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อใดอย่างต่อเนื่อง
- ก. ตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา ✓
- ข. ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับอนุบาลหรือเทียบเท่า
- ค. ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
- ง. ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา" ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษา ต้องส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาการเรียนรู้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับอนุบาลหรือเทียบเท่า" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดช่วงรอยต่อตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับอนุบาล แต่กำหนดตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา • "ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดช่วงรอยต่อให้ครอบคลุมถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แต่สิ้นสุดที่ระดับประถมศึกษา • "ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดช่วงรอยต่อไปจนถึงระดับการศึกษาภาคบังคับ แต่กำหนดเฉพาะตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 25: “มาตรา 25 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 25: “รวมทั้งจัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 25: “มาตรา 25 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ภายหลังที่มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย เทศบาลตำบลแห่งหนึ่งซึ่งมีภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย
- ก. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน
- ข. จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว ✓
- ค. แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ
- ง. เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว" ตามมาตรา 21 กำหนดว่าเมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผน จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว เทศบาลตำบลในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องจัดทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติตามแผน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดทำรายงานเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขอจัดสรรเงินอุดหนุนหลังการประกาศแผน • "แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ท้องถิ่นแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมากำหนดมาตรฐานเฉพาะตนเอง แต่ให้ปฏิบัติตามภารกิจในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย • "เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเสนอแผนงานเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการ แต่กำหนดให้จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 21: “เมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 21: “เมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บิดา มารดา และผู้ปกครอง มีหน้าที่ต่อเด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลตามข้อใด
- ก. จัดส่งเด็กเข้าศึกษาต่อในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐเมื่ออายุครบเก้าเดือน
- ข. มุ่งเน้นจัดการเรียนรู้ทางวิชาการเพื่อเตรียมสอบแข่งขันเข้าสถานศึกษา
- ค. จัดให้ได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ✓
- ง. ส่งเด็กเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในระดับชาติเป็นประจำ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดให้ได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย" ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดหน้าที่ของบิดา มารดา และผู้ปกครองไว้โดยตรงว่า ต้องจัดให้เด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดส่งเด็กเข้าศึกษาต่อในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐเมื่ออายุครบเก้าเดือน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้ต้องส่งเด็กเข้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐเมื่อมีอายุครบเก้าเดือน • "มุ่งเน้นจัดการเรียนรู้ทางวิชาการเพื่อเตรียมสอบแข่งขันเข้าสถานศึกษา" ผิด: ตามมาตรา 8 การจัดการเรียนรู้ต้องเป็นการเตรียมความพร้อมและต้องไม่มุ่งเน้นการสอบแข่งขันระหว่างเด็กปฐมวัย • "ส่งเด็กเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในระดับชาติเป็นประจำ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองส่งเด็กเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธิ์ในระดับชาติ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 7: “มาตรา 7 บิดา มารดา และผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้เด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย” พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 8: “แต่ต้องไม่เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการสอบแข่งขันระหว่างเด็กปฐมวัย”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 7: “มาตรา 7 บิดา มารดา และผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้เด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามบทนำของประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภามุ่งเน้นเรื่องใด
- ก. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ✓
- ข. เรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาสู่สากล และสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม
- ค. เรียนดี มีความสุข ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดภาระครู
- ง. เรียนดี มีคุณธรรม มีทักษะชีวิต และมีรายได้ระหว่างเรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา" ตามบทนำของประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดไว้ชัดเจนว่า นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาสู่สากล และสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม" ผิด: ข้อความนี้ไม่ได้ถูกระบุเป็นจุดเน้นของนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาตามประกาศฉบับนี้ • "เรียนดี มีความสุข ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดภาระครู" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่ระบุไว้ในบทนำของประกาศฉบับนี้ • "เรียนดี มีคุณธรรม มีทักษะชีวิต และมีรายได้ระหว่างเรียน" ผิด: คำว่า 'เรียนดี มีคุณธรรม' เป็นแนวทางเดิมและไม่ใช่ข้อความตามนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาในประกาศฉบับนี้ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา มุ่งเน้นเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) มีแนวทางดำเนินการอย่างไร
- ก. จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ
- ข. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ✓
- ค. โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่
- ง. มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบายที่ 1 ข้อ 1.2 กำหนดให้นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ" ผิด: นโยบายกำหนดให้นำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การจัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางส่งอาหารให้สถานศึกษาขนาดเล็ก • "โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดให้โอนงบประมาณตรงสู่บัญชีผู้ปกครอง แต่ให้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการแทนครู • "มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การมอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครู อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และรู้เท่าทัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำ ควบคู่กับการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. กรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ข. การบริหารจัดการโรงเรียนแบบ Work Smart
- ค. แนวคิด AI for All ✓
- ง. การให้ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แนวคิด AI for All" ตามข้อ 3.1 ของนโยบายการศึกษาฯ กำหนดให้ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน (AI Literacy) เพื่อเป็นเครื่องมือคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำภายใต้แนวคิด AI for All การจัดกิจกรรมดังกล่าวจึงตรงกับแนวคิด AI for All ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กรอบความร่วมมือ Global Partnerships" ผิด: Global Partnerships เป็นกรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลกเพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตรและแนวปฏิบัติที่ดี • "การบริหารจัดการโรงเรียนแบบ Work Smart" ผิด: Work Smart เป็นแนวทางการปรับปรุงระบบบริหารงานและการปฏิบัติงาน ไม่ใช่แนวคิดส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ • "การให้ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่" ผิด: ODOS รูปแบบใหม่ เป็นมาตรการขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาเพื่อสร้างความเท่าเทียมแก่เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.1 ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ (AI Literacy)” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำ ภายใต้แนวคิด AI for All” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Partnerships”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.1 ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ (AI Literacy)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดระบุสาระสำคัญของมาตรการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อปกป้องดูแลจากความรุนแรงทุกรูปแบบ
- ข. การนำรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์มาใช้คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง
- ค. การผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
- ง. ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อ 4.2 กำหนดให้มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่ ส่วนศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพอยู่ในข้อ 4.1 และการผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติอยู่ในข้อ 5 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อปกป้องดูแลจากความรุนแรงทุกรูปแบบ" ผิด: ข้อความนี้เป็นมาตรการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพตามข้อ 4.1 ไม่ใช่มาตรการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย • "การนำรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์มาใช้คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง" ผิด: ข้อความนี้เป็นรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพตามข้อ 4.1 ไม่ใช่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย • "การผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง" ผิด: ข้อความนี้เป็นสาระสำคัญของนโยบายข้อ 5 เรื่องการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.1 จัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบ” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๕. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: “ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดระบุชื่อนโยบายสำคัญ 5 ด้านในการปฏิรูปการศึกษาได้ถูกต้องตามประกาศ
- ก. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ✓
- ข. เรียนดี มีคุณธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิต
- ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย
- ง. ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อความเป็นเลิศ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ได้กำหนด 5 นโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไว้ ได้แก่ 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และ 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตัวเลือก 'ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง' จึงเป็นข้อที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เรียนดี มีคุณธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิต" ผิด: ไม่ใช่ 1 ใน 5 นโยบายสำคัญตามประกาศฉบับนี้ โดยเป็นข้อความจากนโยบายฉบับเดิมที่ถูกยกเลิกแล้ว • "ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย" ผิด: ไม่ได้กำหนดเป็นชื่อนโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาตามประกาศนี้ • "ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อความเป็นเลิศ" ผิด: ไม่ได้กำหนดเป็นชื่อนโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาตามประกาศนี้ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: อำนาจในการประกาศและ ๕ นโยบายสำคัญ: “โดยได้กำหนด 5 นโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ดังนี้ 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: อำนาจในการประกาศและ ๕ นโยบายสำคัญ: “โดยได้กำหนด 5 นโยบายสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ดังนี้ 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งจัดโครงการติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบให้กลับเข้าสู่การศึกษา โดยร่วมมือกับสถานประกอบการจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และเปิดให้นำผลการปฏิบัติงานจริงมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
- ข. การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ✓
- ค. การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณรายพื้นที่
- ง. การพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการ AI for All
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout" ตามนโยบายข้อ 2.2 ของนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดมาตรการสานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout โดยติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การศึกษา ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น เช่น จัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อให้เด็กหลุดจากระบบเป็นศูนย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่" ผิด: การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ เป็นมาตรการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายตามความต้องการของพื้นที่แก่นักเรียนเรียนดีในทุกอำเภอ • "การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณรายพื้นที่" ผิด: การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ เป็นมาตรการคำนึงถึงบริบทพื้นที่เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร • "การพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการ AI for All" ผิด: การพัฒนาการเรียนรู้ AI for All เป็นมาตรการด้านการส่งเสริมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน มิใช่การดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับเข้าสู่การศึกษา อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.2 สานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การศึกษา ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น อาทิ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.2 สานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การศึกษา ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น อาทิ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดเป็นมาตรการภายใต้นโยบาย "ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง" ที่กำหนดให้บูรณาการความร่วมมือเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ และผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank)
- ก. พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนตามรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์
- ข. ขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางเรียนดี มีคุณธรรม
- ค. จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) ✓
- ง. จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard)" ตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อ 3.4 ภายใต้นโยบายยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง กำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศและผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank) ส่วนการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเป็นมาตรการตามข้อ 4.1 ภายใต้นโยบายโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนตามรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์" ผิด: เป็นแนวทางการปฏิบัติงานสนับสนุนศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพภายใต้นโยบายโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง • "ขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางเรียนดี มีคุณธรรม" ผิด: เป็นแนวทางจากนโยบายเดิมที่ถูกยกเลิกไปแล้วและไม่มีกำหนดในประกาศนโยบายการศึกษาฉบับ 29 เมษายน 2569 • "จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย" ผิด: เป็นมาตรการภายใต้นโยบายโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่ได้อยู่ใต้นโยบายยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.4 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.1 จัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบ”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.4 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ในส่วนของนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่แถลงต่อรัฐสภา การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการปรับเพิ่มวิทยฐานะของครูมีแนวทางที่กำหนดไว้อย่างไร
- ก. ใช้จำนวนชั่วโมงการอบรมพัฒนาวิชาชีพและผลงานทางวิชาการเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ข. ใช้การประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ค. ใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ง. ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ" ตามบทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการยกระดับคุณภาพการศึกษาจะดำเนินการโดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้จำนวนชั่วโมงการอบรมพัฒนาวิชาชีพและผลงานทางวิชาการเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ" ผิด: ประกาศไม่ได้กำหนดให้ใช้จำนวนชั่วโมงการอบรมพัฒนาวิชาชีพหรือผลงานทางวิชาการเป็นเกณฑ์หลัก • "ใช้การประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ" ผิด: ประกาศไม่ได้กำหนดให้ใช้การประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาหรือชุมชนมาเป็นเกณฑ์หลัก • "ใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ" ผิด: ประกาศไม่ได้กำหนดให้นำผลสัมฤทธิ์หรือผลการทดสอบระดับชาติมาเป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของครู ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา: “พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของครู ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งกำลังเตรียมความพร้อมรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 เพื่อสนับสนุนนโยบายคืนเวลาให้ครู การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดไว้ถูกต้องที่สุด
- ก. มุ่งเน้นการประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน แทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation ✓
- ข. มุ่งเน้นการประเมินจากการที่ครูผู้สอนมีส่วนร่วมรับผิดชอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันได้อย่างเป็นระบบ
- ค. มุ่งเน้นการประเมินจากการรวบรวมเอกสารรายงานสรุปโครงการและรางวัลที่ได้รับ เพื่อสะท้อนความสำเร็จในการบริหารงานของผู้บริหาร
- ง. มุ่งเน้นการประเมินจากการจัดทำแผนบริหารงบประมาณที่คำนึงถึงบริบทความยากลำบากของสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มุ่งเน้นการประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน แทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2570 นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ข้อ 1.3 กำหนดให้ปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษา โดยประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนแทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result - based Evaluation เพื่อลดภาระเอกสารและมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มุ่งเน้นการประเมินจากการที่ครูผู้สอนมีส่วนร่วมรับผิดชอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันได้อย่างเป็นระบบ" ผิด: การจัดซื้อจัดจ้างและเตรียมอาหารกลางวันเป็นภาระที่นโยบายต้องการลดให้ครูผ่านระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในข้อ 1.2 ไม่ใช่เกณฑ์ประเมินผู้บริหาร • "มุ่งเน้นการประเมินจากการรวบรวมเอกสารรายงานสรุปโครงการและรางวัลที่ได้รับ เพื่อสะท้อนความสำเร็จในการบริหารงานของผู้บริหาร" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน 'แทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ' ไม่ใช่เน้นการรวบรวมเอกสารโครงการและรางวัล • "มุ่งเน้นการประเมินจากการจัดทำแผนบริหารงบประมาณที่คำนึงถึงบริบทความยากลำบากของสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร" ผิด: การคำนึงถึงบริบทความจำเป็นและความยากลำบากของพื้นที่เป็นหลักการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณในข้อ 2.1 ไม่ใช่เกณฑ์ประเมินผู้บริหารสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.3 ปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษา โดยประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนแทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result - based Evaluation”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.3 ปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษา โดยประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนแทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result - based Evaluation”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตรและองค์ความรู้ระหว่างประเทศ กำหนดให้ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือใด
- ก. All for Education
- ข. Global Partnerships ✓
- ค. PISA 2029
- ง. AI for All
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Global Partnerships" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 3.2 กำหนดให้ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Partnerships ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "All for Education" ผิด: All for Education เป็นแนวทางการทำงานและหลักการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ • "PISA 2029" ผิด: PISA 2029 เป็นกรอบการประเมินของ OECD ในการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ • "AI for All" ผิด: AI for All เป็นแนวคิดภายใต้มาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและการยกระดับทักษะ AI Literacy อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.2 ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Partnerships”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.2 ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Partnerships”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบาย "สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ" มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นสิ่งใดและเพื่อการใด
- ก. ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่
- ข. ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education
- ค. ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู ✓
- ง. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู" ตามนโยบายข้อ 5 กำหนดให้ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่" ผิด: ไม่มีการระบุให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้เพื่อตลาดแรงงานในนโยบายข้อนี้ • "ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education" ผิด: การนำนโยบายไปเป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการและขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด All for Education เป็นบทสั่งการและวันมีผลในตอนท้ายของประกาศ • "ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง" ผิด: การดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ เป็นมาตรการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาตามนโยบายข้อ 4.2 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๕. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: “ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทสั่งการและวันมีผล: “ไปเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาและการดำเนินงาน โดยจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “All for Education””
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๕. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: “ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายให้ฝ่ายบริหารงานทั่วไปยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน นำระบบดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการงานธุรการ และลดงานเอกสาร เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนาทักษะการสอนได้อย่างเต็มที่ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในการจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครู
- ข. การจัดการศึกษาเพื่อยกระดับทักษะการเรียนรู้แห่งอนาคตด้วยระบบ AI for All
- ค. การขับเคลื่อนระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ผ่านระบบ National Credit Bank
- ง. การลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนตามแนวคิด Work Smart ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนตามแนวคิด Work Smart" ตามข้อ 1.1 แห่งนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดให้ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนของครู โดยยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน ลดงานเอกสาร และนำระบบดิจิทัลเข้ามาจัดการงานธุรการ เพื่อคืนเวลาให้ครูพัฒนาทักษะการสอนอย่างเต็มศักยภาพภายใต้แนวคิด Work Smart ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในการจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครู" ผิด: ระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) เป็นการร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเตรียมอาหารกลางวันและจัดซื้อจัดจ้างแทนครู • "การจัดการศึกษาเพื่อยกระดับทักษะการเรียนรู้แห่งอนาคตด้วยระบบ AI for All" ผิด: AI for All เป็นแนวทางยกระดับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของผู้เรียน ไม่ใช่การลดภาระงานธุรการของครู • "การขับเคลื่อนระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ผ่านระบบ National Credit Bank" ผิด: National Credit Bank เป็นระบบสะสมและเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อเปิดกว้างโอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่การลดภาระงานเอกสารของครู อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.1 ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู โดยยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน ให้อำนาจสถานศึกษาในการตัดสินใจเลือกทำเฉพาะโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “นำระบบดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการงานธุรการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ครูมีเวลาในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้แนวคิด Work Smart”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.1 ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู โดยยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน ให้อำนาจสถานศึกษาในการตัดสินใจเลือกทำเฉพาะโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ กำหนดขึ้นเพื่อรับประกันโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนกลุ่มใด
- ก. เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ ✓
- ข. เด็กที่มีผลงานเทียบโอนหน่วยกิต
- ค. เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา
- ง. เด็กที่พัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ" ตามข้อ 2.3 กำหนดให้ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ โดยขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเรียนดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้เกิดความเป็นธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กที่มีผลงานเทียบโอนหน่วยกิต" ผิด: เป็นแนวทางจัดการศึกษาของ Thailand Zero Dropout ไม่ใช่การให้ทุน ODOS • "เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา" ผิด: เป็นกลุ่มเป้าหมายของมาตรการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ไม่ใช่ทุน ODOS • "เด็กที่พัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์" ผิด: เป็นกลุ่มเป้าหมายภายใต้มาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและ AI for All อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ โดยขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเรียนดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ โดยขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเรียนดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” มีลักษณะการดำเนินงานและเป้าหมายตรงกับข้อใด
- ก. บูรณาการระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน
- ข. บูรณาการร่วมกับทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยา โดยใช้รูปแบบ AOC รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ✓
- ค. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขาภิบาล อาหาร น้ำ และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่
- ง. บูรณาการร่วมกับ 4 กระทรวงหลักเพื่อขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตกลางและเทียบโอนประสบการณ์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บูรณาการร่วมกับทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยา โดยใช้รูปแบบ AOC รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง" ตามนโยบายข้อ 4 มาตรการที่ 4.1 กำหนดให้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับทีมนักกฎหมาย ทีมนักจิตวิทยา และใช้รูปแบบการปฏิบัติงานของศูนย์ AOC รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บูรณาการระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน" ผิด: เป็นแนวทางการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อปรับหลักสูตรตามมาตรการที่ 3.4 • "ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขาภิบาล อาหาร น้ำ และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่" ผิด: เป็นแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ตามมาตรการที่ 4.2 • "บูรณาการร่วมกับ 4 กระทรวงหลักเพื่อขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตกลางและเทียบโอนประสบการณ์" ผิด: เป็นบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) ตามมาตรการที่ 3.4 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “จัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบ บูรณาการการทำงานร่วมกับทีมนักกฎหมาย ทีมนักจิตวิทยา” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “โดยใช้รูปแบบการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) เพื่อให้สามารถรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองสิทธิ ได้อย่างรวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “จัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” เพื่อปกป้องผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากความรุนแรงทุกรูปแบบ บูรณาการการทำงานร่วมกับทีมนักกฎหมาย ทีมนักจิตวิทยา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของคณะครูให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายไว้ การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับหลักคิดและเป้าหมายร่วมที่กำหนดไว้มากที่สุด
- ก. ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์
- ข. ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก
- ค. ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน ✓
- ง. ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน" ตามบทนำของการมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 รัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า 'วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน' และกำหนดให้ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์" ผิด: ตามประกาศระบุว่า 'วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน' มิใช่มุ่งเน้นวิกฤตทางการเงินมากกว่าทุนมนุษย์ • "ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก" ผิด: ตามประกาศระบุให้ 'ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีม' เพื่อขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง มิใช่การทำงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยวเพื่อเศรษฐกิจฐานราก • "ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ" ผิด: ตามประกาศไม่ได้ให้คัดเลือกเฉพาะผู้เรียนที่มีความพร้อมสูง แต่ระบุถึงความท้าทายเรื่องช่องว่างทางการศึกษาและผู้เรียนหลุดออกจากระบบที่ต้องเร่งแก้ไข อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: การมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ: ““วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน” การปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่มีเสรีภาพในการแข่งขันกับทั่วโลก”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: การมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ: ““วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน” การปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่มีเสรีภาพในการแข่งขันกับทั่วโลก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ภายใต้นโยบายรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้คำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
- ก. สัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อครูตามเกณฑ์มาตรฐาน
- ข. ผลการประเมินตามแนวคิด Result-based Evaluation
- ค. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติ
- ง. ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่" ตามข้อ 2.1 ของนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดให้ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างสอดคล้องกับความยากลำบาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อครูตามเกณฑ์มาตรฐาน" ผิด: นโยบายข้อ 2.1 มิได้กำหนดให้ใช้สัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อครูตามเกณฑ์มาตรฐานเป็นหลักสำคัญ แต่เน้นความจำเป็นและบริบทของพื้นที่ • "ผลการประเมินตามแนวคิด Result-based Evaluation" ผิด: Result-based Evaluation เป็นแนวคิดตามมาตรการข้อ 1.3 สำหรับการปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษา มิใช่เกณฑ์การปรับสูตรจัดสรรงบประมาณตามข้อ 2.1 • "ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติ" ผิด: นโยบายข้อ 2.1 มิได้กำหนดให้นำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือการทดสอบระดับชาติมาเป็นเกณฑ์สำคัญในการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.1 ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.1 ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการผลักดันการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) กำหนดให้เริ่มเข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับการศึกษาใด และให้สอดคล้องกับกรอบการประเมินใด
- ก. ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD ✓
- ข. ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD
- ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบายข้อ 3 ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ข้อ 3.3 กำหนดให้ผลักดันการบูรณาการสมรรถนะดังกล่าวเข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนให้มีสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์และใช้สื่อดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships" ผิด: ประกาศระบุให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD ส่วน Global Partnerships เป็นกรอบความร่วมมือตามข้อ 3.2 • "ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD" ผิด: ประกาศระบุให้เริ่มบูรณาการเข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น • "ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships" ผิด: ประกาศระบุให้เริ่มตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “ผลักดันการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “ผลักดันการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาครู ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายต้องอยู่ภายใต้แนวคิดใดตามบทสั่งการของประกาศนี้
- ก. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “AI for All”
- ข. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “All for Education” ✓
- ค. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”
- ง. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Thailand Zero Dropout”
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “All for Education”" ตามบทสั่งการท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับนำนโยบายไปเป็นกรอบทิศทางและจัดทำแผนปฏิบัติราชการ โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายภายใต้แนวคิด “All for Education” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “AI for All”" ผิด: AI for All เป็นเพียงมาตรการย่อยด้านเทคโนโลยีการศึกษา ไม่ใช่แนวคิดหลักในบทสั่งการที่ใช้ขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือ • "ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”" ผิด: เรียนดี มีคุณธรรม เป็นแนวคิดในนโยบายเดิมที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และไม่ได้ปรากฏในบทสั่งการของประกาศฉบับนี้ • "ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Thailand Zero Dropout”" ผิด: Thailand Zero Dropout เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ใช่แนวคิดหลักตามบทสั่งการของประกาศฉบับนี้ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทสั่งการและวันมีผล: “ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “All for Education””
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทสั่งการและวันมีผล: “ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “All for Education””
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ในนโยบายด้านการคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การดำเนินงานนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กำหนดให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานใดในการจัดเตรียมอาหารกลางวันและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแทนครู
- ก. สหกรณ์การเกษตรในชุมชน
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ✓
- ง. สมาคมผู้ปกครองและครู
Explanation: คำตอบที่ถูก: "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ตามข้อ 1.2 ของนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 กำหนดให้นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวันและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สหกรณ์การเกษตรในชุมชน" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่สหกรณ์การเกษตรในชุมชน • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "สมาคมผู้ปกครองและครู" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่สมาคมผู้ปกครองและครู อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “ในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน (AI Literacy) กำหนดให้ดำเนินการภายใต้แนวคิดใด
- ก. กรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ข. กรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับ OECD และ UN
- ค. ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
- ง. แนวคิด AI for All ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แนวคิด AI for All" ตามข้อ 3.1 ของนโยบายยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง กำหนดให้ยกระดับทักษะ AI Literacy ควบคู่กับหลักสูตรฐานสมรรถนะภายใต้แนวคิด AI for All เพื่อเป็นเครื่องมือคิดวิเคราะห์แทนการท่องจำ ส่วนกรอบ Global Partnerships และความร่วมมือกับ OECD UN อยู่ในข้อ 3.2 และทุน ODOS อยู่ในข้อ 2.3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กรอบความร่วมมือ Global Partnerships" ผิด: กรอบความร่วมมือ Global Partnerships กำหนดไว้สำหรับการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล • "กรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับ OECD และ UN" ผิด: ความร่วมมือกับ OECD และ UN เป็นแนวทางพัฒนานวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลกสู่มาตรฐานสากล • "ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่" ผิด: ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ เป็นมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่แนวคิดด้าน AI Literacy อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.1 ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ (AI Literacy) เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำ ภายใต้แนวคิด AI for All” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.2 ยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล โดยพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตร องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ Global Partnerships” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ โดยขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเรียนดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้เกิดความเป็นธรรม”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.1 ผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ (AI Literacy) เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำ ภายใต้แนวคิด AI for All”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่าอาคารเรียนชำรุด สายไฟฟ้ามีสภาพเก่าชำรุด และระบบน้ำดื่มสุขาภิบาลไม่ได้มาตรฐาน ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงจัดทำโครงการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่ และระบบสุขาภิบาลน้ำดื่มทั้งหมด การดำเนินงานของโรงเรียนแห่งนี้ตรงกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ✓
- ข. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิ
- ค. การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
- ง. การขับเคลื่อนระบบความปลอดภัยผ่านศูนย์ปฏิบัติการออนไลน์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา" ตามนโยบายข้อ 4.2 กำหนดให้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เช่น ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่ การที่โรงเรียนซ่อมบำรุงอาคาร ระบบไฟฟ้า และสุขาภิบาลน้ำดื่มจึงตรงกับมาตรการนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิ" ผิด: เป็นมาตรการข้อ 4.1 ที่เน้นการคุ้มครองผู้เรียน ครู และบุคลากรจากความรุนแรงและรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง • "การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: เป็นนโยบายข้อ 5 ที่เน้นการผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นธรรมนูญการศึกษาของประเทศ • "การขับเคลื่อนระบบความปลอดภัยผ่านศูนย์ปฏิบัติการออนไลน์" ผิด: ไม่ใช่ชื่อมาตรการตามประกาศ แต่เป็นการนำรูปแบบของศูนย์ปฏิบัติการออนไลน์มาใช้ในศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพตามข้อ 4.1 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการสานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout กำหนดแนวทางการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่นไว้อย่างไร
- ก. การจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานศึกษาในเขตเมืองและชนบทอย่างเป็นธรรม
- ข. การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต ✓
- ค. การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่
- ง. การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต" ตามข้อ 2.2 กำหนดให้สานต่อและขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น อาทิ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์ ส่วนข้ออื่นเป็นสาระของมาตรการข้อ 2.1 และ 2.3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานศึกษาในเขตเมืองและชนบทอย่างเป็นธรรม" ผิด: เป็นเป้าหมายในมาตรการข้อ 2.1 เรื่องการจัดสรรทรัพยากรให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร • "การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่" ผิด: เป็นสาระของมาตรการข้อ 2.3 เรื่องการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ • "การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ" ผิด: เป็นสาระของมาตรการข้อ 2.1 เรื่องการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.2 สานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การศึกษา ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น อาทิ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.1 ปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ โดยขยายและปรับปรุงการให้ทุนการศึกษาตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๒. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส: “2.2 สานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout ติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การศึกษา ควบคู่กับการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น อาทิ การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 หากสถานศึกษาต้องการส่งเสริมให้นักเรียนบันทึกแฟ้มสะสมผลงานการฝึกปฏิบัติงานจริงและเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อสะสมหน่วยกิตและเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับกลไกและระบบในข้อใด
- ก. การพัฒนาสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) ตามกรอบ PISA 2029
- ข. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)
- ค. การจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) และระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง ✓
- ง. การบูรณาการระบบติดตามผู้เรียนรายบุคคลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (Thailand Zero Dropout)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) และระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง" ตามข้อ 3.4 กำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) เพื่อผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank) ระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (E - Portfolio) และระบบเทียบโอนประสบการณ์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การที่สถานศึกษาจัดทำแฟ้มสะสมผลงานและเทียบโอนประสบการณ์เพื่อสะสมหน่วยกิตจึงตรงกับกลไกดังกล่าวอย่างแท้จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพัฒนาสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) ตามกรอบ PISA 2029" ผิด: เป็นมาตรการข้อ 3.3 ที่เน้นการบูรณาการหลักสูตรด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมิน PISA 2029 • "การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)" ผิด: เป็นมาตรการข้อ 4.1 ที่เน้นการคุ้มครองความปลอดภัยและการรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง • "การบูรณาการระบบติดตามผู้เรียนรายบุคคลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (Thailand Zero Dropout)" ผิด: เป็นมาตรการที่มุ่งเน้นการค้นหาและช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่ใช่ระบบเทียบโอนหน่วยกิตสู่ตลาดแรงงาน อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.4 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “ผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank) ระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ (E - Portfolio) ระบบเทียบโอนประสบการณ์ และปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๓. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: “3.4 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
Exam Simulator
Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.
Exam Preview
What an approved exam looks like to a test-taker.
ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข: ความรอบรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ชุดที่ 1
Time limit: 194 minutes
1. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในส่วนนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา มีการมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินการเรื่องใด เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น
- ก. การเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill)
- ข. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบ (Zero Dropout)
- ค. การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการรับรองสมรรถนะ (Skill Certificate)
- ง. การเรียนรู้เพื่อมีงานทำ (Learn to Earn) และการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)
2. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย การส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะและคุณลักษณะตามข้อใด
- ก. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ข. เกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และสร้างสรรค์
- ค. มีความสำนึกรักชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
- ง. ปฏิบัติตนตามแผนเผชิญเหตุในภาวะวิกฤต เฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า
3. หากสถานศึกษาต้องการส่งเสริมความยืดหยุ่นทางการศึกษา โดยจัดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและการประเมินผลการศึกษาตามศักยภาพของผู้เรียน การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับระบบใดตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570
- ก. ระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ (Skill Certificate)
- ข. ระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
- ค. ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
- ง. ระบบการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน (Learn to Earn)
4. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ด้านการพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู การส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยให้แก่ครู มีเป้าหมายเพื่อให้ส่งผลต่อผู้เรียนตามข้อใด
- ก. เกิดทักษะในการใช้เทคโนโลยี เข้าใจภาษาต่างประเทศ และมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล
- ข. เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต เข้าใจระบบการสะสมหน่วยกิต และมีความก้าวหน้าในอาชีพ
- ค. เกิดสมรรถนะเฉพาะทางด้านอาชีพ เข้าใจความต้องการของตลาด และมีความพร้อมมีงานทำ
- ง. เกิดความตั้งใจในการเรียนรู้ เข้าใจเนื้อหาสาระการเรียนรู้ และมีความสุขในการเรียน
5. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การดำเนินงานตามมาตรการ Zero Dropout กำหนดแนวทางให้เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างไร
- ก. ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามความเหมาะสม ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
- ข. ให้กลับเข้าสู่การศึกษาในระบบโรงเรียนเป็นหลักเพื่อจบการศึกษาภาคบังคับ
- ค. ให้รับการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านแหล่งเรียนรู้ชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน
- ง. ให้เน้นการศึกษานอกระบบเพื่อการฝึกทักษะอาชีพและการมีรายได้ระหว่างเรียน
6. โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจสภาพแวดล้อมพบว่าบ้านพักครูมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงจัดทำโครงการเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในมาตรการใด
- ก. แก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ข. ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ค. ปรับปรุงรูปแบบและวิธีการประเมินวิทยฐานะครู
- ง. ปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
7. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) และการเพิ่มทักษะ (Upskill) เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) กำหนดไว้ในเรื่องใด
- ก. การปฏิรูปการศึกษานอกระบบ
- ข. การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. การปฏิรูประบบอาชีวศึกษา
- ง. การปฏิรูปการศึกษาพิเศษ
8. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อใดระบุแนวคิดของนโยบายและเป้าหมายการพัฒนาประเทศได้ถูกต้อง
- ก. กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีคุณธรรม”
- ข. กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีความสุข” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
- ค. กำหนดภายใต้แนวคิด “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “เรียนดี มีความสุข”
- ง. กำหนดภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อพัฒนาประเทศก้าวสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
9. โรงเรียนแห่งหนึ่งพบว่าผู้เรียนเผชิญปัญหาความเครียด และต้องการวางระบบการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตให้ครอบคลุมตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริม ป้องกัน แก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต และส่งต่อเพื่อรับคำปรึกษากับทีมสหวิชาชีพอย่างเป็นระบบ สถานศึกษาควรดำเนินการสนับสนุนบุคลากรตามข้อใด
- ก. สนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน
- ข. สนับสนุนให้มีนักสังคมสงเคราะห์ประจำทุกกลุ่มสาระ
- ค. สนับสนุนให้มีจิตแพทย์ประจำหน่วยพยาบาลโรงเรียน
- ง. สนับสนุนให้มีพยาบาลวิชาชีพประจำฝ่ายกิจการนักเรียน
10. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับสิ่งใด
- ก. เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณสู่สถานศึกษาโดยตรง
- ข. เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้
- ค. เพื่อรองรับโครงสร้างอัตรากำลังของกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. เพื่อรองรับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการศึกษา
11. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ข้อใดระบุเป้าหมายการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะทางของครูการศึกษาพิเศษได้ถูกต้อง
- ก. ด้านการผลิตและพัฒนาสื่อนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้เรียน
- ข. ด้านการปรับปรุงหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง
- ค. ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและการเรียนรวม
- ง. ด้านการส่งเสริม สนับสนุนเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยเพื่อการจัดการเรียนรู้
12. โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพแก่นักเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติงานจริงจนมีรายได้ระหว่างเรียน และมีความพร้อมในการประกอบอาชีพทันทีหลังสำเร็จการศึกษา การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการข้อใด
- ก. การพัฒนาระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Skill Certificate)
- ข. การจัดให้มีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)
- ค. การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบและศูนย์กลางทางวิชาการในระดับพื้นที่ (1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ)
- ง. การส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
13. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในด้านการพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู การพัฒนาระบบการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องยึดหลักการใด
- ก. ยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากการทุจริต
- ข. ยึดหลักความรวดเร็ว คล่องตัว และการกระจายอำนาจบริหาร
- ค. ยึดหลักความหลากหลาย ยืดหยุ่น และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- ง. ยึดหลักความคุ้มค่า เสมอภาค และการมีส่วนร่วมของชุมชน
14. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย ในประเด็น "การปฏิรูปการศึกษาพิเศษให้เท่าทันโลก" มีแนวทางการดำเนินงานสำคัญตามข้อใด
- ก. จัดสรรทุนการศึกษาแบบให้เปล่าและจัดระบบโรงเรียนคู่ขนานเพื่อรองรับผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษทุกระดับ
- ข. สนับสนุนงบประมาณ สื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษรายบุคคลและพัฒนาทักษะอาชีพ
- ค. ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการคิดวิเคราะห์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้ตอบสนองวิถีที่หลากหลาย
- ง. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่และการเพิ่มทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
15. ครูสมชายมีภาระหนี้สินจากหลายสถาบันการเงินและต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยสูงจนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 จะต้องดำเนินการตามมาตรการใด
- ก. จัดสรรงบประมาณชำระหนี้แทนข้าราชการครูผ่านกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู
- ข. ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มอัตรากำลังสายสนับสนุนเพื่อช่วยบริหารหนี้สิน
- ค. จัดตั้งสหกรณ์กลางเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและรวมหนี้ไว้เพียงแห่งเดียว
- ง. จัดตั้งกองทุนกู้ยืมสวัสดิการปลอดดอกเบี้ยประจำสถานศึกษาเพื่อทดแทนหนี้เดิม
16. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 ในนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนทุกช่วงวัย การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติจริง ตรงกับข้อใด
- ก. Learn to Earn
- ข. Lifelong Learning
- ค. Skill Certificate
- ง. Active Learning
17. ตามพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้นโดยมีเป้าหมายตามข้อใด
- ก. เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล
- ข. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ
- ค. เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย
- ง. เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
18. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม
- ก. การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน
- ข. การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
- ค. การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น
- ง. การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
19. ในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) หากคณะทำงานวิเคราะห์ความท้าทายด้านศักยภาพและคุณภาพประชากรตามบทนำของยุทธศาสตร์ชาติ ข้อใดคือสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ แม้การเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณะจะครอบคลุมเพิ่มขึ้นแล้ว
- ก. จำนวนบุคลากรวิชาชีพที่ไม่เพียงพอต่อการกระจายตัวของประชากร
- ข. การขาดงบประมาณในการขยายโครงสร้างพื้นฐานสู่ชุมชนห่างไกล
- ค. คุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นที่
- ง. การปฏิเสธการเข้ารับบริการภาครัฐของประชาชนในระดับท้องถิ่น
20. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ กำหนดให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจาก "ครูสอน" ไปเป็นบทบาทใด
- ก. เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"
- ข. เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"
- ค. เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"
- ง. เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"
21. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ประเทศไทย สาระสำคัญของคำว่า “ความมั่นคง” หมายถึงข้อใด
- ก. การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศในทุกระดับและทุกมิติ
- ข. การขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงและความเหลื่อมล้ำลดลง
- ค. การรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติโดยมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามในมิติทางการทหารเป็นสำคัญ
- ง. การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนหลักการใช้ การรักษา และฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
22. โรงเรียนจัดทำโครงการร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคนตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ในประเด็น 'การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน' แนวทางที่ยุทธศาสตร์ชาติเน้นย้ำให้พ่อแม่มีวัฒนธรรมในการปลูกฝังแก่บุตรหลานโดยตรงคือข้อใด
- ก. การส่งเสริมให้บุตรหลานมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและวิทยาศาสตร์
- ข. การส่งเสริมให้บุตรหลานเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ
- ค. การส่งเสริมให้บุตรหลานฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน
- ง. การส่งเสริมให้บุตรหลานพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง
23. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) เป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มุ่งพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้มีลักษณะตามข้อใด
- ก. รู้ รับ ปรับใช้ และก้าวทันโลก
- ข. มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
- ค. เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ
- ง. มีวินัย ซื่อสัตย์ และมีจิตอาสา
24. ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและผู้รับสนองพระราชโองการตรงกับข้อใด
- ก. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ข. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
- ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
25. หากสถานศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาผู้เรียนตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับแนวทางตามยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวโดยตรงที่สุด
- ก. จัดค่ายฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนรองรับทักษะในศตวรรษที่ 21
- ข. จัดกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพในการสร้างรายได้และการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานหลังการเกษียณอายุ
- ค. อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์และการส่งเสริมอนามัยแม่และเด็ก
- ง. ส่งเสริมภาคธุรกิจให้บริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาลและคำนึงถึงต้นทุนทางสังคมในการดำเนินงาน
26. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ในการวิเคราะห์แนวโน้มการเคลื่อนย้ายประชากรเข้าออกประเทศ การย้ายถิ่นของประชากรส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์สำคัญตามข้อใด
- ก. เพื่อศึกษาต่อและพัฒนาทักษะวิชาชีพชั้นสูง
- ข. เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
- ค. เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมและการได้รับสัญชาติ
- ง. เพื่อหนีภัยสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง
27. ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นการเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี การดำเนินงานในข้อใดจัดอยู่ในแนวทาง "การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี"
- ก. เฝ้าระวังและจัดการกับความรู้ที่ไม่ถูกต้องเพื่อเพิ่มศักยภาพการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการมีกิจกรรมทางกาย
- ข. พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการวินิจฉัยและพยากรณ์โรคล่วงหน้าควบคู่กับระบบการดูแลสุขภาพทางไกลที่เข้าถึงง่าย
- ค. กำหนดให้มีการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพโดยชุมชนและภาคประชาชนก่อนดำเนินโครงการที่อาจกระทบต่อสุขภาวะ
- ง. ผลักดันนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบเพื่อลดภัยคุกคามที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสุขภาวะคนไทย
28. ในการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบงานนโยบายและแผนต้องนำทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) มาใช้เป็นกรอบอ้างอิง หากต้องระบุ “วิสัยทัศน์” ของประเทศไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องระบุตามข้อใด
- ก. ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน
- ข. ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สังคมเสมอภาคและเป็นธรรม ด้วยการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
- ค. ประเทศชาติมีความสงบสุข มั่งคั่ง ยั่งยืน ก้าวสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ด้วยการพัฒนาบนฐานเศรษฐกิจใหม่
- ง. ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
29. ตามที่ระบุในความเป็นมาของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หน่วยงานใดมีหน้าที่ในการพิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษาทุกระดับ
- ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
- ข. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- ค. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
30. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดตามเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) ได้กำหนดทิศทางการปรับระบบการจัดสรรเงินเพื่อการศึกษาไว้อย่างไร
- ก. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านผู้ให้บริการ
- ข. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปสงค์
- ค. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านหน่วยงาน
- ง. มีการปรับระบบการจัดสรรเงินไปสู่ด้านอุปทาน
31. โรงเรียนร่วมมือกับชุมชนจัดโครงการบันทึกองค์ความรู้ด้านหัตถกรรมและสมุนไพรพื้นบ้านของปราชญ์ชาวบ้านรุ่นคุณตาคุณยาย เพื่อจัดทำเป็นสื่อดิจิทัลและระบบข้อมูลให้เยาวชนสามารถศึกษาและสืบทอดความรู้ได้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในเรื่องใดโดยตรงที่สุด
- ก. ส่งเสริมให้แรงงานได้รับโอกาสยกระดับคุณวุฒิการศึกษาและทักษะความรู้ตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ
- ข. ส่งเสริมการปลูกฝัง บ่มเพาะ และกล่อมเกลาลักษณะนิสัยของครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรหลาน
- ค. ส่งเสริมการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาของผู้สูงวัย และพัฒนาระบบสารสนเทศหรือสื่อที่เหมาะสม
- ง. สร้างมาตรฐานผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ที่เรียนดี มีวินัย มีคุณธรรม และรักสันติ
32. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนของแนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) “หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน” ตรงกับข้อความภาษาอังกฤษในข้อใด
- ก. Inclusive Education
- ข. Sustainable Education
- ค. All for Education
- ง. Education for All
33. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ช่วงระยะเวลาของการดำเนินการปกติตามแผนถูกกำหนดไว้เป็นกี่ระยะ และครอบคลุมช่วงปีใด
- ก. กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2564, 2565 – 2569, 2570 – 2574 และ 2575 – 2579
- ข. กำหนดเป็น 5 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2563, 2564 – 2567, 2568 – 2571, 2572 – 2575 และ 2576 – 2579
- ค. กำหนดเป็น 4 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2561, 2562 – 2566, 2567 – 2572 และ 2573 – 2579
- ง. กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ พ.ศ. 2560 – 2569 (ช่วงสิบปีแรก) และ พ.ศ. 2570 – 2579 (ช่วงสิบปีหลัง)
34. ในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน สถานศึกษาพบว่าไม่สามารถจัดสรรโอกาสและส่งต่อบริการทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุม หากวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใดโดยตรง
- ก. โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
- ข. ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
- ค. ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว
- ง. สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
35. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 แนวทางการยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ได้ระบุลักษณะของ “พื้นที่พิเศษ” ไว้อย่างไร
- ก. พื้นที่สูง พื้นที่ประสบภัยแล้ง พื้นที่ชนบท และพื้นที่เขตอุตสาหกรรมหนาแน่น
- ข. พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่นิคมสร้างตนเอง
- ค. พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล
- ง. พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ พื้นที่ชายขอบ พื้นที่แออัดในเมือง และพื้นที่เกษตรกรรม
36. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์หลักที่ 4 มุ่งเน้นการดำเนินงานในเรื่องใด?
- ก. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
- ข. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ค. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
- ง. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา
37. โรงเรียนแห่งหนึ่งมีนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าศึกษา หากผู้บริหารสถานศึกษาต้องการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในการเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ควรเลือกดำเนินงานตามข้อใด
- ก. ส่งเสริมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ให้มากขึ้น
- ข. จัดการศึกษาแบบแยกห้องเรียนเดี่ยวเฉพาะทางเพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำ
- ค. กำหนดให้ผู้เรียนศึกษาผ่านระบบการศึกษาทางไกลด้วยตนเองที่บ้านเป็นหลัก
- ง. ส่งตัวผู้เรียนทุกคนไปเข้ารับการศึกษาในสถาบันการศึกษาเฉพาะความพิการ
38. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ตัวชี้วัดสำคัญของการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพกำหนดให้ลดความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระหว่างพื้นที่ในวิชาใด
- ก. วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์
- ข. วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ
- ค. วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
- ง. วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
39. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ข้อใดคือแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว้โดยเฉพาะสำหรับการยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
- ก. ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีในสถานศึกษาทุกระดับ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ
- ข. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
- ค. พัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และสถาบันศึกษาปอเนาะ ให้ถูกต้องสอดคล้องตามหลักการศาสนา
- ง. ส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัยในพื้นที่สามารถอ่านและเขียนภาษาไทยและภาษาท้องถิ่น รวมทั้งภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
40. โรงเรียนบ้านหนองบัวจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายด้านคนทุกช่วงวัยมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 การดำเนินโครงการในข้อใดตอบสนองต่อตัวชี้วัดระดับสถานศึกษาของเป้าหมายดังกล่าวโดยตรงที่สุด
- ก. การดำเนินโครงการโรงเรียนสุจริตและโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
- ข. การดำเนินโครงการโรงเรียนดีประจำตำบลและโครงการห้องเรียนกีฬา
- ค. การดำเนินโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลและโครงการโรงเรียนสุขภาวะ
- ง. การดำเนินโครงการโรงเรียนสีเขียวและโครงการโรงเรียนคุณธรรม
41. ตามแนวทางการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 สู่การปฏิบัติ หน่วยงานใดทำหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำและติดตามประเมินผล เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาแห่งชาติกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนระดับต่าง ๆ
- ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
- ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
- ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
42. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านการยกระดับคุณวุฒิการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน กำหนดช่วงอายุและระดับการศึกษาเป้าหมายไว้ตามข้อใด
- ก. ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ข. ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ค. ช่วงอายุ 18 – 60 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
- ง. ช่วงอายุ 15 – 59 ปี และระดับการศึกษาภาคบังคับหรือเทียบเท่าขึ้นไป
43. หากบริษัทเอกชนและสถานประกอบการในพื้นที่แห่งหนึ่ง ประสงค์จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทางของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 รัฐมีแนวทางส่งเสริมและกำหนดมาตรการจูงใจแก่ภาคส่วนดังกล่าวอย่างไร
- ก. ให้สิทธิในการกำหนดหลักสูตรแกนกลางขึ้นเองโดยไม่ต้องอิงตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกับของรัฐ
- ข. สนับสนุนงบประมาณดำเนินงานแบบให้เปล่าโดยไม่ต้องประเมินผลการเรียนรู้และคุณภาพมาตรฐาน
- ค. จัดให้มีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งที่เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี
- ง. ยกเว้นการใช้กฎ ระเบียบ และกติกาของรัฐเพื่อเปิดโอกาสให้บริหารจัดการได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ
44. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ภายใต้หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ผู้เรียนกลุ่มใดที่รัฐต้องจัดให้มีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาร่วมกับเด็กปกติในกรณีที่สามารถเรียนได้ เพื่อให้มีโอกาสเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในสังคม
- ก. กลุ่มด้อยโอกาสที่มีความยากลำบาก
- ข. กลุ่มผู้เรียนปกติในพื้นที่ห่างไกล
- ค. กลุ่มบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ
- ง. กลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
45. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงานและโครงการสำคัญ "โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง" มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องใด
- ก. เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน
- ข. เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา
- ค. เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ
- ง. เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน
46. ตามแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หากกระทรวงศึกษาธิการจะกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับบทบาทและภารกิจหลักไปในลักษณะใด
- ก. เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง
- ข. เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน
- ค. เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ
- ง. เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง
47. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ทักษะและคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ตามกรอบ 8Cs คำว่า "Compassion" หมายถึงข้อใด
- ก. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์
- ข. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
- ค. ความมีเมตตา กรุณา มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม
- ง. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ
48. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่กำหนดเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีเกณฑ์เป้าหมายตามข้อใด
- ก. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ข. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ค. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ง. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
49. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บุคคลมีหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาตามข้อใด
- ก. เข้ารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ
- ข. ร่วมมือกับรัฐในการจัดการศึกษาอบรมวิชาชีพ
- ค. เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี
- ง. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต
50. ผู้ปกครองของเด็กวัยก่อนเรียนรายหนึ่งมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย จึงมาสอบถามครูว่ารัฐมีหน้าที่ต้องจัดการศึกษาให้แก่เด็กตามกฎหมายอย่างไร หากครูต้องให้ข้อมูลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องชี้แจงตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด
- ก. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ข. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ค. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 9 ปี เฉพาะการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
- ง. รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
51. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กำหนดแนวทางเกี่ยวกับค่าตอบแทนของผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ไว้อย่างไร
- ก. ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ
- ข. ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน
- ค. ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน
- ง. ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา
52. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีกำหนดแนวทางไว้อย่างไร
- ก. ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
- ข. กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ
- ค. เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ
- ง. ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด
53. ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการชุดนี้จะต้องศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาใด
- ก. ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
- ข. ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ค. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
- ง. ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
54. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คำว่า “ผู้สอน” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ข. ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ค. บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา
- ง. บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน
55. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถาบันสังคมอื่น เช่น ครอบครัว องค์กรชุมชน หรือสถานประกอบการ มีสิทธิในการจัดการศึกษาในระดับใด และต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายลำดับรองใด
- ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
- ข. การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ค. การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ง. การศึกษาภาคบังคับ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
56. รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งประสงค์จะจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับสายงานและความเชี่ยวชาญขององค์กร ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สามารถดำเนินการได้ตามแนวทางใด
- ก. จัดการศึกษาเฉพาะทางไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายจำกัดสิทธิให้เฉพาะกระทรวง ทบวง กรม เท่านั้นที่จัดได้
- ข. จัดได้เฉพาะการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานประกอบการตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ค. จัดการศึกษาไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติหลักสูตรจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายกรณี
- ง. จัดการศึกษาเฉพาะทางได้ตามความต้องการและความชำนาญ โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ
57. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องส่งเสริมการดำเนินการตามข้อใด
- ก. ส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
- ข. ส่งเสริมให้ผู้บริหารจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยี
- ค. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
- ง. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำโครงงานเพื่อสร้างองค์ความรู้
58. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่งไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และมิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ขั้นตอนต่อไปที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด
- ก. สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่
- ข. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข
- ค. แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา
- ง. เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา
59. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กลุ่มเป้าหมายใดที่ต้องได้รับการพัฒนาร่วมกันเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะตามที่กฎหมายกำหนด
- ก. ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ข. ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ค. ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ง. ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
60. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับตามเงื่อนไขใด
- ก. ตามเกณฑ์มาตรฐานของรัฐบาล
- ข. ตามความประสงค์ของตัวเด็ก
- ค. ตามความพร้อมของสถานศึกษา
- ง. ตามความพร้อมของครอบครัว
61. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ สามารถจัดในสถานที่หรือลักษณะใด
- ก. จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ
- ข. จัดในสถานศึกษาของรัฐหรือสถานศึกษาของเอกชนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกันเท่านั้น
- ค. จัดในกระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจที่มีความชำนาญเฉพาะทางตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ง. จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ
62. โรงเรียนบ้านหนองบัวต้องการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โรงเรียนควรดำเนินโครงการในลักษณะใดจึงจะสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนดโดยตรง
- ก. กำหนดให้ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาภาคบังคับ
- ข. จัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเลือกสรรภูมิปัญญามาพัฒนาชุมชน
- ค. ปรับโครงสร้างหลักสูตรเพื่อเน้นการวิจัยทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงในทุกระดับ
- ง. สนับสนุนให้ครูผู้สอนทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในสถานศึกษา
63. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการประเมินคุณภาพภายนอก สถานศึกษามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามข้อใด
- ก. จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก
- ข. แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา
- ค. จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ
- ง. จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี
64. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รัฐต้องดำเนินการโดยยึดหลักการใด
- ก. มอบสิทธิผูกขาดแก่เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ
- ข. สงวนสิทธิการผลิตให้หน่วยงานของรัฐเป็นหลัก
- ค. จัดสรรโควตาการผลิตให้แก่สถานศึกษาแต่ละเขต
- ง. เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
65. ผู้ปกครองนำเด็กซึ่งแพทย์ตรวจพบความพิการแต่กำเนิดมาติดต่อสถานศึกษาเพื่อขอรับบริการทางการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการต้องจัดให้ตั้งแต่ช่วงเวลาใด และเด็กมีสิทธิได้รับสิ่งใดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ก. จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ และมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด
- ข. จัดตั้งแต่มีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด และมีสิทธิได้รับเฉพาะสื่อการเรียนการสอนและเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- ค. จัดตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา และมีสิทธิได้รับการยกเว้นเฉพาะค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าตำราเรียนทั้งหมด
- ง. จัดเมื่อเด็กพ้นระยะวัยทารก และมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนการเรียนรู้พร้อมจัดสรรสถานสงเคราะห์ประจำโดยไม่คิดมูลค่า
66. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดขึ้นในสถานที่ใด
- ก. สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ
- ข. มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
- ค. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ
- ง. สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ
67. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความมุ่งหมายเฉพาะที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากระดับอื่นตามข้อใด
- ก. การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ
- ข. การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
- ค. การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
- ง. การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
68. โรงเรียนแห่งหนึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุดเสร็จสิ้นไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โรงเรียนแห่งนี้จะต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งต่อไปตามกรอบระยะเวลาใด
- ก. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับแต่ส่งรายงานประจำปี
- ข. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปี ตามรอบแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- ค. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 2 ปี นับจากหน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งประเมิน
- ง. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
69. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียนกลุ่มใด
- ก. ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน
- ข. ผู้เรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่จัดโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐ
- ค. ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเฉพาะที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยและมีความจำเป็นพิเศษ
- ง. ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและระดับอุดมศึกษาเฉพาะในสถานศึกษาของรัฐที่มีผลการเรียนดี
70. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดเป็นหลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา
- ก. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
- ข. มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
- ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
- ง. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
71. โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้จัดสถานที่เรียนเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถานที่เรียนที่โรงพยาบาลจัดขึ้นนี้จัดเป็นสถานศึกษาประเภทใด
- ก. โรงเรียนของรัฐ
- ข. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
- ค. ศูนย์การเรียน
- ง. วิทยาลัยหรือสถาบัน
72. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 องค์กรใดมีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
73. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับใด ที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง?
- ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวศึกษา
- ข. การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ
- ค. การอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ง. การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
74. มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ประสงค์จะวางแนวทางการบริหารงานบุคคล ตลอดจนการผลิตและพัฒนาคณาจารย์ในสังกัด ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อใด
- ก. ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้เป็นการทั่วไป
- ข. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ค. ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบขององค์กรวิชาชีพครู
- ง. ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นการเฉพาะ
75. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุสิ่งที่ต้องมุ่งปลูกฝัง “ในกระบวนการเรียนรู้” ได้ถูกต้อง
- ก. ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม
- ข. การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม
- ค. จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ง. ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ
76. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุระดับของการศึกษาในระบบและองค์ประกอบของการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ถูกต้อง
- ก. มี 3 ระดับ คือ การศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ข. มี 3 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา
- ค. มี 2 ระดับ คือ การศึกษาภาคบังคับซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 9 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
- ง. มี 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดไม่น้อยกว่า 12 ปีก่อนระดับอุดมศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
77. อำเภอแห่งหนึ่งร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามที่กฎหมายกำหนด โครงการพัฒนาสถานที่ในข้อใดถือเป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ระบุไว้ในกฎหมายดังกล่าวทั้งหมด
- ก. หอศิลป์ สวนสัตว์ และศูนย์การกีฬาและนันทนาการ
- ข. สวนอาหาร โรงภาพยนตร์ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
- ค. หอประชุม ศูนย์แสดงสินค้า และลานวัฒนธรรมพื้นบ้าน
- ง. สถานพักฟื้น สวนสนุก และศูนย์เยาวชนต้านยาเสพติด
78. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลใดทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. ผู้แทนครูของสถานศึกษา
- ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
- ค. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา
- ง. ผู้แทนองค์กรชุมชนในพื้นที่
79. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา" มีวัตถุประสงค์เพื่อการใด
- ก. จัดสรรเพื่อเสริมสร้างรายได้และสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ
- ข. จัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูทุกระดับ
- ค. จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติ
- ง. จัดสรรเป็นเงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการและค่าครองชีพแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
80. สถานศึกษาแห่งหนึ่งกำลังจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อตอบสนองความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คณะครูต้องกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้ครอบคลุมด้านใดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
- ก. ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
- ข. ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ คุณธรรม และความรู้
- ค. ร่างกาย จิตใจ คุณธรรม จริยธรรม และวิชาชีพ
- ง. ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
81. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา หมายถึงการศึกษารูปแบบใด
- ก. การศึกษานอกระบบ
- ข. การศึกษาตลอดชีวิต
- ค. การศึกษาตามอัธยาศัย
- ง. การศึกษาในระบบ
82. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ก. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ข. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน
- ค. ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น
- ง. กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน
83. ในการประชุมวางแผนงานของโรงเรียนเพื่อรองรับการบริหารงานแบบกระจายอำนาจ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดระบบงานเพื่อรองรับภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการต้องกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษามายังสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุขอบเขตภารกิจทั้ง 4 ด้านได้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย
- ก. ด้านวิชาการ ด้านนโยบายและแผน ด้านการเงินและพัสดุ และด้านกิจการนักเรียน
- ข. ด้านหลักสูตร ด้านแผนพัฒนาการศึกษา ด้านการคลัง และด้านการบริหารงานบุคคล
- ค. ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป
- ง. ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณและพัสดุ ด้านกิจการนักเรียน และด้านธุรการทั่วไป
84. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ครูและบุคลากรทางการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐและระดับเขตพื้นที่การศึกษา มีสถานะเป็นข้าราชการสังกัดใด
- ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามภูมิลำเนา
- ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. องค์กรวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
85. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายนี้ และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อใด
- ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
- ข. นายกรัฐมนตรี โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้แล้ว
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้ทันทีตั้งแต่วันที่ได้ลงนามในคำสั่ง
- ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อจัดทำหนังสือแจ้งเวียนให้หน่วยงานทราบแล้ว
86. สถานประกอบการแห่งหนึ่งประสงค์จะเข้าร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สถานประกอบการดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามข้อใด
- ก. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสถานประกอบการ
- ข. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
- ค. การจัดสรรเงินชดเชยรายได้เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ
- ง. การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกำไรสุทธิทั้งหมดของกิจการ
87. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการศึกษาที่ต้องบูรณาการสาระการเรียนรู้ในเรื่อง “ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา” กฎหมายกำหนดให้เน้นสิ่งใด
- ก. เน้นการคิดคำนวณในชีวิตประจำวัน
- ข. เน้นการสื่อสารภาษาต่างประเทศ
- ค. เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
- ง. เน้นทักษะภาษาเพื่อการประกอบอาชีพ
88. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา
- ข. ดำเนินการจัดตั้งและบริหารจัดการศึกษาของครอบครัวและองค์กรชุมชนในเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. ควบคุม สั่งการ ยุบ หรือเลิกสถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. กำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา
89. ในการบริหารงานบุคคลและการปฏิบัติหน้าที่ทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บุคคลในตำแหน่งใดต่อไปนี้กฎหมายกำหนดว่าต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ก. ครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ
- ข. วิทยากรพิเศษทางการศึกษาที่สอนในสถานศึกษา
- ค. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. คณาจารย์ที่สอนในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
90. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 คำว่า “เด็ก” มีความหมายตรงกับข้อใด
- ก. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 6 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 15 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
- ข. เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่ 7 จนถึงอายุย่างเข้าปีที่ 16 เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
- ค. เด็กซึ่งมีอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
- ง. เด็กซึ่งมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์จนถึงอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่ 9 ของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
91. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้ใดซึ่งมิใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซึ่งไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อใด
- ก. ต้องส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาในเขตพื้นที่บริการ ภายใน 1 เดือน เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากผู้บริหาร
- ข. ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายการศึกษา ภายใน 60 วัน เว้นแต่เด็กจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
- ค. ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 1 เดือน เว้นแต่ผู้ปกครองอาศัยอยู่ด้วย
- ง. ต้องแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 15 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น
92. นายสมศักดิ์ ผู้ปกครองของเด็กหญิงแก้วซึ่งมีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ มีความจำเป็นต้องขอผ่อนผันให้เด็กเข้าเรียนหลังอายุตามเกณฑ์ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้มีอำนาจผ่อนผันตามคำร้องขอของผู้ปกครองคือบุคคลหรือหน่วยงานใด
- ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. สถานศึกษา
93. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ต้องรับผิดอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
- ข. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท
- ง. มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
94. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การปฏิบัติหน้าที่และการแสดงบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปตามข้อใด
- ก. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ครอบครองสถานที่ และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่เลขาธิการ กพฐ. กำหนด
- ข. ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- ค. ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
- ง. ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ปกครองของเด็กเท่านั้น และแบบบัตรให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
95. นายเอกจ้างเด็กที่มีอายุในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับมาทำงานประจำที่ร้านค้าของตน โดยปราศจากเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เด็กมิได้ไปเรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 นายเอกต้องรับผิดอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
- ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
96. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสถานะใด
- ก. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
- ข. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
97. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อ ข้อใดถูกต้อง
- ก. แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
- ข. ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นผู้มีอำนาจประกาศรายละเอียดและการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อ
- ค. แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจาก่อนเด็กเข้าเรียนไม่น้อยกว่าหกเดือน
- ง. ปิดประกาศรายละเอียดเฉพาะ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
98. โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่ามีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับในเขตบริการที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และไม่มีผู้ดูแล ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติต่อเด็กรายนี้อย่างไร
- ก. ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล
- ข. จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น
- ค. รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
- ง. ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา
99. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็กได้ในช่วงเวลาใด
- ก. ในเวลาใดก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมงหากมีเหตุสงสัยว่ามีเด็กไม่เข้าเรียนในพื้นที่
- ข. ในเวลาทำการของสถานที่นั้นเท่านั้นโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่
- ค. ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
- ง. ในเวลาระหว่าง 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกาหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
100. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การกระทำของผู้ใดที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ มีผลความรับผิดตามข้อใด
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ข. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท
- ค. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
101. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรประจำตัวและเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร
- ก. มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
- ข. มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที
- ค. มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร
- ง. มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย
102. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดให้ความหมายของคำว่า "คณาจารย์" ได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาของรัฐ
- ข. บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
- ค. บุคคลซึ่งทำหน้าที่ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนและการวิจัยในหน่วยงานการศึกษา
- ง. ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้สอนที่ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนและดำเนินการวิจัยในสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษาของรัฐ
103. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งเป็นสัญญาจ้างปฏิบัติงานรายปีหรือมีกำหนดเวลา
- ก. บุคคลภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้งตามสัญญาจ้าง จะต้องไม่มีสถานภาพเป็นข้าราชการทุกกรณี
- ข. ผู้ที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง จะไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเช่นเดียวกับข้าราชการ
- ค. การออกระเบียบสัญญาจ้างปฏิบัติงาน ก.ค.ศ. ต้องได้รับความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
- ง. ตำแหน่งที่มีการทำสัญญาจ้าง กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสถานภาพเป็นพนักงานราชการเท่านั้น
104. ครูกานดาได้รับมอบหมายให้จัดโครงการสภานักเรียนและกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังวิถีประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมให้แก่นักเรียน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การปฏิบัติหน้าที่ของครูกานดาสอดคล้องกับวินัยที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
- ก. ต้องส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองและให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง
- ข. ต้องสนับสนุนการปกครองเฉพาะนอกเวลาราชการโดยไม่มีหน้าที่วางรากฐานระบอบการปกครอง
- ค. ต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและห้ามนำเรื่องการเมืองมาจัดการเรียนรู้
- ง. ต้องสนับสนุนด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองดังกล่าว
105. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกระทำในข้อใดเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ก. การเสพยาเสพติดหรือเล่นการพนันเป็นอาจิณ
- ข. การกระทำความผิดลหุโทษจนได้รับโทษจำคุก
- ค. การกระทำความผิดโดยประมาทจนได้รับโทษจำคุก
- ง. การเล่นการพนันทั่วไปที่เป็นเพียงครั้งคราว
106. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การดำเนินการสอบสวนกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด
- ก. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า
- ข. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
- ค. ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา
- ง. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน
107. นายสมศักดิ์ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ต่อมาปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปอยู่ก่อนได้รับการบรรจุแต่งตั้ง โดยการเข้ารับราชการนั้นเป็นไปโดยสุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการต่อนายสมศักดิ์อย่างไร
- ก. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และให้การใดที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วตกเป็นโมฆะทั้งหมด
- ข. ให้ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ และให้เรียกคืนเงินเดือนหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด
- ค. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน และถือว่าเป็นการสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน
- ง. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้พักราชการไว้ก่อน และให้ดำเนินการแก้ไขคุณสมบัติให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 30 วัน
108. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กฎหมายกำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ในช่วงเวลาหรือกรณีใด
- ก. ก่อนยื่นขออนุมัติเพื่อลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติวิจัย
- ข. ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อเตรียมความพร้อม
- ค. ภายหลังบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดสองปี
- ง. ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งและบางวิทยฐานะ
109. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกระทำเกี่ยวกับผลงานทางวิชาการในข้อใด ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ก. รับจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อให้ผู้อื่นใช้ขอเลื่อนวิทยฐานะ แม้ไม่ได้รับค่าตอบแทน
- ข. รับจัดทำผลงานทางวิชาการให้ผู้อื่น จะเป็นวินัยร้ายแรงก็ต่อเมื่อมีการรับค่าตอบแทน
- ค. ลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นเพื่อขอเลื่อนตำแหน่ง เป็นความผิดเฉพาะทางจรรยาบรรณ
- ง. จ้างวานผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอปรับตำแหน่งหน้าที่ เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
110. ครูสมชายมีความประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น จึงได้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การลาออกจากราชการของครูสมชายจะมีผลตามข้อใด
- ก. มีผลเมื่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายพิจารณาอนุญาต
- ข. มีผลนับตั้งแต่วันที่ครูสมชายขอลาออก
- ค. มีผลเมื่อพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันขอลาออก
- ง. มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันที่ยื่นหนังสือขอลาออก
111. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดจากผู้สอบแข่งขันได้ ให้ดำเนินการตามหลักการใด
- ก. บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
- ข. บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม
- ค. บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
- ง. บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา
112. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ก. ผู้ตรวจราชการกระทรวงมีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องตอบแทนในรูปเงินเพิ่มพิเศษตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
- ข. คณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบต้องอยู่ในรูปของเงินรางวัลประจำปีหรือการปรับเงินเดือนเท่านั้น
- ค. คณะกรรมการ ก.ค.ศ. มีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบให้จำกัดเฉพาะการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง
- ง. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ประเมิน โดยบำเหน็จความชอบอาจเป็นบันทึกคำชมเชย รางวัล เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือการเลื่อนเงินเดือน
113. ครูสมศักดิ์มีพฤติกรรมใช้วาจาดูหมิ่น เหยียดหยาม และกดขี่ข่มเหงผู้เรียนอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ครูสมศักดิ์มีความผิดตามข้อใด
- ก. เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ข. เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
- ค. เป็นความผิดทางแพ่งฐานละเมิดมิใช่ผิดวินัย
- ง. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน
114. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ผลการสอบสวนฟังได้ว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หากมีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
- ก. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน
- ข. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก
- ค. สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้
- ง. สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้
115. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถึงการกำหนดให้มีตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. ตำแหน่งอาจารย์และตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้
- ข. ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้มีในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. ตำแหน่งครูผู้ช่วยและตำแหน่งครู จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ได้
- ง. ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีในสถานศึกษาตามประกาศกระทรวง
116. นายสมชายสอบแข่งขันได้และได้รับการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งนายสมชายคือบุคคลใด และต้องได้รับอนุมัติจากองค์กรใด
- ก. ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ ก.ค.ศ.
- ข. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
- ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยอนุมัติ ก.ค.ศ.
- ง. ผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
117. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องถือสิ่งใดเป็นสำคัญสูงสุด?
- ก. ประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
- ข. ประโยชน์สูงสุดของชุมชนท้องถิ่น
- ค. ประโยชน์สูงสุดของสถานศึกษา
- ง. ประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
118. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถึงเรื่องวินัยและโทษทางวินัยได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ถูกลงโทษไล่ออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ
- ข. ผู้ถูกลงโทษปลดออก มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ
- ค. ผู้กระทำผิดวินัยต้องได้รับโทษเสมอ โดยไม่มีเหตุอันควรงดโทษตามกฎหมายได้
- ง. การว่ากล่าวตักเตือน จัดเป็นหนึ่งในโทษทางวินัย 5 สถานตามที่กฎหมายกำหนด
119. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายถูกสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ และต้องการใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยดังกล่าว ครูสมชายจะต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์ตามข้อใด
- ก. ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ข. ยื่นอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ค. ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
- ง. ยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
120. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถดำเนินการสอบแข่งขันได้ องค์กรใดมีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่น
- ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
121. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีที่หน่วยงานมีความจำเป็นและผู้บังคับบัญชาส่งหรืออนุญาตให้ข้าราชการครูลาไปศึกษาต่อตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จะได้รับสิทธิและสถานะทางราชการอย่างไร
- ก. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา
- ข. ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ
- ค. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน
- ง. ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา
122. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายรับเงินจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในการจูงใจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น การกระทำของครูสมชายมีผลทางวินัยอย่างไร
- ก. มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
- ข. มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
- ค. ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ
- ง. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่
123. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุรับราชการนาน จะต้องมีกรณีตามที่กำหนดในข้อใด
- ก. กำหนดในกฎกระทรวง
- ข. กำหนดในระเบียบ ก.ค.ศ.
- ค. กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.
- ง. กำหนดในประกาศ ก.ค.ศ.
124. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
- ก. ให้หน่วยงานการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก และเป็นผู้กำหนดหลักสูตรวิธีการสอบแข่งขันทั้งหมดของตนเอง
- ข. ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเป็นหลัก แต่หาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามีความพร้อม ก็มอบให้ดำเนินการได้
- ค. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และเกณฑ์การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทั้งหมด
- ง. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ แต่หากหน่วยงานการศึกษามีความพร้อมตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ก็มอบให้ดำเนินการได้
125. ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนรอบล่าสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้แก่ครูกานดา เนื่องจากผลการปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตามข้อใด
- ก. แจ้งให้ครูกานดาทราบพร้อมระบุเหตุผลที่ไม่สั่งเลื่อนเงินเดือน
- ข. ทำหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่สอน
- ค. ส่งเรื่องให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- ง. เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการชี้ขาด
126. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อมีลักษณะตามข้อใด
- ก. กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง
- ข. เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
- ค. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
- ง. กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
127. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ก. การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กระทำได้ไม่เกินสองปี
- ข. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยทุกสถานต้องออกจากราชการตามระเบียบของ ก.ค.ศ.
- ค. การต่อเวลาราชการให้แก่ผู้ที่ต้องพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะกระทำมิได้
- ง. ผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องออกจากราชการทันทีโดยไม่สามารถแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นได้
128. นายปรเมศได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากหน่วยงานต้นสังกัดประสงค์จะให้นายปรเมศได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของอันดับ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
- ค. ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
- ง. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.
129. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กฎหมายกำหนดให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะเป็นระยะ ๆ สำหรับตำแหน่งใด
- ก. ตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
- ข. ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับ
- ค. ตำแหน่งที่มีวิทยฐานะชำนาญการขึ้นไป
- ง. ตำแหน่งในสายงานการสอนทุกตำแหน่ง
130. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ข้าราชการครูเห็นว่าการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายจะทำให้เสียหายแก่ราชการ แนวทางปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามกฎหมายคือข้อใด
- ก. สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือขอทบทวนได้ภายใน 15 วัน และหากผู้บังคับบัญชายืนยันคำสั่งเดิมก็มีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตาม
- ข. สามารถเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายใน 7 วันเพื่อให้ทบทวนคำสั่งได้ และหากผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือก็ต้องปฏิบัติตาม
- ค. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้นทันทีโดยไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือทักท้วง เพราะถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของทางราชการ
- ง. สามารถปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งได้ทันที และทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปภายใน 7 วัน
131. ในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เมื่อผู้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งลงโทษทางวินัย กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดใดไว้ในคำสั่งลงโทษ
- ก. แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา
- ข. แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์
- ค. แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ
- ง. แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู
132. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คำว่า “ผู้บริหารการศึกษา” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน
- ข. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาระดับกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
133. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในกรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีคำวินิจฉัยไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ผู้ขอมีสิทธิดำเนินการตามข้อใด
- ก. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน และมีสิทธิประกอบวิชาชีพต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด
- ข. อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการภายใน 30 วัน และต้องยุติการประกอบวิชาชีพควบคุมไว้ก่อน
- ค. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 60 วัน และต้องรอจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น
- ง. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 15 วัน แต่ต้องหยุดการประกอบวิชาชีพทันทีที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว
134. ครูสมชายถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาแล้วมีมติให้ลงโทษโดยการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตได้ตามข้อใด
- ก. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี
- ข. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี
- ค. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
- ง. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี
135. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ “คุรุสภา” มีฐานะตามข้อใด
- ก. เป็นนิติบุคคล ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. เป็นส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. เป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. เป็นองค์การมหาชน ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
136. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 การจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อสิ่งใด
- ก. เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู
- ข. เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
- ค. เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา
- ง. เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
137. นายสมหมายทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยที่ตนเองไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย หากนายสมหมายกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 นายสมหมายต้องระวางโทษตามข้อใด
- ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ง. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
138. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุคุณสมบัติด้านอายุและระยะเวลาการปฏิบัติการสอนของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมได้ถูกต้อง
- ก. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน
- ข. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ค. มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ง. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และผ่านการปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี
139. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ข้อใดกล่าวถึงกระบวนการพิจารณาได้ถูกต้อง
- ก. ผู้ถูกกล่าวหาต้องนำพยานหลักฐานไปแสดงต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
- ข. เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้มีอำนาจออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสำเนาเรื่องให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
- ค. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำชี้แจงส่งให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
- ง. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพต้องส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มพิจารณา
140. เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับมอบหมายให้ยกร่างกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ตามกฎหมายนี้ ผู้มีอำนาจออกกฎกระทรวงดังกล่าวคือใคร และจะมีผลใช้บังคับได้เมื่อใด
- ก. นายกรัฐมนตรี และมีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้
- ข. ประธานกรรมการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและลงนาม
- ค. เลขาธิการคุรุสภา และมีผลใช้บังคับเมื่อคณะกรรมการคุรุสภาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และมีผลใช้บังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
141. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามข้อใดที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา
- ก. มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
- ข. หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง
- ค. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
- ง. ข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ
142. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะมีสิทธิยื่นขอรับใบอนุญาตได้อีกเมื่อใด
- ก. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน
- ข. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน
- ค. สามารถยื่นขอได้เมื่อพ้น 3 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน
- ง. ไม่สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้อีกต่อไป
143. ในการดำเนินงานของสถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บุคคลในข้อใดได้รับการยกเว้นให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม
- ก. นายชาญ ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา
- ข. นายนพ ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ในฐานะครูประจำการของโรงเรียนประถมศึกษา
- ค. นายก้อง ได้รับเชิญให้มาบรรยายความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะวิทยากรพิเศษ
- ง. นายพล ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
144. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ กฎหมายกำหนดให้ผู้ใดเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า
- ก. ประธานกรรมการคุรุสภา
- ข. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. เลขาธิการคุรุสภา
145. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุหลักการสำคัญเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ถูกต้องตรงตามกฎหมาย
- ก. ต้องอยู่ภายใต้บังคับหลักเกณฑ์การมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ
- ข. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาก่อนปฏิบัติงาน
- ค. ต้องผ่านการประเมินมาตรฐานวิทยฐานะจากองค์กรวิชาชีพทางการศึกษา
- ง. ต้องมีสถานภาพเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในสถานศึกษา
146. ครูสมศักดิ์ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภา และได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในการประกอบวิชาชีพดังกล่าว ครูสมศักดิ์ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งสิ่งใด
- ก. ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. ข้อจำกัดและเงื่อนไขตามข้อบังคับของคุรุสภา
- ค. เกณฑ์และข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ง. เงื่อนไขและข้อปฏิบัติของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
147. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ถูกห้ามประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันใด
- ก. นับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
- ข. นับแต่วันที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ค. นับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
- ง. นับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการอุทธรณ์
148. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ในกระบวนการเสนอร่างข้อบังคับของคุรุสภา หากประธานกรรมการคุรุสภาเสนอร่างข้อบังคับต่อรัฐมนตรีแล้ว แต่รัฐมนตรีมิได้ยับยั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับ กฎหมายกำหนดให้มีผลอย่างไร
- ก. ให้ถือว่าร่างข้อบังคับนั้นตกไปโดยผลของกฎหมายทันที
- ข. ให้ส่งร่างข้อบังคับนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ
- ค. ให้ส่งกลับไปให้คณะกรรมการคุรุสภาลงมติยืนยันด้วยเสียง 2 ใน 3
- ง. ให้ถือว่ารัฐมนตรีให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น
149. ผู้ปกครองนักเรียนพบว่าครูผู้สอนประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพจนบุตรได้รับความเสียหาย จึงได้ทำเรื่องยื่นกล่าวหาครูผู้นั้นต่อคุรุสภา ต่อมาครูได้ขอโทษและชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ปกครองจึงยื่นหนังสือขอถอนเรื่องการกล่าวหา กรณีนี้ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 จะมีผลอย่างไร
- ก. การถอนเรื่องดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ
- ข. ให้ยุติเรื่องการพิจารณาทางจรรยาบรรณเนื่องจากผู้เสียหายถอนเรื่องแล้ว
- ค. การดำเนินการจะระงับลงได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติอนุมัติ
- ง. ให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการคุรุสภา
150. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใด
- ก. กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ
- ข. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
- ค. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- ง. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
151. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ในกรณีที่สถานศึกษาจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา การกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด
- ก. ให้ยึดจำนวนนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ ตามที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา
- ข. ให้ยึดความพร้อมด้านงบประมาณและอาคารสถานที่ของโรงเรียนเป็นสำคัญ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด
- ค. ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. ให้ยึดบริบทพื้นที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา
152. ในการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ หากมีความจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ผู้มีอำนาจออกและเงื่อนไขการมีผลใช้บังคับตามกฎหมายคือข้อใด
- ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
- ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้ทันทีเมื่อผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และใช้บังคับได้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
153. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การกำหนดว่าการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้เป็นไปตามข้อใด
- ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
154. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการ ต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. ให้ออกเป็นกฎกระทรวง
- ค. ให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
155. ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่าโรงเรียนของตนยังไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการเงินและพัสดุตามที่กฎหมายกำหนดได้เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โรงเรียนดังกล่าวสามารถดำเนินการตามแนวทางใด
- ก. เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร
- ข. ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
- ค. ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
- ง. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน
156. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษาของสภาการศึกษา กำหนดให้เสนอต่อบุคคลหรือองค์กรใด
- ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะรัฐมนตรี
157. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็นส่วนใดบ้าง
- ก. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ข. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ค. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
- ง. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
158. หากมีกรณีที่จะต้องแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการให้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จะต้องดำเนินการตามข้อใด
- ก. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
- ง. ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
159. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง กำหนดให้มีส่วนราชการตามข้อใด
- ก. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
160. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ข้อใดจัดเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ก. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาในฐานะผู้แทนชุมชนและผู้ปกครองนักเรียน
- ข. ประเมินคุณภาพภายนอกพร้อมทั้งให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่
- ค. จัดทำและประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใช้จัดการศึกษาทั่วประเทศ
- ง. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
161. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาบริหารงาน หากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการประสงค์จะสั่งการหรือปฏิบัติราชการในกระทรวง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
- ก. เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย
- ข. ปฏิบัติราชการได้โดยอิสระตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้
- ค. เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา
- ง. เป็นไปตามคำแนะนำของสภาการศึกษาในการจัดการศึกษา
162. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุความหมายของคำว่า “เด็ก” ได้ถูกต้อง
- ก. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
- ข. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
- ค. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
- ง. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
163. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดสถานภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร
- ก. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ข. เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
164. ในการออกตรวจพื้นที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 พบนักเรียนประพฤติตนฝ่าฝืนระเบียบสถานศึกษา จึงได้นำตัวไปมอบแก่ผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อสอบถามและลงโทษตามระเบียบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการต่อไปคือข้อใด
- ก. พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ปกครองมารับทราบข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนด
- ข. ผู้บริหารสถานศึกษาทำรายงานส่งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการคุมประพฤติ
- ค. ผู้บริหารสถานศึกษาส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อเข้ารับการประเมินสภาพจิตใจและการฟื้นฟูพฤติกรรม
- ง. พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง
165. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในกรณีที่ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และพัฒนาเด็กได้ หรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ บุคคลใดมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
- ก. พนักงานเจ้าหน้าที่
- ข. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
- ค. ผู้ปกครองสถานแรกรับ
- ง. ผู้บริหารสถานศึกษา
166. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากเด็กฝ่าฝืนข้อห้ามซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด
- ก. มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที
- ข. มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน
- ค. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด
- ง. ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
167. ผู้ปกครองนำเด็กไปฝากไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก แล้วหลบหนีไปโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามของผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในลักษณะใด
- ก. การปฏิบัติต่อเด็กอันเป็นการขัดขวางการเจริญเติบโต
- ข. การปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ
- ค. การทอดทิ้งเด็กโดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน
- ง. การละทิ้งเด็กไว้โดยไม่จัดให้มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม
168. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใด ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินระยะเวลาตามข้อใด
- ก. ไม่เกิน 15 วัน
- ข. ไม่เกิน 3 วัน
- ค. ไม่เกิน 30 วัน
- ง. ไม่เกิน 7 วัน
169. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด กฎหมายกำหนดหลักการสำคัญในการปฏิบัติไว้อย่างไร
- ก. ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
- ข. ให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคมเป็นสำคัญ โดยป้องกันมิให้เด็กกระทำความผิด
- ค. ให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยยึดมาตรฐานการครองชีพของเด็ก
- ง. ให้คำนึงถึงความยินยอมและความพร้อมของผู้ปกครองเป็นสำคัญ และไม่ขัดต่อระเบียบของทางราชการ
170. ครูประจำชั้นออกเยี่ยมบ้านนักเรียน พบว่าผู้ปกครองของนักเรียนมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของนักเรียนที่อยู่ในความปกครองดูแล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นักเรียนรายนี้จัดอยู่ในกลุ่มเด็กประเภทใด
- ก. เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
- ข. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์
- ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด
- ง. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
171. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฏิบัติต่อเด็ก (เช่น การกระทำทารุณกรรม การละเลย หรือการใช้เด็กเป็นเครื่องมือกระทำผิด) ต้องระวางโทษตามข้อใด
- ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ค. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ง. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
172. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากครูหรืออาจารย์พบเห็นข้อเท็จจริงที่น่าสงสัยว่าเด็กที่เป็นศิษย์ถูกทารุณกรรม การปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดทางกฎหมายเป็นไปตามข้อใด
- ก. ต้องรายงานให้ผู้บริหารสถานศึกษาตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงก่อน จึงจะส่งเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อรับความคุ้มครองทางกฎหมาย
- ข. ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า แต่หากข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่สงสัย ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง
- ค. สามารถใช้ดุลพินิจว่าจะรายงานหรือไม่ก็ได้ แต่หากตัดสินใจรายงานโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดเฉพาะความรับผิดทางอาญา
- ง. ต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า และหากกระทำโดยสุจริตย่อมไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง
173. ครูสมศักดิ์ได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียน ในการนี้ กฎหมายกำหนดให้โรงเรียนต้องจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่บุคคลกลุ่มใด
- ก. นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง
- ข. เฉพาะนักเรียนและนักศึกษาเท่านั้น
- ค. นักเรียน นักศึกษา และครูผู้สอน
- ง. นักเรียน นักศึกษา และผู้นำชุมชน
174. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การจำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก มีข้อยกเว้นให้กระทำได้ในกรณีใด
- ก. การจัดกิจกรรมตามประเพณี
- ข. การปฏิบัติทางการแพทย์
- ค. การได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
- ง. การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
175. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กรณีผู้ปกครองหรือญาติเป็นผู้กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก หากศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำทารุณกรรมอีก ศาลมีอำนาจออกคำสั่งตามข้อใด
- ก. ให้ฝ่ายปกครองนำตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไปคุมขังไว้ที่เรือนจำมีกำหนดครั้งละไม่เกิน 60 วัน
- ข. ให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวเด็กไปรับการคุ้มครองที่สถานแรกรับเป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 15 วัน
- ค. ให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน
- ง. ให้ตำรวจควบคุมตัวผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมไว้ที่สถานีตำรวจได้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 7 วัน
176. นายมงคลอ้างว่าตนมีสิทธิอุปการะเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนบุตรตามขนบธรรมเนียมประเพณีของครอบครัวอย่างไรก็ได้ โดยรัฐไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้ออ้างของนายมงคลถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด
- ก. ถูกต้อง เพราะอำนาจปกครองดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรเป็นสิทธิเด็ดขาดของบิดามารดาซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจก้าวล่วงได้
- ข. ถูกต้อง เพราะกฎหมายให้ถือปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นเป็นสำคัญโดยไม่มีข้อจำกัดใด
- ค. ไม่ถูกต้อง เพราะต้องได้รับความเห็นชอบแผนการเลี้ยงดูเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดก่อน
- ง. ไม่ถูกต้อง เพราะต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองมิให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ
177. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เด็กกลุ่มใดต่อไปนี้จัดเป็น “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ”
- ก. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด
- ข. เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน
- ค. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า
- ง. เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน
178. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 คำว่า “เด็กปฐมวัย” หมายความตรงกับข้อใด
- ก. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
- ข. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
- ค. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
- ง. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
179. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย และคณะกรรมการได้แจ้งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
- ก. เสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งตัดงบประมาณการพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานนั้น
- ข. ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งหมด
- ค. มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลทราบพร้อมด้วยเหตุผล เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
- ง. มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยทันที
180. สถานศึกษาแห่งหนึ่งเตรียมจัดทำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนเข้าเรียน เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บุคคลหรือองค์กรใดมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์การรับเด็กปฐมวัยเข้าศึกษาในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา
- ก. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน
- ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย
181. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดให้บุคคลใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
- ก. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- ค. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- ง. นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
182. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน้าที่ในข้อใดเป็นหน้าที่ของสถานพยาบาลที่ต้องจัดให้มีในการให้บริการสุขภาพแก่มารดาและบุตร
- ก. จัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของความเป็นผู้ดูแลเด็กปฐมวัย
- ข. ให้บริการส่งเสริมการให้นมมารดาแก่บุตรตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อย 6 เดือน
- ค. จัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง
- ง. จัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ และจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง
183. ในระหว่างที่แผนพัฒนาเด็กปฐมวัยมีผลใช้บังคับ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว หากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงแผนดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนใดตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562
- ก. ปรับปรุงแล้วประกาศใช้บังคับได้ทันทีโดยไม่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
- ข. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศใช้
- ค. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป
- ง. ปรับปรุงแล้วเสนอต่อสภาการศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
184. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีซึ่งกำหนดโดยผู้ใด
- ก. คณะรัฐมนตรี
- ข. สภาการศึกษา
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะกรรมการ
185. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อใดอย่างต่อเนื่อง
- ก. ตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษา
- ข. ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงระดับอนุบาลหรือเทียบเท่า
- ค. ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
- ง. ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับ
186. ภายหลังที่มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย เทศบาลตำบลแห่งหนึ่งซึ่งมีภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย
- ก. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน
- ข. จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว
- ค. แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ
- ง. เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
187. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 บิดา มารดา และผู้ปกครอง มีหน้าที่ต่อเด็กปฐมวัยซึ่งอยู่ในความดูแลตามข้อใด
- ก. จัดส่งเด็กเข้าศึกษาต่อในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของรัฐเมื่ออายุครบเก้าเดือน
- ข. มุ่งเน้นจัดการเรียนรู้ทางวิชาการเพื่อเตรียมสอบแข่งขันเข้าสถานศึกษา
- ค. จัดให้ได้รับการพัฒนาตามแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
- ง. ส่งเด็กเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในระดับชาติเป็นประจำ
188. ตามบทนำของประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภามุ่งเน้นเรื่องใด
- ก. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ข. เรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาสู่สากล และสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม
- ค. เรียนดี มีความสุข ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดภาระครู
- ง. เรียนดี มีคุณธรรม มีทักษะชีวิต และมีรายได้ระหว่างเรียน
189. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) มีแนวทางดำเนินการอย่างไร
- ก. จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ
- ข. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
- ค. โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่
- ง. มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด
190. ครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และรู้เท่าทัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานแทนการท่องจำ ควบคู่กับการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. กรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ข. การบริหารจัดการโรงเรียนแบบ Work Smart
- ค. แนวคิด AI for All
- ง. การให้ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
191. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดระบุสาระสำคัญของมาตรการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อปกป้องดูแลจากความรุนแรงทุกรูปแบบ
- ข. การนำรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์มาใช้คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง
- ค. การผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
- ง. ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่
192. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดระบุชื่อนโยบายสำคัญ 5 ด้านในการปฏิรูปการศึกษาได้ถูกต้องตามประกาศ
- ก. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง
- ข. เรียนดี มีคุณธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิต
- ค. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย
- ง. ปรับปรุงหลักสูตรเพื่อความเป็นเลิศ
193. โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งจัดโครงการติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบให้กลับเข้าสู่การศึกษา โดยร่วมมือกับสถานประกอบการจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และเปิดให้นำผลการปฏิบัติงานจริงมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
- ข. การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout
- ค. การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณรายพื้นที่
- ง. การพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการ AI for All
194. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ข้อใดเป็นมาตรการภายใต้นโยบาย "ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง" ที่กำหนดให้บูรณาการความร่วมมือเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ และผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง (National Credit Bank)
- ก. พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนตามรูปแบบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์
- ข. ขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางเรียนดี มีคุณธรรม
- ค. จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard)
- ง. จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองความปลอดภัย
195. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ในส่วนของนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่แถลงต่อรัฐสภา การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการปรับเพิ่มวิทยฐานะของครูมีแนวทางที่กำหนดไว้อย่างไร
- ก. ใช้จำนวนชั่วโมงการอบรมพัฒนาวิชาชีพและผลงานทางวิชาการเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ข. ใช้การประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนเป็นเกณฑ์หลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ค. ใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติของผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
- ง. ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ
196. โรงเรียนแห่งหนึ่งกำลังเตรียมความพร้อมรับการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 เพื่อสนับสนุนนโยบายคืนเวลาให้ครู การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดไว้ถูกต้องที่สุด
- ก. มุ่งเน้นการประเมินจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน แทนการจัดทำเอกสารโครงการและรางวัลที่ได้รับ ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation
- ข. มุ่งเน้นการประเมินจากการที่ครูผู้สอนมีส่วนร่วมรับผิดชอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันได้อย่างเป็นระบบ
- ค. มุ่งเน้นการประเมินจากการรวบรวมเอกสารรายงานสรุปโครงการและรางวัลที่ได้รับ เพื่อสะท้อนความสำเร็จในการบริหารงานของผู้บริหาร
- ง. มุ่งเน้นการประเมินจากการจัดทำแผนบริหารงบประมาณที่คำนึงถึงบริบทความยากลำบากของสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร
197. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การพัฒนากรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลก อาทิ OECD UN และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักสูตรและองค์ความรู้ระหว่างประเทศ กำหนดให้ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือใด
- ก. All for Education
- ข. Global Partnerships
- ค. PISA 2029
- ง. AI for All
198. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบาย "สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ" มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นสิ่งใดและเพื่อการใด
- ก. ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่
- ข. ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education
- ค. ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู
- ง. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง
199. ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายให้ฝ่ายบริหารงานทั่วไปยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อน นำระบบดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการงานธุรการ และลดงานเอกสาร เพื่อให้ครูมีเวลาพัฒนาทักษะการสอนได้อย่างเต็มที่ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในการจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครู
- ข. การจัดการศึกษาเพื่อยกระดับทักษะการเรียนรู้แห่งอนาคตด้วยระบบ AI for All
- ค. การขับเคลื่อนระบบเทียบโอนผลการเรียนรู้ผ่านระบบ National Credit Bank
- ง. การลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนตามแนวคิด Work Smart
200. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ กำหนดขึ้นเพื่อรับประกันโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนกลุ่มใด
- ก. เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ
- ข. เด็กที่มีผลงานเทียบโอนหน่วยกิต
- ค. เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา
- ง. เด็กที่พัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์
201. ตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” มีลักษณะการดำเนินงานและเป้าหมายตรงกับข้อใด
- ก. บูรณาการระบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน
- ข. บูรณาการร่วมกับทีมนักกฎหมายและนักจิตวิทยา โดยใช้รูปแบบ AOC รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง
- ค. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขาภิบาล อาหาร น้ำ และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่
- ง. บูรณาการร่วมกับ 4 กระทรวงหลักเพื่อขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตกลางและเทียบโอนประสบการณ์
202. ในการประชุมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของคณะครูให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายไว้ การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับหลักคิดและเป้าหมายร่วมที่กำหนดไว้มากที่สุด
- ก. ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์
- ข. ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก
- ค. ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน
- ง. ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ
203. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ภายใต้นโยบายรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้คำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ
- ก. สัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อครูตามเกณฑ์มาตรฐาน
- ข. ผลการประเมินตามแนวคิด Result-based Evaluation
- ค. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการทดสอบระดับชาติ
- ง. ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่
204. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการผลักดันการบูรณาการสมรรถนะด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) กำหนดให้เริ่มเข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับการศึกษาใด และให้สอดคล้องกับกรอบการประเมินใด
- ก. ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD
- ข. ระดับประถมศึกษา ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบการประเมิน PISA 2029 ของ OECD
- ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ Global Partnerships
205. ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายต้องอยู่ภายใต้แนวคิดใดตามบทสั่งการของประกาศนี้
- ก. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “AI for All”
- ข. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “All for Education”
- ค. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”
- ง. ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Thailand Zero Dropout”
206. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ในนโยบายด้านการคืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การดำเนินงานนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา กำหนดให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานใดในการจัดเตรียมอาหารกลางวันและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแทนครู
- ก. สหกรณ์การเกษตรในชุมชน
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ง. สมาคมผู้ปกครองและครู
207. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 การผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะ ควบคู่กับการยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน (AI Literacy) กำหนดให้ดำเนินการภายใต้แนวคิดใด
- ก. กรอบความร่วมมือ Global Partnerships
- ข. กรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมกับ OECD และ UN
- ค. ทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
- ง. แนวคิด AI for All
208. โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่าอาคารเรียนชำรุด สายไฟฟ้ามีสภาพเก่าชำรุด และระบบน้ำดื่มสุขาภิบาลไม่ได้มาตรฐาน ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงจัดทำโครงการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่ และระบบสุขาภิบาลน้ำดื่มทั้งหมด การดำเนินงานของโรงเรียนแห่งนี้ตรงกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570
- ก. การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา
- ข. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิ
- ค. การสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
- ง. การขับเคลื่อนระบบความปลอดภัยผ่านศูนย์ปฏิบัติการออนไลน์
209. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการสานต่อและพัฒนาการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout กำหนดแนวทางการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่นไว้อย่างไร
- ก. การจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสถานศึกษาในเขตเมืองและชนบทอย่างเป็นธรรม
- ข. การจัดการศึกษาในสถานประกอบการและการนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต
- ค. การยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่
- ง. การปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่โดยคำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ
210. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 หากสถานศึกษาต้องการส่งเสริมให้นักเรียนบันทึกแฟ้มสะสมผลงานการฝึกปฏิบัติงานจริงและเทียบโอนประสบการณ์ เพื่อสะสมหน่วยกิตและเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับกลไกและระบบในข้อใด
- ก. การพัฒนาสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media & AI Literacy) ตามกรอบ PISA 2029
- ข. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)
- ค. การจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) และระบบธนาคารหน่วยกิตกลาง
- ง. การบูรณาการระบบติดตามผู้เรียนรายบุคคลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (Thailand Zero Dropout)