Overview
จำนวนข้อตามคะแนนที่หลักสูตร ก.ค.ศ. กำหนด (ความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน 75 · กฎหมายการศึกษา 25) ชุดนี้ไม่รวมวิชาเอก 100 คะแนน ซึ่งขึ้นกับวิชาเอกที่สมัคร ส่วนเวลาสอบเป็นการประมาณการของ SIENSOB 100 ข้อ · เวลา 100 นาที
Blueprint
Topic weighting and difficulty distribution
| Topic | Weight | # Questions | Difficulty (E/M/H) |
|---|
Exam Set Intelligence
Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.
69 min
Estimated time
16
Topics
0
Coverage gaps
0
Duplicate pairs
83/100
Blueprint alignment
Blueprint Target vs Actual
⚠ difficulty easy: major_mismatch (+34pp).
⚠ difficulty medium: major_mismatch (+33pp).
⚠ difficulty hard: major_mismatch (+33pp).
Assessment Performance
Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.
0
Attempts
0
Completed
—
Completion rate
—
Average score
—
Median score
—
Average completion
No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.
All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 4:00:10 PM
Questions
Review, edit, approve, or reject generated questions.
100 approved and ready to save.
ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตรวจผลการทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ พบว่าข้อมูลคะแนนของนักเรียนมีคะแนนสุดโต่งปรากฏอยู่ คือมีทั้งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงมากผิดปกติและต่ำมากผิดปกติ หากครูต้องการเลือกค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางที่เป็นตัวแทนคะแนนของกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ครูควรเลือกใช้ค่าสถิติใด
- ก. ค่าเฉลี่ย
- ข. มัธยฐาน ✓
- ค. ฐานนิยม
- ง. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มัธยฐาน" ตามหลักสถิติพื้นฐานที่ครูใช้ ค่าเฉลี่ยใช้บอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางโดยทั่วไป แต่หากชุดข้อมูลมีคะแนนสุดโต่ง ค่าสถิติที่เหมาะสมสำหรับบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางคือ มัธยฐาน ซึ่งเป็นคะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อนำคะแนนมาเรียงลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน" ผิด: ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใช้บอกการกระจายของคะแนนว่าห่างจากค่าเฉลี่ยเพียงใด ไม่ใช่ค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง • "ฐานนิยม" ผิด: ฐานนิยมเป็นคะแนนที่ซ้ำกันมากที่สุด ไม่ใช่ค่าสถิติที่ระบุให้ใช้เมื่อชุดข้อมูลมีคะแนนสุดโต่ง • "ค่าเฉลี่ย" ผิด: ค่าเฉลี่ยคำนวณจากผลรวมหารจำนวนคน ใช้บอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางของคะแนนทั้งกลุ่มทั่วไป แต่ได้รับผลกระทบจากคะแนนสุดโต่งโดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “นอกจากค่าเฉลี่ยยังมี มัธยฐาน (คะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงลำดับ ใช้เมื่อมีคะแนนสุดโต่ง) และ ฐานนิยม (คะแนนที่ซ้ำมากที่สุด)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) บอก การกระจาย ของคะแนน ว่าคะแนนของแต่ละคนห่างจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “นอกจากค่าเฉลี่ยยังมี มัธยฐาน (คะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงลำดับ ใช้เมื่อมีคะแนนสุดโต่ง) และ ฐานนิยม (คะแนนที่ซ้ำมากที่สุด)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง "Thailand Zero Dropout" และ "ทุน ODOS" ถูกจัดให้อยู่ภายใต้นโยบายใด
- ก. นโยบายคืนเวลาให้ครู
- ข. นโยบายพื้นที่ปลอดภัย
- ค. นโยบายความเหลื่อมล้ำ ✓
- ง. นโยบายโลกความจริง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นโยบายความเหลื่อมล้ำ" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง สูตรงบประมาณ, Thailand Zero Dropout และ ทุน ODOS จัดอยู่ในนโยบายที่ 2 เรื่องความเหลื่อมล้ำ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นโยบายคืนเวลาให้ครู" ผิด: นโยบายคืนเวลาให้ครู มีคำสำคัญคือ Work Smart, Cloud Kitchen และ Result-based Evaluation • "นโยบายโลกความจริง" ผิด: นโยบายโลกความจริง มีคำสำคัญ เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ, AI Literacy และ National Credit Bank • "นโยบายพื้นที่ปลอดภัย" ผิด: นโยบายพื้นที่ปลอดภัย มีคำสำคัญ เช่น ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ, AOC, 24 ชั่วโมง และสุขาภิบาล ไฟฟ้า อาคาร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “| สูตรงบประมาณ · Thailand Zero Dropout · ทุน ODOS | 2 ความเหลื่อมล้ำ |”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “| สูตรงบประมาณ · Thailand Zero Dropout · ทุน ODOS | 2 ความเหลื่อมล้ำ |”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บันทึกข้อมูลการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน ข้อความใดต่อไปนี้จัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation)
- ก. ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ
- ข. ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน
- ค. ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที
- ง. ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้" การประเมินผลต้องมีข้อมูลจากการวัดและนำมาเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณค่า โดยพิจารณาว่ามีการตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ข้อความที่ระบุว่า ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้ จึงเป็นการประเมินผลอย่างแท้จริง ส่วนข้ออื่นเป็นเพียงการวัดผลที่ได้ข้อมูลเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ" ผิด: เป็นการวัดผลที่ได้ตัวเลขจำนวนข้อที่ถูก ยังไม่มีการตัดสินคุณค่าว่าผ่านหรือไม่ • "ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน" ผิด: เป็นการวัดผลเพราะได้เพียงข้อมูลเชิงตัวเลข ยังไม่ได้นำเกณฑ์มาตัดสินคุณค่า • "ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที" ผิด: เป็นการวัดผลเชิงปริมาณของเวลา ยังไม่มีการเทียบเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณค่า อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “วัดผล = ได้ตัวเลข · ประเมินผล = ตัวเลข + เกณฑ์ → ตัดสินคุณค่า · ข้อสอบชอบให้ประโยคมาแล้วถามว่าเป็นการวัดหรือการประเมิน ให้ดูว่ามีการ "ตัดสิน" (ผ่าน/ไม่ผ่าน ดี/ไม่ดี) หรือยัง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “วัดผล = ได้ตัวเลข · ประเมินผล = ตัวเลข + เกณฑ์ → ตัดสินคุณค่า · ข้อสอบชอบให้ประโยคมาแล้วถามว่าเป็นการวัดหรือการประเมิน ให้ดูว่ามีการ "ตัดสิน" (ผ่าน/ไม่ผ่าน ดี/ไม่ดี) หรือยัง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ข้อใดระบุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงพร้อมหัวใจสำคัญได้ถูกต้อง
- ก. เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ✓
- ข. เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ค. เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง
- ง. เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับครูและการศึกษาโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจสำคัญ 3 คำ ได้แก่ ทั่วถึง (inclusive) เท่าเทียม (equitable) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) ส่วนเป้าหมายที่ 1 คือการขจัดความยากจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: การศึกษาที่มีคุณภาพจัดอยู่ในเป้าหมายที่ 4 ไม่ใช่เป้าหมายที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องการขจัดความยากจน • "เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง" ผิด: เป้าหมายที่ 4 คือการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การขจัดความยากจน • "เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ" ผิด: เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงตามกรอบ SDGs คือเป้าหมายที่ 4 ไม่ใช่เป้าหมายที่ 3 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่เกี่ยวกับครูโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจ 3 คำ: ทั่วถึง (inclusive) · เท่าเทียม (equitable) · ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่ 4 = การศึกษา · ถ้าตัวเลือกเขียนว่า "เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน" ผิด (ความยากจนคือเป้าหมายที่ 1)”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่เกี่ยวกับครูโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจ 3 คำ: ทั่วถึง (inclusive) · เท่าเทียม (equitable) · ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความเชื่อมั่น (Reliability) ข้อใดอธิบายวิธีหรือสูตรการหาค่าความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง
- ก. การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์
- ข. สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก
- ค. การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง
- ง. สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย" สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้หาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย ส่วนสูตร KR-20 ใช้กับข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนแบบ 0 กับ 1 สำหรับการหาความสอดคล้องภายในจะหาจากการสอบเพียงครั้งเดียว และการสอบซ้ำเป็นการทดสอบด้วยข้อสอบเดิม 2 ครั้ง ไม่ใช่การใช้ข้อสอบคู่ขนาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์" ผิด: การสอบซ้ำเป็นการทดสอบด้วยแบบทดสอบเดิมสองครั้ง ส่วนการใช้แบบทดสอบสองฉบับที่เทียบเท่ากันคือวิธีแบบคู่ขนาน • "สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก" ผิด: สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันใช้กับข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนแบบถูกได้ 1 ผิดได้ 0 เช่น ข้อสอบปรนัย ไม่ใช่การให้คะแนนหลายระดับ • "การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง" ผิด: ความสอดคล้องภายในหาจากการทดสอบเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่การทดสอบซ้ำสองครั้ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้กับเครื่องมือที่ ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “KR-20 และ KR-21 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสัน ใช้กับข้อสอบที่ ตรวจให้คะแนนแบบถูกได้ 1 ผิดได้ 0 เช่น ข้อสอบปรนัย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “การสอบซ้ำ (Test–Retest) ทดสอบสองครั้งแล้วหาความสัมพันธ์ แบบคู่ขนาน (Parallel Forms) ใช้แบบทดสอบสองฉบับที่เทียบเท่ากัน และ ความสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) หาจากการสอบครั้งเดียว”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้กับเครื่องมือที่ ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหาร โดยตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า "หากงูหายไปจากระบบนิเวศ จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประชากรหนูและนก" เพื่อฝึกให้นักเรียนแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพุทธิพิสัยขั้นใดตามแนวคิดของแอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl)
- ก. ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)
- ข. ขั้นวิเคราะห์ (Analyze) ✓
- ค. ขั้นประเมินค่า (Evaluate)
- ง. ขั้นเข้าใจ (Understand)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นวิเคราะห์ (Analyze)" ตามเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ฉบับปรับปรุงโดย Anderson & Krathwohl ขั้นวิเคราะห์ (Analyze) คือการแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น การวิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก กิจกรรมที่ครูจัดขึ้นจึงตรงกับขั้นนี้อย่างชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)" ผิด: ขั้นประยุกต์ใช้คือการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ เช่น เขียนห่วงโซ่อาหารของสวนหลังบ้านตนเองได้ • "ขั้นเข้าใจ (Understand)" ผิด: ขั้นเข้าใจคือการอธิบายด้วยคำพูดของตนเอง เช่น อธิบายว่าพลังงานถ่ายทอดในห่วงโซ่อย่างไร • "ขั้นประเมินค่า (Evaluate)" ผิด: ขั้นประเมินค่าคือการตัดสินคุณค่าโดยมีเกณฑ์ เช่น ประเมินว่าการใช้ยาฆ่าแมลงในนาข้าวคุ้มกับผลกระทบต่อระบบนิเวศหรือไม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ (Analyze) แยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น วิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มี 6 ขั้น และใช้ คำกริยา แทนคำนามในฉบับเดิม”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ (Analyze) แยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น วิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
แนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้ครูคิด "กลับด้าน" ในการวางแผนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญตามข้อใด
- ก. เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล ✓
- ข. เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ
- ค. เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน
- ง. เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล" ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) ในหนังสือ Understanding by Design เสนอให้ครูคิดกลับด้านจากการเริ่มคิดกิจกรรม มาเป็นการกำหนดเป้าหมายและหลักฐานประเมินก่อน เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล ส่วนการสลับสมองซีกซ้ายและซีกขวา รวมถึงแบบการเรียนรู้ 4 แบบเป็นแนวคิดของ 4MAT ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล" ผิด: เป็นวิธีที่ครูส่วนใหญ่วางแผนแบบเดิมที่มักเริ่มจากกิจกรรมก่อน ซึ่ง Backward Design เสนอให้คิดกลับด้าน • "เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ" ผิด: เป็นแนวคิดของ 4MAT ของเบอร์นิส แม็คคาร์ธี ที่อิงตามแบบการเรียนรู้ 4 แบบ • "เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน" ผิด: เป็นแนวคิดของ 4MAT ที่เน้นสลับการใช้สมองซีกซ้ายกับสมองซีกขวา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “วิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้คิด กลับด้าน ในหนังสือ Understanding by Design เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “สลับการใช้ สมองซีกซ้าย (เหตุผล ภาษา) กับ สมองซีกขวา (จินตนาการ ความรู้สึก)”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “วิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้คิด กลับด้าน ในหนังสือ Understanding by Design เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือวัดผลชนิดใดมีลักษณะสำคัญคือใช้สำหรับบันทึกว่าผู้เรียนมีหรือไม่มีพฤติกรรมตามที่กำหนด
- ก. แบบสอบถาม
- ข. แบบสัมภาษณ์
- ค. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ✓
- ง. มาตรประมาณค่า (Rating Scale)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)" แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) เป็นเครื่องมือที่ใช้บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนมาตรประมาณค่า (Rating Scale) ใช้บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด สำหรับแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามนั้นใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แบบสัมภาษณ์" ผิด: แบบสัมภาษณ์ใช้สำหรับเก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ • "แบบสอบถาม" ผิด: แบบสอบถามใช้สำหรับเก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ • "มาตรประมาณค่า (Rating Scale)" ผิด: มาตรประมาณค่า (Rating Scale) ใช้สำหรับบันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด ไม่ใช่เพียงบันทึกว่ามีหรือไม่มี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม มาตรประมาณค่า (Rating Scale) บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด แบบสัมภาษณ์ และ แบบสอบถาม ใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม มาตรประมาณค่า (Rating Scale) บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด แบบสัมภาษณ์ และ แบบสอบถาม ใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Abraham Maslow) มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มใด และได้เสนอว่าคนเรามีความต้องการทั้งหมดกี่ขั้น
- ก. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
- ข. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
- ค. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
- ง. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น" ตามแนวคิดของมาสโลว์ (Abraham Maslow) เขาเป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม โดยเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง ซึ่งความต้องการขั้นต่ำต้องได้รับการตอบสนองก่อน คนจึงจะสนใจความต้องการขั้นที่สูงขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น" ผิด: มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม ไม่ใช่กลุ่มพฤติกรรมนิยม • "กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น" ผิด: มาสโลว์เสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง ไม่ใช่ 4 ขั้น • "กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น" ผิด: มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยมและเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม เขาเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม เขาเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ (Robert Gagné) การที่ครูผู้สอนยกตัวอย่างประกอบหรือให้เทคนิคช่วยจำแก่นักเรียน จัดอยู่ในขั้นตอนใด
- ก. ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้
- ข. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
- ค. ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้ ✓
- ง. ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้" ตามแนวคิดเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ การยกตัวอย่างหรือการให้เทคนิคช่วยจำจัดอยู่ในขั้นให้แนวทางการเรียนรู้ ซึ่งเป็นขั้นที่ 5 เพื่อช่วยชี้แนะกระบวนการเรียนรู้ในสมองของผู้เรียน ส่วนขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นทบทวนความรู้เดิม และขั้นประเมินผลการปฏิบัติ เป็นขั้นตอนอื่นในลำดับการสอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นทบทวนความรู้เดิม" ผิด: ขั้นทบทวนความรู้เดิมเป็นขั้นที่ 3 เพื่อดึงความรู้เดิมมาเชื่อมโยง ไม่ใช่การยกตัวอย่างหรือให้เทคนิคช่วยจำ • "ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ" ผิด: ขั้นประเมินผลการปฏิบัติเป็นขั้นที่ 8 เพื่อวัดผลหลังจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติแล้ว • "ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้" ผิด: ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เป็นขั้นที่ 2 เพื่อแจ้งเป้าหมายในการเรียน ไม่ใช่การยกตัวอย่างหรือให้เทคนิคช่วยจำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “(5) ให้แนวทางการเรียนรู้ เช่น ยกตัวอย่าง ให้เทคนิคช่วยจำ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “(5) ให้แนวทางการเรียนรู้ เช่น ยกตัวอย่าง ให้เทคนิคช่วยจำ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำแบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ครูท่านหนึ่งได้เสนอรายการประเมินเพื่อวัดผลผู้เรียน ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ
- ก. ความสามารถในการแข่งขัน ✓
- ข. ความสามารถในการสื่อสาร
- ค. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการแข่งขัน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนมี 5 ประการ จำว่า สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ดังนั้น ความสามารถในการแข่งขัน จึงไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (เทค) • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (แก้) • "ความสามารถในการสื่อสาร" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (สื่อ) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “💡 จำว่า "สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือ "ความสามารถในการแข่งขัน" หรือ "ความสามารถทางภาษาต่างประเทศ" ซึ่งไม่ใช่ 5 สมรรถนะ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “💡 จำว่า "สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือ "ความสามารถในการแข่งขัน" หรือ "ความสามารถทางภาษาต่างประเทศ" ซึ่งไม่ใช่ 5 สมรรถนะ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำไปใช้ในลักษณะใด
- ก. การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
- ข. การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน ✓
- ค. การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน
- ง. การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน" การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) เป็นการนำคะแนนของผู้เรียนไปเปรียบเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อดูตำแหน่งว่าอยู่ลำดับใด จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการคัดเลือกหรือจัดอันดับ เช่น การสอบคัดเลือกหรือการสอบบรรจุ ส่วนการตัดสินว่าบรรลุตัวชี้วัดเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงเกณฑ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด" ผิด: การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดเป็นจุดประสงค์ของการประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) • "การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน" ผิด: การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนระหว่างเรียนเป็นจุดประสงค์ของการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) • "การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง" ผิด: การให้ผู้เรียนประเมินตนเองเป็นลักษณะของการประเมินเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ Assessment as Learning อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) นำคะแนนของผู้เรียน เทียบกับคนอื่นในกลุ่ม เพื่อดูว่าอยู่ตำแหน่งใด เช่น "น้องฟ้าได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนร้อยละ 80 ของห้อง" เหมาะกับการ คัดเลือกหรือจัดอันดับ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เหมาะกับ การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือยัง ซึ่งเป็นแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ในการตัดสินผลการเรียน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) นำคะแนนของผู้เรียน เทียบกับคนอื่นในกลุ่ม เพื่อดูว่าอยู่ตำแหน่งใด เช่น "น้องฟ้าได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนร้อยละ 80 ของห้อง" เหมาะกับการ คัดเลือกหรือจัดอันดับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน ตรงกับรูปแบบการประเมินในข้อใด
- ก. การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)
- ข. การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ✓
- ค. การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)
- ง. การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning)" ตามหลักการวัดและประเมินผล การประเมินระหว่างเรียน (Formative) มีเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน จึงตรงกับแนวคิดการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ส่วนการประเมินปลายทางเพื่อตัดสินผลคือ Assessment of Learning และการให้ผู้เรียนประเมินตนเองคือ Assessment as Learning ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)" ผิด: Assessment of Learning เป็นการประเมินปลายทางเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ (Summative Assessment) • "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)" ผิด: Assessment as Learning เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนประเมินตนเองและกำกับการเรียนรู้ของตน • "การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)" ผิด: การประเมินแบบอิงกลุ่มมุ่งนำคะแนนไปเปรียบเทียบกับกลุ่มเพื่อการคัดเลือกหรือจัดอันดับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติใน “ขั้นการคัดกรองนักเรียน” ได้ถูกต้อง
- ก. จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม
- ข. คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้
- ค. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา
- ง. นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา" การคัดกรองนักเรียนเป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลมาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา และจุดสำคัญที่สุดคือผลการคัดกรองต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ ไม่ประกาศหรือติดป้ายประจานเพื่อไม่ให้นักเรียนรู้สึกว่าตนเองถูกตีตรา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้" ผิด: ผิดเพราะการคัดกรองต้องนำข้อมูลของนักเรียนมาจัดกลุ่มทุกคน ได้แก่ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา • "จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม" ผิด: ผิดเพราะหลักการสำคัญของการคัดกรองคือต้องเก็บผลเป็นความลับ ห้ามประกาศหรือติดป้ายให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา • "จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา" ผิด: ผิดเพราะการจัดกิจกรรมโฮมรูมและกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเป็นแนวปฏิบัติในขั้นที่ 3 การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ซึ่งต้องทำกับนักเรียนทุกกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 2 การคัดกรองนักเรียน นำข้อมูลจากขั้นที่ 1 มาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งเป็น กลุ่มปกติ ที่ยังไม่มีปัญหา กลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มจะเกิดปัญหา และ กลุ่มมีปัญหา ที่เกิดปัญหาแล้วต้องช่วยเหลือทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “จุดสำคัญคือ ผลการคัดกรองต้องเก็บเป็นความลับ ไม่ประกาศหรือติดป้ายให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 2 การคัดกรองนักเรียน นำข้อมูลจากขั้นที่ 1 มาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งเป็น กลุ่มปกติ ที่ยังไม่มีปัญหา กลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มจะเกิดปัญหา และ กลุ่มมีปัญหา ที่เกิดปัญหาแล้วต้องช่วยเหลือทันที”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาในคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ข้อใดอธิบายคำถามสำคัญที่เป็นหัวใจของ 'ทฤษฎีการเรียนรู้' (Learning Theory) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน ✓
- ข. ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด
- ค. ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา
- ง. ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน" ตามคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามสำคัญว่า 'การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร' ซึ่งนักจิตวิทยาตอบต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ สำหรับความต้องการ 5 ขั้นเป็นของมาสโลว์ พหุปัญญา 8 ด้านเป็นการ์ดเนอร์ และโครงสร้างจิตหรือกลไกป้องกันตนเองเป็นของฟรอยด์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา" ผิด: การอธิบายโครงสร้างจิต (Id/Ego/Superego) และกลไกป้องกันตนเองเป็นจุดเน้นของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ • "ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย" ผิด: การอธิบายพหุปัญญา 8 ด้านเพื่อให้สอนหลากหลายวิธีเป็นจุดเน้นของทฤษฎีการ์ดเนอร์ • "ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด" ผิด: การอธิบายความต้องการ 5 ขั้นและลำดับขั้นความต้องการจากขั้นต่ำสู่ขั้นสูงสุดเป็นจุดเน้นของทฤษฎีมาสโลว์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามว่า "การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร" นักจิตวิทยาตอบคำถามนี้ต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “| มาสโลว์ | ความต้องการ 5 ขั้น | ขั้นต่ำก่อน · สูงสุด Self-actualization |”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามว่า "การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร" นักจิตวิทยาตอบคำถามนี้ต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายโครงสร้างหน่วยกิตตามเกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
- ข. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต
- ค. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ✓
- ง. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกำหนดให้เรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ขณะที่เกณฑ์จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นกำหนดให้เรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้มัธยมศึกษาตอนต้นเรียนรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมแล้วต้องไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ไม่ใช่ 102 หน่วยกิต • "มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้รายวิชาพื้นฐานของมัธยมศึกษาตอนต้นมี 66 หน่วยกิต ไม่ใช่ 41 หน่วยกิต • "มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้รายวิชาพื้นฐานของมัธยมศึกษาตอนปลายมี 41 หน่วยกิต ไม่ใช่ 66 หน่วยกิต อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนปลาย คือรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต เช่นกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนต้น คือเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนปลาย คือรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต เช่นกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานและประเด็นพิจารณาใด
- ก. มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4
- ข. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4
- ค. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3
- ง. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5 ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC เพื่อสังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานที่ 3 ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ข้อ 3.5 ขณะที่การส่งครูไปอบรมจัดอยู่ในมาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4 การเสริมแรงทางบวกอยู่ในข้อ 3.3 และการใช้แบบทดสอบวินิจฉัยเพื่อซ่อมเสริมอยู่ในข้อ 3.4 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3" ผิด: มาตรฐาน 3 ข้อ 3.3 ตรงกับกรณีที่ครูใช้การเสริมแรงทางบวกและสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียน • "มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4" ผิด: มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4 ตรงกับกรณีที่โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการของสถานศึกษา • "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4" ผิด: มาตรฐาน 3 ข้อ 3.4 ตรงกับกรณีที่ครูใช้แบบทดสอบวินิจฉัยแล้วนำผลมาดำเนินการซ่อมเสริมผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.5” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ → มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4 · ครูใช้การเสริมแรงทางบวกและสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้อง → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.3”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.5”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ครูให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มแบบคละความสามารถเพื่อช่วยกันทำความเข้าใจเนื้อหา จากนั้นครูจัดให้ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาร่วมแข่งขันเกมตอบคำถามที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนที่ได้กลับไปรวมเป็นคะแนนกลุ่ม การจัดกิจกรรมของครูตรงกับรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือในข้อใด
- ก. รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament) ✓
- ข. รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)
- ค. รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
- ง. รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament)" การจัดกิจกรรมนี้ตรงกับรูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament) ซึ่งมีโครงสร้างคล้าย STAD แต่เปลี่ยนจากการทดสอบเดี่ยวเป็นการแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)" ผิด: STAD เป็นรูปแบบที่ให้ผู้เรียนแต่ละคนทดสอบเดี่ยว แล้วนำคะแนนพัฒนาการมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม ไม่ได้ใช้การแข่งขันเกม • "รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)" ผิด: จิ๊กซอว์ (Jigsaw) เป็นเทคนิคการแยกย้ายไปศึกษาเนื้อหาเฉพาะตามกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแล้วกลับมาสอนเพื่อนในกลุ่มเดิม • "รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)" ผิด: คู่คิด (Think-Pair-Share) เป็นเทคนิคที่ให้ผู้เรียนคิดคนเดียว จับคู่แลกเปลี่ยนความคิด แล้วจึงแบ่งปันคำตอบกับเพื่อนทั้งชั้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “TGT (Teams–Games–Tournament) โครงสร้างคล้าย STAD แต่แทนที่จะทดสอบเดี่ยว ใช้ การแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “TGT (Teams–Games–Tournament) โครงสร้างคล้าย STAD แต่แทนที่จะทดสอบเดี่ยว ใช้ การแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมวางแผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ครูผู้ช่วยสอบถามครูวิชาการว่า ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมีองค์ประกอบอย่างไร และรายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเป็นไปตามกฎหมายลำดับใด ครูวิชาการควรให้คำตอบตามข้อใด
- ก. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
- ข. ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ✓
- ง. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง" ตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายกำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยระบุชัดเจนว่ารายละเอียดของระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งเป็นที่มาของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา" ผิด: ตามกฎหมายระบุว่ารายละเอียดของระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มิใช่ระเบียบคุรุสภา • "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายแบ่งระบบเป็นประกันคุณภาพภายในและประกันคุณภาพภายนอก มิได้แบ่งเป็นระดับสถานศึกษาและระดับชาติ และต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง มิใช่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี • "ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก มิใช่ระบบประเมินมาตรฐานวิชาชีพ และต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ โครงสร้างของจิตส่วนใดทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง เพื่อคอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
- ก. ซูเปอร์อีโก้ (Superego)
- ข. อีโก้ (Ego) ✓
- ค. จิตใต้สำนึก
- ง. อิด (Id)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อีโก้ (Ego)" ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ อีโก้ (Ego) เป็นโครงสร้างจิตส่วนที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จิตใต้สำนึก" ผิด: จิตใต้สำนึกเป็นระดับการรับรู้ของจิตที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่โครงสร้างของจิต 3 ส่วนที่ทำหน้าที่ประสานเหตุผล • "อิด (Id)" ผิด: อิด (Id) เป็นสัญชาตญาณดิบที่ต้องการความพอใจทันทีโดยไม่สนเหตุผล • "ซูเปอร์อีโก้ (Superego)" ผิด: ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนของมโนธรรม ศีลธรรม และสิ่งที่ถูกสั่งสอนมาว่าสิ่งใดถูกหรือผิด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สองคือ อีโก้ (Ego) เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนแรกคือ อิด (Id) เป็นสัญชาตญาณดิบ ต้องการความพอใจทันที ไม่สนเหตุผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สามคือ ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นมโนธรรม ศีลธรรม สิ่งที่ถูกสั่งสอนมา”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สองคือ อีโก้ (Ego) เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมเตรียมความพร้อมจัดทำหลักสูตรของโรงเรียน ครูใหม่สอบถามว่าการกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ซึ่งใช้เป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ เป็นหน้าที่ขององค์คณะใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
- ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ โดยเป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นคณะกรรมการระดับโรงเรียน มิได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางของประเทศ • "คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา" ผิด: คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่บริหารงานบุคคล มิได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลาง • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางระดับประเทศตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีลักษณะการดำเนินงานที่สำคัญตรงกับข้อใด
- ก. จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ข. ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง ✓
- ค. มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์
- ง. ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง" การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นการถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง คือ โรงเรียนวังไกลกังวล ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทางเพื่อแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้นในโรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนการใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์เป็นรูปแบบของ DLIT และการใช้แพลตฟอร์มส่งงานรับงานเป็นลักษณะของ LMS ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ" ผิด: การใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์เป็นลักษณะของการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) • "ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า" ผิด: การใช้เป็นแพลตฟอร์มส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้าคือระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) • "มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์" ผิด: การจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์เป็นสาระสำคัญของความฉลาดทางดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง (โรงเรียนวังไกลกังวล) ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง และ การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง (โรงเรียนวังไกลกังวล) ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง และ การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านใด มีจุดเน้นให้ผู้เรียนเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ
- ก. ความสามารถในการคิด
- ข. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ค. ความสามารถในการแก้ปัญหา ✓
- ง. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นสมรรถนะที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เช่น การทำโครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในโรงเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการคิด" ผิด: ความสามารถในการคิดเน้นการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบเพื่อสร้างองค์ความรู้ • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเน้นการนำกระบวนการไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่น • "ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี" ผิด: ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นสมรรถนะด้านการเลือกและใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่การเผชิญปัญหาบนหลักเหตุผล คุณธรรม และสารสนเทศ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 2 ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) การกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต จัดอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านใด
- ก. ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
- ข. ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ค. ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
- ง. ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านที่ 6 คือ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีจุดเน้นในการทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต ขณะที่ด้านที่ 3 เน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านที่ 4 เน้นลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และด้านที่ 5 เน้นสิ่งแวดล้อม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 มุ่งเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาโดยตรง • "ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ครอบคลุมความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งหมด • "ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 5 มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ SDGs อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ตัวลวงที่พบบ่อยคือด้านที่ 4 (โอกาสและความเสมอภาค) เพราะฟังดูเกี่ยวกับการศึกษา แต่ด้านที่ 4 ครอบคลุมความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งหมด”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อใดสรุปความหมายและเกณฑ์ของ "ค่าความยาก" (p) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
- ข. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50 ✓
- ค. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80
- ง. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50" ค่าความยาก (p) คำนวณจากสัดส่วนของคนตอบถูก ดังนั้นค่ายิ่งสูงแสดงว่ามีคนตอบถูกมาก ข้อสอบจึงยิ่งง่าย โดยข้อสอบที่ดีควรมีค่าความยากระหว่าง 0.20–0.80 และค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนคือประมาณ 0.50 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50" ผิด: ผิดเพราะค่า p ยิ่งสูงแปลว่ามีคนตอบถูกมาก ข้อสอบจึงเป็นข้อสอบที่ง่าย ไม่ใช่ยาก • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00" ผิด: ผิดเพราะค่าความยากมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 และข้อสอบที่ดีควรมีค่าระหว่าง 0.20–0.80 (ช่วง -1 ถึง +1 คือค่าอำนาจจำแนก) • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80" ผิด: ผิดเพราะค่า p ยิ่งต่ำแปลว่ามีคนตอบถูกน้อย ข้อสอบจึงเป็นข้อสอบที่ยาก ไม่ใช่ง่าย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สิ่งที่ต้องระวังคือชื่อ "ค่าความยาก" แต่ ค่ายิ่งสูง ข้อสอบยิ่งง่าย เพราะแปลว่ามีคนตอบถูกมาก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ข้อสอบที่ดีควรมีค่าความยาก 0.20–0.80 และค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนคือประมาณ 0.50”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สิ่งที่ต้องระวังคือชื่อ "ค่าความยาก" แต่ ค่ายิ่งสูง ข้อสอบยิ่งง่าย เพราะแปลว่ามีคนตอบถูกมาก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขของสกินเนอร์ การจัดตารางการเสริมแรงในลักษณะใดส่งผลให้พฤติกรรมมีความคงทนที่สุด
- ก. การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน ✓
- ข. การเสริมแรงตามเวลาคงที่
- ค. การเสริมแรงทุกครั้ง
- ง. การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน" ตามแนวคิดการจัดตารางการเสริมแรงของสกินเนอร์ การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน เช่น การสุ่มให้รางวัล จะส่งผลให้พฤติกรรมคงทนที่สุด เนื่องจากผู้เรียนไม่สามารถคาดเดาได้ว่ารางวัลจะมาครั้งใด ส่วนการเสริมแรงทุกครั้งเหมาะกับการเริ่มต้นสร้างพฤติกรรมใหม่เพราะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เร็ว แต่หากหยุดเสริมแรงพฤติกรรมก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเสริมแรงตามเวลาคงที่" ผิด: การเสริมแรงตามเวลาคงที่เป็นเพียงการเสริมแรงเป็นครั้งคราวรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่รูปแบบที่ทำให้พฤติกรรมคงทนที่สุด • "การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่" ผิด: การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่เป็นการเสริมแรงเป็นครั้งคราวตามจำนวนครั้งที่กำหนด ไม่ใช่รูปแบบที่ทำให้พฤติกรรมคงทนที่สุด • "การเสริมแรงทุกครั้ง" ผิด: การเสริมแรงทุกครั้งเหมาะกับช่วงเริ่มสร้างพฤติกรรมใหม่เพราะเรียนรู้เร็ว แต่หากหยุดให้พฤติกรรมจะหายไปเร็ว ไม่ได้คงทนที่สุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน (เช่น สุ่มให้รางวัล) ทำให้พฤติกรรม คงทนที่สุด เหมือนคนที่ติดการเล่นเกมสุ่มรางวัล เพราะไม่รู้ว่ารางวัลจะมาครั้งไหน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน (เช่น สุ่มให้รางวัล) ทำให้พฤติกรรม คงทนที่สุด เหมือนคนที่ติดการเล่นเกมสุ่มรางวัล เพราะไม่รู้ว่ารางวัลจะมาครั้งไหน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดระบุเงื่อนไขพื้นฐานด้านเวลาเรียนเพื่อมีสิทธิ์รับการประเมินผลในแต่ละรายวิชาได้ถูกต้อง
- ก. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
- ข. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
- ค. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
- ง. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ" ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เงื่อนไขพื้นฐานที่นำมาใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล และหากมีเวลาเรียนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวจะได้ผลการประเมินเป็น "มผ" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"" ผิด: หลักสูตรกำหนดสัดส่วนเวลาเรียนไว้ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ไม่ใช่ร้อยละ 70 • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"" ผิด: หลักสูตรกำหนดเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และหากไม่ถึงจะได้ "มผ" ไม่ใช่ร้อยละ 60 หรือ "ไม่ผ่าน" • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"" ผิด: หลักสูตรระบุว่าหากเวลาเรียนไม่ถึงเกณฑ์จะได้ผลการเรียน "มผ" ไม่ใช่ "ไม่ผ่าน" อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เงื่อนไขพื้นฐานที่ใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมี เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล ถ้าไม่ถึงจะได้ "มผ"”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เงื่อนไขพื้นฐานที่ใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมี เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล ถ้าไม่ถึงจะได้ "มผ"”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในห้องเรียนระดับปฐมวัย เด็กอายุ 5 ปี กำลังอยู่ในช่วงที่อยากทดลองและอยากริเริ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยตนเอง หากครูใช้วิธีดุด่าและตำหนิทุกครั้งที่เด็กคิดริเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) จะส่งผลให้เด็กเกิดคุณลักษณะด้านลบในข้อใด
- ก. เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)
- ข. เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)
- ค. เกิดความรู้สึกผิด (Guilt) ✓
- ง. เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดความรู้สึกผิด (Guilt)" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน เด็กช่วงอายุ 3–6 ปี อยู่ในขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กวัยนี้อยากลองและอยากริเริ่ม หากถูกครูตำหนิจะทำให้เด็กรู้สึกผิดที่คิดเอง ส่วนความละอายและสงสัยเป็นของวัย 1–3 ปี และความรู้สึกด้อยเป็นของวัย 6–12 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 0–1 ปี ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ • "เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 1–3 ปี ที่อยากทำเองแต่ถูกห้ามหรือดุทุกครั้ง • "เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 6–12 ปี ที่ถูกเปรียบเทียบหรือล้มเหลวซ้ำ ๆ ในการทำงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “3–6 ปี ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กอยากลอง อยากริเริ่ม ถ้าถูกตำหนิจะรู้สึกผิดที่คิดเอง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “1–3 ปี ความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย (Autonomy vs Shame and Doubt) เด็กอยากทำเอง ถ้าถูกห้ามหรือดุทุกครั้งจะละอายและไม่มั่นใจ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “3–6 ปี ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กอยากลอง อยากริเริ่ม ถ้าถูกตำหนิจะรู้สึกผิดที่คิดเอง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องความพอประมาณ การขอให้ครอบครัวซื้อสิ่งของเกินกำลังทั้งที่ยังมีภาระอื่น จัดเป็นการกระทำในลักษณะใด
- ก. การเบียดเบียนผู้อื่น ✓
- ข. การตัดสินใจตามกระแส
- ค. การเบียดเบียนตนเอง
- ง. การตัดสินใจตามอารมณ์
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเบียดเบียนผู้อื่น" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณหมายถึงความพอดีที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น โดยการขอเกินกำลังของครอบครัวถือเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะที่การอดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวันถือเป็นการเบียดเบียนตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเบียดเบียนตนเอง" ผิด: การเบียดเบียนตนเองคือการอดออมมากเกินไปจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน ไม่ใช่การขอเกินกำลังครอบครัว • "การตัดสินใจตามอารมณ์" ผิด: การตัดสินใจตามอารมณ์เป็นข้อพิจารณาในห่วงความมีเหตุผล ไม่ใช่ความหมายของการขอเกินกำลังครอบครัวในห่วงความพอประมาณ • "การตัดสินใจตามกระแส" ผิด: การตัดสินใจตามกระแสเป็นข้อพิจารณาในห่วงความมีเหตุผล ไม่ใช่ความหมายของการขอเกินกำลังครอบครัวในห่วงความพอประมาณ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ไม่ขอให้พ่อแม่ซื้อรุ่นแพงที่สุดทั้งที่ครอบครัวมีภาระอื่น (การขอเกินกำลังของครอบครัวคือการ "เบียดเบียนผู้อื่น") และก็ไม่ได้อดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน (นั่นคือการ "เบียดเบียนตนเอง")”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ไม่ขอให้พ่อแม่ซื้อรุ่นแพงที่สุดทั้งที่ครอบครัวมีภาระอื่น (การขอเกินกำลังของครอบครัวคือการ "เบียดเบียนผู้อื่น") และก็ไม่ได้อดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน (นั่นคือการ "เบียดเบียนตนเอง")”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามศาสตร์การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด
- ก. ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
- ข. การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน
- ค. การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด
- ง. กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง" การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง โดยเริ่มจากสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ส่วนผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบเป็นจุดเน้นของโครงงานเป็นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน" ผิด: การมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือผลผลิตเป็นลักษณะของการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน • "การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด" ผิด: การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานต้องเริ่มจากปัญหาจริงหรือสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป • "ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ" ผิด: ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบเป็นจุดเน้นของการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ ผลงานที่จับต้องได้ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) เด็กในขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน เป็นผลมาจากข้อจำกัดทางความคิดในข้อใด
- ก. การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)
- ข. การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) ✓
- ค. การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
- ง. การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism)" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กวัย 2–7 ปี ในขั้นก่อนปฏิบัติการมีความคิดที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) จึงมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองฝ่ายเดียวและคิดว่าคนอื่นรู้สึกหรือมองเห็นเหมือนตน เช่น เมื่อปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นตนไปด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)" ผิด: การคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence) เป็นพัฒนาการสำคัญในขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor) ไม่ใช่พฤติกรรมการปิดตาแล้วคิดว่าคนอื่นไม่เห็นตน • "การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)" ผิด: การคิดย้อนกลับไม่ได้เป็นข้อจำกัดเรื่องการผันกลับของกระบวนการคิด เช่น ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การมองจากมุมมองตนเอง • "การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)" ผิด: การไม่เข้าใจการคงตัวของปริมาณเป็นข้อจำกัดด้านการตัดสินปริมาตรจากรูปทรงภายนอก เช่น ดูเพียงความสูงของแก้วน้ำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ข้อจำกัดแรกคือ การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) คือมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองเท่านั้น คิดว่าคนอื่นเห็นและรู้สึกเหมือนตน เช่น เด็กปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ข้อจำกัดแรกคือ การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) คือมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองเท่านั้น คิดว่าคนอื่นเห็นและรู้สึกเหมือนตน เช่น เด็กปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการบูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตร ได้กำหนดให้เริ่มต้นจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาใด
- ก. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
- ข. ระดับปฐมวัย
- ค. ระดับประถมศึกษา ✓
- ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับประถมศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการ 3.3 กำหนดให้บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับการปลูกฝังการรู้เท่าทันสื่อและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่อายุน้อย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย • "ระดับปฐมวัย" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับปฐมวัย • "ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มาตรการนี้ต่างจาก 3.1 ตรงที่ระบุ ระดับชั้น ชัดเจนว่าเริ่ม ตั้งแต่ประถมศึกษา และรวม การรู้เท่าทันสื่อ เข้ามาด้วย”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มาตรการนี้ต่างจาก 3.1 ตรงที่ระบุ ระดับชั้น ชัดเจนว่าเริ่ม ตั้งแต่ประถมศึกษา และรวม การรู้เท่าทันสื่อ เข้ามาด้วย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมศักดิ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนชั้น ป.5 สำรวจราคาสินค้าในร้านสหกรณ์โรงเรียน พร้อมฝึกคำนวณเงินทอนและเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยเพื่อวางแผนการซื้อของอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะกลุ่ม 3Rs ในข้อใดโดยตรง
- ก. Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ
- ข. (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ✓
- ค. Reasoning การคิดให้เหตุผล
- ง. (W)Riting การเขียนสื่อความ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "(A)Rithmetics การคิดเลขเป็น" ทักษะ 3Rs ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics หรือการคิดเลขเป็น ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การบวกลบคูณหารในบทเรียน แต่หมายถึงการนำตัวเลขไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิต เช่น การคำนวณเงินทอน การเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย และการวางแผนทางการเงินอย่างมีเหตุผลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Reasoning การคิดให้เหตุผล" ผิด: Reasoning เป็นเพียงคำลวงที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วย R แต่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มทักษะ 3Rs • "(W)Riting การเขียนสื่อความ" ผิด: (W)Riting หมายถึงทักษะการเขียนถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นตัวหนังสือให้ผู้อื่นเข้าใจ • "Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ" ผิด: Reading หมายถึงทักษะการอ่านออกและจับใจความ ไม่ใช่การนำตัวเลขมาคำนวณในชีวิตจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ไม่ใช่แค่บวกลบคูณหารได้ แต่หมายถึงนำตัวเลขไปใช้ในชีวิตได้ เช่น คำนวณเงินทอน เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย อ่านกราฟ เข้าใจดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยตรง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สอง คือ (W)Riting การเขียนได้ หมายถึงสามารถถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นตัวหนังสือให้ผู้อื่นเข้าใจได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ข้อสอบอาจถามว่า "3Rs ประกอบด้วยอะไร" แล้วใส่ตัวลวงเช่น Reasoning (การให้เหตุผล) หรือ Research (การวิจัย) ซึ่งไม่ใช่”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ไม่ใช่แค่บวกลบคูณหารได้ แต่หมายถึงนำตัวเลขไปใช้ในชีวิตได้ เช่น คำนวณเงินทอน เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย อ่านกราฟ เข้าใจดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยตรง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ในการจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษาจะต้องเสนอให้องค์คณะบุคคลใดให้ความเห็นชอบก่อน
- ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
- ข. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา
- ค. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ส่งทุกปี โดยรายงานดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานก่อน จึงจะจัดส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดให้เสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเห็นชอบ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา" ผิด: คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ทำหน้าที่นิเทศและติดตาม ไม่ใช่องค์คณะที่มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ SAR ของโรงเรียนก่อนส่งต้นสังกัด • "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" ผิด: สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นผู้รับ SAR จากต้นสังกัดเพื่อใช้ในการประเมินภายนอก ไม่ใช่องค์คณะที่ให้ความเห็นชอบก่อนส่ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “SAR ส่ง ทุกปี · ต้องผ่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบ ก่อนส่ง สพท.”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “SAR ส่ง ทุกปี · ต้องผ่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบ ก่อนส่ง สพท.”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ข้อใดสรุปแนวคิดของไวก็อตสกี (Lev Vygotsky) เกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กได้ถูกต้องตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม
- ก. การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด ✓
- ข. การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส
- ค. เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
- ง. เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี มองว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และมีภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด ส่วนแนวคิดที่ว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลกนั้นเป็นมุมมองของเพียเจต์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง" ผิด: เป็นแนวคิดกลุ่มพฤติกรรมนิยม เช่น ทฤษฎีการเชื่อมโยงและลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์ • "การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส" ผิด: เป็นแนวคิดลำดับขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ไม่ใช่ทฤษฎีสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี • "เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม" ผิด: เป็นแนวคิดของเพียเจต์ที่มองว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก ไม่ใช่แนวคิดของไวก็อตสกี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และ ภาษา เป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์มองว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก แต่ไวก็อตสกีมองว่า การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และ ภาษา เป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนบ้านดอยสูงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร มีนักเรียนจำนวน 40 คน ทำให้ได้รับงบประมาณน้อย แต่มีภาระค่าเดินทางและค่าขนส่งวัสดุอุปกรณ์สูง หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามมาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ จะต้องใช้เกณฑ์ใดในการจัดสรรทรัพยากร และสอดคล้องกับเป้าหมายใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ
- ก. คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access
- ข. คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency
- ค. คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity ✓
- ง. คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ กำหนดให้คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบาก และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นธรรม ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality" ผิด: เกณฑ์การจัดสรรงบประมาณตามมาตรการนี้ไม่ได้วัดจากผลคะแนนการทดสอบ แต่คำนึงถึงบริบทและความจำเป็นของพื้นที่ • "คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access" ผิด: การจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเป็นแนวทางของมาตรการ Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งสู่เป้าหมาย Access • "คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency" ผิด: การอิงจำนวนนักเรียนเป็นหลักเป็นสูตรเดิมที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้งบน้อย จึงต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ ห่างไกลและทุรกันดาร ได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบทอย่างเป็นธรรม มาตรการนี้ตรงกับเป้าหมาย Equity ของแผนการศึกษาแห่งชาติ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ ห่างไกลและทุรกันดาร ได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Kohlberg) พัฒนาการทางจริยธรรมในระดับเหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ขั้นที่ 5 ตรงกับข้อใด
- ก. ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล
- ข. ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี
- ค. ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม
- ง. ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ โดยขั้นที่ 5 คือทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม ส่วนขั้นที่ 6 คือยึดหลักอุดมคติสากล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม" ผิด: การทำตามกฎหมายและระเบียบสังคมจัดอยู่ในระดับตามกฎเกณฑ์ ขั้นที่ 4 • "ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี" ผิด: การทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบหรือหลักการเป็นเด็กดีจัดอยู่ในระดับตามกฎเกณฑ์ ขั้นที่ 3 • "ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล" ผิด: การยึดหลักอุดมคติสากลเป็นพัฒนาการทางจริยธรรมในขั้นที่ 6 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ ขั้นที่ 5 ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 6 ยึดหลักอุดมคติสากล”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ ขั้นที่ 5 ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สำหรับชิ้นงานหรือภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น การเขียนเรียงความหรือการทำโครงงาน ข้อใดอธิบายลักษณะและความสำคัญของเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ได้ถูกต้อง
- ก. เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว
- ข. เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า ✓
- ค. เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน
- ง. เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า" เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ใช้ประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว โดยต้องบอกชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การประเมินมีความยุติธรรมและผู้เรียนทราบล่วงหน้าว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะได้คะแนนสูง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว" ผิด: เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ใช้สำหรับงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ไม่ใช่ข้อสอบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว • "เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน" ผิด: การให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้นเป็นแบบ Holistic Rubric ซึ่งมีข้อเสียคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ • "เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน" ผิด: การรวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายพร้อมการสะท้อนความคิดเพื่อแสดงพัฒนาการ เป็นลักษณะของแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การให้คะแนนยุติธรรมและผู้เรียนรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรจึงจะได้คะแนนสูง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การให้คะแนนยุติธรรมและผู้เรียนรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรจึงจะได้คะแนนสูง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดการเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน หากครูต้องการอธิบายจำนวนประเทศสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบันเพื่อให้นักเรียนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ครูต้องระบุว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่ประเทศ
- ก. 12 ประเทศ
- ข. 10 ประเทศ
- ค. 11 ประเทศ ✓
- ง. 9 ประเทศ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "11 ประเทศ" บริบทโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้น 11 ประเทศ โดยข้อสอบเก่าที่ออกก่อนปี 2568 มักเฉลย 10 ประเทศ แต่เมื่อพิจารณาบริบทในปัจจุบันจะต้องตอบ 11 ประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "9 ประเทศ" ผิด: ไม่ใช่จำนวนสมาชิกของอาเซียนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุไว้ 11 ประเทศ • "12 ประเทศ" ผิด: ไม่ใช่จำนวนสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุไว้คือ 11 ประเทศ • "10 ประเทศ" ผิด: เป็นจำนวนสมาชิกตามข้อสอบเก่าที่ออกก่อนปี 2568 แต่ข้อมูลในปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ข้อสอบเก่ามักเฉลยว่า "10 ประเทศ" เพราะออกก่อนปี 2568 ถ้าตัวเลือกมีทั้ง 10 และ 11 ให้ดูว่าโจทย์ถาม "ปัจจุบัน" หรือไม่ ปัจจุบันคือ 11”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ข้อสอบเก่ามักเฉลยว่า "10 ประเทศ" เพราะออกก่อนปี 2568 ถ้าตัวเลือกมีทั้ง 10 และ 11 ให้ดูว่าโจทย์ถาม "ปัจจุบัน" หรือไม่ ปัจจุบันคือ 11”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) ข้อใดระบุจุดเน้นสำคัญที่แตกต่างจากแนวคิดพัฒนาการของฟรอยด์ได้ถูกต้อง
- ก. เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต ✓
- ข. เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก
- ค. เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น
- ง. เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต" ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสันแตกต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้นสังคมและความสัมพันธ์มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมพัฒนาการทั้งชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายจำนวน 8 ขั้น ไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่วัยเด็ก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก" ผิด: เป็นลักษณะแนวคิดของฟรอยด์ที่เน้นแรงขับทางเพศและเน้นพัฒนาการเฉพาะช่วงวัยเด็ก • "เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง" ผิด: เป็นแนวคิดเรื่อง Scaffolding และ ZPD ซึ่งเป็นของไวก็อตสกี • "เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น" ผิด: เป็นแนวคิดเรื่องการดูดซึม ปรับโครงสร้าง และขั้นพัฒนาการทางสติปัญญา 4 ขั้นของเพียเจต์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีนี้ต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้น สังคมและความสัมพันธ์ มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมทั้งชีวิตไม่ใช่แค่วัยเด็ก”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีนี้ต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้น สังคมและความสัมพันธ์ มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมทั้งชีวิตไม่ใช่แค่วัยเด็ก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในระหว่างการสอบปลายภาคเรียน เด็กชายมานะตั้งใจทำข้อสอบด้วยตนเองและไม่คิดจะลอกเพื่อน โดยให้เหตุผลว่า "การไม่ทุจริตเป็นกฎของโรงเรียน ซึ่งทุกคนต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด" การให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเด็กชายมานะสอดคล้องกับขั้นใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก (Kohlberg)
- ก. ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ
- ข. ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ
- ค. ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
- ง. ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก การให้เหตุผลว่าไม่ลอกข้อสอบเพราะเป็นกฎระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม จัดอยู่ในระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม ซึ่งเป็นการตัดสินการกระทำตามบรรทัดฐาน ระเบียบ และกฎหมายของสังคม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม" ผิด: ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม เป็นระดับเหนือกฎเกณฑ์ที่มองว่ากฎกติกาคือข้อตกลงร่วมกันเพื่อความยุติธรรมและสามารถปรับแก้ได้ • "ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ" ผิด: ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) ตัดสินจากความต้องการให้ผู้อื่น เช่น ครูหรือพ่อแม่ ชื่นชมยอมรับว่าเป็นเด็กดี • "ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ" ผิด: ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ เป็นระดับก่อนกฎเกณฑ์ที่ตัดสินจากความกลัวผลการลงโทษที่จะเกิดกับตนเอง เช่น กลัวครูจับได้แล้วถูกลงโทษ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ตัดสินจากความคาดหวังของสังคม ขั้นที่ 3 ทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) "ไม่ลอกเพราะอยากให้ครูและพ่อแม่ชมว่าเป็นเด็กดี" ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม "ไม่ลอกเพราะเป็นกฎของโรงเรียน ทุกคนต้องทำตามกฎ"”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ตัดสินจากความคาดหวังของสังคม ขั้นที่ 3 ทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) "ไม่ลอกเพราะอยากให้ครูและพ่อแม่ชมว่าเป็นเด็กดี" ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม "ไม่ลอกเพราะเป็นกฎของโรงเรียน ทุกคนต้องทำตามกฎ"”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากการปฏิบัติงานในห้องเรียนแล้ว ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในการร่วมจัดทำเอกสารสำคัญตามข้อใด
- ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน ✓
- ข. แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ
- ค. แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก
- ง. แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน" ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากงานสอนในห้องเรียน ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในระดับสถานศึกษาด้วย โดยต้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของโรงเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก" ผิด: รายงานของผู้ประเมินภายนอกจัดทำโดย สมศ. หรือผู้ประเมินภายนอก ไม่ใช่เอกสารที่ครูในสถานศึกษาร่วมจัดทำ • "แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ" ผิด: เอกสารรายงานผลการตรวจราชการและแผนบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ชุดเอกสารหลักที่ระบุในบทบาทงานประกันคุณภาพของครู • "แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ" ผิด: แผนอัตรากำลังและเกณฑ์วิทยฐานะเป็นงานบริหารงานบุคคล ไม่ใช่เอกสารประกันคุณภาพที่ระบุไว้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “นอกจากงานในห้องเรียน ครูยัง ร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียนด้วย”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “นอกจากงานในห้องเรียน ครูยัง ร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียนด้วย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดจัดหมวดหมู่องค์ประกอบตามหลัก 3 ห่วง และ 2 เงื่อนไข ได้ถูกต้อง
- ก. การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ
- ข. ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข ✓
- ค. ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
- ง. ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง องค์ประกอบ 3 ห่วง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ส่วน 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความรู้ และคุณธรรม โดยความประหยัดหรือความขยันไม่ได้จัดอยู่ใน 3 ห่วง และผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข" ผิด: ความขยันไม่ใช่ 3 ห่วง โดยความขยันและความอดทนจัดอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม • "การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ" ผิด: การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีจัดเป็นห่วงไม่ใช่เงื่อนไข และผลที่มุ่งหวังตามปรัชญามี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 มิติ • "ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข" ผิด: ความประหยัดไม่ใช่ 3 ห่วง โดย 3 ห่วงประกอบด้วยความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “"ความรู้" และ "คุณธรรม" เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ห่วง · "ความประหยัด" "ความพอใจ" "ความขยัน" ไม่ใช่ 3 ห่วง (ความขยันและความอดทนอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม) · ผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 หรือ 5” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “| ห่วง | ความพอประมาณ | พอดีกับกำลังไหม เบียดเบียนใครไหม |”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “"ความรู้" และ "คุณธรรม" เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ห่วง · "ความประหยัด" "ความพอใจ" "ความขยัน" ไม่ใช่ 3 ห่วง (ความขยันและความอดทนอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม) · ผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 หรือ 5”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองดอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ควรแสดงบทบาทในการปฏิบัติงานอย่างไรให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
- ก. เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน
- ข. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา ✓
- ง. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR
Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา" ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. มาตรา 37 (2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา โดยจุดเน้นสำคัญคือคำว่า "ร่วมกับ" ซึ่งหมายความว่า สพท. ไม่ได้ทำแทนโรงเรียน แต่เป็นการร่วมมือกันดำเนินงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR" ผิด: การกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการรวมถึงการให้ความเห็นชอบรายงาน SAR เป็นบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 38 • "เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ สพท. จัดทำร่วมกับสถานศึกษา ไม่ใช่การเข้าไปทำแทนโรงเรียน • "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: การจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษาตามมาตรา 39 (4) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 37 (2) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 38 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. ทำหน้าที่ "กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีหน้าที่ตามมาตรา 39 (4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา… เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา"”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 37 (2) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา"”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of Experience) ที่นำมาใช้อธิบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ข้อใดระบุหลักการจัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้ได้ถูกต้องตามแนวคิดดั้งเดิมของเดล
- ก. จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม ✓
- ข. จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย
- ค. จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90
- ง. จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม" ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล ได้จัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ที่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ที่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้รับประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม โดยสัดส่วนตัวเลขการจำได้นั้นไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย" ผิด: การฟังบรรยายหรือสัญลักษณ์ทางคำพูดจัดเป็นนามธรรมที่สุดซึ่งอยู่ที่ยอดกรวย ส่วนฐานกรวยคือประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง • "จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ" ผิด: เดลจัดประสบการณ์รูปธรรมที่สุดไว้ที่ฐานกรวย และจัดนามธรรมที่สุดไว้ที่ยอดกรวย มิใช่จัดนามธรรมไว้ที่ฐาน • "จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90" ผิด: ตัวเลขการจำได้ร้อยละ 10 หรือ 90 ไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล แต่มีผู้นำมาใส่เพิ่มเติมในภายหลัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “เดลจัดประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้ประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ต่อมามีผู้นำกรวยนี้ไปใส่ตัวเลขว่า "อ่านจำได้ 10% ทำเองจำได้ 90%" ซึ่ง ไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “เดลจัดประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้ประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ด.ช. ภัทร มีความเข้าใจเดิมว่า 'สัตว์ที่บินได้ทุกชนิดคือนก' แต่เมื่อครูสอนว่า 'ค้างคาวบินได้แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่นก' ทำให้ภัทรไม่สามารถนำข้อมูลนี้ไปรวมกับความคิดเดิมได้ และต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดเดิมเพื่อรองรับข้อมูลใหม่นี้ การเรียนรู้ของภัทรสอดคล้องกับกระบวนการใดตามแนวคิดของเพียเจต์ (Jean Piaget)
- ก. กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)
- ข. การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)
- ค. การปรับโครงสร้าง (Accommodation) ✓
- ง. กระบวนการดูดซึม (Assimilation)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับโครงสร้าง (Accommodation)" ตามแนวคิดของเพียเจต์ เมื่อเด็กพบข้อมูลใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับกรอบความคิดเดิม และต้องปรับเปลี่ยนความเข้าใจเดิมให้รองรับข้อมูลใหม่ เรียกว่า การปรับโครงสร้าง (Accommodation) แตกต่างจากการดูดซึม (Assimilation) ที่รับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)" ผิด: โครงสร้างทางปัญญา (Schema) คือกรอบความเข้าใจที่ใช้ตีความโลก ไม่ใช่กระบวนการปรับเปลี่ยนความคิดเมื่อเผชิญข้อมูลใหม่ • "กระบวนการดูดซึม (Assimilation)" ผิด: การดูดซึมคือการรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง • "การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)" ผิด: ความสมดุลคือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อปรับโครงสร้างทางปัญญาจนเข้าใจลงตัว ไม่ใช่ตัวกระบวนการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับข้อมูลใหม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การปรับโครงสร้าง (Accommodation) คือเมื่อข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม ต้องปรับโครงสร้างให้รองรับ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การดูดซึม (Assimilation) คือรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การปรับโครงสร้าง (Accommodation) คือเมื่อข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม ต้องปรับโครงสร้างให้รองรับ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานข้อใดที่ระบุว่าเกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ซึ่งทำให้ครูมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน
- ก. มาตรฐานที่ 1 2 และ 3
- ข. มาตรฐานที่ 1 และ 3 ✓
- ค. มาตรฐานที่ 1 และ 2
- ง. มาตรฐานที่ 2 และ 3
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 1 และ 3" ตามแนวทางบทบาทของครูในงานประกันคุณภาพการศึกษา หากพิจารณามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่ามาตรฐานที่ 1 (คุณภาพของผู้เรียน) และมาตรฐานที่ 3 (กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ) เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 1 2 และ 3" ผิด: มาตรฐานที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรงมีเพียงมาตรฐานที่ 1 และ 3 เท่านั้น ไม่รวมมาตรฐานที่ 2 • "มาตรฐานที่ 1 และ 2" ผิด: มาตรฐานที่ 2 คือกระบวนการบริหารและการจัดการ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรงเหมือนมาตรฐานที่ 1 และ 3 • "มาตรฐานที่ 2 และ 3" ผิด: มาตรฐานที่ 2 เป็นเรื่องการบริหารจัดการของสถานศึกษา ไม่ใช่มาตรฐานที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “ถ้าดูมาตรฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่า มาตรฐานที่ 1 และ 3 เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยทำเอกสาร แต่เป็น ผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “ถ้าดูมาตรฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่า มาตรฐานที่ 1 และ 3 เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยทำเอกสาร แต่เป็น ผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามกรอบแนวคิด TPACK สำหรับการจัดการเรียนรู้ของครูยุคดิจิทัล ความรู้ด้านใดหมายถึง "รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน"
- ก. ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)
- ข. ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)
- ค. ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)
- ง. ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge)" กรอบแนวคิด TPACK กำหนดให้ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) คือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีสอนและเทคนิคการจัดการชั้นเรียน ส่วนความรู้ด้านเนื้อหาคือรู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง และความรู้ด้านเทคโนโลยีคือรู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) หมายถึงความรู้ในเรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง • "ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) หมายถึงการรู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล • "ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านการบูรณาการไม่ได้เป็น 1 ใน 3 ด้านหลักเดี่ยวๆ ในกรอบแนวคิด TPACK อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ด้านแรก ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) รู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง ด้านที่สอง ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน ด้านที่สาม ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) รู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ด้านแรก ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) รู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง ด้านที่สอง ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน ด้านที่สาม ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) รู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาต้องจัดให้มีขึ้นตามกำหนดความถี่ในข้อใด
- ก. อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
- ข. จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย
- ค. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย ✓
- ง. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี ไม่ใช่ทุก 3 ปี • "จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดรอบการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี ไม่ใช่จัดขึ้นทุกปี • "อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ประเมินอย่างน้อย 1 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้งในรอบ 5 ปี มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 49: “มาตรา 49: สมศ. และรอบการประเมินภายนอก กำหนดให้มี สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่ง "มีฐานะเป็นองค์การมหาชน" ทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และประเมินผลการจัดการศึกษา …” อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ความถี่ประเมินภายนอก | อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย (ม.49) | ทุก 3 ปี · ทุกปี |”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ความถี่ประเมินภายนอก | อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย (ม.49) | ทุก 3 ปี · ทุกปี |”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบหมายให้ครูฝ่ายแผนงานชี้แจงที่มาทางกฎหมายและลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อใช้เป็นกรอบเป้าหมายระยะยาว หากครูฝ่ายแผนงานต้องการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้อง ควรระบุตามข้อใด
- ก. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
- ข. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี ✓
- ค. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี
- ง. จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี" ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 กำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยและมีระยะเวลา 20 ปี เพื่อแก้ไขปัญหางานระยะยาวที่ไม่ต่อเนื่องจากการเปลี่ยนรัฐบาล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี" ผิด: รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ และมีระยะเวลา 20 ปี ไม่ใช่มาตรา 54 หรือระยะเวลา 15 ปี • "จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติตราขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 ไม่ใช่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 • "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ไม่ใช่ฉบับที่สอง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 จึงกำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็น ยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ระยะเวลา 20 ปี”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 จึงกำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็น ยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ระยะเวลา 20 ปี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามและร่วมตอบคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนประการใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. ความสามารถในการสื่อสาร ✓
- ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ค. ความสามารถในการคิด
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการสื่อสาร" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ความสามารถในการสื่อสารคือการใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวอย่างกิจกรรมในห้องเรียนคือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเป็นสมรรถนะเกี่ยวกับการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันและการอยู่ร่วมกันในสังคม • "ความสามารถในการคิด" ผิด: ความสามารถในการคิดเป็นเรื่องของการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เช่น การเปรียบเทียบเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นสมรรถนะในการจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่จุดเน้นของการนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเจรจาต่อรอง แก้ความขัดแย้ง และเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล ตัวอย่างในห้องเรียน คือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเจรจาต่อรอง แก้ความขัดแย้ง และเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล ตัวอย่างในห้องเรียน คือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดจับคู่นักทฤษฎีกับแนวคิดและคำสำคัญได้ถูกต้อง?
- ก. บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว
- ข. พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ
- ค. สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย
- ง. ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล" ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยมของธอร์นไดค์มีคำสำคัญคือการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และกฎการเรียนรู้ ได้แก่ กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล ส่วนการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกเป็นของพาฟลอฟ และการเรียนรู้การกระทำรวมถึงการเสริมแรง/ลงโทษเป็นของสกินเนอร์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย" ผิด: สกินเนอร์มีคำสำคัญคือการเรียนรู้การกระทำและการเสริมแรง/ลงโทษ ส่วนการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกและดับสูญ ฟื้นกลับเป็นของพาฟลอฟ • "บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว" ผิด: บรูเนอร์อยู่ในกลุ่มปัญญานิยม มีคำสำคัญคือการค้นพบ Enactive–Iconic–Symbolic และหลักสูตรเกลียว ส่วนลองผิดลองถูกและการทดลองกับแมวเป็นของธอร์นไดค์ • "พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ" ผิด: พาฟลอฟมีคำสำคัญคือการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก สุนัข และกระดิ่ง ส่วนการกระทำและการเสริมแรง/ลงโทษเป็นของสกินเนอร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ธอร์นไดค์ | ลองผิดลองถูก · แมว · กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “พาฟลอฟ | คลาสสิก · สุนัข กระดิ่ง · ดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย จำแนก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “สกินเนอร์ | การกระทำ · หนู/นกพิราบ · เสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ธอร์นไดค์ | ลองผิดลองถูก · แมว · กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในข้อใด
- ก. ความสามารถในการคิด ✓
- ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ค. ความสามารถในการสื่อสาร
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการคิด" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ความสามารถในการคิด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ โดยมีตัวอย่างกิจกรรมคือการให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการสื่อสาร" ผิด: ความสามารถในการสื่อสารมุ่งเน้นการใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด และรับสาร เช่น การนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตมุ่งเน้นการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเปรียบเทียบเพื่อสร้างองค์ความรู้ • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: ความสามารถในการแก้ปัญหามุ่งเน้นการเผชิญปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของเหตุผล คุณธรรม และสารสนเทศ เช่น โครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ตัวอย่างคือการให้เปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ตัวอย่างคือการให้เปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ครูประจำชั้นต้องการส่งเสริมจิตลักษณะส่วน "ลำต้น" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมให้กับนักเรียน กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจิตลักษณะส่วนลำต้นโดยตรง
- ก. การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา
- ข. การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ✓
- ค. การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด
- ง. การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน" ตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนลำต้นคือจิตลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม การฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตนจึงเป็นการพัฒนาส่วนลำต้นโดยตรง ส่วนสติปัญญาและสุขภาพจิตจัดอยู่ในส่วนราก และการทำงานเพื่อส่วนรวมจัดอยู่ในส่วนดอกและผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา" ผิด: สติปัญญาเป็นจิตลักษณะพื้นฐานที่จัดอยู่ในส่วนรากไม่ใช่ส่วนลำต้น • "การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด" ผิด: สุขภาพจิตเป็นจิตลักษณะพื้นฐานที่จัดอยู่ในส่วนรากไม่ใช่ส่วนลำต้น • "การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม" ผิด: การทำงานเพื่อส่วนรวมจัดเป็นพฤติกรรมในส่วนดอกและผลไม่ใช่ส่วนลำต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ลำต้น คือ จิตลักษณะ 5 ประการ ที่เกิดจากรากที่ดี ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ ทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ราก คือ จิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการ ที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และ สุขภาพจิต” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดอกและผล คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ลำต้น คือ จิตลักษณะ 5 ประการ ที่เกิดจากรากที่ดี ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ ทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณสมบัติข้อใดระบุว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ
- ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
- ข. ความเชื่อมั่น (Reliability)
- ค. ความเที่ยงตรง (Validity) ✓
- ง. อำนาจจำแนก (Discrimination)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเที่ยงตรง (Validity)" ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลระบุว่า ความเที่ยงตรง (Validity) หรือการวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวัด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ หากเครื่องมือขาดความเที่ยงตรง ข้อมูลและการตัดสินผลที่ได้ก็จะผิดพลาดตามไปด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความเป็นปรนัย (Objectivity)" ผิด: ความเป็นปรนัยไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ • "อำนาจจำแนก (Discrimination)" ผิด: อำนาจจำแนกไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ • "ความเชื่อมั่น (Reliability)" ผิด: ความเชื่อมั่นไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรงเป็นคุณสมบัติ สำคัญที่สุด ของเครื่องมือ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรงเป็นคุณสมบัติ สำคัญที่สุด ของเครื่องมือ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในวิชาชีพครู ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้ถูกต้องที่สุด
- ก. เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม
- ข. เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา
- ค. เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน
- ง. เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน" PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็นวิธีพัฒนาครูที่รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยน วางแผนการสอน สังเกตการสอน และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือการเรียนรู้ของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา" ผิด: PLC ไม่ใช่การประเมินเพื่อตัดสินเลื่อนขั้นหรือวิทยฐานะ แต่เป็นกระบวนการรวมกลุ่มพัฒนาการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน • "เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม" ผิด: การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นลักษณะของสะเต็มศึกษา (STEM) • "เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน" ผิด: PLC ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็นวิธีพัฒนาครู ส่วนการแบ่งกลุ่มทำงานและเน้นทักษะทางสังคมเป็นลักษณะของการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็น วิธีพัฒนาครู ครูรวมกลุ่มกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อ แลกเปลี่ยน วางแผนการสอนร่วมกัน สังเกตการสอนของกันและกัน และสะท้อนผล โดยมีเป้าหมายร่วมคือ การเรียนรู้ของผู้เรียน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็น วิธีพัฒนาครู ครูรวมกลุ่มกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อ แลกเปลี่ยน วางแผนการสอนร่วมกัน สังเกตการสอนของกันและกัน และสะท้อนผล โดยมีเป้าหมายร่วมคือ การเรียนรู้ของผู้เรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ทักษะ "การสะท้อนความรู้สึก" มีลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด
- ก. การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น
- ข. การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ
- ค. การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง
- ง. การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด" ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา การสะท้อนความรู้สึกคือการบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด เพื่อช่วยให้ผู้รับคำปรึกษารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ ส่วนการพูดซ้ำเนื้อหาเป็นทักษะการทวนซ้ำ และการตักเตือนเป็นลักษณะของการสั่งสอนซึ่งขัดกับหลักการให้คำปรึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง" ผิด: การพูดซ้ำเนื้อหาจัดเป็นทักษะการทวนซ้ำ ไม่ใช่การสะท้อนความรู้สึก • "การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น" ผิด: การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้นจัดเป็นทักษะการสรุปความ ไม่ใช่การสะท้อนความรู้สึก • "การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ" ผิด: การสั่งสอนขัดกับหลักการให้คำปรึกษา ไม่ใช่ทักษะการสะท้อนความรู้สึก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ทวนซ้ำ = พูดซ้ำ เนื้อหา · สะท้อนความรู้สึก = บอก อารมณ์ ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ถ้าครูตอบน้องเอว่า "อย่าคิดอย่างนั้นสิ การศึกษาสำคัญนะ" แบบนี้คือ การสั่งสอน ซึ่งขัดกับหลักการให้คำปรึกษา”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ทวนซ้ำ = พูดซ้ำ เนื้อหา · สะท้อนความรู้สึก = บอก อารมณ์ ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อฝึกให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ทำชิ้นงานให้สำเร็จ และภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกมีปมด้อยหรือด้อยความสามารถ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับขั้นวิกฤตทางจิตสังคมใดตามทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน
- ก. Initiative vs Guilt
- ข. Industry vs Inferiority ✓
- ค. Identity vs Role Confusion
- ง. Intimacy vs Isolation
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Industry vs Inferiority" ตามทฤษฎีจิตวิทยาสังคมของอีริคสัน วัยประถมศึกษาเป็นขั้นของ Industry vs Inferiority ซึ่งเด็กจะมุ่งสร้างความขยันหมั่นเพียรและพัฒนาสมรรถนะในการทำงาน หากไม่ได้รับการส่งเสริมอาจเกิดความรู้สึกมีปมด้อย ส่วน Identity vs Role Confusion เป็นขั้นของวัยรุ่น และ Initiative vs Guilt เป็นของวัยอนุบาล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Identity vs Role Confusion" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Identity vs Role Confusion เป็นขั้นพัฒนาการของวัยรุ่น ไม่ใช่วัยประถม • "Initiative vs Guilt" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Initiative vs Guilt เป็นขั้นพัฒนาการของวัยอนุบาล ไม่ใช่วัยประถม • "Intimacy vs Isolation" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Intimacy vs Isolation เป็นขั้นพัฒนาการของวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ไม่ใช่วัยประถม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ประถม = Industry vs Inferiority และ วัยรุ่น = Identity vs Role Confusion ตัวลวงคือการสลับสองขั้นนี้ หรือใส่ Initiative vs Guilt (ซึ่งเป็นวัยอนุบาล)”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ประถม = Industry vs Inferiority และ วัยรุ่น = Identity vs Role Confusion ตัวลวงคือการสลับสองขั้นนี้ หรือใส่ Initiative vs Guilt (ซึ่งเป็นวัยอนุบาล)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมใจต้องการนำการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้และไม่ใช่เป็นเพียง "แฟ้มเก็บงาน" ครูสมใจควรแนะนำให้นักเรียนดำเนินการอย่างไร
- ก. คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร ✓
- ข. นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน
- ค. คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ
- ง. รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร" ตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้ แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวมผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมการสะท้อนความคิดของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร จึงไม่ใช่แค่แฟ้มเก็บงาน แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงพัฒนาการของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ" ผิด: แฟ้มสะสมงานมุ่งเน้นการแสดงพัฒนาการของผู้เรียนและการสะท้อนคิด มิได้จำกัดเฉพาะการรวบรวมผลงานชิ้นที่ดีเลิศเพื่อแสดงความเป็นเลิศเท่านั้น • "นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน" ผิด: การรวมงานที่ตรวจแล้วเพื่อให้ผู้ปกครองลงนามเป็นเพียงการรายงานผลการเรียน ไม่ตรงกับสาระสำคัญของการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงานที่ต้องมีการสะท้อนคิดของผู้เรียน • "รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด" ผิด: การนำงานทุกชิ้นมารวมกันตามลำดับเวลาเป็นเพียงแฟ้มเก็บงานทั่วไป ขาดการคัดเลือกอย่างมีจุดมุ่งหมายและการสะท้อนความคิดของผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวม ผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อม การสะท้อนความคิด ของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร แฟ้มสะสมงานจึงไม่ใช่แค่ "แฟ้มเก็บงาน" แต่เป็นหลักฐานแสดง พัฒนาการ ของผู้เรียน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวม ผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อม การสะท้อนความคิด ของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร แฟ้มสะสมงานจึงไม่ใช่แค่ "แฟ้มเก็บงาน" แต่เป็นหลักฐานแสดง พัฒนาการ ของผู้เรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักเรียนได้ขอให้ครูประจำชั้นสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่เล่าไว้เป็นความลับ ต่อมานักเรียนเปิดเผยว่าตนเองถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายที่บ้านเป็นประจำ จากสถานการณ์นี้ ครูควรดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา
- ก. ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน
- ข. เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ
- ค. แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย ✓
- ง. นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย" ตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา การรักษาความลับมีข้อยกเว้นเมื่อมีแนวโน้มว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น กรณีที่เด็กถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน ครูต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก โดยควรบอกเด็กอย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้ครูจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัยของเขา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน" ผิด: การสั่งสอนขัดกับหลักการให้คำปรึกษา และกรณีเด็กถูกทำร้ายร่างกายครูต้องดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก • "นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน" ผิด: หลักการคือต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก ไม่ใช่การนำเรื่องความลับของนักเรียนไปเล่าต่อครูทุกคนในที่ประชุม • "เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ" ผิด: การรักษาความลับมีข้อยกเว้นเมื่อมีแนวโน้มเกิดอันตรายต่อชีวิตของเด็ก เช่น การถูกทำร้ายร่างกาย จึงไม่อาจเก็บเป็นความลับได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “แต่การรักษาความลับมี ข้อยกเว้น คือเมื่อมีแนวโน้มว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น เด็กเล่าว่าคิดจะทำร้ายตัวเอง หรือถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “กรณีเหล่านี้ครูต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก (สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองเด็กในชุดกฎหมายการศึกษา) โดยควรบอกเด็กอย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้ครูจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัยของเขา”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “แต่การรักษาความลับมี ข้อยกเว้น คือเมื่อมีแนวโน้มว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น เด็กเล่าว่าคิดจะทำร้ายตัวเอง หรือถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สถานศึกษาแห่งหนึ่งร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถานประกอบการในการพัฒนาหลักสูตรทักษะอาชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมผู้เรียนสร้างสรรค์โครงงานนวัตกรรม เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายการศึกษาด้านใดโดยตรง
- ก. Equity
- ข. Relevancy ✓
- ค. Access
- ง. Efficiency
Explanation: คำตอบที่ถูก: "Relevancy" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 2 มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบสนองความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการจัดการศึกษาด้าน Relevancy หรือการจัดการศึกษาเพื่อตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Efficiency" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่ายุทธศาสตร์ที่ 2 ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 และเชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Efficiency • "Equity" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่ายุทธศาสตร์ที่ 2 มุ่งเน้นผลิตกำลังคนตรงตามตลาดงานและนวัตกรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Equity • "Access" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่าการส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และผลิตกำลังคนตามยุทธศาสตร์ที่ 2 เชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Access อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 โดยผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์นี้เชื่อมกับเป้าหมาย Relevancy”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 โดยผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์นี้เชื่อมกับเป้าหมาย Relevancy”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการจัดการเรียนรู้ ครูประจำชั้นทดลองเทน้ำจากแก้วทรงเตี้ยปากกว้างลงในแก้วทรงสูงปากแคบต่อหน้านักเรียน พบว่าเด็กหญิงฟ้า อายุ 8 ปี สามารถตอบได้อย่างถูกต้องทันทีว่าปริมาณน้ำยังคงเท่าเดิม พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความเข้าใจเรื่องการคงตัว (Conservation) ซึ่งตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด
- ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
- ข. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม
- ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม ✓
- ง. ขั้นก่อนปฏิบัติการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม" ตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์ ความเข้าใจเรื่อง "การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ) ดังนั้นเด็กหญิงฟ้าซึ่งมีอายุ 8 ปีและเข้าใจว่าปริมาณน้ำไม่เปลี่ยนแปลงจึงอยู่ในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว" ผิด: ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหวเป็นขั้นของเด็กวัยทารกแรกเกิดถึง 2 ปี • "ขั้นก่อนปฏิบัติการ" ผิด: ขั้นก่อนปฏิบัติการเป็นขั้นที่เด็กยังไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวและมักตัดสินจากภาพที่เห็นตรงหน้า • "ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม" ผิด: ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรมเป็นขั้นของเด็กวัย 11 ปีขึ้นไปที่คิดเชิงนามธรรมและตั้งสมมติฐานได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ)”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ)”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมควรสร้างแบบทดสอบปลายภาคเรียน โดยกำหนดข้อคำถามอย่างรัดกุมให้นักเรียนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งทำเฉลยเกณฑ์การให้คะแนนอย่างละเอียดเพื่อให้ไม่ว่าครูคนใดเป็นผู้ตรวจก็ให้คะแนนตรงกัน การกระทำของครูสมควรแสดงถึงการคำนึงถึงคุณภาพเครื่องมือวัดผลในด้านใด
- ก. ความเป็นปรนัย ✓
- ข. อำนาจจำแนก
- ค. ความยุติธรรม
- ง. การใช้งานได้จริง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเป็นปรนัย" ความเป็นปรนัยหมายถึงความชัดเจนที่ทำให้ผลการวัดไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว ซึ่งมี 3 ด้าน ได้แก่ คำถามชัดเจนทุกคนเข้าใจตรงกัน การตรวจให้คะแนนตรงกันไม่ว่าใครตรวจ และการแปลความหมายคะแนนตรงกัน การที่ครูสร้างคำถามที่เข้าใจตรงกันและมีเกณฑ์ตรวจที่ทุกคนตรวจได้ตรงกันจึงตรงกับคุณสมบัติด้านความเป็นปรนัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การใช้งานได้จริง" ผิด: การใช้งานได้จริงตามหลักการวัดผลคือการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย • "ความยุติธรรม" ผิด: ความยุติธรรมตามหลักการวัดผลคือการไม่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง • "อำนาจจำแนก" ผิด: อำนาจจำแนกเป็นคุณสมบัติในการจำแนกความสามารถของผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อน มิใช่เรื่องความชัดเจนของการตรวจคำถาม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเป็นปรนัย คือความชัดเจนที่ทำให้ผลไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ใช้งานได้จริง (Practicality) คือประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และ ยุติธรรม ไม่เอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเป็นปรนัย คือความชัดเจนที่ทำให้ผลไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หากผู้เรียนมีผลการเรียนดี แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ และไม่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนได้ จัดว่าระบบการศึกษาล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด
- ก. ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)
- ข. ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)
- ค. ด้านความเท่าเทียม (Equity)
- ง. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)" ตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ด้านความสอดคล้อง (Relevancy) ตั้งคำถามว่าสิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศหรือไม่ แตกต่างจากด้านคุณภาพ (Quality) ที่ถามว่าเรียนได้ดีไหม ดังนั้น เมื่อผู้เรียนเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการหรือนำไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ จึงถือว่าระบบล้มเหลวด้าน Relevancy โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)" ผิด: Quality หมายถึงคุณภาพ ซึ่งตั้งคำถามว่าผู้เรียนเรียนได้ดีไหม แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่าสิ่งที่เรียนนำไปใช้ประโยชน์ในอาชีพหรือตลาดงานได้ตรงหรือไม่ • "ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)" ผิด: Efficiency หมายถึงประสิทธิภาพ ซึ่งตั้งคำถามว่าระบบใช้ทรัพยากรทั้งเงิน คน และเวลาคุ้มค่าหรือไม่ • "ด้านความเท่าเทียม (Equity)" ผิด: Equity หมายถึงความเท่าเทียม ซึ่งตั้งคำถามว่าผู้เรียนเข้าสู่ระบบแล้วได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องความตรงกับตลาดงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Relevancy ความสอดคล้อง ถามว่า "สิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศไหม" เช่น ถ้าน้องดาวเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ หรือนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ ระบบล้มเหลวด้าน Relevancy” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วน Quality กับ Relevancy ต่างกันตรงที่ Quality ถามว่า "เรียนได้ดีไหม" แต่ Relevancy ถามว่า "เรียนแล้ว ตรงกับสิ่งที่ต้องใช้ ไหม"”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Relevancy ความสอดคล้อง ถามว่า "สิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศไหม" เช่น ถ้าน้องดาวเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ หรือนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ ระบบล้มเหลวด้าน Relevancy”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) มีจุดมุ่งเน้นสำคัญอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายด้านผู้เรียน
- ก. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน
- ข. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน
- ค. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้ ✓
- ง. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs) แล้ว แผนยังได้วางเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) ไว้เป็นเป้าหมายของระบบการศึกษา โดยเปรียบเสมือนคำถาม 5 ข้อที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา" ผิด: การจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษาไม่ใช่เป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการตามแผน • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดเป้าหมาย 5 ประการนี้ให้เป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครู • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน" ผิด: เป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะเป็นเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs) ไม่ใช่เป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs ในข้อ 1.2) แผนยังวางเป้าหมายของ ระบบการศึกษา ไว้ 5 ประการ วิธีเข้าใจที่ง่ายที่สุดคือมองเป็น "คำถาม 5 ข้อ" ที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs ในข้อ 1.2) แผนยังวางเป้าหมายของ ระบบการศึกษา ไว้ 5 ประการ วิธีเข้าใจที่ง่ายที่สุดคือมองเป็น "คำถาม 5 ข้อ" ที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 หากสถานศึกษารายงานผลการดำเนินงานว่า 'โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ' การดำเนินงานดังกล่าวจัดเข้าสู่มาตรฐานใด
- ก. มาตรฐานที่ 3
- ข. มาตรฐานที่ 4
- ค. มาตรฐานที่ 1
- ง. มาตรฐานที่ 2 ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 2" ตามหลักการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 วิธีพิจารณาคือหากเป็นเรื่องการตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหารและโรงเรียนจะตรงกับมาตรฐานที่ 2 ดังนั้นกรณีที่โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพจึงจัดอยู่ในมาตรฐานที่ 2 (ข้อ 2.4) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 1" ผิด: มาตรฐานที่ 1 ใช้สำหรับสิ่งที่ผู้เรียนเป็นหรือทำได้ เช่น นักเรียนประดิษฐ์เครื่องมือแก้ปัญหาในชุมชนได้ • "มาตรฐานที่ 4" ผิด: ประกาศมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 กำหนดไว้เพียง 3 มาตรฐาน จึงไม่มีมาตรฐานที่ 4 • "มาตรฐานที่ 3" ผิด: มาตรฐานที่ 3 ใช้สำหรับวิธีที่ครูสอนหรือสิ่งที่ครูทำในห้องเรียนโดยตรง เช่น การบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ถ้าพูดถึง การตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหาร/โรงเรียน = มาตรฐานที่ 2” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ → มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ถ้าพูดถึง การตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหาร/โรงเรียน = มาตรฐานที่ 2”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง เงื่อนไขสำคัญด้าน "ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy)" หมายถึงข้อใด
- ก. ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา
- ข. เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา ✓
- ค. มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา
- ง. ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา" ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือการที่ผู้ให้คำปรึกษาเข้าใจว่าผู้รับคำปรึกษารู้สึกอย่างไรจากมุมของตัวเขาเอง ไม่ใช่จากมุมมองของเรา ส่วนการยอมรับโดยไม่ว่าเขาจะทำอะไรมาเป็นเรื่องของการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข และการไม่เสแสร้งคือความจริงใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา" ผิด: ผิด เพราะการตัดสินหรือรีบให้คำแนะนำเป็นพฤติกรรมที่ผู้ให้คำปรึกษาไม่ควรทำ • "ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา" ผิด: ผิด เพราะข้อความนี้คือความหมายของเงื่อนไขการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) • "มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา" ผิด: ผิด เพราะข้อความนี้คือความหมายของเงื่อนไขความจริงใจ (Genuineness) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “สิ่งที่ผู้ให้คำปรึกษา ไม่ควรทำ คือตัดสิน ตำหนิ สั่งสอน หรือรีบให้คำแนะนำ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพต้องการประเมินการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล แทนที่จะใช้แบบทดสอบปรนัยวัดขั้นตอนการทำบัญชี ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริงในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งประเมินจากผลงานและการสังเกตพฤติกรรม การดำเนินการของครูดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด
- ก. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ✓
- ข. การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)
- ค. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
- ง. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)" การจัดการเรียนการสอนและการวัดผลดังกล่าวตรงกับการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินจากงานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริงแทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง เช่น การให้นักเรียนทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริง 1 เดือน เพื่อสะท้อนความสามารถว่าสามารถทำได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่รู้ขั้นตอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)" ผิด: การประเมินแบบอิงกลุ่มเป็นการเปรียบเทียบคะแนนหรือผลการเรียนระหว่างผู้เรียนด้วยกันเพื่อจัดอันดับ ไม่ใช่การประเมินจากการปฏิบัติจริง • "การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยเป็นการค้นหาจุดบกพร่องและสาเหตุของปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินชิ้นงานและการปฏิบัติจริง • "การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อจัดตำแหน่งเป็นการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อนเริ่มต้นเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือระดับชั้นของผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินการปฏิบัติในชีวิตจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) คือการประเมินจาก งานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริง แทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว เพราะข้อสอบปรนัยวัดได้ว่า "รู้" แต่ไม่ได้บอกว่า "ทำได้"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เช่น แทนที่จะสอบถามขั้นตอนการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ครูให้นักเรียนทำบัญชีของตนเองจริงหนึ่งเดือน หรือแทนที่จะสอบเรื่องการพูดด้วยข้อเขียน ให้นักเรียนพูดนำเสนอจริง”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) คือการประเมินจาก งานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริง แทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว เพราะข้อสอบปรนัยวัดได้ว่า "รู้" แต่ไม่ได้บอกว่า "ทำได้"”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมศรีสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้น ป.3 โดยตั้งเกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ที่ 80/80 เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่านักเรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81 ตามหลักการหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรม คะแนนร้อยละ 83 และร้อยละ 81 ดังกล่าวตรงกับข้อใดตามลำดับ
- ก. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
- ข. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
- ค. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) ✓
- ง. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)" การหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรมกำหนดให้ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ ซึ่งเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน เช่น จากแบบฝึกหัด ส่วน E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ซึ่งเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้จากการทดสอบหลังเรียน ดังนั้น คะแนนแบบฝึกหัดระหว่างเรียนร้อยละ 83 จึงเป็นค่า E1 และคะแนนทดสอบหลังเรียนร้อยละ 81 จึงเป็นค่า E2 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)" ผิด: E1 เป็นคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียน และ E2 เป็นคะแนนจากการทดสอบหลังเรียน ข้อนี้สลับสัญลักษณ์กัน • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)" ผิด: E1 เป็นคะแนนระหว่างเรียน ส่วน E2 เป็นคะแนนหลังเรียน ข้อนี้สลับทั้งสัญลักษณ์และความหมาย • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)" ผิด: E1 คือประสิทธิภาพของกระบวนการ ไม่ใช่ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และ E2 คือประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ไม่ใช่ประสิทธิภาพของกระบวนการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้จากการทดสอบหลังเรียน”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ความสามารถในการตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมทั้งคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด
- ก. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)
- ข. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)
- ค. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)
- ง. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational)" ตามทฤษฎีของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) อายุ 11 ปีขึ้นไป จะสามารถคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปรในพีชคณิต สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมถึงคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)" ผิด: ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว เป็นพัฒนาการช่วงแรกเกิดถึง 2 ปีที่รับรู้สิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว • "ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)" ผิด: ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม เด็กเข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรมที่มองเห็นหรือจับต้องได้ • "ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)" ผิด: ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด เป็นขั้นที่เด็กยังไม่เข้าใจการคงตัวและยังไม่สามารถคิดเชิงนามธรรมหรือตั้งสมมติฐานได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 4 ปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) 11 ปีขึ้นไป ตรงกับวัยมัธยม เด็กคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปร x ในพีชคณิต ตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ ได้ คิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ที่มองเห็นหรือจับต้องได้”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 4 ปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) 11 ปีขึ้นไป ตรงกับวัยมัธยม เด็กคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปร x ในพีชคณิต ตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ ได้ คิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) กิจกรรมใดที่กำหนดให้ผู้เรียนดำเนินการที่บ้าน
- ก. ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ
- ข. ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ ✓
- ค. ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน
- ง. ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้" การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) สลับบทบาทจากการเรียนแบบเดิม โดยให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วนำเวลาในห้องเรียนมาใช้ทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ และอภิปรายโดยมีครูคอยให้ความช่วยเหลือ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน" ผิด: การร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนและครู • "ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน" ผิด: การฟังบรรยายในห้องเรียนแล้วทบทวนบทเรียน เป็นลักษณะของห้องเรียนแบบเดิมไม่ใช่ห้องเรียนกลับด้าน • "ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ" ผิด: การทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ เป็นกิจกรรมที่จัดในห้องเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ห้องเรียนกลับด้าน สลับกัน ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ อภิปราย โดยมีครูคอยช่วยเหลือ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ห้องเรียนกลับด้าน สลับกัน ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ อภิปราย โดยมีครูคอยช่วยเหลือ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จะต้องดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบโดยหน่วยงานหรือบุคคลใด
- ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง ✓
- ข. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่
- ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
- ง. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 การประกันคุณภาพภายนอกหมายถึงการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายนอก ซึ่งผู้ดำเนินการจะต้องเป็น สมศ. หรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ สมศ. รับรองเท่านั้น สำหรับหน่วยงานต้นสังกัดและบุคลากรของโรงเรียนจัดเป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัด เป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายในตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ภายนอก • "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ไม่ใช่การประกันคุณภาพภายนอก • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ใช่หน่วยงานหรือบุคคลผู้ทำหน้าที่ประกันคุณภาพภายนอกตามนิยามของกฎหมาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ผู้ทำจึงต้องเป็น สมศ. หรือ ผู้ประเมินที่ สมศ. รับรอง เท่านั้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “เมื่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ต้นสังกัด) มาตรวจโรงเรียน หลายคนคิดว่าเป็น "ภายนอก" เพราะมาจากนอกโรงเรียน แต่ตามนิยามในมาตรา 4 ยังนับเป็นการประกันคุณภาพภายใน · ภายนอกต้องเป็น สมศ. เท่านั้น”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ผู้ทำจึงต้องเป็น สมศ. หรือ ผู้ประเมินที่ สมศ. รับรอง เท่านั้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การ 'ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม' จัดเป็นขั้นตอนลำดับใดของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
- ก. ขั้นที่ 4 ✓
- ข. ขั้นที่ 2
- ค. ขั้นที่ 3
- ง. ขั้นที่ 5
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นที่ 4" ตามแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นที่ 4 คือการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม ในขณะที่ขั้นที่ 3 คือการดำเนินการตามแผน และขั้นที่ 5 คือการติดตามผลการดำเนินการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นที่ 2" ผิด: ขั้นที่ 2 คือการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน • "ขั้นที่ 3" ผิด: ขั้นที่ 3 คือการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ • "ขั้นที่ 5" ผิด: ขั้นที่ 5 คือการติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและนำผลไปใช้ปรับปรุง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 4 ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 4 ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมผิดปกติ เช่น มีพฤติกรรมถดถอยหรือก้าวร้าวใส่เพื่อนโดยไม่มีเหตุ ครูผู้สอนควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
- ก. ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด
- ข. สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว ✓
- ค. ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ
- ง. ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว" ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูจึงควรหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้" ผิด: การตัดสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเป็นการลงโทษและกีดกันเด็ก ซึ่งขัดกับแนวทางที่ครูควรหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการลงโทษ • "ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด" ผิด: การปล่อยปละละเลยไม่ถูกต้อง เพราะครูจำเป็นต้องสังเกตและช่วยสืบหาสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม • "ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ" ผิด: การมุ่งลงโทษทันทีไม่ถูกต้อง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นกลไกป้องกันตนเอง ครูจึงควรหาสาเหตุมากกว่าการลงโทษเพียงอย่างเดียว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูควรหาสาเหตุมากกว่าลงโทษอย่างเดียว”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูควรหาสาเหตุมากกว่าลงโทษอย่างเดียว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของ "เป้าหมายด้านผู้เรียน" (Learner Aspirations) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
- ข. กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช
- ค. กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ
- ง. กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs" แผนการศึกษาแห่งชาติได้วางเป้าหมายไว้ 2 ด้าน โดยเป้าหมายด้านแรกคือเป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งระบุว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หรือ 3Rs8Cs ส่วนเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการจัดเป็นเป้าหมายด้านที่สอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ" ผิด: เป้าหมาย 5 ประการจัดเป็นเป้าหมายด้านที่สองซึ่งเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษา ไม่ใช่เป้าหมายด้านผู้เรียน • "กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช" ผิด: การจัด Active Learning และการให้ครูทำหน้าที่เป็นโค้ชเป็นผลกระทบต่อการศึกษาจากแรงเปลี่ยนของโลก ไม่ใช่เป้าหมายด้านผู้เรียนตามแผนฯ • "กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0" ผิด: การคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ใช่สาระสำคัญหลักของเป้าหมายด้านผู้เรียนตามแผนฯ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งพูดถึงว่า "เด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน" แผนตอบว่าผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนเป้าหมายด้านที่สองเป็นเป้าหมายของ "ระบบการศึกษา" 5 ประการ”
คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งพูดถึงว่า "เด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน" แผนตอบว่าผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คำว่า “ผู้สอน” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ข. บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน
- ค. ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ✓
- ง. บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ จึงตอบข้อที่มีทั้งครูและคณาจารย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ" ผิด: กฎหมายระบุเฉพาะครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ไม่ได้รวมผู้บริหารสถานศึกษา • "บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายนิยามผู้สอนว่าหมายถึงครูและคณาจารย์ ข้อความนี้ดัดแปลงมาจากนิยามของคณาจารย์ • "บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน" ผิด: กฎหมายไม่ได้นิยามคำว่าผู้สอนด้วยข้อความนี้ แต่เป็นข้อความบางส่วนของนิยามคำว่าครู อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4: ““ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4: ““ผู้สอน” หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการชุดนี้จะต้องศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาใด
- ก. ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ✓
- ข. ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ค. ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ง. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง" ตามมาตรา 261 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้คณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อปฏิรูปการศึกษา มีหน้าที่ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะรวมทั้งร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ส่วนกรอบเวลา 60 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกำหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ" ผิด: กำหนดเวลา 60 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ ไม่ใช่ระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการ • "ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาไว้ที่ 1 ปี (เป็นกำหนดเวลาของคณะกรรมการตามมาตราอื่น) • "ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ" ผิด: รัฐธรรมนูญกำหนดให้นับระยะเวลา 2 ปี จากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง มิใช่นับจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 261: “ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 261: “ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดจากผู้สอบแข่งขันได้ ให้ดำเนินการตามหลักการใด
- ก. บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา
- ข. บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ✓
- ค. บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม
- ง. บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้" ตามมาตรา 45 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ไม่ได้เปิดให้ใช้ดุลยพินิจเลือกบุคคลได้ตามอำเภอใจ • "บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เรียกบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่รวมในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มิใช่แยกตามคะแนนภาคความเหมาะสม • "บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ มิใช่ตามความประสงค์ของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 45: “ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 45: “ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สำหรับตำแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่ามีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับในเขตบริการที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และไม่มีผู้ดูแล ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติต่อเด็กรายนี้อย่างไร
- ก. ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา
- ข. ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล
- ค. รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
- ง. จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น" ตามมาตรา 12 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษา จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่อง หรือไม่มีผู้ดูแล ให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจำเป็น เพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาค ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผ่อนผันให้พ้นจากการเรียน แต่ต้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม • "รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป" ผิด: กฎหมายกำหนดให้จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม มิใช่การจัดการเรียนรู้และเกณฑ์เดียวกับเด็กทั่วไป • "ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการศึกษาเป็นพิเศษให้เด็ก มิใช่ส่งตัวไปสถานสงเคราะห์แทนการศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “ให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดตามความจำเป็น เพื่อประกันโอกาสและความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 12: “จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ในการประชุมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของคณะครูให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายไว้ การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับหลักคิดและเป้าหมายร่วมที่กำหนดไว้มากที่สุด
- ก. ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก
- ข. ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์
- ค. ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน ✓
- ง. ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน" ตามบทนำของการมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 รัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า 'วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน' และกำหนดให้ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์" ผิด: ตามประกาศระบุว่า 'วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน' มิใช่มุ่งเน้นวิกฤตทางการเงินมากกว่าทุนมนุษย์ • "ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก" ผิด: ตามประกาศระบุให้ 'ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีม' เพื่อขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง มิใช่การทำงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยวเพื่อเศรษฐกิจฐานราก • "ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ" ผิด: ตามประกาศไม่ได้ให้คัดเลือกเฉพาะผู้เรียนที่มีความพร้อมสูง แต่ระบุถึงความท้าทายเรื่องช่องว่างทางการศึกษาและผู้เรียนหลุดออกจากระบบที่ต้องเร่งแก้ไข อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: การมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ: ““วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน” การปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่มีเสรีภาพในการแข่งขันกับทั่วโลก”
นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทนำ: การมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ: ““วิกฤตด้านทุนมนุษย์มีความสำคัญยิ่งกว่าวิกฤตทางการเงิน” การปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลิตและพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเศรษฐกิจที่มีเสรีภาพในการแข่งขันกับทั่วโลก”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กลุ่มเป้าหมายใดที่ต้องได้รับการพัฒนาร่วมกันเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะตามที่กฎหมายกำหนด
- ก. ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ✓
- ข. ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ค. ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ง. ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ตามมาตรา 65 กำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้จำหน่าย • "ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้ซ่อมบำรุง • "ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้พัฒนาด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ไม่ได้ระบุถึงผู้บริหารหรือผู้ควบคุมระบบ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65: “มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65: “มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการประเมินคุณภาพภายนอก สถานศึกษามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามข้อใด
- ก. จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี
- ข. จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ ✓
- ค. แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา
- ง. จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ" ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และให้บุคลากร คณะกรรมการ ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือผู้ประเมินภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดหน้าที่ให้สถานศึกษาต้องจัดสรรงบประมาณยานพาหนะหรือเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมิน • "แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อร่วมลงคะแนน แต่กำหนดให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ • "จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้สถานศึกษาจัดทำและส่งรายงานดังกล่าวทุก 3 ปี แต่กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 50: “ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็นว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 50: “ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็นว่า เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ กำหนดให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจาก "ครูสอน" ไปเป็นบทบาทใด
- ก. เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"
- ข. เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"
- ค. เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"
- ง. เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.3.2 กำหนดให้เปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับเปลี่ยนจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" เพื่อทำหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ และแนะนำวิธีเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่พี่เลี้ยงหรือผู้กำกับการเรียนรู้ • "เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ประสานการเรียนรู้ • "เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติระบุบทบาทเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" มิใช่ที่ปรึกษาหรือผู้จัดการการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.3.2 การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘ครู’ ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการการเรียนรู้””
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “4.3.2 การเปลี่ยนโฉมบทบาท ‘ครู’ ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อำนวยการการเรียนรู้””
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เด็กกลุ่มใดต่อไปนี้จัดเป็น “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ”
- ก. เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน
- ข. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า
- ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ✓
- ง. เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด" ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด และเด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด” จึงเป็นข้อที่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน" ผิด: เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกันไม่ได้จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรา 40 • "เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า" ผิด: ตามกฎหมายเด็กเร่ร่อนและเด็กกำพร้าจัดอยู่ในกลุ่มเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรานี้ • "เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน" ผิด: เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจนไม่ได้จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามมาตรา 40 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 40: “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ (1) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (2) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด (3) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 40: “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ (1) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (2) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด (3) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ กฎหมายกำหนดให้ผู้ใดเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า
- ก. เลขาธิการคุรุสภา ✓
- ข. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ค. ประธานกรรมการคุรุสภา
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เลขาธิการคุรุสภา" ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52 บัญญัติว่า เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษ ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า ผู้มีหน้าที่เสนอเรื่องจึงเป็นเลขาธิการคุรุสภา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประธานกรรมการคุรุสภา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ประธานกรรมการคุรุสภาเป็นผู้เสนอเรื่อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการคุรุสภา • "ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ" ผิด: ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเป็นผู้รับเรื่องและมีหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ผู้เสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52: “เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา 51 ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 52: “เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา 51 ให้เลขาธิการคุรุสภาเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่าโรงเรียนของตนยังไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการเงินและพัสดุตามที่กฎหมายกำหนดได้เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โรงเรียนดังกล่าวสามารถดำเนินการตามแนวทางใด
- ก. เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร
- ข. ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
- ค. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน
- ง. ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว" ตามมาตรา 39 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติว่า สถานศึกษาใดที่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามที่กำหนดในกฎหมายหรือที่ได้รับมอบหมายได้ อาจขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราวได้ การขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดช่วยปฏิบัติงานแทนเป็นการชั่วคราวจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน แต่ให้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดปฏิบัติงานแทนเป็นการชั่วคราว • "ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาสังกัดเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน ไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น • "แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาปฏิบัติหน้าที่แทน แต่ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “มาตรา 39 สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา 34 (2) มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “อาจขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษาหรือส่วนราชการนั้นสังกัดเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราวได้”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 39: “มาตรา 39 สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา 34 (2) มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีกำหนดแนวทางไว้อย่างไร
- ก. ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
- ข. ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ✓
- ค. กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ
- ง. เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด" ตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา (4) กำหนดให้ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ส่วนการตรากฎหมายจัดตั้งกองทุนต้องเสร็จภายใน 1 ปี การดูแลพัฒนาเด็กเล็กต้องไม่เก็บค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนครูต้องเหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ตรากฎหมายจัดตั้งกองทุนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ 120 วัน • "กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามมาตรา 54 วรรคหก ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย”
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่กำหนดเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีเกณฑ์เป้าหมายตามข้อใด
- ก. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ข. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ค. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น ✓
- ง. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในเป้าหมายที่ 2.2 ตัวชี้วัดที่ 4 กำหนดให้ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบ O-NET แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น โดยพิจารณาแยกเป็นรายวิชา ไม่ใช่คะแนนรวมเฉลี่ย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเกณฑ์คะแนนผ่านไว้ที่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ไม่ใช่ร้อยละ 60 • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเป็นแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไป ไม่ใช่คะแนนรวมและไม่ใช่ร้อยละ 60 • "ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดเกณฑ์คะแนนเป็นแต่ละวิชา ไม่ใช่คะแนนรวมทุกวิชา อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ขั้นพื้นฐาน (O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง กำหนดให้มีส่วนราชการตามข้อใด
- ก. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลางเป็น 2 ส่วน คือ (1) สำนักงานปลัดกระทรวง และ (2) ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องตรงตามตัวบทกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มิใช่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ • "สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นสำนักงานปลัดกระทรวง มิใช่สำนักงานรัฐมนตรี • "สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุสำนักงานรัฐมนตรีไว้เป็นข้อแยกในการจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลางตามมาตรานี้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “มาตรา 9 ให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ดังนี้” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “(1) สำนักงานปลัดกระทรวง” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “(2) ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 9: “มาตรา 9 ให้จัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ดังนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากเด็กฝ่าฝืนข้อห้ามซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด
- ก. มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน ✓
- ข. ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
- ค. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด
- ง. มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน" ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ห้ามเด็กซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูล และมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน หรือทำทัณฑ์บน กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ส่งตัวไปดำเนินคดีอาญาหรือสั่งปรับทางปกครองในทันที ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจสั่งส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับทันที แต่ให้เรียกผู้ปกครองมาปรึกษาหารือและแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรม • "มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งปรับทางปกครองแก่ผู้ปกครองเมื่อเด็กฝ่าฝืนเสพสุราหรือบุหรี่ • "ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายมุ่งเน้นมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพและตักเตือนทำทัณฑ์บน ไม่ได้ให้ส่งตัวเด็กดำเนินคดีอาญาทันที อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน ให้ทำทัณฑ์บน”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 45: “หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ ว่ากล่าวตักเตือน ให้ทำทัณฑ์บน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูประจำชั้นออกเยี่ยมบ้านนักเรียน พบว่าผู้ปกครองของนักเรียนมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของนักเรียนที่อยู่ในความปกครองดูแล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นักเรียนรายนี้จัดอยู่ในกลุ่มเด็กประเภทใด
- ก. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
- ข. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ✓
- ค. เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
- ง. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์" ตามมาตรา 32 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ดังนั้น กรณีที่ครูพบสถานการณ์ดังกล่าวจึงต้องจัดนักเรียนอยู่ในกลุ่มเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู • "เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด • "เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ" ผิด: มาตรา 32 กำหนดให้เด็กในกรณีนี้เป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ไม่ใช่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “มาตรา 32 เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ได้แก่” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “(4) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 32: “มาตรา 32 เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ได้แก่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็นส่วนใดบ้าง
- ก. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ข. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ค. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ✓
- ง. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล" ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ได้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างทั่วไปที่ไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล" ผิด: กระทรวงศึกษาธิการไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค แต่จัดเป็นระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล" ผิด: กฎหมายระบุเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล มิใช่สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา • "ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: ตามกฎหมายไม่มีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น แต่จัดเป็นเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “มาตรา 6 ให้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “(2) ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “(3) ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงการจัดการศึกษาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ”
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 6: “มาตรา 6 ให้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถดำเนินการสอบแข่งขันได้ องค์กรใดมีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่น
- ก. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ✓
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีอื่นได้ ในกรณีจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถสอบแข่งขันได้ หรือการสอบแข่งขันอาจไม่ได้บุคคลตามประสงค์ของทางราชการ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎหมายให้อำนาจแก่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายให้อำนาจแก่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลโดยวิธีอื่น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 50: “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่นได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 50: “อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาอาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่นได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีซึ่งกำหนดโดยผู้ใด
- ก. สภาการศึกษา
- ข. คณะกรรมการ ✓
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะรัฐมนตรี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการ" ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง มีภารกิจร่วมกันดำเนินการเพื่อให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัย และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด • "สภาการศึกษา" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้สภาการศึกษาเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด • "นายกรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 6: “และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด”
พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 6: “และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามที่คณะกรรมการกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม
- ก. การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น
- ค. การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน
- ง. การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ กำหนดให้มีการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉมเพื่อตอบสนองต่อศตวรรษที่ 21 ด้วยการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ตลอดจนตระหนักถึงพหุปัญญาที่หลากหลายของมนุษย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติมุ่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อให้ผู้เรียนกำกับการเรียนรู้ได้ต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ไม่ใช่การบังคับให้อยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัย • "การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย พร้อมทั้งพัฒนาและรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษของพหุปัญญาแต่ละประเภท ไม่ใช่ลดความสำคัญลง • "การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติเน้นการเปลี่ยนบทบาทครูและการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา ไม่ใช่การคงบทบาทผู้ถ่ายทอดแบบเดิมหรือการรวมศูนย์อำนาจ อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย”
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 37-46): “การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ก. ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น
- ข. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ค. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน ✓
- ง. กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน" ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ว่า ให้จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้องเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา และจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัด โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล • "ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา มิใช่แยกสอนเฉพาะวิชา • "กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ และประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา”
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24: “มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดสถานภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร
- ก. เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ข. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา" ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและมีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่ใช่พนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา • "เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา • "เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 31: “ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 31: “ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หากกระทรวงศึกษาธิการจะกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับบทบาทและภารกิจหลักไปในลักษณะใด
- ก. เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน ✓
- ข. เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง
- ค. เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง
- ง. เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา กำหนดให้ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และพัฒนารูปแบบการกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งเน้นการกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษา ไม่ใช่การรวมอำนาจควบคุมสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง • "เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติส่งเสริมให้พื้นที่และสถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการตนเอง ไม่ใช่ให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดทำแผนแทนทั้งหมด • "เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง" ผิด: การจัดการเรียนการสอนและวัดผลสัมฤทธิ์เป็นบทบาทหน้าที่โดยตรงของสถานศึกษา ส่วนกระทรวงฯ มีหน้าที่กำกับเชิงนโยบายและส่งเสริมสนับสนุน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้”
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ปรับบทบาทและภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ครูสมชายถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาแล้วมีมติให้ลงโทษโดยการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตได้ตามข้อใด
- ก. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี
- ข. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี ✓
- ค. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
- ง. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี" ตามมาตรา 54 (4) แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพในการวินิจฉัยชี้ขาดพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 10 ปี • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 2 ปี • "มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี" ผิด: กฎหมายกำหนดเพดานระยะเวลาสูงสุดไว้ไม่เกิน 5 ปี มิใช่ไม่เกิน 3 ปี อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 54: “พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี”
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 54: “พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การกระทำของผู้ใดที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ มีผลความรับผิดตามข้อใด
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ข. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ✓
- ง. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท" ตามมาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท ซึ่งเปลี่ยนสถานะเป็นความผิดทางพินัยแล้ว ส่วนโทษปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตามมาตรา 15 เป็นกรณีที่ทำให้เด็กมิได้เข้าเรียนในสถานศึกษาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ใช่ไม่เกิน 10,000 บาท • "มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดทางพินัยและชำระค่าปรับเป็นพินัย ไม่ใช่โทษปรับทางอาญา • "มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดทางพินัยที่มีค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ใช่โทษทางอาญา มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”
พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
Exam Simulator
Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.
Exam Preview
What an approved exam looks like to a test-taker.
ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข ชุดสอบเสมือนจริง ชุดที่ 2
Time limit: 100 minutes
1. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตรวจผลการทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ พบว่าข้อมูลคะแนนของนักเรียนมีคะแนนสุดโต่งปรากฏอยู่ คือมีทั้งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงมากผิดปกติและต่ำมากผิดปกติ หากครูต้องการเลือกค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางที่เป็นตัวแทนคะแนนของกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ครูควรเลือกใช้ค่าสถิติใด
- ก. ค่าเฉลี่ย
- ข. มัธยฐาน
- ค. ฐานนิยม
- ง. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง "Thailand Zero Dropout" และ "ทุน ODOS" ถูกจัดให้อยู่ภายใต้นโยบายใด
- ก. นโยบายคืนเวลาให้ครู
- ข. นโยบายพื้นที่ปลอดภัย
- ค. นโยบายความเหลื่อมล้ำ
- ง. นโยบายโลกความจริง
3. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บันทึกข้อมูลการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน ข้อความใดต่อไปนี้จัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation)
- ก. ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ
- ข. ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน
- ค. ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที
- ง. ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้
4. ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ข้อใดระบุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงพร้อมหัวใจสำคัญได้ถูกต้อง
- ก. เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ข. เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ค. เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง
- ง. เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ
5. ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความเชื่อมั่น (Reliability) ข้อใดอธิบายวิธีหรือสูตรการหาค่าความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง
- ก. การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์
- ข. สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก
- ค. การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง
- ง. สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย
6. ครูวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหาร โดยตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า "หากงูหายไปจากระบบนิเวศ จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประชากรหนูและนก" เพื่อฝึกให้นักเรียนแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพุทธิพิสัยขั้นใดตามแนวคิดของแอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl)
- ก. ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)
- ข. ขั้นวิเคราะห์ (Analyze)
- ค. ขั้นประเมินค่า (Evaluate)
- ง. ขั้นเข้าใจ (Understand)
7. แนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้ครูคิด "กลับด้าน" ในการวางแผนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญตามข้อใด
- ก. เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล
- ข. เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ
- ค. เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน
- ง. เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล
8. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือวัดผลชนิดใดมีลักษณะสำคัญคือใช้สำหรับบันทึกว่าผู้เรียนมีหรือไม่มีพฤติกรรมตามที่กำหนด
- ก. แบบสอบถาม
- ข. แบบสัมภาษณ์
- ค. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
- ง. มาตรประมาณค่า (Rating Scale)
9. ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Abraham Maslow) มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มใด และได้เสนอว่าคนเรามีความต้องการทั้งหมดกี่ขั้น
- ก. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
- ข. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
- ค. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
- ง. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
10. ตามเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ (Robert Gagné) การที่ครูผู้สอนยกตัวอย่างประกอบหรือให้เทคนิคช่วยจำแก่นักเรียน จัดอยู่ในขั้นตอนใด
- ก. ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้
- ข. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
- ค. ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้
- ง. ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ
11. ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำแบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ครูท่านหนึ่งได้เสนอรายการประเมินเพื่อวัดผลผู้เรียน ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ
- ก. ความสามารถในการแข่งขัน
- ข. ความสามารถในการสื่อสาร
- ค. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
12. ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำไปใช้ในลักษณะใด
- ก. การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
- ข. การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน
- ค. การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน
- ง. การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด
13. ตามแนวคิดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน ตรงกับรูปแบบการประเมินในข้อใด
- ก. การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)
- ข. การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning)
- ค. การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)
- ง. การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)
14. ตามแนวคิดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติใน “ขั้นการคัดกรองนักเรียน” ได้ถูกต้อง
- ก. จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม
- ข. คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้
- ค. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา
- ง. นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา
15. ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาในคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ข้อใดอธิบายคำถามสำคัญที่เป็นหัวใจของ 'ทฤษฎีการเรียนรู้' (Learning Theory) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน
- ข. ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด
- ค. ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา
- ง. ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
16. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายโครงสร้างหน่วยกิตตามเกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาได้ถูกต้อง
- ก. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
- ข. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต
- ค. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
- ง. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
17. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานและประเด็นพิจารณาใด
- ก. มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4
- ข. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4
- ค. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3
- ง. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5
18. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ครูให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มแบบคละความสามารถเพื่อช่วยกันทำความเข้าใจเนื้อหา จากนั้นครูจัดให้ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาร่วมแข่งขันเกมตอบคำถามที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนที่ได้กลับไปรวมเป็นคะแนนกลุ่ม การจัดกิจกรรมของครูตรงกับรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือในข้อใด
- ก. รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament)
- ข. รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)
- ค. รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
- ง. รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)
19. ในการประชุมวางแผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ครูผู้ช่วยสอบถามครูวิชาการว่า ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมีองค์ประกอบอย่างไร และรายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเป็นไปตามกฎหมายลำดับใด ครูวิชาการควรให้คำตอบตามข้อใด
- ก. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
- ข. ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ค. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ง. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา
20. ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ โครงสร้างของจิตส่วนใดทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง เพื่อคอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
- ก. ซูเปอร์อีโก้ (Superego)
- ข. อีโก้ (Ego)
- ค. จิตใต้สำนึก
- ง. อิด (Id)
21. ในการประชุมเตรียมความพร้อมจัดทำหลักสูตรของโรงเรียน ครูใหม่สอบถามว่าการกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ซึ่งใช้เป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ เป็นหน้าที่ขององค์คณะใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
- ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
22. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีลักษณะการดำเนินงานที่สำคัญตรงกับข้อใด
- ก. จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- ข. ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง
- ค. มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์
- ง. ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า
23. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านใด มีจุดเน้นให้ผู้เรียนเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ
- ก. ความสามารถในการคิด
- ข. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ค. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ง. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
24. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) การกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต จัดอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านใด
- ก. ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
- ข. ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ค. ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
- ง. ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
25. ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อใดสรุปความหมายและเกณฑ์ของ "ค่าความยาก" (p) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
- ข. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
- ค. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80
- ง. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00
26. ตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขของสกินเนอร์ การจัดตารางการเสริมแรงในลักษณะใดส่งผลให้พฤติกรรมมีความคงทนที่สุด
- ก. การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน
- ข. การเสริมแรงตามเวลาคงที่
- ค. การเสริมแรงทุกครั้ง
- ง. การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่
27. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดระบุเงื่อนไขพื้นฐานด้านเวลาเรียนเพื่อมีสิทธิ์รับการประเมินผลในแต่ละรายวิชาได้ถูกต้อง
- ก. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
- ข. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
- ค. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
- ง. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
28. ในห้องเรียนระดับปฐมวัย เด็กอายุ 5 ปี กำลังอยู่ในช่วงที่อยากทดลองและอยากริเริ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยตนเอง หากครูใช้วิธีดุด่าและตำหนิทุกครั้งที่เด็กคิดริเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) จะส่งผลให้เด็กเกิดคุณลักษณะด้านลบในข้อใด
- ก. เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)
- ข. เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)
- ค. เกิดความรู้สึกผิด (Guilt)
- ง. เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)
29. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องความพอประมาณ การขอให้ครอบครัวซื้อสิ่งของเกินกำลังทั้งที่ยังมีภาระอื่น จัดเป็นการกระทำในลักษณะใด
- ก. การเบียดเบียนผู้อื่น
- ข. การตัดสินใจตามกระแส
- ค. การเบียดเบียนตนเอง
- ง. การตัดสินใจตามอารมณ์
30. ตามศาสตร์การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด
- ก. ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
- ข. การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน
- ค. การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด
- ง. กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง
31. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) เด็กในขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน เป็นผลมาจากข้อจำกัดทางความคิดในข้อใด
- ก. การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)
- ข. การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism)
- ค. การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
- ง. การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)
32. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการบูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตร ได้กำหนดให้เริ่มต้นจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาใด
- ก. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
- ข. ระดับปฐมวัย
- ค. ระดับประถมศึกษา
- ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
33. ครูสมศักดิ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนชั้น ป.5 สำรวจราคาสินค้าในร้านสหกรณ์โรงเรียน พร้อมฝึกคำนวณเงินทอนและเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยเพื่อวางแผนการซื้อของอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะกลุ่ม 3Rs ในข้อใดโดยตรง
- ก. Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ
- ข. (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น
- ค. Reasoning การคิดให้เหตุผล
- ง. (W)Riting การเขียนสื่อความ
34. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ในการจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษาจะต้องเสนอให้องค์คณะบุคคลใดให้ความเห็นชอบก่อน
- ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
- ข. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา
- ค. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
35. ข้อใดสรุปแนวคิดของไวก็อตสกี (Lev Vygotsky) เกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กได้ถูกต้องตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม
- ก. การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด
- ข. การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส
- ค. เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
- ง. เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
36. โรงเรียนบ้านดอยสูงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร มีนักเรียนจำนวน 40 คน ทำให้ได้รับงบประมาณน้อย แต่มีภาระค่าเดินทางและค่าขนส่งวัสดุอุปกรณ์สูง หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามมาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ จะต้องใช้เกณฑ์ใดในการจัดสรรทรัพยากร และสอดคล้องกับเป้าหมายใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ
- ก. คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access
- ข. คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency
- ค. คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity
- ง. คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality
37. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Kohlberg) พัฒนาการทางจริยธรรมในระดับเหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ขั้นที่ 5 ตรงกับข้อใด
- ก. ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล
- ข. ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี
- ค. ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม
- ง. ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
38. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สำหรับชิ้นงานหรือภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น การเขียนเรียงความหรือการทำโครงงาน ข้อใดอธิบายลักษณะและความสำคัญของเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ได้ถูกต้อง
- ก. เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว
- ข. เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า
- ค. เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน
- ง. เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน
39. ในการจัดการเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน หากครูต้องการอธิบายจำนวนประเทศสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบันเพื่อให้นักเรียนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ครูต้องระบุว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่ประเทศ
- ก. 12 ประเทศ
- ข. 10 ประเทศ
- ค. 11 ประเทศ
- ง. 9 ประเทศ
40. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) ข้อใดระบุจุดเน้นสำคัญที่แตกต่างจากแนวคิดพัฒนาการของฟรอยด์ได้ถูกต้อง
- ก. เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต
- ข. เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก
- ค. เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น
- ง. เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง
41. ในระหว่างการสอบปลายภาคเรียน เด็กชายมานะตั้งใจทำข้อสอบด้วยตนเองและไม่คิดจะลอกเพื่อน โดยให้เหตุผลว่า "การไม่ทุจริตเป็นกฎของโรงเรียน ซึ่งทุกคนต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด" การให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเด็กชายมานะสอดคล้องกับขั้นใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก (Kohlberg)
- ก. ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ
- ข. ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ
- ค. ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
- ง. ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม
42. ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากการปฏิบัติงานในห้องเรียนแล้ว ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในการร่วมจัดทำเอกสารสำคัญตามข้อใด
- ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน
- ข. แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ
- ค. แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก
- ง. แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ
43. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดจัดหมวดหมู่องค์ประกอบตามหลัก 3 ห่วง และ 2 เงื่อนไข ได้ถูกต้อง
- ก. การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ
- ข. ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข
- ค. ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
- ง. ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
44. ในการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองดอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ควรแสดงบทบาทในการปฏิบัติงานอย่างไรให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
- ก. เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน
- ข. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
- ง. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR
45. ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of Experience) ที่นำมาใช้อธิบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ข้อใดระบุหลักการจัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้ได้ถูกต้องตามแนวคิดดั้งเดิมของเดล
- ก. จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม
- ข. จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย
- ค. จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90
- ง. จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ
46. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ด.ช. ภัทร มีความเข้าใจเดิมว่า 'สัตว์ที่บินได้ทุกชนิดคือนก' แต่เมื่อครูสอนว่า 'ค้างคาวบินได้แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่นก' ทำให้ภัทรไม่สามารถนำข้อมูลนี้ไปรวมกับความคิดเดิมได้ และต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดเดิมเพื่อรองรับข้อมูลใหม่นี้ การเรียนรู้ของภัทรสอดคล้องกับกระบวนการใดตามแนวคิดของเพียเจต์ (Jean Piaget)
- ก. กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)
- ข. การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)
- ค. การปรับโครงสร้าง (Accommodation)
- ง. กระบวนการดูดซึม (Assimilation)
47. ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานข้อใดที่ระบุว่าเกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ซึ่งทำให้ครูมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน
- ก. มาตรฐานที่ 1 2 และ 3
- ข. มาตรฐานที่ 1 และ 3
- ค. มาตรฐานที่ 1 และ 2
- ง. มาตรฐานที่ 2 และ 3
48. ตามกรอบแนวคิด TPACK สำหรับการจัดการเรียนรู้ของครูยุคดิจิทัล ความรู้ด้านใดหมายถึง "รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน"
- ก. ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)
- ข. ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)
- ค. ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)
- ง. ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge)
49. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาต้องจัดให้มีขึ้นตามกำหนดความถี่ในข้อใด
- ก. อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
- ข. จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย
- ค. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
- ง. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
50. ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบหมายให้ครูฝ่ายแผนงานชี้แจงที่มาทางกฎหมายและลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อใช้เป็นกรอบเป้าหมายระยะยาว หากครูฝ่ายแผนงานต้องการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้อง ควรระบุตามข้อใด
- ก. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
- ข. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
- ค. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี
- ง. จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี
51. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามและร่วมตอบคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนประการใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ก. ความสามารถในการสื่อสาร
- ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ค. ความสามารถในการคิด
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
52. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดจับคู่นักทฤษฎีกับแนวคิดและคำสำคัญได้ถูกต้อง?
- ก. บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว
- ข. พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ
- ค. สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย
- ง. ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล
53. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในข้อใด
- ก. ความสามารถในการคิด
- ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ค. ความสามารถในการสื่อสาร
- ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
54. ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ครูประจำชั้นต้องการส่งเสริมจิตลักษณะส่วน "ลำต้น" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมให้กับนักเรียน กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจิตลักษณะส่วนลำต้นโดยตรง
- ก. การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา
- ข. การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน
- ค. การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด
- ง. การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม
55. ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณสมบัติข้อใดระบุว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ
- ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
- ข. ความเชื่อมั่น (Reliability)
- ค. ความเที่ยงตรง (Validity)
- ง. อำนาจจำแนก (Discrimination)
56. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในวิชาชีพครู ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้ถูกต้องที่สุด
- ก. เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม
- ข. เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา
- ค. เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน
- ง. เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน
57. ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ทักษะ "การสะท้อนความรู้สึก" มีลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด
- ก. การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น
- ข. การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ
- ค. การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง
- ง. การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด
58. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อฝึกให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ทำชิ้นงานให้สำเร็จ และภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกมีปมด้อยหรือด้อยความสามารถ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับขั้นวิกฤตทางจิตสังคมใดตามทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน
- ก. Initiative vs Guilt
- ข. Industry vs Inferiority
- ค. Identity vs Role Confusion
- ง. Intimacy vs Isolation
59. ครูสมใจต้องการนำการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้และไม่ใช่เป็นเพียง "แฟ้มเก็บงาน" ครูสมใจควรแนะนำให้นักเรียนดำเนินการอย่างไร
- ก. คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร
- ข. นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน
- ค. คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ
- ง. รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด
60. ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักเรียนได้ขอให้ครูประจำชั้นสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่เล่าไว้เป็นความลับ ต่อมานักเรียนเปิดเผยว่าตนเองถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายที่บ้านเป็นประจำ จากสถานการณ์นี้ ครูควรดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา
- ก. ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน
- ข. เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ
- ค. แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย
- ง. นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน
61. สถานศึกษาแห่งหนึ่งร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถานประกอบการในการพัฒนาหลักสูตรทักษะอาชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมผู้เรียนสร้างสรรค์โครงงานนวัตกรรม เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายการศึกษาด้านใดโดยตรง
- ก. Equity
- ข. Relevancy
- ค. Access
- ง. Efficiency
62. ในการจัดการเรียนรู้ ครูประจำชั้นทดลองเทน้ำจากแก้วทรงเตี้ยปากกว้างลงในแก้วทรงสูงปากแคบต่อหน้านักเรียน พบว่าเด็กหญิงฟ้า อายุ 8 ปี สามารถตอบได้อย่างถูกต้องทันทีว่าปริมาณน้ำยังคงเท่าเดิม พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความเข้าใจเรื่องการคงตัว (Conservation) ซึ่งตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด
- ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
- ข. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม
- ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม
- ง. ขั้นก่อนปฏิบัติการ
63. ครูสมควรสร้างแบบทดสอบปลายภาคเรียน โดยกำหนดข้อคำถามอย่างรัดกุมให้นักเรียนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งทำเฉลยเกณฑ์การให้คะแนนอย่างละเอียดเพื่อให้ไม่ว่าครูคนใดเป็นผู้ตรวจก็ให้คะแนนตรงกัน การกระทำของครูสมควรแสดงถึงการคำนึงถึงคุณภาพเครื่องมือวัดผลในด้านใด
- ก. ความเป็นปรนัย
- ข. อำนาจจำแนก
- ค. ความยุติธรรม
- ง. การใช้งานได้จริง
64. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หากผู้เรียนมีผลการเรียนดี แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ และไม่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนได้ จัดว่าระบบการศึกษาล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด
- ก. ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)
- ข. ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)
- ค. ด้านความเท่าเทียม (Equity)
- ง. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)
65. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) มีจุดมุ่งเน้นสำคัญอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายด้านผู้เรียน
- ก. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน
- ข. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน
- ค. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้
- ง. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา
66. ในการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 หากสถานศึกษารายงานผลการดำเนินงานว่า 'โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ' การดำเนินงานดังกล่าวจัดเข้าสู่มาตรฐานใด
- ก. มาตรฐานที่ 3
- ข. มาตรฐานที่ 4
- ค. มาตรฐานที่ 1
- ง. มาตรฐานที่ 2
67. ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง เงื่อนไขสำคัญด้าน "ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy)" หมายถึงข้อใด
- ก. ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา
- ข. เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา
- ค. มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา
- ง. ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา
68. ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพต้องการประเมินการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล แทนที่จะใช้แบบทดสอบปรนัยวัดขั้นตอนการทำบัญชี ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริงในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งประเมินจากผลงานและการสังเกตพฤติกรรม การดำเนินการของครูดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด
- ก. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
- ข. การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)
- ค. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
- ง. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
69. ครูสมศรีสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้น ป.3 โดยตั้งเกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ที่ 80/80 เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่านักเรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81 ตามหลักการหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรม คะแนนร้อยละ 83 และร้อยละ 81 ดังกล่าวตรงกับข้อใดตามลำดับ
- ก. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
- ข. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
- ค. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
- ง. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
70. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ความสามารถในการตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมทั้งคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด
- ก. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)
- ข. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)
- ค. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)
- ง. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational)
71. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) กิจกรรมใดที่กำหนดให้ผู้เรียนดำเนินการที่บ้าน
- ก. ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ
- ข. ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้
- ค. ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน
- ง. ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน
72. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จะต้องดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบโดยหน่วยงานหรือบุคคลใด
- ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง
- ข. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่
- ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
- ง. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง
73. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การ 'ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม' จัดเป็นขั้นตอนลำดับใดของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
- ก. ขั้นที่ 4
- ข. ขั้นที่ 2
- ค. ขั้นที่ 3
- ง. ขั้นที่ 5
74. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมผิดปกติ เช่น มีพฤติกรรมถดถอยหรือก้าวร้าวใส่เพื่อนโดยไม่มีเหตุ ครูผู้สอนควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
- ก. ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด
- ข. สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว
- ค. ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ
- ง. ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้
75. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของ "เป้าหมายด้านผู้เรียน" (Learner Aspirations) ได้อย่างถูกต้อง
- ก. กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
- ข. กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช
- ค. กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ
- ง. กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs
76. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 คำว่า “ผู้สอน” หมายความถึงบุคคลตามข้อใด
- ก. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ข. บุคลากรผู้ทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอน
- ค. ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
- ง. บุคลากรวิชาชีพด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษา
77. ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการชุดนี้จะต้องศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในกรอบเวลาใด
- ก. ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
- ข. ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ค. ภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
- ง. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
78. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดจากผู้สอบแข่งขันได้ ให้ดำเนินการตามหลักการใด
- ก. บรรจุและแต่งตั้งตามความประสงค์ของสถานศึกษา
- ข. บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
- ค. บรรจุและแต่งตั้งตามเกณฑ์คะแนนการประเมินภาคความเหมาะสม
- ง. บรรจุและแต่งตั้งตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ
79. โรงเรียนแห่งหนึ่งสำรวจพบว่ามีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับในเขตบริการที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และไม่มีผู้ดูแล ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติต่อเด็กรายนี้อย่างไร
- ก. ส่งตัวเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ของรัฐเป็นการถาวร เพื่อให้รับการสงเคราะห์ดูแลแทนการเข้าเรียนในสถานศึกษา
- ข. ผ่อนผันให้เด็กพ้นจากการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับทันที เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสภาพร่างกายและไม่มีผู้ดูแล
- ค. รับเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติโดยใช้รูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์การประเมินเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
- ง. จัดการศึกษาเป็นพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ และบริการตามความจำเป็น
80. ในการประชุมวางแผนพัฒนาสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของคณะครูให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายไว้ การดำเนินการในข้อใดสอดคล้องกับหลักคิดและเป้าหมายร่วมที่กำหนดไว้มากที่สุด
- ก. ปรับโครงสร้างการบริหารงานแบบสายบังคับบัญชาเดี่ยว เพื่อลดความทับซ้อนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก
- ข. ปรับระบบการบริหารให้ยึดเสถียรภาพทางการเงินเป็นหลัก โดยตระหนักว่าวิกฤตทางการเงินมีความสำคัญกว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์
- ค. ปรับระบบการทำงานสู่การทำงานเป็นทีมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ โดยตระหนักว่าวิกฤตด้านทุนมนุษย์สำคัญกว่าวิกฤตทางการเงิน
- ง. ปรับระบบการรับผู้เรียนโดยเน้นเฉพาะผู้ที่มีความพร้อมสูง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงและป้องกันปัญหาการตกหล่นจากระบบ
81. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องการจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กลุ่มเป้าหมายใดที่ต้องได้รับการพัฒนาร่วมกันเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะตามที่กฎหมายกำหนด
- ก. ผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ข. ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ค. ผู้ใช้และผู้ซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
- ง. ผู้บริหารและผู้ควบคุมระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
82. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในการประเมินคุณภาพภายนอก สถานศึกษามีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือตามข้อใด
- ก. จัดทำรายงานประเมินตนเองและส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเผยแพร่ต่อสาธารณชนทุก 3 ปี
- ข. จัดเตรียมเอกสารหลักฐานและให้บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามคำร้องขอ
- ค. แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับเพื่อร่วมลงคะแนนและตรวจสอบมาตรฐานการประเมินในสถานศึกษา
- ง. จัดสรรงบประมาณและอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะรวมทั้งเบี้ยเลี้ยงแก่คณะผู้ประเมินภายนอก
83. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนโฉมบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ กำหนดให้ปรับเปลี่ยนบทบาทจาก "ครูสอน" ไปเป็นบทบาทใด
- ก. เป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "ผู้ประสานการเรียนรู้"
- ข. เป็น "ที่ปรึกษา" หรือ "ผู้จัดการการเรียนรู้"
- ค. เป็น "พี่เลี้ยง" หรือ "ผู้กำกับการเรียนรู้"
- ง. เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"
84. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เด็กกลุ่มใดต่อไปนี้จัดเป็น “เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ”
- ก. เด็กที่บิดามารดาหย่าร้างกัน
- ข. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า
- ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด
- ง. เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน
85. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เมื่อคุรุสภาได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษเกี่ยวกับการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ กฎหมายกำหนดให้ผู้ใดเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพโดยไม่ชักช้า
- ก. เลขาธิการคุรุสภา
- ข. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
- ค. ประธานกรรมการคุรุสภา
- ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
86. ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พบว่าโรงเรียนของตนยังไม่สามารถปฏิบัติงานด้านการเงินและพัสดุตามที่กฎหมายกำหนดได้เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 โรงเรียนดังกล่าวสามารถดำเนินการตามแนวทางใด
- ก. เสนอให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานดังกล่าวแทนเป็นการถาวร
- ข. ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้ามารับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
- ค. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถานศึกษามาปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงาน
- ง. ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดรับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทนเป็นการชั่วคราว
87. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีกำหนดแนวทางไว้อย่างไร
- ก. ตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
- ข. ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด
- ค. กำหนดค่าตอบแทนครูและอาจารย์ตามเกณฑ์ระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการเป็นสำคัญ
- ง. เริ่มดำเนินการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนโดยร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายตามฐานะ
88. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่กำหนดเกี่ยวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีเกณฑ์เป้าหมายตามข้อใด
- ก. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ข. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนรวมทุกวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ค. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
- ง. ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนแต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไปเพิ่มขึ้น
89. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง กำหนดให้มีส่วนราชการตามข้อใด
- ก. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- ข. สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ค. สำนักงานรัฐมนตรี และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- ง. สำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
90. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากเด็กฝ่าฝืนข้อห้ามซื้อหรือเสพสุราหรือบุหรี่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามข้อใด
- ก. มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและว่ากล่าวตักเตือน
- ข. ส่งตัวเด็กและผู้ปกครองไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
- ค. มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองชำระค่าปรับทางปกครองตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด
- ง. มีคำสั่งให้ส่งตัวเด็กไปยังสถานแรกรับเพื่อทำการควบคุมความประพฤติในทันที
91. ครูประจำชั้นออกเยี่ยมบ้านนักเรียน พบว่าผู้ปกครองของนักเรียนมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของนักเรียนที่อยู่ในความปกครองดูแล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นักเรียนรายนี้จัดอยู่ในกลุ่มเด็กประเภทใด
- ก. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ
- ข. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์
- ค. เด็กที่ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
- ง. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด
92. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 การจัดระเบียบบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็นส่วนใดบ้าง
- ก. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ข. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ค. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
- ง. ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา และระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
93. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ไม่สามารถดำเนินการสอบแข่งขันได้ องค์กรใดมีอำนาจคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยวิธีอื่น
- ก. อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
- ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
- ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
94. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีซึ่งกำหนดโดยผู้ใด
- ก. สภาการศึกษา
- ข. คณะกรรมการ
- ค. นายกรัฐมนตรี
- ง. คณะรัฐมนตรี
95. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม
- ก. การคงบทบาทครูผู้ถ่ายทอดเนื้อหาเป็นหลักร่วมกับการรวมศูนย์การบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ข. การมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแบบเดี่ยวและลดความสำคัญของการพัฒนาพหุปัญญาด้านอื่น
- ค. การกำหนดให้ผู้เรียนต้องคงอยู่ในระบบการศึกษาตลอดช่วงวัยเพื่อรับการประเมินมาตรฐานเดียวกัน
- ง. การปรับเปลี่ยนบทบาทครู และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
96. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดสอดคล้องกับแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ของสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ก. ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยแยกสอนเฉพาะวิชาจริยธรรมเท่านั้น
- ข. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ค. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้คิดเป็น ทำเป็น และรักการอ่าน
- ง. กำหนดให้จัดการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนและเวลาเรียนเท่านั้น เพื่อควบคุมการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกัน
97. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายกำหนดสถานภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร
- ก. เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ข. เป็นพนักงานฝ่ายปกครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ค. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- ง. เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
98. ตามแนวทางการพัฒนาด้านการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 หากกระทรวงศึกษาธิการจะกระจายอำนาจสู่พื้นที่และสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับบทบาทและภารกิจหลักไปในลักษณะใด
- ก. เป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน การนิเทศ ติดตามประเมินผล และส่งเสริมสนับสนุน
- ข. เป็นผู้จัดการเรียนการสอนและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาโดยตรง
- ค. เป็นผู้ควบคุมสั่งการและอนุมัติการดำเนินงานโครงการทั้งหมดของสถานศึกษาจากส่วนกลาง
- ง. เป็นผู้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและจัดสรรบุคลากรลงสู่สถานศึกษาโดยไม่กระจายอำนาจ
99. ครูสมชายถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาแล้วมีมติให้ลงโทษโดยการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตได้ตามข้อใด
- ก. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 10 ปี
- ข. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี
- ค. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
- ง. มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 3 ปี
100. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 การกระทำของผู้ใดที่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ มีผลความรับผิดตามข้อใด
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
- ข. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 10,000 บาท
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
- ง. มีโทษทางอาญา ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน 1,000 บาท