ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข ชุดสอบเสมือนจริง ชุดที่ 3

ชุดสอบเสมือนจริง ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข (ไม่รวมวิชาเอก) · ผู้เตรียมสอบครูผู้ช่วย สพฐ. 2569

Overview

จำนวนข้อตามคะแนนที่หลักสูตร ก.ค.ศ. กำหนด (ความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน 75 · กฎหมายการศึกษา 25) ชุดนี้ไม่รวมวิชาเอก 100 คะแนน ซึ่งขึ้นกับวิชาเอกที่สมัคร ส่วนเวลาสอบเป็นการประมาณการของ SIENSOB 100 ข้อ · เวลา 100 นาที

Exam framework: ครูผู้ช่วย สพฐ.
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 100 questions · 0 topics · multiple choice · 100 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

69 min

Estimated time

16

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 34% · Variance +34pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 33% · Variance +33pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 33% · Variance +33pp · major mismatch ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+34pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+33pp).

⚠ difficulty hard: major_mismatch (+33pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 4:00:09 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

100 approved and ready to save.

Q1
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ประกอบด้วยขั้นตอนใดเรียงตามลำดับ

  • ก. วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน ✓
  • ข. วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน
  • ค. วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง
  • ง. วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน" วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR ประกอบด้วยขั้นตอนเรียงลำดับคือ วางแผน (Plan) – ปฏิบัติ (Act) – สังเกต (Observe) – สะท้อน (Reflect) แล้ววนรอบใหม่ ส่วนการวางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง เป็นวงจร PDCA ของเดมมิ่งที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง" ผิด: เป็นขั้นตอนของวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) ของเดมมิ่งที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ ไม่ใช่วงจร PAOR ของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ • "วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต" ผิด: สลับลำดับขั้นตอน โดยการสะท้อน (Reflect) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรเพื่อวิเคราะห์ผลก่อนนำไปวางแผนรอบใหม่ • "วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน" ผิด: สลับลำดับขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ถูกต้องต้องลงมือปฏิบัติ (Act) ก่อนจึงจะทำการสังเกต (Observe) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “P–A–O–R = วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน แล้ววนรอบใหม่ · ระวังสับสนกับ PDCA ของเดมมิ่ง (Plan–Do–Check–Act) ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ (บทที่ 5) ทั้งสองแบบเป็นวงจรพัฒนาเหมือนกัน แต่ PAOR ใช้กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “P–A–O–R = วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน แล้ววนรอบใหม่ · ระวังสับสนกับ PDCA ของเดมมิ่ง (Plan–Do–Check–Act) ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ (บทที่ 5) ทั้งสองแบบเป็นวงจรพัฒนาเหมือนกัน แต่ PAOR ใช้กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนด้วยความขยัน อดทน ซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตามข้อใด

  • ก. เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
  • ข. เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล
  • ค. เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว
  • ง. เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขคุณธรรมครอบคลุมความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันอดทน ตลอดจนการแบ่งปันแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตตามความพอเพียงไม่กลายเป็นการเห็นแก่ตัว และทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก" ผิด: การปฏิบัติตามหลักปรัชญามุ่งสร้างความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครบทั้ง 4 มิติ ไม่ใช่เฉพาะมิติเศรษฐกิจ • "เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล" ผิด: หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มุ่งแค่การประหยัดส่วนบุคคล แต่เน้นความสมดุลและการเผื่อแผ่แบ่งปัน • "เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว" ผิด: ความขยัน อดทน ซื่อสัตย์ และการแบ่งปัน จัดอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม ไม่ใช่เงื่อนไขความรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “นี่คือคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “นี่คือคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูท่านหนึ่งสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ เพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยข้อสอบข้อหนึ่งได้รับคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน ได้แก่ +1, +1 และ 0 ตามลำดับ ครูควรสรุปผลและดำเนินการกับข้อสอบข้อนี้อย่างไร

  • ก. ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50
  • ข. ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
  • ค. สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ✓
  • ง. ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป" การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คำนวณจากคะแนนเฉลี่ยของผู้เชี่ยวชาญ ในข้อนี้ได้ผลลัพธ์เป็น (1 + 1 + 0) / 3 = 0.67 ซึ่งตามหลักเกณฑ์ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้ ดังนั้นข้อสอบข้อนี้จึงผ่านเกณฑ์และนำไปใช้ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป" ผิด: เกณฑ์ค่า IOC ที่ถือว่าใช้ได้ตามหลักการคือตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ไม่ใช่ 0.80 • "ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์" ผิด: เกณฑ์ไม่ได้บังคับว่าผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้ +1 แต่พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยรวม • "ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50" ผิด: การเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ (1 + 1 + 0) / 3 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 0.67 ไม่ใช่ 0.33 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “นำมาหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item–Objective Congruence: IOC) โดยเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “นำมาหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item–Objective Congruence: IOC) โดยเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเตรียมนำไปใช้จัดการเรียนรู้ ข้อใดระบุองค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษาได้ถูกต้องครบถ้วน

  • ก. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  • ข. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล ✓
  • ค. ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  • ง. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ตามมาตรา 27 วรรคสอง หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำขึ้น มีองค์ประกอบหลักที่ต้องกำหนดไว้ ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และตารางสอนรายบุคคลมิใช่องค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา • "ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา โดยมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นและแผนการจัดการเรียนรู้มิใช่องค์ประกอบหลักตามที่ระบุไว้ • "นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์และกิจกรรมแนะแนวมิใช่องค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำตามมาตรา 27 วรรคสอง มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำตามมาตรา 27 วรรคสอง มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วางหลักการจัดการศึกษาอันเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" โดยกำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักใด

  • ก. ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน
  • ข. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน
  • ค. ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้
  • ง. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ได้วางหลักการจัดการศึกษาว่า "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" ซึ่งข้อความนี้ถือเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" ในวงการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด • "ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด • "ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการประเมินคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของคุณภาพด้าน "ความเป็นปรนัย" ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ ✓
  • ข. เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้
  • ค. การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ
  • ง. เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ" ตามหลักการวัดประเมินผล ความเป็นปรนัยหมายถึงความชัดเจนที่ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ ครอบคลุมทั้งความชัดเจนของคำถาม การตรวจให้คะแนน และการแปลผล ส่วนการวัดตรงสิ่งที่ต้องการวัดคือความเที่ยงตรง และการวัดซ้ำได้ผลคงที่คือความเชื่อมั่น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้" ผิด: การจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนเป็นความหมายของอำนาจจำแนก ไม่ใช่ความเป็นปรนัย • "การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ" ผิด: การวัดซ้ำแล้วได้ผลคงที่เป็นความหมายของความเชื่อมั่น ไม่ใช่ความเป็นปรนัย • "เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง" ผิด: การวัดได้ตรงสิ่งที่ต้องการวัดเป็นความหมายของความเที่ยงตรง ไม่ใช่ความเป็นปรนัย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเป็นปรนัย | ชัดเจน ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ | คำถาม · การตรวจ · การแปลผล |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเที่ยงตรง | วัดตรงสิ่งที่ต้องการวัด (สำคัญที่สุด) | เชิงเนื้อหา: IOC ≥ 0.50 · เชิงโครงสร้าง · เชิงสภาพ/พยากรณ์ |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเชื่อมั่น | วัดซ้ำได้ผลคงที่ | สอบซ้ำ · คู่ขนาน · KR-20 (0/1) · แอลฟาครอนบาค (หลายระดับ) |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเป็นปรนัย | ชัดเจน ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ | คำถาม · การตรวจ · การแปลผล |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในมาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy มีแนวคิดที่ใช้กำกับตามข้อใด

  • ก. Education for All
  • ข. All for Education
  • ค. AI for All ✓
  • ง. Global Partnerships

Explanation: คำตอบที่ถูก: "AI for All" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy กำหนดแนวคิดที่กำกับคือ AI for All เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีวิจารณญาณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Global Partnerships" ผิด: Global Partnerships เป็นกรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลกในมาตรการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่สากล • "Education for All" ผิด: Education for All เป็นหลักการสากลในการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาของแผนการศึกษาแห่งชาติ ไม่ใช่แนวคิดกำกับ AI Literacy ตามนโยบายนี้ • "All for Education" ผิด: All for Education เป็นหลักการระดมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในแผนการศึกษาแห่งชาติ ไม่ใช่แนวคิดกำกับ AI Literacy ตามนโยบายนี้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “แนวคิดที่กำกับคือ AI for All คือทุกคนต้องเข้าถึงและใช้ AI เป็น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ภายใต้กรอบ Global Partnerships”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “แนวคิดที่กำกับคือ AI for All คือทุกคนต้องเข้าถึงและใช้ AI เป็น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการพัฒนาตนเองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิด "Reskill" และ "Upskill" ได้ถูกต้อง

  • ก. Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่
  • ข. Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ✓
  • ค. Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน
  • ง. Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม" Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (Re- = เริ่มใหม่) เช่น พนักงานบัญชีไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (Up- = ขึ้นไปอีกขั้น) เช่น ครูที่สอนอยู่แล้วเรียนใช้ AI ช่วยออกแบบสื่อ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ" ผิด: การจัดการศึกษาสำหรับเด็กและคนวัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุเป็นแนวคิดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทุกช่วงวัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ไม่ใช่ความหมายของ Reskill หรือ Upskill • "Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน" ผิด: การนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์หรือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบล้มกระดานตรงกับแนวคิด Disruption ไม่ใช่ Reskill หรือ Upskill • "Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่" ผิด: เป็นการสลับความหมายกัน โดย Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Reskill = เรียนทักษะ ใหม่ เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (เช่น พนักงานบัญชีที่งานถูกระบบอัตโนมัติแทน ไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Upskill = ยกระดับ ทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (เช่น ครูที่สอนอยู่แล้วเรียนใช้ AI ช่วยออกแบบสื่อ)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “💡 จำง่าย: Re- = เริ่มใหม่ · Up- = ขึ้นไปอีกขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Reskill = เรียนทักษะ ใหม่ เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (เช่น พนักงานบัญชีที่งานถูกระบบอัตโนมัติแทน ไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เกณฑ์ตัวเลขของ "ค่าความยาก" (Difficulty) ของข้อสอบที่ถือว่าเหมาะสมและนำไปใช้ได้ คือข้อใด

  • ก. 0.20–0.80 ✓
  • ข. ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
  • ค. ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
  • ง. ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป

Explanation: คำตอบที่ถูก: "0.20–0.80" ตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์ค่าความยากที่เหมาะสมและใช้ได้กำหนดไว้ที่ 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) ส่วนเกณฑ์ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไปเป็นค่าอำนาจจำแนก และเกณฑ์ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไปเป็นค่า IOC ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป เป็นเกณฑ์ของค่าอำนาจจำแนก ไม่ใช่ค่าความยาก • "ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป เป็นเกณฑ์ของค่า IOC ไม่ใช่ค่าความยาก • "ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป เป็นข้อสอบที่ง่ายเกินไป ไม่จัดอยู่ในช่วงความยากที่เหมาะสม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “⚠️ ตัวเลขที่ต้องจำ: IOC ≥ 0.50 · ความยาก 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) · อำนาจจำแนก ≥ 0.20 (ติดลบ = ข้อสอบมีปัญหา)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “⚠️ ตัวเลขที่ต้องจำ: IOC ≥ 0.50 · ความยาก 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) · อำนาจจำแนก ≥ 0.20 (ติดลบ = ข้อสอบมีปัญหา)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มปัญญานิยม แนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความหมายและการใช้ Advance Organizer สัมพันธ์กับนักทฤษฎีท่านใด

  • ก. แบนดูรา
  • ข. ออซูเบล ✓
  • ค. บรูเนอร์
  • ง. กาเย่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ออซูเบล" ตามทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม ออซูเบลมีคำสำคัญคือการเรียนรู้อย่างมีความหมายและ Advance Organizer จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ส่วนกาเย่มีคำสำคัญคือเหตุการณ์การสอน 9 ขั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แบนดูรา" ผิด: แบนดูราอยู่ในกลุ่มการเรียนรู้ทางสังคมที่มีคำสำคัญคือตัวแบบ ตุ๊กตาโบโบ้ และ Self-efficacy • "กาเย่" ผิด: กาเย่อยู่ในกลุ่มปัญญานิยมที่มีคำสำคัญคือเหตุการณ์การสอน 9 ขั้น ไม่ใช่ Advance Organizer • "บรูเนอร์" ผิด: บรูเนอร์อยู่ในกลุ่มปัญญานิยมที่มีคำสำคัญคือการค้นพบ และหลักสูตรเกลียว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | ออซูเบล | มีความหมาย · Advance Organizer |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | กาเย่ | เหตุการณ์การสอน 9 ขั้น |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | ออซูเบล | มีความหมาย · Advance Organizer |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มีการย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ไปรวมไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด

  • ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
  • ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ✓
  • ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้ย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีมาไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งออกเป็นการออกแบบและเทคโนโลยีกับวิทยาการคำนวณ ส่วนกลุ่มสาระเดิมจึงปรับเปลี่ยนเหลือชื่อเพียงกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้รับการปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 แต่ไม่ได้เป็นกลุ่มสาระที่รับย้ายสาระเทคโนโลยีเข้ามา • "กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีการปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดเฉพาะสาระภูมิศาสตร์ ไม่ได้เป็นกลุ่มสาระที่รับย้ายสาระเทคโนโลยี • "กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพคือกลุ่มสาระเดิมที่ถูกตัดย้ายสาระเทคโนโลยีออกไป จนเหลือชื่อเพียงการงานอาชีพ ไม่ใช่กลุ่มสาระใหม่ที่รับย้ายสาระเทคโนโลยีเข้าไป อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “และย้าย สาระเทคโนโลยี ออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี มาไว้ในกลุ่ม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น การออกแบบและเทคโนโลยี กับ วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระเดิมจึงเหลือชื่อว่า "การงานอาชีพ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “และย้าย สาระเทคโนโลยี ออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี มาไว้ในกลุ่ม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น การออกแบบและเทคโนโลยี กับ วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระเดิมจึงเหลือชื่อว่า "การงานอาชีพ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูมานะสังเกตพบว่าระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนหลายคนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ครูจึงต้องการจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหาที่พบ พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยในชั้นเรียนต่อไป ครูมานะควรดำเนินการระบุข้อมูลดังกล่าวลงในองค์ประกอบใดของแผนการจัดการเรียนรู้

  • ก. สาระสำคัญ
  • ข. กิจกรรมการเรียนรู้
  • ค. การวัดและประเมินผล
  • ง. บันทึกหลังสอน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บันทึกหลังสอน" บันทึกหลังสอนเป็นองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ครูใช้บันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข ซึ่งข้อมูลที่ได้จากบันทึกหลังสอนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สาระสำคัญ" ผิด: สาระสำคัญคือส่วนที่ระบุความคิดรวบยอดของเรื่องที่จัดการเรียนรู้ • "กิจกรรมการเรียนรู้" ผิด: กิจกรรมการเรียนรู้คือขั้นตอนที่วางแผนไว้ล่วงหน้าซึ่งมักแบ่งเป็นขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป • "การวัดและประเมินผล" ผิด: การวัดและประเมินผลคือส่วนที่กำหนดวิธีการและเครื่องมือประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “บันทึกหลังสอน ซึ่งครูบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข บันทึกหลังสอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “บันทึกหลังสอน ซึ่งครูบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข บันทึกหลังสอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ไปถึงระดับสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR (พูเอนเตดูรา) จากแนวคิดดังกล่าว ขั้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ครูมุ่งหวังให้เกิดขึ้นตรงกับข้อใด

  • ก. Augmentation
  • ข. Modification
  • ค. Redefinition ✓
  • ง. Substitution

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Redefinition" ตามแบบจำลอง SAMR ของพูเอนเตดูรา มีลำดับการใช้เทคโนโลยีเริ่มจาก Substitution ไปยัง Augmentation, Modification จนถึง Redefinition ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดในการจัดการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Augmentation" ผิด: Augmentation เป็นขั้นการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR • "Substitution" ผิด: Substitution เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนที่ ไม่ใช่ขั้นสูงสุดของแบบจำลอง SAMR • "Modification" ผิด: Modification เป็นขั้นปรับเปลี่ยนภาระงานการเรียนรู้ แต่ยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR (พูเอนเตดูรา) | Substitution → Augmentation → Modification → Redefinition (สูงสุด)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR (พูเอนเตดูรา) | Substitution → Augmentation → Modification → Redefinition (สูงสุด)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitivism) และกลุ่มการสร้างความรู้ (Constructivism) มีมุมมองต่อกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญตามข้อใด

  • ก. เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้
  • ข. เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม ✓
  • ค. เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน
  • ง. เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม" กลุ่มปัญญานิยมและกลุ่มการสร้างความรู้มองว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ และการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม โดยครูต้องเน้นให้ผู้เรียนคิด ไม่ใช่แค่ทำตาม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน" ผิด: การปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเป็นแนวคิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายนอกของกลุ่มพฤติกรรมนิยม • "เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้" ผิด: การเสริมแรงและการให้ผู้เรียนเพียงทำตามเป็นหลักการของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ขณะที่กลุ่มปัญญานิยมเน้นให้ผู้เรียนคิด • "เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน" ผิด: การมองว่าการเรียนรู้คือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเป็นแนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ไม่ใช่กลุ่มปัญญานิยม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้แย้งพฤติกรรมนิยมว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจาก กระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้แย้งพฤติกรรมนิยมว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจาก กระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการได้เสนอจัดหมวดหมู่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ หากครูได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตร ควรให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร

  • ก. รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ ✓
  • ข. รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
  • ค. รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ
  • ง. คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีเพียง 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4 ลักษณะ โดยกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไม่ได้แยกเป็นลักษณะเดี่ยว แต่จัดรวมอยู่ภายใต้กิจกรรมนักเรียน จึงต้องปรับลดและจัดหมวดหมู่ให้ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ" ผิด: หลักสูตรแกนกลางกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้เพียง 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4 ลักษณะ • "รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ" ผิด: ลูกเสือไม่ได้จัดอยู่ในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ แต่จัดอยู่ในกิจกรรมนักเรียน • "รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ" ผิด: กิจกรรมชุมนุมไม่ได้จัดรวมกับกิจกรรมแนะแนว แต่จัดอยู่ในกิจกรรมนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ลูกเสือ" และ "ชุมนุม" อยู่ใน กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยก · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ลูกเสือ" และ "ชุมนุม" อยู่ใน กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยก · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 หากครูปฐมวัยจัดกิจกรรมพาเด็กไปสำรวจแปลงเกษตรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและลงมือปฏิบัติอย่างมีความสุข พร้อมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานใด

  • ก. มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  • ข. มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
  • ค. มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก
  • ง. มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ" ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 3 คือ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งเน้นให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข รวมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง จึงตรงกับการจัดกิจกรรมและบทบาทของครูปฐมวัยในสถานการณ์นี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ" ผิด: เป็นมาตรฐานด้านการบริหารจัดการของสถานศึกษา เช่น การจัดทำหลักสูตร หรือการจัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน • "มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก" ผิด: เป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์พัฒนาการ 4 ด้านของเด็ก ไม่ใช่มาตรฐานด้านกระบวนการจัดกิจกรรมของครู • "มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" ผิด: เป็นชื่อของมาตรฐานที่ 3 ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยในระดับปฐมวัยจะใช้คำว่า จัดประสบการณ์ และ เด็ก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มี 4 ข้อ เน้นให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข และ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “สังเกตว่าระดับปฐมวัยใช้คำว่า "จัดประสบการณ์" แทน "จัดการเรียนการสอน" และ "เด็ก" แทน "ผู้เรียน"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มี 4 ข้อ เน้นให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข และ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูประจำชั้นสังเกตพบว่า ด.ช.ตะวัน มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ กะระยะ และจินตนาการรูปทรงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสนใจงานออกแบบและใฝ่ฝันอยากเป็นสถาปนิกในอนาคต พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้เรียนมีความฉลาดโดดเด่นตรงกับปัญญาด้านใดตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner)

  • ก. ด้านมิติสัมพันธ์ ✓
  • ข. ด้านธรรมชาติวิทยา
  • ค. ด้านการเข้าใจตนเอง
  • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านมิติสัมพันธ์" ตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) มนุษย์มีความฉลาดหลายด้าน โดยปัญญาด้านมิติสัมพันธ์คือผู้ที่เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน พฤติกรรมของนักเรียนจึงตรงกับด้านนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านธรรมชาติวิทยา" ผิด: ด้านธรรมชาติวิทยา คือผู้ที่สนใจและจำแนกสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติได้ดี • "ด้านการเข้าใจตนเอง" ผิด: ด้านการเข้าใจตนเอง คือผู้ที่รู้จักจุดแข็งจุดอ่อนและอารมณ์ของตน • "ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์" ผิด: ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ คือผู้ที่เก่งการคิดเป็นเหตุเป็นผลและตัวเลข เช่น นักวิทยาศาสตร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) การ์ดเนอร์ไม่เห็นด้วยกับการวัดความฉลาดด้วยตัวเลข IQ ตัวเดียว เขาเสนอว่าคนมีความฉลาด หลายด้าน แต่ละคนเด่นไม่เหมือนกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ด้านมิติสัมพันธ์ เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) การ์ดเนอร์ไม่เห็นด้วยกับการวัดความฉลาดด้วยตัวเลข IQ ตัวเดียว เขาเสนอว่าคนมีความฉลาด หลายด้าน แต่ละคนเด่นไม่เหมือนกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูประจำชั้นสอบถามเหตุผลในการช่วยทำความสะอาดห้องเรียน เด็กหญิงแก้วตอบว่า "หนูตั้งใจช่วยเพื่อนทำเวรความสะอาด เพราะอยากให้คุณครูชมว่าเป็นเด็กดีค่ะ" ตามแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก เหตุผลของเด็กหญิงแก้วจัดอยู่ในขั้นใด

  • ก. ขั้นที่ 1
  • ข. ขั้นที่ 3 ✓
  • ค. ขั้นที่ 2
  • ง. ขั้นที่ 4

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นที่ 3" ตามแนวคิดการประเมินขั้นพัฒนาการทางจริยธรรม การระบุขั้นให้สังเกตจากเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ โดยพฤติกรรมที่ทำเพราะอยากให้คนชมหรือต้องการเป็นเด็กดีจัดอยู่ในขั้นที่ 3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นที่ 4" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคมจะจัดอยู่ในขั้นที่ 4 • "ขั้นที่ 2" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะอยากได้รางวัลหรือสิ่งตอบแทนจะจัดอยู่ในขั้นที่ 2 • "ขั้นที่ 1" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะกลัวโดนลงโทษจะจัดอยู่ในขั้นที่ 1 ไม่ใช่เพราะอยากให้คนชม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ให้ดูที่ "เพราะ…" · กลัวโดนลงโทษ = 1 · อยากได้รางวัล = 2 · อยากให้คนชม/เป็นเด็กดี = 3 · เพราะเป็นกฎ = 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ให้ดูที่ "เพราะ…" · กลัวโดนลงโทษ = 1 · อยากได้รางวัล = 2 · อยากให้คนชม/เป็นเด็กดี = 3 · เพราะเป็นกฎ = 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) มีจุดเด่นหรือขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกิจกรรมตรงกับข้อใด

  • ก. การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน
  • ข. การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  • ค. สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม ✓
  • ง. ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม" เทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มจะมีหมายเลขประจำตัว เมื่อครูถามคำถาม สมาชิกจะช่วยกันหาคำตอบเพื่อให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครูจะสุ่มเรียกหมายเลขให้ตอบคำถาม ทุกคนจึงต้องทำความเข้าใจเพราะไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะถูกเรียกหรือไม่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน" ผิด: การแยกไปกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแล้วกลับมาสอนกลุ่มบ้านเป็นจุดเด่นของเทคนิค Jigsaw • "การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" ผิด: การทดสอบเดี่ยวและใช้คะแนนพัฒนาการของสมาชิกเป็นจุดเด่นของเทคนิค STAD • "ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน" ผิด: การให้คิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนเป็นจุดเด่นของเทคนิคคู่คิด (Think-Pair-Share) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ร่วมกันคิด (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มมีหมายเลขประจำตัว ครูถามคำถาม กลุ่มช่วยกันหาคำตอบและทำให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครู สุ่มเรียกหมายเลข ให้คนที่มีหมายเลขนั้นตอบ ทุกคนจึงต้องเข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกเรียก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “กลุ่มบ้าน/กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ = Jigsaw · ทดสอบเดี่ยว + คะแนนพัฒนาการ = STAD · แข่งขันเกม = TGT · คิดเดี่ยว → คู่ → ชั้นเรียน = Think-Pair-Share · มีหมายเลข สุ่มเรียก = Numbered Heads Together”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ร่วมกันคิด (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มมีหมายเลขประจำตัว ครูถามคำถาม กลุ่มช่วยกันหาคำตอบและทำให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครู สุ่มเรียกหมายเลข ให้คนที่มีหมายเลขนั้นตอบ ทุกคนจึงต้องเข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกเรียก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามแนวทางคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน นอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับใดที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ควบคู่กันเพื่อให้เห็นบทบาทครบถ้วน

  • ก. พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
  • ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
  • ค. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
  • ง. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546" ตามคู่มือการจัดการเรียนการสอนระบุว่า ในระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันจึงจะเห็นบทบาทครบถ้วน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู • "พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายกำหนดเกณฑ์และหน้าที่เกี่ยวกับการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ • "พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งคุรุสภาและมาตรฐานวิชาชีพ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “นอกจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยังมี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อรวมกันจะเห็นบทบาทครบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “นอกจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยังมี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อรวมกันจะเห็นบทบาทครบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า "การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล" มีความสัมพันธ์และลักษณะความหมายอย่างไรตามหลักวิชา

  • ก. มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น ✓
  • ข. มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้
  • ค. เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
  • ง. มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น" ตามหลักการวัดและประเมินผลทางการศึกษา คำว่าการทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล มักถูกนำมาใช้ปนกันบ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วทั้งสามคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจากการทดสอบที่เป็นเครื่องมือในการวัดผล และนำผลที่ได้ไปสู่การประเมินผลต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์" ผิด: คู่มือระบุชัดเจนว่าทั้งสามคำนี้มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น ไม่ได้มีความหมายเดียวกันหรือใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์ • "มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้" ผิด: คู่มือระบุว่ามีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้นที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ไม่ได้มีความหมายตรงกันข้ามกัน • "เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน" ผิด: คู่มือระบุว่าเป็นคำที่มีความสัมพันธ์กันตามลำดับขั้นของกระบวนการ ไม่ได้แยกขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ขับเคลื่อนงานสถานศึกษาโดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจ ปรับใช้ระบบข้อมูลดิจิทัลเพื่อการทำงาน และปรับระบบงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

  • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย
  • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ✓
  • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 6 มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เพื่อตอบเป้าหมาย Efficiency การกระจายอำนาจ การนำระบบข้อมูลดิจิทัลมาใช้ และการปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่าจึงตรงกับยุทธศาสตร์นี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 3 เน้นการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่การปรับปรุงระบบบริหารจัดการ • "ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 4 เน้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา • "ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 5 เน้นการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ตอบเป้าหมาย Efficiency เช่น ปรับโครงสร้างการบริหาร กระจายอำนาจ ใช้ระบบข้อมูลดิจิทัล และปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ตอบเป้าหมาย Efficiency เช่น ปรับโครงสร้างการบริหาร กระจายอำนาจ ใช้ระบบข้อมูลดิจิทัล และปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา การที่ครูวัดผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน จัดเป็นการสร้างหลักฐานที่ตอบมาตรฐานใด

  • ก. มาตรฐานที่ 3.3
  • ข. มาตรฐานที่ 3.4 ✓
  • ค. มาตรฐานที่ 3.2
  • ง. มาตรฐานที่ 3.1

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3.4" การที่ครูวัดผลด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน เป็นการสร้างหลักฐานร่องรอยที่ตอบมาตรฐานที่ 3.4 โดยตรง ซึ่งการปฏิบัติงานในชั้นเรียนตามปกติเหล่านี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Based) ในระบบประกันคุณภาพการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 3.1" ผิด: มาตรฐานที่ 3.1 คือการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลและออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่ให้ผู้เรียนคิดและลงมือทำ • "มาตรฐานที่ 3.2" ผิด: มาตรฐานที่ 3.2 คือการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการจัดการเรียนรู้ • "มาตรฐานที่ 3.3" ผิด: มาตรฐานที่ 3.3 คือการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกและการดูแลช่วยเหลือนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วัดผลหลากหลายวิธีแล้วนำผลมาพัฒนา เช่น ทำวิจัยในชั้นเรียน (บทที่ 4) ก็ตอบมาตรฐานที่ 3.4” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลและออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก ที่ให้ผู้เรียนคิดและลงมือทำ ครูกำลังสร้างหลักฐานของมาตรฐานที่ 3.1”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วัดผลหลากหลายวิธีแล้วนำผลมาพัฒนา เช่น ทำวิจัยในชั้นเรียน (บทที่ 4) ก็ตอบมาตรฐานที่ 3.4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุลักษณะสำคัญของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ได้ถูกต้องตามหลักการ

  • ก. ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ
  • ข. ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด
  • ค. ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้
  • ง. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด" การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) หรือการประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning) จะใช้เมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้ เช่น เมื่อจบหน่วยการเรียนรู้หรือเมื่อจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และนำผลไปคิดเกรด ต่างจากการประเมินระหว่างเรียนที่เน้นการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้" ผิด: เป็นการประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้ • "ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดเกรดแต่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น • "ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มุ่งตรวจสอบความเข้าใจระหว่างสอนและให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับการสอน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาการศึกษา กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใด

  • ก. โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม
  • ข. สิ่งเร้ากับการตอบสนอง ✓
  • ค. กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น
  • ง. การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สิ่งเร้ากับการตอบสนอง" กลุ่มพฤติกรรมนิยมมองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า (Stimulus) กับการตอบสนอง (Response) โดยมุ่งเน้นการจัดสิ่งเร้าภายนอกและไม่สนใจกระบวนการคิดในสมองของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น" ผิด: เป็นแนวคิดของกลุ่มพุทธินิยมที่มุ่งเน้นกระบวนการรู้คิดและการหยั่งเห็นความสัมพันธ์ภายในจิตใจ • "การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ" ผิด: เป็นแนวคิดของทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการสังเกตและการเลียนแบบตัวแบบ • "โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม" ผิด: เป็นแนวคิดของกลุ่มสร้างสรรค์ความรู้ที่เน้นการเชื่อมโยงและปรับโครงสร้างปัญญากับประสบการณ์เดิม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้มองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งเร้า (Stimulus) กับ การตอบสนอง (Response)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้มองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งเร้า (Stimulus) กับ การตอบสนอง (Response)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q26
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีลักษณะและเป้าหมายหลักตรงกับข้อใด

  • ก. การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม ✓
  • ข. การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน
  • ค. การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม
  • ง. การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม" การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีเป้าหมายสำคัญคือใช้หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วยเพื่อนำไปซ่อมเสริมให้ตรงจุด ส่วนการดูพื้นฐานเพื่อจัดกลุ่มคือการประเมินจัดตำแหน่ง และการติดตามระหว่างสอนเพื่อปรับการสอนคือการประเมินระหว่างเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยไม่ได้มีไว้ตัดสินผลการเรียนหรือตัดเกรด แต่มีไว้เพื่อตรวจหาสาเหตุของปัญหาแล้วซ่อมเสริมให้ตรงจุด • "การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน" ผิด: การดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่เพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที เป็นเป้าหมายของการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) • "การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม" ผิด: การดูพื้นฐานของผู้เรียนแล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เป็นเป้าหมายของการประเมินก่อนเรียนหรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q27
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้แจ้งต่อคณะครูว่า สถานศึกษาต้องขับเคลื่อนตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางที่กำหนดว่า 'ปีนี้เน้นอะไร' การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด

  • ก. มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
  • ข. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
  • ค. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ✓
  • ง. มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546" ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 12 กำหนดอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง เพื่อแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดทราบว่าในแต่ละปีต้องเน้นการดำเนินงานเรื่องใด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547" ผิด: พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไม่ใช่ฐานอำนาจในการประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 • "มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546" ผิด: พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ไม่ใช่ฐานอำนาจในการประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 • "มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542" ผิด: พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไม่ใช่ฐานอำนาจที่ระบุไว้สำหรับการประกาศนโยบายนี้ แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายนี้โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายนี้โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q28
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ในการวินิจฉัยปัญหาเชิงจริยธรรม เช่น กรณีศึกษาไฮนซ์ขโมยยา สิ่งใดคือเกณฑ์สำคัญที่สุดที่ใช้บ่งบอกระดับจริยธรรมของบุคคล

  • ก. ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ
  • ข. เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่
  • ค. ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ
  • ง. เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ" ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์กศึกษาว่าคนตัดสินถูกผิดอย่างไร โดยในการประเมินปัญหาสมมุติ เช่น ไฮนซ์ขโมยยา โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคำตอบสรุปสุดท้ายจะเป็นควรขโมยหรือไม่ควรขโมย แต่ให้ความสำคัญกับเหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะโครงสร้างของเหตุผลเป็นตัวบ่งชี้ระดับพัฒนาการทางจริยธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่" ผิด: การดูเจตนาช่วยเหลือไม่ได้บอกระดับจริยธรรมทั้งหมด แต่ต้องดูตรรกะและเหตุผลที่ใช้ตัดสินใจ • "ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ" ผิด: โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรทำหรือไม่ควรทำ • "ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ" ผิด: ผลลัพธ์ของการกระทำเป็นเพียงประเด็นหนึ่งในระดับก่อนกฎเกณฑ์ ไม่ใช่เกณฑ์สากลที่ใช้วัดทุกระดับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรหรือไม่ควร แต่สนใจ เหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะเหตุผลบอกระดับจริยธรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรหรือไม่ควร แต่สนใจ เหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะเหตุผลบอกระดับจริยธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q29
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน โดยระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ รวมถึงการวัดผล คือข้อใด

  • ก. แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)
  • ข. แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)
  • ค. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ✓
  • ง. แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)" ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำขึ้นสำหรับผู้เรียนแต่ละคน เพื่อระบุความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการวัดผล ส่วนแผน IFSP จะใช้สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)" ผิด: แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP) เป็นแผนที่ใช้สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบและเน้นการทำงานกับครอบครัว • "แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)" ผิด: แบบประเมิน SDQ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคัดกรองพฤติกรรมและอารมณ์ของนักเรียน • "แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)" ผิด: ระเบียนสะสมเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “เครื่องมือสำคัญคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ซึ่งเป็นแผนที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน ระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ และการวัดผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ส่วนเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบ ใช้ แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (Individualized Family Service Plan: IFSP) ซึ่งเน้นการทำงานกับครอบครัว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “เครื่องมือสำคัญคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ซึ่งเป็นแผนที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน ระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ และการวัดผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q30
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการของไวก็อตสกี วิธีการช่วยเหลือเด็กในเขตพัฒนาการที่ใกล้เคียง (ZPD) โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ปรับลดลงจนเด็กทำได้เอง เรียกว่าอะไร

  • ก. การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ✓
  • ข. การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)
  • ค. การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)
  • ง. การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)" ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ซึ่งเปรียบเสมือนนั่งร้านค้ำอาคาร โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ลดลง จนเด็กทำได้เอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)" ผิด: การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิดเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการสร้างภาวะสมดุลทางพุทธิปัญญา ไม่ใช่วิธีช่วยใน ZPD • "การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)" ผิด: การปรับขยายโครงสร้างปัญญาเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมเมื่อพบข้อมูลใหม่ ไม่ใช่วิธีช่วยใน ZPD • "การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)" ผิด: การดูดซึมทางพุทธิปัญญาเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการรับข้อมูลใหม่เข้าสู่โครงสร้างปัญญาเดิม ไม่ใช่วิธีการช่วยเหลือเด็กใน ZPD อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “หลักสำคัญคือ ช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ลดลง จนเด็กทำได้เอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q31
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาความวิตกกังวล หากครูต้องการนำหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ครูควรแสดงบทบาทและท่าทีในการสนทนากับนักเรียนอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมที่สุด

  • ก. ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ
  • ข. รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน ✓
  • ค. ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม
  • ง. วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน" ตามแนวคิดจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส ครูผู้ให้คำปรึกษาต้องปฏิบัติตนโดยยึดหลักการยอมรับผู้รับการปรึกษาอย่างไม่มีเงื่อนไข มีความจริงใจ มีความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) รวมทั้งต้องไม่ตัดสินและไม่สั่งสอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสำรวจตนเองและเกิดความไว้วางใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่การกำหนดเงื่อนไขในการช่วยเหลือ • "วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการรับฟังด้วย Empathy และไม่ตัดสิน ไม่ใช่การด่วนตัดสินถูกผิดเพื่อส่งต่อทันที • "ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการไม่สั่งสอนและไม่ตัดสิน ไม่ใช่การตักเตือนหรือสั่งสอนให้ปฏิบัติตาม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “Client-Centered (โรเจอร์ส) | ยอมรับไม่มีเงื่อนไข · จริงใจ · Empathy · ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “Client-Centered (โรเจอร์ส) | ยอมรับไม่มีเงื่อนไข · จริงใจ · Empathy · ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q32
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทหน้าที่สำคัญโดยตรงในเรื่องใด

  • ก. ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ.
  • ข. ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี
  • ค. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
  • ง. ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง" ในระบบประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทสำคัญในงานประกันคุณภาพโดยตรง โดยทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ก่อนส่งต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนการประเมินภายนอกเป็นหน้าที่ของ สมศ. และการจัดระบบประกันคุณภาพร่วมกับสถานศึกษารวมถึงการติดตามผลเป็นหน้าที่ของ สพท. ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี เป็นอำนาจหน้าที่ของ สมศ. • "จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา" ผิด: การจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) • "ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ." ผิด: การติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะ เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการนี้มีบทบาทในงานประกันคุณภาพโดยตรง เพราะต้องให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ก่อนส่ง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สมศ. ประเมินคุณภาพภายนอก อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการนี้มีบทบาทในงานประกันคุณภาพโดยตรง เพราะต้องให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ก่อนส่ง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q33
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน การปฏิบัติในข้อใดจัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation) ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา

  • ก. ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน
  • ข. ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง
  • ค. ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน
  • ง. ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน" ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน"" การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ ซึ่งต้องประกอบด้วยสองสิ่งเสมอ คือ ข้อมูลและเกณฑ์ การที่ครูนำคะแนนไปเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 แล้วตัดสินผลว่าผ่าน จึงเป็นการประเมินผลอย่างสมบูรณ์ ส่วนข้ออื่นเป็นเพียงกระบวนการวัดผลที่จบแค่การได้ข้อมูลตัวเลขหรือคุณลักษณะ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน" ผิด: เป็นการวัดผลด้วยแบบทดสอบเพื่อให้ได้ตัวเลขคะแนน ซึ่งจบที่การได้ข้อมูลโดยยังไม่ได้บอกว่าผ่านหรือดีหรือไม่ดี • "ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง" ผิด: เป็นการวัดผลโดยใช้แบบสังเกตเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณ ยังไม่มีการนำเกณฑ์มาตัดสินคุณค่า • "ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน" ผิด: เป็นการวัดผลเพื่อรวบรวมข้อมูลคุณลักษณะของผู้เรียนด้วยเครื่องมือ ยังไม่มีการเปรียบเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสิน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ เช่น "เกณฑ์ผ่านคือร้อยละ 60 น้องฟ้าได้ร้อยละ 75 จึง ผ่าน"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การวัดผล (Measurement) คือกระบวนการใช้เครื่องมือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบทดสอบ อาจเป็นแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ ก็ได้) เพื่อให้ได้ ตัวเลขหรือข้อมูล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ เช่น "เกณฑ์ผ่านคือร้อยละ 60 น้องฟ้าได้ร้อยละ 75 จึง ผ่าน"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q34
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามการจำแนกเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) พฤติกรรมการเรียนรู้ขั้นสูงสุดคือข้อใด

  • ก. การสร้างสรรค์ ✓
  • ข. การประเมินค่า
  • ค. การวิเคราะห์
  • ง. การสังเคราะห์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การสร้างสรรค์" การจำแนกเป้าหมายด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) ได้เปลี่ยนมาใช้คำกริยาและกำหนดให้ขั้นสร้างสรรค์ (Create) อยู่ในระดับสูงสุด ส่วนการประเมินค่าที่เคยเป็นขั้นสูงสุดในฉบับเดิม (1956) นั้น ถูกปรับเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การวิเคราะห์" ผิด: การวิเคราะห์เป็นเพียงขั้นที่ 4 ของกระบวนการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ไม่ใช่ขั้นสูงสุด • "การสังเคราะห์" ผิด: การสังเคราะห์เป็นขั้นที่ 5 ในฉบับเดิม (1956) ไม่ใช่ขั้นสูงสุดของฉบับปรับปรุง • "การประเมินค่า" ผิด: การประเมินค่าเป็นขั้นสูงสุดในฉบับเดิม (1956) แต่ในฉบับปรับปรุง (2001) เลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุง (2001) ใช้คำกริยา และ สร้างสรรค์ (Create) อยู่สูงสุด ส่วนประเมินค่าเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุง (2001) ใช้คำกริยา และ สร้างสรรค์ (Create) อยู่สูงสุด ส่วนประเมินค่าเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q35
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมวางแผนระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน ครูแกนนำประกันคุณภาพเสนอว่าควรเน้นการจัดทำเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ชี้แจงเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า การประเมินและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยมีกลไกควบคุมตรวจสอบระบบบริหารคุณภาพที่สถานศึกษาจัดขึ้น มีเป้าหมายสำคัญที่สุดตามข้อใด

  • ก. เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก
  • ข. เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู
  • ค. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน ✓
  • ง. เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 2 นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษาได้ระบุเป้าหมายสำคัญสองประการไว้อย่างชัดเจน คือ เพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน การมุ่งเน้นเพียงการจัดทำเอกสารหรือแข่งขันสร้างชื่อเสียงจึงไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู" ผิด: การลดภาระงานหรือเน้นจัดทำเอกสารไม่ใช่เป้าหมายตามนิยามของการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวง • "เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก" ผิด: การประกันคุณภาพไม่ได้มุ่งเน้นการควบคุมเพื่อรองรับการตรวจ แต่เน้นการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน • "เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดเป้าหมายเพื่อการแข่งขันหรือสร้างชื่อเสียง แต่เน้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษา (ข้อ 2)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน…" นิยามนี้บอกเป้าหมายสองอย่างของการประกันคุณภาพ คือ "เกิดการพัฒนา" และ "สร้างความเชื่อมั่น"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษา (ข้อ 2)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q36
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) การออกแบบการเรียนรู้ในขั้นที่ 2 คือขั้นตอนใด

  • ก. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้
  • ข. กำหนดหลักฐานการประเมิน ✓
  • ค. กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้
  • ง. กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดหลักฐานการประเมิน" การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 2 คือการกำหนดหลักฐานการประเมิน เพื่อพิจารณาว่าหากผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้วจะแสดงหลักฐานใดออกมา เช่น ชิ้นงาน หรือแบบทดสอบ ซึ่งเป็นการคิดเรื่องการประเมินก่อนวางแผนกิจกรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ" ผิด: การกำหนดเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นขั้นตอนที่ 1 ของการออกแบบย้อนกลับ • "วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้" ผิด: การวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้เป็นขั้นตอนที่ 3 ของการออกแบบย้อนกลับ • "กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้" ผิด: การกำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้เป็นเพียงส่วนประกอบย่อยในกิจกรรม ไม่ใช่ 1 ใน 3 ขั้นตอนหลักของการออกแบบย้อนกลับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ขั้นที่ 2 กำหนดหลักฐานการประเมิน ถ้าผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้ว ครูจะเห็นหลักฐานอะไร เช่น ชิ้นงาน การนำเสนอ แบบทดสอบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ข้อสอบมักถามว่า "ขั้นที่ 2 ของ Backward Design คืออะไร" คำตอบคือ กำหนดหลักฐานการประเมิน ไม่ใช่ "วางแผนกิจกรรม" (ซึ่งเป็นขั้นที่ 3) · จุดเด่นคือ คิดเรื่องการประเมินก่อนกิจกรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ขั้นที่ 2 กำหนดหลักฐานการประเมิน ถ้าผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้ว ครูจะเห็นหลักฐานอะไร เช่น ชิ้นงาน การนำเสนอ แบบทดสอบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q37
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนนำประเด็นข่าวที่กำลังแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบความจริง โดยให้นักเรียนตั้งคำถามต่อที่มาของข้อมูล และต้องระบุได้ว่าใช้หลักฐานใดในการตัดสินใจ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งเสริมทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใดเด่นชัดที่สุด

  • ก. Career and Learning Skills
  • ข. Critical Thinking and Problem Solving ✓
  • ค. Creativity and Innovation
  • ง. Cross-cultural Understanding

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Critical Thinking and Problem Solving" การจัดกิจกรรมให้นักเรียนนำข่าวที่แชร์ในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบและระบุหลักฐานที่ใช้ตัดสินใจ สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะด้าน Critical Thinking and Problem Solving (การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา) ซึ่งเน้นการไม่เชื่อทันที แต่ตั้งคำถามถึงที่มาและหลักฐานของข้อมูลก่อนตัดสินใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Career and Learning Skills" ผิด: Career and Learning Skills เป็นทักษะด้านการประกอบอาชีพและการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง • "Cross-cultural Understanding" ผิด: Cross-cultural Understanding เป็นทักษะความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและกระบวนการคิด • "Creativity and Innovation" ผิด: Creativity and Innovation เน้นการคิดสิ่งใหม่หรือมองสิ่งเดิมในมุมใหม่ และลงมือทำเป็นชิ้นงานหรือนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C1 Critical Thinking and Problem Solving: การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ครูฝึกได้ เช่น ให้นักเรียนนำข่าวที่แชร์กันในโซเชียลมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ โดยต้องบอกได้ว่าใช้หลักฐานอะไรตัดสิน หรือให้โจทย์ปัญหาที่ไม่มีคำตอบเดียวแล้วให้นักเรียนเสนอวิธีแก้พร้อมเหตุผล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C1 Critical Thinking and Problem Solving: การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q38
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายเป้าหมายและลักษณะสำคัญของ "การวิจัยในชั้นเรียน" (Classroom Action Research) ที่แตกต่างจากการวิจัยทั่วไปได้อย่างถูกต้อง

  • ก. กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน
  • ข. มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา
  • ค. แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที ✓
  • ง. มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที" การวิจัยในชั้นเรียนมีจุดต่างจากการวิจัยทั่วไปตรงที่เป้าหมายไม่ใช่การสร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่เน้นการแก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทันที โดยครูทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัยในห้องเรียนของตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนมีเป้าหมายไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่เหมือนการวิจัยทั่วไป • "กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนกำหนดให้ครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัยเอง ไม่ใช่บุคคลภายนอก • "มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่ออ้างอิงผลไปยังประชากรกว้าง ๆ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “จุดต่างจากการวิจัยทั่วไปคือ เป้าหมาย ไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่คือ แก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับการสอนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “โดยครูเป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “จุดต่างจากการวิจัยทั่วไปคือ เป้าหมาย ไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่คือ แก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับการสอนทันที”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q39
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามศาสตร์การสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามข้อใด

  • ก. เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม ✓
  • ข. หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย
  • ค. เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน
  • ง. กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม" การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนเริ่มจาก เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม โดยกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการก่อน แล้วจึงกำหนดหลักฐานร่องรอยการวัดและประเมินผล จากนั้นจึงวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด เพราะ Backward Design ต้องกำหนดหลักฐานการประเมินผลก่อนการวางแผนกิจกรรม • "กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด โดยต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายก่อน ไม่ใช่เริ่มจากกิจกรรม • "หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด เพราะต้องเริ่มต้นจากเป้าหมายการเรียนรู้เป็นลำดับแรก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Backward Design (วิกกินส์ แม็กไท) | เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Backward Design (วิกกินส์ แม็กไท) | เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q40
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศักดิ์ต้องการปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากห้องเรียนแบบเดิมมาสู่ “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และทฤษฎี Constructivism ครูสมศักดิ์ควรปรับบทบาทของตนเองและจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

  • ก. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ
  • ข. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง
  • ค. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้
  • ง. ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้" ตามมาตรา 24 (3) และแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) บนฐานทฤษฎี Constructivism ผู้เรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ลงมือทำ ได้คิด พูดคุยแลกเปลี่ยน ปฏิบัติ และสะท้อนสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ ส่วนครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือโค้ชเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้" ผิด: ในห้องเรียน Active Learning ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่เป็นผู้บรรยายให้ผู้เรียนฟังและจดแบบเดิม • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ" ผิด: Active Learning มีฐานจาก Constructivism ไม่ใช่การควบคุมให้ฝึกฝนแบบฝึกหัดซ้ำๆ ตามแนวทางพฤติกรรมนิยม • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง" ผิด: Active Learning เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ไม่ใช่การอ่านและทำแบบฝึกหัดตามลำพัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ผู้เรียนเป็น ผู้ลงมือทำ ได้คิด ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ปฏิบัติ และได้ สะท้อนว่าตนเรียนรู้อะไร ส่วนครูเปลี่ยนจากผู้บอกความรู้เป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือ "โค้ช"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “แนวคิดนี้มีฐานจากทฤษฎี Constructivism ในบทที่ 2 และตรงกับมาตรา 24 (3) ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ผู้เรียนเป็น ผู้ลงมือทำ ได้คิด ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ปฏิบัติ และได้ สะท้อนว่าตนเรียนรู้อะไร ส่วนครูเปลี่ยนจากผู้บอกความรู้เป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือ "โค้ช"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q41
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง

  • ก. กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
  • ข. จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ✓
  • ค. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ
  • ง. กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น" ตามมาตรา 27 วรรคสอง กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ส่วนการกำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพนั้น ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต" ผิด: การกำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี และการดำรงชีวิต เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง • "กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ" ผิด: การกำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่หน้าที่ระดับสถานศึกษา • "กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ" ผิด: การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศเป็นหน้าที่ของหน่วยงานระดับนโยบายส่วนกลาง ไม่ใช่การจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “สถานศึกษา ตามมาตรา 27 วรรคสอง ที่ให้ "สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร… ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “สถานศึกษา ตามมาตรา 27 วรรคสอง ที่ให้ "สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร… ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q42
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational) มีลักษณะความสามารถทางสติปัญญาตามข้อใด

  • ก. ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้
  • ข. สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้
  • ค. เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ✓
  • ง. เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม" ตามทฤษฎีของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (อายุ 7–11 ปี) จะเข้าใจการคงตัวและสามารถคิดย้อนกลับได้แล้ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรมที่มองเห็นหรือจับต้องได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและคิดย้อนกลับไม่ได้ • "เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ที่เด็กเริ่มเข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตน เช่น ตัวแปร x ในพีชคณิต • "สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ที่เด็กคิดแบบตั้งสมมติฐานกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็ก เข้าใจการคงตัว (Conservation) แล้ว ในการทดลองเทน้ำ เด็กจะบอกว่าน้ำเท่าเดิมเพราะไม่ได้เติมหรือเอาออก เด็กสามารถ คิดย้อนกลับได้ (Reversibility)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ที่มองเห็นหรือจับต้องได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็ก เข้าใจการคงตัว (Conservation) แล้ว ในการทดลองเทน้ำ เด็กจะบอกว่าน้ำเท่าเดิมเพราะไม่ได้เติมหรือเอาออก เด็กสามารถ คิดย้อนกลับได้ (Reversibility)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q43
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) มีจุดเน้นและลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด
  • ข. นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score
  • ค. นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง
  • ง. นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด" การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) เป็นการนำคะแนนไปเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าโดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น เหมาะสำหรับการตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือไม่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ตัดสินผลการเรียน ส่วนการจัดอันดับและเทียบกับผู้อื่นเป็นการประเมินแบบอิงกลุ่ม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score" ผิด: การรายงานผลเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐานเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงกลุ่ม • "นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง" ผิด: การนำคะแนนเทียบกับคนอื่นเพื่อจัดอันดับตำแหน่งเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงกลุ่ม • "นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด" ผิด: การจัดลำดับเพื่อคัดเลือกผู้เรียนตามจำนวนจำกัดเป็นจุดเน้นของการประเมินแบบอิงกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) นำคะแนน เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนว่าคนอื่นได้เท่าไร” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เหมาะกับ การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือยัง ซึ่งเป็นแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ในการตัดสินผลการเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) นำคะแนน เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนว่าคนอื่นได้เท่าไร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q44
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ หากครูต้องการทำความเข้าใจพัฒนาการด้าน "จิตสังคม" และพัฒนาการด้าน "จริยธรรม" ของผู้เรียน ควรศึกษาแนวคิดของนักทฤษฎีคู่ใดตามลำดับ

  • ก. อีริคสัน และ โคลเบิร์ก ✓
  • ข. เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี
  • ค. ฟรอยด์ และ อีริคสัน
  • ง. ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อีริคสัน และ โคลเบิร์ก" ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ นักทฤษฎีแต่ละคนมองพัฒนาการคนละด้าน โดยอีริคสันมุ่งเน้นพัฒนาการด้านจิตสังคม ส่วนโคลเบิร์กมุ่งเน้นพัฒนาการด้านจริยธรรม จึงเป็นคู่ที่ถูกต้องตามลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี" ผิด: เพียเจต์เน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา ส่วนไวก็อตสกีเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญาผ่านสังคม • "ฟรอยด์ และ อีริคสัน" ผิด: ฟรอยด์เน้นด้านจิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ) ส่วนอีริคสันเน้นด้านจิตสังคม • "ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก" ผิด: ไวก็อตสกีเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญาผ่านสังคม มิใช่พัฒนาการด้านจิตสังคม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์ = สติปัญญา · ไวก็อตสกี = สติปัญญาผ่านสังคม · อีริคสัน = จิตสังคม · โคลเบิร์ก = จริยธรรม · ฟรอยด์ = จิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์ = สติปัญญา · ไวก็อตสกี = สติปัญญาผ่านสังคม · อีริคสัน = จิตสังคม · โคลเบิร์ก = จริยธรรม · ฟรอยด์ = จิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q45
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนได้วางแนวทางและกลไกเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายไว้อย่างไร

  • ก. แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
  • ข. แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ
  • ค. แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา ✓
  • ง. แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 วิธีการที่แผนจะไปถึงเป้าหมายคือการแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์กำหนดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแรงเปลี่ยนหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 8 ยุทธศาสตร์ • "แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 5 ยุทธศาสตร์ และมุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา • "แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 4 ยุทธศาสตร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ วิธีจำที่ได้ผลคือดูว่าแต่ละยุทธศาสตร์ "ตอบ" แรงเปลี่ยนหรือปัญหาใด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ วิธีจำที่ได้ผลคือดูว่าแต่ละยุทธศาสตร์ "ตอบ" แรงเปลี่ยนหรือปัญหาใด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q46
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มลงมือเขียนโปรแกรมและสร้างหุ่นยนต์จำลองที่นำมาทดสอบและแบ่งปันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความรู้ความเข้าใจไปพร้อมกับการสร้างผลงาน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของนักการศึกษาท่านใดมากที่สุด

  • ก. ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert) ✓
  • ข. บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)
  • ค. ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)
  • ง. เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert)" แนวคิดคอนสตรัคชันนิสม์ (Constructionism) ของซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert) ต่อยอดจากเพียเจต์โดยเน้นว่า การเรียนรู้จะเกิดได้ดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น การเขียนโปรแกรมหรือสร้างหุ่นยนต์ โดยในระหว่างสร้างชิ้นงาน ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)" ผิด: เพียเจต์เป็นเจ้าของแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่เน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล ไม่ได้เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือสร้างชิ้นงานหรือเขียนโปรแกรม • "เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)" ผิด: ไวก็อตสกีเป็นเจ้าของแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคมที่เน้นการสร้างความรู้ผ่านการปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น • "บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)" ผิด: สกินเนอร์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยมที่อธิบายการเรียนรู้ผ่านการวางเงื่อนไขและการเสริมแรง ไม่ใช่การสร้างชิ้นงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แพเพิร์ตต่อยอดจากเพียเจต์ว่า การเรียนรู้จะดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น สร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม ทำแบบจำลอง ในระหว่างสร้าง ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “Constructivism = สร้างความรู้ (ในหัว) · Constructionism = สร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ถ้าโจทย์พูดถึง "ชิ้นงาน" "การประดิษฐ์" "เขียนโปรแกรม" ให้นึกถึง Constructionism ของแพเพิร์ต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แพเพิร์ตต่อยอดจากเพียเจต์ว่า การเรียนรู้จะดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น สร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม ทำแบบจำลอง ในระหว่างสร้าง ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q47
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายจุดเน้นที่แตกต่างกันระหว่าง "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" กับ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" ได้ถูกต้อง

  • ก. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"
  • ข. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ✓
  • ค. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"
  • ง. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเปรียบเทียบเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนระบุไว้ว่า ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" ซึ่งหลักสูตรกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ 8 ประการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"" ผิด: หลักสูตรไม่ได้นิยามสมรรถนะว่าคือการสื่อสารภาษาใดได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ใช่การเน้นรู้เนื้อหาอะไร • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"" ผิด: เป็นการสลับความหมายและนำข้อความที่ไม่ใช่เป้าหมายหลักมาปะปน โดยสมรรถนะคือทำอะไรได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือเป็นคนแบบไหน • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"" ผิด: หลักสูตรระบุว่าสมรรถนะคือการดูว่าผู้เรียนทำอะไรได้ ไม่ใช่เพียงรู้เนื้อหาอะไร และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือการเป็นคนแบบไหน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" หลักสูตรกำหนดไว้ 8 ประการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" หลักสูตรกำหนดไว้ 8 ประการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q48
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แนวคิด "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้" (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
  • ข. การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
  • ค. การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน
  • ง. การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้" การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญคือให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้ทราบจุดแข็งจุดอ่อนของตนและสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ ส่วนการประเมินระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนจัดเป็น Assessment for Learning และการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนจัดเป็น Assessment of Learning ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด" ผิด: เป็นการประเมินสรุปผล (Assessment of Learning) ที่มุ่งตัดสินผลการเรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้ • "การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Assessment for Learning) ที่มุ่งนำข้อมูลมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของผู้สอน • "การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน" ผิด: เป็นการประเมินก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมหรือจัดวางตำแหน่งผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q49
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการเปิดภาคเรียนใหม่ ครูประจำวิชาภาษาอังกฤษจัดให้นักเรียนชั้น ม.1 ทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน แล้วนำผลคะแนนไปใช้จัดกลุ่มนักเรียนเข้าห้องเรียนตามความเหมาะสม และวางแผนว่าควรเริ่มสอนจากเนื้อหาจุดใด การดำเนินการดังกล่าวตรงกับการประเมินประเภทใดตามจุดมุ่งหมาย

  • ก. การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)
  • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
  • ค. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ✓
  • ง. การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)" การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยใช้หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เพื่อนำไปซ่อมเสริม ไม่ใช่การดูพื้นฐานเพื่อจัดกลุ่มผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน • "การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)" ผิด: การประเมินระหว่างเรียนเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่ใช่การประเมินก่อนเริ่มเรียน • "การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)" ผิด: การประเมินผลสรุปรวมเป็นการประเมินเมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียน ไม่ใช่การทดสอบก่อนเริ่มเรียนเพื่อจัดกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น สอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น สอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q50
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ข้อใดระบุข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนได้ถูกต้อง

  • ก. ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ
  • ข. ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ✓
  • ค. ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ
  • ง. ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11" ประชาคมอาเซียนมีประเทศสมาชิกรวม 11 ประเทศ หลังจากติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ และขับเคลื่อนบน 3 เสาหลัก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ • "ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม • "ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะประเทศผู้ก่อตั้งเริ่มแรกมีเพียง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง · เศรษฐกิจ · สังคมและวัฒนธรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง · เศรษฐกิจ · สังคมและวัฒนธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q51
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมประจำสัปดาห์ คุณครูประจำชั้นและครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาด้านการอ่านของนักเรียน พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบใด

  • ก. PLC ✓
  • ข. 4MAT
  • ค. Flipped Classroom
  • ง. Backward Design

Explanation: คำตอบที่ถูก: "PLC" การกระทำดังกล่าวตรงกับรูปแบบ PLC ซึ่งมีจุดเน้นสำคัญคือครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยร่วมมือกันแลกเปลี่ยนปัญหาและออกแบบแนวทางจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "4MAT" ผิด: 4MAT มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ 4 แบบตามการทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา • "Backward Design" ผิด: Backward Design มุ่งเน้นการออกแบบการสอนโดยเริ่มจากเป้าหมาย ไปสู่หลักฐานการประเมิน แล้วจึงจัดกิจกรรม • "Flipped Classroom" ผิด: Flipped Classroom มุ่งเน้นให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาที่บ้าน แล้วนำมาทำกิจกรรมในห้อง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC | ครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “Flipped Classroom | เนื้อหาที่บ้าน · กิจกรรมในห้อง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC | ครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q52
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนที่เรียนเก่งจับคู่คอยประกบและให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ยังเรียนไม่เข้าใจ เพื่อช่วยให้เพื่อนสามารถทำใบงานได้สำเร็จ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาในข้อใด

  • ก. อีริคสัน
  • ข. เพียเจต์
  • ค. บรูเนอร์
  • ง. ไวก็อตสกี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไวก็อตสกี" การจัดกิจกรรมให้เพื่อนที่เก่งกว่าช่วยเหลือเพื่อนที่ยังไม่เข้าใจบทเรียน สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องพื้นที่รอยต่อพัฒนาการ (ZPD) และการเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ซึ่งตามข้อสอบมักเฉลยว่าเป็นแนวคิดของไวก็อตสกี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพียเจต์" ผิด: เพียเจต์เป็นเจ้าของทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา 4 ขั้น ไม่ใช่เจ้าของแนวคิดการจับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน • "อีริคสัน" ผิด: อีริคสันเป็นเจ้าของทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคม 8 ขั้น ไม่ใช่แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนนี้ • "บรูเนอร์" ผิด: บรูเนอร์เป็นทฤษฎีการเรียนรู้แบบค้นพบ แม้มีผู้นำคำว่า Scaffolding มาใช้ต่อแต่ข้อสอบกำหนดให้เป็นแนวคิดของไวก็อตสกี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ถ้าโจทย์บอกว่าครู "จับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน" ให้นึกถึงไวก็อตสกีก่อน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แนวคิด ZPD และ Scaffolding เป็นของไวก็อตสกี ไม่ใช่เพียเจต์ หรือบรูเนอร์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ถ้าโจทย์บอกว่าครู "จับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน" ให้นึกถึงไวก็อตสกีก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q53
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามที่ระบุไว้ในเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นโยบายของ สพฐ. นโยบายของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับแผนการศึกษาแห่งชาติ

  • ก. จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ
  • ข. มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท
  • ค. นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน
  • ง. ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ" ตามเอกสารความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน แผนการศึกษาแห่งชาติถือเป็นแผนแม่บท โดยนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยจัดทำ ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาตินี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน" ผิด: เอกสารระบุชัดเจนว่านโยบายและแผนพัฒนาของโรงเรียนล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้ ไม่ใช่เรื่องความสมัครใจ • "จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: เอกสารระบุว่าต้องจัดทำให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติซึ่งเป็นแผนแม่บท ไม่ใช่จัดทำขึ้นเพื่อทดแทน • "มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท" ผิด: เอกสารระบุว่าต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทเพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ได้เป็นอิสระต่อกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “สำหรับครู แผนนี้ไม่ใช่เอกสารไกลตัว เพราะนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยทำ (ดูบทที่ 5 เรื่องแผนพัฒนาการจัดการศึกษา) ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “สำหรับครู แผนนี้ไม่ใช่เอกสารไกลตัว เพราะนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยทำ (ดูบทที่ 5 เรื่องแผนพัฒนาการจัดการศึกษา) ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q54
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนด "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" ที่ผู้เรียนทุกคนต้องมีและครูผู้สอนต้องช่วยกันพัฒนาไว้ทั้งหมดกี่ประการ

  • ก. 3 ประการ
  • ข. 8 ประการ
  • ค. 5 ประการ ✓
  • ง. 10 ประการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "5 ประการ" หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนไว้ทั้งหมด 5 ประการ ซึ่งถือเป็นความสามารถที่ผู้เรียนทำได้จริงไม่ใช่เพียงแค่รู้ และครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ต้องร่วมมือกันพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "8 ประการ" ผิด: 8 ประการเป็นจำนวนของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ไม่ใช่สมรรถนะสำคัญ • "10 ประการ" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ไม่ใช่ 10 ประการ • "3 ประการ" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ไม่ใช่ 3 ประการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมี 5 ประการ ซึ่งครูทุกวิชาต้องช่วยกันพัฒนา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมี 5 ประการ ซึ่งครูทุกวิชาต้องช่วยกันพัฒนา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q55
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด?

  • ก. ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต
  • ข. พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs ✓
  • ค. เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  • ง. ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ • "เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ • "ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q56
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง (Client-Centered Therapy) ของ คาร์ล โรเจอร์ส หน้าที่สำคัญของผู้ให้คำปรึกษาคือข้อใด

  • ก. สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง ✓
  • ข. ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล
  • ค. วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  • ง. แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง" ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลางของ คาร์ล โรเจอร์ส มีความเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าใจและแก้ปัญหาของตนเองได้ถ้าอยู่ในบรรยากาศที่เหมาะสม หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึงไม่ใช่การบอกทางแก้ปัญหา แต่คือการสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกได้ด้วยตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน" ผิด: ตามแนวคิดนี้ หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาไม่ใช่การบอกทางแก้ แต่คือการสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง • "วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์" ผิด: การวางเงื่อนไขเพื่อปรับพฤติกรรมเป็นแนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ไม่ใช่กลุ่มมนุษยนิยมของโรเจอร์ส • "ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล" ผิด: การให้คำปรึกษาแนวนี้ไม่ตัดสิน ตำหนิ สั่งสอน หรือชี้นำพฤติกรรมของผู้รับคำปรึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึง ไม่ใช่บอกทางแก้ แต่คือสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึง ไม่ใช่บอกทางแก้ แต่คือสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q57
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการจัดการเรียนรู้รูปแบบ CIPPA Model ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" (Process Learning) มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน
  • ข. ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน
  • ค. ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา ✓
  • ง. ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา" ตามหลัก CIPPA Model ตัว P ตัวที่สองคือ Process Learning หมายถึงการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่การรับรู้เฉพาะเนื้อหา ส่วนการเคลื่อนไหวร่างกายเป็น P ตัวแรก (Physical Participation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน" ผิด: เป็นความหมายของ P ตัวแรก คือ Physical Participation (การมีส่วนร่วมทางกายที่ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย) • "ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน" ผิด: รูปแบบ CIPPA ไม่มีตัวอักษร P ที่มาจากคำว่า Presentation แต่เป็นคำลวงที่มักนำมาสับสน • "ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ" ผิด: รูปแบบ CIPPA ไม่มีตัวอักษร P ที่มาจากคำว่า Practice แต่เป็นคำลวงที่มักนำมาสับสน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Process Learning ผู้เรียนได้เรียนรู้ กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เนื้อหา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Physical Participation ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่นั่งนิ่งตลอดคาบ (มาจากความพร้อมของผู้เรียน)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ข้อสอบชอบสลับหรือใส่คำอื่นเช่น "Practice" หรือ "Presentation"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Process Learning ผู้เรียนได้เรียนรู้ กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เนื้อหา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q58
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมือง รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เรียน การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านใดโดยตรง

  • ก. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  • ข. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ✓
  • ค. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
  • ง. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 1 ความมั่นคง กำหนดเป้าหมายให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ เช่น ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน โดยการศึกษาจะเกี่ยวข้องโดยตรงในการปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เกี่ยวข้องกับการศึกษาในฐานะผู้ผลิตกำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสทางการศึกษา • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการและความโปร่งใสภาครัฐ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 1 ความมั่นคง ดูแลให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยทางทหาร ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน การศึกษาเกี่ยวข้องในแง่การปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 1 ความมั่นคง ดูแลให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยทางทหาร ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน การศึกษาเกี่ยวข้องในแง่การปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q59
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Albert Bandura) กระบวนการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบมี 4 ขั้นตอน โดยเรียงลำดับได้อย่างถูกต้องตามข้อใด

  • ก. ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ ✓
  • ข. การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ
  • ค. ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ
  • ง. ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ" ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา กระบวนการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้นตอนตามลำดับ ได้แก่ ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention) ขั้นที่สาม การกระทำ (Reproduction) และขั้นที่สี่ แรงจูงใจ (Motivation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ" ผิด: สลับขั้นตอนที่หนึ่งและสอง โดยขั้นแรกต้องเป็นความใส่ใจ (Attention) ก่อนจะนำไปสู่การจดจำ (Retention) • "ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ" ผิด: สลับขั้นตอนที่สามและสี่ โดยขั้นที่สามต้องเป็นการกระทำ (Reproduction) และขั้นสุดท้ายคือแรงจูงใจ (Motivation) • "ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ" ผิด: สลับขั้นตอนที่สองและสาม โดยขั้นที่สองต้องเป็นการจดจำ (Retention) และขั้นที่สามคือการกระทำ (Reproduction) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แบนดูราอธิบายว่าการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้น ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ผู้เรียนต้องสนใจตัวแบบก่อน ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่สาม การกระทำ (Reproduction) มีความสามารถที่จะทำตามได้ ขั้นที่สี่ แรงจูงใจ (Motivation) มีเหตุผลที่จะทำตาม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แบนดูราอธิบายว่าการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้น ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ผู้เรียนต้องสนใจตัวแบบก่อน ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q60
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาเรื่องแรงจูงใจในการเรียน พฤติกรรมของนักเรียนในข้อใดสะท้อนถึงการมี “แรงจูงใจภายใน” (Intrinsic Motivation)

  • ก. นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู
  • ข. นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล
  • ค. นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด
  • ง. นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง" ตามหลักจิตวิทยาการศึกษา แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือการเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่นเดียวกับการค้นคว้าเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง ส่วนการทำเพื่อคะแนน คำชม รางวัล หรือเพราะกลัวถูกลงโทษ จัดเป็นแรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากเรียนเพราะต้องการคะแนนและคำชมซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกตัวการเรียน • "นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากลงมือทำเพราะกลัวถูกลงโทษซึ่งเป็นผลลัพธ์ภายนอก • "นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากเรียนและร่วมกิจกรรมเพราะอยากได้ของรางวัล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่น เด็กที่อ่านหนังสือดาราศาสตร์เพราะชอบดูดาว” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) คือเรียนเพราะอยากได้สิ่งที่อยู่นอกตัวการเรียน เช่น คะแนน รางวัล คำชม หรือกลัวถูกลงโทษ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่น เด็กที่อ่านหนังสือดาราศาสตร์เพราะชอบดูดาว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q61
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึง "การประเมินระหว่างเรียน" (Formative Assessment) ได้ถูกต้อง

  • ก. ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน
  • ข. ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย
  • ค. ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที ✓
  • ง. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที" การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) หรือการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) มุ่งใช้ระหว่างการเรียนการสอนเพื่อดูความเข้าใจของผู้เรียน นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีโดยไม่ได้มีไว้ตัดเกรด ส่วนการตัดสินผลเมื่อจบภาคเรียนเป็นการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) และการหาสาเหตุปัญหาอย่างเจาะจงเป็นการประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning) หรือการประเมินสรุปผลที่มีไว้เพื่อตัดสินผลการเรียน • "ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ซึ่งใช้เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด • "ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ที่เน้นหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q62
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการออกแบบการเรียนการสอนด้วยแบบจำลอง ADDIE Model ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง

  • ก. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล ✓
  • ข. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล
  • ค. การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล
  • ง. การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ขั้นตอนของ ADDIE Model มี 5 ขั้นตามลำดับคือ Analysis, Design, Development, Implementation และ Evaluation โดยจำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" ซึ่งขั้นตอนการออกแบบ (Design) จะต้องมาก่อนการพัฒนาสื่อจริง (Development) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ผิด: นำขั้นตอนการออกแบบขึ้นก่อนขั้นตอนการวิเคราะห์ ซึ่งไม่ถูกต้องตามลำดับของ ADDIE • "การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ผิด: สลับขั้นตอนระหว่างการพัฒนาและการออกแบบ ซึ่งตามแบบจำลอง ADDIE การออกแบบต้องมาก่อนการพัฒนา • "การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล" ผิด: นำขั้นตอนการนำไปใช้ขึ้นก่อนขั้นตอนการพัฒนาสื่อ ซึ่งต้องพัฒนาสร้างสื่อให้เสร็จก่อนนำไปใช้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “จำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือสลับ Design กับ Development (ออกแบบต้องมาก่อนพัฒนา)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “จำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือสลับ Design กับ Development (ออกแบบต้องมาก่อนพัฒนา)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q63
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อใดระบุบทบาทหน้าที่หลักที่สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องดำเนินการจัดให้มีขึ้น

  • ก. ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด
  • ข. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ✓
  • ค. จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่
  • ง. กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการควบคุม ตรวจสอบ และพัฒนาคุณภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป" ผิด: การกำหนดมาตรฐานการศึกษาเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีหรือระดับนโยบาย มิใช่หน้าที่ของสถานศึกษาแต่ละแห่ง • "ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด" ผิด: สถานศึกษามีหน้าที่จัดระบบประกันคุณภาพภายในของตนเอง มิใช่มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบหน่วยงานต้นสังกัด • "จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกเป็นบทบาทหน้าที่ของสำนักงาน (สมศ.) มิใช่หน้าที่ที่สถานศึกษาจัดให้มีแก่ผู้อื่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ข้อ 3 กำหนดให้ สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ข้อ 3 กำหนดให้ สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q64
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นได้รับมอบหมายให้สรุปผลการประเมินปลายปีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อบันทึกในเอกสารหลักฐานทางการศึกษา ในส่วนของ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" และ "กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประจำชั้นจะต้องระบุระดับผลการตัดสินในแต่ละด้านตามข้อใด

  • ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน
  • ข. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
  • ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก
  • ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (รวมถึงการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน) กำหนดระดับผลการประเมินเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ในขณะที่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น 2 ระดับ คือ ผ่าน และ ไม่ผ่าน เท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน" ผิด: สลับเกณฑ์กัน โดยคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องใช้ 4 ระดับ (ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน) ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ 2 ระดับ (ผ่าน ไม่ผ่าน) • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก" ผิด: การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่มีระดับปรับปรุง และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้เกณฑ์ ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ใช่ ผ่าน ตก • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน" ผิด: การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ได้ใช้ระดับดีมาก พอใช้ หรือปรับปรุง แต่ใช้ 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใช้ 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม · ดี · ผ่าน · ไม่ผ่าน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้ 2 ระดับ คือ ผ่าน · ไม่ผ่าน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใช้ 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม · ดี · ผ่าน · ไม่ผ่าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q65
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สามารถดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยบุคคลหรือหน่วยงานใด

  • ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง
  • ข. ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น
  • ค. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน
  • ง. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4 การประกันคุณภาพภายใน นิยามว่าเป็นการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ดังนั้นผู้ประเมินจึงมีได้ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนในโรงเรียนฝ่ายเดียว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง" ผิด: เป็นนิยามและขอบเขตหน้าที่ของการประกันคุณภาพภายนอก ซึ่งดำเนินการโดย สมศ. หรือผู้ที่ สมศ. รับรอง • "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา สามารถเป็นผู้ดำเนินการประเมินและติดตามตรวจสอบได้ด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคลากรของโรงเรียนเท่านั้น • "ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้ผู้แทนชุมชนหรือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้ดำเนินการประเมินตามนิยามของการประกันคุณภาพภายใน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “สังเกตว่าผู้ทำมีได้ สองฝ่าย คือ บุคลากรของโรงเรียนเอง หรือ หน่วยงานต้นสังกัด เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q66
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ข้อใดจัดเป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

  • ก. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ✓
  • ข. มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
  • ค. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
  • ง. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำหนดประเด็นการพิจารณาไว้ 5 ข้อ ซึ่งข้อ 3.2 ระบุว่า "ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้" โดยเน้นสิ่งที่ครูทำในห้องเรียน ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นประเด็นในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.5) • "จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.6) • "มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.1) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(3.2) ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.1) มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.5) จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และ (2.6) จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(3.2) ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q67
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินชิ้นงานโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะการให้คะแนนและข้อจำกัดตรงกับข้อใด

  • ก. กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้
  • ข. ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้
  • ค. ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ ✓
  • ง. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้" เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะสำคัญคือให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้นโดยดูจากคุณภาพโดยรวม มีข้อดีคือตรวจให้คะแนนได้เร็ว แต่มีข้อเสียคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ ส่วนการแยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบนั้นเป็นลักษณะของแบบแยกส่วน (Analytic Rubric) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้" ผิด: เกณฑ์แบบภาพรวมดูคุณภาพโดยรวมของงานทั้งชิ้นเพื่อสะท้อนภาพรวม ไม่ได้พิจารณาแยกตามระดับความยากง่าย • "ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้" ผิด: เกณฑ์แบบภาพรวมประเมินจากคุณภาพโดยรวมของงาน ไม่ได้กำหนดคะแนนตามระดับพัฒนาการ • "แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า" ผิด: การแยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบและมีข้อเสียคือใช้เวลามากกว่า เป็นลักษณะของเกณฑ์แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบภาพรวม (Holistic Rubric) ให้ คะแนนเดียว สำหรับงานทั้งชิ้น โดยดูคุณภาพโดยรวม เช่น เรียงความระดับ 4 = "เนื้อหาครบ เรียงลำดับดี ภาษาถูกต้อง" ข้อดีคือ ให้คะแนนได้เร็ว ข้อเสียคือ บอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) แยกให้คะแนน ทีละองค์ประกอบ เช่น เนื้อหา 4 คะแนน การเรียบเรียง 4 คะแนน การใช้ภาษา 4 คะแนน แล้วรวมกัน ข้อดีคือ บอกได้ว่าผู้เรียนอ่อนด้านใด จึงเหมาะกับการประเมินระหว่างเรียนที่ต้องให้ข้อมูลป้อนกลับ ข้อเสียคือใช้เวลามากกว่า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบภาพรวม (Holistic Rubric) ให้ คะแนนเดียว สำหรับงานทั้งชิ้น โดยดูคุณภาพโดยรวม เช่น เรียงความระดับ 4 = "เนื้อหาครบ เรียงลำดับดี ภาษาถูกต้อง" ข้อดีคือ ให้คะแนนได้เร็ว ข้อเสียคือ บอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q68
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำแนกตามจุดมุ่งหมาย การประเมินประเภทใดใช้เพื่อหาสาเหตุหรือจุดบกพร่องของผู้เรียนสำหรับการสอนซ่อมเสริม

  • ก. Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)
  • ข. Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย) ✓
  • ค. Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)
  • ง. Formative (การประเมินระหว่างเรียน)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย)" การประเมินประเภท Diagnostic มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาสาเหตุและจุดบกพร่องของผู้เรียนเพื่อนำไปสู่การสอนซ่อมเสริมได้อย่างตรงจุด ส่วน Placement ใช้ก่อนเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือระดับ Formative ใช้ระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอน และ Summative ใช้เมื่อจบหน่วยหรือภาคเรียนเพื่อตัดสินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Formative (การประเมินระหว่างเรียน)" ผิด: Formative ใช้ประเมินระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ • "Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)" ผิด: Summative ใช้ประเมินเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียน • "Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)" ผิด: Placement ใช้ประเมินก่อนเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือจัดระดับผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Diagnostic | หาสาเหตุ/จุดบกพร่อง · ซ่อมเสริม |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| จุดมุ่งหมาย | Placement | ก่อนเรียน · จัดกลุ่ม/ระดับ |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Formative (for Learning) | ระหว่างเรียน · ปรับการสอน · ข้อมูลป้อนกลับ |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Diagnostic | หาสาเหตุ/จุดบกพร่อง · ซ่อมเสริม |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q69
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) ครูปิยะต้องการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนเข้าสู่ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) จึงได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนเขียนผังความคิดเพื่อสำรวจสิ่งที่นักเรียนทราบมาก่อนแล้วเกี่ยวกับบทเรียน การจัดกิจกรรมของครูปิยะตรงกับขั้นตอนใด

  • ก. ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
  • ข. ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)
  • ค. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ✓
  • ง. ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation)" รูปแบบ 7E ขยายเพิ่มเติมจาก 5E โดยเพิ่มขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ไว้ก่อนขั้น Engagement เพื่อสำรวจพื้นฐานเดิมเนื่องจากการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม กิจกรรมที่ครูปิยะจัดขึ้นจึงตรงกับขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)" ผิด: ขั้นนำความรู้ไปใช้/ต่อยอด (Extension) เป็นขั้นที่เพิ่มเข้ามาหลังขั้นประเมินผล (Evaluation) เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ ไม่ได้จัดไว้ก่อน Engagement • "ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)" ผิด: ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนนำผลที่ได้จากการค้นหามาอธิบายและเชื่อมโยงหลักการ ไม่ใช่ขั้นเตรียมความรู้เดิมก่อน Engagement • "ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)" ผิด: ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) เป็นขั้นที่ผู้เรียนวางแผนและลงมือทดลองด้วยตนเองหลังจากขั้น Engagement ไม่ใช่ขั้นที่จัดไว้ก่อน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 7E ขยายจาก 5E โดยเพิ่ม 2 ขั้น ขั้นแรกคือ ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ใส่ไว้ ก่อน Engagement เพราะการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 7E ขยายจาก 5E โดยเพิ่ม 2 ขั้น ขั้นแรกคือ ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ใส่ไว้ ก่อน Engagement เพราะการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q70
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งมอบหมายให้คณะครูร่วมกันจัดทำแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หากต้องการกำหนดเกณฑ์ให้ตรงตามหลักสูตร ครูท่านใดเสนอหัวข้อที่ไม่ได้จัดอยู่ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

  • ก. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"
  • ข. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"
  • ค. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"
  • ง. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที" ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ได้แก่ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย และ 8. มีจิตสาธารณะ ดังนั้น "ความกตัญญูกตเวที" จึงไม่ได้อยู่ในรายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการตามหลักสูตร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"" ผิด: "อยู่อย่างพอเพียง" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"" ผิด: "มีจิตสาธารณะ" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 8 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"" ผิด: "ซื่อสัตย์สุจริต" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ตัวลวงที่พบบ่อยคือคุณธรรมที่ฟังดูดีแต่ไม่อยู่ในรายการ เช่น กตัญญูกตเวที · ขยันหมั่นเพียร · ประหยัด · มีน้ำใจ · ความกล้าหาญ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “2. ซื่อสัตย์สุจริต ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งกาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผู้อื่น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ตัวลวงที่พบบ่อยคือคุณธรรมที่ฟังดูดีแต่ไม่อยู่ในรายการ เช่น กตัญญูกตเวที · ขยันหมั่นเพียร · ประหยัด · มีน้ำใจ · ความกล้าหาญ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q71
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยให้นักเรียนฝึกตั้งประเด็นคำถามที่ตนเองสนใจ ค้นคว้าและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อปลูกฝังทักษะ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) ให้สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ได้เมื่อไม่มีครูสอน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

  • ก. Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) ✓
  • ข. Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
  • ค. Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)
  • ง. Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)" ตามกรอบทักษะ 8Cs ของแผนการศึกษาแห่งชาติ C7 Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) มีองค์ประกอบสำคัญคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) เพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่าจะหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน ซึ่งครูสามารถฝึกทักษะนี้ได้ผ่านการทำโครงงานที่ให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)" ผิด: Computing and ICT Literacy หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือดิจิทัล เช่น การใช้ตารางคำนวณหรือการเขียนโปรแกรม • "Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)" ผิด: Critical Thinking and Problem Solving เน้นทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดแก้ปัญหา ไม่ใช่การเรียนรู้วิธีเรียนรู้ด้วยตนเอง • "Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)" ผิด: Compassion เป็นคุณลักษณะด้านความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังผ่านกิจกรรมจิตอาสาหรือการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของครู อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนที่สองคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) คือรู้ว่าตัวเองควรหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ครูฝึกได้ผ่านโครงงานที่ให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบเอง หรือกิจกรรมจำลองอาชีพ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนที่สองคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) คือรู้ว่าตัวเองควรหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q72
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน มีแนวคิดหลักในการอธิบายพฤติกรรมของบุคคลในลักษณะใด และเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้กี่ส่วน

  • ก. พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
  • ข. พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน ✓
  • ค. พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
  • ง. พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้ 3 ส่วน (ราก ลำต้น ดอกผล) ซึ่งผู้สอบมักสับสนกับสโลแกนคนดี คนเก่ง มีความสุข ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เน้นอธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" ไม่ใช่คนกล้า • "พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เปรียบเทียบกับต้นไม้ 3 ส่วน ไม่ใช่ 4 ส่วน และเน้นคนดีและคนเก่ง • "พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เปรียบเทียบกับต้นไม้ 3 ส่วน และมุ่งอธิบายพฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q73
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ข้อความในข้อใดระบุวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษาไทยในระยะ 20 ปี ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

  • ก. ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21
  • ข. คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ✓
  • ค. ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0
  • ง. คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" วิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 กำหนดภาพปลายทางใน 20 ปีไว้ว่า คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ข้อความอื่นจึงไม่ใช่วิสัยทัศน์ที่แผนการศึกษากำหนดไว้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้ระบุข้อความการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยและความฉลาดรู้เป็นวิสัยทัศน์หลัก 20 ปี • "ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้จำกัดวิสัยทัศน์ไว้เพียงการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการมุ่งสู่สังคมไทย 4.0 • "คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ด้วยข้อความเกี่ยวกับการมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q74
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายผลกระทบของการขาด "เงื่อนไขความรู้" ในการตัดสินใจเลือกซื้อสิ่งของได้อย่างถูกต้อง

  • ก. ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม
  • ข. ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
  • ค. นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต
  • ง. อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง" ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การตัดสินใจอย่างพอประมาณและมีเหตุผลจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความรู้ โดยหากขาดข้อมูลหรือความรู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อให้มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตนอย่างพอเพียงก็อาจตัดสินใจผิดพลาดได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต" ผิด: ความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านจิตใจ ไม่ใช่ผลจากการขาดเงื่อนไขความรู้ • "ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม" ผิด: การใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านการกระทำ • "ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้" ผิด: ความเพียรจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านจิตใจ ไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงจากการขาดเงื่อนไขความรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ถ้าไม่มีความรู้เหล่านี้ ต่อให้ตั้งใจพอเพียงก็อาจตัดสินใจพลาด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “การตัดสินใจอย่างพอประมาณและมีเหตุผลจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีความรู้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ถ้าไม่มีความรู้เหล่านี้ ต่อให้ตั้งใจพอเพียงก็อาจตัดสินใจพลาด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q75
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ ตรงกับข้อใด

  • ก. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
  • ข. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
  • ค. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ✓
  • ง. ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)" การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) คือรูปแบบที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ โดยมีห้องเรียนกลับด้านเป็นตัวอย่างรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้นี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)" ผิด: ระบบจัดการการเรียนรู้เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า ไม่ใช่รูปแบบการเรียนรู้ที่ผสมสองระบบเข้าด้วยกัน • "การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)" ผิด: การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มของผู้เรียน ไม่ใช่การผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ • "การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)" ผิด: การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเน้นกระบวนการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่รูปแบบการผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับออนไลน์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q76
teacher_law_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความมุ่งหมายเฉพาะที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากระดับอื่นตามข้อใด

  • ก. การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม ✓
  • ข. การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
  • ค. การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
  • ง. การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28 วรรคสาม บัญญัติว่าหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม ในขณะที่ความเป็นไทยและการประกอบอาชีพเป็นเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ" ผิด: เป็นแนวทางในการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนตามมาตรา 29 • "การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ" ผิด: เป็นเป้าหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 • "การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ" ผิด: กฎหมายไม่ได้มุ่งเน้นการตอบสนองตลาดแรงงาน แต่กำหนดให้พัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28: “สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่ง และวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 27: “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ”

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28: “สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่ง และวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q77
teacher_law_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรประจำตัวและเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร

  • ก. มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที
  • ข. มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ค. มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย
  • ง. มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร" ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องจึงมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้นำตัวเด็กไปส่งทันที แต่กำหนดให้อำนวยความสะดวกตามสมควร • "มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องทำหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร • "มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร”

พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 9: “มาตรา 9 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q78
teacher_law_ch10
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้นโดยมีเป้าหมายตามข้อใด

  • ก. เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
  • ข. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ
  • ค. เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล ✓
  • ง. เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล" ตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ระบุไว้ในประกาศยุทธศาสตร์ชาติ บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ • "เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายว่าเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่กรอบการปฏิรูปการศึกษา • "เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ" ผิด: ตามประกาศยุทธศาสตร์ชาติระบุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล มิใช่การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันอย่างเร่งด่วน อ้างอิงตัวบท ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ”

ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (PDF หน้า 1-13): “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q79
teacher_law_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เมื่อผู้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งลงโทษทางวินัย กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดใดไว้ในคำสั่งลงโทษ

  • ก. แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์
  • ข. แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ ✓
  • ค. แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู
  • ง. แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ" ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การลงโทษให้ทำเป็นคำสั่ง และในคำสั่งลงโทษต้องแสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้แสดงประวัติการรับราชการหรือมติที่ประชุมสถานศึกษาไว้ในคำสั่งลงโทษ • "แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องระบุสรุปคำให้การของพยานหรือระยะเวลาอุทธรณ์ไว้เป็นสาระสำคัญในคำสั่งลงโทษตามมาตรานี้ • "แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ระบุรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนหรือมาตรการแก้ไขฟื้นฟูในคำสั่งลงโทษ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 97: “ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 97: “ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษเช่นนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q80
teacher_law_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การดำเนินการสอบสวนกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด

  • ก. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ✓
  • ข. ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา
  • ค. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน
  • ง. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้" ตามมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่าในการสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า" ผิด: กฎหมายระบุว่าในการแจ้งพยานหลักฐานจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ ไม่ได้บังคับให้ต้องระบุชื่อพยานทุกคน • "ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย มิใช่จำกัดเพียงการทำหนังสือชี้แจง • "ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน" ผิด: หากผู้มีอำนาจเห็นว่ามีมูลและจะเสียหายแก่ราชการ ต้องสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า จะสั่งให้ออกจากราชการทันทีโดยไม่สอบสวนไม่ได้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาได้ด้วย”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 111: “ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ก็ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q81
teacher_law_ch8
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ภายหลังที่มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย เทศบาลตำบลแห่งหนึ่งซึ่งมีภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย

  • ก. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน
  • ข. แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ
  • ค. เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
  • ง. จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว" ตามมาตรา 21 กำหนดว่าเมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผน จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว เทศบาลตำบลในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องจัดทำแผนปฏิบัติการและปฏิบัติตามแผน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้จัดทำรายงานเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขอจัดสรรเงินอุดหนุนหลังการประกาศแผน • "แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ท้องถิ่นแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมากำหนดมาตรฐานเฉพาะตนเอง แต่ให้ปฏิบัติตามภารกิจในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย • "เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเสนอแผนงานเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการ แต่กำหนดให้จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผน อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 21: “เมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว”

พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 21: “เมื่อได้มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q82
teacher_law_ch11
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงานและโครงการสำคัญ "โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง" มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องใด

  • ก. เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน
  • ข. เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ
  • ค. เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน ✓
  • ง. เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงาน/โครงการตามเป้าหมาย ตัวชี้วัด กำหนดให้มีโครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตามความต้องการของประเทศ เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา" ผิด: การพัฒนาครูฝึกเป็นเป้าหมายของโครงการจัดทำและพัฒนามาตรฐานครูฝึกในสถานประกอบการ • "เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ" ผิด: การวิจัยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายของโครงการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัย • "เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน" ผิด: การเทียบเคียงเป็นเป้าหมายของโครงการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “3) โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตาม ความต้องการของประเทศ”

แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “3) โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จำเป็นและตรงตาม ความต้องการของประเทศ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q83
teacher_law_ch9
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบาย "สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ" มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นสิ่งใดและเพื่อการใด

  • ก. ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education
  • ข. ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู ✓
  • ค. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง
  • ง. ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู" ตามนโยบายข้อ 5 กำหนดให้ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่" ผิด: ไม่มีการระบุให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้เพื่อตลาดแรงงานในนโยบายข้อนี้ • "ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education" ผิด: การนำนโยบายไปเป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการและขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด All for Education เป็นบทสั่งการและวันมีผลในตอนท้ายของประกาศ • "ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง" ผิด: การดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ เป็นมาตรการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาตามนโยบายข้อ 4.2 อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๕. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: “ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๔. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง: “4.2 ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ ระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ ระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของอาคารสถานที่” นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) บทสั่งการและวันมีผล: “ไปเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาและการดำเนินงาน โดยจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ยึดหลักการมีส่วนร่วมและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “All for Education””

นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๕. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ: “ผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q84
teacher_law_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายรับเงินจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในการจูงใจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น การกระทำของครูสมชายมีผลทางวินัยอย่างไร

  • ก. มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ✓
  • ข. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่
  • ค. ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ
  • ง. มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง" ตามมาตรา 93 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดห้ามมิให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงการชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าว การฝ่าฝืนบทบัญญัตินี้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าการดำเนินการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่ใช่วินัยไม่ร้ายแรง • "ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ" ผิด: กฎหมายห้ามมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียงโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะกระทำในหรือนอกเวลาราชการ • "ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่" ผิด: การเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงทันที โดยไม่ต้องพิจารณาว่าได้ใช้อำนาจหน้าที่หรือไม่ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “รวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน การดำเนินการที่ฝ่าฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 93: “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q85
teacher_law_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อมีลักษณะตามข้อใด

  • ก. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
  • ข. กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
  • ค. เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ✓
  • ง. กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง" ตามมาตรา 89 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดว่า การกลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: การกระทำเพื่อให้ได้รับแต่งตั้งหรือบรรจุโดยมิชอบ เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการหาประโยชน์ในมาตราอื่น • "เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง" ผิด: กฎหมายบัญญัติว่าต้องเป็นเหตุให้ 'ผู้อื่น' ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง มิใช่ความเสียหายแก่ทางราชการ • "กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ" ผิด: การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียนหรือประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นบทบัญญัติในมาตราอื่น อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 89: “การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 89: “การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q86
teacher_law_ch7
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุความหมายของคำว่า “เด็ก” ได้ถูกต้อง

  • ก. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
  • ข. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ✓
  • ค. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
  • ง. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดนิยามคำว่าเด็กไว้ชัดเจนว่าหมายถึงบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ดังนั้น ผู้เยาว์ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์แต่ได้ทำการสมรสตามกฎหมายจนบรรลุนิติภาวะแล้วจึงไม่อยู่ในนิยามของเด็กตามกฎหมายนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายบัญญัติชัดเจนว่าไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุเด็กไว้ที่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มิใช่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ • "บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส" ผิด: กฎหมายกำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: “มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: ““เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส”

พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 4: “มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q87
teacher_law_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นายเอกจ้างเด็กที่มีอายุในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับมาทำงานประจำที่ร้านค้าของตน โดยปราศจากเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เด็กมิได้ไปเรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 นายเอกต้องรับผิดอย่างไร

  • ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
  • ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
  • ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท
  • ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท" ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท การกระทำของนายเอกจึงมีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท" ผิด: กฎหมายกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไว้สูงสุดไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทเท่านั้น • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท" ผิด: อัตราค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท เป็นความผิดกรณีไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 14 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท” พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 14: “มาตรา 14 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งพันบาท”

พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 มาตรา 15: “มาตรา 15 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q88
teacher_law_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 การจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อสิ่งใด

  • ก. เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ✓
  • ข. เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู
  • ค. เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา
  • ง. เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ" ตามมาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 บัญญัติให้ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภากำหนด มิใช่เพื่อการเลื่อนวิทยฐานะหรือการลงโทษทางวินัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ประเมินเพื่อการเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะ ซึ่งเป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลของ ก.ค.ศ. • "เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ" ผิด: การลงโทษทางจรรยาบรรณเป็นกระบวนการเมื่อมีการประพฤติผิด มิใช่วัตถุประสงค์ของการประเมินระดับคุณภาพนี้ • "เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา" ผิด: กฎหมายมิได้บัญญัติวัตถุประสงค์ของการประเมินระดับคุณภาพตามมาตรานี้เพื่อใช้ต่ออายุใบอนุญาต อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49: “ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ”

พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49: “ต้องจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q89
teacher_law_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นายปรเมศได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากหน่วยงานต้นสังกัดประสงค์จะให้นายปรเมศได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของอันดับ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการตามข้อใด

  • ก. ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
  • ข. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ✓
  • ค. ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ง. ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ." ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า ผู้ใดจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด วิทยฐานะใด ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของอันดับ แต่ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหรือมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎ ก.ค.ศ. • "ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง" ผิด: กฎหมายมิได้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎ ก.ค.ศ. • "ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 44: “ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 44: “ในกรณีที่จะให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q90
teacher_law_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กำหนดแนวทางเกี่ยวกับค่าตอบแทนของผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ไว้อย่างไร

  • ก. ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ
  • ข. ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน
  • ค. ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน ✓
  • ง. ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน" ตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษา (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดแนวทางปฏิรูปด้านการศึกษาให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ โดยกำหนดให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เทียบเท่าหน่วยงานอิสระ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้จ่ายตามวุฒิการศึกษาหรืออายุราชการ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน • "ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา" ผิด: รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้จ่ายตามผลการทดสอบระดับชาติ แต่กำหนดให้เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน อ้างอิงตัวบท รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน”

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258: “ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q91
teacher_law_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดขึ้นในสถานที่ใด

  • ก. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ
  • ข. สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ
  • ค. สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ
  • ง. มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น" ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ" ผิด: เป็นสถานที่ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามมาตรา 20 • "สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ" ผิด: เป็นสถานที่ที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 18 • "สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ" ผิด: เป็นกลุ่มสถานที่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎหมายสำหรับการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 19: “มาตรา 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 18: “มาตรา 18 การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานให้จัดในสถานศึกษา ดังต่อไปนี้ (1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20: “มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ”

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 19: “มาตรา 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้จัดในมหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q92
teacher_law_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีที่หน่วยงานมีความจำเป็นและผู้บังคับบัญชาส่งหรืออนุญาตให้ข้าราชการครูลาไปศึกษาต่อตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จะได้รับสิทธิและสถานะทางราชการอย่างไร

  • ก. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา ✓
  • ข. ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ
  • ค. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน
  • ง. ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา" ตามมาตรา 81 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดว่ากรณีที่มีความจำเป็นหรือเป็นความต้องการของหน่วยงานเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือวิชาชีพ เมื่อได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลาได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จึงนับเป็นเวลาราชการตามปกติ • "ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน" ผิด: กฎหมายบัญญัติให้มีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา มิได้สั่งให้ตัดสิทธิหรือมิให้เลื่อนเงินเดือน • "ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา" ผิด: การลาไปศึกษาตามเงื่อนไขนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ มิใช่การถูกสั่งพักราชการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด” พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย แล้วแต่กรณี”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา โดยการให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กำหนด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q93
teacher_law_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ผลการสอบสวนฟังได้ว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หากมีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร

  • ก. สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้
  • ข. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ✓
  • ค. สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้
  • ง. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก" ตามมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า ในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก และถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน" ผิด: กฎหมายห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก ไม่ใช่ห้ามต่ำกว่าลดเงินเดือน • "สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้" ผิด: โทษภาคทัณฑ์เป็นโทษสำหรับวินัยไม่ร้ายแรง กฎหมายจึงไม่อนุญาตให้ลดโทษความผิดวินัยอย่างร้ายแรงลงมาถึงภาคทัณฑ์ • "สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้" ผิด: โทษตัดเงินเดือนเป็นโทษสำหรับวินัยไม่ร้ายแรง จึงไม่สามารถลดโทษความผิดวินัยอย่างร้ายแรงลงมาถึงขั้นนี้ได้ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 99: “และในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก”

พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 99: “และในกรณีที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q94
teacher_law_ch9
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) มีแนวทางดำเนินการอย่างไร

  • ก. โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่
  • ข. จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ
  • ค. มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด
  • ง. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบายที่ 1 ข้อ 1.2 กำหนดให้นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ" ผิด: นโยบายกำหนดให้นำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การจัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางส่งอาหารให้สถานศึกษาขนาดเล็ก • "โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่" ผิด: นโยบายไม่ได้กำหนดให้โอนงบประมาณตรงสู่บัญชีผู้ปกครอง แต่ให้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการแทนครู • "มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด" ผิด: นโยบายกำหนดให้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่การมอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครู อ้างอิงตัวบท นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่”

นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 (ฉบับ 29 เม.ย. 2569) ๑. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก: “1.2 นำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) ในสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบการจัดเตรียมอาหารกลางวัน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องแทนครู เพื่อให้ครูสามารถอุทิศเวลาให้กับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q95
teacher_law_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่งไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และมิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ขั้นตอนต่อไปที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด

  • ก. เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา
  • ข. สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่
  • ค. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข ✓
  • ง. แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข" ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากสถานศึกษามิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. ในการสั่งให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว • "แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดขั้นตอนให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมสถานศึกษา • "เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 51: “หากมิได้ดำเนินการดังกล่าว ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข”

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 51: “หากมิได้ดำเนินการดังกล่าว ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q96
teacher_law_ch8
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 คำว่า “เด็กปฐมวัย” หมายความตรงกับข้อใด

  • ก. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ✓
  • ข. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
  • ค. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
  • ง. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา" ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ได้นิยาม “เด็กปฐมวัย” ว่าหมายถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาด้วย จึงตอบข้อนี้ได้อย่างถูกต้องตามตัวบท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายกำหนดอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับประถมศึกษา ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย" ผิด: กฎหมายระบุว่ารวมถึงเด็กที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ • "เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ ไม่ใช่ต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 3: ““เด็กปฐมวัย” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา”

พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 3: ““เด็กปฐมวัย” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q97
teacher_law_ch7
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฏิบัติต่อเด็ก (เช่น การกระทำทารุณกรรม การละเลย หรือการใช้เด็กเป็นเครื่องมือกระทำผิด) ต้องระวางโทษตามข้อใด

  • ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ง. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนมาตรา 26 เกี่ยวกับข้อห้ามการปฏิบัติต่อเด็ก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ • "จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นโทษของผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา 79 • "จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับความผิดฐานนี้ มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26: “มาตรา 26 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก (2) …” อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 79: “มาตรา 79 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 มาตรา 50 หรือมาตรา 61 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 78: “มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q98
teacher_law_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุสิ่งที่ต้องมุ่งปลูกฝัง “ในกระบวนการเรียนรู้” ได้ถูกต้อง

  • ก. การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม
  • ข. จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ✓
  • ค. ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ
  • ง. ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามมาตรา 6 และการศึกษาตลอดชีวิตเป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม" ผิด: เป็นการศึกษาตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของสังคม ซึ่งเป็นหลักการจัดการศึกษาตามมาตรา 8 • "การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม" ผิด: เป็นความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามมาตรา 6 ไม่ใช่เป้าหมายที่ระบุไว้สำหรับกระบวนการเรียนรู้ตามมาตรา 7 • "ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ" ผิด: ไม่ใช่ข้อความที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 7 อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 7: “มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6: “มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม” พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 8: “มาตรา 8 การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ (1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน (2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา”

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 7: “มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q99
teacher_law_ch11
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน สถานศึกษาพบว่าไม่สามารถจัดสรรโอกาสและส่งต่อบริการทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุม หากวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใดโดยตรง

  • ก. ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว
  • ข. โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
  • ค. ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ✓
  • ง. สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (ยุทธศาสตร์ที่ 4) ระบุว่า ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มิได้ระบุว่าความไม่ยืดหยุ่นของหลักสูตรเป็นสาเหตุที่ทำให้จัดสรรโอกาสและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นไม่ทั่วถึง • "ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มิได้ระบุเรื่องการขาดแคลนครูแนะแนวเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็น • "สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน" ผิด: ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ระบุถึงข้อจำกัดด้านระบบข้อมูลสารสนเทศรายบุคคล มิใช่การขาดแคลนงบประมาณจัดหาสื่อเทคโนโลยีในประเด็นนี้ อ้างอิงตัวบท แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระบบข้อมูล และสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐ ไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน”

แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ (PDF หน้า 103-168): “ระบบข้อมูล และสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ทำให้รัฐ ไม่สามารถจัดสรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และไม่สามารถเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q100
teacher_law_ch6
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หากมีกรณีที่จะต้องแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการให้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จะต้องดำเนินการตามข้อใด

  • ก. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
  • ข. ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
  • ค. ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ง. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 34 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและระบุอำนาจหน้าที่ไว้ในประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ผิด เพราะกฎหมายกำหนดให้ทำโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้กำหนดให้สภาการศึกษาให้คำแนะนำในเรื่องนี้ • "ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด" ผิด: ผิด เพราะการออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนดใช้สำหรับการแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษา ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ผิด เพราะรูปแบบที่กฎหมายกำหนดคือประกาศกระทรวง ส่วนกฎกระทรวงมีไว้สำหรับกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการ อ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (1) ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (2) และอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด”

พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 34: “การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (1) ให้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข ชุดสอบเสมือนจริง ชุดที่ 3

Time limit: 100 minutes

  1. 1. ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ประกอบด้วยขั้นตอนใดเรียงตามลำดับ

    • ก. วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน
    • ข. วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน
    • ค. วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง
    • ง. วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต
  2. 2. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนด้วยความขยัน อดทน ซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตามข้อใด

    • ก. เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
    • ข. เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล
    • ค. เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว
    • ง. เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว
  3. 3. ครูท่านหนึ่งสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ เพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยข้อสอบข้อหนึ่งได้รับคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน ได้แก่ +1, +1 และ 0 ตามลำดับ ครูควรสรุปผลและดำเนินการกับข้อสอบข้อนี้อย่างไร

    • ก. ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50
    • ข. ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
    • ค. สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
    • ง. ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
  4. 4. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเตรียมนำไปใช้จัดการเรียนรู้ ข้อใดระบุองค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษาได้ถูกต้องครบถ้วน

    • ก. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ข. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ค. ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ง. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  5. 5. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วางหลักการจัดการศึกษาอันเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" โดยกำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักใด

    • ก. ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน
    • ข. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน
    • ค. ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้
    • ง. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
  6. 6. ในการประเมินคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของคุณภาพด้าน "ความเป็นปรนัย" ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ
    • ข. เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้
    • ค. การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ
    • ง. เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง
  7. 7. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในมาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy มีแนวคิดที่ใช้กำกับตามข้อใด

    • ก. Education for All
    • ข. All for Education
    • ค. AI for All
    • ง. Global Partnerships
  8. 8. ในการพัฒนาตนเองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิด "Reskill" และ "Upskill" ได้ถูกต้อง

    • ก. Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่
    • ข. Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม
    • ค. Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน
    • ง. Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ
  9. 9. ตามหลักการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เกณฑ์ตัวเลขของ "ค่าความยาก" (Difficulty) ของข้อสอบที่ถือว่าเหมาะสมและนำไปใช้ได้ คือข้อใด

    • ก. 0.20–0.80
    • ข. ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
    • ค. ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
    • ง. ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
  10. 10. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มปัญญานิยม แนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความหมายและการใช้ Advance Organizer สัมพันธ์กับนักทฤษฎีท่านใด

    • ก. แบนดูรา
    • ข. ออซูเบล
    • ค. บรูเนอร์
    • ง. กาเย่
  11. 11. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มีการย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ไปรวมไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด

    • ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
    • ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
    • ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    • ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  12. 12. ครูมานะสังเกตพบว่าระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนหลายคนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ครูจึงต้องการจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหาที่พบ พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยในชั้นเรียนต่อไป ครูมานะควรดำเนินการระบุข้อมูลดังกล่าวลงในองค์ประกอบใดของแผนการจัดการเรียนรู้

    • ก. สาระสำคัญ
    • ข. กิจกรรมการเรียนรู้
    • ค. การวัดและประเมินผล
    • ง. บันทึกหลังสอน
  13. 13. ครูประจำชั้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ไปถึงระดับสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR (พูเอนเตดูรา) จากแนวคิดดังกล่าว ขั้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ครูมุ่งหวังให้เกิดขึ้นตรงกับข้อใด

    • ก. Augmentation
    • ข. Modification
    • ค. Redefinition
    • ง. Substitution
  14. 14. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitivism) และกลุ่มการสร้างความรู้ (Constructivism) มีมุมมองต่อกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญตามข้อใด

    • ก. เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้
    • ข. เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
    • ค. เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน
    • ง. เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน
  15. 15. ในการจัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการได้เสนอจัดหมวดหมู่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ หากครูได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตร ควรให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร

    • ก. รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
    • ข. รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
    • ค. รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ
    • ง. คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ
  16. 16. ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 หากครูปฐมวัยจัดกิจกรรมพาเด็กไปสำรวจแปลงเกษตรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและลงมือปฏิบัติอย่างมีความสุข พร้อมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานใด

    • ก. มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
    • ข. มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
    • ค. มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก
    • ง. มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
  17. 17. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูประจำชั้นสังเกตพบว่า ด.ช.ตะวัน มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ กะระยะ และจินตนาการรูปทรงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสนใจงานออกแบบและใฝ่ฝันอยากเป็นสถาปนิกในอนาคต พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้เรียนมีความฉลาดโดดเด่นตรงกับปัญญาด้านใดตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner)

    • ก. ด้านมิติสัมพันธ์
    • ข. ด้านธรรมชาติวิทยา
    • ค. ด้านการเข้าใจตนเอง
    • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
  18. 18. ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูประจำชั้นสอบถามเหตุผลในการช่วยทำความสะอาดห้องเรียน เด็กหญิงแก้วตอบว่า "หนูตั้งใจช่วยเพื่อนทำเวรความสะอาด เพราะอยากให้คุณครูชมว่าเป็นเด็กดีค่ะ" ตามแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก เหตุผลของเด็กหญิงแก้วจัดอยู่ในขั้นใด

    • ก. ขั้นที่ 1
    • ข. ขั้นที่ 3
    • ค. ขั้นที่ 2
    • ง. ขั้นที่ 4
  19. 19. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) มีจุดเด่นหรือขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกิจกรรมตรงกับข้อใด

    • ก. การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน
    • ข. การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
    • ค. สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม
    • ง. ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน
  20. 20. ในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามแนวทางคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน นอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับใดที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ควบคู่กันเพื่อให้เห็นบทบาทครบถ้วน

    • ก. พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
    • ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
    • ค. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
    • ง. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
  21. 21. ในการศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า "การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล" มีความสัมพันธ์และลักษณะความหมายอย่างไรตามหลักวิชา

    • ก. มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น
    • ข. มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้
    • ค. เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
    • ง. มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์
  22. 22. ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ขับเคลื่อนงานสถานศึกษาโดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจ ปรับใช้ระบบข้อมูลดิจิทัลเพื่อการทำงาน และปรับระบบงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

    • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย
    • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
    • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
  23. 23. ตามแนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา การที่ครูวัดผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน จัดเป็นการสร้างหลักฐานที่ตอบมาตรฐานใด

    • ก. มาตรฐานที่ 3.3
    • ข. มาตรฐานที่ 3.4
    • ค. มาตรฐานที่ 3.2
    • ง. มาตรฐานที่ 3.1
  24. 24. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุลักษณะสำคัญของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ได้ถูกต้องตามหลักการ

    • ก. ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ
    • ข. ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด
    • ค. ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้
    • ง. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
  25. 25. ตามแนวคิดจิตวิทยาการศึกษา กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใด

    • ก. โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม
    • ข. สิ่งเร้ากับการตอบสนอง
    • ค. กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น
    • ง. การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ
  26. 26. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีลักษณะและเป้าหมายหลักตรงกับข้อใด

    • ก. การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม
    • ข. การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน
    • ค. การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม
    • ง. การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้
  27. 27. ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้แจ้งต่อคณะครูว่า สถานศึกษาต้องขับเคลื่อนตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางที่กำหนดว่า 'ปีนี้เน้นอะไร' การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด

    • ก. มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
    • ข. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
    • ค. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
    • ง. มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
  28. 28. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ในการวินิจฉัยปัญหาเชิงจริยธรรม เช่น กรณีศึกษาไฮนซ์ขโมยยา สิ่งใดคือเกณฑ์สำคัญที่สุดที่ใช้บ่งบอกระดับจริยธรรมของบุคคล

    • ก. ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ
    • ข. เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่
    • ค. ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ
    • ง. เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ
  29. 29. ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน โดยระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ รวมถึงการวัดผล คือข้อใด

    • ก. แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)
    • ข. แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)
    • ค. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
    • ง. แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)
  30. 30. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการของไวก็อตสกี วิธีการช่วยเหลือเด็กในเขตพัฒนาการที่ใกล้เคียง (ZPD) โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ปรับลดลงจนเด็กทำได้เอง เรียกว่าอะไร

    • ก. การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)
    • ข. การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)
    • ค. การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)
    • ง. การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)
  31. 31. ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาความวิตกกังวล หากครูต้องการนำหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ครูควรแสดงบทบาทและท่าทีในการสนทนากับนักเรียนอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมที่สุด

    • ก. ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ
    • ข. รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน
    • ค. ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม
    • ง. วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที
  32. 32. ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทหน้าที่สำคัญโดยตรงในเรื่องใด

    • ก. ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ.
    • ข. ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี
    • ค. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
    • ง. ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง
  33. 33. ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน การปฏิบัติในข้อใดจัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation) ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา

    • ก. ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน
    • ข. ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง
    • ค. ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน
    • ง. ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน"
  34. 34. ตามการจำแนกเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) พฤติกรรมการเรียนรู้ขั้นสูงสุดคือข้อใด

    • ก. การสร้างสรรค์
    • ข. การประเมินค่า
    • ค. การวิเคราะห์
    • ง. การสังเคราะห์
  35. 35. ในการประชุมวางแผนระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน ครูแกนนำประกันคุณภาพเสนอว่าควรเน้นการจัดทำเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ชี้แจงเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า การประเมินและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยมีกลไกควบคุมตรวจสอบระบบบริหารคุณภาพที่สถานศึกษาจัดขึ้น มีเป้าหมายสำคัญที่สุดตามข้อใด

    • ก. เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก
    • ข. เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู
    • ค. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน
    • ง. เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น
  36. 36. ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) การออกแบบการเรียนรู้ในขั้นที่ 2 คือขั้นตอนใด

    • ก. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้
    • ข. กำหนดหลักฐานการประเมิน
    • ค. กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้
    • ง. กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ
  37. 37. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนนำประเด็นข่าวที่กำลังแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบความจริง โดยให้นักเรียนตั้งคำถามต่อที่มาของข้อมูล และต้องระบุได้ว่าใช้หลักฐานใดในการตัดสินใจ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งเสริมทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใดเด่นชัดที่สุด

    • ก. Career and Learning Skills
    • ข. Critical Thinking and Problem Solving
    • ค. Creativity and Innovation
    • ง. Cross-cultural Understanding
  38. 38. ข้อใดอธิบายเป้าหมายและลักษณะสำคัญของ "การวิจัยในชั้นเรียน" (Classroom Action Research) ที่แตกต่างจากการวิจัยทั่วไปได้อย่างถูกต้อง

    • ก. กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน
    • ข. มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา
    • ค. แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที
    • ง. มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง
  39. 39. ตามศาสตร์การสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามข้อใด

    • ก. เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม
    • ข. หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย
    • ค. เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน
    • ง. กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน
  40. 40. ครูสมศักดิ์ต้องการปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากห้องเรียนแบบเดิมมาสู่ “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และทฤษฎี Constructivism ครูสมศักดิ์ควรปรับบทบาทของตนเองและจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

    • ก. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ
    • ข. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง
    • ค. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้
    • ง. ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้
  41. 41. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง

    • ก. กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
    • ข. จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
    • ค. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ
    • ง. กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต
  42. 42. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational) มีลักษณะความสามารถทางสติปัญญาตามข้อใด

    • ก. ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้
    • ข. สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้
    • ค. เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม
    • ง. เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต
  43. 43. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) มีจุดเน้นและลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด
    • ข. นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score
    • ค. นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง
    • ง. นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด
  44. 44. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ หากครูต้องการทำความเข้าใจพัฒนาการด้าน "จิตสังคม" และพัฒนาการด้าน "จริยธรรม" ของผู้เรียน ควรศึกษาแนวคิดของนักทฤษฎีคู่ใดตามลำดับ

    • ก. อีริคสัน และ โคลเบิร์ก
    • ข. เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี
    • ค. ฟรอยด์ และ อีริคสัน
    • ง. ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก
  45. 45. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนได้วางแนวทางและกลไกเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายไว้อย่างไร

    • ก. แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
    • ข. แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ
    • ค. แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา
    • ง. แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21
  46. 46. ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มลงมือเขียนโปรแกรมและสร้างหุ่นยนต์จำลองที่นำมาทดสอบและแบ่งปันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความรู้ความเข้าใจไปพร้อมกับการสร้างผลงาน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของนักการศึกษาท่านใดมากที่สุด

    • ก. ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert)
    • ข. บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)
    • ค. ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)
    • ง. เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)
  47. 47. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายจุดเน้นที่แตกต่างกันระหว่าง "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" กับ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" ได้ถูกต้อง

    • ก. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"
    • ข. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน"
    • ค. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"
    • ง. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"
  48. 48. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แนวคิด "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้" (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
    • ข. การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
    • ค. การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน
    • ง. การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้
  49. 49. ในการเปิดภาคเรียนใหม่ ครูประจำวิชาภาษาอังกฤษจัดให้นักเรียนชั้น ม.1 ทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน แล้วนำผลคะแนนไปใช้จัดกลุ่มนักเรียนเข้าห้องเรียนตามความเหมาะสม และวางแผนว่าควรเริ่มสอนจากเนื้อหาจุดใด การดำเนินการดังกล่าวตรงกับการประเมินประเภทใดตามจุดมุ่งหมาย

    • ก. การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)
    • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
    • ค. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
    • ง. การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)
  50. 50. ในบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ข้อใดระบุข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนได้ถูกต้อง

    • ก. ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ
    • ข. ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11
    • ค. ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ
    • ง. ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก
  51. 51. ในการประชุมประจำสัปดาห์ คุณครูประจำชั้นและครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาด้านการอ่านของนักเรียน พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบใด

    • ก. PLC
    • ข. 4MAT
    • ค. Flipped Classroom
    • ง. Backward Design
  52. 52. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนที่เรียนเก่งจับคู่คอยประกบและให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ยังเรียนไม่เข้าใจ เพื่อช่วยให้เพื่อนสามารถทำใบงานได้สำเร็จ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาในข้อใด

    • ก. อีริคสัน
    • ข. เพียเจต์
    • ค. บรูเนอร์
    • ง. ไวก็อตสกี
  53. 53. ตามที่ระบุไว้ในเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นโยบายของ สพฐ. นโยบายของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับแผนการศึกษาแห่งชาติ

    • ก. จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ
    • ข. มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท
    • ค. นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน
    • ง. ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
  54. 54. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนด "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" ที่ผู้เรียนทุกคนต้องมีและครูผู้สอนต้องช่วยกันพัฒนาไว้ทั้งหมดกี่ประการ

    • ก. 3 ประการ
    • ข. 8 ประการ
    • ค. 5 ประการ
    • ง. 10 ประการ
  55. 55. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด?

    • ก. ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต
    • ข. พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs
    • ค. เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
    • ง. ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม
  56. 56. ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง (Client-Centered Therapy) ของ คาร์ล โรเจอร์ส หน้าที่สำคัญของผู้ให้คำปรึกษาคือข้อใด

    • ก. สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง
    • ข. ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล
    • ค. วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    • ง. แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน
  57. 57. ตามหลักการจัดการเรียนรู้รูปแบบ CIPPA Model ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" (Process Learning) มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน
    • ข. ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน
    • ค. ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา
    • ง. ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ
  58. 58. โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมือง รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เรียน การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านใดโดยตรง

    • ก. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
    • ข. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง
    • ค. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
    • ง. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  59. 59. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Albert Bandura) กระบวนการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบมี 4 ขั้นตอน โดยเรียงลำดับได้อย่างถูกต้องตามข้อใด

    • ก. ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ
    • ข. การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ
    • ค. ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ
    • ง. ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ
  60. 60. ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาเรื่องแรงจูงใจในการเรียน พฤติกรรมของนักเรียนในข้อใดสะท้อนถึงการมี “แรงจูงใจภายใน” (Intrinsic Motivation)

    • ก. นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู
    • ข. นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล
    • ค. นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด
    • ง. นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง
  61. 61. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึง "การประเมินระหว่างเรียน" (Formative Assessment) ได้ถูกต้อง

    • ก. ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน
    • ข. ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย
    • ค. ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที
    • ง. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด
  62. 62. ตามแนวคิดการออกแบบการเรียนการสอนด้วยแบบจำลอง ADDIE Model ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง

    • ก. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล
    • ข. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล
    • ค. การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล
    • ง. การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล
  63. 63. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อใดระบุบทบาทหน้าที่หลักที่สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องดำเนินการจัดให้มีขึ้น

    • ก. ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด
    • ข. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
    • ค. จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่
    • ง. กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป
  64. 64. ครูประจำชั้นได้รับมอบหมายให้สรุปผลการประเมินปลายปีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อบันทึกในเอกสารหลักฐานทางการศึกษา ในส่วนของ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" และ "กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประจำชั้นจะต้องระบุระดับผลการตัดสินในแต่ละด้านตามข้อใด

    • ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน
    • ข. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
    • ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก
    • ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน
  65. 65. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สามารถดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยบุคคลหรือหน่วยงานใด

    • ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง
    • ข. ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น
    • ค. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน
    • ง. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา
  66. 66. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ข้อใดจัดเป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

    • ก. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
    • ข. มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
    • ค. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
    • ง. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
  67. 67. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินชิ้นงานโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะการให้คะแนนและข้อจำกัดตรงกับข้อใด

    • ก. กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้
    • ข. ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้
    • ค. ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้
    • ง. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า
  68. 68. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำแนกตามจุดมุ่งหมาย การประเมินประเภทใดใช้เพื่อหาสาเหตุหรือจุดบกพร่องของผู้เรียนสำหรับการสอนซ่อมเสริม

    • ก. Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)
    • ข. Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย)
    • ค. Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)
    • ง. Formative (การประเมินระหว่างเรียน)
  69. 69. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) ครูปิยะต้องการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนเข้าสู่ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) จึงได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนเขียนผังความคิดเพื่อสำรวจสิ่งที่นักเรียนทราบมาก่อนแล้วเกี่ยวกับบทเรียน การจัดกิจกรรมของครูปิยะตรงกับขั้นตอนใด

    • ก. ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
    • ข. ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)
    • ค. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation)
    • ง. ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)
  70. 70. โรงเรียนแห่งหนึ่งมอบหมายให้คณะครูร่วมกันจัดทำแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หากต้องการกำหนดเกณฑ์ให้ตรงตามหลักสูตร ครูท่านใดเสนอหัวข้อที่ไม่ได้จัดอยู่ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

    • ก. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"
    • ข. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"
    • ค. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"
    • ง. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที"
  71. 71. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยให้นักเรียนฝึกตั้งประเด็นคำถามที่ตนเองสนใจ ค้นคว้าและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อปลูกฝังทักษะ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) ให้สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ได้เมื่อไม่มีครูสอน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

    • ก. Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
    • ข. Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
    • ค. Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)
    • ง. Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)
  72. 72. ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน มีแนวคิดหลักในการอธิบายพฤติกรรมของบุคคลในลักษณะใด และเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้กี่ส่วน

    • ก. พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
    • ข. พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
    • ค. พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
    • ง. พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
  73. 73. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ข้อความในข้อใดระบุวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษาไทยในระยะ 20 ปี ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

    • ก. ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21
    • ข. คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
    • ค. ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0
    • ง. คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21
  74. 74. ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายผลกระทบของการขาด "เงื่อนไขความรู้" ในการตัดสินใจเลือกซื้อสิ่งของได้อย่างถูกต้อง

    • ก. ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม
    • ข. ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
    • ค. นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต
    • ง. อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง
  75. 75. ตามแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ ตรงกับข้อใด

    • ก. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
    • ข. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
    • ค. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)
    • ง. ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)
  76. 76. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความมุ่งหมายเฉพาะที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากระดับอื่นตามข้อใด

    • ก. การพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
    • ข. การพัฒนาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
    • ค. การเสริมสร้างทักษะวิชาชีพชั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
    • ง. การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ
  77. 77. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงบัตรประจำตัวและเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อตรวจสอบเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร

    • ก. มีหน้าที่ต้องนำตัวเด็กไปส่งที่สถานศึกษาในทันที
    • ข. มีหน้าที่ต้องทำหนังสือยินยอมให้เข้าตรวจค้นเป็นลายลักษณ์อักษร
    • ค. มีหน้าที่ต้องแจ้งผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจสอบด้วย
    • ง. มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
  78. 78. ตามพระบรมราชโองการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้นโดยมีเป้าหมายตามข้อใด

    • ก. เพื่อเป็นแนวทางเร่งด่วนในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
    • ข. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์และความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ
    • ค. เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล
    • ง. เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย
  79. 79. ในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เมื่อผู้บังคับบัญชาจะออกคำสั่งลงโทษทางวินัย กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดใดไว้ในคำสั่งลงโทษ

    • ก. แสดงผลการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปคำให้การของพยาน และระยะเวลาการใช้สิทธิอุทธรณ์
    • ข. แสดงว่ากระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกำหนดสถานโทษ
    • ค. แสดงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด รายชื่อคณะกรรมการสอบสวน และมาตรการแก้ไขฟื้นฟู
    • ง. แสดงความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน ประวัติการรับราชการ และมติที่ประชุมสถานศึกษา
  80. 80. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การดำเนินการสอบสวนกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาถูกกล่าวหาว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีหลักเกณฑ์ตามข้อใด

    • ก. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้
    • ข. ให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เท่านั้นแต่ไม่มีสิทธินำสืบแก้ข้อกล่าวหา
    • ค. ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้ทันทีหากมีมูลความจริงโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน
    • ง. ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและระบุรายชื่อพยานทุกคนอย่างชัดเจนให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้า
  81. 81. ภายหลังที่มีการประกาศแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย เทศบาลตำบลแห่งหนึ่งซึ่งมีภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย

    • ก. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุน
    • ข. แต่งตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นเพื่อกำหนดมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขึ้นใช้เป็นการเฉพาะ
    • ค. เสนอแผนงานและโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
    • ง. จัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยและปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว
  82. 82. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ในส่วนแผนงานและโครงการสำคัญ "โครงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง" มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องใด

    • ก. เพื่อขับเคลื่อนและเทียบเคียงระบบกรอบคุณวุฒิแห่งชาติให้เชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงในระดับอาเซียน
    • ข. เพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นสถาบันวิจัยชั้นนำที่สามารถสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ
    • ค. เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน
    • ง. เพื่อกำหนดและยกระดับมาตรฐานครูฝึกตลอดจนส่งเสริมการจัดการศึกษารูปแบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา
  83. 83. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 นโยบาย "สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ" มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เป็นสิ่งใดและเพื่อการใด

    • ก. ให้เป็นกรอบทิศทางจัดทำแผนปฏิบัติราชการ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด All for Education
    • ข. ให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ เพื่อปลดล็อกหลักสูตร คุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย และสนับสนุนวิชาชีพครู
    • ค. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อดูแลระบบสุขาภิบาล อาหารและน้ำ และสภาพแวดล้อมที่มั่นคง
    • ง. ให้เป็นมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ของชาติ เพื่อยกระดับผลการประเมินทักษะสากลและการเข้าสู่ตลาดแรงงานในศตวรรษใหม่
  84. 84. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หากครูสมชายรับเงินจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในการจูงใจให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น การกระทำของครูสมชายมีผลทางวินัยอย่างไร

    • ก. มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
    • ข. ไม่เป็นความผิดวินัยหากมิได้ใช้อำนาจหน้าที่
    • ค. ไม่เป็นความผิดวินัยหากทำนอกเวลาราชการ
    • ง. มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
  85. 85. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 การกลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง จะเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเมื่อมีลักษณะตามข้อใด

    • ก. เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
    • ข. กระทำต่อผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
    • ค. เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
    • ง. กระทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้ง
  86. 86. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ข้อใดระบุความหมายของคำว่า “เด็ก” ได้ถูกต้อง

    • ก. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
    • ข. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
    • ค. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และรวมตลอดถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
    • ง. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส
  87. 87. นายเอกจ้างเด็กที่มีอายุในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับมาทำงานประจำที่ร้านค้าของตน โดยปราศจากเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เด็กมิได้ไปเรียนในสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 นายเอกต้องรับผิดอย่างไร

    • ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท
    • ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 1,000 บาท
    • ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท
    • ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท
  88. 88. ตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 การจัดให้มีการประเมินระดับคุณภาพของผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อสิ่งใด

    • ก. เพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ และความชำนาญการ ตามระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
    • ข. เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและวิทยฐานะให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครู
    • ค. เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามรอบระยะเวลา
    • ง. เพื่อคัดกรองผู้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ
  89. 89. นายปรเมศได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากหน่วยงานต้นสังกัดประสงค์จะให้นายปรเมศได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของอันดับ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 จะต้องดำเนินการตามข้อใด

    • ก. ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
    • ข. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ.
    • ค. ให้เป็นไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ง. ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
  90. 90. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กำหนดแนวทางเกี่ยวกับค่าตอบแทนของผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ไว้อย่างไร

    • ก. ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เทียบเท่ากับบุคลากรในหน่วยงานอิสระ
    • ข. ได้รับค่าตอบแทนตามระดับวุฒิการศึกษาและอายุราชการที่ปฏิบัติงาน
    • ค. ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน
    • ง. ได้รับค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการทดสอบระดับชาติของสถานศึกษา
  91. 91. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาจัดขึ้นในสถานที่ใด

    • ก. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนต่าง ๆ
    • ข. สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน หรือสถานประกอบการ
    • ค. สถาบันการศึกษาต่อเนื่อง องค์กรวิชาชีพ หรือสถานประกอบการ
    • ง. มหาวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
  92. 92. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณีที่หน่วยงานมีความจำเป็นและผู้บังคับบัญชาส่งหรืออนุญาตให้ข้าราชการครูลาไปศึกษาต่อตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จะได้รับสิทธิและสถานะทางราชการอย่างไร

    • ก. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และมีสิทธิได้เลื่อนเงินเดือนในระหว่างลา
    • ข. ถือเป็นการลาเพื่อพัฒนาตนเอง แต่มิให้นับระยะเวลาดังกล่าวเป็นเวลาราชการ
    • ค. ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่มิให้มีสิทธิได้รับการเลื่อนเงินเดือน
    • ง. ให้สั่งพักราชการชั่วคราว โดยไม่นับเวลาราชการและงดจ่ายเงินเดือนในระหว่างลา
  93. 93. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ในกรณีที่ผลการสอบสวนฟังได้ว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หากมีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร

    • ก. สามารถลดโทษลงเหลือตัดเงินเดือนได้
    • ข. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก
    • ค. สามารถลดโทษลงเหลือโทษภาคทัณฑ์ได้
    • ง. ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าลดเงินเดือน
  94. 94. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มาตรการนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) มีแนวทางดำเนินการอย่างไร

    • ก. โอนงบประมาณอาหารกลางวันตรงสู่บัญชีผู้ปกครองเพื่อจัดเตรียมอาหารให้แก่นักเรียนตามความต้องการในทุกพื้นที่
    • ข. จัดจ้างภาคเอกชนส่วนกลางผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดส่งอาหารสำเร็จรูปให้แก่สถานศึกษาขนาดเล็กทั่วประเทศ
    • ค. มอบหมายให้สมาคมผู้ปกครองและครูเข้ามาดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบและปรุงอาหารแทนบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด
    • ง. ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อจัดจ้างและจัดเตรียมอาหารกลางวันแทนครูในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
  95. 95. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งหนึ่งไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และมิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะภายในระยะเวลาที่กำหนด ขั้นตอนต่อไปที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด

    • ก. เสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา
    • ข. สั่งการให้สถานศึกษาหยุดการจัดการเรียนการสอนชั่วคราว จนกว่าจะผ่านเกณฑ์การประเมินรอบใหม่
    • ค. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข
    • ง. แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าควบคุมการบริหารงานของสถานศึกษา
  96. 96. ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 คำว่า “เด็กปฐมวัย” หมายความตรงกับข้อใด

    • ก. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
    • ข. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
    • ค. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา
    • ง. เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 7 ปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย
  97. 97. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฏิบัติต่อเด็ก (เช่น การกระทำทารุณกรรม การละเลย หรือการใช้เด็กเป็นเครื่องมือกระทำผิด) ต้องระวางโทษตามข้อใด

    • ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    • ง. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  98. 98. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ข้อใดระบุสิ่งที่ต้องมุ่งปลูกฝัง “ในกระบวนการเรียนรู้” ได้ถูกต้อง

    • ก. การพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม
    • ข. จิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    • ค. ทักษะความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ
    • ง. ความพร้อมในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม
  99. 99. ในการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน สถานศึกษาพบว่าไม่สามารถจัดสรรโอกาสและส่งต่อบริการทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการจำเป็นได้อย่างครอบคลุม หากวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใดโดยตรง

    • ก. ขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านการแนะแนว
    • ข. โครงสร้างหลักสูตรแกนกลางขาดความยืดหยุ่นและไม่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
    • ค. ระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
    • ง. สถานศึกษาขาดแคลนงบประมาณในการจัดหาเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
  100. 100. หากมีกรณีที่จะต้องแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการให้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 จะต้องดำเนินการตามข้อใด

    • ก. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. ออกเป็นระเบียบที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
    • ค. ออกเป็นกฎกระทรวง โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ง. ออกเป็นประกาศกระทรวง โดยคำแนะนำของสภาการศึกษาและคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน