ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข: ความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ชุดที่ 1

ความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน (ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข) · ผู้เตรียมสอบครูผู้ช่วย สพฐ. 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่สร้างจากคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอนของ SIENSOB (อ้างอิงหลักสูตรแกนกลาง แผนการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบาย ศธ. และกฎหมายการศึกษาฉบับทางการ) ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากคู่มือ และเฉลยผ่านการตรวจซ้ำก่อนเผยแพร่ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง

Exam framework: ครูผู้ช่วย สพฐ.
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 316 questions · 0 topics · multiple choice · 316 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

218 min

Estimated time

5

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

84/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 34% · Variance +34pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 33% · Variance +33pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 32% · Variance +32pp · major mismatch ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+34pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+33pp).

⚠ difficulty hard: major_mismatch (+32pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:59:41 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

316 approved and ready to save.

Q1
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล การที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานแบบ 'ล้มกระดาน' จนส่งผลให้งานหรือธุรกิจแบบดั้งเดิมถูกทำแทนได้อย่างรวดเร็ว จัดเป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงตามข้อใด

  • ก. การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน (Disruption) ✓
  • ข. อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)
  • ค. การยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (Upskill)
  • ง. การเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (Reskill)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน (Disruption)" การนำเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานแบบล้มกระดานจนทำให้งานหรือธุรกิจเดิมถูกแทนที่ เรียกลักษณะการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน ส่วน Upskill และ Reskill เป็นการปรับตัวด้านทักษะของบุคคลเพื่อรับมือกับผลกระทบดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)" ผิด: IoT เป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ไม่ใช่ชื่อเรียกลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบล้มกระดาน • "การยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (Upskill)" ผิด: Upskill หมายถึงการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในการทำงานเดิม ไม่ใช่ชื่อเรียกลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาล้มกระดานธุรกิจ • "การเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (Reskill)" ผิด: Reskill หมายถึงการเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ไม่ใช่ชื่อเรียกลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบล้มกระดาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เปลี่ยนวิธีทำงานแบบ "ล้มกระดาน" เช่น ร้านถ่ายรูปหายไปเพราะกล้องในโทรศัพท์ งานพิมพ์เอกสารหรือแปลภาษาพื้นฐานถูก AI ทำแทนได้มาก การเปลี่ยนแบบนี้เรียกว่า Disruption”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เปลี่ยนวิธีทำงานแบบ "ล้มกระดาน" เช่น ร้านถ่ายรูปหายไปเพราะกล้องในโทรศัพท์ งานพิมพ์เอกสารหรือแปลภาษาพื้นฐานถูก AI ทำแทนได้มาก การเปลี่ยนแบบนี้เรียกว่า Disruption”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของ "เป้าหมายด้านผู้เรียน" (Learner Aspirations) ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ
  • ข. กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs ✓
  • ค. กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช
  • ง. กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs" แผนการศึกษาแห่งชาติได้วางเป้าหมายไว้ 2 ด้าน โดยเป้าหมายด้านแรกคือเป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งระบุว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หรือ 3Rs8Cs ส่วนเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการจัดเป็นเป้าหมายด้านที่สอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ" ผิด: เป้าหมาย 5 ประการจัดเป็นเป้าหมายด้านที่สองซึ่งเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษา ไม่ใช่เป้าหมายด้านผู้เรียน • "กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช" ผิด: การจัด Active Learning และการให้ครูทำหน้าที่เป็นโค้ชเป็นผลกระทบต่อการศึกษาจากแรงเปลี่ยนของโลก ไม่ใช่เป้าหมายด้านผู้เรียนตามแผนฯ • "กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0" ผิด: การคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ใช่สาระสำคัญหลักของเป้าหมายด้านผู้เรียนตามแผนฯ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งพูดถึงว่า "เด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน" แผนตอบว่าผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนเป้าหมายด้านที่สองเป็นเป้าหมายของ "ระบบการศึกษา" 5 ประการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) ซึ่งพูดถึงว่า "เด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน" แผนตอบว่าผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยให้นักเรียนฝึกตั้งประเด็นคำถามที่ตนเองสนใจ ค้นคว้าและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อปลูกฝังทักษะ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) ให้สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ได้เมื่อไม่มีครูสอน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

  • ก. Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
  • ข. Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)
  • ค. Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) ✓
  • ง. Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)" ตามกรอบทักษะ 8Cs ของแผนการศึกษาแห่งชาติ C7 Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) มีองค์ประกอบสำคัญคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) เพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่าจะหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน ซึ่งครูสามารถฝึกทักษะนี้ได้ผ่านการทำโครงงานที่ให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)" ผิด: Computing and ICT Literacy หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือดิจิทัล เช่น การใช้ตารางคำนวณหรือการเขียนโปรแกรม • "Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)" ผิด: Critical Thinking and Problem Solving เน้นทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดแก้ปัญหา ไม่ใช่การเรียนรู้วิธีเรียนรู้ด้วยตนเอง • "Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)" ผิด: Compassion เป็นคุณลักษณะด้านความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังผ่านกิจกรรมจิตอาสาหรือการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของครู อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนที่สองคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) คือรู้ว่าตัวเองควรหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ครูฝึกได้ผ่านโครงงานที่ให้นักเรียนตั้งคำถามและหาคำตอบเอง หรือกิจกรรมจำลองอาชีพ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วนที่สองคือ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) คือรู้ว่าตัวเองควรหาความรู้ใหม่อย่างไรเมื่อไม่มีครูสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการจัดการศึกษาข้อใดมีความหมายว่า "การศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร"

  • ก. การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)
  • ข. การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education)
  • ค. ปวงชนเพื่อการศึกษา (All for Education)
  • ง. การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการข้อแรก คือ การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ซึ่งหมายถึงการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน และรัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร โดยเป็นแนวคิดระดับโลกที่ UNESCO ผลักดันมานาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)" ผิด: การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หมายถึงการที่เด็กทุกกลุ่มได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมกับตัวเขา • "การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education)" ผิด: การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) เป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่ใช่หลักการจัดการศึกษาข้อแรกตามที่ระบุ • "ปวงชนเพื่อการศึกษา (All for Education)" ผิด: ปวงชนเพื่อการศึกษา (All for Education) เป็นอีกหลักการที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ใช่ความหมายว่าการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคนที่รัฐต้องจัดให้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ข้อแรก การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หมายความว่าการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ข้อแรก การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หมายความว่าการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของ "การเจริญเติบโต" ได้ถูกต้อง

  • ก. การเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ซึ่งวัดเป็นตัวเลขได้ ✓
  • ข. การเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถ เช่น จากคลานเป็นเดิน
  • ค. การเปลี่ยนจากคิดแบบเห็นของจริงเป็นคิดแบบนามธรรมได้
  • ง. การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่องทั้ง 4 ด้าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ซึ่งวัดเป็นตัวเลขได้" ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ การเจริญเติบโตหมายถึงการเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ซึ่งสามารถวัดเป็นตัวเลขได้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่องในด้านต่างๆ จัดเป็นพัฒนาการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถ เช่น จากคลานเป็นเดิน" ผิด: ข้อความนี้เป็นลักษณะของพัฒนาการด้านความสามารถ ไม่ใช่การเจริญเติบโต • "การเปลี่ยนจากคิดแบบเห็นของจริงเป็นคิดแบบนามธรรมได้" ผิด: ข้อความนี้เป็นตัวอย่างของพัฒนาการด้านสติปัญญาและความสามารถ ไม่ใช่การเจริญเติบโต • "การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่องทั้ง 4 ด้าน" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของพัฒนาการที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ไม่ใช่การเจริญเติบโต อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเจริญเติบโต ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก การเจริญเติบโตวัดเป็นตัวเลขได้ ส่วนพัฒนาการเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเจริญเติบโต ซึ่งหมายถึงการเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก การเจริญเติบโตวัดเป็นตัวเลขได้ ส่วนพัฒนาการเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational) มีลักษณะความสามารถทางสติปัญญาตามข้อใด

  • ก. ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้
  • ข. เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ✓
  • ค. เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต
  • ง. สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม" ตามทฤษฎีของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (อายุ 7–11 ปี) จะเข้าใจการคงตัวและสามารถคิดย้อนกลับได้แล้ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรมที่มองเห็นหรือจับต้องได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและคิดย้อนกลับไม่ได้ • "เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ที่เด็กเริ่มเข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตน เช่น ตัวแปร x ในพีชคณิต • "สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้" ผิด: เป็นลักษณะของขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ที่เด็กคิดแบบตั้งสมมติฐานกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็ก เข้าใจการคงตัว (Conservation) แล้ว ในการทดลองเทน้ำ เด็กจะบอกว่าน้ำเท่าเดิมเพราะไม่ได้เติมหรือเอาออก เด็กสามารถ คิดย้อนกลับได้ (Reversibility)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ที่มองเห็นหรือจับต้องได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็ก เข้าใจการคงตัว (Conservation) แล้ว ในการทดลองเทน้ำ เด็กจะบอกว่าน้ำเท่าเดิมเพราะไม่ได้เติมหรือเอาออก เด็กสามารถ คิดย้อนกลับได้ (Reversibility)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในห้องเรียนระดับปฐมวัย เด็กอายุ 5 ปี กำลังอยู่ในช่วงที่อยากทดลองและอยากริเริ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยตนเอง หากครูใช้วิธีดุด่าและตำหนิทุกครั้งที่เด็กคิดริเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) จะส่งผลให้เด็กเกิดคุณลักษณะด้านลบในข้อใด

  • ก. เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)
  • ข. เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)
  • ค. เกิดความรู้สึกผิด (Guilt) ✓
  • ง. เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดความรู้สึกผิด (Guilt)" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน เด็กช่วงอายุ 3–6 ปี อยู่ในขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กวัยนี้อยากลองและอยากริเริ่ม หากถูกครูตำหนิจะทำให้เด็กรู้สึกผิดที่คิดเอง ส่วนความละอายและสงสัยเป็นของวัย 1–3 ปี และความรู้สึกด้อยเป็นของวัย 6–12 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 0–1 ปี ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ • "เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 1–3 ปี ที่อยากทำเองแต่ถูกห้ามหรือดุทุกครั้ง • "เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)" ผิด: ตามทฤษฎีเป็นผลลบของวัย 6–12 ปี ที่ถูกเปรียบเทียบหรือล้มเหลวซ้ำ ๆ ในการทำงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “3–6 ปี ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กอยากลอง อยากริเริ่ม ถ้าถูกตำหนิจะรู้สึกผิดที่คิดเอง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “1–3 ปี ความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย (Autonomy vs Shame and Doubt) เด็กอยากทำเอง ถ้าถูกห้ามหรือดุทุกครั้งจะละอายและไม่มั่นใจ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “3–6 ปี ความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เด็กอยากลอง อยากริเริ่ม ถ้าถูกตำหนิจะรู้สึกผิดที่คิดเอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Kohlberg) พัฒนาการทางจริยธรรมในระดับเหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ขั้นที่ 5 ตรงกับข้อใด

  • ก. ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม
  • ข. ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี
  • ค. ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล
  • ง. ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ โดยขั้นที่ 5 คือทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม ส่วนขั้นที่ 6 คือยึดหลักอุดมคติสากล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม" ผิด: การทำตามกฎหมายและระเบียบสังคมจัดอยู่ในระดับตามกฎเกณฑ์ ขั้นที่ 4 • "ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี" ผิด: การทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบหรือหลักการเป็นเด็กดีจัดอยู่ในระดับตามกฎเกณฑ์ ขั้นที่ 3 • "ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล" ผิด: การยึดหลักอุดมคติสากลเป็นพัฒนาการทางจริยธรรมในขั้นที่ 6 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ ขั้นที่ 5 ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 6 ยึดหลักอุดมคติสากล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 3 เหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ตัดสินจากหลักการที่ลึกกว่ากฎ ขั้นที่ 5 ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประเทศ เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรหรือคณะบุคคลใด

  • ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
  • ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  • ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
  • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายกำหนดหน้าที่ชั้นแรกให้เป็นของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการศึกษาต่อ ซึ่งใช้เป็นกรอบเดียวกันทั่วประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: เป็นคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประเทศ • "คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ" ผิด: มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ ไม่ใช่ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ไม่ใช่ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางระดับประเทศ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ในระดับประเทศ กฎหมายกำหนดหน้าที่ไว้สองชั้นใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 27” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ชั้นแรกเป็นหน้าที่ของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ในระดับประเทศ กฎหมายกำหนดหน้าที่ไว้สองชั้นใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 27”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดเป็นข้อความสำคัญที่ระบุไว้ในวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  • ก. "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้" ตามศักยภาพ
  • ข. "มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และร่วมเป็น "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก" ✓
  • ค. ประเทศชาติมีความ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
  • ง. "คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต" อย่างมีคุณภาพและมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

Explanation: คำตอบที่ถูก: ""มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และร่วมเป็น "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก"" วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นต้นด้วยคำว่า "มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และมีคำสำคัญคือ "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก" จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง โดยต้องแยกให้ชัดเจนจากวิสัยทัศน์แผนการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • ""การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้" ตามศักยภาพ" ผิด: เป็นข้อความหลักการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลาง • "ประเทศชาติมีความ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน" ผิด: เป็นข้อความจากวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลาง • ""คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต" อย่างมีคุณภาพและมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21" ผิด: เป็นข้อความจากวิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลาง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วิสัยทัศน์ของหลักสูตรขึ้นต้นด้วย "มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และมีคำว่า "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก" อย่าสับสนกับวิสัยทัศน์แผนการศึกษาแห่งชาติ ("คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต…") หรือยุทธศาสตร์ชาติ ("มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน")”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วิสัยทัศน์ของหลักสูตรขึ้นต้นด้วย "มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และมีคำว่า "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก" อย่าสับสนกับวิสัยทัศน์แผนการศึกษาแห่งชาติ ("คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต…") หรือยุทธศาสตร์ชาติ ("มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน")”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำแบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ครูท่านหนึ่งได้เสนอรายการประเมินเพื่อวัดผลผู้เรียน ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ

  • ก. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
  • ข. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  • ค. ความสามารถในการแข่งขัน ✓
  • ง. ความสามารถในการสื่อสาร

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการแข่งขัน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนมี 5 ประการ จำว่า สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ดังนั้น ความสามารถในการแข่งขัน จึงไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (เทค) • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (แก้) • "ความสามารถในการสื่อสาร" ผิด: เป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ (สื่อ) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “💡 จำว่า "สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือ "ความสามารถในการแข่งขัน" หรือ "ความสามารถทางภาษาต่างประเทศ" ซึ่งไม่ใช่ 5 สมรรถนะ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “💡 จำว่า "สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือ "ความสามารถในการแข่งขัน" หรือ "ความสามารถทางภาษาต่างประเทศ" ซึ่งไม่ใช่ 5 สมรรถนะ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) กำหนดกรอบเวลาเรียนไว้อย่างไร

  • ก. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง
  • ข. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง
  • ค. เรียนรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง
  • ง. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) กำหนดให้เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง ในขณะที่ระดับประถมศึกษาจัดปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจัดรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง" ผิด: เป็นเกณฑ์โครงสร้างเวลาเรียนของระดับประถมศึกษา (ป.1–6) • "เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง" ผิด: หลักสูตรกำหนดเพดานเวลาต่อวันของระดับมัธยมศึกษาตอนต้นว่าไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง ไม่ใช่ไม่น้อยกว่า • "เรียนรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง" ผิด: เป็นเกณฑ์โครงสร้างเวลาเรียนของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–6) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) เรียนปีละ ไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) เรียนปีละ ไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า “การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล” มีลักษณะความสัมพันธ์ตามข้อใด

  • ก. มีความหมายต่างกันอย่างชัดเจนเป็นลำดับขั้น ✓
  • ข. มีความหมายตรงกันข้ามกันในการจัดการเรียนรู้
  • ค. มีความหมายเหมือนกันและใช้แทนกันได้ทุกกรณี
  • ง. เป็นกระบวนการแยกส่วนที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความหมายต่างกันอย่างชัดเจนเป็นลำดับขั้น" ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ทั้งสามคำนี้แม้จะใช้ปนกันบ่อย แต่แท้จริงแล้วความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจากการทดสอบที่เป็นเพียงเครื่องมือหรือวิธีหนึ่งของการวัด ไปสู่การวัดผล และการตัดสินคุณค่าในการประเมินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความหมายตรงกันข้ามกันในการจัดการเรียนรู้" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะทั้งสามคำไม่ได้มีความหมายตรงกันข้ามกัน แต่เป็นกระบวนการที่ส่งต่อข้อมูลถึงกันเป็นลำดับขั้น • "มีความหมายเหมือนกันและใช้แทนกันได้ทุกกรณี" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะทั้งสามคำไม่ได้มีความหมายเหมือนกัน แต่มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น • "เป็นกระบวนการแยกส่วนที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะทั้งสามคำมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อเนื่องกันเป็นลำดับขั้น ไม่ได้แยกส่วนจากกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีลักษณะและเป้าหมายหลักตรงกับข้อใด

  • ก. การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้
  • ข. การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม ✓
  • ค. การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน
  • ง. การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม" การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีเป้าหมายสำคัญคือใช้หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วยเพื่อนำไปซ่อมเสริมให้ตรงจุด ส่วนการดูพื้นฐานเพื่อจัดกลุ่มคือการประเมินจัดตำแหน่ง และการติดตามระหว่างสอนเพื่อปรับการสอนคือการประเมินระหว่างเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยไม่ได้มีไว้ตัดสินผลการเรียนหรือตัดเกรด แต่มีไว้เพื่อตรวจหาสาเหตุของปัญหาแล้วซ่อมเสริมให้ตรงจุด • "การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน" ผิด: การดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่เพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที เป็นเป้าหมายของการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) • "การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม" ผิด: การดูพื้นฐานของผู้เรียนแล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เป็นเป้าหมายของการประเมินก่อนเรียนหรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย มีการกำหนดว่าผู้ที่จะผ่านการสอบภาค ก และภาค ข จะต้องได้คะแนนในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จากนั้นจะนำคะแนนมาจัดเรียงลำดับที่เพื่อเรียกบรรจุตามจำนวนตำแหน่งว่าง การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการประเมินผลอย่างไร

  • ก. มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบในรุ่น
  • ข. มีการใช้การประเมินตามสภาพจริงเพื่อคัดเลือกผู้พร้อมปฏิบัติงาน
  • ค. มีการใช้ทั้งการประเมินแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่มประกอบกัน ✓
  • ง. มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานวิชาชีพ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีการใช้ทั้งการประเมินแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่มประกอบกัน" การสอบบรรจุครูมีลักษณะที่ใช้ทั้งสองแบบประกอบกัน โดยใช้การประเมินแบบอิงเกณฑ์ในการตัดสินการผ่านภาค ก และภาค ข ด้วยเกณฑ์ร้อยละ 60 ก่อน จากนั้นจึงนำคะแนนของผู้ที่ผ่านเกณฑ์มาจัดเรียงลำดับที่ตามแนวคิดการประเมินแบบอิงกลุ่มเพื่อเรียกบรรจุ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบในรุ่น" ผิด: การสอบบรรจุครูไม่ได้ใช้อิงกลุ่มเพียงอย่างเดียว เพราะมีการตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 60 ในการตัดสินการผ่านภาค ก และภาค ข ก่อนนำมาเรียงลำดับ • "มีการใช้การประเมินตามสภาพจริงเพื่อคัดเลือกผู้พร้อมปฏิบัติงาน" ผิด: การสอบภาค ก และภาค ข ที่กำหนดเกณฑ์ร้อยละ 60 และจัดเรียงลำดับคะแนน เป็นการประเมินแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่มประกอบกัน ไม่ใช่การประเมินตามสภาพจริง • "มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานวิชาชีพ" ผิด: การสอบบรรจุครูไม่ได้ใช้อิงเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการเรียกบรรจุต้องพิจารณาตัดสินจากการจัดเรียงลำดับที่ซึ่งเป็นการประเมินแบบอิงกลุ่มด้วย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “ข้อสังเกตคือการสอบบรรจุก็ใช้เกณฑ์ร้อยละ 60 ในการผ่านภาค ก และภาค ข ด้วย จึงมีทั้งสองแบบประกอบกัน (ผ่านเกณฑ์ก่อน แล้วเรียงลำดับ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “ข้อสังเกตคือการสอบบรรจุก็ใช้เกณฑ์ร้อยละ 60 ในการผ่านภาค ก และภาค ข ด้วย จึงมีทั้งสองแบบประกอบกัน (ผ่านเกณฑ์ก่อน แล้วเรียงลำดับ)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือวัดผลชนิดใดมีลักษณะสำคัญคือใช้สำหรับบันทึกว่าผู้เรียนมีหรือไม่มีพฤติกรรมตามที่กำหนด

  • ก. แบบสัมภาษณ์
  • ข. แบบสอบถาม
  • ค. มาตรประมาณค่า (Rating Scale)
  • ง. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)" แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) เป็นเครื่องมือที่ใช้บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนมาตรประมาณค่า (Rating Scale) ใช้บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด สำหรับแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามนั้นใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แบบสัมภาษณ์" ผิด: แบบสัมภาษณ์ใช้สำหรับเก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ • "แบบสอบถาม" ผิด: แบบสอบถามใช้สำหรับเก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ • "มาตรประมาณค่า (Rating Scale)" ผิด: มาตรประมาณค่า (Rating Scale) ใช้สำหรับบันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด ไม่ใช่เพียงบันทึกว่ามีหรือไม่มี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม มาตรประมาณค่า (Rating Scale) บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด แบบสัมภาษณ์ และ แบบสอบถาม ใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม มาตรประมาณค่า (Rating Scale) บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด แบบสัมภาษณ์ และ แบบสอบถาม ใช้เก็บข้อมูลความคิดเห็นและเจตคติ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ "ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา" หมายถึงข้อใด

  • ก. มาตรฐานการศึกษา ✓
  • ข. การประกันคุณภาพภายนอก
  • ค. การประกันคุณภาพภายใน
  • ง. การประกันคุณภาพการศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานการศึกษา" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้ให้นิยามคำว่า "มาตรฐานการศึกษา" ไว้ว่าเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริม กำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และประกันคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นไม้บรรทัดกลางในการวัดและประเมินคุณภาพของทุกโรงเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประกันคุณภาพภายนอก" ผิด: การประกันคุณภาพภายนอก หมายถึงการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดย สมศ. หรือผู้ประเมินภายนอก ไม่ใช่ข้อกำหนดคุณลักษณะและเกณฑ์เทียบเคียง • "การประกันคุณภาพภายใน" ผิด: การประกันคุณภาพภายใน หมายถึงการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัด • "การประกันคุณภาพการศึกษา" ผิด: การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นคำรวมที่ครอบคลุมทั้งระบบการประกันคุณภาพภายในและภายนอก ไม่ใช่นิยามข้อกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์โดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ก่อนเข้าใจระบบ ต้องเข้าใจคำสามคำที่กฎหมายให้นิยามไว้ในมาตรา 4” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “มาตรฐานการศึกษา กฎหมายนิยามว่าเป็น "ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ก่อนเข้าใจระบบ ต้องเข้าใจคำสามคำที่กฎหมายให้นิยามไว้ในมาตรา 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้ถูกต้อง

  • ก. ถือเป็นภารกิจพิเศษที่สถานศึกษาต้องจัดทำขึ้นเฉพาะในปีการศึกษาที่ครบกำหนดรอบการประเมินคุณภาพภายนอก
  • ข. ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก ✓
  • ค. เป็นกระบวนการที่สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดโดยไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน
  • ง. เป็นหน้าที่ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาซึ่งมีฐานะเป็นองค์การมหาชนในการจัดทำระบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก" ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่งานพิเศษที่ทำเฉพาะปีที่ถูกประเมิน และต้องจัดทำรายงานประจำปีเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ถือเป็นภารกิจพิเศษที่สถานศึกษาต้องจัดทำขึ้นเฉพาะในปีการศึกษาที่ครบกำหนดรอบการประเมินคุณภาพภายนอก" ผิด: การประกันคุณภาพภายในต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นงานประจำ ไม่ใช่งานพิเศษที่ทำเฉพาะปีที่ถูกประเมิน • "เป็นกระบวนการที่สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดโดยไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้สถานศึกษาต้องนำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย • "เป็นหน้าที่ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาซึ่งมีฐานะเป็นองค์การมหาชนในการจัดทำระบบ" ผิด: การจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา ไม่ใช่หน้าที่ของ สมศ. อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “มาตรา 48: การประกันคุณภาพภายใน กำหนดให้ "หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา" จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ข้อความสำคัญที่ต้องจำคือ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายใน "เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง" หมายความว่าไม่ใช่งานพิเศษที่ทำเฉพาะปีที่ถูกประเมิน แต่ต้องทำเป็นงานประจำ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “จัดทำรายงานประจำปี เสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ "เปิดเผยต่อสาธารณชน" เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และ "เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “มาตรา 48: การประกันคุณภาพภายใน กำหนดให้ "หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา" จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ข้อความสำคัญที่ต้องจำคือ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองดอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ควรแสดงบทบาทในการปฏิบัติงานอย่างไรให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

  • ก. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR
  • ข. เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน
  • ค. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา ✓
  • ง. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา" ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. มาตรา 37 (2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา โดยจุดเน้นสำคัญคือคำว่า "ร่วมกับ" ซึ่งหมายความว่า สพท. ไม่ได้ทำแทนโรงเรียน แต่เป็นการร่วมมือกันดำเนินงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR" ผิด: การกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการรวมถึงการให้ความเห็นชอบรายงาน SAR เป็นบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 38 • "เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ สพท. จัดทำร่วมกับสถานศึกษา ไม่ใช่การเข้าไปทำแทนโรงเรียน • "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: การจัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษาตามมาตรา 39 (4) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 37 (2) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 38 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. ทำหน้าที่ "กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีหน้าที่ตามมาตรา 39 (4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา… เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 37 (2) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นตอนแรกที่สถานศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด

  • ก. ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา
  • ข. จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
  • ค. ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา
  • ง. กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา" ตามแนวทางการดำเนินงานตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นที่ 1 คือการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาที่รัฐมนตรีประกาศ โดยกำหนดเป้าหมายความสำเร็จตามบริบทของตน ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกสุดก่อนการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา" ผิด: การประเมินและตรวจสอบคุณภาพภายในเป็นขั้นตอนที่ดำเนินการหลังจากการปฏิบัติงานตามแผน • "จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา" ผิด: การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นขั้นที่ 2 ไม่ใช่ขั้นแรก • "ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา" ผิด: การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการเป็นขั้นตอนที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากกำหนดมาตรฐานและจัดทำแผนแล้ว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาที่รัฐมนตรีประกาศ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 2 จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 1 กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาที่รัฐมนตรีประกาศ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนได้วางแนวทางและกลไกเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายไว้อย่างไร

  • ก. แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา ✓
  • ข. แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
  • ค. แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ
  • ง. แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 วิธีการที่แผนจะไปถึงเป้าหมายคือการแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์กำหนดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแรงเปลี่ยนหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 8 ยุทธศาสตร์ • "แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 5 ยุทธศาสตร์ และมุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา • "แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ 4 ยุทธศาสตร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ วิธีจำที่ได้ผลคือดูว่าแต่ละยุทธศาสตร์ "ตอบ" แรงเปลี่ยนหรือปัญหาใด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ วิธีจำที่ได้ผลคือดูว่าแต่ละยุทธศาสตร์ "ตอบ" แรงเปลี่ยนหรือปัญหาใด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมือง รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เรียน การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านใดโดยตรง

  • ก. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  • ข. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ✓
  • ค. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  • ง. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง" ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 1 ความมั่นคง กำหนดเป้าหมายให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ เช่น ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน โดยการศึกษาจะเกี่ยวข้องโดยตรงในการปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เกี่ยวข้องกับการศึกษาในฐานะผู้ผลิตกำลังคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสทางการศึกษา • "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการและความโปร่งใสภาครัฐ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 1 ความมั่นคง ดูแลให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยทางทหาร ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน การศึกษาเกี่ยวข้องในแง่การปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 1 ความมั่นคง ดูแลให้ประเทศปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยทางทหาร ภัยไซเบอร์ ยาเสพติด และรักษาความสงบภายใน การศึกษาเกี่ยวข้องในแง่การปลูกฝังความเป็นพลเมืองและการจัดการศึกษาในพื้นที่ความมั่นคง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องความพอประมาณ การขอให้ครอบครัวซื้อสิ่งของเกินกำลังทั้งที่ยังมีภาระอื่น จัดเป็นการกระทำในลักษณะใด

  • ก. การเบียดเบียนตนเอง
  • ข. การตัดสินใจตามอารมณ์
  • ค. การเบียดเบียนผู้อื่น ✓
  • ง. การตัดสินใจตามกระแส

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเบียดเบียนผู้อื่น" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณหมายถึงความพอดีที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น โดยการขอเกินกำลังของครอบครัวถือเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ในขณะที่การอดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวันถือเป็นการเบียดเบียนตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเบียดเบียนตนเอง" ผิด: การเบียดเบียนตนเองคือการอดออมมากเกินไปจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน ไม่ใช่การขอเกินกำลังครอบครัว • "การตัดสินใจตามอารมณ์" ผิด: การตัดสินใจตามอารมณ์เป็นข้อพิจารณาในห่วงความมีเหตุผล ไม่ใช่ความหมายของการขอเกินกำลังครอบครัวในห่วงความพอประมาณ • "การตัดสินใจตามกระแส" ผิด: การตัดสินใจตามกระแสเป็นข้อพิจารณาในห่วงความมีเหตุผล ไม่ใช่ความหมายของการขอเกินกำลังครอบครัวในห่วงความพอประมาณ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ไม่ขอให้พ่อแม่ซื้อรุ่นแพงที่สุดทั้งที่ครอบครัวมีภาระอื่น (การขอเกินกำลังของครอบครัวคือการ "เบียดเบียนผู้อื่น") และก็ไม่ได้อดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน (นั่นคือการ "เบียดเบียนตนเอง")”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ไม่ขอให้พ่อแม่ซื้อรุ่นแพงที่สุดทั้งที่ครอบครัวมีภาระอื่น (การขอเกินกำลังของครอบครัวคือการ "เบียดเบียนผู้อื่น") และก็ไม่ได้อดออมจนไม่มีเงินซื้ออาหารกลางวัน (นั่นคือการ "เบียดเบียนตนเอง")”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดจัดหมวดหมู่องค์ประกอบตามหลัก 3 ห่วง และ 2 เงื่อนไข ได้ถูกต้อง

  • ก. ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
  • ข. การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ
  • ค. ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
  • ง. ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง องค์ประกอบ 3 ห่วง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ส่วน 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความรู้ และคุณธรรม โดยความประหยัดหรือความขยันไม่ได้จัดอยู่ใน 3 ห่วง และผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข" ผิด: ความขยันไม่ใช่ 3 ห่วง โดยความขยันและความอดทนจัดอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม • "การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ" ผิด: การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีจัดเป็นห่วงไม่ใช่เงื่อนไข และผลที่มุ่งหวังตามปรัชญามี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 มิติ • "ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข" ผิด: ความประหยัดไม่ใช่ 3 ห่วง โดย 3 ห่วงประกอบด้วยความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “"ความรู้" และ "คุณธรรม" เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ห่วง · "ความประหยัด" "ความพอใจ" "ความขยัน" ไม่ใช่ 3 ห่วง (ความขยันและความอดทนอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม) · ผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 หรือ 5” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “| ห่วง | ความพอประมาณ | พอดีกับกำลังไหม เบียดเบียนใครไหม |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “"ความรู้" และ "คุณธรรม" เป็นเงื่อนไข ไม่ใช่ห่วง · "ความประหยัด" "ความพอใจ" "ความขยัน" ไม่ใช่ 3 ห่วง (ความขยันและความอดทนอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม) · ผลที่มุ่งหวังมี 4 มิติ ไม่ใช่ 3 หรือ 5”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอห่างไกลแห่งหนึ่ง ครูแนะแนวต้องการส่งเสริมนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570

  • ก. มาตรการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ ✓
  • ข. มาตรการสานต่อและพัฒนา Thailand Zero Dropout
  • ค. มาตรการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง
  • ง. มาตรการจัดการศึกษาเพื่อเทียบโอนเป็นหน่วยกิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการ 2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ มีเป้าหมายขยายและปรับปรุงการให้ทุนให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่าเด็กเรียนดีในทุกอำเภอจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเกิดในอำเภอที่เจริญหรือห่างไกล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรการสานต่อและพัฒนา Thailand Zero Dropout" ผิด: Thailand Zero Dropout มุ่งเน้นการติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบให้กลับเข้าสู่การศึกษา ไม่ใช่ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเรียนดีในแต่ละอำเภอ • "มาตรการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง" ผิด: การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ และสมรรถนะให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน • "มาตรการจัดการศึกษาเพื่อเทียบโอนเป็นหน่วยกิต" ผิด: การจัดการศึกษาในสถานประกอบการเพื่อนำผลการปฏิบัติงานมาเทียบโอนเป็นหน่วยกิต เป็นแนวทางสร้างความยืดหยุ่นเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “มาตรการ 2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ ทุน ODOS (One District One Scholarship) เป็นทุนที่มุ่งให้เด็กเรียนดีในแต่ละอำเภอได้รับโอกาส นโยบายนี้ ขยายและปรับปรุงการให้ทุนให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่า เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ จะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเกิดในอำเภอที่เจริญหรือห่างไกล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “มาตรการ 2.3 ยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่ ทุน ODOS (One District One Scholarship) เป็นทุนที่มุ่งให้เด็กเรียนดีในแต่ละอำเภอได้รับโอกาส นโยบายนี้ ขยายและปรับปรุงการให้ทุนให้ตรงเป้าหมายและหลากหลายตามความต้องการของพื้นที่ เพื่อรับประกันว่า เด็กเรียนดีในทุกอำเภอ จะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเกิดในอำเภอที่เจริญหรือห่างไกล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q26
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง "Thailand Zero Dropout" และ "ทุน ODOS" ถูกจัดให้อยู่ภายใต้นโยบายใด

  • ก. นโยบายคืนเวลาให้ครู
  • ข. นโยบายความเหลื่อมล้ำ ✓
  • ค. นโยบายโลกความจริง
  • ง. นโยบายพื้นที่ปลอดภัย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นโยบายความเหลื่อมล้ำ" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง สูตรงบประมาณ, Thailand Zero Dropout และ ทุน ODOS จัดอยู่ในนโยบายที่ 2 เรื่องความเหลื่อมล้ำ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นโยบายคืนเวลาให้ครู" ผิด: นโยบายคืนเวลาให้ครู มีคำสำคัญคือ Work Smart, Cloud Kitchen และ Result-based Evaluation • "นโยบายโลกความจริง" ผิด: นโยบายโลกความจริง มีคำสำคัญ เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ, AI Literacy และ National Credit Bank • "นโยบายพื้นที่ปลอดภัย" ผิด: นโยบายพื้นที่ปลอดภัย มีคำสำคัญ เช่น ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ, AOC, 24 ชั่วโมง และสุขาภิบาล ไฟฟ้า อาคาร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “| สูตรงบประมาณ · Thailand Zero Dropout · ทุน ODOS | 2 ความเหลื่อมล้ำ |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “| สูตรงบประมาณ · Thailand Zero Dropout · ทุน ODOS | 2 ความเหลื่อมล้ำ |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q27
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา แรงเปลี่ยนด้าน "สังคมสูงวัย" ส่งผลต่อระบบการศึกษาในลักษณะใด

  • ก. การขับเคลื่อนให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ได้
  • ข. การเน้นพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสร้างความเข้าใจในความต่างของวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน
  • ค. เกิดภาวะนักเรียนลดลง โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น และต้องเน้นพัฒนาคนทุกช่วงวัย ✓
  • ง. การปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่องด้วยการ Reskill และ Upskill ตลอดชีวิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดภาวะนักเรียนลดลง โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น และต้องเน้นพัฒนาคนทุกช่วงวัย" ตามแนวโน้มแรงเปลี่ยนและผลต่อการศึกษา แรงขับเคลื่อนจาก "สังคมสูงวัย" ส่งผลให้เกิดภาวะนักเรียนลด โรงเรียนเล็กเพิ่ม และระบบการศึกษาต้องมุ่งพัฒนาคนทุกช่วงวัย ส่วนการ Reskill และ Upskill เกิดจากกระแสดิจิทัลหรือ Disruption และการเน้นภาษาเกิดจากบริบทของอาเซียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การขับเคลื่อนให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ได้" ผิด: เป็นผลกระทบต่อการศึกษาที่เกิดจากแรงเปลี่ยนด้านไทยแลนด์ 4.0 • "การเน้นพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสร้างความเข้าใจในความต่างของวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน" ผิด: เป็นผลกระทบต่อการศึกษาที่เกิดจากแรงเปลี่ยนด้านอาเซียน • "การปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่องด้วยการ Reskill และ Upskill ตลอดชีวิต" ผิด: เป็นผลกระทบต่อการศึกษาที่เกิดจากแรงเปลี่ยนด้านดิจิทัล / Disruption อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “| สังคมสูงวัย | นักเรียนลด โรงเรียนเล็กเพิ่ม · พัฒนาคนทุกช่วงวัย |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “| ดิจิทัล / Disruption | เรียนตลอดชีวิต · Reskill · Upskill |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “| อาเซียน (11 ประเทศ 3 เสาหลัก) | ภาษา · เข้าใจต่างวัฒนธรรม |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “| สังคมสูงวัย | นักเรียนลด โรงเรียนเล็กเพิ่ม · พัฒนาคนทุกช่วงวัย |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q28
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนวิเคราะห์คลิปวิดีโอโฆษณาว่ามีจุดประสงค์เพื่อชักจูงใจอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งให้นักเรียนนำเสนอผลงานโดยต้องระบุและอ้างอิงแหล่งสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ กิจกรรมการเรียนรู้นี้มุ่งเน้นการฝึกทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

  • ก. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (C1)
  • ข. ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (C4)
  • ค. คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (C6)
  • ง. การสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันสื่อ (C5) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันสื่อ (C5)" ตามกรอบทักษะ 8Cs ทักษะ C5 (Communications, Information and Media Literacy) ประกอบด้วยการสื่อสารความคิด การเลือกใช้สารสนเทศที่น่าเชื่อถือ และการรู้เท่าทันสื่อว่ามีจุดประสงค์ใดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยครูสามารถฝึกได้ด้วยการให้นักเรียนวิเคราะห์โฆษณาว่าโน้มน้าวด้วยวิธีใด และนำเสนอผลงานโดยอ้างอิงแหล่งข้อมูล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (C1)" ผิด: C1 เน้นการคิดตัดสินและกระบวนการแก้ปัญหา ซึ่งต่างจาก C5 ที่เน้นการรับและส่งสารตลอดจนการรู้เท่าทันสื่อ • "ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (C4)" ผิด: C4 เน้นการทำงานเป็นทีม การแบ่งงาน รับฟังผู้อื่น และการหมุนเวียนภาวะผู้นำ • "คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (C6)" ผิด: C6 เน้นการใช้คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ดิจิทัล ตารางคำนวณ หรือการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “และรู้เท่าทันสื่อ คือเข้าใจว่าสื่อแต่ละชิ้นมีจุดประสงค์ (ขายของ ชักจูง ให้ข้อมูล) และไม่ตกเป็นเหยื่อ ทักษะนี้ต่างจาก C1 ตรงที่ C1 เน้น "การคิดตัดสิน" แต่ C5 เน้น "การรับและส่งสาร" ครูฝึกได้ด้วยการให้นักเรียนนำเสนอผลงานโดยต้องอ้างแหล่งข้อมูล หรือวิเคราะห์โฆษณาว่ากำลังโน้มน้าวด้วยวิธีใด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “และรู้เท่าทันสื่อ คือเข้าใจว่าสื่อแต่ละชิ้นมีจุดประสงค์ (ขายของ ชักจูง ให้ข้อมูล) และไม่ตกเป็นเหยื่อ ทักษะนี้ต่างจาก C1 ตรงที่ C1 เน้น "การคิดตัดสิน" แต่ C5 เน้น "การรับและส่งสาร" ครูฝึกได้ด้วยการให้นักเรียนนำเสนอผลงานโดยต้องอ้างแหล่งข้อมูล หรือวิเคราะห์โฆษณาว่ากำลังโน้มน้าวด้วยวิธีใด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q29
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามคำอธิบายวิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 วลีที่ระบุว่า "สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" มีความหมายสะท้อนถึงเรื่องใด

  • ก. คนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้ แต่ก็ต้องทันโลก ✓
  • ข. เป้าหมายไม่ใช่ความเก่งหรือรายได้ แต่คือความสุขและคุณภาพชีวิต
  • ค. แค่ได้เข้าเรียนยังไม่พอ ต้องเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริง
  • ง. ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาให้เป็นกำลังสำคัญของชาติที่มีความสมดุล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้ แต่ก็ต้องทันโลก" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 วลีที่ว่า "สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" อธิบายว่าคนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้แต่ก็ต้องก้าวทันโลก ส่วนคำว่า "อย่างมีคุณภาพ" หมายถึงต้องได้ความรู้และทักษะจริง และคำว่า "ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข" หมายถึงไม่ได้เน้นแค่ความเก่งหรือรายได้แต่รวมถึงคุณภาพชีวิต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป้าหมายไม่ใช่ความเก่งหรือรายได้ แต่คือความสุขและคุณภาพชีวิต" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของคำว่า "ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข" ซึ่งเน้นว่าเป้าหมายไม่ใช่เพียงความเก่งหรือรายได้แต่รวมถึงความสุข • "แค่ได้เข้าเรียนยังไม่พอ ต้องเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริง" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของคำว่า "อย่างมีคุณภาพ" ซึ่งเน้นว่าไม่ใช่แค่ได้เข้าเรียนแต่ต้องได้ความรู้และทักษะจริง • "ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาให้เป็นกำลังสำคัญของชาติที่มีความสมดุล" ผิด: ข้อความนี้เป็นแนวคิดจากวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ความหมายของวลีดังกล่าวในแผนการศึกษาแห่งชาติ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “และวลี "สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" บอกว่าคนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้ แต่ก็ต้องทันโลก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คำว่า "อย่างมีคุณภาพ" บอกว่าแค่ได้เข้าเรียนยังไม่พอ ต้องเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คำว่า "ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข" บอกว่าเป้าหมายของการศึกษาไม่ใช่ความเก่งหรือรายได้อย่างเดียว แต่รวมถึงความสุขและคุณภาพชีวิต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “และวลี "สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" บอกว่าคนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้ แต่ก็ต้องทันโลก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q30
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หากผู้เรียนมีผลการเรียนดี แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ และไม่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนได้ จัดว่าระบบการศึกษาล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด

  • ก. ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)
  • ข. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy) ✓
  • ค. ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)
  • ง. ด้านความเท่าเทียม (Equity)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)" ตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ด้านความสอดคล้อง (Relevancy) ตั้งคำถามว่าสิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศหรือไม่ แตกต่างจากด้านคุณภาพ (Quality) ที่ถามว่าเรียนได้ดีไหม ดังนั้น เมื่อผู้เรียนเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการหรือนำไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ จึงถือว่าระบบล้มเหลวด้าน Relevancy โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)" ผิด: Quality หมายถึงคุณภาพ ซึ่งตั้งคำถามว่าผู้เรียนเรียนได้ดีไหม แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่าสิ่งที่เรียนนำไปใช้ประโยชน์ในอาชีพหรือตลาดงานได้ตรงหรือไม่ • "ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)" ผิด: Efficiency หมายถึงประสิทธิภาพ ซึ่งตั้งคำถามว่าระบบใช้ทรัพยากรทั้งเงิน คน และเวลาคุ้มค่าหรือไม่ • "ด้านความเท่าเทียม (Equity)" ผิด: Equity หมายถึงความเท่าเทียม ซึ่งตั้งคำถามว่าผู้เรียนเข้าสู่ระบบแล้วได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องความตรงกับตลาดงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Relevancy ความสอดคล้อง ถามว่า "สิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศไหม" เช่น ถ้าน้องดาวเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ หรือนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ ระบบล้มเหลวด้าน Relevancy” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ส่วน Quality กับ Relevancy ต่างกันตรงที่ Quality ถามว่า "เรียนได้ดีไหม" แต่ Relevancy ถามว่า "เรียนแล้ว ตรงกับสิ่งที่ต้องใช้ ไหม"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Relevancy ความสอดคล้อง ถามว่า "สิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศไหม" เช่น ถ้าน้องดาวเรียนจบแล้วไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ หรือนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนไม่ได้ ระบบล้มเหลวด้าน Relevancy”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q31
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนเน้นย้ำให้คณะครูกำหนดทิศทางและเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสู่ผลลัพธ์สำคัญ 3 คำ คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" คำสำคัญดังกล่าวเป็นคำประจำตัวที่สอดรับโดยตรงกับแผนระดับชาติใด

  • ก. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ
  • ข. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580)
  • ค. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ✓
  • ง. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2579)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580)" คำสามคำ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นคำประจำตัวของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งปรากฏอยู่ในวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศระยะยาว เมื่อพบคำสำคัญนี้ในการกำหนดเป้าหมาย จึงเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ" ผิด: นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการเป็นแนวทางขับเคลื่อนระดับกระทรวง ไม่ใช่ต้นเรื่องของคำประจำตัวนี้ • "แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580)" ผิด: แผนแม่บทเป็นแผนระดับรองที่แปลงยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่กรอบใหญ่ที่เป็นเจ้าของคำประจำตัวนี้โดยตรง • "แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2579)" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้ใช้คำสามคำนี้เป็นคำประจำตัวหลักของแผน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “คำสามคำ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นคำประจำตัวของยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าเห็นคำนี้ในโจทย์ ให้นึกถึงยุทธศาสตร์ชาติก่อน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “คำสามคำ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นคำประจำตัวของยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าเห็นคำนี้ในโจทย์ ให้นึกถึงยุทธศาสตร์ชาติก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q32
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามโครงสร้างของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดระบุความหมายของ "2 เงื่อนไข" ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. เป็นคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง
  • ข. เป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการบริหารจัดการตามทางสายกลาง
  • ค. เป็นตัวชี้วัดความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป
  • ง. เป็นฐานที่ต้องมีก่อน 3 ห่วงจึงจะเกิดขึ้นได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นฐานที่ต้องมีก่อน 3 ห่วงจึงจะเกิดขึ้นได้" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงสร้าง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ระบุว่า 2 เงื่อนไข (ความรู้และคุณธรรม) คือฐานสำคัญที่จำเป็นต้องมีก่อนที่ 3 ห่วงจะเกิดขึ้นได้ ส่วน 3 ห่วงเป็นคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง" ผิด: คุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง หมายถึง 3 ห่วง ไม่ใช่ 2 เงื่อนไข • "เป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการบริหารจัดการตามทางสายกลาง" ผิด: หลักการไม่ได้ระบุว่า 2 เงื่อนไขเป็นผลลัพธ์สุดท้าย แต่ระบุว่าเป็นฐานที่ต้องมีก่อน • "เป็นตัวชี้วัดความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป" ผิด: ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป เป็นคำอธิบายของความพอประมาณในห่วงที่ 1 ไม่ใช่ความหมายของ 2 เงื่อนไข อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “โดย 3 ห่วงคือคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง ส่วน 2 เงื่อนไขคือฐานที่ต้องมีก่อน 3 ห่วงจึงจะเกิดขึ้นได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “โดย 3 ห่วงคือคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง ส่วน 2 เงื่อนไขคือฐานที่ต้องมีก่อน 3 ห่วงจึงจะเกิดขึ้นได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q33
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในระดับโรงเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนด "อยู่อย่างพอเพียง" ไว้ในลักษณะใด และการบริหารงบประมาณอย่างพอประมาณมีเหตุผลของผู้บริหารสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติอย่างไร

  • ก. กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ✓
  • ข. กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 4 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
  • ค. กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
  • ง. กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 1 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ" หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้ 'อยู่อย่างพอเพียง' เป็น 1 ใน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ของผู้เรียน โดยไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มสมรรถนะสำคัญ นอกจากนี้ ในระดับการบริหารจัดการศึกษา การที่ผู้บริหารวางแผนใช้งบประมาณอย่างพอประมาณและมีเหตุผลยังมีความสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ของแผนการศึกษาแห่งชาติอย่างชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 4 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: ผิดเพราะอยู่อย่างพอเพียงไม่ได้เป็นสมรรถนะสำคัญ และการบริหารดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ไม่ใช่ข้อที่ 4 • "กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: ผิดเพราะการบริหารงบประมาณตามหลักความพอประมาณและมีเหตุผลสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ไม่ใช่ข้อที่ 2 • "กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 1 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: ผิดเพราะอยู่อย่างพอเพียงจัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่ใช่สมรรถนะสำคัญ และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ไม่ใช่ข้อที่ 1 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้ "อยู่อย่างพอเพียง" เป็น 1 ใน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ของผู้เรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ผู้บริหารก็ใช้หลักนี้ในการวางแผนใช้งบประมาณอย่างพอประมาณและมีเหตุผล ซึ่งสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้ "อยู่อย่างพอเพียง" เป็น 1 ใน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q34
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนบ้านดอยสูงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร มีนักเรียนจำนวน 40 คน ทำให้ได้รับงบประมาณน้อย แต่มีภาระค่าเดินทางและค่าขนส่งวัสดุอุปกรณ์สูง หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามมาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ จะต้องใช้เกณฑ์ใดในการจัดสรรทรัพยากร และสอดคล้องกับเป้าหมายใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ

  • ก. คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality
  • ข. คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity ✓
  • ค. คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access
  • ง. คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ กำหนดให้คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบาก และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นธรรม ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality" ผิด: เกณฑ์การจัดสรรงบประมาณตามมาตรการนี้ไม่ได้วัดจากผลคะแนนการทดสอบ แต่คำนึงถึงบริบทและความจำเป็นของพื้นที่ • "คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access" ผิด: การจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเป็นแนวทางของมาตรการ Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งสู่เป้าหมาย Access • "คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency" ผิด: การอิงจำนวนนักเรียนเป็นหลักเป็นสูตรเดิมที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้งบน้อย จึงต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ ห่างไกลและทุรกันดาร ได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบทอย่างเป็นธรรม มาตรการนี้ตรงกับเป้าหมาย Equity ของแผนการศึกษาแห่งชาติ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ ห่างไกลและทุรกันดาร ได้รับทรัพยากรที่สอดคล้องกับความยากลำบากในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q35
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ประกาศฉบับเดือนธันวาคม 2568 กำหนดขึ้นภายใต้แนวคิดใด

  • ก. "All for Education"
  • ข. "เรียนดี มีความสุข"
  • ค. "เรียนดี มีคุณธรรม" ✓
  • ง. "Learn to Earn"

Explanation: คำตอบที่ถูก: ""เรียนดี มีคุณธรรม"" ตามประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ฉบับเดือนธันวาคม 2568 จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด "เรียนดี มีคุณธรรม" ก่อนจะมีการออกประกาศฉบับใหม่แทนที่ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • ""All for Education"" ผิด: "All for Education" เป็นแนวคิดในการบูรณาการความร่วมมือตามบทสั่งการท้ายประกาศฉบับ 29 เมษายน 2569 • ""เรียนดี มีความสุข"" ผิด: "เรียนดี มีความสุข" ไม่ใช่แนวคิดที่ระบุไว้ในประกาศฉบับเดือนธันวาคม 2568 • ""Learn to Earn"" ผิด: "Learn to Earn" เป็นประเด็นนโยบายเดิม มิใช่ชื่อแนวคิดหลักของประกาศฉบับดังกล่าว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ก่อนฉบับ 29 เม.ย. 2569 เคยมีประกาศชื่อเดียวกันฉบับ ธันวาคม 2568 โดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ภายใต้แนวคิด "เรียนดี มีคุณธรรม"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด "All for Education" มีผล ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2569”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ก่อนฉบับ 29 เม.ย. 2569 เคยมีประกาศชื่อเดียวกันฉบับ ธันวาคม 2568 โดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ภายใต้แนวคิด "เรียนดี มีคุณธรรม"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q36
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้กำหนดทิศทางการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูไว้อย่างไร

  • ก. เปลี่ยนจาก "ครูพี่เลี้ยง" เป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาวิชาการ"
  • ข. เปลี่ยนจาก "ผู้ถ่ายทอดความรู้" เป็น "ผู้กำกับดูแลวินัยเชิงบวก"
  • ค. เปลี่ยนจาก "ผู้ประเมิน" เป็น "ผู้สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้"
  • ง. เปลี่ยนจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เปลี่ยนจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"" ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.3.2 ในบริบทโลกที่เปลี่ยนไปจนการท่องจำเนื้อหาไม่เพียงพอ ห้องเรียนต้องปรับสู่การเรียนรู้เชิงรุก จึงกำหนดให้เปลี่ยนบทบาท "ครู" จาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิด ลงมือทำ และสะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เปลี่ยนจาก "ครูพี่เลี้ยง" เป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาวิชาการ"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้มุ่งเน้นการเปลี่ยนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาวิชาการ แต่ให้ลดการสอนแบบบอกเล่าเนื้อหาแล้วเปลี่ยนเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" • "เปลี่ยนจาก "ผู้ถ่ายทอดความรู้" เป็น "ผู้กำกับดูแลวินัยเชิงบวก"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ระบุการเปลี่ยนเป็นผู้กำกับดูแลวินัยเชิงบวกในข้อนี้ แต่ระบุให้เปลี่ยนบทบาทจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" • "เปลี่ยนจาก "ผู้ประเมิน" เป็น "ผู้สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้"" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้กำหนดบทบาทผู้สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้ แต่กำหนดให้เปลี่ยนเป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เปลี่ยนบทบาท "ครู" จาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" [ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.3.2]”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เปลี่ยนบทบาท "ครู" จาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" [ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านทรัพยากรมนุษย์ ข้อ 4.3.2]”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q37
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในชั่วโมงเรียนสังคมศึกษา ครูให้นักเรียนศึกษาประเพณีและวิถีชีวิตของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับของไทยเพื่อหาเหตุผลว่าเหมือนหรือต่างกันเพราะอะไร โดยเน้นย้ำไม่ให้ตัดสินว่าวัฒนธรรมแบบใดดีกว่ากัน การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใด

  • ก. Cross-cultural Understanding: ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ ✓
  • ข. Collaboration, Teamwork and Leadership: การร่วมมือ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ
  • ค. Creativity and Innovation: การสร้างสรรค์สิ่งใหม่และพัฒนานวัตกรรมใช้ประโยชน์
  • ง. Critical Thinking and Problem Solving: การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Cross-cultural Understanding: ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์" การจัดกิจกรรมให้นักเรียนศึกษาประเพณีของประเทศเพื่อนบ้านและเปรียบเทียบกับของไทยเพื่อเข้าใจเหตุผลโดยไม่ตัดสินว่าแบบของใครดีกว่า สอดคล้องกับทักษะ C3 Cross-cultural Understanding ซึ่งหมายถึงการเข้าใจและเคารพคนที่มาจากวัฒนธรรม ภาษา หรือวิธีคิดที่ต่างจากเรา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Collaboration, Teamwork and Leadership: การร่วมมือ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ" ผิด: C4 ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ เน้นการทำงานกลุ่มอย่างมีความรับผิดชอบและการสลับบทบาทผู้นำ • "Creativity and Innovation: การสร้างสรรค์สิ่งใหม่และพัฒนานวัตกรรมใช้ประโยชน์" ผิด: C2 การสร้างสรรค์และนวัตกรรม เน้นการคิดสิ่งใหม่และสร้างเป็นผลงานต้นแบบที่ใช้ประโยชน์ได้จริง • "Critical Thinking and Problem Solving: การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ" ผิด: การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา มุ่งเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การทำความเข้าใจความต่างทางวัฒนธรรม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C3 Cross-cultural Understanding: ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “หมายถึงการเข้าใจและเคารพว่าคนที่มาจากวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา หรือวิธีคิดต่างจากเรา มีเหตุผลของเขา ไม่ตัดสินว่าแบบของเราดีกว่าเสมอ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ครูฝึกได้ด้วยการให้ศึกษาประเพณีของประเทศเพื่อนบ้านแล้วเปรียบเทียบกับของไทยว่าเหมือนหรือต่างกันเพราะอะไร”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C3 Cross-cultural Understanding: ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q38
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามสาระสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 คำในวิสัยทัศน์ที่ระบุความหมายว่า การศึกษาไม่ได้จบที่ใบปริญญา คนวัยทำงานและผู้สูงอายุก็ต้องเรียนรู้ต่อ ซึ่งตอบโจทย์โลกที่ต้อง Reskill/Upskill และสังคมสูงวัย ตรงกับคำใด

  • ก. คนไทยทุกคน
  • ข. เรียนรู้ตลอดชีวิต ✓
  • ค. อย่างมีคุณภาพ
  • ง. ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เรียนรู้ตลอดชีวิต" ตามสาระสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 คำว่า "เรียนรู้ตลอดชีวิต" หมายถึงการศึกษาไม่ได้จบที่ใบปริญญา แต่คนวัยทำงานและผู้สูงอายุก็ต้องเรียนรู้ต่อ เพื่อตอบโจทย์โลกที่ต้อง Reskill/Upskill และสังคมสูงวัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คนไทยทุกคน" ผิด: "คนไทยทุกคน" สื่อถึงการศึกษาต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะยากจน พิการ อยู่ห่างไกล หรือหลุดออกจากระบบไปแล้ว • "อย่างมีคุณภาพ" ผิด: "อย่างมีคุณภาพ" สื่อถึงการที่แค่ได้เข้าเรียนยังไม่พอ แต่ต้องเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริง • "ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข" ผิด: "ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข" สื่อถึงเป้าหมายการศึกษาที่ไม่ใช่ความเก่งหรือรายได้อย่างเดียว แต่รวมถึงความสุขและคุณภาพชีวิต อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คำว่า "เรียนรู้ตลอดชีวิต" บอกว่าการศึกษาไม่ได้จบที่ใบปริญญา คนวัยทำงานและผู้สูงอายุก็ต้องเรียนรู้ต่อ ซึ่งตอบโจทย์โลกที่ต้อง Reskill/Upskill และสังคมสูงวัย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คำว่า "เรียนรู้ตลอดชีวิต" บอกว่าการศึกษาไม่ได้จบที่ใบปริญญา คนวัยทำงานและผู้สูงอายุก็ต้องเรียนรู้ต่อ ซึ่งตอบโจทย์โลกที่ต้อง Reskill/Upskill และสังคมสูงวัย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q39
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 กรณีที่ระบบการศึกษาทำให้ครูต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปกับการทำเอกสารโครงการแทนที่จะได้จัดการเรียนการสอน ถือเป็นปัญหาความล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด

  • ก. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)
  • ข. ด้านคุณภาพ (Quality)
  • ค. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) ✓
  • ง. ด้านความเสมอภาค (Equity)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 เป้าหมายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) จะพิจารณาว่าระบบใช้ทรัพยากร ทั้งเงิน คน และเวลา อย่างคุ้มค่าหรือไม่ การที่ครูต้องเสียเวลาครึ่งหนึ่งไปทำเอกสารโครงการแทนที่จะสอน จึงสะท้อนถึงระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ และตรงกับนโยบายคืนเวลาให้ครู ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่า ความสอดคล้อง (Relevancy) พิจารณาว่าสิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศหรือไม่ • "ด้านคุณภาพ (Quality)" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่า คุณภาพ (Quality) พิจารณาว่าเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริงหรือไม่ เช่น เรียนจบ ป.6 แต่ยังอ่านไม่คล่อง • "ด้านความเสมอภาค (Equity)" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่า ความเสมอภาค (Equity) มุ่งเน้นความเท่าเทียมทางการศึกษา ไม่ใช่การใช้ทรัพยากร คน เงิน และเวลาให้คุ้มค่า อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Efficiency ประสิทธิภาพ ถามว่า "ระบบใช้ทรัพยากร ทั้งเงิน คน และเวลา คุ้มค่าไหม" เช่น ถ้าครูของน้องดาวต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปทำเอกสารโครงการแทนที่จะสอน ระบบนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงกับนโยบาย "คืนเวลาให้ครู"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Quality คุณภาพ ถามว่า "เรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริงไหม"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Relevancy ความสอดคล้อง ถามว่า "สิ่งที่เรียนตรงกับความต้องการของชีวิต ชุมชน และประเทศไหม"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Efficiency ประสิทธิภาพ ถามว่า "ระบบใช้ทรัพยากร ทั้งเงิน คน และเวลา คุ้มค่าไหม" เช่น ถ้าครูของน้องดาวต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปทำเอกสารโครงการแทนที่จะสอน ระบบนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงกับนโยบาย "คืนเวลาให้ครู"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q40
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบหมายให้ครูฝ่ายแผนงานชี้แจงที่มาทางกฎหมายและลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อใช้เป็นกรอบเป้าหมายระยะยาว หากครูฝ่ายแผนงานต้องการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้อง ควรระบุตามข้อใด

  • ก. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี
  • ข. จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี
  • ค. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
  • ง. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี" ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 กำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยและมีระยะเวลา 20 ปี เพื่อแก้ไขปัญหางานระยะยาวที่ไม่ต่อเนื่องจากการเปลี่ยนรัฐบาล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี" ผิด: รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ และมีระยะเวลา 20 ปี ไม่ใช่มาตรา 54 หรือระยะเวลา 15 ปี • "จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติตราขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 ไม่ใช่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 • "จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ไม่ใช่ฉบับที่สอง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 จึงกำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็น ยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ระยะเวลา 20 ปี”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 65 จึงกำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เป็น ยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ระยะเวลา 20 ปี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q41
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเน้นย้ำแนวพระราชดำรินี้แก่ประชาชนอีกครั้งสืบเนื่องจากเหตุการณ์ใด

  • ก. เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ✓
  • ข. เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2551
  • ค. การเริ่มใช้แผนการศึกษาแห่งชาติปี 2560
  • ง. การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติปี 2561

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540" ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวพระราชดำริที่พระราชทานแก่ประชาชนมาเป็นเวลานาน และทรงเน้นย้ำอีกครั้งหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เนื่องจากเป็นบทเรียนที่บุคคลและธุรกิจกู้ยืมและลงทุนเกินตัวจนล้มละลาย ทำให้เห็นว่าการเร่งโตโดยไม่ประเมินกำลังตนเองนั้นเปราะบาง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2551" ผิด: ตามเนื้อหาระบุว่าทรงเน้นย้ำหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ไม่ใช่วิกฤตปี 2551 • "การเริ่มใช้แผนการศึกษาแห่งชาติปี 2560" ผิด: ปี 2560 เป็นปีเริ่มต้นของแผนการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนำหลักปรัชญานี้ไปกำหนดในวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ช่วงที่พระองค์ทรงเน้นย้ำหลังเกิดวิกฤต • "การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติปี 2561" ผิด: ปี 2561 เป็นปีเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปบรรจุในวิสัยทัศน์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ทรงเน้นย้ำหลังวิกฤต อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “และทรงเน้นย้ำอีกครั้งหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่บุคคลและธุรกิจจำนวนมากกู้ยืมและลงทุนเกินตัว เมื่อเศรษฐกิจพลิกผันจึงล้มละลายตามกัน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “และทรงเน้นย้ำอีกครั้งหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่บุคคลและธุรกิจจำนวนมากกู้ยืมและลงทุนเกินตัว เมื่อเศรษฐกิจพลิกผันจึงล้มละลายตามกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q42
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนด้วยความขยัน อดทน ซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตามข้อใด

  • ก. เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
  • ข. เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว ✓
  • ค. เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล
  • ง. เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขคุณธรรมครอบคลุมความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันอดทน ตลอดจนการแบ่งปันแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตตามความพอเพียงไม่กลายเป็นการเห็นแก่ตัว และทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก" ผิด: การปฏิบัติตามหลักปรัชญามุ่งสร้างความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครบทั้ง 4 มิติ ไม่ใช่เฉพาะมิติเศรษฐกิจ • "เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล" ผิด: หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มุ่งแค่การประหยัดส่วนบุคคล แต่เน้นความสมดุลและการเผื่อแผ่แบ่งปัน • "เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว" ผิด: ความขยัน อดทน ซื่อสัตย์ และการแบ่งปัน จัดอยู่ในเงื่อนไขคุณธรรม ไม่ใช่เงื่อนไขความรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “นี่คือคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “นี่คือคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q43
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องการปรับแนวทางการทำงานเพื่อตอบสนองนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยต้องการลดภาระงานที่ไม่จำเป็นเพื่อคืนเวลาให้ครูผู้สอนได้จัดการเรียนรู้อย่างเต็มที่ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการโรงเรียนตามมาตรการปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษาฉบับใหม่จะต้องประเมินจากสิ่งใดและใช้แนวคิดใด

  • ก. การประหยัดงบประมาณและเวลาทำงาน ภายใต้แนวคิด Process-based Evaluation
  • ข. จำนวนรางวัลที่ส่งนักเรียนเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด Output-based Evaluation
  • ค. ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation ✓
  • ง. ปริมาณเอกสารโครงการและรายงานสรุป ภายใต้แนวคิด Input-based Evaluation

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation" ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษาได้กำหนดให้ประเมินผู้บริหารจากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนแทนการวัดจากเอกสารหรือรางวัล ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation (การประเมินโดยยึดผลลัพธ์) เพื่อจูงใจให้ผู้บริหารหันมาสนับสนุนให้ครูทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลนักเรียนโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประหยัดงบประมาณและเวลาทำงาน ภายใต้แนวคิด Process-based Evaluation" ผิด: เกณฑ์ใหม่ไม่ได้ประเมินจากกระบวนการประหยัดงบประมาณหรือเวลา แต่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน • "จำนวนรางวัลที่ส่งนักเรียนเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด Output-based Evaluation" ผิด: เดิมเคยวัดจากรางวัลที่โรงเรียนได้รับแต่นโยบายใหม่ได้ปรับเปลี่ยนเพื่อลดภาระการเร่งทำผลงานประกวด • "ปริมาณเอกสารโครงการและรายงานสรุป ภายใต้แนวคิด Input-based Evaluation" ผิด: เดิมเคยประเมินจากเอกสารโครงการแต่นโยบายใหม่ได้ยกเลิกเพื่อไม่ให้ครูต้องเสียเวลากับงานเอกสาร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “มาตรการใหม่ให้ประเมินผู้บริหาร จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน แทน ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation (การประเมินโดยยึดผลลัพธ์)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “เดิมความสำเร็จของผู้บริหารมักวัดจากเอกสารโครงการและรางวัลที่โรงเรียนได้รับ ทำให้ครูต้องเร่งทำผลงานเพื่อส่งประกวดและทำเอกสาร”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “มาตรการใหม่ให้ประเมินผู้บริหาร จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน แทน ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation (การประเมินโดยยึดผลลัพธ์)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q44
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในนโยบายสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมายผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นสิ่งใด

  • ก. แผนแม่บทการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้
  • ข. กฎบัตรการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • ค. ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ
  • ง. ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 นโยบายที่ 5 กำหนดผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" ซึ่งทำหน้าที่เป็นกฎหมายแม่บทและเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการแก้ปัญหาการศึกษาระดับโครงสร้าง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนแม่บทการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้" ผิด: นโยบายกำหนดให้ผลักดันเป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" ไม่ใช่แผนแม่บทการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ • "กฎบัตรการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: นโยบายกำหนดให้ผลักดันเป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" ไม่ใช่กฎบัตรการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต • "ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: นโยบายกำหนดให้ผลักดันเป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" ไม่ใช่ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “นโยบายนี้จึงผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" คือเป็นกฎหมายแม่บทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “นโยบายนี้จึงผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็น "ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ" คือเป็นกฎหมายแม่บทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q45
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน หากครูต้องการอธิบายจำนวนประเทศสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบันเพื่อให้นักเรียนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ครูต้องระบุว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่ประเทศ

  • ก. 11 ประเทศ ✓
  • ข. 9 ประเทศ
  • ค. 12 ประเทศ
  • ง. 10 ประเทศ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "11 ประเทศ" บริบทโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกรวมทั้งสิ้น 11 ประเทศ โดยข้อสอบเก่าที่ออกก่อนปี 2568 มักเฉลย 10 ประเทศ แต่เมื่อพิจารณาบริบทในปัจจุบันจะต้องตอบ 11 ประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "9 ประเทศ" ผิด: ไม่ใช่จำนวนสมาชิกของอาเซียนทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุไว้ 11 ประเทศ • "12 ประเทศ" ผิด: ไม่ใช่จำนวนสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลปัจจุบันระบุไว้คือ 11 ประเทศ • "10 ประเทศ" ผิด: เป็นจำนวนสมาชิกตามข้อสอบเก่าที่ออกก่อนปี 2568 แต่ข้อมูลในปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ข้อสอบเก่ามักเฉลยว่า "10 ประเทศ" เพราะออกก่อนปี 2568 ถ้าตัวเลือกมีทั้ง 10 และ 11 ให้ดูว่าโจทย์ถาม "ปัจจุบัน" หรือไม่ ปัจจุบันคือ 11”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ข้อสอบเก่ามักเฉลยว่า "10 ประเทศ" เพราะออกก่อนปี 2568 ถ้าตัวเลือกมีทั้ง 10 และ 11 ให้ดูว่าโจทย์ถาม "ปัจจุบัน" หรือไม่ ปัจจุบันคือ 11”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q46
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนนำประเด็นข่าวที่กำลังแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบความจริง โดยให้นักเรียนตั้งคำถามต่อที่มาของข้อมูล และต้องระบุได้ว่าใช้หลักฐานใดในการตัดสินใจ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งเสริมทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใดเด่นชัดที่สุด

  • ก. Career and Learning Skills
  • ข. Critical Thinking and Problem Solving ✓
  • ค. Cross-cultural Understanding
  • ง. Creativity and Innovation

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Critical Thinking and Problem Solving" การจัดกิจกรรมให้นักเรียนนำข่าวที่แชร์ในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบและระบุหลักฐานที่ใช้ตัดสินใจ สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะด้าน Critical Thinking and Problem Solving (การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา) ซึ่งเน้นการไม่เชื่อทันที แต่ตั้งคำถามถึงที่มาและหลักฐานของข้อมูลก่อนตัดสินใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Career and Learning Skills" ผิด: Career and Learning Skills เป็นทักษะด้านการประกอบอาชีพและการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง • "Cross-cultural Understanding" ผิด: Cross-cultural Understanding เป็นทักษะความเข้าใจความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมและกระบวนการคิด • "Creativity and Innovation" ผิด: Creativity and Innovation เน้นการคิดสิ่งใหม่หรือมองสิ่งเดิมในมุมใหม่ และลงมือทำเป็นชิ้นงานหรือนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C1 Critical Thinking and Problem Solving: การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ครูฝึกได้ เช่น ให้นักเรียนนำข่าวที่แชร์กันในโซเชียลมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ โดยต้องบอกได้ว่าใช้หลักฐานอะไรตัดสิน หรือให้โจทย์ปัญหาที่ไม่มีคำตอบเดียวแล้วให้นักเรียนเสนอวิธีแก้พร้อมเหตุผล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “C1 Critical Thinking and Problem Solving: การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q47
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ข้อความในข้อใดระบุวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษาไทยในระยะ 20 ปี ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

  • ก. ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21
  • ข. ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0
  • ค. คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ✓
  • ง. คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" วิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 กำหนดภาพปลายทางใน 20 ปีไว้ว่า คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 ข้อความอื่นจึงไม่ใช่วิสัยทัศน์ที่แผนการศึกษากำหนดไว้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้ระบุข้อความการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยและความฉลาดรู้เป็นวิสัยทัศน์หลัก 20 ปี • "ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้จำกัดวิสัยทัศน์ไว้เพียงการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการมุ่งสู่สังคมไทย 4.0 • "คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ด้วยข้อความเกี่ยวกับการมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q48
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

กรณีที่นักเรียนได้เข้าเรียนในโรงเรียนแล้ว แต่โรงเรียนในพื้นที่ยังขาดแคลนครูและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ในขณะที่โรงเรียนในเมืองมีพร้อมครบถ้วน สภาพการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าระบบการศึกษายังไม่บรรลุเป้าหมายในด้านใดตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

  • ก. ด้านคุณภาพ (Quality)
  • ข. ด้านการเข้าถึง (Access)
  • ค. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)
  • ง. ด้านความเท่าเทียม (Equity) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านความเท่าเทียม (Equity)" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 มิติด้านความเท่าเทียม (Equity) ตั้งคำถามว่าทุกกลุ่มได้รับโอกาสเสมอกันหรือไม่ เมื่อนักเรียนได้เข้าเรียนแล้วย่อมผ่านเกณฑ์ด้านการเข้าถึง แต่การที่โรงเรียนยังขาดแคลนครูและอุปกรณ์เมื่อเทียบกับในเมือง แสดงว่าระบบยังขาดความเท่าเทียม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านคุณภาพ (Quality)" ผิด: ด้านคุณภาพ (Quality) มุ่งพิจารณาว่าเมื่อเรียนแล้วได้รับความรู้และทักษะจริงหรือไม่ เช่น สำเร็จการศึกษาแล้วยังอ่านไม่คล่อง • "ด้านการเข้าถึง (Access)" ผิด: ด้านการเข้าถึง (Access) มุ่งพิจารณาว่าทุกคนได้โอกาสเข้าเรียนหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ผู้เรียนได้เข้าเรียนในระบบแล้ว • "ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)" ผิด: ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) มุ่งเน้นการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากร ไม่ใช่ประเด็นความเสมอภาคในการได้รับทรัพยากรระหว่างกลุ่มหรือพื้นที่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Equity ความเท่าเทียม ถามว่า "ทุกกลุ่มได้รับโอกาสเสมอกันไหม" สมมุติน้องดาวได้เข้าเรียนแล้ว แต่โรงเรียนของเธอไม่มีครูคณิตศาสตร์ ไม่มีห้องคอมพิวเตอร์ ขณะที่เด็กในเมืองมีครบ น้องดาวผ่านเรื่อง Access แต่ไม่ได้รับ Equity”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Equity ความเท่าเทียม ถามว่า "ทุกกลุ่มได้รับโอกาสเสมอกันไหม" สมมุติน้องดาวได้เข้าเรียนแล้ว แต่โรงเรียนของเธอไม่มีครูคณิตศาสตร์ ไม่มีห้องคอมพิวเตอร์ ขณะที่เด็กในเมืองมีครบ น้องดาวผ่านเรื่อง Access แต่ไม่ได้รับ Equity”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q49
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งกำลังประเมินและทบทวนผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมปรับเป้าหมายและตัวชี้วัดการจัดการศึกษาตามกรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การจัดการศึกษาในปี พ.ศ. 2569 จัดอยู่ในช่วงเวลาใดของแผนดังกล่าว

  • ก. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 2 ✓
  • ข. ปีเริ่มต้นของการดำเนินการระยะที่ 3
  • ค. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะเร่งด่วน
  • ง. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 1

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 2" ตามกรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การดำเนินงานปกติแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี โดยระยะที่ 2 ครอบคลุมช่วงปี 2565–2569 ดังนั้นในปี พ.ศ. 2569 จึงจัดเป็นปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 2 ซึ่งหน่วยงานต้องทบทวนผลและเตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 ต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปีเริ่มต้นของการดำเนินการระยะที่ 3" ผิด: การดำเนินการระยะที่ 3 ครอบคลุมช่วงปี 2570–2574 โดยปีเริ่มต้นคือปี 2570 • "ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะเร่งด่วน" ผิด: ระยะเร่งด่วนครอบคลุมช่วงปี 2560–2561 โดยปีสุดท้ายคือปี 2561 • "ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 1" ผิด: การดำเนินการระยะที่ 1 ครอบคลุมช่วงปี 2560–2564 โดยปีสุดท้ายคือปี 2564 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การดำเนินการปกติตามแผน 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี ได้แก่ 2560–2564, 2565–2569, 2570–2574 และ 2575–2579” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ปี 2569 ที่เราสอบอยู่จึงเป็น ปีสุดท้ายของระยะที่ 2 และกำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 3”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การดำเนินการปกติตามแผน 4 ระยะ ระยะละ 5 ปี ได้แก่ 2560–2564, 2565–2569, 2570–2574 และ 2575–2579”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q50
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างยุทธศาสตร์ชาติกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดระบุกรอบระยะเวลา 20 ปี ของทั้งสองแผนได้ถูกต้องตามลำดับ

  • ก. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2561–2580
  • ข. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ✓
  • ค. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562–2581
  • ง. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2559–2578

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579" ยุทธศาสตร์ชาติมีกรอบระยะเวลา 20 ปี คือ พ.ศ. 2561–2580 ในขณะที่แผนการศึกษาแห่งชาติมีกรอบระยะเวลา 20 ปี คือ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเริ่มใช้ก่อนยุทธศาสตร์ชาติ 1 ปี ดังนั้นข้อที่ระบุระยะเวลาได้ถูกต้องตามลำดับคือ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2561–2580" ผิด: เป็นการสลับช่วงปีกัน เพราะแผนการศึกษาแห่งชาติเริ่มใช้ก่อนยุทธศาสตร์ชาติ 1 ปี • "ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562–2581" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติมีกรอบระยะเวลา พ.ศ. 2560–2579 ไม่ใช่ พ.ศ. 2562–2581 • "ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2559–2578" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติมีกรอบระยะเวลา พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2560 ไม่ใช่ พ.ศ. 2559 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “| ระยะเวลา | 20 ปี 2561–2580 | 20 ปี 2560–2579 |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “| ระยะเวลา | 20 ปี 2561–2580 | 20 ปี 2560–2579 |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q51
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายผลกระทบของการขาด "เงื่อนไขความรู้" ในการตัดสินใจเลือกซื้อสิ่งของได้อย่างถูกต้อง

  • ก. นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต
  • ข. ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม
  • ค. อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง ✓
  • ง. ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง" ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การตัดสินใจอย่างพอประมาณและมีเหตุผลจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความรู้ โดยหากขาดข้อมูลหรือความรู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อให้มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตนอย่างพอเพียงก็อาจตัดสินใจผิดพลาดได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต" ผิด: ความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านจิตใจ ไม่ใช่ผลจากการขาดเงื่อนไขความรู้ • "ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม" ผิด: การใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านการกระทำ • "ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้" ผิด: ความเพียรจัดเป็นเงื่อนไขคุณธรรมด้านจิตใจ ไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงจากการขาดเงื่อนไขความรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ถ้าไม่มีความรู้เหล่านี้ ต่อให้ตั้งใจพอเพียงก็อาจตัดสินใจพลาด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “การตัดสินใจอย่างพอประมาณและมีเหตุผลจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีความรู้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ถ้าไม่มีความรู้เหล่านี้ ต่อให้ตั้งใจพอเพียงก็อาจตัดสินใจพลาด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q52
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประสบปัญหาครูต้องเสียเวลากับการทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและซื้อวัตถุดิบอาหารกลางวัน ผู้บริหารจึงประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) เข้ามาบริหารจัดการแทนครู การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในข้อใด

  • ก. นโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและป้องกันความเสี่ยงให้ครู
  • ข. นโยบายการกระจายอำนาจทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ค. นโยบายความปลอดภัยและสุขภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานโภชนาการและสุขอนามัยของผู้เรียน
  • ง. นโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทกับการจัดการเรียนการสอนได้เต็มที่ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทกับการจัดการเรียนการสอนได้เต็มที่" ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มาตรการนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) แม้จะมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับอาหารและสุขาภิบาล แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการลดภาระงานพัสดุและจัดซื้อจัดจ้างเพื่อ คืนเวลาให้ครู ให้ครูสามารถใช้เวลาทุ่มเทกับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจัดอยู่ในนโยบายที่ 1 ไม่ใช่นโยบายความปลอดภัยหรือสุขภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและป้องกันความเสี่ยงให้ครู" ผิด: มาตรการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการจัดสวัสดิการครูหรือการลดค่าใช้จ่าย แต่จัดอยู่ในนโยบายคืนเวลาให้ครูเพื่อให้ครูมีเวลากับการสอน • "นโยบายการกระจายอำนาจทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ผิด: การประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเพียงวิธีการดำเนินงานของระบบครัวกลาง ไม่ใช่ชื่อนโยบายหรือเป้าหมายหลักของมาตรการนี้ • "นโยบายความปลอดภัยและสุขภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานโภชนาการและสุขอนามัยของผู้เรียน" ผิด: ข้อความระบุชัดเจนว่าเป้าหมายของระบบครัวกลางไม่ใช่เรื่องนโยบายความปลอดภัยหรือสุขภาพ แต่เป็นนโยบายคืนเวลาให้ครู อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ข้อควรจำคือ แม้ชื่อจะเกี่ยวกับอาหาร แต่เป้าหมายของมาตรการคือ "คืนเวลาให้ครู" จึงอยู่ในนโยบายที่ 1 ไม่ใช่นโยบายความปลอดภัยหรือสุขภาพ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ข้อควรจำคือ แม้ชื่อจะเกี่ยวกับอาหาร แต่เป้าหมายของมาตรการคือ "คืนเวลาให้ครู" จึงอยู่ในนโยบายที่ 1 ไม่ใช่นโยบายความปลอดภัยหรือสุขภาพ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q53
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ" จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องและคุ้มครองบุคคลกลุ่มใดจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

  • ก. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ✓
  • ข. เฉพาะผู้เรียนทุกระดับการศึกษาในโรงเรียน
  • ค. ครู ผู้บริหาร และคณะกรรมการสถานศึกษา
  • ง. นักเรียนและผู้ปกครองในชุมชนสถานศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิด และความรุนแรงทางออนไลน์ โดยให้ความคุ้มครองครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ไม่ใช่คุ้มครองเฉพาะนักเรียนเท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เฉพาะผู้เรียนทุกระดับการศึกษาในโรงเรียน" ผิด: นโยบายระบุชัดเจนว่าคุ้มครองครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้เรียน • "ครู ผู้บริหาร และคณะกรรมการสถานศึกษา" ผิด: นโยบายมุ่งคุ้มครองผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยไม่ได้ระบุถึงคณะกรรมการสถานศึกษาและขาดกลุ่มผู้เรียน • "นักเรียนและผู้ปกครองในชุมชนสถานศึกษา" ผิด: นโยบายระบุคุ้มครองผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยไม่ได้ระบุถึงผู้ปกครองในชุมชน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ศูนย์นี้ปกป้อง ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิด และความรุนแรงทางออนไลน์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “จุดที่ข้อสอบอาจหลอกคือ ศูนย์นี้คุ้มครองครูด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ศูนย์นี้ปกป้อง ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการกลั่นแกล้ง การล่วงละเมิด และความรุนแรงทางออนไลน์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q54
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ข้อใดระบุข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนได้ถูกต้อง

  • ก. ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ
  • ข. ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ✓
  • ค. ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก
  • ง. ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11" ประชาคมอาเซียนมีประเทศสมาชิกรวม 11 ประเทศ หลังจากติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ และขับเคลื่อนบน 3 เสาหลัก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ • "ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม • "ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ" ผิด: ข้อมูลไม่ถูกต้อง เพราะประเทศผู้ก่อตั้งเริ่มแรกมีเพียง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง · เศรษฐกิจ · สังคมและวัฒนธรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “ประเทศผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ประชาคมอาเซียนตั้งอยู่บน 3 เสาหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง · เศรษฐกิจ · สังคมและวัฒนธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q55
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ หากครูผู้สอนต้องการนำแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติในสถานศึกษา ควรดำเนินการอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับหลักการมากที่สุด

  • ก. เสนอให้เปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมใหม่เพื่อสอนทักษะนี้โดยเฉพาะ
  • ข. มอบหมายให้กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดกลุ่มสาระหนึ่งรับผิดชอบสอนเพียงวิชาเดียว
  • ค. สอดแทรกการฝึกทักษะผ่านวิธีสอนในทุกรายวิชาที่จัดการเรียนรู้ ✓
  • ง. จัดสอนเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่มีผลคะแนนฐาน 3Rs ผ่านเกณฑ์ระดับยอดเยี่ยมเท่านั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สอดแทรกการฝึกทักษะผ่านวิธีสอนในทุกรายวิชาที่จัดการเรียนรู้" ตามแนวทางการพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ระบุว่า ทักษะเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ครูทุกวิชาต้องสอดแทรกผ่านวิธีสอน ดังนั้นครูผู้สอนทุกคนจึงต้องนำทักษะเหล่านี้ไปสอดแทรกในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของตนเอง ไม่ใช่การเปิดวิชาแยกต่างหากหรือผลักภาระให้วิชาใดวิชาหนึ่ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสนอให้เปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมใหม่เพื่อสอนทักษะนี้โดยเฉพาะ" ผิด: ตามแนวคิดทักษะ 8Cs ระบุไว้ชัดเจนว่าทักษะเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องแยกเปิดเป็นวิชาใหม่เฉพาะ • "มอบหมายให้กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดกลุ่มสาระหนึ่งรับผิดชอบสอนเพียงวิชาเดียว" ผิด: ตามแนวคิดทักษะ 8Cs ระบุว่าไม่ได้อยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ครูทุกวิชาต้องร่วมกันสอดแทรกผ่านวิธีสอน • "จัดสอนเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่มีผลคะแนนฐาน 3Rs ผ่านเกณฑ์ระดับยอดเยี่ยมเท่านั้น" ผิด: ตามแนวคิดระบุว่าเมื่อมีฐาน 3Rs แล้ว ผู้เรียนต้องมีทักษะอีก 8 ด้านเพื่อให้อยู่รอดในโลกใหม่ จึงเป็นทักษะสำหรับผู้เรียนทุกคนมิใช่การคัดเฉพาะกลุ่มคะแนนยอดเยี่ยม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ทักษะเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ครูทุกวิชาต้องสอดแทรกผ่านวิธีสอน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ทักษะเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ครูทุกวิชาต้องสอดแทรกผ่านวิธีสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q56
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามที่ระบุไว้ในเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นโยบายของ สพฐ. นโยบายของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับแผนการศึกษาแห่งชาติ

  • ก. นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน
  • ข. จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ
  • ค. มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท
  • ง. ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ" ตามเอกสารความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน แผนการศึกษาแห่งชาติถือเป็นแผนแม่บท โดยนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยจัดทำ ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาตินี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน" ผิด: เอกสารระบุชัดเจนว่านโยบายและแผนพัฒนาของโรงเรียนล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้ ไม่ใช่เรื่องความสมัครใจ • "จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: เอกสารระบุว่าต้องจัดทำให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติซึ่งเป็นแผนแม่บท ไม่ใช่จัดทำขึ้นเพื่อทดแทน • "มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท" ผิด: เอกสารระบุว่าต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทเพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ได้เป็นอิสระต่อกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “สำหรับครู แผนนี้ไม่ใช่เอกสารไกลตัว เพราะนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยทำ (ดูบทที่ 5 เรื่องแผนพัฒนาการจัดการศึกษา) ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “สำหรับครู แผนนี้ไม่ใช่เอกสารไกลตัว เพราะนโยบายของ สพฐ. ของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียนที่ครูต้องช่วยทำ (ดูบทที่ 5 เรื่องแผนพัฒนาการจัดการศึกษา) ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q57
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) มีจุดมุ่งเน้นสำคัญอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายด้านผู้เรียน

  • ก. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้ ✓
  • ข. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา
  • ค. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน
  • ง. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs) แล้ว แผนยังได้วางเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) ไว้เป็นเป้าหมายของระบบการศึกษา โดยเปรียบเสมือนคำถาม 5 ข้อที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา" ผิด: การจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษาไม่ใช่เป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการตามแผน • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติไม่ได้กำหนดเป้าหมาย 5 ประการนี้ให้เป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครู • "กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน" ผิด: เป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะเป็นเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs) ไม่ใช่เป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs ในข้อ 1.2) แผนยังวางเป้าหมายของ ระบบการศึกษา ไว้ 5 ประการ วิธีเข้าใจที่ง่ายที่สุดคือมองเป็น "คำถาม 5 ข้อ" ที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “นอกจากเป้าหมายด้านผู้เรียน (3Rs8Cs ในข้อ 1.2) แผนยังวางเป้าหมายของ ระบบการศึกษา ไว้ 5 ประการ วิธีเข้าใจที่ง่ายที่สุดคือมองเป็น "คำถาม 5 ข้อ" ที่ระบบการศึกษาต้องตอบให้ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q58
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ขับเคลื่อนงานสถานศึกษาโดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจ ปรับใช้ระบบข้อมูลดิจิทัลเพื่อการทำงาน และปรับระบบงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

  • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย
  • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ✓
  • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
  • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 6 มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เพื่อตอบเป้าหมาย Efficiency การกระจายอำนาจ การนำระบบข้อมูลดิจิทัลมาใช้ และการปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่าจึงตรงกับยุทธศาสตร์นี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 3 เน้นการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่การปรับปรุงระบบบริหารจัดการ • "ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 4 เน้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา • "ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 5 เน้นการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ตอบเป้าหมาย Efficiency เช่น ปรับโครงสร้างการบริหาร กระจายอำนาจ ใช้ระบบข้อมูลดิจิทัล และปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา ตอบเป้าหมาย Efficiency เช่น ปรับโครงสร้างการบริหาร กระจายอำนาจ ใช้ระบบข้อมูลดิจิทัล และปรับระบบงบประมาณให้คุ้มค่า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q59
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) การกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต จัดอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านใด

  • ก. ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
  • ข. ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  • ค. ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ✓
  • ง. ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านที่ 6 คือ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีจุดเน้นในการทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต ขณะที่ด้านที่ 3 เน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านที่ 4 เน้นลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และด้านที่ 5 เน้นสิ่งแวดล้อม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 มุ่งเน้นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาโดยตรง • "ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ครอบคลุมความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งหมด • "ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ผิด: ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 5 มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ SDGs อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ตัวลวงที่พบบ่อยคือด้านที่ 4 (โอกาสและความเสมอภาค) เพราะฟังดูเกี่ยวกับการศึกษา แต่ด้านที่ 4 ครอบคลุมความเหลื่อมล้ำทางสังคมทั้งหมด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q60
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตามหลัก 3 ห่วงต้องดำเนินไปด้วยกันเสมอ หากบุคคลเลือกซื้อสิ่งของราคาถูกซึ่งไม่เกินกำลังเงิน แต่ตัดสินใจซื้อทั้งที่ของเดิมยังใช้งานได้ดีเพียงเพราะเห็นเพื่อนซื้อ พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าขาดหลักการในข้อใด

  • ก. การมีภูมิคุ้มกัน
  • ข. ความพอประมาณ
  • ค. เงื่อนไขความรู้
  • ง. ความมีเหตุผล ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความมีเหตุผล" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง 3 ห่วงต้องไปด้วยกันเสมอ การซื้อของราคาถูกถือว่ามีความพอประมาณแล้ว แต่การซื้อทั้งที่ของเดิมยังใช้ได้ดีเพียงเพราะเห็นเพื่อนซื้อ แสดงถึงการตัดสินใจที่ไม่คำนึงถึงความจำเป็นและเหตุผล จึงถือว่าขาดความมีเหตุผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การมีภูมิคุ้มกัน" ผิด: การมีภูมิคุ้มกันหมายถึงการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและความเสี่ยง ไม่ตรงกับประเด็นการซื้อตามเพื่อน • "ความพอประมาณ" ผิด: การซื้อของราคาถูกถือว่ามีความพอประมาณแล้ว แต่กรณีนี้บกพร่องเรื่องความจำเป็นในการซื้อ • "เงื่อนไขความรู้" ผิด: เงื่อนไขความรู้คือความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานไม่ใช่ห่วงหลักของการตัดสินใจซื้อในกรณีนี้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ต้นซื้อเครื่องราคาถูก (พอประมาณ) แต่ซื้อทั้งที่เครื่องเดิมยังใช้ได้ดีเพราะเห็นเพื่อนซื้อ (ไม่มีเหตุผล) ก็ไม่ผ่าน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ต้นซื้อเครื่องราคาถูก (พอประมาณ) แต่ซื้อทั้งที่เครื่องเดิมยังใช้ได้ดีเพราะเห็นเพื่อนซื้อ (ไม่มีเหตุผล) ก็ไม่ผ่าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q61
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องรับภาระงานที่ไม่ใช่การสอนจำนวนมาก เช่น ทำเอกสารรายงานโครงการ ทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ดูแลอาหารกลางวัน และเตรียมเอกสารรับการประเมิน จนเหลือเวลาเตรียมการสอนและดูแลนักเรียนน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาที่มุ่งแก้ไขโดยตรงภายใต้นโยบายใดของกระทรวงศึกษาธิการ

  • ก. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ✓
  • ข. จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย
  • ค. ยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
  • ง. พัฒนาระบบวัดผลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก มุ่งแก้ปัญหาที่ครูไทยจำนวนมากใช้เวลาไปกับงานที่ไม่ใช่การสอน เช่น เอกสารโครงการ จัดซื้อจัดจ้าง ดูแลอาหารกลางวัน และเตรียมรับการประเมิน จนกระทบต่อเวลาสอนและดูแลนักเรียน สถานการณ์ในโจทย์จึงตรงกับนโยบายนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย" ผิด: ไม่ตรงกับปัญหาภาระงานธุรการและงานบริการที่เบียดบังเวลาสอนของครูตามที่ระบุในนโยบายที่ 1 • "ยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ" ผิด: ไม่ได้เป็นนโยบายที่ตั้งขึ้นเพื่อปลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนของครูตามบริบทดังกล่าว • "พัฒนาระบบวัดผลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: ไม่ใช่นโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาครูเสียเวลากับงานจัดซื้อจัดจ้างและเอกสารโครงการจนไม่มีเวลาดูแลนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ปัญหาที่นโยบายนี้แก้คือ ครูไทยจำนวนมากใช้เวลาไปกับงานที่ไม่ใช่การสอน เช่น ทำเอกสารรายงานโครงการจำนวนมาก ทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ดูแลอาหารกลางวัน และเตรียมเอกสารรับการประเมิน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “นโยบายที่ 1 คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q62
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) เกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวง ยกเว้นกระทรวงใด

  • ก. กระทรวงแรงงาน
  • ข. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ✓
  • ค. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • ง. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในมาตรการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) กำหนดให้บูรณาการการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงไม่มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอยู่ใน 4 กระทรวงดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระทรวงแรงงาน" ผิด: เป็น 1 ใน 4 กระทรวงที่ร่วมบูรณาการในคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ตามที่ระบุไว้ในนโยบาย • "กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์" ผิด: เป็น 1 ใน 4 กระทรวงที่ร่วมบูรณาการในคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ตามที่ระบุไว้ในนโยบาย • "กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม" ผิด: เป็น 1 ใน 4 กระทรวงที่ร่วมบูรณาการในคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ตามที่ระบุไว้ในนโยบาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “คณะกรรมการนี้จึง บูรณาการ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “คณะกรรมการนี้จึง บูรณาการ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q63
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ข้อใดระบุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงพร้อมหัวใจสำคัญได้ถูกต้อง

  • ก. เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • ข. เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง
  • ค. เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ✓
  • ง. เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับครูและการศึกษาโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจสำคัญ 3 คำ ได้แก่ ทั่วถึง (inclusive) เท่าเทียม (equitable) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) ส่วนเป้าหมายที่ 1 คือการขจัดความยากจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ผิด: การศึกษาที่มีคุณภาพจัดอยู่ในเป้าหมายที่ 4 ไม่ใช่เป้าหมายที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องการขจัดความยากจน • "เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง" ผิด: เป้าหมายที่ 4 คือการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การขจัดความยากจน • "เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ" ผิด: เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงตามกรอบ SDGs คือเป้าหมายที่ 4 ไม่ใช่เป้าหมายที่ 3 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่เกี่ยวกับครูโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจ 3 คำ: ทั่วถึง (inclusive) · เท่าเทียม (equitable) · ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่ 4 = การศึกษา · ถ้าตัวเลือกเขียนว่า "เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน" ผิด (ความยากจนคือเป้าหมายที่ 1)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “เป้าหมายที่เกี่ยวกับครูโดยตรงคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ซึ่งมีหัวใจ 3 คำ: ทั่วถึง (inclusive) · เท่าเทียม (equitable) · ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q64
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศักดิ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนชั้น ป.5 สำรวจราคาสินค้าในร้านสหกรณ์โรงเรียน พร้อมฝึกคำนวณเงินทอนและเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยเพื่อวางแผนการซื้อของอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะกลุ่ม 3Rs ในข้อใดโดยตรง

  • ก. Reasoning การคิดให้เหตุผล
  • ข. (W)Riting การเขียนสื่อความ
  • ค. Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ
  • ง. (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "(A)Rithmetics การคิดเลขเป็น" ทักษะ 3Rs ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics หรือการคิดเลขเป็น ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การบวกลบคูณหารในบทเรียน แต่หมายถึงการนำตัวเลขไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิต เช่น การคำนวณเงินทอน การเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย และการวางแผนทางการเงินอย่างมีเหตุผลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Reasoning การคิดให้เหตุผล" ผิด: Reasoning เป็นเพียงคำลวงที่ออกเสียงขึ้นต้นด้วย R แต่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มทักษะ 3Rs • "(W)Riting การเขียนสื่อความ" ผิด: (W)Riting หมายถึงทักษะการเขียนถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นตัวหนังสือให้ผู้อื่นเข้าใจ • "Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ" ผิด: Reading หมายถึงทักษะการอ่านออกและจับใจความ ไม่ใช่การนำตัวเลขมาคำนวณในชีวิตจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ไม่ใช่แค่บวกลบคูณหารได้ แต่หมายถึงนำตัวเลขไปใช้ในชีวิตได้ เช่น คำนวณเงินทอน เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย อ่านกราฟ เข้าใจดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยตรง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สอง คือ (W)Riting การเขียนได้ หมายถึงสามารถถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นตัวหนังสือให้ผู้อื่นเข้าใจได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ข้อสอบอาจถามว่า "3Rs ประกอบด้วยอะไร" แล้วใส่ตัวลวงเช่น Reasoning (การให้เหตุผล) หรือ Research (การวิจัย) ซึ่งไม่ใช่”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวที่สาม คือ (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น ไม่ใช่แค่บวกลบคูณหารได้ แต่หมายถึงนำตัวเลขไปใช้ในชีวิตได้ เช่น คำนวณเงินทอน เปรียบเทียบราคาต่อหน่วย อ่านกราฟ เข้าใจดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อมกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยตรง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q65
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางร่วมของการศึกษาทั้งประเทศ มีระยะเวลา 20 ปี จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานใด

  • ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ✓
  • ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)
  • ค. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
  • ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)" แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 เป็นแผนแม่บทกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศ จัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการที่ทำหน้าที่หลักด้านนโยบายและแผนการศึกษาของชาติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)" ผิด: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่บริหารจัดการงานทั่วไปของกระทรวง ไม่ใช่หน่วยงานที่จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ • "สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)" ผิด: สอศ. มีหน้าที่จัดการศึกษาด้านวิชาชีพและอาชีวศึกษา ไม่ใช่หน่วยงานจัดทำแผนแม่บทการศึกษาแห่งชาติ • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)" ผิด: สพฐ. มีหน้าที่ดูแลจัดการศึกษาโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ไม่ใช่หน่วยงานจัดทำแผนแม่บทการศึกษาแห่งชาติ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนการศึกษาแห่งชาติ จึงเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางร่วมของการศึกษาทั้งประเทศ มีระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) จัดทำโดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แผนการศึกษาแห่งชาติ จึงเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางร่วมของการศึกษาทั้งประเทศ มีระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) จัดทำโดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q66
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการ "การมีส่วนร่วมของสังคม (All for Education)" มีความหมายตรงตามข้อใด

  • ก. การศึกษาเพื่อทุกคน โดยมองจากมุมมองของผู้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
  • ข. ทุกคนเพื่อการศึกษา โดยมองจากผู้ร่วมจัดและการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว ✓
  • ค. การกำหนดให้โรงเรียนหรือรัฐเป็นผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว
  • ง. การใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างพอประมาณและมีเหตุผลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทุกคนเพื่อการศึกษา โดยมองจากผู้ร่วมจัดและการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว" หลักการการมีส่วนร่วมของสังคม หรือ All for Education หมายถึง 'ทุกคน เพื่อ การศึกษา' โดยมองจากมุมของผู้ร่วมจัด ซึ่งชี้ว่าการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนหรือรัฐฝ่ายเดียว แต่ครอบครัว ชุมชน ภาคเอกชน และองค์กรศาสนาต้องร่วมกันรับผิดชอบ ส่วน 'การศึกษา เพื่อ ทุกคน' ที่มองจากมุมของผู้ได้รับนั้นคือ Education for All ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาเพื่อทุกคน โดยมองจากมุมมองของผู้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง" ผิด: เป็นความหมายของ Education for All (การศึกษา เพื่อ ทุกคน) ซึ่งมองจากมุมของผู้ได้รับโอกาส ไม่ใช่ All for Education • "การกำหนดให้โรงเรียนหรือรัฐเป็นผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว" ผิด: ผิดความหมายโดยสิ้นเชิง เพราะหลัก All for Education ย้ำชัดเจนว่าการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนหรือรัฐฝ่ายเดียว • "การใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างพอประมาณและมีเหตุผลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง" ผิด: เป็นแนวคิดของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารการศึกษา ไม่ใช่ความหมายของ All for Education อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การมีส่วนร่วมของสังคม (All for Education) หมายความว่าการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนหรือรัฐฝ่ายเดียว ครอบครัว ชุมชน ภาคเอกชน องค์กรศาสนา ต้องร่วมกันรับผิดชอบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “Education for All = การศึกษา เพื่อ ทุกคน (มองจากผู้ได้รับ) · All for Education = ทุกคน เพื่อ การศึกษา (มองจากผู้ร่วมจัด)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การมีส่วนร่วมของสังคม (All for Education) หมายความว่าการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนหรือรัฐฝ่ายเดียว ครอบครัว ชุมชน ภาคเอกชน องค์กรศาสนา ต้องร่วมกันรับผิดชอบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q67
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดทำโครงการระดมทุนการศึกษา นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการศึกษาทางไกล พร้อมทั้งจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มด้อยโอกาสและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 มากที่สุด

  • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
  • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ✓
  • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา มุ่งตอบเป้าหมาย Access และ Equity โดยตรง ด้วยการให้ทุนการศึกษา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาทางไกล และการดูแลเด็กด้อยโอกาสรวมถึงเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 5 มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจพอเพียง • "ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 1 มุ่งเน้นเรื่องความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ไม่ใช่การให้ทุนหรือดูแลเด็กด้อยโอกาส • "ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้" ผิด: ยุทธศาสตร์ที่ 3 มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะตามช่วงวัย 3Rs8Cs และการพัฒนาครู อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ตอบเป้าหมาย Access และ Equity โดยตรง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “เช่น การให้ทุนการศึกษา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาทางไกล และการดูแลเด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ตอบเป้าหมาย Access และ Equity โดยตรง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q68
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด?

  • ก. ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต
  • ข. เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
  • ค. ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม
  • ง. พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ • "เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ • "ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม" ผิด: เป็นสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ทำให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q69
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายความหมายของ "การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว" ได้ถูกต้อง

  • ก. การเตรียมพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในอนาคต ✓
  • ข. การนำหลักวิชาการที่ถูกต้องมาใช้วางแผนการทำงาน ควบคู่กับการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและความเพียร
  • ค. การพิจารณาตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
  • ง. การดำเนินชีวิตในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยไม่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเตรียมพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในอนาคต" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การมีภูมิคุ้มกันคือการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต เปรียบเหมือนร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันจะไม่ป่วยหนักเมื่อเจอเชื้อโรค ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การนำหลักวิชาการที่ถูกต้องมาใช้วางแผนการทำงาน ควบคู่กับการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและความเพียร" ผิด: เป็นสาระของเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม ไม่ใช่องค์ประกอบของห่วงการมีภูมิคุ้มกัน • "การพิจารณาตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ" ผิด: เป็นความหมายของห่วงความมีเหตุผล ซึ่งเน้นการพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นก่อนตัดสินใจ • "การดำเนินชีวิตในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยไม่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น" ผิด: เป็นความหมายของห่วงความพอประมาณ ซึ่งเน้นความพอดีไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “การมีภูมิคุ้มกันคือการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “การมีภูมิคุ้มกันคือการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q70
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา หากสถานศึกษาจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถก้าวเข้าสู่การทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนในทุนมนุษย์ข้อใด

  • ก. การจัดทำระบบแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
  • ข. การสร้างระบบให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ (Skill Bridge) ✓
  • ค. การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงของผู้เรียนในระบบ
  • ง. การปรับลดภาระงานเอกสารของครูเพื่อเพิ่มเวลาในการจัดการเรียนรู้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การสร้างระบบให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ (Skill Bridge)" ตามนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษาที่เน้นการลงทุนในทุนมนุษย์ ได้ระบุแนวทางที่มุ่งเน้นให้คนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ เรียกว่า Skill Bridge ดังนั้นการที่สถานศึกษาจัดโปรแกรมฝึกทักษะอาชีพเพื่อให้นักเรียนทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษาจึงตรงกับแนวทางดังกล่าวโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดทำระบบแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ" ผิด: แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีเป็นแนวทางสนับสนุนการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา มิใช่แนวทางเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อเรียนจบ • "การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงของผู้เรียนในระบบ" ผิด: ค่าใช้จ่ายแฝงเป็นปัญหาการศึกษาที่รัฐมนตรีชี้ให้เห็น ไม่ใช่แนวทางการลงทุนในทุนมนุษย์แบบ Skill Bridge • "การปรับลดภาระงานเอกสารของครูเพื่อเพิ่มเวลาในการจัดการเรียนรู้" ผิด: การลดภาระงานครูเป็นแนวทางด้านการบริหารจัดการครู ไม่ใช่การพัฒนาทักษะเพื่อการมีงานทำของผู้เรียนทันทีที่จบการศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “และการลงทุนในทุนมนุษย์ เช่น แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรี ลดภาระงานครู และให้คนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ (Skill Bridge)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “และการลงทุนในทุนมนุษย์ เช่น แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรี ลดภาระงานครู และให้คนไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ (Skill Bridge)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q71
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการบูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตร ได้กำหนดให้เริ่มต้นจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาใด

  • ก. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • ข. ระดับปฐมวัย
  • ค. ระดับประถมศึกษา ✓
  • ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับประถมศึกษา" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการ 3.3 กำหนดให้บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับการปลูกฝังการรู้เท่าทันสื่อและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่อายุน้อย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย • "ระดับปฐมวัย" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับปฐมวัย • "ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น" ผิด: นโยบายกำหนดให้เริ่มต้นบูรณาการตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไม่ใช่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มาตรการนี้ต่างจาก 3.1 ตรงที่ระบุ ระดับชั้น ชัดเจนว่าเริ่ม ตั้งแต่ประถมศึกษา และรวม การรู้เท่าทันสื่อ เข้ามาด้วย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “บูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มาตรการนี้ต่างจาก 3.1 ตรงที่ระบุ ระดับชั้น ชัดเจนว่าเริ่ม ตั้งแต่ประถมศึกษา และรวม การรู้เท่าทันสื่อ เข้ามาด้วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q72
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการพัฒนาตนเองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิด "Reskill" และ "Upskill" ได้ถูกต้อง

  • ก. Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ
  • ข. Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน
  • ค. Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่
  • ง. Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม" Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (Re- = เริ่มใหม่) เช่น พนักงานบัญชีไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (Up- = ขึ้นไปอีกขั้น) เช่น ครูที่สอนอยู่แล้วเรียนใช้ AI ช่วยออกแบบสื่อ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ" ผิด: การจัดการศึกษาสำหรับเด็กและคนวัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุเป็นแนวคิดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทุกช่วงวัยเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ไม่ใช่ความหมายของ Reskill หรือ Upskill • "Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน" ผิด: การนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์หรือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบล้มกระดานตรงกับแนวคิด Disruption ไม่ใช่ Reskill หรือ Upskill • "Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่" ผิด: เป็นการสลับความหมายกัน โดย Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Reskill = เรียนทักษะ ใหม่ เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (เช่น พนักงานบัญชีที่งานถูกระบบอัตโนมัติแทน ไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Upskill = ยกระดับ ทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (เช่น ครูที่สอนอยู่แล้วเรียนใช้ AI ช่วยออกแบบสื่อ)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “💡 จำง่าย: Re- = เริ่มใหม่ · Up- = ขึ้นไปอีกขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.1 โลกที่เปลี่ยนไปและผลต่อการศึกษา: “Reskill = เรียนทักษะ ใหม่ เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (เช่น พนักงานบัญชีที่งานถูกระบบอัตโนมัติแทน ไปเรียนวิเคราะห์ข้อมูล)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q73
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูคณิตศาสตร์พบว่า นักเรียนในห้องส่วนใหญ่สามารถคิดคำนวณตัวเลขได้คล่องแคล่วและแม่นยำ แต่เมื่อต้องทำโจทย์ปัญหาข้อความกลับทำไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าใจว่าข้อความในโจทย์ต้องการบอกหรือสื่อถึงสิ่งใด ตามแนวคิดทักษะพื้นฐาน 3Rs ในศตวรรษที่ 21 ปัญหาของผู้เรียนกลุ่มนี้สะท้อนถึงการขาดทักษะในข้อใดโดยตรง

  • ก. Reading (การอ่านออกและเข้าใจความหมาย) ✓
  • ข. (W)Riting (การเขียนถ่ายทอดความคิด)
  • ค. (A)Rithmetic (การคิดคำนวณขั้นสูง)
  • ง. Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Reading (การอ่านออกและเข้าใจความหมาย)" ตามแนวคิดทักษะพื้นฐาน 3Rs ทักษะ Reading การอ่านออก ไม่ได้หมายถึงแค่สะกดคำได้ แต่หมายถึงอ่านแล้วเข้าใจว่าข้อความต้องการบอกอะไร ซึ่งผู้เรียนที่อ่านโจทย์คณิตศาสตร์ไม่เข้าใจจะทำโจทย์ไม่ได้แม้จะคิดเลขเก่ง การอ่านจึงเป็นประตูสู่การเรียนรู้ของทุกวิชา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "(W)Riting (การเขียนถ่ายทอดความคิด)" ผิด: (W)Riting หมายถึงการเขียนถ่ายทอดความคิดของตนออกมาเป็นตัวหนังสือ ไม่ใช่การอ่านทำความเข้าใจความหมายของข้อความ • "(A)Rithmetic (การคิดคำนวณขั้นสูง)" ผิด: (A)Rithmetic คือทักษะคิดคำนวณ ซึ่งโจทย์ระบุว่านักเรียนคิดคำนวณตัวเลขได้คล่องแคล่วและแม่นยำอยู่แล้ว • "Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)" ผิด: Critical Thinking เป็นหนึ่งในทักษะกลุ่ม 8Cs ไม่ใช่ทักษะพื้นฐาน 3Rs และไม่ได้ตรงกับสาเหตุที่อ่านโจทย์ไม่เข้าใจ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวแรก คือ Reading การอ่านออก ไม่ได้หมายถึงแค่สะกดคำได้ แต่หมายถึงอ่านแล้ว เข้าใจ ว่าข้อความต้องการบอกอะไร เด็กที่อ่านโจทย์คณิตศาสตร์ไม่เข้าใจจะทำโจทย์ไม่ได้ แม้จะคิดเลขเก่ง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “R ตัวแรก คือ Reading การอ่านออก ไม่ได้หมายถึงแค่สะกดคำได้ แต่หมายถึงอ่านแล้ว เข้าใจ ว่าข้อความต้องการบอกอะไร เด็กที่อ่านโจทย์คณิตศาสตร์ไม่เข้าใจจะทำโจทย์ไม่ได้ แม้จะคิดเลขเก่ง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q74
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามกรอบทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ทักษะหรือคุณลักษณะในกลุ่ม 8Cs

  • ก. Compassion (ความมีเมตตากรุณา)
  • ข. Competition (ทักษะการแข่งขัน) ✓
  • ค. Computing (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์)
  • ง. Collaboration (ทักษะการร่วมมือทำงาน)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Competition (ทักษะการแข่งขัน)" ตามกรอบทักษะในศตวรรษที่ 21 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ กลุ่ม 8Cs ประกอบด้วย Critical Thinking, Creativity, Cross-cultural Understanding, Collaboration, Communications, Computing, Career Skills และ Compassion โดยไม่มีคำว่า Competition ซึ่งเป็นเพียงตัวลวงที่ขึ้นต้นด้วยอักษร C ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Compassion (ความมีเมตตากรุณา)" ผิด: Compassion เป็นคุณลักษณะตัวที่ 8 ในกลุ่ม 8Cs หมายถึงความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม • "Computing (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์)" ผิด: Computing & ICT Literacy เป็นหนึ่งในทักษะกลุ่ม 8Cs หมายถึงทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี • "Collaboration (ทักษะการร่วมมือทำงาน)" ผิด: Collaboration, Teamwork & Leadership เป็นหนึ่งในทักษะกลุ่ม 8Cs หมายถึงทักษะการร่วมมือทำงานเป็นทีม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แบบที่สอง ถามว่าข้อใด "ไม่ใช่" 8Cs ตัวลวงจะเป็นคำที่ขึ้นต้นด้วย C เหมือนกัน เช่น Competition (การแข่งขัน), Calculation (การคำนวณ ซึ่งอยู่ใน 3Rs), Confidence (ความมั่นใจ), Curiosity (ความใฝ่รู้)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “8Cs | Critical Thinking & Problem Solving · Creativity & Innovation · Cross-cultural Understanding · Collaboration, Teamwork & Leadership · Communications, Information & Media Literacy · Computing & ICT Literacy · Career & Learning Skills · Compassion (คุณลักษณะ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.2 ทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21: 3Rs 8Cs [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “แบบที่สอง ถามว่าข้อใด "ไม่ใช่" 8Cs ตัวลวงจะเป็นคำที่ขึ้นต้นด้วย C เหมือนกัน เช่น Competition (การแข่งขัน), Calculation (การคำนวณ ซึ่งอยู่ใน 3Rs), Confidence (ความมั่นใจ), Curiosity (ความใฝ่รู้)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q75
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการ "การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)" มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากการศึกษาเพื่อปวงชนตามข้อใด

  • ก. การนำทรัพยากรทางการศึกษามาใช้ในการบริหารและจัดการเรียนการสอนอย่างมีเหตุผลและพอประมาณ
  • ข. รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้สิทธิเข้าเรียนในระบบการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร
  • ค. การมุ่งเน้นให้เด็กทุกกลุ่มได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมโดยไม่แยกเด็กกลุ่มพิเศษออกไป ✓
  • ง. การระดมทรัพยากรและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างรอบด้าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การมุ่งเน้นให้เด็กทุกกลุ่มได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมโดยไม่แยกเด็กกลุ่มพิเศษออกไป" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) มีจุดเน้นที่ลึกกว่าการศึกษาเพื่อปวงชน เพราะไม่ได้ถามแค่ว่าได้เรียนไหม แต่ถามว่าเด็กทุกกลุ่มได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมกับตัวเขาหรือไม่ เช่น เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้เรียนร่วมกับเพื่อนในโรงเรียนปกติโดยปรับวิธีสอนและสื่อ แทนที่จะถูกแยกออกไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การนำทรัพยากรทางการศึกษามาใช้ในการบริหารและจัดการเรียนการสอนอย่างมีเหตุผลและพอประมาณ" ผิด: เป็นความหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ใช้เป็นหลักคิดในการบริหารจัดการทรัพยากรและการจัดการศึกษา • "รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้สิทธิเข้าเรียนในระบบการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร" ผิด: เป็นความหมายของการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่เน้นว่าการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคนที่รัฐต้องจัดให้ได้เรียน • "การระดมทรัพยากรและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างรอบด้าน" ผิด: เป็นแนวคิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (All for Education) ไม่ใช่การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ลึกกว่าข้อแรก เพราะไม่ได้ถามแค่ว่าได้เรียนไหม แต่ถามว่าเด็กทุกกลุ่ม ได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมกับตัวเขาไหม เช่น เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้เรียนร่วมกับเพื่อนในโรงเรียนปกติ โดยมีการปรับวิธีสอนและสื่อให้เหมาะ แทนที่จะถูกแยกออกไป” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หมายความว่าการศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ลึกกว่าข้อแรก เพราะไม่ได้ถามแค่ว่าได้เรียนไหม แต่ถามว่าเด็กทุกกลุ่ม ได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมกับตัวเขาไหม เช่น เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้เรียนร่วมกับเพื่อนในโรงเรียนปกติ โดยมีการปรับวิธีสอนและสื่อให้เหมาะ แทนที่จะถูกแยกออกไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q76
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

สถานศึกษาแห่งหนึ่งร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถานประกอบการในการพัฒนาหลักสูตรทักษะอาชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมผู้เรียนสร้างสรรค์โครงงานนวัตกรรม เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายการศึกษาด้านใดโดยตรง

  • ก. Efficiency
  • ข. Equity
  • ค. Access
  • ง. Relevancy ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Relevancy" ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 2 มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบสนองความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการจัดการศึกษาด้าน Relevancy หรือการจัดการศึกษาเพื่อตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Efficiency" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่ายุทธศาสตร์ที่ 2 ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 และเชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Efficiency • "Equity" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่ายุทธศาสตร์ที่ 2 มุ่งเน้นผลิตกำลังคนตรงตามตลาดงานและนวัตกรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Equity • "Access" ผิด: แผนการศึกษาแห่งชาติระบุว่าการส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และผลิตกำลังคนตามยุทธศาสตร์ที่ 2 เชื่อมโยงกับเป้าหมาย Relevancy ไม่ใช่ Access อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 โดยผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์นี้เชื่อมกับเป้าหมาย Relevancy”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.3 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 [แผนการศึกษาแห่งชาติ]: “ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 โดยผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์นี้เชื่อมกับเป้าหมาย Relevancy”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q77
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านใดเป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงที่สุด

  • ก. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ✓
  • ข. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
  • ค. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
  • ง. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์" ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ คือ ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด มีเป้าหมายให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 และมุ่งเน้นการปฏิรูปการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ" ผิด: ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบราชการและการบริหารงานภาครัฐ ไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด • "ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" ผิด: ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การศึกษาเกี่ยวข้องในแง่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด • "ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน" ผิด: ด้านที่ 2 การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การศึกษาเกี่ยวข้องในฐานะผู้ผลิตกำลังคนที่มีทักษะตรงกับอุตสาหกรรม ไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ คือ ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.4 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) [ยุทธศาสตร์ชาติ]: “ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ คือ ด้านที่เกี่ยวกับการศึกษาโดยตรงที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q78
teacher_prof_ch1
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนตามหลัก "ความมีเหตุผล" มีลักษณะตรงกับข้อใด

  • ก. การพัฒนาความรอบรู้ในวิทยาการแขนงต่าง ๆ อย่างรอบด้านเพื่อนำมาใช้ประกอบการวางแผนชีวิต
  • ข. การตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและคาดการณ์ผลที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ✓
  • ค. การเตรียมความพร้อมของตนเองเพื่อรับมือกับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น
  • ง. การดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่นโดยคำนึงถึงความพอเหมาะพอควร

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและคาดการณ์ผลที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ" ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความมีเหตุผลคือการตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นอย่างรอบคอบ ไม่ตัดสินใจตามอารมณ์หรือตามกระแส ส่วนการไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นคือความพอประมาณ และการเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงคือการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพัฒนาความรอบรู้ในวิทยาการแขนงต่าง ๆ อย่างรอบด้านเพื่อนำมาใช้ประกอบการวางแผนชีวิต" ผิด: เป็นลักษณะของเงื่อนไขความรู้ที่เน้นความรอบรู้รอบด้านเพื่อการวางแผน • "การเตรียมความพร้อมของตนเองเพื่อรับมือกับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น" ผิด: เป็นลักษณะของการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง • "การดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่นโดยคำนึงถึงความพอเหมาะพอควร" ผิด: เป็นลักษณะของความพอประมาณที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ความมีเหตุผลคือการตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นอย่างรอบคอบ ไม่ตัดสินใจตามอารมณ์ ตามกระแส หรือตามเพื่อน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.5 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: “ความมีเหตุผลคือการตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นอย่างรอบคอบ ไม่ตัดสินใจตามอารมณ์ ตามกระแส หรือตามเพื่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q79
teacher_prof_ch1
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้แจ้งต่อคณะครูว่า สถานศึกษาต้องขับเคลื่อนตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางที่กำหนดว่า 'ปีนี้เน้นอะไร' การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด

  • ก. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
  • ข. มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
  • ค. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ✓
  • ง. มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546" ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 12 กำหนดอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง เพื่อแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดทราบว่าในแต่ละปีต้องเน้นการดำเนินงานเรื่องใด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547" ผิด: พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไม่ใช่ฐานอำนาจในการประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 • "มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546" ผิด: พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ไม่ใช่ฐานอำนาจในการประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวง แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 • "มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542" ผิด: พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไม่ใช่ฐานอำนาจที่ระบุไว้สำหรับการประกาศนโยบายนี้ แต่เป็น พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายนี้โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายนี้โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q80
teacher_prof_ch1
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในมาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy มีแนวคิดที่ใช้กำกับตามข้อใด

  • ก. Global Partnerships
  • ข. Education for All
  • ค. All for Education
  • ง. AI for All ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "AI for All" ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy กำหนดแนวคิดที่กำกับคือ AI for All เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีวิจารณญาณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Global Partnerships" ผิด: Global Partnerships เป็นกรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมการศึกษากับองค์กรระดับโลกในมาตรการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่สากล • "Education for All" ผิด: Education for All เป็นหลักการสากลในการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาของแผนการศึกษาแห่งชาติ ไม่ใช่แนวคิดกำกับ AI Literacy ตามนโยบายนี้ • "All for Education" ผิด: All for Education เป็นหลักการระดมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในแผนการศึกษาแห่งชาติ ไม่ใช่แนวคิดกำกับ AI Literacy ตามนโยบายนี้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “แนวคิดที่กำกับคือ AI for All คือทุกคนต้องเข้าถึงและใช้ AI เป็น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “ภายใต้กรอบ Global Partnerships”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 1 หัวข้อ 1.6 นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 [ประกาศ ศธ.]: “แนวคิดที่กำกับคือ AI for All คือทุกคนต้องเข้าถึงและใช้ AI เป็น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q81
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ โครงสร้างของจิตส่วนใดทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง เพื่อคอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม

  • ก. อีโก้ (Ego) ✓
  • ข. จิตใต้สำนึก
  • ค. อิด (Id)
  • ง. ซูเปอร์อีโก้ (Superego)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อีโก้ (Ego)" ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ อีโก้ (Ego) เป็นโครงสร้างจิตส่วนที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างอิดกับซูเปอร์อีโก้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จิตใต้สำนึก" ผิด: จิตใต้สำนึกเป็นระดับการรับรู้ของจิตที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่โครงสร้างของจิต 3 ส่วนที่ทำหน้าที่ประสานเหตุผล • "อิด (Id)" ผิด: อิด (Id) เป็นสัญชาตญาณดิบที่ต้องการความพอใจทันทีโดยไม่สนเหตุผล • "ซูเปอร์อีโก้ (Superego)" ผิด: ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนของมโนธรรม ศีลธรรม และสิ่งที่ถูกสั่งสอนมาว่าสิ่งใดถูกหรือผิด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สองคือ อีโก้ (Ego) เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนแรกคือ อิด (Id) เป็นสัญชาตญาณดิบ ต้องการความพอใจทันที ไม่สนเหตุผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สามคือ ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นมโนธรรม ศีลธรรม สิ่งที่ถูกสั่งสอนมา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ส่วนที่สองคือ อีโก้ (Ego) เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง คอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q82
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูประจำชั้นสังเกตพบว่า ด.ช.ตะวัน มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ กะระยะ และจินตนาการรูปทรงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสนใจงานออกแบบและใฝ่ฝันอยากเป็นสถาปนิกในอนาคต พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้เรียนมีความฉลาดโดดเด่นตรงกับปัญญาด้านใดตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner)

  • ก. ด้านธรรมชาติวิทยา
  • ข. ด้านมิติสัมพันธ์ ✓
  • ค. ด้านการเข้าใจตนเอง
  • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านมิติสัมพันธ์" ตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) มนุษย์มีความฉลาดหลายด้าน โดยปัญญาด้านมิติสัมพันธ์คือผู้ที่เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน พฤติกรรมของนักเรียนจึงตรงกับด้านนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านธรรมชาติวิทยา" ผิด: ด้านธรรมชาติวิทยา คือผู้ที่สนใจและจำแนกสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติได้ดี • "ด้านการเข้าใจตนเอง" ผิด: ด้านการเข้าใจตนเอง คือผู้ที่รู้จักจุดแข็งจุดอ่อนและอารมณ์ของตน • "ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์" ผิด: ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ คือผู้ที่เก่งการคิดเป็นเหตุเป็นผลและตัวเลข เช่น นักวิทยาศาสตร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) การ์ดเนอร์ไม่เห็นด้วยกับการวัดความฉลาดด้วยตัวเลข IQ ตัวเดียว เขาเสนอว่าคนมีความฉลาด หลายด้าน แต่ละคนเด่นไม่เหมือนกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ด้านมิติสัมพันธ์ เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) การ์ดเนอร์ไม่เห็นด้วยกับการวัดความฉลาดด้วยตัวเลข IQ ตัวเดียว เขาเสนอว่าคนมีความฉลาด หลายด้าน แต่ละคนเด่นไม่เหมือนกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q83
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ (Edward Thorndike) กฎการเรียนรู้ในข้อใดระบุว่า หากทำแล้วได้ผลที่พอใจจะอยากทำซ้ำ แต่ถ้าได้ผลที่ไม่พอใจจะไม่อยากทำ

  • ก. กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise)
  • ข. การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)
  • ค. กฎแห่งผล (Law of Effect) ✓
  • ง. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กฎแห่งผล (Law of Effect)" ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ กฎแห่งผล (Law of Effect) ระบุว่าถ้าทำแล้วได้ผลที่พอใจจะอยากทำซ้ำ แต่ถ้าได้ผลที่ไม่พอใจจะไม่อยากทำ ครูจึงควรส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับความสำเร็จและคำชม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise)" ผิด: กฎแห่งการฝึกหัดระบุว่ายิ่งฝึกบ่อยการเชื่อมโยงยิ่งแน่น หากไม่ได้ใช้นานจะลืม • "การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)" ผิด: การฟื้นกลับเป็นปรากฏการณ์ในการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟที่การตอบสนองเกิดขึ้นใหม่หลังจากการดับสูญ • "กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness)" ผิด: กฎแห่งความพร้อมระบุว่าถ้าพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจการเรียนรู้จะเกิดได้ดี หากไม่พร้อมแล้วถูกบังคับจะเกิดความไม่พอใจ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ข้อสาม กฎแห่งผล (Law of Effect) ถ้าทำแล้วได้ผลที่พอใจ จะอยากทำซ้ำ ถ้าได้ผลที่ไม่พอใจจะไม่อยากทำ ครูจึงควรให้ผู้เรียนได้รับความสำเร็จและคำชม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ข้อแรก กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) ถ้าผู้เรียนพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ การเรียนรู้จะเกิดได้ดี ถ้าไม่พร้อมแล้วถูกบังคับจะเกิดความไม่พอใจ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ข้อสอง กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise) ยิ่งฝึกบ่อย การเชื่อมโยงยิ่งแน่น ถ้าไม่ได้ใช้นานจะลืม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ข้อสาม กฎแห่งผล (Law of Effect) ถ้าทำแล้วได้ผลที่พอใจ จะอยากทำซ้ำ ถ้าได้ผลที่ไม่พอใจจะไม่อยากทำ ครูจึงควรให้ผู้เรียนได้รับความสำเร็จและคำชม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q84
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ (Robert Gagné) การที่ครูผู้สอนยกตัวอย่างประกอบหรือให้เทคนิคช่วยจำแก่นักเรียน จัดอยู่ในขั้นตอนใด

  • ก. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
  • ข. ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ
  • ค. ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้
  • ง. ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้" ตามแนวคิดเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ การยกตัวอย่างหรือการให้เทคนิคช่วยจำจัดอยู่ในขั้นให้แนวทางการเรียนรู้ ซึ่งเป็นขั้นที่ 5 เพื่อช่วยชี้แนะกระบวนการเรียนรู้ในสมองของผู้เรียน ส่วนขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นทบทวนความรู้เดิม และขั้นประเมินผลการปฏิบัติ เป็นขั้นตอนอื่นในลำดับการสอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นทบทวนความรู้เดิม" ผิด: ขั้นทบทวนความรู้เดิมเป็นขั้นที่ 3 เพื่อดึงความรู้เดิมมาเชื่อมโยง ไม่ใช่การยกตัวอย่างหรือให้เทคนิคช่วยจำ • "ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ" ผิด: ขั้นประเมินผลการปฏิบัติเป็นขั้นที่ 8 เพื่อวัดผลหลังจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติแล้ว • "ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้" ผิด: ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้เป็นขั้นที่ 2 เพื่อแจ้งเป้าหมายในการเรียน ไม่ใช่การยกตัวอย่างหรือให้เทคนิคช่วยจำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “(5) ให้แนวทางการเรียนรู้ เช่น ยกตัวอย่าง ให้เทคนิคช่วยจำ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “(5) ให้แนวทางการเรียนรู้ เช่น ยกตัวอย่าง ให้เทคนิคช่วยจำ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q85
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหาร โดยตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า "หากงูหายไปจากระบบนิเวศ จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประชากรหนูและนก" เพื่อฝึกให้นักเรียนแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพุทธิพิสัยขั้นใดตามแนวคิดของแอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl)

  • ก. ขั้นวิเคราะห์ (Analyze) ✓
  • ข. ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)
  • ค. ขั้นเข้าใจ (Understand)
  • ง. ขั้นประเมินค่า (Evaluate)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นวิเคราะห์ (Analyze)" ตามเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ฉบับปรับปรุงโดย Anderson & Krathwohl ขั้นวิเคราะห์ (Analyze) คือการแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น การวิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก กิจกรรมที่ครูจัดขึ้นจึงตรงกับขั้นนี้อย่างชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)" ผิด: ขั้นประยุกต์ใช้คือการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ เช่น เขียนห่วงโซ่อาหารของสวนหลังบ้านตนเองได้ • "ขั้นเข้าใจ (Understand)" ผิด: ขั้นเข้าใจคือการอธิบายด้วยคำพูดของตนเอง เช่น อธิบายว่าพลังงานถ่ายทอดในห่วงโซ่อย่างไร • "ขั้นประเมินค่า (Evaluate)" ผิด: ขั้นประเมินค่าคือการตัดสินคุณค่าโดยมีเกณฑ์ เช่น ประเมินว่าการใช้ยาฆ่าแมลงในนาข้าวคุ้มกับผลกระทบต่อระบบนิเวศหรือไม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ (Analyze) แยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น วิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มี 6 ขั้น และใช้ คำกริยา แทนคำนามในฉบับเดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่ 4 วิเคราะห์ (Analyze) แยกส่วนและหาความสัมพันธ์ เช่น วิเคราะห์ว่าถ้างูหายไปจะเกิดอะไรกับประชากรหนูและนก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q86
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. การดูแลนักเรียนไม่ได้เป็นหน้าที่ของครูแนะแนวเพียงคนเดียว แต่บุคคลใดถือเป็นด่านแรกในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

  • ก. ครูแนะแนวและคณะกรรมการงานแนะแนวของโรงเรียน
  • ข. ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา ✓
  • ค. ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูฝ่ายกิจการนักเรียน
  • ง. เจ้าหน้าที่จิตวิทยาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา" ตามแนวทางระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. ระบุว่าการดูแลนักเรียนไม่ใช่หน้าที่ของครูแนะแนวคนเดียว แต่ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาเป็นด่านแรกในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เนื่องจากเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับนักเรียนมากที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูแนะแนวและคณะกรรมการงานแนะแนวของโรงเรียน" ผิด: คู่มือระบุชัดเจนว่าการดูแลนักเรียนไม่ใช่หน้าที่ของครูแนะแนวคนเดียว แต่เป็นครูทุกคนโดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาที่เป็นด่านแรก • "ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูฝ่ายกิจการนักเรียน" ผิด: คู่มือระบุให้ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาเป็นด่านแรก มิใช่ผู้บริหารสถานศึกษาหรือฝ่ายกิจการนักเรียน • "เจ้าหน้าที่จิตวิทยาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คู่มือระบุว่าผู้ที่เป็นด่านแรกคือครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา มิใช่เจ้าหน้าที่จิตวิทยาหรือคณะกรรมการสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การดูแลนักเรียนจึงไม่ใช่หน้าที่ของครูแนะแนวคนเดียว แต่ ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา เป็นด่านแรก”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การดูแลนักเรียนจึงไม่ใช่หน้าที่ของครูแนะแนวคนเดียว แต่ ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา เป็นด่านแรก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q87
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง เงื่อนไขสำคัญด้าน "ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy)" หมายถึงข้อใด

  • ก. ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา
  • ข. ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา
  • ค. เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา ✓
  • ง. มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา" ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือการที่ผู้ให้คำปรึกษาเข้าใจว่าผู้รับคำปรึกษารู้สึกอย่างไรจากมุมของตัวเขาเอง ไม่ใช่จากมุมมองของเรา ส่วนการยอมรับโดยไม่ว่าเขาจะทำอะไรมาเป็นเรื่องของการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข และการไม่เสแสร้งคือความจริงใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา" ผิด: ผิด เพราะการตัดสินหรือรีบให้คำแนะนำเป็นพฤติกรรมที่ผู้ให้คำปรึกษาไม่ควรทำ • "ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา" ผิด: ผิด เพราะข้อความนี้คือความหมายของเงื่อนไขการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) • "มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา" ผิด: ผิด เพราะข้อความนี้คือความหมายของเงื่อนไขความจริงใจ (Genuineness) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “สิ่งที่ผู้ให้คำปรึกษา ไม่ควรทำ คือตัดสิน ตำหนิ สั่งสอน หรือรีบให้คำแนะนำ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy) คือเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q88
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูปฐมวัยจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านกล้ามเนื้อมือ โดยให้เด็กอนุบาลใช้สีเทียนและดินสอแท่งใหญ่ในการวาดเขียนก่อนที่จะเปลี่ยนไปให้ใช้ดินสอแท่งเล็ก การจัดการเรียนรู้ของครูท่านนี้สอดคล้องกับหลักพัฒนาการในข้อใด

  • ก. เด็กทุกคนมีอัตราพัฒนาการที่รวดเร็วเท่ากันตามวัย
  • ข. พัฒนาการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถข้ามขั้นได้
  • ค. พัฒนาการเกิดจากอิทธิพลของพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว
  • ง. ทิศทางพัฒนาการเริ่มจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทิศทางพัฒนาการเริ่มจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย" ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ทิศทางของพัฒนาการเริ่มจากศีรษะลงสู่ปลายเท้า และจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย ทำให้เด็กควบคุมแขนได้ก่อนนิ้วมือ จึงเป็นเหตุผลที่เด็กอนุบาลจับดินสอแท่งใหญ่ได้ง่ายและพร้อมกว่าการใช้ดินสอแท่งเล็ก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กทุกคนมีอัตราพัฒนาการที่รวดเร็วเท่ากันตามวัย" ผิด: ตามหลักพัฒนาการ เด็กแต่ละคนมีอัตราพัฒนาการต่างกัน แม้จะผ่านลำดับขั้นเดียวกันแต่เร็วช้าไม่เท่ากัน • "พัฒนาการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถข้ามขั้นได้" ผิด: ตามหลักพัฒนาการ พัฒนาการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นลำดับขั้น โดยไม่สามารถข้ามขั้นได้ • "พัฒนาการเกิดจากอิทธิพลของพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว" ผิด: ตามหลักพัฒนาการ พัฒนาการเกิดจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ครูและครอบครัวจึงมีส่วนส่งเสริมได้มาก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทิศทางของพัฒนาการ เริ่มจากศีรษะลงสู่ปลายเท้า และจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย เด็กจึงควบคุมแขนได้ก่อนนิ้วมือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เด็กอนุบาลจับดินสอแท่งใหญ่ได้ง่ายกว่าแท่งเล็ก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กต้องนั่งได้ก่อนยืน ยืนได้ก่อนเดิน ข้ามขั้นไม่ได้ ข้อสอง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กแต่ละคนมีอัตราพัฒนาการต่างกัน แม้จะผ่านลำดับขั้นเดียวกัน แต่เร็วช้าไม่เท่ากัน ข้อสี่ พัฒนาการเกิดจากทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทิศทางของพัฒนาการ เริ่มจากศีรษะลงสู่ปลายเท้า และจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย เด็กจึงควบคุมแขนได้ก่อนนิ้วมือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เด็กอนุบาลจับดินสอแท่งใหญ่ได้ง่ายกว่าแท่งเล็ก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q89
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ความสามารถในการตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมทั้งคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด

  • ก. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) ✓
  • ข. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)
  • ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)
  • ง. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational)" ตามทฤษฎีของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) อายุ 11 ปีขึ้นไป จะสามารถคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปรในพีชคณิต สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมถึงคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)" ผิด: ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว เป็นพัฒนาการช่วงแรกเกิดถึง 2 ปีที่รับรู้สิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว • "ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)" ผิด: ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม เด็กเข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรมที่มองเห็นหรือจับต้องได้ • "ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)" ผิด: ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด เป็นขั้นที่เด็กยังไม่เข้าใจการคงตัวและยังไม่สามารถคิดเชิงนามธรรมหรือตั้งสมมติฐานได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 4 ปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) 11 ปีขึ้นไป ตรงกับวัยมัธยม เด็กคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปร x ในพีชคณิต ตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ ได้ คิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม ที่มองเห็นหรือจับต้องได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่ 4 ปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational) 11 ปีขึ้นไป ตรงกับวัยมัธยม เด็กคิดเรื่องที่ไม่มีตัวตนได้ เช่น ความยุติธรรม ตัวแปร x ในพีชคณิต ตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ ได้ คิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q90
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอีริคสัน เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6–12 ปี) จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด และมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้อย่างไรให้สอดคล้องกับพัฒนาการดังกล่าว

  • ก. ขั้นความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย โดยครูควรสนับสนุนให้เด็กลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
  • ข. ขั้นความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย โดยครูควรให้งานที่เด็กทำสำเร็จได้และชมความพยายาม ✓
  • ค. ขั้นการรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง โดยครูควรเปิดโอกาสให้ค้นหาความถนัดและแนะแนวอาชีพ
  • ง. ขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด โดยครูควรเปิดโอกาสให้เด็กคิดริเริ่มและไม่ตำหนิเมื่อทำผิดพลาด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย โดยครูควรให้งานที่เด็กทำสำเร็จได้และชมความพยายาม" ตามทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6–12 ปี) อยู่ในขั้นความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority) เด็กวัยนี้ต้องการความรู้สึกว่าตนเองทำได้ผ่านการทำงานสำเร็จ นัยต่อครูประถมคือต้องมอบหมายงานที่เด็กทำสำเร็จได้ ชมเชยความพยายาม และหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบหรือประจาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย โดยครูควรสนับสนุนให้เด็กลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง" ผิด: ขั้นความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย (Autonomy vs Shame and Doubt) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กเล็กอายุ 1–3 ปี • "ขั้นการรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง โดยครูควรเปิดโอกาสให้ค้นหาความถนัดและแนะแนวอาชีพ" ผิด: ขั้นการรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion) เป็นขั้นพัฒนาการของวัยรุ่นอายุ 12–18 ปี • "ขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด โดยครูควรเปิดโอกาสให้เด็กคิดริเริ่มและไม่ตำหนิเมื่อทำผิดพลาด" ผิด: ขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กเล็กอายุ 3–6 ปี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นแรกคือ 6–12 ปี (วัยประถม) ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority) เด็กวัยนี้ต้องการรู้สึกว่า "ฉันทำได้" ผ่านการทำงานให้สำเร็จ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูประถมคือ ให้งานที่เด็กทำสำเร็จได้ ชมความพยายาม และหลีกเลี่ยงการประจาน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่สองคือ 12–18 ปี (วัยรุ่น) การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นแรกคือ 6–12 ปี (วัยประถม) ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority) เด็กวัยนี้ต้องการรู้สึกว่า "ฉันทำได้" ผ่านการทำงานให้สำเร็จ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q91
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูประจำชั้นสอบถามเหตุผลในการช่วยทำความสะอาดห้องเรียน เด็กหญิงแก้วตอบว่า "หนูตั้งใจช่วยเพื่อนทำเวรความสะอาด เพราะอยากให้คุณครูชมว่าเป็นเด็กดีค่ะ" ตามแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก เหตุผลของเด็กหญิงแก้วจัดอยู่ในขั้นใด

  • ก. ขั้นที่ 4
  • ข. ขั้นที่ 2
  • ค. ขั้นที่ 3 ✓
  • ง. ขั้นที่ 1

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นที่ 3" ตามแนวคิดการประเมินขั้นพัฒนาการทางจริยธรรม การระบุขั้นให้สังเกตจากเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ โดยพฤติกรรมที่ทำเพราะอยากให้คนชมหรือต้องการเป็นเด็กดีจัดอยู่ในขั้นที่ 3 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นที่ 4" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคมจะจัดอยู่ในขั้นที่ 4 • "ขั้นที่ 2" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะอยากได้รางวัลหรือสิ่งตอบแทนจะจัดอยู่ในขั้นที่ 2 • "ขั้นที่ 1" ผิด: การทำพฤติกรรมเพราะกลัวโดนลงโทษจะจัดอยู่ในขั้นที่ 1 ไม่ใช่เพราะอยากให้คนชม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ให้ดูที่ "เพราะ…" · กลัวโดนลงโทษ = 1 · อยากได้รางวัล = 2 · อยากให้คนชม/เป็นเด็กดี = 3 · เพราะเป็นกฎ = 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ให้ดูที่ "เพราะ…" · กลัวโดนลงโทษ = 1 · อยากได้รางวัล = 2 · อยากให้คนชม/เป็นเด็กดี = 3 · เพราะเป็นกฎ = 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q92
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางเพศ (Psychosexual) ของฟรอยด์ ขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 6–12 ปี ที่ความสนใจทางเพศสงบลง โดยเด็กหันไปสนใจการเรียนและเพื่อนเพศเดียวกัน ตรงกับขั้นใด

  • ก. ขั้นปาก
  • ข. ขั้นทวารหนัก
  • ค. ขั้นอวัยวะเพศ
  • ง. ขั้นแฝง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นแฝง" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางเพศของฟรอยด์ ขั้นแฝง (6–12 ปี) เป็นช่วงที่ความสนใจทางเพศสงบลง โดยเด็กจะหันไปให้ความสนใจกับการเรียนและเพื่อนเพศเดียวกัน จึงตอบขั้นแฝง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นปาก" ผิด: ขั้นปาก คือช่วงอายุ 0–1 ปี ซึ่งเด็กได้รับความสุขจากการดูดและกิน • "ขั้นทวารหนัก" ผิด: ขั้นทวารหนัก คือช่วงอายุ 1–3 ปี ซึ่งเป็นช่วงฝึกการขับถ่าย • "ขั้นอวัยวะเพศ" ผิด: ขั้นอวัยวะเพศ คือช่วงอายุ 3–6 ปี ซึ่งเด็กเริ่มสนใจความแตกต่างทางเพศและผูกพันกับพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศตรงข้าม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นแฝง (6–12 ปี) ความสนใจทางเพศสงบลง เด็กหันไปสนใจการเรียนและเพื่อนเพศเดียวกัน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นแฝง (6–12 ปี) ความสนใจทางเพศสงบลง เด็กหันไปสนใจการเรียนและเพื่อนเพศเดียวกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q93
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) บุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ การกะระยะ และการจินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิกหรือศิลปิน จัดเป็นผู้มีปัญญาด้านใด

  • ก. ด้านมิติสัมพันธ์ ✓
  • ข. ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
  • ค. ด้านธรรมชาติวิทยา
  • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านมิติสัมพันธ์" ตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ ผู้ที่เก่งการมองภาพ กะระยะ และจินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิกหรือศิลปิน จัดเป็นผู้มีปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว" ผิด: ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว คือผู้ที่เก่งการใช้ร่างกาย เช่น นักกีฬาหรือนักเต้น • "ด้านธรรมชาติวิทยา" ผิด: ด้านธรรมชาติวิทยา คือผู้ที่มีความสนใจและจำแนกสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติได้ดี • "ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์" ผิด: ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ คือผู้ที่เก่งการคิดเป็นเหตุเป็นผลและตัวเลข เช่น นักวิทยาศาสตร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ด้านมิติสัมพันธ์ เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ด้านมิติสัมพันธ์ เก่งการมองภาพ กะระยะ จินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิก ศิลปิน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q94
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูสังเกตว่า ด.ช.กานต์ มักจะเลือกอาสาช่วยครูเก็บกวาดห้องเรียนหลังเลิกเรียนเสมอ เนื่องจากพบว่าเมื่อตนเองช่วยงานแล้ว ครูจะกล่าวชมเชยและให้ดาวสะสม ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้ ด.ช.กานต์ เลือกทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีกเป็นประจำ การเรียนรู้ของ ด.ช.กานต์ สอดคล้องกับแนวคิดในข้อใดมากที่สุด

  • ก. การเรียนรู้จากการสังเกตของแบนดูรา
  • ข. การวางเงื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์ ✓
  • ค. การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์
  • ง. การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การวางเงื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์" ตามแนวคิดการวางเงื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์ ชี้ว่าพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นสิ่งที่ผู้เรียนเลือกกระทำขึ้นเอง โดยมีผลที่ตามมาภายหลังการกระทำเป็นตัวกำหนดว่าจะทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีกหรือไม่ ด.ช.กานต์ จึงเลือกช่วยทำความสะอาดซ้ำอีกเมื่อได้รับคำชม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเรียนรู้จากการสังเกตของแบนดูรา" ผิด: แบนดูราเน้นทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมที่เกิดจากการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมของตัวแบบ • "การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์" ผิด: ธอร์นไดค์ศึกษาการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกจนค้นพบวิธีแก้ปัญหาโดยบังเอิญตามกฎแห่งความพร้อม การฝึกหัด และผล • "การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ" ผิด: พาฟลอฟศึกษาพฤติกรรมที่เกิดจากการตอบสนองตามธรรมชาติหรือเกิดเองโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่พฤติกรรมที่ผู้เรียนตั้งใจเลือกกระทำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แต่สกินเนอร์ศึกษาพฤติกรรมที่ผู้เรียน เลือกกระทำ แล้วผลที่ตามมาเป็นตัวกำหนดว่าจะทำซ้ำหรือไม่”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แต่สกินเนอร์ศึกษาพฤติกรรมที่ผู้เรียน เลือกกระทำ แล้วผลที่ตามมาเป็นตัวกำหนดว่าจะทำซ้ำหรือไม่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q95
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) แนวคิดสายที่เน้นการสร้างความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ได้รับอิทธิพลมาจากนักคิดท่านใด

  • ก. แพเพิร์ต
  • ข. กาเย่
  • ค. ไวก็อตสกี ✓
  • ง. เพียเจต์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไวก็อตสกี" ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) แบ่งออกเป็น 2 สายสำคัญ โดยสายที่ได้รับอิทธิพลจากไวก็อตสกีจะเน้นการสร้างความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ในขณะที่สายของเพียเจต์จะเน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แพเพิร์ต" ผิด: แพเพิร์ตเป็นผู้เสนอทฤษฎีคอนสตรัคชันนิสม์ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้ • "กาเย่" ผิด: กาเย่เป็นผู้นำเสนอแนวคิดเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นเพื่อจัดลำดับการสอนให้สอดคล้องกับสมอง • "เพียเจต์" ผิด: เพียเจต์เป็นผู้มีอิทธิพลต่อแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์สายที่เน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แนวคิดนี้มีสองสาย สายแรกได้รับอิทธิพลจากเพียเจต์ เน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล อีกสายได้รับอิทธิพลจากไวก็อตสกี เน้นการสร้างความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แนวคิดนี้มีสองสาย สายแรกได้รับอิทธิพลจากเพียเจต์ เน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล อีกสายได้รับอิทธิพลจากไวก็อตสกี เน้นการสร้างความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q96
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการจำแนกจุดประสงค์การเรียนรู้ด้านจิตพิสัยของแครธโวล (Krathwohl) ข้อใดเรียงลำดับพัฒนาการของเจตคติจากขั้นเริ่มต้นไปสู่ขั้นสูงสุดได้ถูกต้อง

  • ก. รับรู้ → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเห็นคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
  • ข. รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การตอบสนอง → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
  • ค. รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
  • ง. รับรู้ → การตอบสนอง → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รับรู้ → การตอบสนอง → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย" ตามแนวคิดด้านจิตพิสัยของแครธโวล การพัฒนาเจตคติจะเริ่มจากขั้นรับรู้ ไปสู่การตอบสนอง การเห็นคุณค่า การจัดระบบคุณค่า และขั้นสูงสุดคือการเกิดเป็นลักษณะนิสัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเจตคติที่ดีต้องค่อย ๆ ปลูกฝังจนกลายเป็นนิสัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รับรู้ → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเห็นคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย" ผิด: สลับลำดับผิด โดยขั้นการเห็นคุณค่าต้องมาก่อนขั้นการจัดระบบคุณค่า • "รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การตอบสนอง → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย" ผิด: สลับลำดับผิด โดยขั้นการตอบสนองต้องเกิดขึ้นก่อนการเห็นคุณค่าและการจัดระบบคุณค่า • "รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย" ผิด: สลับลำดับผิด โดยขั้นการตอบสนองต้องเกิดขึ้นก่อนขั้นการเห็นคุณค่า อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ด้านจิตพิสัย แครธโวลแบ่งเป็น 5 ขั้น จากรับรู้ ไปสู่การตอบสนอง การเห็นคุณค่า การจัดระบบคุณค่า และสุดท้ายคือการเกิดเป็นลักษณะนิสัย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ด้านจิตพิสัย แครธโวลแบ่งเป็น 5 ขั้น จากรับรู้ ไปสู่การตอบสนอง การเห็นคุณค่า การจัดระบบคุณค่า และสุดท้ายคือการเกิดเป็นลักษณะนิสัย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q97
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามแนวทางของ สพฐ. ครูประจำชั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อศึกษาสภาพจริงของครอบครัว บันทึกข้อมูลพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในระเบียนสะสม และประเมินจุดแข็งจุดอ่อนด้วยแบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) การปฏิบัติงานดังกล่าวจัดอยู่ในขั้นตอนใด

  • ก. ขั้นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ✓
  • ข. ขั้นการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนทุกคน
  • ค. ขั้นการคัดกรองนักเรียนตามระดับปัญหา
  • ง. ขั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล" ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามแนวทางของ สพฐ. ในขั้นที่ 1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล เป็นขั้นที่ครูต้องเก็บข้อมูลรอบด้านเพื่อรู้จักเด็กอย่างแท้จริง โดยวิธีการและเครื่องมือสำคัญที่ใช้ได้แก่ การเยี่ยมบ้าน ระเบียนสะสม และแบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) ทั้งฉบับครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนทุกคน" ผิด: เป็นขั้นตอนการจัดกิจกรรมดูแลเพื่อพัฒนาความสามารถและศักยภาพของผู้เรียนหลังจากผ่านการคัดกรองแล้ว • "ขั้นการคัดกรองนักเรียนตามระดับปัญหา" ผิด: เป็นขั้นที่ 2 ซึ่งเป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการรู้จักนักเรียนมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มมีปัญหา • "ขั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน" ผิด: เป็นขั้นตอนการให้การช่วยเหลือหรือบำบัดแก้ไขสำหรับนักเรียนที่ถูกคัดกรองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูจะช่วยเด็กไม่ได้ถ้าไม่รู้จักเด็ก ขั้นนี้ครูเก็บข้อมูลรอบด้าน ทั้งความสามารถด้านการเรียน สุขภาพ ครอบครัว เศรษฐกิจ และพฤติกรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ระเบียนสะสม ที่บันทึกข้อมูลต่อเนื่องทุกปี และ แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) ซึ่งย่อมาจาก Strengths and Difficulties Questionnaire เป็นแบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนด้านพฤติกรรมและอารมณ์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ครูจะช่วยเด็กไม่ได้ถ้าไม่รู้จักเด็ก ขั้นนี้ครูเก็บข้อมูลรอบด้าน ทั้งความสามารถด้านการเรียน สุขภาพ ครอบครัว เศรษฐกิจ และพฤติกรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q98
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ทักษะ "การสะท้อนความรู้สึก" มีลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง
  • ข. การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด ✓
  • ค. การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น
  • ง. การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด" ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา การสะท้อนความรู้สึกคือการบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด เพื่อช่วยให้ผู้รับคำปรึกษารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ ส่วนการพูดซ้ำเนื้อหาเป็นทักษะการทวนซ้ำ และการตักเตือนเป็นลักษณะของการสั่งสอนซึ่งขัดกับหลักการให้คำปรึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง" ผิด: การพูดซ้ำเนื้อหาจัดเป็นทักษะการทวนซ้ำ ไม่ใช่การสะท้อนความรู้สึก • "การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น" ผิด: การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้นจัดเป็นทักษะการสรุปความ ไม่ใช่การสะท้อนความรู้สึก • "การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ" ผิด: การสั่งสอนขัดกับหลักการให้คำปรึกษา ไม่ใช่ทักษะการสะท้อนความรู้สึก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ทวนซ้ำ = พูดซ้ำ เนื้อหา · สะท้อนความรู้สึก = บอก อารมณ์ ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ถ้าครูตอบน้องเอว่า "อย่าคิดอย่างนั้นสิ การศึกษาสำคัญนะ" แบบนี้คือ การสั่งสอน ซึ่งขัดกับหลักการให้คำปรึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ทวนซ้ำ = พูดซ้ำ เนื้อหา · สะท้อนความรู้สึก = บอก อารมณ์ ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q99
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ หากครูต้องการทำความเข้าใจพัฒนาการด้าน "จิตสังคม" และพัฒนาการด้าน "จริยธรรม" ของผู้เรียน ควรศึกษาแนวคิดของนักทฤษฎีคู่ใดตามลำดับ

  • ก. เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี
  • ข. ฟรอยด์ และ อีริคสัน
  • ค. อีริคสัน และ โคลเบิร์ก ✓
  • ง. ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อีริคสัน และ โคลเบิร์ก" ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ นักทฤษฎีแต่ละคนมองพัฒนาการคนละด้าน โดยอีริคสันมุ่งเน้นพัฒนาการด้านจิตสังคม ส่วนโคลเบิร์กมุ่งเน้นพัฒนาการด้านจริยธรรม จึงเป็นคู่ที่ถูกต้องตามลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี" ผิด: เพียเจต์เน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา ส่วนไวก็อตสกีเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญาผ่านสังคม • "ฟรอยด์ และ อีริคสัน" ผิด: ฟรอยด์เน้นด้านจิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ) ส่วนอีริคสันเน้นด้านจิตสังคม • "ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก" ผิด: ไวก็อตสกีเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญาผ่านสังคม มิใช่พัฒนาการด้านจิตสังคม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์ = สติปัญญา · ไวก็อตสกี = สติปัญญาผ่านสังคม · อีริคสัน = จิตสังคม · โคลเบิร์ก = จริยธรรม · ฟรอยด์ = จิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์ = สติปัญญา · ไวก็อตสกี = สติปัญญาผ่านสังคม · อีริคสัน = จิตสังคม · โคลเบิร์ก = จริยธรรม · ฟรอยด์ = จิตวิเคราะห์ (บุคลิกภาพ)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q100
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ ครูประจำชั้นทดลองเทน้ำจากแก้วทรงเตี้ยปากกว้างลงในแก้วทรงสูงปากแคบต่อหน้านักเรียน พบว่าเด็กหญิงฟ้า อายุ 8 ปี สามารถตอบได้อย่างถูกต้องทันทีว่าปริมาณน้ำยังคงเท่าเดิม พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความเข้าใจเรื่องการคงตัว (Conservation) ซึ่งตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด

  • ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
  • ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการ
  • ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม
  • ง. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม" ตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์ ความเข้าใจเรื่อง "การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ) ดังนั้นเด็กหญิงฟ้าซึ่งมีอายุ 8 ปีและเข้าใจว่าปริมาณน้ำไม่เปลี่ยนแปลงจึงอยู่ในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว" ผิด: ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหวเป็นขั้นของเด็กวัยทารกแรกเกิดถึง 2 ปี • "ขั้นก่อนปฏิบัติการ" ผิด: ขั้นก่อนปฏิบัติการเป็นขั้นที่เด็กยังไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวและมักตัดสินจากภาพที่เห็นตรงหน้า • "ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม" ผิด: ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรมเป็นขั้นของเด็กวัย 11 ปีขึ้นไปที่คิดเชิงนามธรรมและตั้งสมมติฐานได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การคงตัว (Conservation) เกิดในขั้นใด" คำตอบคือ ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (7–11 ปี) ตัวลวงคือขั้นก่อนปฏิบัติการ (ซึ่งเป็นขั้นที่ ยังไม่ เข้าใจ)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q101
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีจิตวิทยาสังคม พัฒนาการของเด็กในช่วงอายุ 12–18 ปี (วัยรุ่น) จัดอยู่ในขั้นความขัดแย้งข้อใด

  • ก. การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion) ✓
  • ข. ความมั่นคงทางใจ vs ความสิ้นหวัง (Integrity vs Despair)
  • ค. ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority)
  • ง. ความใกล้ชิดผูกพัน vs ความโดดเดี่ยว (Intimacy vs Isolation)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion)" ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ช่วงอายุ 12–18 ปี (วัยรุ่น) จัดอยู่ในขั้นการรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion) ซึ่งเป็นช่วงที่วัยรุ่นกำลังค้นหาตนเองว่าตนคือใคร ชอบอะไร และต้องการมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความมั่นคงทางใจ vs ความสิ้นหวัง (Integrity vs Despair)" ผิด: ความมั่นคงทางใจ vs ความสิ้นหวัง เป็นพัฒนาการของวัยสูงอายุ • "ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority)" ผิด: ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย เป็นพัฒนาการของเด็กอายุ 6–12 ปี (วัยประถม) • "ความใกล้ชิดผูกพัน vs ความโดดเดี่ยว (Intimacy vs Isolation)" ผิด: ความใกล้ชิดผูกพัน vs ความโดดเดี่ยว เป็นพัฒนาการของวัยผู้ใหญ่ตอนต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่สองคือ 12–18 ปี (วัยรุ่น) การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นที่สองคือ 12–18 ปี (วัยรุ่น) การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q102
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน มีแนวคิดหลักในการอธิบายพฤติกรรมของบุคคลในลักษณะใด และเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้กี่ส่วน

  • ก. พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
  • ข. พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน ✓
  • ค. พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
  • ง. พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้ 3 ส่วน (ราก ลำต้น ดอกผล) ซึ่งผู้สอบมักสับสนกับสโลแกนคนดี คนเก่ง มีความสุข ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เน้นอธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" ไม่ใช่คนกล้า • "พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เปรียบเทียบกับต้นไม้ 3 ส่วน ไม่ใช่ 4 ส่วน และเน้นคนดีและคนเก่ง • "พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน" ผิด: ทฤษฎีนี้เปรียบเทียบกับต้นไม้ 3 ส่วน และมุ่งอธิบายพฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน อธิบายพฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q103
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ ครูสังเกตเห็นนักเรียนคนหนึ่งถูกครูประจำวิชาว่ากล่าวตักเตือนเรื่องไม่ตั้งใจฟัง เมื่อออกจากห้องเรียนนักเรียนเกิดความหงุดหงิดจึงเดินไปเตะถังขยะและระบายอารมณ์ใส่เพื่อนรุ่นน้อง พฤติกรรมดังกล่าวตรงกับกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) รูปแบบใด

  • ก. การโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection)
  • ข. การเปลี่ยนแรงขับไปในทางที่สังคมยอมรับ (Sublimation)
  • ค. การหาที่ระบาย (Displacement) ✓
  • ง. การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การหาที่ระบาย (Displacement)" ตามแนวคิดกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) เมื่อเผชิญความไม่พอใจแล้วเปลี่ยนเป้าหมายไประบายอารมณ์ใส่สิ่งของหรือผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จัดเป็น การหาที่ระบาย/หาแพะรับบาป (Displacement) เช่น ถูกครูดุแล้วกลับบ้านไปเตะแมว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection)" ผิด: การโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection) เป็นการคิดว่าผู้อื่นมีความรู้สึกหรือทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนตน เช่น ตนเองไม่ชอบเพื่อนแต่กลับบอกว่าเพื่อนไม่ชอบตน • "การเปลี่ยนแรงขับไปในทางที่สังคมยอมรับ (Sublimation)" ผิด: การเปลี่ยนแรงขับไปในทางที่สังคมยอมรับ (Sublimation) เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมก้าวร้าวไปสู่กิจกรรมที่สังคมยอมรับ เช่น คนก้าวร้าวผันตัวไปเป็นนักมวย • "การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization)" ผิด: การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) เป็นการอ้างเหตุผลปลอบใจตนเองเมื่อผิดหวัง เช่น สอบตกแล้วบอกว่าข้อสอบออกไม่ตรงที่สอน หรือแบบองุ่นเปรี้ยว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การหาที่ระบาย/หาแพะรับบาป (Displacement) เช่น ถูกครูดุแล้วกลับบ้านไปเตะแมว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การหาที่ระบาย/หาแพะรับบาป (Displacement) เช่น ถูกครูดุแล้วกลับบ้านไปเตะแมว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q104
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ นัยสำคัญต่อครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้ใช้จุดแข็งของตนคือข้อใด

  • ก. จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเดียวกันและประเมินผลด้วยการสอบข้อเขียนเป็นหลัก
  • ข. ตัดสินระดับสติปัญญาของผู้เรียนโดยพิจารณาจากความสามารถด้านคณิตศาสตร์เป็นหลัก
  • ค. กำหนดให้นักเรียนทุกคนส่งผลงานแบบรายงานรูปเล่มเพื่อความเสมอภาคทางการเรียน
  • ง. สอนด้วยวิธีที่หลากหลายและไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สอนด้วยวิธีที่หลากหลายและไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด" ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ นัยต่อครูคือควรสอนด้วยวิธีที่หลากหลาย ให้เด็กแต่ละคนได้ใช้จุดแข็งของตน เช่น ในเรื่องเดียวกันอาจเปิดโอกาสให้เลือกนำเสนอเป็นรายงาน แผนภาพ เพลง หรือบทบาทสมมุติ และไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเดียวกันและประเมินผลด้วยการสอบข้อเขียนเป็นหลัก" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะหลักการระบุว่าครูควรใช้วิธีสอนที่หลากหลายเพื่อตอบรับจุดแข็งของผู้เรียนแต่ละคน ไม่ใช่ใช้รูปแบบเดียวกัน • "ตัดสินระดับสติปัญญาของผู้เรียนโดยพิจารณาจากความสามารถด้านคณิตศาสตร์เป็นหลัก" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะแนวคิดนี้ย้ำอย่างชัดเจนว่าต้องไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด • "กำหนดให้นักเรียนทุกคนส่งผลงานแบบรายงานรูปเล่มเพื่อความเสมอภาคทางการเรียน" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะควรเปิดโอกาสให้เลือกนำเสนอได้หลายรูปแบบตามความถนัด เช่น รายงาน แผนภาพ เพลง หรือบทบาทสมมุติ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ ควรสอนด้วย วิธีที่หลากหลาย ให้เด็กแต่ละคนได้ใช้จุดแข็งของตน เช่น เรื่องเดียวกันให้เลือกนำเสนอเป็นรายงาน แผนภาพ เพลง หรือบทบาทสมมุติ และไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ ควรสอนด้วย วิธีที่หลากหลาย ให้เด็กแต่ละคนได้ใช้จุดแข็งของตน เช่น เรื่องเดียวกันให้เลือกนำเสนอเป็นรายงาน แผนภาพ เพลง หรือบทบาทสมมุติ และไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q105
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ ข้อใดอธิบายความหมายและผลของ "การเสริมแรงทางลบ" ได้ถูกต้อง

  • ก. เอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น ✓
  • ข. ให้สิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง
  • ค. ให้สิ่งที่ผู้เรียนพอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น
  • ง. เอาสิ่งที่ผู้เรียนพอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น" ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ การเสริมแรงทางลบคือการเอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไปหลังทำพฤติกรรม เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น เช่น การยกเว้นการบ้านเมื่อทำงานในห้องเสร็จ ส่วนการทำให้พฤติกรรมลดลงจะเป็นเรื่องของการลงโทษไม่ใช่การเสริมแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้สิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง" ผิด: ข้อความนี้เป็นการลงโทษทางบวก ซึ่งคือการให้สิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจเพื่อให้พฤติกรรมลดลง • "ให้สิ่งที่ผู้เรียนพอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น" ผิด: ข้อความนี้เป็นการเสริมแรงทางบวก ซึ่งคือการให้สิ่งที่ผู้เรียนพอใจเพื่อให้พฤติกรรมเพิ่มขึ้น • "เอาสิ่งที่ผู้เรียนพอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง" ผิด: ข้อความนี้เป็นการลงโทษทางลบ ซึ่งคือการเอาสิ่งที่ผู้เรียนพอใจออกไปเพื่อให้พฤติกรรมลดลง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงทางลบ คือเอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไปหลังทำพฤติกรรม เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การลงโทษทางบวก คือให้สิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจ เพื่อให้พฤติกรรมลดลง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การลงโทษทางลบ คือเอาสิ่งที่ผู้เรียนพอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมลดลง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงทางลบ คือเอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไปหลังทำพฤติกรรม เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q106
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มลงมือเขียนโปรแกรมและสร้างหุ่นยนต์จำลองที่นำมาทดสอบและแบ่งปันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความรู้ความเข้าใจไปพร้อมกับการสร้างผลงาน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของนักการศึกษาท่านใดมากที่สุด

  • ก. ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)
  • ข. ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert) ✓
  • ค. เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)
  • ง. บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert)" แนวคิดคอนสตรัคชันนิสม์ (Constructionism) ของซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert) ต่อยอดจากเพียเจต์โดยเน้นว่า การเรียนรู้จะเกิดได้ดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น การเขียนโปรแกรมหรือสร้างหุ่นยนต์ โดยในระหว่างสร้างชิ้นงาน ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)" ผิด: เพียเจต์เป็นเจ้าของแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ที่เน้นการสร้างความรู้ภายในตัวบุคคล ไม่ได้เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือสร้างชิ้นงานหรือเขียนโปรแกรม • "เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)" ผิด: ไวก็อตสกีเป็นเจ้าของแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เชิงสังคมที่เน้นการสร้างความรู้ผ่านการปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น • "บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)" ผิด: สกินเนอร์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยมที่อธิบายการเรียนรู้ผ่านการวางเงื่อนไขและการเสริมแรง ไม่ใช่การสร้างชิ้นงาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แพเพิร์ตต่อยอดจากเพียเจต์ว่า การเรียนรู้จะดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น สร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม ทำแบบจำลอง ในระหว่างสร้าง ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “Constructivism = สร้างความรู้ (ในหัว) · Constructionism = สร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ถ้าโจทย์พูดถึง "ชิ้นงาน" "การประดิษฐ์" "เขียนโปรแกรม" ให้นึกถึง Constructionism ของแพเพิร์ต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แพเพิร์ตต่อยอดจากเพียเจต์ว่า การเรียนรู้จะดีที่สุดเมื่อผู้เรียนได้ ลงมือสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้หรือแบ่งปันได้ เช่น สร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม ทำแบบจำลอง ในระหว่างสร้าง ผู้เรียนจะได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q107
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามการจำแนกเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) พฤติกรรมการเรียนรู้ขั้นสูงสุดคือข้อใด

  • ก. การวิเคราะห์
  • ข. การสังเคราะห์
  • ค. การสร้างสรรค์ ✓
  • ง. การประเมินค่า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การสร้างสรรค์" การจำแนกเป้าหมายด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) ได้เปลี่ยนมาใช้คำกริยาและกำหนดให้ขั้นสร้างสรรค์ (Create) อยู่ในระดับสูงสุด ส่วนการประเมินค่าที่เคยเป็นขั้นสูงสุดในฉบับเดิม (1956) นั้น ถูกปรับเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การวิเคราะห์" ผิด: การวิเคราะห์เป็นเพียงขั้นที่ 4 ของกระบวนการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ไม่ใช่ขั้นสูงสุด • "การสังเคราะห์" ผิด: การสังเคราะห์เป็นขั้นที่ 5 ในฉบับเดิม (1956) ไม่ใช่ขั้นสูงสุดของฉบับปรับปรุง • "การประเมินค่า" ผิด: การประเมินค่าเป็นขั้นสูงสุดในฉบับเดิม (1956) แต่ในฉบับปรับปรุง (2001) เลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุง (2001) ใช้คำกริยา และ สร้างสรรค์ (Create) อยู่สูงสุด ส่วนประเมินค่าเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ฉบับปรับปรุง (2001) ใช้คำกริยา และ สร้างสรรค์ (Create) อยู่สูงสุด ส่วนประเมินค่าเลื่อนลงมาเป็นขั้นที่ 5”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q108
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติใน “ขั้นการคัดกรองนักเรียน” ได้ถูกต้อง

  • ก. คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้
  • ข. จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม
  • ค. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา
  • ง. นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา" การคัดกรองนักเรียนเป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลมาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา และจุดสำคัญที่สุดคือผลการคัดกรองต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ ไม่ประกาศหรือติดป้ายประจานเพื่อไม่ให้นักเรียนรู้สึกว่าตนเองถูกตีตรา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้" ผิด: ผิดเพราะการคัดกรองต้องนำข้อมูลของนักเรียนมาจัดกลุ่มทุกคน ได้แก่ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา • "จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม" ผิด: ผิดเพราะหลักการสำคัญของการคัดกรองคือต้องเก็บผลเป็นความลับ ห้ามประกาศหรือติดป้ายให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา • "จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา" ผิด: ผิดเพราะการจัดกิจกรรมโฮมรูมและกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเป็นแนวปฏิบัติในขั้นที่ 3 การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ซึ่งต้องทำกับนักเรียนทุกกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 2 การคัดกรองนักเรียน นำข้อมูลจากขั้นที่ 1 มาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งเป็น กลุ่มปกติ ที่ยังไม่มีปัญหา กลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มจะเกิดปัญหา และ กลุ่มมีปัญหา ที่เกิดปัญหาแล้วต้องช่วยเหลือทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “จุดสำคัญคือ ผลการคัดกรองต้องเก็บเป็นความลับ ไม่ประกาศหรือติดป้ายให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 2 การคัดกรองนักเรียน นำข้อมูลจากขั้นที่ 1 มาจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแบ่งเป็น กลุ่มปกติ ที่ยังไม่มีปัญหา กลุ่มเสี่ยง ที่มีแนวโน้มจะเกิดปัญหา และ กลุ่มมีปัญหา ที่เกิดปัญหาแล้วต้องช่วยเหลือทันที”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q109
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักเรียนได้ขอให้ครูประจำชั้นสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่เล่าไว้เป็นความลับ ต่อมานักเรียนเปิดเผยว่าตนเองถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายที่บ้านเป็นประจำ จากสถานการณ์นี้ ครูควรดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา

  • ก. แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย ✓
  • ข. ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน
  • ค. นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน
  • ง. เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย" ตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา การรักษาความลับมีข้อยกเว้นเมื่อมีแนวโน้มว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น กรณีที่เด็กถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน ครูต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก โดยควรบอกเด็กอย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้ครูจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัยของเขา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน" ผิด: การสั่งสอนขัดกับหลักการให้คำปรึกษา และกรณีเด็กถูกทำร้ายร่างกายครูต้องดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก • "นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน" ผิด: หลักการคือต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก ไม่ใช่การนำเรื่องความลับของนักเรียนไปเล่าต่อครูทุกคนในที่ประชุม • "เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ" ผิด: การรักษาความลับมีข้อยกเว้นเมื่อมีแนวโน้มเกิดอันตรายต่อชีวิตของเด็ก เช่น การถูกทำร้ายร่างกาย จึงไม่อาจเก็บเป็นความลับได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “แต่การรักษาความลับมี ข้อยกเว้น คือเมื่อมีแนวโน้มว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น เด็กเล่าว่าคิดจะทำร้ายตัวเอง หรือถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “กรณีเหล่านี้ครูต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองเด็ก (สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองเด็กในชุดกฎหมายการศึกษา) โดยควรบอกเด็กอย่างตรงไปตรงมาว่าเรื่องนี้ครูจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัยของเขา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “แต่การรักษาความลับมี ข้อยกเว้น คือเมื่อมีแนวโน้มว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น เช่น เด็กเล่าว่าคิดจะทำร้ายตัวเอง หรือถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q110
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Jean Piaget) ข้อใดคือข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับลักษณะความคิดของเด็กเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่

  • ก. เด็กสามารถคิดแก้ปัญหาเชิงนามธรรมได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่
  • ข. เด็กไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่ ✓
  • ค. เด็กมีแบบแผนความคิดเหมือนผู้ใหญ่แต่มีคลังคำศัพท์น้อยกว่า
  • ง. เด็กมีสติปัญญาฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ตามวุฒิภาวะทางร่างกาย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เด็กไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เพียเจต์สังเกตว่าเด็กไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่ โดยวิธีคิดนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นขั้นๆ ตามระดับอายุ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กสามารถคิดแก้ปัญหาเชิงนามธรรมได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่" ผิด: เพียเจต์ชี้ว่าเด็กคิดคนละแบบกับผู้ใหญ่และวิธีคิดนั้นเปลี่ยนเป็นขั้นๆ ตามอายุ ไม่ได้คิดเชิงนามธรรมได้เท่าผู้ใหญ่ • "เด็กมีแบบแผนความคิดเหมือนผู้ใหญ่แต่มีคลังคำศัพท์น้อยกว่า" ผิด: เพียเจต์ระบุว่าเด็กคิดคนละแบบกับผู้ใหญ่ ไม่ใช่คิดเหมือนกันแต่ต่างกันที่คำศัพท์ • "เด็กมีสติปัญญาฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ตามวุฒิภาวะทางร่างกาย" ผิด: เพียเจต์สังเกตว่าเด็กไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ ไม่ใช่ฉลาดน้อยกว่าตามร่างกาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กไม่ได้ "ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่" แต่ คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่ และวิธีคิดนั้นเปลี่ยนเป็นขั้น ๆ ตามอายุ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กไม่ได้ "ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่" แต่ คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่ และวิธีคิดนั้นเปลี่ยนเป็นขั้น ๆ ตามอายุ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q111
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดสรุปแนวคิดของไวก็อตสกี (Lev Vygotsky) เกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กได้ถูกต้องตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม

  • ก. เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
  • ข. การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส
  • ค. การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด ✓
  • ง. เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี มองว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และมีภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด ส่วนแนวคิดที่ว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลกนั้นเป็นมุมมองของเพียเจต์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง" ผิด: เป็นแนวคิดกลุ่มพฤติกรรมนิยม เช่น ทฤษฎีการเชื่อมโยงและลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์ • "การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส" ผิด: เป็นแนวคิดลำดับขั้นพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ไม่ใช่ทฤษฎีสังคมวัฒนธรรมของไวก็อตสกี • "เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม" ผิด: เป็นแนวคิดของเพียเจต์ที่มองว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก ไม่ใช่แนวคิดของไวก็อตสกี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และ ภาษา เป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เพียเจต์มองว่าเด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก แต่ไวก็อตสกีมองว่า การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กเรียนรู้ผ่านการพูดคุยและทำงานร่วมกับผู้ที่รู้มากกว่า เช่น ครู พ่อแม่ เพื่อนที่เก่งกว่า และ ภาษา เป็นเครื่องมือสำคัญของการคิด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q112
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อฝึกให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ทำชิ้นงานให้สำเร็จ และภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกมีปมด้อยหรือด้อยความสามารถ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับขั้นวิกฤตทางจิตสังคมใดตามทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน

  • ก. Identity vs Role Confusion
  • ข. Initiative vs Guilt
  • ค. Intimacy vs Isolation
  • ง. Industry vs Inferiority ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Industry vs Inferiority" ตามทฤษฎีจิตวิทยาสังคมของอีริคสัน วัยประถมศึกษาเป็นขั้นของ Industry vs Inferiority ซึ่งเด็กจะมุ่งสร้างความขยันหมั่นเพียรและพัฒนาสมรรถนะในการทำงาน หากไม่ได้รับการส่งเสริมอาจเกิดความรู้สึกมีปมด้อย ส่วน Identity vs Role Confusion เป็นขั้นของวัยรุ่น และ Initiative vs Guilt เป็นของวัยอนุบาล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Identity vs Role Confusion" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Identity vs Role Confusion เป็นขั้นพัฒนาการของวัยรุ่น ไม่ใช่วัยประถม • "Initiative vs Guilt" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Initiative vs Guilt เป็นขั้นพัฒนาการของวัยอนุบาล ไม่ใช่วัยประถม • "Intimacy vs Isolation" ผิด: ตามทฤษฎีของอีริคสัน Intimacy vs Isolation เป็นขั้นพัฒนาการของวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ไม่ใช่วัยประถม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ประถม = Industry vs Inferiority และ วัยรุ่น = Identity vs Role Confusion ตัวลวงคือการสลับสองขั้นนี้ หรือใส่ Initiative vs Guilt (ซึ่งเป็นวัยอนุบาล)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ประถม = Industry vs Inferiority และ วัยรุ่น = Identity vs Role Confusion ตัวลวงคือการสลับสองขั้นนี้ หรือใส่ Initiative vs Guilt (ซึ่งเป็นวัยอนุบาล)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q113
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน ส่วนที่เป็น "ราก" ซึ่งเป็นจิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่องค์ประกอบในข้อใด

  • ก. สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต ✓
  • ข. ประสบการณ์ทางสังคม การควบคุมตน และค่านิยม
  • ค. สติปัญญา การมุ่งอนาคต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
  • ง. เหตุผลเชิงจริยธรรม สุขภาพจิต และความเชื่ออำนาจในตน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนของรากคือจิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต ส่วนจิตลักษณะอื่น เช่น เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ จัดอยู่ในส่วนของลำต้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประสบการณ์ทางสังคม การควบคุมตน และค่านิยม" ผิด: การควบคุมตนและค่านิยมเป็นจิตลักษณะในส่วนลำต้น ไม่ใช่ส่วนราก • "สติปัญญา การมุ่งอนาคต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์" ผิด: การมุ่งอนาคตและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นจิตลักษณะในส่วนลำต้น ไม่ใช่ส่วนราก • "เหตุผลเชิงจริยธรรม สุขภาพจิต และความเชื่ออำนาจในตน" ผิด: เหตุผลเชิงจริยธรรมและความเชื่ออำนาจในตนเป็นจิตลักษณะในส่วนลำต้น ไม่ใช่ส่วนราก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ราก คือ จิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการ ที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และ สุขภาพจิต ถ้ารากไม่ดี ลำต้นก็เติบโตไม่ได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ลำต้น คือ จิตลักษณะ 5 ประการ ที่เกิดจากรากที่ดี ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ ทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ราก คือ จิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการ ที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และ สุขภาพจิต ถ้ารากไม่ดี ลำต้นก็เติบโตไม่ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q114
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมผิดปกติ เช่น มีพฤติกรรมถดถอยหรือก้าวร้าวใส่เพื่อนโดยไม่มีเหตุ ครูผู้สอนควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

  • ก. ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้
  • ข. สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว ✓
  • ค. ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด
  • ง. ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว" ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูจึงควรหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้" ผิด: การตัดสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเป็นการลงโทษและกีดกันเด็ก ซึ่งขัดกับแนวทางที่ครูควรหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการลงโทษ • "ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด" ผิด: การปล่อยปละละเลยไม่ถูกต้อง เพราะครูจำเป็นต้องสังเกตและช่วยสืบหาสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม • "ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ" ผิด: การมุ่งลงโทษทันทีไม่ถูกต้อง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นกลไกป้องกันตนเอง ครูจึงควรหาสาเหตุมากกว่าการลงโทษเพียงอย่างเดียว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูควรหาสาเหตุมากกว่าลงโทษอย่างเดียว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมแปลก เช่น ถดถอยหรือก้าวร้าวกับเพื่อนโดยไม่มีเหตุ อาจเป็นกลไกป้องกันตนเองจากปัญหาที่บ้าน ครูควรหาสาเหตุมากกว่าลงโทษอย่างเดียว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q115
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมรวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียนในชั้นเรียนตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของดวงเดือน โดยต้องการเริ่มจากการเสริมสร้างและปลูกฝังส่วนที่เป็น "ราก" ของต้นไม้จริยธรรมให้มั่นคง ครูสมรควรจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ประกอบตามข้อใด

  • ก. Id, Ego และ Superego เพื่อให้มีกลไกป้องกันตนเอง
  • ข. ความต้องการขั้นต่ำไปสู่การตระหนักรู้ศักยภาพตนเองสูงสุด
  • ค. สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต ✓
  • ง. การจัดกิจกรรมที่สอนหลากหลายวิธีตามพหุปัญญา 8 ด้าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของดวงเดือน ส่วนที่เป็น "ราก" ประกอบด้วย สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญทางจิตใจ ดังนั้นเมื่อครูต้องการพัฒนาส่วนรากจึงต้องส่งเสริมองค์ประกอบทั้ง 3 ด้านนี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Id, Ego และ Superego เพื่อให้มีกลไกป้องกันตนเอง" ผิด: Id/Ego/Superego และกลไกป้องกันตนเอง เป็นองค์ประกอบในทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ไม่ใช่ส่วนรากของต้นไม้จริยธรรม • "ความต้องการขั้นต่ำไปสู่การตระหนักรู้ศักยภาพตนเองสูงสุด" ผิด: การตอบสนองความต้องการขั้นต่ำก่อนไปสู่ความต้องการขั้นสูงสุด (Self-actualization) เป็นแนวคิดในทฤษฎีความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์ • "การจัดกิจกรรมที่สอนหลากหลายวิธีตามพหุปัญญา 8 ด้าน" ผิด: การสอนหลากหลายวิธีเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีพหุปัญญา 8 ด้านของการ์ดเนอร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “| ดวงเดือน | ต้นไม้จริยธรรม | ราก = สติปัญญา · ประสบการณ์ทางสังคม · สุขภาพจิต |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “| ดวงเดือน | ต้นไม้จริยธรรม | ราก = สติปัญญา · ประสบการณ์ทางสังคม · สุขภาพจิต |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q116
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขของสกินเนอร์ การจัดตารางการเสริมแรงในลักษณะใดส่งผลให้พฤติกรรมมีความคงทนที่สุด

  • ก. การเสริมแรงตามเวลาคงที่
  • ข. การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่
  • ค. การเสริมแรงทุกครั้ง
  • ง. การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน" ตามแนวคิดการจัดตารางการเสริมแรงของสกินเนอร์ การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน เช่น การสุ่มให้รางวัล จะส่งผลให้พฤติกรรมคงทนที่สุด เนื่องจากผู้เรียนไม่สามารถคาดเดาได้ว่ารางวัลจะมาครั้งใด ส่วนการเสริมแรงทุกครั้งเหมาะกับการเริ่มต้นสร้างพฤติกรรมใหม่เพราะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เร็ว แต่หากหยุดเสริมแรงพฤติกรรมก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเสริมแรงตามเวลาคงที่" ผิด: การเสริมแรงตามเวลาคงที่เป็นเพียงการเสริมแรงเป็นครั้งคราวรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่รูปแบบที่ทำให้พฤติกรรมคงทนที่สุด • "การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่" ผิด: การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่เป็นการเสริมแรงเป็นครั้งคราวตามจำนวนครั้งที่กำหนด ไม่ใช่รูปแบบที่ทำให้พฤติกรรมคงทนที่สุด • "การเสริมแรงทุกครั้ง" ผิด: การเสริมแรงทุกครั้งเหมาะกับช่วงเริ่มสร้างพฤติกรรมใหม่เพราะเรียนรู้เร็ว แต่หากหยุดให้พฤติกรรมจะหายไปเร็ว ไม่ได้คงทนที่สุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน (เช่น สุ่มให้รางวัล) ทำให้พฤติกรรม คงทนที่สุด เหมือนคนที่ติดการเล่นเกมสุ่มรางวัล เพราะไม่รู้ว่ารางวัลจะมาครั้งไหน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน (เช่น สุ่มให้รางวัล) ทำให้พฤติกรรม คงทนที่สุด เหมือนคนที่ติดการเล่นเกมสุ่มรางวัล เพราะไม่รู้ว่ารางวัลจะมาครั้งไหน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q117
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Constructivism และ Constructionism ของแพเพิร์ต (Seymour Papert) ได้ถูกต้อง

  • ก. Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ✓
  • ข. Constructivism เน้นการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบผู้อื่น ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว
  • ค. Constructivism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว
  • ง. Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นการสังเกตพฤติกรรมจากตัวแบบเพื่อทำตาม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน" ตามแนวคิดจิตวิทยาการศึกษา Constructivism เน้นการสร้างความรู้ (ในหัว) ส่วน Constructionism ของแพเพิร์ต เน้นการสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน เช่น การประดิษฐ์หรือการเขียนโปรแกรม จึงทำให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้ในหัวไปพร้อมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Constructivism เน้นการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบผู้อื่น ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว" ผิด: ผิดเพราะการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบเป็นแนวคิดของแบนดูรา (Bandura) ไม่ใช่ Constructivism • "Constructivism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว" ผิด: สลับแนวคิดกัน เนื่องจาก Constructionism เน้นการสร้างชิ้นงาน ส่วน Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว • "Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นการสังเกตพฤติกรรมจากตัวแบบเพื่อทำตาม" ผิด: ผิดเพราะการสังเกตพฤติกรรมตัวแบบเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Bandura) ไม่ใช่ Constructionism อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “Constructivism = สร้างความรู้ (ในหัว) · Constructionism = สร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ถ้าโจทย์พูดถึง "ชิ้นงาน" "การประดิษฐ์" "เขียนโปรแกรม" ให้นึกถึง Constructionism ของแพเพิร์ต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “Constructivism = สร้างความรู้ (ในหัว) · Constructionism = สร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ถ้าโจทย์พูดถึง "ชิ้นงาน" "การประดิษฐ์" "เขียนโปรแกรม" ให้นึกถึง Constructionism ของแพเพิร์ต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q118
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาเรื่องแรงจูงใจในการเรียน พฤติกรรมของนักเรียนในข้อใดสะท้อนถึงการมี “แรงจูงใจภายใน” (Intrinsic Motivation)

  • ก. นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู
  • ข. นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง ✓
  • ค. นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด
  • ง. นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง" ตามหลักจิตวิทยาการศึกษา แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือการเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่นเดียวกับการค้นคว้าเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง ส่วนการทำเพื่อคะแนน คำชม รางวัล หรือเพราะกลัวถูกลงโทษ จัดเป็นแรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากเรียนเพราะต้องการคะแนนและคำชมซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกตัวการเรียน • "นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากลงมือทำเพราะกลัวถูกลงโทษซึ่งเป็นผลลัพธ์ภายนอก • "นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล" ผิด: เป็นแรงจูงใจภายนอกเนื่องจากเรียนและร่วมกิจกรรมเพราะอยากได้ของรางวัล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่น เด็กที่อ่านหนังสือดาราศาสตร์เพราะชอบดูดาว” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) คือเรียนเพราะอยากได้สิ่งที่อยู่นอกตัวการเรียน เช่น คะแนน รางวัล คำชม หรือกลัวถูกลงโทษ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) คือเรียนเพราะสนใจ อยากรู้ สนุก หรือเห็นคุณค่าในตัวเรื่องนั้นเอง เช่น เด็กที่อ่านหนังสือดาราศาสตร์เพราะชอบดูดาว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q119
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในขั้นตอนการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการตรงกับข้อใด

  • ก. นักเรียนทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มปกติ
  • ข. กลุ่มปกติและกลุ่มความสามารถพิเศษ
  • ค. กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา ✓
  • ง. กลุ่มมีปัญหาที่เกินความสามารถของครู

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา" ตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นที่ 4 การป้องกันและแก้ไขปัญหา กำหนดให้ดำเนินการกับกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงกลายเป็นกลุ่มมีปัญหาและช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียนที่มีปัญหาแล้ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นักเรียนทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มปกติ" ผิด: เป็นกลุ่มเป้าหมายของขั้นที่ 3 การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน • "กลุ่มปกติและกลุ่มความสามารถพิเศษ" ผิด: ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของขั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน • "กลุ่มมีปัญหาที่เกินความสามารถของครู" ผิด: เป็นเงื่อนไขในการดำเนินการของขั้นที่ 5 การส่งต่อ เพื่อส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 4 การป้องกันและแก้ไขปัญหา ทำกับ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงกลายเป็นกลุ่มมีปัญหา และแก้ไขปัญหาของกลุ่มที่มีปัญหาแล้ว” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 3 การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ขั้นนี้ทำกับ นักเรียนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มปกติ เพื่อให้เด็กที่ดีอยู่แล้วพัฒนายิ่งขึ้นและไม่กลายเป็นกลุ่มเสี่ยง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 5 การส่งต่อ เมื่อปัญหาเกินความสามารถของครูที่ปรึกษา ต้องส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 4 การป้องกันและแก้ไขปัญหา ทำกับ กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา เป้าหมายคือป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงกลายเป็นกลุ่มมีปัญหา และแก้ไขปัญหาของกลุ่มที่มีปัญหาแล้ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q120
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ข้อใดอธิบายลักษณะของผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) ได้ถูกต้อง

  • ก. เป็นผู้เรียนที่มีความแตกต่างเด่นชัดด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
  • ข. เป็นผู้เรียนที่มีภาวะสมาธิสั้นและมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมให้อยู่นิ่ง
  • ค. เป็นผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทุกด้าน
  • ง. เป็นผู้เรียนที่สติปัญญาปกติ แต่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น อ่าน เขียน หรือคำนวณ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นผู้เรียนที่สติปัญญาปกติ แต่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น อ่าน เขียน หรือคำนวณ" ตามหลักจิตวิทยาการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) จะมีระดับสติปัญญาปกติ แต่พบปัญหาเฉพาะด้าน เช่น การอ่าน การเขียน หรือการคำนวณ ซึ่งแตกต่างจากเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา หรือเด็กออทิสติก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นผู้เรียนที่มีความแตกต่างเด่นชัดด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม" ผิด: การมีความแตกต่างด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเป็นลักษณะเฉพาะของผู้เรียนออทิสติก ไม่ใช่ LD • "เป็นผู้เรียนที่มีภาวะสมาธิสั้นและมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมให้อยู่นิ่ง" ผิด: การขาดสมาธิและควบคุมพฤติกรรมให้อยู่นิ่งไม่ได้เป็นลักษณะของผู้เรียนที่มีสมาธิสั้น (ADHD) ไม่ใช่ LD • "เป็นผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทุกด้าน" ผิด: ผู้เรียน LD มีระดับสติปัญญาปกติ ไม่ได้บกพร่องทางสติปัญญาหรือพัฒนาการการเรียนรู้ทุกด้าน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ผู้เรียนที่มี ความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) ซึ่งสติปัญญาปกติแต่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น อ่าน เขียน หรือคำนวณ ผู้เรียนที่มี สมาธิสั้น (ADHD) และผู้เรียน ออทิสติก ซึ่งมีความแตกต่างด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รวมถึงผู้มีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา และร่างกาย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ผู้เรียนที่มี ความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) ซึ่งสติปัญญาปกติแต่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น อ่าน เขียน หรือคำนวณ ผู้เรียนที่มี สมาธิสั้น (ADHD) และผู้เรียน ออทิสติก ซึ่งมีความแตกต่างด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รวมถึงผู้มีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา และร่างกาย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q121
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ด.ช. ภัทร มีความเข้าใจเดิมว่า 'สัตว์ที่บินได้ทุกชนิดคือนก' แต่เมื่อครูสอนว่า 'ค้างคาวบินได้แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่นก' ทำให้ภัทรไม่สามารถนำข้อมูลนี้ไปรวมกับความคิดเดิมได้ และต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดเดิมเพื่อรองรับข้อมูลใหม่นี้ การเรียนรู้ของภัทรสอดคล้องกับกระบวนการใดตามแนวคิดของเพียเจต์ (Jean Piaget)

  • ก. การปรับโครงสร้าง (Accommodation) ✓
  • ข. กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)
  • ค. กระบวนการดูดซึม (Assimilation)
  • ง. การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับโครงสร้าง (Accommodation)" ตามแนวคิดของเพียเจต์ เมื่อเด็กพบข้อมูลใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับกรอบความคิดเดิม และต้องปรับเปลี่ยนความเข้าใจเดิมให้รองรับข้อมูลใหม่ เรียกว่า การปรับโครงสร้าง (Accommodation) แตกต่างจากการดูดซึม (Assimilation) ที่รับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)" ผิด: โครงสร้างทางปัญญา (Schema) คือกรอบความเข้าใจที่ใช้ตีความโลก ไม่ใช่กระบวนการปรับเปลี่ยนความคิดเมื่อเผชิญข้อมูลใหม่ • "กระบวนการดูดซึม (Assimilation)" ผิด: การดูดซึมคือการรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง • "การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)" ผิด: ความสมดุลคือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อปรับโครงสร้างทางปัญญาจนเข้าใจลงตัว ไม่ใช่ตัวกระบวนการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับข้อมูลใหม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การปรับโครงสร้าง (Accommodation) คือเมื่อข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม ต้องปรับโครงสร้างให้รองรับ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การดูดซึม (Assimilation) คือรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “การปรับโครงสร้าง (Accommodation) คือเมื่อข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม ต้องปรับโครงสร้างให้รองรับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q122
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการของไวก็อตสกี วิธีการช่วยเหลือเด็กในเขตพัฒนาการที่ใกล้เคียง (ZPD) โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ปรับลดลงจนเด็กทำได้เอง เรียกว่าอะไร

  • ก. การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)
  • ข. การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ✓
  • ค. การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)
  • ง. การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)" ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ซึ่งเปรียบเสมือนนั่งร้านค้ำอาคาร โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ลดลง จนเด็กทำได้เอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)" ผิด: การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิดเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการสร้างภาวะสมดุลทางพุทธิปัญญา ไม่ใช่วิธีช่วยใน ZPD • "การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)" ผิด: การปรับขยายโครงสร้างปัญญาเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมเมื่อพบข้อมูลใหม่ ไม่ใช่วิธีช่วยใน ZPD • "การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)" ผิด: การดูดซึมทางพุทธิปัญญาเป็นแนวคิดของเพียเจต์ในการรับข้อมูลใหม่เข้าสู่โครงสร้างปัญญาเดิม ไม่ใช่วิธีการช่วยเหลือเด็กใน ZPD อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “หลักสำคัญคือ ช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ลดลง จนเด็กทำได้เอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “วิธีช่วยเด็กใน ZPD เรียกว่า การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q123
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ในการวินิจฉัยปัญหาเชิงจริยธรรม เช่น กรณีศึกษาไฮนซ์ขโมยยา สิ่งใดคือเกณฑ์สำคัญที่สุดที่ใช้บ่งบอกระดับจริยธรรมของบุคคล

  • ก. เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่
  • ข. ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ
  • ค. เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ ✓
  • ง. ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ" ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์กศึกษาว่าคนตัดสินถูกผิดอย่างไร โดยในการประเมินปัญหาสมมุติ เช่น ไฮนซ์ขโมยยา โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคำตอบสรุปสุดท้ายจะเป็นควรขโมยหรือไม่ควรขโมย แต่ให้ความสำคัญกับเหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะโครงสร้างของเหตุผลเป็นตัวบ่งชี้ระดับพัฒนาการทางจริยธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่" ผิด: การดูเจตนาช่วยเหลือไม่ได้บอกระดับจริยธรรมทั้งหมด แต่ต้องดูตรรกะและเหตุผลที่ใช้ตัดสินใจ • "ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ" ผิด: โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรทำหรือไม่ควรทำ • "ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ" ผิด: ผลลัพธ์ของการกระทำเป็นเพียงประเด็นหนึ่งในระดับก่อนกฎเกณฑ์ ไม่ใช่เกณฑ์สากลที่ใช้วัดทุกระดับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรหรือไม่ควร แต่สนใจ เหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะเหตุผลบอกระดับจริยธรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “โคลเบิร์กไม่ได้สนใจว่าคนตอบว่าควรหรือไม่ควร แต่สนใจ เหตุผลที่ใช้ตัดสิน เพราะเหตุผลบอกระดับจริยธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q124
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ครูประจำชั้นต้องการส่งเสริมจิตลักษณะส่วน "ลำต้น" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมให้กับนักเรียน กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจิตลักษณะส่วนลำต้นโดยตรง

  • ก. การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา
  • ข. การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด
  • ค. การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม
  • ง. การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน" ตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนลำต้นคือจิตลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม การฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตนจึงเป็นการพัฒนาส่วนลำต้นโดยตรง ส่วนสติปัญญาและสุขภาพจิตจัดอยู่ในส่วนราก และการทำงานเพื่อส่วนรวมจัดอยู่ในส่วนดอกและผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา" ผิด: สติปัญญาเป็นจิตลักษณะพื้นฐานที่จัดอยู่ในส่วนรากไม่ใช่ส่วนลำต้น • "การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด" ผิด: สุขภาพจิตเป็นจิตลักษณะพื้นฐานที่จัดอยู่ในส่วนรากไม่ใช่ส่วนลำต้น • "การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม" ผิด: การทำงานเพื่อส่วนรวมจัดเป็นพฤติกรรมในส่วนดอกและผลไม่ใช่ส่วนลำต้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ลำต้น คือ จิตลักษณะ 5 ประการ ที่เกิดจากรากที่ดี ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ ทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ราก คือ จิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการ ที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และ สุขภาพจิต” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดอกและผล คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ลำต้น คือ จิตลักษณะ 5 ประการ ที่เกิดจากรากที่ดี ได้แก่ เหตุผลเชิงจริยธรรม การมุ่งอนาคตและการควบคุมตน ความเชื่ออำนาจในตน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และ ทัศนคติ คุณธรรม ค่านิยม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q125
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Abraham Maslow) มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มใด และได้เสนอว่าคนเรามีความต้องการทั้งหมดกี่ขั้น

  • ก. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น ✓
  • ข. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
  • ค. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
  • ง. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น" ตามแนวคิดของมาสโลว์ (Abraham Maslow) เขาเป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม โดยเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง ซึ่งความต้องการขั้นต่ำต้องได้รับการตอบสนองก่อน คนจึงจะสนใจความต้องการขั้นที่สูงขึ้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น" ผิด: มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม ไม่ใช่กลุ่มพฤติกรรมนิยม • "กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น" ผิด: มาสโลว์เสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง ไม่ใช่ 4 ขั้น • "กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น" ผิด: มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยมและเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม เขาเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “มาสโลว์เป็นนักจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม เขาเสนอว่าคนมีความต้องการ 5 ขั้น เรียงจากพื้นฐานไปสูง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q126
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาในคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ข้อใดอธิบายคำถามสำคัญที่เป็นหัวใจของ 'ทฤษฎีการเรียนรู้' (Learning Theory) ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา
  • ข. ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน ✓
  • ค. ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
  • ง. ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน" ตามคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามสำคัญว่า 'การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร' ซึ่งนักจิตวิทยาตอบต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ สำหรับความต้องการ 5 ขั้นเป็นของมาสโลว์ พหุปัญญา 8 ด้านเป็นการ์ดเนอร์ และโครงสร้างจิตหรือกลไกป้องกันตนเองเป็นของฟรอยด์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา" ผิด: การอธิบายโครงสร้างจิต (Id/Ego/Superego) และกลไกป้องกันตนเองเป็นจุดเน้นของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ • "ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย" ผิด: การอธิบายพหุปัญญา 8 ด้านเพื่อให้สอนหลากหลายวิธีเป็นจุดเน้นของทฤษฎีการ์ดเนอร์ • "ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด" ผิด: การอธิบายความต้องการ 5 ขั้นและลำดับขั้นความต้องการจากขั้นต่ำสู่ขั้นสูงสุดเป็นจุดเน้นของทฤษฎีมาสโลว์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามว่า "การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร" นักจิตวิทยาตอบคำถามนี้ต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “| มาสโลว์ | ความต้องการ 5 ขั้น | ขั้นต่ำก่อน · สูงสุด Self-actualization |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ทฤษฎีการเรียนรู้ตอบคำถามว่า "การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร" นักจิตวิทยาตอบคำถามนี้ต่างกันเป็นกลุ่ม ๆ และแต่ละกลุ่มนำไปสู่วิธีสอนคนละแบบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q127
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Albert Bandura) กระบวนการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบมี 4 ขั้นตอน โดยเรียงลำดับได้อย่างถูกต้องตามข้อใด

  • ก. การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ
  • ข. ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ
  • ค. ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ ✓
  • ง. ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ" ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา กระบวนการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้นตอนตามลำดับ ได้แก่ ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention) ขั้นที่สาม การกระทำ (Reproduction) และขั้นที่สี่ แรงจูงใจ (Motivation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ" ผิด: สลับขั้นตอนที่หนึ่งและสอง โดยขั้นแรกต้องเป็นความใส่ใจ (Attention) ก่อนจะนำไปสู่การจดจำ (Retention) • "ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ" ผิด: สลับขั้นตอนที่สามและสี่ โดยขั้นที่สามต้องเป็นการกระทำ (Reproduction) และขั้นสุดท้ายคือแรงจูงใจ (Motivation) • "ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ" ผิด: สลับขั้นตอนที่สองและสาม โดยขั้นที่สองต้องเป็นการจดจำ (Retention) และขั้นที่สามคือการกระทำ (Reproduction) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แบนดูราอธิบายว่าการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้น ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ผู้เรียนต้องสนใจตัวแบบก่อน ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ขั้นที่สาม การกระทำ (Reproduction) มีความสามารถที่จะทำตามได้ ขั้นที่สี่ แรงจูงใจ (Motivation) มีเหตุผลที่จะทำตาม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “แบนดูราอธิบายว่าการเรียนรู้จากตัวแบบมี 4 ขั้น ขั้นแรก ความใส่ใจ (Attention) ผู้เรียนต้องสนใจตัวแบบก่อน ขั้นที่สอง การจดจำ (Retention)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q128
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดจับคู่นักทฤษฎีกับแนวคิดและคำสำคัญได้ถูกต้อง?

  • ก. สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย
  • ข. บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว
  • ค. พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ
  • ง. ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล" ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยมของธอร์นไดค์มีคำสำคัญคือการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และกฎการเรียนรู้ ได้แก่ กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล ส่วนการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกเป็นของพาฟลอฟ และการเรียนรู้การกระทำรวมถึงการเสริมแรง/ลงโทษเป็นของสกินเนอร์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย" ผิด: สกินเนอร์มีคำสำคัญคือการเรียนรู้การกระทำและการเสริมแรง/ลงโทษ ส่วนการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกและดับสูญ ฟื้นกลับเป็นของพาฟลอฟ • "บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว" ผิด: บรูเนอร์อยู่ในกลุ่มปัญญานิยม มีคำสำคัญคือการค้นพบ Enactive–Iconic–Symbolic และหลักสูตรเกลียว ส่วนลองผิดลองถูกและการทดลองกับแมวเป็นของธอร์นไดค์ • "พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ" ผิด: พาฟลอฟมีคำสำคัญคือการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก สุนัข และกระดิ่ง ส่วนการกระทำและการเสริมแรง/ลงโทษเป็นของสกินเนอร์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ธอร์นไดค์ | ลองผิดลองถูก · แมว · กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “พาฟลอฟ | คลาสสิก · สุนัข กระดิ่ง · ดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย จำแนก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “สกินเนอร์ | การกระทำ · หนู/นกพิราบ · เสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ธอร์นไดค์ | ลองผิดลองถูก · แมว · กฎความพร้อม ฝึกหัด ผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q129
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นพบว่านักเรียนมีปัญหาพฤติกรรมและภาวะทางอารมณ์รุนแรงซึ่งเกินขอบเขตความสามารถของตน จึงได้ดำเนินการส่งต่อนักเรียนไปยังโรงพยาบาลและนักจิตวิทยา ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นการส่งต่อ ครูประจำชั้นควรปฏิบัติตนอย่างไรหลังจากการส่งต่อนักเรียน

  • ก. ติดตามผลการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้รับช่วงต่อ ✓
  • ข. ยุติบทบาทหน้าที่ในการดูแลนักเรียนทันทีเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ
  • ค. สิ้นสุดการรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการรักษา
  • ง. โอนภาระหน้าที่และการดูแลทั้งหมดให้แก่หน่วยงานภายนอกเพียงฝ่ายเดียว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ติดตามผลการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้รับช่วงต่อ" ตามแนวทางระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นที่ 5 การส่งต่อ เมื่อปัญหาเกินความสามารถของครูที่ปรึกษาจะต้องส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในหรือภายนอกโรงเรียน โดยการส่งต่อไม่ได้แปลว่าครูหมดหน้าที่ แต่ครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษายังต้องติดตามผลร่วมกับผู้รับช่วงต่ออย่างต่อเนื่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยุติบทบาทหน้าที่ในการดูแลนักเรียนทันทีเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ" ผิด: การส่งต่อไม่ได้หมายความว่าครูหมดหน้าที่หรือต้องยุติการดูแลนักเรียนทันที • "สิ้นสุดการรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการรักษา" ผิด: ครูยังมีหน้าที่ต้องติดตามผลร่วมกับผู้รับช่วงต่อ ไม่ใช่สิ้นสุดความรับผิดชอบ • "โอนภาระหน้าที่และการดูแลทั้งหมดให้แก่หน่วยงานภายนอกเพียงฝ่ายเดียว" ผิด: ครูต้องร่วมมือและประสานการติดตามผลกับหน่วยงานภายนอก มิใช่โอนภาระหน้าที่ทั้งหมดไปโดยสิ้นเชิง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การส่งต่อไม่ได้แปลว่าครูหมดหน้าที่ ครูยังต้องติดตามผลร่วมกับผู้รับช่วงต่อ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “การส่งต่อไม่ได้แปลว่าครูหมดหน้าที่ ครูยังต้องติดตามผลร่วมกับผู้รับช่วงต่อ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q130
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน โดยระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ รวมถึงการวัดผล คือข้อใด

  • ก. แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)
  • ข. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ✓
  • ค. แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)
  • ง. แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)" ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำขึ้นสำหรับผู้เรียนแต่ละคน เพื่อระบุความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการวัดผล ส่วนแผน IFSP จะใช้สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)" ผิด: แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP) เป็นแผนที่ใช้สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบและเน้นการทำงานกับครอบครัว • "แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)" ผิด: แบบประเมิน SDQ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการคัดกรองพฤติกรรมและอารมณ์ของนักเรียน • "แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)" ผิด: ระเบียนสะสมเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “เครื่องมือสำคัญคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ซึ่งเป็นแผนที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน ระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ และการวัดผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ส่วนเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าเรียนในระบบ ใช้ แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (Individualized Family Service Plan: IFSP) ซึ่งเน้นการทำงานกับครอบครัว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “เครื่องมือสำคัญคือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) ซึ่งเป็นแผนที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน ระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ และการวัดผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q131
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เมื่อเด็กพบข้อมูลใหม่แล้วสามารถรับเข้าไปในกรอบความเข้าใจเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างความคิด ตรงกับกระบวนการใด

  • ก. การปรับโครงสร้าง (Accommodation)
  • ข. การคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
  • ค. การดูดซึม (Assimilation) ✓
  • ง. ความสมดุล (Equilibration)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การดูดซึม (Assimilation)" ตามแนวคิดของเพียเจต์ การดูดซึม (Assimilation) คือการรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง เนื่องจากข้อมูลเข้ากับของเดิมได้เลย ส่วนการปรับโครงสร้าง (Accommodation) คือกรณีที่ข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิมจึงต้องเปลี่ยนความเข้าใจเดิมให้รองรับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การปรับโครงสร้าง (Accommodation)" ผิด: การปรับโครงสร้างเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลใหม่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม จึงต้องเปลี่ยนความเข้าใจเดิมเพื่อรองรับ • "การคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)" ผิด: การคงอยู่ของวัตถุคือความเข้าใจว่าสิ่งของยังมีอยู่แม้จะมองไม่เห็นในขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว • "ความสมดุล (Equilibration)" ผิด: ความสมดุลคือภาวะที่เกิดเมื่อปรับความเข้าใจจนลงตัวและหายงง ไม่ใช่การรับข้อมูลเข้าโครงสร้างเดิมโดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดูดซึม = ข้อมูลเข้ากับของเดิมได้เลย · ปรับโครงสร้าง = ต้องเปลี่ยนความเข้าใจเดิม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แบบแรกคือ การดูดซึม (Assimilation) คือรับข้อมูลใหม่เข้าไปในโครงสร้างเดิมโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดูดซึม = ข้อมูลเข้ากับของเดิมได้เลย · ปรับโครงสร้าง = ต้องเปลี่ยนความเข้าใจเดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q132
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนที่เรียนเก่งจับคู่คอยประกบและให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ยังเรียนไม่เข้าใจ เพื่อช่วยให้เพื่อนสามารถทำใบงานได้สำเร็จ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาในข้อใด

  • ก. เพียเจต์
  • ข. อีริคสัน
  • ค. บรูเนอร์
  • ง. ไวก็อตสกี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไวก็อตสกี" การจัดกิจกรรมให้เพื่อนที่เก่งกว่าช่วยเหลือเพื่อนที่ยังไม่เข้าใจบทเรียน สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องพื้นที่รอยต่อพัฒนาการ (ZPD) และการเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding) ซึ่งตามข้อสอบมักเฉลยว่าเป็นแนวคิดของไวก็อตสกี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพียเจต์" ผิด: เพียเจต์เป็นเจ้าของทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา 4 ขั้น ไม่ใช่เจ้าของแนวคิดการจับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน • "อีริคสัน" ผิด: อีริคสันเป็นเจ้าของทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคม 8 ขั้น ไม่ใช่แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนนี้ • "บรูเนอร์" ผิด: บรูเนอร์เป็นทฤษฎีการเรียนรู้แบบค้นพบ แม้มีผู้นำคำว่า Scaffolding มาใช้ต่อแต่ข้อสอบกำหนดให้เป็นแนวคิดของไวก็อตสกี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ถ้าโจทย์บอกว่าครู "จับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน" ให้นึกถึงไวก็อตสกีก่อน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “แนวคิด ZPD และ Scaffolding เป็นของไวก็อตสกี ไม่ใช่เพียเจต์ หรือบรูเนอร์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ถ้าโจทย์บอกว่าครู "จับคู่นักเรียนเก่งกับนักเรียนอ่อน" ให้นึกถึงไวก็อตสกีก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q133
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนที่เป็น "ดอกและผล" มีความหมายและนัยต่อการจัดการเรียนการสอนของครูตามข้อใด

  • ก. คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง โดยครูต้องพัฒนาตั้งแต่รากและลำต้น ไม่ใช่สั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว ✓
  • ข. คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม โดยครูต้องมุ่งเน้นการควบคุมพฤติกรรมเฉพาะหน้าโดยไม่ต้องสร้างพื้นฐานทางจิตใจ
  • ค. คือ ประสบการณ์ทางสังคม โดยครูต้องสั่งให้นักเรียนปฏิบัติพฤติกรรมที่ดีซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัยถาวร
  • ง. คือ จิตลักษณะ 5 ประการ โดยครูต้องเน้นพัฒนาที่ตัวพฤติกรรมภายนอกมากกว่าการเสริมสร้างสติปัญญา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง โดยครูต้องพัฒนาตั้งแต่รากและลำต้น ไม่ใช่สั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ดอกและผล หมายถึง พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม ซึ่งมีนัยต่อครูว่าหากอยากให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดี (ผล) ครูจะต้องพัฒนาตั้งแต่รากและลำต้น ไม่ใช่สั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม โดยครูต้องมุ่งเน้นการควบคุมพฤติกรรมเฉพาะหน้าโดยไม่ต้องสร้างพื้นฐานทางจิตใจ" ผิด: เหตุผลเชิงจริยธรรมเป็นองค์ประกอบหนึ่งของส่วนลำต้น ไม่ใช่ดอกและผล และการพัฒนาต้องสร้างจากรากและลำต้น • "คือ ประสบการณ์ทางสังคม โดยครูต้องสั่งให้นักเรียนปฏิบัติพฤติกรรมที่ดีซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัยถาวร" ผิด: ประสบการณ์ทางสังคมเป็นองค์ประกอบของส่วนราก ไม่ใช่ดอกและผล และครูไม่ควรเน้นเพียงการสั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว • "คือ จิตลักษณะ 5 ประการ โดยครูต้องเน้นพัฒนาที่ตัวพฤติกรรมภายนอกมากกว่าการเสริมสร้างสติปัญญา" ผิด: จิตลักษณะ 5 ประการเป็นองค์ประกอบของส่วนลำต้น ไม่ใช่ดอกและผล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดอกและผล คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “นัยต่อครูคือ ถ้าอยากให้เด็กมีพฤติกรรมดี (ผล) ต้องพัฒนาตั้งแต่รากและลำต้น ไม่ใช่สั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดอกและผล คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q134
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีสื่อการสอนหลากหลาย แต่นักเรียนชั้น ป.2 คนหนึ่งกลับไม่มีสมาธิในการเรียนและนั่งซึม เมื่อสอบถามพบว่านักเรียนไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียน ตามแนวคิดลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ครูควรตระหนักถึงสิ่งใดเป็นลำดับแรก

  • ก. ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นที่ยอมรับและมีความรักในกลุ่มเพื่อน
  • ข. ดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้ ✓
  • ค. มอบหมายงานท้าทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กบรรลุศักยภาพสูงสุด
  • ง. ยกย่องชมเชยพฤติกรรมเชิงบวกเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้" ตามแนวคิดลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ เด็กที่ไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียนถือว่าความต้องการขั้นที่ 1 (ทางร่างกาย) ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียนต่อให้ครูสอนสนุกแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น ครูจึงต้องดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนที่จะคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นที่ยอมรับและมีความรักในกลุ่มเพื่อน" ผิด: การสร้างการยอมรับเป็นความต้องการขั้นที่ 3 ซึ่งไม่สามารถตอบสนองได้สำเร็จหากความต้องการพื้นฐานทางร่างกายยังไม่ได้รับการดูแล • "มอบหมายงานท้าทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กบรรลุศักยภาพสูงสุด" ผิด: การบรรลุศักยภาพสูงสุดเป็นความต้องการขั้นที่ 5 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดและไม่สามารถพัฒนาได้หากความต้องการขั้นพื้นฐานยังบกพร่อง • "ยกย่องชมเชยพฤติกรรมเชิงบวกเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่า" ผิด: การสร้างความรู้สึกมีคุณค่าเป็นความต้องการขั้นที่ 4 ซึ่งยังไม่ใช่ลำดับแรกที่ต้องแก้ปัญหาเมื่อนักเรียนขาดความต้องการทางร่างกาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กที่ไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียน (ขั้นที่ 1 ไม่ได้รับการตอบสนอง) จะไม่มีสมาธิเรียน ต่อให้ครูสอนสนุกแค่ไหน เด็กที่ถูกเพื่อนรังแก (ขั้นที่ 2) ก็เรียนไม่ได้เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่โรงเรียนมีโครงการอาหารกลางวัน อาหารเช้า และนโยบายโรงเรียนปลอดภัย (ดูนโยบาย ศธ. ข้อ 4 ในบทที่ 1) ครูจึงต้องดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “เด็กที่ไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียน (ขั้นที่ 1 ไม่ได้รับการตอบสนอง) จะไม่มีสมาธิเรียน ต่อให้ครูสอนสนุกแค่ไหน เด็กที่ถูกเพื่อนรังแก (ขั้นที่ 2) ก็เรียนไม่ได้เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่โรงเรียนมีโครงการอาหารกลางวัน อาหารเช้า และนโยบายโรงเรียนปลอดภัย (ดูนโยบาย ศธ. ข้อ 4 ในบทที่ 1) ครูจึงต้องดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q135
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดจิตวิทยาการศึกษา กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใด

  • ก. กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น
  • ข. การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ
  • ค. สิ่งเร้ากับการตอบสนอง ✓
  • ง. โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สิ่งเร้ากับการตอบสนอง" กลุ่มพฤติกรรมนิยมมองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้า (Stimulus) กับการตอบสนอง (Response) โดยมุ่งเน้นการจัดสิ่งเร้าภายนอกและไม่สนใจกระบวนการคิดในสมองของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น" ผิด: เป็นแนวคิดของกลุ่มพุทธินิยมที่มุ่งเน้นกระบวนการรู้คิดและการหยั่งเห็นความสัมพันธ์ภายในจิตใจ • "การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ" ผิด: เป็นแนวคิดของทฤษฎีการเรียนรู้ทางปัญญาสังคมที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการสังเกตและการเลียนแบบตัวแบบ • "โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม" ผิด: เป็นแนวคิดของกลุ่มสร้างสรรค์ความรู้ที่เน้นการเชื่อมโยงและปรับโครงสร้างปัญญากับประสบการณ์เดิม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้มองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งเร้า (Stimulus) กับ การตอบสนอง (Response)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้มองว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สังเกตได้ ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งเร้า (Stimulus) กับ การตอบสนอง (Response)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q136
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitivism) และกลุ่มการสร้างความรู้ (Constructivism) มีมุมมองต่อกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญตามข้อใด

  • ก. เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน
  • ข. เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้
  • ค. เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน
  • ง. เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม" กลุ่มปัญญานิยมและกลุ่มการสร้างความรู้มองว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ และการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม โดยครูต้องเน้นให้ผู้เรียนคิด ไม่ใช่แค่ทำตาม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน" ผิด: การปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเป็นแนวคิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายนอกของกลุ่มพฤติกรรมนิยม • "เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้" ผิด: การเสริมแรงและการให้ผู้เรียนเพียงทำตามเป็นหลักการของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ขณะที่กลุ่มปัญญานิยมเน้นให้ผู้เรียนคิด • "เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน" ผิด: การมองว่าการเรียนรู้คือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกเป็นแนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ไม่ใช่กลุ่มปัญญานิยม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้แย้งพฤติกรรมนิยมว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจาก กระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “กลุ่มนี้แย้งพฤติกรรมนิยมว่า การเรียนรู้ไม่ได้เป็นแค่การตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่เกิดจาก กระบวนการคิดภายในสมอง เช่น การรับรู้ การจำ การทำความเข้าใจ การเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q137
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หากครูประจำชั้นต้องการนำแนวคิดทฤษฎีมนุษยนิยมของโรเจอร์ส (Carl Rogers) มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน ครูควรมีบทบาทและปฏิบัติตนอย่างไร

  • ก. ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ ✓
  • ข. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรม
  • ค. ปรับพฤติกรรมผู้เรียนอย่างต่อเนื่องโดยการให้รางวัลและการเสริมแรงที่เหมาะสม
  • ง. กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุมพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ" ตามแนวคิดทฤษฎีมนุษยนิยมของโรเจอร์ส (Carl Rogers) การจัดการเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ครูต้องทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับ แสดงความจริงใจ และเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองอย่างเต็มที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรม" ผิด: เป็นแนวคิดการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Bandura) ที่เน้นการเป็นแบบอย่างและการสังเกตตัวแบบ • "ปรับพฤติกรรมผู้เรียนอย่างต่อเนื่องโดยการให้รางวัลและการเสริมแรงที่เหมาะสม" ผิด: เป็นแนวคิดการปรับพฤติกรรมด้วยการให้รางวัลและการเสริมแรงของกลุ่มพฤติกรรมนิยม • "กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุมพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย" ผิด: เป็นแนวคิดการกำหนดจุดมุ่งหมายทางการศึกษา 3 ด้านของบลูม (Bloom) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “โรเจอร์สเสนอการสอนแบบ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ที่ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับ ครูแสดงความจริงใจ และเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “โรเจอร์สเสนอการสอนแบบ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ที่ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการยอมรับ ครูแสดงความจริงใจ และเข้าใจความรู้สึกของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q138
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มปัญญานิยม แนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความหมายและการใช้ Advance Organizer สัมพันธ์กับนักทฤษฎีท่านใด

  • ก. แบนดูรา
  • ข. ออซูเบล ✓
  • ค. กาเย่
  • ง. บรูเนอร์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ออซูเบล" ตามทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม ออซูเบลมีคำสำคัญคือการเรียนรู้อย่างมีความหมายและ Advance Organizer จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ส่วนกาเย่มีคำสำคัญคือเหตุการณ์การสอน 9 ขั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แบนดูรา" ผิด: แบนดูราอยู่ในกลุ่มการเรียนรู้ทางสังคมที่มีคำสำคัญคือตัวแบบ ตุ๊กตาโบโบ้ และ Self-efficacy • "กาเย่" ผิด: กาเย่อยู่ในกลุ่มปัญญานิยมที่มีคำสำคัญคือเหตุการณ์การสอน 9 ขั้น ไม่ใช่ Advance Organizer • "บรูเนอร์" ผิด: บรูเนอร์อยู่ในกลุ่มปัญญานิยมที่มีคำสำคัญคือการค้นพบ และหลักสูตรเกลียว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | ออซูเบล | มีความหมาย · Advance Organizer |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | กาเย่ | เหตุการณ์การสอน 9 ขั้น |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| ปัญญานิยม | ออซูเบล | มีความหมาย · Advance Organizer |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q139
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ข้อใดระบุกลุ่มเป้าหมายหรือการใช้เครื่องมือในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามหลักการ

  • ก. ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา
  • ข. แบบประเมิน SDQ นำมาเริ่มใช้ในขั้นที่ 4
  • ค. ขั้นที่ 4 ดำเนินการเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา ✓
  • ง. ขั้นที่ 1 และ 2 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อเก็บข้อมูล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นที่ 4 ดำเนินการเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา" ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกำหนดให้ขั้นที่ 4 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหาเพื่อป้องกันและแก้ไข ส่วนขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา รวมถึงขั้นที่ 1–2 ต้องดำเนินการกับนักเรียนทุกคน โดยแบบประเมิน SDQ จะนำมาใช้ในขั้นที่ 1–2 เพื่อรู้จักนักเรียนและคัดกรอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา" ผิด: ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนาต้องทำกับนักเรียนทุกคน ไม่ได้ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มมีปัญหา • "แบบประเมิน SDQ นำมาเริ่มใช้ในขั้นที่ 4" ผิด: แบบประเมิน SDQ นำมาใช้ในขั้นที่ 1–2 เพื่อรู้จักและคัดกรอง ไม่ใช่เริ่มใช้ในขั้นที่ 4 • "ขั้นที่ 1 และ 2 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อเก็บข้อมูล" ผิด: ขั้นที่ 1 และ 2 ต้องทำกับนักเรียนทุกคนเพื่อเก็บข้อมูลและคัดกรอง ไม่ใช่ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา (และขั้นที่ 1–2 ที่ทำกับทุกคนเพื่อเก็บข้อมูลและคัดกรอง) ส่วนขั้นที่ 4 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา · SDQ ใช้ในขั้นที่ 1–2 (รู้จักและคัดกรอง)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา (และขั้นที่ 1–2 ที่ทำกับทุกคนเพื่อเก็บข้อมูลและคัดกรอง) ส่วนขั้นที่ 4 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา · SDQ ใช้ในขั้นที่ 1–2 (รู้จักและคัดกรอง)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q140
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาความวิตกกังวล หากครูต้องการนำหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ครูควรแสดงบทบาทและท่าทีในการสนทนากับนักเรียนอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมที่สุด

  • ก. ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ
  • ข. วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที
  • ค. ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม
  • ง. รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน" ตามแนวคิดจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส ครูผู้ให้คำปรึกษาต้องปฏิบัติตนโดยยึดหลักการยอมรับผู้รับการปรึกษาอย่างไม่มีเงื่อนไข มีความจริงใจ มีความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) รวมทั้งต้องไม่ตัดสินและไม่สั่งสอน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสำรวจตนเองและเกิดความไว้วางใจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่การกำหนดเงื่อนไขในการช่วยเหลือ • "วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการรับฟังด้วย Empathy และไม่ตัดสิน ไม่ใช่การด่วนตัดสินถูกผิดเพื่อส่งต่อทันที • "ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม" ผิด: แนวคิดของโรเจอร์สเน้นการไม่สั่งสอนและไม่ตัดสิน ไม่ใช่การตักเตือนหรือสั่งสอนให้ปฏิบัติตาม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “Client-Centered (โรเจอร์ส) | ยอมรับไม่มีเงื่อนไข · จริงใจ · Empathy · ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “Client-Centered (โรเจอร์ส) | ยอมรับไม่มีเงื่อนไข · จริงใจ · Empathy · ไม่ตัดสิน ไม่สั่งสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q141
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) เด็กในขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน เป็นผลมาจากข้อจำกัดทางความคิดในข้อใด

  • ก. การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) ✓
  • ข. การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
  • ค. การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)
  • ง. การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism)" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กวัย 2–7 ปี ในขั้นก่อนปฏิบัติการมีความคิดที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) จึงมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองฝ่ายเดียวและคิดว่าคนอื่นรู้สึกหรือมองเห็นเหมือนตน เช่น เมื่อปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นตนไปด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)" ผิด: การคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence) เป็นพัฒนาการสำคัญในขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor) ไม่ใช่พฤติกรรมการปิดตาแล้วคิดว่าคนอื่นไม่เห็นตน • "การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)" ผิด: การคิดย้อนกลับไม่ได้เป็นข้อจำกัดเรื่องการผันกลับของกระบวนการคิด เช่น ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การมองจากมุมมองตนเอง • "การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)" ผิด: การไม่เข้าใจการคงตัวของปริมาณเป็นข้อจำกัดด้านการตัดสินปริมาตรจากรูปทรงภายนอก เช่น ดูเพียงความสูงของแก้วน้ำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ข้อจำกัดแรกคือ การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) คือมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองเท่านั้น คิดว่าคนอื่นเห็นและรู้สึกเหมือนตน เช่น เด็กปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ข้อจำกัดแรกคือ การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism) คือมองเรื่องต่าง ๆ จากมุมของตนเองเท่านั้น คิดว่าคนอื่นเห็นและรู้สึกเหมือนตน เช่น เด็กปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q142
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) ข้อใดระบุจุดเน้นสำคัญที่แตกต่างจากแนวคิดพัฒนาการของฟรอยด์ได้ถูกต้อง

  • ก. เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก
  • ข. เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต ✓
  • ค. เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง
  • ง. เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต" ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสันแตกต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้นสังคมและความสัมพันธ์มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมพัฒนาการทั้งชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายจำนวน 8 ขั้น ไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่วัยเด็ก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก" ผิด: เป็นลักษณะแนวคิดของฟรอยด์ที่เน้นแรงขับทางเพศและเน้นพัฒนาการเฉพาะช่วงวัยเด็ก • "เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง" ผิด: เป็นแนวคิดเรื่อง Scaffolding และ ZPD ซึ่งเป็นของไวก็อตสกี • "เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น" ผิด: เป็นแนวคิดเรื่องการดูดซึม ปรับโครงสร้าง และขั้นพัฒนาการทางสติปัญญา 4 ขั้นของเพียเจต์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีนี้ต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้น สังคมและความสัมพันธ์ มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมทั้งชีวิตไม่ใช่แค่วัยเด็ก”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ทฤษฎีนี้ต่างจากฟรอยด์ตรงที่เน้น สังคมและความสัมพันธ์ มากกว่าแรงขับทางเพศ และครอบคลุมทั้งชีวิตไม่ใช่แค่วัยเด็ก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q143
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในระหว่างการสอบปลายภาคเรียน เด็กชายมานะตั้งใจทำข้อสอบด้วยตนเองและไม่คิดจะลอกเพื่อน โดยให้เหตุผลว่า "การไม่ทุจริตเป็นกฎของโรงเรียน ซึ่งทุกคนต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด" การให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเด็กชายมานะสอดคล้องกับขั้นใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก (Kohlberg)

  • ก. ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
  • ข. ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ
  • ค. ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม ✓
  • ง. ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม" ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก การให้เหตุผลว่าไม่ลอกข้อสอบเพราะเป็นกฎระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม จัดอยู่ในระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม ซึ่งเป็นการตัดสินการกระทำตามบรรทัดฐาน ระเบียบ และกฎหมายของสังคม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม" ผิด: ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม เป็นระดับเหนือกฎเกณฑ์ที่มองว่ากฎกติกาคือข้อตกลงร่วมกันเพื่อความยุติธรรมและสามารถปรับแก้ได้ • "ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ" ผิด: ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) ตัดสินจากความต้องการให้ผู้อื่น เช่น ครูหรือพ่อแม่ ชื่นชมยอมรับว่าเป็นเด็กดี • "ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ" ผิด: ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ เป็นระดับก่อนกฎเกณฑ์ที่ตัดสินจากความกลัวผลการลงโทษที่จะเกิดกับตนเอง เช่น กลัวครูจับได้แล้วถูกลงโทษ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ตัดสินจากความคาดหวังของสังคม ขั้นที่ 3 ทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) "ไม่ลอกเพราะอยากให้ครูและพ่อแม่ชมว่าเป็นเด็กดี" ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม "ไม่ลอกเพราะเป็นกฎของโรงเรียน ทุกคนต้องทำตามกฎ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ระดับที่ 2 ตามกฎเกณฑ์ (Conventional) ตัดสินจากความคาดหวังของสังคม ขั้นที่ 3 ทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ (หลักการเป็นเด็กดี) "ไม่ลอกเพราะอยากให้ครูและพ่อแม่ชมว่าเป็นเด็กดี" ขั้นที่ 4 ทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม "ไม่ลอกเพราะเป็นกฎของโรงเรียน ทุกคนต้องทำตามกฎ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q144
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ข้อใดจัดเป็นองค์ประกอบในส่วน "รากของต้นไม้จริยธรรม"

  • ก. ทำงานเพื่อส่วนรวม
  • ข. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
  • ค. เหตุผลเชิงจริยธรรม
  • ง. สุขภาพจิต ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สุขภาพจิต" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนที่เป็นรากประกอบด้วย สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต สำหรับเหตุผลเชิงจริยธรรมและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นองค์ประกอบของลำต้น ส่วนการทำงานเพื่อส่วนรวมเป็นพฤติกรรมในส่วนดอกและผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทำงานเพื่อส่วนรวม" ผิด: ทำงานเพื่อส่วนรวมจัดเป็นพฤติกรรมในส่วนดอกและผล ไม่ใช่ส่วนราก • "แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์" ผิด: แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นองค์ประกอบของลำต้น ไม่ใช่ส่วนราก • "เหตุผลเชิงจริยธรรม" ผิด: เหตุผลเชิงจริยธรรมเป็นองค์ประกอบของลำต้น ไม่ใช่ส่วนราก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “"รากของต้นไม้จริยธรรม" มีอะไร คำตอบคือ สติปัญญา · ประสบการณ์ทางสังคม · สุขภาพจิต ตัวลวงคือองค์ประกอบของลำต้น เช่น เหตุผลเชิงจริยธรรม หรือแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ดอกและผล คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง เช่น ขยันเรียน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อส่วนรวม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “"รากของต้นไม้จริยธรรม" มีอะไร คำตอบคือ สติปัญญา · ประสบการณ์ทางสังคม · สุขภาพจิต ตัวลวงคือองค์ประกอบของลำต้น เช่น เหตุผลเชิงจริยธรรม หรือแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q145
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow) ข้อใดระบุความต้องการขั้นสูงสุดและขั้นที่ 4 ได้ถูกต้องตรงตามลำดับ

  • ก. Self-actualization (การเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง) และ การได้รับการยกย่อง ✓
  • ข. ความต้องการทางด้านร่างกาย และ ความต้องการความปลอดภัยมั่นคงในชีวิตและจิตใจ
  • ค. การได้รับการยกย่อง และ Self-actualization (การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน)
  • ง. ความต้องการความปลอดภัย และ ความต้องการความรักและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Self-actualization (การเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง) และ การได้รับการยกย่อง" ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ความต้องการขั้นสูงสุดของมนุษย์คือ Self-actualization หรือการเข้าใจตนเองอย่างแท้จริงและการบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน ส่วนการได้รับการยกย่องจัดเป็นความต้องการในขั้นที่ 4 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความต้องการทางด้านร่างกาย และ ความต้องการความปลอดภัยมั่นคงในชีวิตและจิตใจ" ผิด: ความต้องการทางกายภาพเป็นขั้นที่ 1 และความปลอดภัยเป็นขั้นที่ 2 ไม่ใช่ขั้นสูงสุดและขั้นที่ 4 • "การได้รับการยกย่อง และ Self-actualization (การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน)" ผิด: สลับลำดับกัน เนื่องจากการได้รับการยกย่องเป็นขั้นที่ 4 ส่วน Self-actualization คือขั้นสูงสุด • "ความต้องการความปลอดภัย และ ความต้องการความรักและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม" ผิด: ความต้องการความปลอดภัยเป็นขั้นที่ 2 และความต้องการความรักเป็นขั้นที่ 3 ไม่ใช่ขั้นสูงสุดและขั้นที่ 4 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นสูงสุดคือ Self-actualization (การเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง / การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน) ไม่ใช่ "การได้รับการยกย่อง" ซึ่งเป็นขั้นที่ 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.1 จิตวิทยาพัฒนาการ: “ขั้นสูงสุดคือ Self-actualization (การเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง / การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน) ไม่ใช่ "การได้รับการยกย่อง" ซึ่งเป็นขั้นที่ 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q146
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

เด็กชายก้องเคยถูกครูดุอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ตอบคำถามผิด จนทำให้เกิดความหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นหนังสือแบบฝึกหัด ต่อมาเมื่อเห็นสมุดการบ้านหรือชีตเอกสารประกอบการเรียนที่มีลักษณะรูปเล่มคล้ายคลึงกัน ก้องก็แสดงอาการหวาดกลัวเช่นเดียวกัน พฤติกรรมของก้องตรงกับปรากฏการณ์ใดตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ (Ivan Pavlov)

  • ก. การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)
  • ข. การแผ่ขยาย (Generalization) ✓
  • ค. การจำแนก (Discrimination)
  • ง. การดับสูญ (Extinction)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การแผ่ขยาย (Generalization)" ตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ การแผ่ขยาย (Generalization) คือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่คล้ายกัน การที่ก้องเคยกลัวหนังสือแบบฝึกหัดแล้วแสดงอาการกลัวต่อสมุดหรือเอกสารที่มีลักษณะคล้ายกันจึงตรงกับปรากฏการณ์นี้อย่างชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)" ผิด: การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery) คือการที่พฤติกรรมที่ดับสูญไปแล้วกลับมาแสดงออกใหม่อีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง • "การจำแนก (Discrimination)" ผิด: การจำแนก (Discrimination) คือการแยกได้ว่าสิ่งเร้าใดตามด้วยผลลัพธ์ใดและสิ่งเร้าใดไม่ ซึ่งเป็นการแยกแยะความแตกต่าง ไม่ใช่การตอบสนองเหมือนกันต่อสิ่งเร้าที่คล้ายกัน • "การดับสูญ (Extinction)" ผิด: การดับสูญ (Extinction) คือการที่พฤติกรรมการตอบสนองค่อย ๆ ลดลงและหยุดไปเมื่อให้สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขซ้ำ ๆ โดยไม่มีสิ่งเร้าแท้จริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การแผ่ขยาย (Generalization) ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่คล้ายกัน เช่น เสียงกระดิ่งที่ต่างโทนเล็กน้อยก็ทำให้น้ำลายไหล การจำแนก (Discrimination) แยกได้ว่าเสียงไหนตามด้วยอาหาร เสียงไหนไม่” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การดับสูญ (Extinction) ถ้าสั่นกระดิ่งซ้ำ ๆ โดยไม่ให้อาหารเลย น้ำลายจะค่อย ๆ หยุดไหล การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery) หลังดับสูญไปแล้ว เวลาผ่านไปสักพัก สั่นกระดิ่งใหม่ น้ำลายอาจไหลอีก”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “การแผ่ขยาย (Generalization) ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่คล้ายกัน เช่น เสียงกระดิ่งที่ต่างโทนเล็กน้อยก็ทำให้น้ำลายไหล การจำแนก (Discrimination) แยกได้ว่าเสียงไหนตามด้วยอาหาร เสียงไหนไม่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q147
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของบรูเนอร์ (Jerome Bruner) ขั้นการเรียนรู้ทั้ง 3 ขั้น เรียงลำดับพัฒนาการจากขั้นแรกไปสู่ขั้นสุดท้ายได้ถูกต้องตามข้อใด

  • ก. ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic)
  • ข. ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic)
  • ค. ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) ✓
  • ง. ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic)" ทฤษฎีของบรูเนอร์ระบุว่าการเรียนรู้มี 3 ขั้น เรียงลำดับจากขั้นแรกคือการกระทำ (Enactive) โดยเรียนผ่านการลงมือจับต้อง ต่อด้วยขั้นที่สองคือภาพแทน (Iconic) โดยเรียนผ่านภาพหรือแผนภาพ และขั้นที่สามคือสัญลักษณ์ (Symbolic) โดยเรียนผ่านภาษาและสัญลักษณ์นามธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic)" ผิด: บรูเนอร์กำหนดให้ขั้นภาพแทน (Iconic) เป็นขั้นที่สองก่อนพัฒนาไปสู่ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) • "ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic)" ผิด: บรูเนอร์กำหนดให้ขั้นแรกเริ่มจากการกระทำ (Enactive) ผ่านการลงมือทำจริง ไม่ใช่ขั้นภาพแทน (Iconic) • "ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive)" ผิด: บรูเนอร์กำหนดให้ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) เป็นขั้นสุดท้าย และขั้นแรกต้องเริ่มจากการกระทำ (Enactive) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “บรูเนอร์เสนอว่าการเรียนรู้มี 3 ขั้น ขั้นแรก การกระทำ (Enactive) เรียนผ่านการลงมือจับต้อง ขั้นที่สอง ภาพแทน (Iconic) เรียนผ่านภาพ แผนภาพ ขั้นที่สาม สัญลักษณ์ (Symbolic) เรียนผ่านภาษาและสัญลักษณ์นามธรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “บรูเนอร์เสนอว่าการเรียนรู้มี 3 ขั้น ขั้นแรก การกระทำ (Enactive) เรียนผ่านการลงมือจับต้อง ขั้นที่สอง ภาพแทน (Iconic) เรียนผ่านภาพ แผนภาพ ขั้นที่สาม สัญลักษณ์ (Symbolic) เรียนผ่านภาษาและสัญลักษณ์นามธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q148
teacher_prof_ch2
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

การจำแนกจุดมุ่งหมายทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามข้อใด

  • ก. ปรับเรียงลำดับคิดจากขั้นสูงไปสู่ต่ำ
  • ข. ปรับลดขั้นตอนการคิดเหลือ 5 ขั้น
  • ค. ปรับนำจิตพิสัยมารวมเป็นขั้นสูงสุด
  • ง. ใช้คำกริยาแทนคำนามในฉบับเดิม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้คำกริยาแทนคำนามในฉบับเดิม" การจำแนกจุดมุ่งหมายทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) ยังคงมี 6 ขั้น เรียงลำดับขั้นการคิดจากต่ำไปสูง แต่เปลี่ยนมาใช้คำกริยาแทนคำนามในฉบับเดิม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปรับเรียงลำดับคิดจากขั้นสูงไปสู่ต่ำ" ผิด: ลำดับขั้นของการคิดยังคงเรียงลำดับจากระดับต่ำไปสู่ระดับสูงเช่นเดิม • "ปรับลดขั้นตอนการคิดเหลือ 5 ขั้น" ผิด: ฉบับปรับปรุงยังคงมี 6 ขั้น ไม่ได้ปรับลดขั้นตอนลงเหลือ 5 ขั้น • "ปรับนำจิตพิสัยมารวมเป็นขั้นสูงสุด" ผิด: จิตพิสัยเป็นจุดมุ่งหมายอีกด้านหนึ่ง ไม่ได้ถูกปรับนำมารวมไว้ในพุทธิพิสัย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ด้านที่ข้อสอบถามบ่อยที่สุดคือพุทธิพิสัย ซึ่งมีลำดับขั้นของการคิดจากต่ำไปสูง ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มี 6 ขั้น และใช้ คำกริยา แทนคำนามในฉบับเดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “ด้านที่ข้อสอบถามบ่อยที่สุดคือพุทธิพิสัย ซึ่งมีลำดับขั้นของการคิดจากต่ำไปสูง ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มี 6 ขั้น และใช้ คำกริยา แทนคำนามในฉบับเดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q149
teacher_prof_ch2
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดความรู้สึก ครูรับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ และให้การยอมรับผู้เรียนอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง การจัดกิจกรรมของครูสอดคล้องกับแนวคิดของนักทฤษฎีท่านใด

  • ก. โรเจอร์ส ✓
  • ข. กาเย่
  • ค. แบนดูรา
  • ง. ออซูเบล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "โรเจอร์ส" แนวคิดของโรเจอร์สในกลุ่มมนุษยนิยมเน้นการจัดการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยครูต้องสร้างบรรยากาศที่แสดงถึงการยอมรับ จริงใจ และเข้าใจตัวผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กาเย่" ผิด: กาเย่เป็นนักทฤษฎีกลุ่มปัญญานิยมที่เน้นแนวคิดเหตุการณ์การสอน 9 ขั้น • "แบนดูรา" ผิด: แบนดูราเน้นทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมผ่านตัวแบบและการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-efficacy) • "ออซูเบล" ผิด: ออซูเบลเน้นทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายและการใช้ Advance Organizer อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| มนุษยนิยม | โรเจอร์ส | ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง · ยอมรับ จริงใจ เข้าใจ |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.2 จิตวิทยาการศึกษา: ทฤษฎีการเรียนรู้: “| มนุษยนิยม | โรเจอร์ส | ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง · ยอมรับ จริงใจ เข้าใจ |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q150
teacher_prof_ch2
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง (Client-Centered Therapy) ของ คาร์ล โรเจอร์ส หน้าที่สำคัญของผู้ให้คำปรึกษาคือข้อใด

  • ก. แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน
  • ข. สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง ✓
  • ค. วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  • ง. ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง" ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลางของ คาร์ล โรเจอร์ส มีความเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าใจและแก้ปัญหาของตนเองได้ถ้าอยู่ในบรรยากาศที่เหมาะสม หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึงไม่ใช่การบอกทางแก้ปัญหา แต่คือการสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกได้ด้วยตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน" ผิด: ตามแนวคิดนี้ หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาไม่ใช่การบอกทางแก้ แต่คือการสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง • "วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์" ผิด: การวางเงื่อนไขเพื่อปรับพฤติกรรมเป็นแนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม ไม่ใช่กลุ่มมนุษยนิยมของโรเจอร์ส • "ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล" ผิด: การให้คำปรึกษาแนวนี้ไม่ตัดสิน ตำหนิ สั่งสอน หรือชี้นำพฤติกรรมของผู้รับคำปรึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึง ไม่ใช่บอกทางแก้ แต่คือสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 จิตวิทยาให้คำปรึกษาและการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน: “หน้าที่ของผู้ให้คำปรึกษาจึง ไม่ใช่บอกทางแก้ แต่คือสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q151
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดจับคู่ขอบข่ายการประเมินกับเกณฑ์การตัดสินผลได้ถูกต้อง

  • ก. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน
  • ข. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตัดสินผลเป็น 8 ระดับ (4–0)
  • ค. การประเมินรายวิชา ตัดสินผลการเรียนเป็น 8 ระดับ (4–0) ✓
  • ง. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินรายวิชา ตัดสินผลการเรียนเป็น 8 ระดับ (4–0)" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดให้การประเมินผลการเรียนรู้ระดับรายวิชาตัดสินผลการเรียนเป็น 8 ระดับ (4–0) ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตัดสินเป็นผ่านหรือไม่ผ่าน และการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะตัดสินเป็นดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน" ผิด: หลักสูตรแกนกลางกำหนดให้การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ตัดสินเป็น ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน • "การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตัดสินผลเป็น 8 ระดับ (4–0)" ผิด: หลักสูตรแกนกลางกำหนดให้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตัดสินเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน • "การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน" ผิด: หลักสูตรแกนกลางกำหนดให้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตัดสินเป็น ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “รายวิชา = 8 ระดับ (4–0) · อ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน / คุณลักษณะ = ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน = ผ่าน ไม่ผ่าน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “รายวิชา = 8 ระดับ (4–0) · อ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน / คุณลักษณะ = ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน = ผ่าน ไม่ผ่าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q152
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศักดิ์ต้องการปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากห้องเรียนแบบเดิมมาสู่ “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และทฤษฎี Constructivism ครูสมศักดิ์ควรปรับบทบาทของตนเองและจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

  • ก. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้
  • ข. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ
  • ค. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง
  • ง. ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้" ตามมาตรา 24 (3) และแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) บนฐานทฤษฎี Constructivism ผู้เรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ลงมือทำ ได้คิด พูดคุยแลกเปลี่ยน ปฏิบัติ และสะท้อนสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ ส่วนครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือโค้ชเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้" ผิด: ในห้องเรียน Active Learning ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่เป็นผู้บรรยายให้ผู้เรียนฟังและจดแบบเดิม • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ" ผิด: Active Learning มีฐานจาก Constructivism ไม่ใช่การควบคุมให้ฝึกฝนแบบฝึกหัดซ้ำๆ ตามแนวทางพฤติกรรมนิยม • "ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง" ผิด: Active Learning เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ไม่ใช่การอ่านและทำแบบฝึกหัดตามลำพัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ผู้เรียนเป็น ผู้ลงมือทำ ได้คิด ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ปฏิบัติ และได้ สะท้อนว่าตนเรียนรู้อะไร ส่วนครูเปลี่ยนจากผู้บอกความรู้เป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือ "โค้ช"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “แนวคิดนี้มีฐานจากทฤษฎี Constructivism ในบทที่ 2 และตรงกับมาตรา 24 (3) ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ผู้เรียนเป็น ผู้ลงมือทำ ได้คิด ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ปฏิบัติ และได้ สะท้อนว่าตนเรียนรู้อะไร ส่วนครูเปลี่ยนจากผู้บอกความรู้เป็น ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือ "โค้ช"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q153
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์ที่ได้รับตรงตามข้อใด

  • ก. เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้" ✓
  • ข. เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน"
  • ค. เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ชิ้นงาน"
  • ง. เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ทางแก้"

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้"" ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ระบุวิธีแยกความแตกต่างไว้ว่า Problem-Based เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้" ส่วน Project-Based เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน"" ผิด: ข้อความนี้เป็นจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) • "เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ชิ้นงาน"" ผิด: ข้อความนี้สลับนำจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหามาจับคู่กับผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นงานของโครงงาน ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการ • "เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ทางแก้"" ผิด: ข้อความนี้สลับนำจุดเริ่มต้นของโครงงานมาจับคู่กับผลลัพธ์ของการแก้ปัญหา ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “Problem-Based เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้" · Project-Based เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “Problem-Based เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้" · Project-Based เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q154
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) มีจุดเด่นสำคัญในกระบวนการจัดทำอย่างไร

  • ก. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนการประเมิน
  • ข. คิดเรื่องการประเมินก่อนการวางแผนกิจกรรม ✓
  • ค. ศึกษาเนื้อหาด้วยตนเองก่อนฝึกปฏิบัติในห้อง
  • ง. กำหนดหลักฐานการประเมินหลังจากจัดกิจกรรม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คิดเรื่องการประเมินก่อนการวางแผนกิจกรรม" ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ขั้นที่ 1 คือกำหนดเป้าหมาย ขั้นที่ 2 คือกำหนดหลักฐานการประเมิน และขั้นที่ 3 จึงเป็นการวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ โดยจุดเด่นสำคัญคือ "คิดเรื่องการประเมินก่อนกิจกรรม" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนการประเมิน" ผิด: Backward Design กำหนดหลักฐานการประเมินในขั้นที่ 2 แล้วจึงวางแผนกิจกรรมในขั้นที่ 3 ไม่ใช่วางแผนกิจกรรมก่อนการประเมิน • "ศึกษาเนื้อหาด้วยตนเองก่อนฝึกปฏิบัติในห้อง" ผิด: การให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองก่อนแล้วใช้เวลาในห้องเรียนฝึกปฏิบัติตรงกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) • "กำหนดหลักฐานการประเมินหลังจากจัดกิจกรรม" ผิด: การกำหนดหลักฐานการประเมินต้องดำเนินการก่อนการวางแผนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ไม่ใช่ "วางแผนกิจกรรม" (ซึ่งเป็นขั้นที่ 3) · จุดเด่นคือ คิดเรื่องการประเมินก่อนกิจกรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ไม่ใช่ "วางแผนกิจกรรม" (ซึ่งเป็นขั้นที่ 3) · จุดเด่นคือ คิดเรื่องการประเมินก่อนกิจกรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q155
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ครูให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มแบบคละความสามารถเพื่อช่วยกันทำความเข้าใจเนื้อหา จากนั้นครูจัดให้ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาร่วมแข่งขันเกมตอบคำถามที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนที่ได้กลับไปรวมเป็นคะแนนกลุ่ม การจัดกิจกรรมของครูตรงกับรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือในข้อใด

  • ก. รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
  • ข. รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)
  • ค. รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament) ✓
  • ง. รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament)" การจัดกิจกรรมนี้ตรงกับรูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament) ซึ่งมีโครงสร้างคล้าย STAD แต่เปลี่ยนจากการทดสอบเดี่ยวเป็นการแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)" ผิด: STAD เป็นรูปแบบที่ให้ผู้เรียนแต่ละคนทดสอบเดี่ยว แล้วนำคะแนนพัฒนาการมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม ไม่ได้ใช้การแข่งขันเกม • "รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)" ผิด: จิ๊กซอว์ (Jigsaw) เป็นเทคนิคการแยกย้ายไปศึกษาเนื้อหาเฉพาะตามกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแล้วกลับมาสอนเพื่อนในกลุ่มเดิม • "รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)" ผิด: คู่คิด (Think-Pair-Share) เป็นเทคนิคที่ให้ผู้เรียนคิดคนเดียว จับคู่แลกเปลี่ยนความคิด แล้วจึงแบ่งปันคำตอบกับเพื่อนทั้งชั้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “TGT (Teams–Games–Tournament) โครงสร้างคล้าย STAD แต่แทนที่จะทดสอบเดี่ยว ใช้ การแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “TGT (Teams–Games–Tournament) โครงสร้างคล้าย STAD แต่แทนที่จะทดสอบเดี่ยว ใช้ การแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q156
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามกรอบแนวคิด TPACK สำหรับการจัดการเรียนรู้ของครูยุคดิจิทัล ความรู้ด้านใดหมายถึง "รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน"

  • ก. ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)
  • ข. ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)
  • ค. ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)
  • ง. ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge)" กรอบแนวคิด TPACK กำหนดให้ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) คือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีสอนและเทคนิคการจัดการชั้นเรียน ส่วนความรู้ด้านเนื้อหาคือรู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง และความรู้ด้านเทคโนโลยีคือรู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) หมายถึงความรู้ในเรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง • "ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) หมายถึงการรู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล • "ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)" ผิด: ความรู้ด้านการบูรณาการไม่ได้เป็น 1 ใน 3 ด้านหลักเดี่ยวๆ ในกรอบแนวคิด TPACK อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ด้านแรก ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) รู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง ด้านที่สอง ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน ด้านที่สาม ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) รู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ด้านแรก ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) รู้เรื่องที่สอนอย่างลึกซึ้ง ด้านที่สอง ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge) รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน ด้านที่สาม ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) รู้วิธีใช้เครื่องมือดิจิทัล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q157
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ แพลตฟอร์มที่ครูใช้สำหรับส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ตรวจให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน เช่น Google Classroom หรือ Microsoft Teams มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. ระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) ✓
  • ข. การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)
  • ค. การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
  • ง. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS)" ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า เช่น Google Classroom และ Microsoft Teams ในขณะที่ Blended Learning เป็นรูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน และ DLTV/DLIT เป็นระบบการศึกษาทางไกล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)" ผิด: การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศเน้นการใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์เพื่อช่วยโรงเรียนห่างไกล • "การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)" ผิด: การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเป็นการถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทางผ่านดาวเทียมไปยังปลายทาง • "การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)" ผิด: การเรียนรู้แบบผสมผสานเป็นการผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า เช่น Google Classroom, Microsoft Teams”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า เช่น Google Classroom, Microsoft Teams”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q158
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมเตรียมความพร้อมจัดทำหลักสูตรของโรงเรียน ครูใหม่สอบถามว่าการกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ซึ่งใช้เป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ เป็นหน้าที่ขององค์คณะใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

  • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
  • ค. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ โดยเป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นคณะกรรมการระดับโรงเรียน มิได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางของประเทศ • "คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา" ผิด: คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่บริหารงานบุคคล มิได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลาง • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางระดับประเทศตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q159
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนด "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" ที่ผู้เรียนทุกคนต้องมีและครูผู้สอนต้องช่วยกันพัฒนาไว้ทั้งหมดกี่ประการ

  • ก. 8 ประการ
  • ข. 10 ประการ
  • ค. 5 ประการ ✓
  • ง. 3 ประการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "5 ประการ" หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนไว้ทั้งหมด 5 ประการ ซึ่งถือเป็นความสามารถที่ผู้เรียนทำได้จริงไม่ใช่เพียงแค่รู้ และครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ต้องร่วมมือกันพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "8 ประการ" ผิด: 8 ประการเป็นจำนวนของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร ไม่ใช่สมรรถนะสำคัญ • "10 ประการ" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ไม่ใช่ 10 ประการ • "3 ประการ" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมีสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ไม่ใช่ 3 ประการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมี 5 ประการ ซึ่งครูทุกวิชาต้องช่วยกันพัฒนา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรกำหนดให้ผู้เรียนทุกคนต้องมี 5 ประการ ซึ่งครูทุกวิชาต้องช่วยกันพัฒนา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q160
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายจุดเน้นที่แตกต่างกันระหว่าง "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" กับ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" ได้ถูกต้อง

  • ก. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"
  • ข. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"
  • ค. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"
  • ง. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเปรียบเทียบเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนระบุไว้ว่า ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" ซึ่งหลักสูตรกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ 8 ประการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"" ผิด: หลักสูตรไม่ได้นิยามสมรรถนะว่าคือการสื่อสารภาษาใดได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ใช่การเน้นรู้เนื้อหาอะไร • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"" ผิด: เป็นการสลับความหมายและนำข้อความที่ไม่ใช่เป้าหมายหลักมาปะปน โดยสมรรถนะคือทำอะไรได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือเป็นคนแบบไหน • "สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"" ผิด: หลักสูตรระบุว่าสมรรถนะคือการดูว่าผู้เรียนทำอะไรได้ ไม่ใช่เพียงรู้เนื้อหาอะไร และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือการเป็นคนแบบไหน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" หลักสูตรกำหนดไว้ 8 ประการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ถ้าสมรรถนะคือ "ทำอะไรได้" คุณลักษณะอันพึงประสงค์ก็คือ "เป็นคนแบบไหน" หลักสูตรกำหนดไว้ 8 ประการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q161
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมชายได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงสร้างกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) ของโรงเรียน เพื่อให้ถูกต้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูสมชายจะต้องจัดสรรเวลาสำหรับ "กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" รวมตลอดทั้ง 3 ปี เป็นจำนวนเท่าใด

  • ก. รวม 45 ชั่วโมง ✓
  • ข. รวม 360 ชั่วโมง
  • ค. รวม 120 ชั่วโมง
  • ง. รวม 60 ชั่วโมง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รวม 45 ชั่วโมง" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในส่วนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้กำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) กำหนดให้จัดรวม 45 ชั่วโมง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รวม 360 ชั่วโมง" ผิด: เวลา 360 ชั่วโมง เป็นเกณฑ์เวลาเรียนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้งหมดรวม 3 ปีในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย • "รวม 120 ชั่วโมง" ผิด: เวลา 120 ชั่วโมง เป็นเกณฑ์เวลาเรียนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้งหมดต่อปีในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น • "รวม 60 ชั่วโมง" ผิด: เวลา 60 ชั่วโมง เป็นเกณฑ์กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของระดับประถมศึกษา (ป.1–6) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–6) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถมและมัธยมต้นจัด ปีละ 120 ชั่วโมง มัธยมปลายจัด รวม 3 ปี 360 ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็น กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับประถม (ป.1–6) รวม 60 ชั่วโมง มัธยมต้น (ม.1–3) รวม 45 ชั่วโมง และมัธยมปลาย (ม.4–6) รวม 60 ชั่วโมง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถมและมัธยมต้นจัด ปีละ 120 ชั่วโมง มัธยมปลายจัด รวม 3 ปี 360 ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็น กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับประถม (ป.1–6) รวม 60 ชั่วโมง มัธยมต้น (ม.1–3) รวม 45 ชั่วโมง และมัธยมปลาย (ม.4–6) รวม 60 ชั่วโมง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q162
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มีการย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ไปรวมไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด

  • ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ✓
  • ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้ย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีมาไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งออกเป็นการออกแบบและเทคโนโลยีกับวิทยาการคำนวณ ส่วนกลุ่มสาระเดิมจึงปรับเปลี่ยนเหลือชื่อเพียงกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้รับการปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 แต่ไม่ได้เป็นกลุ่มสาระที่รับย้ายสาระเทคโนโลยีเข้ามา • "กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีการปรับปรุงมาตรฐานและตัวชี้วัดเฉพาะสาระภูมิศาสตร์ ไม่ได้เป็นกลุ่มสาระที่รับย้ายสาระเทคโนโลยี • "กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ" ผิด: กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพคือกลุ่มสาระเดิมที่ถูกตัดย้ายสาระเทคโนโลยีออกไป จนเหลือชื่อเพียงการงานอาชีพ ไม่ใช่กลุ่มสาระใหม่ที่รับย้ายสาระเทคโนโลยีเข้าไป อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “และย้าย สาระเทคโนโลยี ออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี มาไว้ในกลุ่ม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น การออกแบบและเทคโนโลยี กับ วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระเดิมจึงเหลือชื่อว่า "การงานอาชีพ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “และย้าย สาระเทคโนโลยี ออกจากกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี มาไว้ในกลุ่ม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น การออกแบบและเทคโนโลยี กับ วิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระเดิมจึงเหลือชื่อว่า "การงานอาชีพ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q163
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of Experience) ที่นำมาใช้อธิบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ข้อใดระบุหลักการจัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้ได้ถูกต้องตามแนวคิดดั้งเดิมของเดล

  • ก. จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย
  • ข. จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ
  • ค. จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม ✓
  • ง. จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม" ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล ได้จัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ที่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ที่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้รับประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม โดยสัดส่วนตัวเลขการจำได้นั้นไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย" ผิด: การฟังบรรยายหรือสัญลักษณ์ทางคำพูดจัดเป็นนามธรรมที่สุดซึ่งอยู่ที่ยอดกรวย ส่วนฐานกรวยคือประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง • "จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ" ผิด: เดลจัดประสบการณ์รูปธรรมที่สุดไว้ที่ฐานกรวย และจัดนามธรรมที่สุดไว้ที่ยอดกรวย มิใช่จัดนามธรรมไว้ที่ฐาน • "จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90" ผิด: ตัวเลขการจำได้ร้อยละ 10 หรือ 90 ไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล แต่มีผู้นำมาใส่เพิ่มเติมในภายหลัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “เดลจัดประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้ประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ต่อมามีผู้นำกรวยนี้ไปใส่ตัวเลขว่า "อ่านจำได้ 10% ทำเองจำได้ 90%" ซึ่ง ไม่ใช่ข้อค้นพบของเดล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “เดลจัดประสบการณ์การเรียนรู้จากรูปธรรมที่สุด (ประสบการณ์ตรงที่ได้ลงมือทำเอง) อยู่ฐานกรวย ไปจนถึงนามธรรมที่สุด (สัญลักษณ์ทางคำพูด) อยู่ยอดกรวย และเสนอว่าผู้เรียนควรได้ประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนก้าวไปสู่นามธรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q164
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูมณีต้องการนำโมเดลซิปปา (CIPPA Model) ของรองศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา แขมมณี มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน การที่ครูมณีจะนำโมเดลดังกล่าวไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ ควรยึดแนวทางในข้อใด

  • ก. ใช้เป็นแนวทางให้ครูเป็นศูนย์กลางในการบรรยายถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนทุกคน
  • ข. ใช้เป็นแบบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนโดยเน้นเฉพาะเนื้อหาวิชามากกว่ากระบวนการ
  • ค. ใช้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัวที่ต้องจัดกิจกรรมเรียงลำดับครบทุกขั้นอย่างเคร่งครัด
  • ง. ใช้เป็นหลัก 5 ประการในการตรวจว่าการสอนของตนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้เป็นหลัก 5 ประการในการตรวจว่าการสอนของตนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง" ตามแนวคิดโมเดลซิปปา (CIPPA Model) ของรองศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา แขมมณี ไม่ได้เป็นขั้นตอนการสอนที่ตายตัว แต่เป็นหลัก 5 ประการที่ครูนำมาใช้เพื่อตรวจดูว่าการจัดการเรียนการสอนของตนนั้นเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่ โดยแต่ละตัวอักษรมาจากแนวคิดทางการศึกษาที่ต่างกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้เป็นแนวทางให้ครูเป็นศูนย์กลางในการบรรยายถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนทุกคน" ผิด: โมเดลซิปปามุ่งเน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองและมีส่วนร่วม ไม่ใช่การให้ครูเป็นศูนย์กลางบรรยายถ่ายทอดความรู้ • "ใช้เป็นแบบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนโดยเน้นเฉพาะเนื้อหาวิชามากกว่ากระบวนการ" ผิด: โมเดลซิปปาเน้นกระบวนการเรียนรู้ (Process Learning) และการสร้างความรู้ ไม่ใช่เน้นเฉพาะเนื้อหาในการวัดผลปลายภาค • "ใช้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัวที่ต้องจัดกิจกรรมเรียงลำดับครบทุกขั้นอย่างเคร่งครัด" ผิด: โมเดลซิปปาไม่ได้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัวที่ต้องทำตามลำดับอย่างเคร่งครัด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ไม่ได้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัว แต่เป็น หลัก 5 ประการ ที่ครูใช้ตรวจว่าการสอนของตนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ไม่ได้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัว แต่เป็น หลัก 5 ประการ ที่ครูใช้ตรวจว่าการสอนของตนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q165
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) กิจกรรมใดที่กำหนดให้ผู้เรียนดำเนินการที่บ้าน

  • ก. ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ ✓
  • ข. ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน
  • ค. ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน
  • ง. ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้" การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) สลับบทบาทจากการเรียนแบบเดิม โดยให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วนำเวลาในห้องเรียนมาใช้ทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ และอภิปรายโดยมีครูคอยให้ความช่วยเหลือ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน" ผิด: การร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนและครู • "ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน" ผิด: การฟังบรรยายในห้องเรียนแล้วทบทวนบทเรียน เป็นลักษณะของห้องเรียนแบบเดิมไม่ใช่ห้องเรียนกลับด้าน • "ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ" ผิด: การทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ เป็นกิจกรรมที่จัดในห้องเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ห้องเรียนกลับด้าน สลับกัน ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ อภิปราย โดยมีครูคอยช่วยเหลือ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ห้องเรียนกลับด้าน สลับกัน ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาเองที่บ้านผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้ แล้วใช้เวลาในห้องเรียนทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ แก้โจทย์ อภิปราย โดยมีครูคอยช่วยเหลือ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q166
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) มีจุดเด่นหรือขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกิจกรรมตรงกับข้อใด

  • ก. การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน
  • ข. สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม ✓
  • ค. การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  • ง. ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม" เทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มจะมีหมายเลขประจำตัว เมื่อครูถามคำถาม สมาชิกจะช่วยกันหาคำตอบเพื่อให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครูจะสุ่มเรียกหมายเลขให้ตอบคำถาม ทุกคนจึงต้องทำความเข้าใจเพราะไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะถูกเรียกหรือไม่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน" ผิด: การแยกไปกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแล้วกลับมาสอนกลุ่มบ้านเป็นจุดเด่นของเทคนิค Jigsaw • "การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" ผิด: การทดสอบเดี่ยวและใช้คะแนนพัฒนาการของสมาชิกเป็นจุดเด่นของเทคนิค STAD • "ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน" ผิด: การให้คิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนเป็นจุดเด่นของเทคนิคคู่คิด (Think-Pair-Share) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ร่วมกันคิด (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มมีหมายเลขประจำตัว ครูถามคำถาม กลุ่มช่วยกันหาคำตอบและทำให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครู สุ่มเรียกหมายเลข ให้คนที่มีหมายเลขนั้นตอบ ทุกคนจึงต้องเข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกเรียก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “กลุ่มบ้าน/กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ = Jigsaw · ทดสอบเดี่ยว + คะแนนพัฒนาการ = STAD · แข่งขันเกม = TGT · คิดเดี่ยว → คู่ → ชั้นเรียน = Think-Pair-Share · มีหมายเลข สุ่มเรียก = Numbered Heads Together”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ร่วมกันคิด (Numbered Heads Together) สมาชิกในกลุ่มมีหมายเลขประจำตัว ครูถามคำถาม กลุ่มช่วยกันหาคำตอบและทำให้ทุกคนในกลุ่มตอบได้ จากนั้นครู สุ่มเรียกหมายเลข ให้คนที่มีหมายเลขนั้นตอบ ทุกคนจึงต้องเข้าใจ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกเรียก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q167
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชั้นสามารถเข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็น และร่วมกันปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานได้ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้ตรงกับการใช้เทคโนโลยีระดับใดตามแบบจำลอง SAMR ของ รูเบน พูเอนเตดูรา (Ruben Puentedura)

  • ก. ระดับเสริม (Augmentation)
  • ข. ระดับทดแทน (Substitution)
  • ค. ระดับปรับเปลี่ยน (Modification) ✓
  • ง. ระดับสร้างใหม่ (Redefinition)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับปรับเปลี่ยน (Modification)" ตามแบบจำลอง SAMR ของ รูเบน พูเอนเตดูรา (Ruben Puentedura) การให้นักเรียนเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ที่เพื่อนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแก้ไขร่วมกัน ถือเป็นการออกแบบงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ จึงจัดอยู่ในระดับที่ 3 ปรับเปลี่ยน (Modification) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับเสริม (Augmentation)" ผิด: ระดับเสริมเป็นการทดแทนเครื่องมือเดิมแล้วได้ฟังก์ชันเพิ่มขึ้น เช่น การใช้เครื่องมือตรวจคำสะกดและนับจำนวนคำ • "ระดับทดแทน (Substitution)" ผิด: ระดับทดแทนเป็นการใช้เทคโนโลยีแทนเครื่องมือเดิมโดยหน้าที่ไม่เปลี่ยน เช่น การพิมพ์เรียงความแทนการเขียนด้วยมือ • "ระดับสร้างใหม่ (Redefinition)" ผิด: ระดับสร้างใหม่เป็นการทำงานที่เดิมทำไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยี เช่น การทำเรียงความมัลติมีเดียเผยแพร่ให้นักเรียนต่างประเทศและวิดีโอคอลแลกเปลี่ยนกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR ของ รูเบน พูเอนเตดูรา (Ruben Puentedura) แบ่งการใช้เทคโนโลยีในการสอนเป็น 4 ระดับ ใช้ตรวจว่าเทคโนโลยี "เปลี่ยนการเรียนรู้" จริงหรือแค่ "เปลี่ยนเครื่องมือ"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระดับที่ 3 ปรับเปลี่ยน (Modification) ออกแบบงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ เช่น เขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ที่เพื่อนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแก้ไขร่วมกัน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR ของ รูเบน พูเอนเตดูรา (Ruben Puentedura) แบ่งการใช้เทคโนโลยีในการสอนเป็น 4 ระดับ ใช้ตรวจว่าเทคโนโลยี "เปลี่ยนการเรียนรู้" จริงหรือแค่ "เปลี่ยนเครื่องมือ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q168
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีลักษณะการดำเนินงานที่สำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ข. ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า
  • ค. มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์
  • ง. ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง" การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นการถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง คือ โรงเรียนวังไกลกังวล ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทางเพื่อแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้นในโรงเรียนขนาดเล็ก ส่วนการใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์เป็นรูปแบบของ DLIT และการใช้แพลตฟอร์มส่งงานรับงานเป็นลักษณะของ LMS ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ" ผิด: การใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์เป็นลักษณะของการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) • "ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า" ผิด: การใช้เป็นแพลตฟอร์มส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้าคือระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) • "มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์" ผิด: การจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์เป็นสาระสำคัญของความฉลาดทางดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง (โรงเรียนวังไกลกังวล) ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง และ การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนต้นทาง (โรงเรียนวังไกลกังวล) ผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง และ การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q169
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง

  • ก. จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ✓
  • ข. กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต
  • ค. กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
  • ง. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น" ตามมาตรา 27 วรรคสอง กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ส่วนการกำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพนั้น ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต" ผิด: การกำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี และการดำรงชีวิต เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง • "กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ" ผิด: การกำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่หน้าที่ระดับสถานศึกษา • "กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ" ผิด: การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศเป็นหน้าที่ของหน่วยงานระดับนโยบายส่วนกลาง ไม่ใช่การจัดทำสาระหลักสูตรของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “สถานศึกษา ตามมาตรา 27 วรรคสอง ที่ให้ "สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร… ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ให้ "กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “สถานศึกษา ตามมาตรา 27 วรรคสอง ที่ให้ "สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร… ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q170
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามและร่วมตอบคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนประการใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  • ก. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
  • ข. ความสามารถในการสื่อสาร ✓
  • ค. ความสามารถในการคิด
  • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการสื่อสาร" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ความสามารถในการสื่อสารคือการใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีตัวอย่างกิจกรรมในห้องเรียนคือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเป็นสมรรถนะเกี่ยวกับการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันและการอยู่ร่วมกันในสังคม • "ความสามารถในการคิด" ผิด: ความสามารถในการคิดเป็นเรื่องของการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ มีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เช่น การเปรียบเทียบเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นสมรรถนะในการจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่จุดเน้นของการนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเจรจาต่อรอง แก้ความขัดแย้ง และเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล ตัวอย่างในห้องเรียน คือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเจรจาต่อรอง แก้ความขัดแย้ง และเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล ตัวอย่างในห้องเรียน คือการให้นักเรียนนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q171
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใดหมายถึงการตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้สำเร็จ

  • ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
  • ข. อยู่อย่างพอเพียง
  • ค. มุ่งมั่นในการทำงาน ✓
  • ง. รักความเป็นไทย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มุ่งมั่นในการทำงาน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อกำหนดของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ระบุว่า มุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึงการตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้สำเร็จ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์" ผิด: รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง ภูมิใจในความเป็นชาติไทย ปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ • "อยู่อย่างพอเพียง" ผิด: อยู่อย่างพอเพียง หมายถึง ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง • "รักความเป็นไทย" ผิด: รักความเป็นไทย หมายถึง ภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า และอนุรักษ์ภาษาไทย วัฒนธรรม รวมทั้งภูมิปัญญาไทย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “6. มุ่งมั่นในการทำงาน ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้สำเร็จ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “6. มุ่งมั่นในการทำงาน ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้สำเร็จ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q172
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายโครงสร้างหน่วยกิตตามเกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาได้ถูกต้อง

  • ก. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต
  • ข. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
  • ค. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
  • ง. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกำหนดให้เรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ขณะที่เกณฑ์จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้นกำหนดให้เรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้มัธยมศึกษาตอนต้นเรียนรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมแล้วต้องไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ไม่ใช่ 102 หน่วยกิต • "มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้รายวิชาพื้นฐานของมัธยมศึกษาตอนต้นมี 66 หน่วยกิต ไม่ใช่ 41 หน่วยกิต • "มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต" ผิด: หลักสูตรกำหนดให้รายวิชาพื้นฐานของมัธยมศึกษาตอนปลายมี 41 หน่วยกิต ไม่ใช่ 66 หน่วยกิต อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนปลาย คือรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต เช่นกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนต้น คือเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เกณฑ์จบ มัธยมศึกษาตอนปลาย คือรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต เช่นกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q173
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเตรียมนำไปใช้จัดการเรียนรู้ ข้อใดระบุองค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษาได้ถูกต้องครบถ้วน

  • ก. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล ✓
  • ข. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  • ค. ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  • ง. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ตามมาตรา 27 วรรคสอง หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำขึ้น มีองค์ประกอบหลักที่ต้องกำหนดไว้ ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และตารางสอนรายบุคคลมิใช่องค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา • "ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา โดยมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นและแผนการจัดการเรียนรู้มิใช่องค์ประกอบหลักตามที่ระบุไว้ • "นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล" ผิด: ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์และกิจกรรมแนะแนวมิใช่องค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำตามมาตรา 27 วรรคสอง มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนจัดทำตามมาตรา 27 วรรคสอง มีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q174
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) แบบ 5E มีหลักการสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตรงกับข้อใด

  • ก. ให้ผู้เรียนรับฟังการอธิบายเนื้อหาจากครูเป็นหลัก
  • ข. ให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น ✓
  • ค. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ให้
  • ง. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบซ้ำเพื่อทบทวนความจำเดิม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น" การสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดในการสอนวิทยาศาสตร์ โดยมีหัวใจสำคัญคือให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ผู้เรียนรับฟังการอธิบายเนื้อหาจากครูเป็นหลัก" ผิด: รูปแบบ 5E ไม่ได้เน้นการนั่งฟังคำอธิบายจากครู แต่เน้นให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเอง • "ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ให้" ผิด: รูปแบบ 5E เน้นการสืบเสาะค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น มิใช่เพียงทำตามขั้นตอนสำเร็จรูปที่กำหนดไว้ • "ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบซ้ำเพื่อทบทวนความจำเดิม" ผิด: รูปแบบ 5E เน้นกระบวนการสืบเสาะเพื่อสร้างความเข้าใจ มิใช่การฝึกทำแบบทดสอบซ้ำเพื่อความจำ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 5E เป็นวิธีที่ใช้มากที่สุดในการสอนวิทยาศาสตร์ และนิยมขยายไปใช้กับวิชาอื่น หลักคือให้ผู้เรียน ค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 5E เป็นวิธีที่ใช้มากที่สุดในการสอนวิทยาศาสตร์ และนิยมขยายไปใช้กับวิชาอื่น หลักคือให้ผู้เรียน ค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q175
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการจัดการเรียนรู้รูปแบบ CIPPA Model ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" (Process Learning) มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน
  • ข. ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน
  • ค. ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา ✓
  • ง. ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา" ตามหลัก CIPPA Model ตัว P ตัวที่สองคือ Process Learning หมายถึงการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่การรับรู้เฉพาะเนื้อหา ส่วนการเคลื่อนไหวร่างกายเป็น P ตัวแรก (Physical Participation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน" ผิด: เป็นความหมายของ P ตัวแรก คือ Physical Participation (การมีส่วนร่วมทางกายที่ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย) • "ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน" ผิด: รูปแบบ CIPPA ไม่มีตัวอักษร P ที่มาจากคำว่า Presentation แต่เป็นคำลวงที่มักนำมาสับสน • "ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ" ผิด: รูปแบบ CIPPA ไม่มีตัวอักษร P ที่มาจากคำว่า Practice แต่เป็นคำลวงที่มักนำมาสับสน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Process Learning ผู้เรียนได้เรียนรู้ กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เนื้อหา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Physical Participation ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่นั่งนิ่งตลอดคาบ (มาจากความพร้อมของผู้เรียน)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ข้อสอบชอบสลับหรือใส่คำอื่นเช่น "Practice" หรือ "Presentation"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P = Process Learning ผู้เรียนได้เรียนรู้ กระบวนการ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่เนื้อหา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q176
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยกำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนออกแบบเครื่องดักจับขยะในคูระบายน้ำรอบโรงเรียน หลังจากที่นักเรียนแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล และออกแบบวิธีแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ขั้นตอนถัดไปที่ครูควรให้นักเรียนลงมือปฏิบัติคือข้อใด

  • ก. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • ข. นำเสนอผลการแก้ปัญหา
  • ค. ทดสอบและปรับปรุง
  • ง. วางแผนและสร้างต้นแบบ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วางแผนและสร้างต้นแบบ" ตามแนวทางสะเต็มศึกษา กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมีลำดับขั้นตอนคือ ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูล → ออกแบบวิธีแก้ → วางแผนและสร้างต้นแบบ → ทดสอบและปรับปรุง → นำเสนอ ดังนั้น เมื่อนักเรียนออกแบบวิธีแก้เสร็จแล้ว ขั้นตอนถัดไปจึงเป็นการวางแผนและสร้างต้นแบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง" ผิด: เป็นขั้นตอนก่อนหน้า ซึ่งดำเนินการก่อนขั้นตอนการออกแบบวิธีแก้ปัญหา • "นำเสนอผลการแก้ปัญหา" ผิด: เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมหลังจากทดสอบและปรับปรุงแล้ว • "ทดสอบและปรับปรุง" ผิด: เป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหลังจากสร้างต้นแบบเสร็จสิ้นแล้ว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “โดยใช้ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คือ ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูล → ออกแบบวิธีแก้ → วางแผนและสร้างต้นแบบ → ทดสอบและปรับปรุง → นำเสนอ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “โดยใช้ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คือ ระบุปัญหา → รวบรวมข้อมูล → ออกแบบวิธีแก้ → วางแผนและสร้างต้นแบบ → ทดสอบและปรับปรุง → นำเสนอ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q177
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามรูปแบบและเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD มีจุดเด่นสำคัญตามข้อใด

  • ก. การทดสอบเดี่ยวและคะแนนพัฒนาการ ✓
  • ข. การคิดเดี่ยวแลกเปลี่ยนเป็นคู่สู่ชั้นเรียน
  • ค. การจัดกิจกรรมแข่งขันเกมระหว่างกลุ่ม
  • ง. การจัดกลุ่มบ้านและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การทดสอบเดี่ยวและคะแนนพัฒนาการ" เทคนิค STAD มีจุดเด่นสำคัญคือการทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนช่วยเหลือกันในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การคิดเดี่ยวแลกเปลี่ยนเป็นคู่สู่ชั้นเรียน" ผิด: การคิดเดี่ยว จับคู่ และแบ่งปันทั้งชั้นเรียนเป็นจุดเด่นของเทคนิค Think-Pair-Share • "การจัดกิจกรรมแข่งขันเกมระหว่างกลุ่ม" ผิด: การแข่งขันเกมเป็นจุดเด่นของเทคนิค TGT • "การจัดกลุ่มบ้านและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ" ผิด: กลุ่มบ้านและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเป็นจุดเด่นของเทคนิค Jigsaw อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “กลุ่มบ้าน/กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ = Jigsaw · ทดสอบเดี่ยว + คะแนนพัฒนาการ = STAD · แข่งขันเกม = TGT · คิดเดี่ยว → คู่ → ชั้นเรียน = Think-Pair-Share”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “กลุ่มบ้าน/กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ = Jigsaw · ทดสอบเดี่ยว + คะแนนพัฒนาการ = STAD · แข่งขันเกม = TGT · คิดเดี่ยว → คู่ → ชั้นเรียน = Think-Pair-Share”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q178
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิด SAMR Model การจัดการเรียนรู้ในลักษณะใดจัดอยู่ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับ "เสริม" (Augmentation)

  • ก. การเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ที่เพื่อนเข้ามาแก้ไขร่วมกัน
  • ข. การใช้โปรแกรมพิมพ์งานที่มีตัวช่วยตรวจคำสะกดและนับคำ ✓
  • ค. การพิมพ์เรียงความลงในคอมพิวเตอร์แทนการเขียนด้วยมือ
  • ง. การทำเรียงความมัลติมีเดียและวิดีโอคอลแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การใช้โปรแกรมพิมพ์งานที่มีตัวช่วยตรวจคำสะกดและนับคำ" ตามแนวคิด SAMR Model ระดับเสริม (Augmentation) คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนเครื่องมือเดิมโดยมีฟังก์ชันหรือขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เช่น การใช้โปรแกรมที่มีตัวตรวจคำสะกดและนับคำ ส่วนการพิมพ์แทนการเขียนเป็นระดับทดแทน (Substitution) และการทำงานร่วมกันทางออนไลน์เป็นระดับปรับเปลี่ยน (Modification) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ที่เพื่อนเข้ามาแก้ไขร่วมกัน" ผิด: เป็นระดับปรับเปลี่ยน (Modification) ซึ่งมีการออกแบบภาระงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ • "การพิมพ์เรียงความลงในคอมพิวเตอร์แทนการเขียนด้วยมือ" ผิด: เป็นระดับทดแทน (Substitution) ซึ่งใช้เทคโนโลยีแทนเครื่องมือเดิมโดยหน้าที่ไม่เปลี่ยน • "การทำเรียงความมัลติมีเดียและวิดีโอคอลแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ" ผิด: เป็นระดับสร้างใหม่ (Redefinition) ซึ่งสร้างสรรค์งานที่เดิมทำไม่ได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระดับที่ 1 ทดแทน (Substitution) ใช้เทคโนโลยีแทนเครื่องมือเดิมโดยหน้าที่ไม่เปลี่ยน เช่น พิมพ์เรียงความแทนการเขียนด้วยมือ ระดับที่ 2 เสริม (Augmentation) ทดแทนแล้วยังได้ความสามารถเพิ่ม เช่น ใช้ตัวตรวจคำสะกดและนับคำ ระดับที่ 3 ปรับเปลี่ยน (Modification) ออกแบบงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระดับที่ 1 ทดแทน (Substitution) ใช้เทคโนโลยีแทนเครื่องมือเดิมโดยหน้าที่ไม่เปลี่ยน เช่น พิมพ์เรียงความแทนการเขียนด้วยมือ ระดับที่ 2 เสริม (Augmentation) ทดแทนแล้วยังได้ความสามารถเพิ่ม เช่น ใช้ตัวตรวจคำสะกดและนับคำ ระดับที่ 3 ปรับเปลี่ยน (Modification) ออกแบบงานใหม่อย่างมีนัยสำคัญ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q179
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการทำกิจกรรมกลุ่มวิชาเทคโนโลยี นักเรียนคนหนึ่งแอบถ่ายภาพเพื่อนร่วมชั้นขณะเผลอแล้วนำไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์โดยที่เพื่อนไม่ได้อนุญาต การกระทำดังกล่าวแสดงว่านักเรียนยังขาดทักษะความฉลาดทางดิจิทัลในเรื่องใด ซึ่งครูจำเป็นต้องสอนและเน้นย้ำตามแนวทางการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และมีจริยธรรม

  • ก. การตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์
  • ข. การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาและการอ้างอิงแหล่งที่มา
  • ค. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น ✓
  • ง. การจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น" ตามแนวทางการเสริมสร้างความฉลาดทางดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ การใช้เทคโนโลยีต้องควบคู่กับความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และจริยธรรม โดยครูต้องสอนให้ผู้เรียนรู้จักปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น ซึ่งการไม่ถ่ายภาพเพื่อนไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นตัวอย่างสำคัญของประเด็นนี้โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์" ผิด: การตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์เน้นการกลั่นกรองข้อเท็จจริงของข่าวสาร ไม่ตรงกับกรณีการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น • "การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาและการอ้างอิงแหล่งที่มา" ผิด: การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์และการอ้างอิงแหล่งที่มาเป็นเรื่องของผลงานและทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่การนำภาพส่วนตัวของผู้อื่นไปโพสต์ • "การจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม" ผิด: การจัดสมดุลเวลาหน้าจอเป็นเรื่องของการบริหารเวลาในการใช้อุปกรณ์ ไม่ตรงกับพฤติกรรมการแอบถ่ายภาพเพื่อนไปเผยแพร่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ครูต้องสอนให้ผู้เรียน ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น (เช่น ไม่ถ่ายภาพเพื่อนไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ครูต้องสอนให้ผู้เรียน ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น (เช่น ไม่ถ่ายภาพเพื่อนไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q180
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน หน่วยงานหรือองค์กรใดมีหน้าที่ในการ “กำหนดหลักสูตรแกนกลาง” การศึกษาขั้นพื้นฐาน

  • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  • ค. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตาม ม.27 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดี การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ส่วนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นตาม ม.27 วรรคสอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทกำกับและให้ความเห็นชอบหลักสูตรของสถานศึกษา ไม่ใช่ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่ แต่ไม่มีหน้าที่กำหนดหลักสูตรแกนกลาง • "สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ใช่ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลาง (ม.27 วรรคหนึ่ง) · สถานศึกษาจัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ม.27 วรรคสอง)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลาง (ม.27 วรรคหนึ่ง) · สถานศึกษาจัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ม.27 วรรคสอง)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q181
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในข้อใด

  • ก. ความสามารถในการคิด ✓
  • ข. ความสามารถในการสื่อสาร
  • ค. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
  • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการคิด" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ความสามารถในการคิด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ โดยมีตัวอย่างกิจกรรมคือการให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการสื่อสาร" ผิด: ความสามารถในการสื่อสารมุ่งเน้นการใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด และรับสาร เช่น การนำเสนอผลงานหน้าชั้นและตอบคำถามเพื่อน • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตมุ่งเน้นการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเปรียบเทียบเพื่อสร้างองค์ความรู้ • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: ความสามารถในการแก้ปัญหามุ่งเน้นการเผชิญปัญหาอย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของเหตุผล คุณธรรม และสารสนเทศ เช่น โครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ตัวอย่างคือการให้เปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการสื่อสาร ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก และรับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ตัวอย่างคือการให้เปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q182
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งมอบหมายให้คณะครูร่วมกันจัดทำแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หากต้องการกำหนดเกณฑ์ให้ตรงตามหลักสูตร ครูท่านใดเสนอหัวข้อที่ไม่ได้จัดอยู่ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

  • ก. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"
  • ข. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที" ✓
  • ค. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"
  • ง. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ได้แก่ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย และ 8. มีจิตสาธารณะ ดังนั้น "ความกตัญญูกตเวที" จึงไม่ได้อยู่ในรายการคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการตามหลักสูตร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"" ผิด: "อยู่อย่างพอเพียง" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"" ผิด: "มีจิตสาธารณะ" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 8 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 • "ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"" ผิด: "ซื่อสัตย์สุจริต" จัดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อที่ 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ตัวลวงที่พบบ่อยคือคุณธรรมที่ฟังดูดีแต่ไม่อยู่ในรายการ เช่น กตัญญูกตเวที · ขยันหมั่นเพียร · ประหยัด · มีน้ำใจ · ความกล้าหาญ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “2. ซื่อสัตย์สุจริต ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งกาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผู้อื่น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ตัวลวงที่พบบ่อยคือคุณธรรมที่ฟังดูดีแต่ไม่อยู่ในรายการ เช่น กตัญญูกตเวที · ขยันหมั่นเพียร · ประหยัด · มีน้ำใจ · ความกล้าหาญ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q183
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวปฏิบัติการวัดและตัดสินผลการเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สัญลักษณ์ "ร" มีความหมายตามข้อใด

  • ก. ไม่ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์
  • ข. ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เพราะเวลาเรียนไม่ครบ
  • ค. รอการตัดสิน เช่น ยังส่งงานไม่ครบ หรือป่วยในวันสอบ ✓
  • ง. ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รอการตัดสิน เช่น ยังส่งงานไม่ครบ หรือป่วยในวันสอบ" ตามแนวปฏิบัติการวัดและตัดสินผลการเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สัญลักษณ์ "ร" หมายถึง รอการตัดสิน เช่น นักเรียนยังส่งงานไม่ครบ หรือมีเหตุป่วยในวันสอบ ส่วนกรณีไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาคเพราะเวลาเรียนไม่ครบจะระบุด้วยสัญลักษณ์ "มผ" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์" ผิด: การตัดสินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้เกณฑ์ 2 ระดับ ได้แก่ ผ่าน และไม่ผ่าน โดยไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ ร • "ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เพราะเวลาเรียนไม่ครบ" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายของสัญลักษณ์ "มผ" ซึ่งระบุถึงผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาคเพราะเวลาเรียนไม่ครบ • "ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์" ผิด: การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้เกณฑ์ 4 ระดับ ได้แก่ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน โดยไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ ร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ร" หมายถึง รอการตัดสิน เช่น ยังส่งงานไม่ครบ หรือป่วยในวันสอบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"มผ" หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เพราะเวลาเรียนไม่ครบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ร" หมายถึง รอการตัดสิน เช่น ยังส่งงานไม่ครบ หรือป่วยในวันสอบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q184
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะ 'คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง' สถานศึกษาต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ตามข้อใด

  • ก. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่โดยร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน
  • ข. ผสมผสานสาระความรู้อย่างสมดุลพร้อมปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงามไว้ในทุกวิชา
  • ค. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
  • ง. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและฝึกการปฏิบัติให้ทำได้" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 24 กำหนดแนวทางให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จึงตรงกับข้อแรกอย่างชัดเจน ส่วนข้ออื่นเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ในข้ออื่นของมาตราเดียวกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่โดยร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน" ผิด: ตามกฎหมายเป็นแนวทางข้อ (6) ที่เน้นการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ร่วมกับชุมชน • "ผสมผสานสาระความรู้อย่างสมดุลพร้อมปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงามไว้ในทุกวิชา" ผิด: ตามกฎหมายเป็นแนวทางข้อ (4) ที่เน้นการผสมผสานสาระความรู้อย่างสมดุลและการปลูกฝังคุณธรรม • "จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล" ผิด: ตามกฎหมายเป็นแนวทางข้อ (1) ที่เน้นความสนใจ ความถนัด และความแตกต่างระหว่างบุคคล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กฎหมายกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 24 ซึ่งเป็นฐานของศาสตร์การสอนทั้งหมดในหัวข้อถัดไป” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “(3) "จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กฎหมายกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 24 ซึ่งเป็นฐานของศาสตร์การสอนทั้งหมดในหัวข้อถัดไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q185
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) ครูปิยะต้องการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนเข้าสู่ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) จึงได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนเขียนผังความคิดเพื่อสำรวจสิ่งที่นักเรียนทราบมาก่อนแล้วเกี่ยวกับบทเรียน การจัดกิจกรรมของครูปิยะตรงกับขั้นตอนใด

  • ก. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ✓
  • ข. ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)
  • ค. ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
  • ง. ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation)" รูปแบบ 7E ขยายเพิ่มเติมจาก 5E โดยเพิ่มขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ไว้ก่อนขั้น Engagement เพื่อสำรวจพื้นฐานเดิมเนื่องจากการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม กิจกรรมที่ครูปิยะจัดขึ้นจึงตรงกับขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)" ผิด: ขั้นนำความรู้ไปใช้/ต่อยอด (Extension) เป็นขั้นที่เพิ่มเข้ามาหลังขั้นประเมินผล (Evaluation) เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ ไม่ได้จัดไว้ก่อน Engagement • "ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)" ผิด: ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนนำผลที่ได้จากการค้นหามาอธิบายและเชื่อมโยงหลักการ ไม่ใช่ขั้นเตรียมความรู้เดิมก่อน Engagement • "ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)" ผิด: ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) เป็นขั้นที่ผู้เรียนวางแผนและลงมือทดลองด้วยตนเองหลังจากขั้น Engagement ไม่ใช่ขั้นที่จัดไว้ก่อน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 7E ขยายจาก 5E โดยเพิ่ม 2 ขั้น ขั้นแรกคือ ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ใส่ไว้ ก่อน Engagement เพราะการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “รูปแบบ 7E ขยายจาก 5E โดยเพิ่ม 2 ขั้น ขั้นแรกคือ ตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation) ใส่ไว้ ก่อน Engagement เพราะการเรียนรู้ใหม่ต้องต่อจากความรู้เดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q186
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา (CIPPA Model) ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. Physical Participation
  • ข. Process Learning ✓
  • ค. Presentation
  • ง. Practice

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Process Learning" ตามรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา (CIPPA Model) P ตัวที่สองคือ Process Learning หมายถึงการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ เช่น กระบวนการคิดหรือกระบวนการกลุ่ม ส่วน P ตัวแรกคือ Physical Participation ซึ่งหมายถึงการมีส่วนร่วมทางกาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Physical Participation" ผิด: เป็นความหมายของ P ตัวแรก ซึ่งหมายถึงการมีส่วนร่วมทางกาย • "Presentation" ผิด: เป็นคำลวงที่ข้อสอบมักนำมาสับสน ไม่ใช่ความหมายของตัวอักษร P ในโมเดลนี้ • "Practice" ผิด: เป็นคำลวงที่ข้อสอบมักนำมาสับสน ไม่ใช่ความหมายของตัวอักษร P ในโมเดลนี้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P ตัวแรกคือ Physical Participation (การมีส่วนร่วมทางกาย) · P ตัวที่สองคือ Process Learning (การเรียนรู้กระบวนการ)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “P ตัวแรกคือ Physical Participation (การมีส่วนร่วมทางกาย) · P ตัวที่สองคือ Process Learning (การเรียนรู้กระบวนการ)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q187
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในวิชาชีพครู ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้ถูกต้องที่สุด

  • ก. เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา
  • ข. เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม
  • ค. เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน ✓
  • ง. เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน" PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็นวิธีพัฒนาครูที่รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยน วางแผนการสอน สังเกตการสอน และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือการเรียนรู้ของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา" ผิด: PLC ไม่ใช่การประเมินเพื่อตัดสินเลื่อนขั้นหรือวิทยฐานะ แต่เป็นกระบวนการรวมกลุ่มพัฒนาการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน • "เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม" ผิด: การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นลักษณะของสะเต็มศึกษา (STEM) • "เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน" ผิด: PLC ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็นวิธีพัฒนาครู ส่วนการแบ่งกลุ่มทำงานและเน้นทักษะทางสังคมเป็นลักษณะของการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็น วิธีพัฒนาครู ครูรวมกลุ่มกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อ แลกเปลี่ยน วางแผนการสอนร่วมกัน สังเกตการสอนของกันและกัน และสะท้อนผล โดยมีเป้าหมายร่วมคือ การเรียนรู้ของผู้เรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC (Professional Learning Community) ไม่ใช่วิธีสอนนักเรียนโดยตรง แต่เป็น วิธีพัฒนาครู ครูรวมกลุ่มกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อ แลกเปลี่ยน วางแผนการสอนร่วมกัน สังเกตการสอนของกันและกัน และสะท้อนผล โดยมีเป้าหมายร่วมคือ การเรียนรู้ของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q188
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูมานะสังเกตพบว่าระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนหลายคนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ครูจึงต้องการจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหาที่พบ พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยในชั้นเรียนต่อไป ครูมานะควรดำเนินการระบุข้อมูลดังกล่าวลงในองค์ประกอบใดของแผนการจัดการเรียนรู้

  • ก. สาระสำคัญ
  • ข. กิจกรรมการเรียนรู้
  • ค. การวัดและประเมินผล
  • ง. บันทึกหลังสอน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บันทึกหลังสอน" บันทึกหลังสอนเป็นองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ครูใช้บันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข ซึ่งข้อมูลที่ได้จากบันทึกหลังสอนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สาระสำคัญ" ผิด: สาระสำคัญคือส่วนที่ระบุความคิดรวบยอดของเรื่องที่จัดการเรียนรู้ • "กิจกรรมการเรียนรู้" ผิด: กิจกรรมการเรียนรู้คือขั้นตอนที่วางแผนไว้ล่วงหน้าซึ่งมักแบ่งเป็นขั้นนำ ขั้นสอน และขั้นสรุป • "การวัดและประเมินผล" ผิด: การวัดและประเมินผลคือส่วนที่กำหนดวิธีการและเครื่องมือประเมินตามจุดประสงค์การเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “บันทึกหลังสอน ซึ่งครูบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข บันทึกหลังสอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “บันทึกหลังสอน ซึ่งครูบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหา และแนวทางแก้ไข บันทึกหลังสอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยในชั้นเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q189
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามรูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา SAMR Model ข้อใดคือระดับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด

  • ก. ระดับสร้างใหม่ (Redefinition) ✓
  • ข. ระดับทดแทน (Substitution)
  • ค. ระดับเสริม (Augmentation)
  • ง. ระดับปรับเปลี่ยน (Modification)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับสร้างใหม่ (Redefinition)" ตามกรอบแนวคิด SAMR Model สองระดับแรกจัดเป็นระดับเสริมประสิทธิภาพ (Enhancement) และสองระดับหลังจัดเป็นระดับเปลี่ยนแปลง (Transformation) โดยระดับสูงสุดคือ Redefinition ซึ่งเป็นการทำงานที่เดิมไม่สามารถทำได้เลยหากไม่มีเทคโนโลยี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับทดแทน (Substitution)" ผิด: เป็นระดับที่ 1 หรือขั้นเริ่มต้น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้แทนเครื่องมือเดิมโดยหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง • "ระดับเสริม (Augmentation)" ผิด: เป็นระดับที่ 2 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเสริมประสิทธิภาพ (Enhancement) และยังไม่ใช่ระดับสูงสุด • "ระดับปรับเปลี่ยน (Modification)" ผิด: เป็นระดับที่ 3 ในกลุ่มเปลี่ยนแปลง (Transformation) แต่ระดับสูงสุดคือ Redefinition อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “⚠️ ระดับสูงสุดคือ Redefinition”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “⚠️ ระดับสูงสุดคือ Redefinition”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q190
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) ในสาระวิทยาการคำนวณ กระบวนการพิจารณาตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป และมุ่งเน้นเฉพาะสาระสำคัญที่ใช้ในการแก้ปัญหา เปรียบเหมือนแผนที่รถไฟฟ้าที่ไม่ได้แสดงถนนทุกเส้น จัดเป็นองค์ประกอบใด

  • ก. การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm)
  • ข. การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) ✓
  • ค. การหารูปแบบ (Pattern Recognition)
  • ง. การแยกปัญหาเป็นส่วนย่อย (Decomposition)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction)" การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) คือการตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป ให้เหลือแต่สาระสำคัญในการแก้ปัญหา เช่น แผนที่รถไฟฟ้าที่ไม่ได้แสดงถนนทุกเส้น เพื่อให้เห็นภาพรวมและเข้าใจได้ง่าย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm)" ผิด: การออกแบบอัลกอริทึม คือการเขียนขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ชัดเจนเป็นลำดับขั้นตอน • "การหารูปแบบ (Pattern Recognition)" ผิด: การหารูปแบบ คือการสังเกตสิ่งที่ซ้ำกันเพื่อนำวิธีเดิมมาใช้แก้ปัญหา • "การแยกปัญหาเป็นส่วนย่อย (Decomposition)" ผิด: การแยกปัญหาเป็นส่วนย่อย คือการแตกปัญหาใหญ่ออกเป็นเรื่องย่อยๆ เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เหลือแต่สาระสำคัญ เหมือนแผนที่รถไฟฟ้าที่ไม่ได้แสดงถนนทุกเส้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction) ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เหลือแต่สาระสำคัญ เหมือนแผนที่รถไฟฟ้าที่ไม่ได้แสดงถนนทุกเส้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q191
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำหน่วยการเรียนรู้และเตรียมสร้างข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ครูใหม่เกิดความสับสนว่าควรนำหลักสูตรใดมาเป็นกรอบหลักในการออกแบบ เนื่องจากมีนโยบายกระทรวงศึกษาธิการช่วงปี 2569–2570 หากพิจารณาตามสถานะการบังคับใช้และแนวทางการออกข้อสอบในปัจจุบัน ครูผู้สอนต้องยึดหลักสูตรใดเป็นหลัก

  • ก. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามแผนปฏิรูปการศึกษา
  • ข. หลักสูตรฐานสมรรถนะตามนโยบาย ศธ. ที่กำลังขับเคลื่อนในปัจจุบัน
  • ค. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับปรุง 2560) ✓
  • ง. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 ฉบับยกระดับสมรรถนะ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับปรุง 2560)" หลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งปรับปรุงครั้งสำคัญในปี 2560 แม้นโยบาย ศธ. ช่วงปี 2569–2570 จะผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ แต่ยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน การจัดการเรียนการสอนและข้อสอบจึงยังอิงหลักสูตร 2551 (ปรับปรุง 2560) เป็นหลัก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามแผนปฏิรูปการศึกษา" ผิด: หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ถูกแทนที่ด้วยหลักสูตรแกนกลาง 2551 แล้ว ไม่ได้ใช้บังคับในปัจจุบัน • "หลักสูตรฐานสมรรถนะตามนโยบาย ศธ. ที่กำลังขับเคลื่อนในปัจจุบัน" ผิด: หลักสูตรฐานสมรรถนะตามนโยบาย ศธ. 2569–2570 ยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ยังไม่ได้ประกาศใช้แทนหลักสูตรปัจจุบัน • "หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 ฉบับยกระดับสมรรถนะ" ผิด: หลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2568 ไม่มีอยู่จริงในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรที่ใช้อยู่คือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งปรับปรุงครั้งสำคัญในปี 2560” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ส่วนนโยบาย ศธ. 2569–2570 ผลักดันการเปลี่ยนไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ (บทที่ 1 ข้อ 1.6) ซึ่งยังอยู่ระหว่างขับเคลื่อน ข้อสอบจึงยังอิงหลักสูตร 2551 (ปรับปรุง 2560) เป็นหลัก”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “หลักสูตรที่ใช้อยู่คือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งปรับปรุงครั้งสำคัญในปี 2560”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q192
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านใด มีจุดเน้นให้ผู้เรียนเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ

  • ก. ความสามารถในการคิด
  • ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
  • ค. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
  • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นสมรรถนะที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เช่น การทำโครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในโรงเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการคิด" ผิด: ความสามารถในการคิดเน้นการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบเพื่อสร้างองค์ความรู้ • "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ผิด: ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเน้นการนำกระบวนการไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่น • "ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี" ผิด: ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นสมรรถนะด้านการเลือกและใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่การเผชิญปัญหาบนหลักเหตุผล คุณธรรม และสารสนเทศ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 2 ความสามารถในการคิด ได้แก่ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประการที่ 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q193
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อใดระบุชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้และข้อกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระได้ถูกต้อง

  • ก. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้ ✓
  • ข. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้
  • ค. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้
  • ง. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โครงสร้าง 8 กลุ่มสาระได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โดยแต่ละกลุ่มสาระจะกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้" ผิด: ผิดเพราะในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้ มิใช่สมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ • "มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้" ผิด: ผิดเพราะตามฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ใช้ชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ มิใช่ชื่อเดิม • "มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้" ผิด: ผิดทั้งการใช้ชื่อกลุ่มสาระเดิมก่อนปรับปรุง และระบุสิ่งที่กำหนดในแต่ละกลุ่มสาระไม่ถูกต้องตามโครงสร้างหลักสูตร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี · สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม · สุขศึกษาและพลศึกษา · ศิลปะ · การงานอาชีพ · ภาษาต่างประเทศ แต่ละกลุ่มสาระกำหนด มาตรฐานการเรียนรู้ และ ตัวชี้วัด ไว้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี · สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม · สุขศึกษาและพลศึกษา · ศิลปะ · การงานอาชีพ · ภาษาต่างประเทศ แต่ละกลุ่มสาระกำหนด มาตรฐานการเรียนรู้ และ ตัวชี้วัด ไว้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q194
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นได้รับมอบหมายให้สรุปผลการประเมินปลายปีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อบันทึกในเอกสารหลักฐานทางการศึกษา ในส่วนของ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" และ "กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประจำชั้นจะต้องระบุระดับผลการตัดสินในแต่ละด้านตามข้อใด

  • ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
  • ข. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ✓
  • ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก
  • ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (รวมถึงการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน) กำหนดระดับผลการประเมินเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ในขณะที่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็น 2 ระดับ คือ ผ่าน และ ไม่ผ่าน เท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน" ผิด: สลับเกณฑ์กัน โดยคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต้องใช้ 4 ระดับ (ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน) ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ 2 ระดับ (ผ่าน ไม่ผ่าน) • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก" ผิด: การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่มีระดับปรับปรุง และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้เกณฑ์ ผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ใช่ ผ่าน ตก • "คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน" ผิด: การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไม่ได้ใช้ระดับดีมาก พอใช้ หรือปรับปรุง แต่ใช้ 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใช้ 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม · ดี · ผ่าน · ไม่ผ่าน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้ 2 ระดับ คือ ผ่าน · ไม่ผ่าน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใช้ 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม · ดี · ผ่าน · ไม่ผ่าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q195
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดแนวการจัดการศึกษา วลีสำคัญที่ว่า "คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน" มีที่มาจากบทบัญญัติใด

  • ก. มาตรา 24 (4)
  • ข. มาตรา 24 (1)
  • ค. มาตรา 24 (3) ✓
  • ง. มาตรา 22

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรา 24 (3)" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วลี "คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน" มีที่มาจากมาตรา 24 (3) ที่เน้นการจัดกิจกรรมให้ฝึกปฏิบัติจนทำได้และใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มาตรา 24 (4) เป็นที่มาของวลี "ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา" และมาตรา 22 เป็นที่มาของหลักการ "ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรา 24 (4)" ผิด: มาตรา 24 (4) เป็นที่มาของวลี "ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา" • "มาตรา 24 (1)" ผิด: มาตรา 24 (1) กำหนดเรื่องการจัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล • "มาตรา 22" ผิด: มาตรา 22 เป็นที่มาของหลักการ "ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วลี "คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน" มาจากมาตรา 24 (3) · "ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา" มาจากมาตรา 24 (4) · "ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" มาจากมาตรา 22”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “วลี "คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน" มาจากมาตรา 24 (3) · "ปลูกฝังคุณธรรมไว้ในทุกวิชา" มาจากมาตรา 24 (4) · "ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" มาจากมาตรา 22”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q196
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ รูปแบบ 7E ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากรูปแบบ 5E มีการจัดลำดับขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่างไร

  • ก. Extension อยู่หน้าสุด และ Elicitation อยู่ท้ายสุด
  • ข. Engagement อยู่หน้าสุด และ Evaluation อยู่ท้ายสุด
  • ค. Exploration อยู่หน้าสุด และ Elaboration อยู่ท้ายสุด
  • ง. Elicitation อยู่หน้าสุด และ Extension อยู่ท้ายสุด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Elicitation อยู่หน้าสุด และ Extension อยู่ท้ายสุด" ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ รูปแบบ 7E ได้ขยายเพิ่มเติมจากรูปแบบ 5E โดยมีขั้นตอน Elicitation (การตรวจสอบความรู้เดิม) อยู่ที่ตำแหน่งหน้าสุด และมีขั้นตอน Extension (การนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด) อยู่ที่ตำแหน่งท้ายสุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Extension อยู่หน้าสุด และ Elicitation อยู่ท้ายสุด" ผิด: ระบุสลับตำแหน่งกัน เนื่องจาก Elicitation ต้องอยู่หน้าสุดเพื่อตรวจสอบความรู้เดิม ส่วน Extension ต้องอยู่ท้ายสุดเพื่อต่อยอดความรู้ • "Engagement อยู่หน้าสุด และ Evaluation อยู่ท้ายสุด" ผิด: Engagement และ Evaluation เป็นขั้นตอนเริ่มต้นและขั้นสุดท้ายเดิมของรูปแบบ 5E ไม่ใช่ขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ใน 7E • "Exploration อยู่หน้าสุด และ Elaboration อยู่ท้ายสุด" ผิด: Exploration และ Elaboration เป็นขั้นตอนระหว่างกลางของกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เดิม ไม่ใช่ขั้นหน้าสุดและท้ายสุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ใน 7E: Elicitation อยู่หน้าสุด · Extension อยู่ท้ายสุด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ใน 7E: Elicitation อยู่หน้าสุด · Extension อยู่ท้ายสุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q197
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยคำนึงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีแบบการเรียนรู้แตกต่างกัน บางคนชอบเรียนผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ บางคนชอบฟังทฤษฎี บางคนชอบลงมือปฏิบัติ และบางคนชอบสร้างสรรค์ต่อยอด จึงวางแผนจัดกิจกรรมเป็นวงจรที่สลับการทำงานระหว่างสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา การจัดกิจกรรมของครูสอดคล้องกับแนวคิดในข้อใด

  • ก. การจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT ✓
  • ข. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามโมเดลซิปปา
  • ค. การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)
  • ง. การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT" ตามแนวคิด 4MAT ของ เบอร์นิส แม็คคาร์ธี (Bernice McCarthy) ระบุว่าผู้เรียนมีแบบการเรียนรู้ 4 แบบ ครูจึงจัดกิจกรรมเป็นวงจรที่ครอบคลุมทั้ง 4 แบบ และสลับการใช้สมองซีกซ้ายกับสมองซีกขวา เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้เรียนรู้ทั้งในแบบที่ถนัดและได้ฝึกแบบที่ไม่ถนัด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามโมเดลซิปปา" ผิด: โมเดลซิปปาเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นหลักการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม 5 ด้าน (C-I-P-P-A) • "การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)" ผิด: การออกแบบย้อนกลับเป็นแนวคิดของวิกกินส์และแม็กไทที่เน้นการกำหนดเป้าหมายและหลักฐานการประเมินก่อนออกแบบกิจกรรม • "การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน" ผิด: การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านเน้นการให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาล่วงหน้านอกห้องเรียนแล้วนำเวลาในห้องเรียนมาทำกิจกรรมร่วมกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “4MAT พัฒนาโดย เบอร์นิส แม็คคาร์ธี (Bernice McCarthy) บนแนวคิดว่าผู้เรียนมี แบบการเรียนรู้ 4 แบบ บางคนชอบเรียนผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ บางคนชอบฟังแนวคิดและทฤษฎี บางคนชอบลงมือปฏิบัติ บางคนชอบสร้างสรรค์ต่อยอด ครูจึงจัดกิจกรรมเป็นวงจรที่ครอบคลุมทั้ง 4 แบบ และสลับการใช้ สมองซีกซ้าย (เหตุผล ภาษา) กับ สมองซีกขวา (จินตนาการ ความรู้สึก)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “4MAT พัฒนาโดย เบอร์นิส แม็คคาร์ธี (Bernice McCarthy) บนแนวคิดว่าผู้เรียนมี แบบการเรียนรู้ 4 แบบ บางคนชอบเรียนผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ บางคนชอบฟังแนวคิดและทฤษฎี บางคนชอบลงมือปฏิบัติ บางคนชอบสร้างสรรค์ต่อยอด ครูจึงจัดกิจกรรมเป็นวงจรที่ครอบคลุมทั้ง 4 แบบ และสลับการใช้ สมองซีกซ้าย (เหตุผล ภาษา) กับ สมองซีกขวา (จินตนาการ ความรู้สึก)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q198
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หลักการที่ระบุว่าสมาชิกทุกคนต้องรับผิดชอบส่วนของตนและถูกประเมินรายคนได้ ตรงกับหลักการข้อใด

  • ก. ปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมกัน
  • ข. ความรับผิดชอบรายบุคคล ✓
  • ค. กระบวนการกลุ่ม
  • ง. การพึ่งพาอาศัยกันเชิงบวก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความรับผิดชอบรายบุคคล" ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ความรับผิดชอบรายบุคคล คือหลักการที่กำหนดว่าทุกคนต้องรับผิดชอบส่วนของตนและถูกประเมินรายคนได้ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานกลุ่มที่ทิ้งภาระให้คนใดคนหนึ่งทำแล้วคนอื่นมีเพียงชื่อ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมกัน" ผิด: ปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมกัน หมายถึง การช่วยเหลือ อธิบาย และให้กำลังใจกันระหว่างสมาชิก • "กระบวนการกลุ่ม" ผิด: กระบวนการกลุ่ม หมายถึง การที่กลุ่มร่วมกันทบทวนว่าทำงานร่วมกันดีหรือยังและควรปรับปรุงอะไร • "การพึ่งพาอาศัยกันเชิงบวก" ผิด: การพึ่งพาอาศัยกันเชิงบวก หมายถึง งานจะสำเร็จได้ต้องอาศัยทุกคน ไม่ใช่การประเมินรายคน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “หลักที่สอง ความรับผิดชอบรายบุคคล ทุกคนต้องรับผิดชอบส่วนของตนและถูกประเมินรายคนได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “หลักที่สอง ความรับผิดชอบรายบุคคล ทุกคนต้องรับผิดชอบส่วนของตนและถูกประเมินรายคนได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q199
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ตามศาสตร์การสอน ข้อใดจำแนกจุดเน้นสำคัญระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based) และการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based) ได้ถูกต้อง

  • ก. Problem-Based เริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมทางกายภาพ ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่
  • ข. Problem-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข
  • ค. Problem-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน ✓
  • ง. Problem-Based เริ่มต้นจากการเรียนเนื้อหาที่บ้าน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายสู่การประเมิน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Problem-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน" ตามศาสตร์การสอน รูปแบบ Problem-Based มีจุดเน้นสำคัญคือเริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่ทางแก้ปัญหา ส่วน Project-Based มีจุดเน้นคือเริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ชิ้นงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Problem-Based เริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมทางกายภาพ ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่" ผิด: การมีส่วนร่วมทางกายภาพ (Physical Participation) และการประยุกต์ใช้ (Application) เป็นองค์ประกอบของรูปแบบ CIPPA • "Problem-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข" ผิด: สลับจุดเน้นกัน โดย Problem-Based เน้นปัญหาไปสู่ทางแก้ ส่วน Project-Based เน้นความสนใจไปสู่ชิ้นงาน • "Problem-Based เริ่มต้นจากการเรียนเนื้อหาที่บ้าน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายสู่การประเมิน" ผิด: การเรียนเนื้อหาที่บ้านเป็นลักษณะของ Flipped Classroom และเป้าหมายสู่การประเมินเป็นของ Backward Design อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Problem-Based / Project-Based | ปัญหา → ทางแก้ / ความสนใจ → ชิ้นงาน |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Problem-Based / Project-Based | ปัญหา → ทางแก้ / ความสนใจ → ชิ้นงาน |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q200
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูวารีต้องการสร้างบทเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ โดยได้ดำเนินการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ วางโครงสร้างเนื้อหา ออกแบบกิจกรรม และกำหนดวิธีการประเมินผลไว้เป็นแบบร่าง การดำเนินงานนี้ตรงกับขั้นตอนใดของ ADDIE Model

  • ก. ขั้น Analysis (วิเคราะห์)
  • ข. ขั้น Implementation (นำไปใช้)
  • ค. ขั้น Development (พัฒนา)
  • ง. ขั้น Design (ออกแบบ) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้น Design (ออกแบบ)" ตามแนวคิด ADDIE Model ขั้น Design (ออกแบบ) เป็นขั้นตอนการออกแบบวัตถุประสงค์ โครงสร้างเนื้อหา กิจกรรม และวิธีประเมิน ส่วนการลงมือสร้างสื่อจริงจะเป็นขั้น Development ดังนั้นการวางแผนและกำหนดองค์ประกอบดังกล่าวจึงจัดอยู่ในขั้น Design (ออกแบบ) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้น Analysis (วิเคราะห์)" ผิด: ขั้น Analysis (วิเคราะห์) เป็นการวิเคราะห์ผู้เรียน เป้าหมาย เนื้อหา และบริบท • "ขั้น Implementation (นำไปใช้)" ผิด: ขั้น Implementation (นำไปใช้) เป็นการนำสื่อหรือบทเรียนที่สร้างเสร็จแล้วไปใช้กับผู้เรียน • "ขั้น Development (พัฒนา)" ผิด: ขั้น Development (พัฒนา) เป็นการลงมือสร้างสื่อและบทเรียนจริงหลังจากที่ได้ออกแบบแล้ว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “Design (ออกแบบ) ออกแบบวัตถุประสงค์ โครงสร้างเนื้อหา กิจกรรม และวิธีประเมิน Development (พัฒนา) ลงมือสร้างสื่อและบทเรียนจริง Implementation (นำไปใช้) นำไปใช้กับผู้เรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “Design (ออกแบบ) ออกแบบวัตถุประสงค์ โครงสร้างเนื้อหา กิจกรรม และวิธีประเมิน Development (พัฒนา) ลงมือสร้างสื่อและบทเรียนจริง Implementation (นำไปใช้) นำไปใช้กับผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q201
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ การสอนให้ผู้เรียนใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ ตรงกับนิยามของข้อใด

  • ก. AI Literacy ✓
  • ข. AI for All
  • ค. Decomposition
  • ง. Computational Thinking

Explanation: คำตอบที่ถูก: "AI Literacy" การสอนให้ผู้เรียนใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ คือนิยามของ AI Literacy ตามนโยบาย ศธ. ภายใต้แนวคิด AI for All ส่วน Computational Thinking และ Decomposition เป็นเรื่องของการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบในกลุ่มวิทยาการคำนวณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "AI for All" ผิด: AI for All เป็นกรอบแนวคิดหลักของนโยบาย ไม่ใช่นิยามของการใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ • "Decomposition" ผิด: Decomposition คือการคิดเชิงคำนวณในขั้นตอนการแยกปัญหาออกเป็นส่วนย่อย • "Computational Thinking" ผิด: Computational Thinking คือการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบที่คอมพิวเตอร์หรือคนนำไปทำตามได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “และต้องสอนผู้เรียนให้ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นนิยามของ AI Literacy ในนโยบาย ศธ. 2569–2570 ข้อ 3.1 ภายใต้แนวคิด AI for All” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) คือการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบที่คอมพิวเตอร์หรือคนนำไปทำตามได้ มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การแยกปัญหาเป็นส่วนย่อย (Decomposition)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “และต้องสอนผู้เรียนให้ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ ซึ่งเป็นนิยามของ AI Literacy ในนโยบาย ศธ. 2569–2570 ข้อ 3.1 ภายใต้แนวคิด AI for All”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q202
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนินการบนพื้นฐานความเชื่อในข้อใด

  • ก. ทุกคนมีเจตคติพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดชีวิตเหมือนกัน
  • ข. ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ✓
  • ค. ทุกคนต้องได้รับการฝึกทักษะอาชีพตามความต้องการของรัฐ
  • ง. ทุกคนมีความถนัดและศักยภาพด้านวิชาการเท่าเทียมกัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ" วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ นอกจากนี้ยังสอดรับกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ที่กำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทุกคนมีเจตคติพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดชีวิตเหมือนกัน" ผิด: หลักสูตรมุ่งปลูกฝังทักษะและเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาตลอดชีวิต มิได้มองว่าทุกคนมีเจตคติเหมือนกันอยู่แล้ว • "ทุกคนต้องได้รับการฝึกทักษะอาชีพตามความต้องการของรัฐ" ผิด: หลักสูตรเน้นการสร้างทักษะพื้นฐานและเจตคติที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพของผู้เรียน ไม่ใช่การบังคับฝึกตามความต้องการของรัฐ • "ทุกคนมีความถนัดและศักยภาพด้านวิชาการเท่าเทียมกัน" ผิด: หลักสูตรเชื่อมั่นว่าผู้เรียนทุกคนพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล มิได้เชื่อว่าทุกคนมีความถนัดหรือศักยภาพเท่าเทียมกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “โดยมุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ประโยคสุดท้ายสอดรับกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ที่วางหลักว่า "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “โดยมุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q203
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมแนะแนวให้นักเรียนฝึกบทบาทสมมุติในการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้เรียนรู้วิธีจัดการปัญหาและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิตประจำวัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในด้านใด

  • ก. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  • ข. ความสามารถในการสื่อสาร
  • ค. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ✓
  • ง. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเป็นสมรรถนะที่เน้นการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนการจัดการปัญหาความขัดแย้งและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยมีตัวอย่างชัดเจนคือกิจกรรมฝึกการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความสามารถในการแก้ปัญหา" ผิด: ความสามารถในการแก้ปัญหาเน้นการเผชิญปัญหาบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และสารสนเทศ เช่น การทำโครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในโรงเรียน • "ความสามารถในการสื่อสาร" ผิด: ความสามารถในการสื่อสารเน้นการรับและส่งสาร ถ่ายทอดความรู้ความคิดและความรู้สึก ไม่ใช่การฝึกปฏิเสธเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ • "ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ" ผิด: ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเน้นการเลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและมีคุณธรรม เช่น การทำสื่อนำเสนอโดยอ้างแหล่งที่มาของภาพ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ จัดการปัญหาและความขัดแย้ง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตัวอย่างคือกิจกรรมฝึกการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่ไฟฟ้า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ จัดการปัญหาและความขัดแย้ง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ตัวอย่างคือกิจกรรมฝึกการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่ไฟฟ้า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q204
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดระบุลักษณะของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3 ลักษณะ ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  • ข. กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  • ค. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  • ง. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และกิจกรรมชุมนุม ชมรม นั้นจัดรวมอยู่ในกิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยกต่างหาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" ผิด: กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีไม่ใช่ลักษณะแยกต่างหาก แต่จัดรวมอยู่ภายใต้กิจกรรมนักเรียน • "กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" ผิด: ขาดกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมลูกเสือเนตรนารีจัดรวมอยู่ภายใต้กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยกต่างหาก • "กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" ผิด: กิจกรรมชุมนุมชมรมไม่ใช่ลักษณะแยกต่างหาก แต่จัดรวมอยู่ภายใต้กิจกรรมนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “มี 3 ลักษณะ ลักษณะแรก กิจกรรมแนะแนว ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง วางแผนการเรียนและอาชีพ ลักษณะที่สอง กิจกรรมนักเรียน ซึ่งรวม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และ กิจกรรมชุมนุม ชมรม ลักษณะที่สาม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “⚠️ "ลูกเสือ" และ "ชุมนุม" อยู่ใน กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยก · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “มี 3 ลักษณะ ลักษณะแรก กิจกรรมแนะแนว ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง วางแผนการเรียนและอาชีพ ลักษณะที่สอง กิจกรรมนักเรียน ซึ่งรวม ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และ กิจกรรมชุมนุม ชมรม ลักษณะที่สาม กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q205
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดระบุเงื่อนไขพื้นฐานด้านเวลาเรียนเพื่อมีสิทธิ์รับการประเมินผลในแต่ละรายวิชาได้ถูกต้อง

  • ก. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ" ✓
  • ข. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
  • ค. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
  • ง. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เงื่อนไขพื้นฐานที่นำมาใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล และหากมีเวลาเรียนไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าวจะได้ผลการประเมินเป็น "มผ" ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"" ผิด: หลักสูตรกำหนดสัดส่วนเวลาเรียนไว้ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ไม่ใช่ร้อยละ 70 • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"" ผิด: หลักสูตรกำหนดเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และหากไม่ถึงจะได้ "มผ" ไม่ใช่ร้อยละ 60 หรือ "ไม่ผ่าน" • "ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"" ผิด: หลักสูตรระบุว่าหากเวลาเรียนไม่ถึงเกณฑ์จะได้ผลการเรียน "มผ" ไม่ใช่ "ไม่ผ่าน" อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เงื่อนไขพื้นฐานที่ใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมี เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล ถ้าไม่ถึงจะได้ "มผ"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “เงื่อนไขพื้นฐานที่ใช้กับทุกรายวิชาคือ ผู้เรียนต้องมี เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิ์รับการประเมินผล ถ้าไม่ถึงจะได้ "มผ"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q206
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นประเมินนักเรียนที่มีพฤติกรรมชอบช่วยเหลือเพื่อน มีความเสียสละ อาสาดูแลรักษาทรัพย์สินของห้องเรียน และร่วมทำประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน พฤติกรรมของนักเรียนรายนี้สอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

  • ก. มุ่งมั่นในการทำงาน
  • ข. มีจิตสาธารณะ ✓
  • ค. อยู่อย่างพอเพียง
  • ง. ซื่อสัตย์สุจริต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีจิตสาธารณะ" หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ 8 ประการ พฤติกรรมการช่วยเหลือผู้อื่น การเสียสละเพื่อส่วนรวม และร่วมมือทำประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนตรงกับข้อ 'มีจิตสาธารณะ' ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มุ่งมั่นในการทำงาน" ผิด: เป็นคุณลักษณะที่เน้นความตั้งใจ เอาใจใส่ และพยายามปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จตามเป้าหมาย • "อยู่อย่างพอเพียง" ผิด: เป็นคุณลักษณะที่เน้นการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี • "ซื่อสัตย์สุจริต" ผิด: เป็นคุณลักษณะที่เน้นความประพฤติตรง ไม่คดโกง ปฏิบัติตามความเป็นจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คุณลักษณะอันพึงประสงค์ | 8: รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ · ซื่อสัตย์สุจริต · มีวินัย · ใฝ่เรียนรู้ · อยู่อย่างพอเพียง · มุ่งมั่นในการทำงาน · รักความเป็นไทย · มีจิตสาธารณะ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “คุณลักษณะอันพึงประสงค์ | 8: รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ · ซื่อสัตย์สุจริต · มีวินัย · ใฝ่เรียนรู้ · อยู่อย่างพอเพียง · มุ่งมั่นในการทำงาน · รักความเป็นไทย · มีจิตสาธารณะ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q207
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามศาสตร์การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด

  • ก. การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน
  • ข. การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด
  • ค. กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง ✓
  • ง. ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง" การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง โดยเริ่มจากสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ส่วนผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบเป็นจุดเน้นของโครงงานเป็นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน" ผิด: การมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือผลผลิตเป็นลักษณะของการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน • "การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด" ผิด: การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานต้องเริ่มจากปัญหาจริงหรือสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป • "ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ" ผิด: ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบเป็นจุดเน้นของการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ ผลงานที่จับต้องได้ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q208
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

แนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้ครูคิด "กลับด้าน" ในการวางแผนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญตามข้อใด

  • ก. เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล
  • ข. เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ
  • ค. เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน
  • ง. เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล" ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) ในหนังสือ Understanding by Design เสนอให้ครูคิดกลับด้านจากการเริ่มคิดกิจกรรม มาเป็นการกำหนดเป้าหมายและหลักฐานประเมินก่อน เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล ส่วนการสลับสมองซีกซ้ายและซีกขวา รวมถึงแบบการเรียนรู้ 4 แบบเป็นแนวคิดของ 4MAT ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล" ผิด: เป็นวิธีที่ครูส่วนใหญ่วางแผนแบบเดิมที่มักเริ่มจากกิจกรรมก่อน ซึ่ง Backward Design เสนอให้คิดกลับด้าน • "เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ" ผิด: เป็นแนวคิดของ 4MAT ของเบอร์นิส แม็คคาร์ธี ที่อิงตามแบบการเรียนรู้ 4 แบบ • "เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน" ผิด: เป็นแนวคิดของ 4MAT ที่เน้นสลับการใช้สมองซีกซ้ายกับสมองซีกขวา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “วิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้คิด กลับด้าน ในหนังสือ Understanding by Design เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “สลับการใช้ สมองซีกซ้าย (เหตุผล ภาษา) กับ สมองซีกขวา (จินตนาการ ความรู้สึก)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “วิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้คิด กลับด้าน ในหนังสือ Understanding by Design เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q209
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มหลัก กลุ่มละ 4 คน และแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ข้อย่อยให้สมาชิกแต่ละคนรับผิดชอบคนละ 1 ส่วน จากนั้นให้สมาชิกที่ได้หัวข้อเดียวกันจากแต่ละกลุ่มแยกไปรวมกลุ่มใหม่เพื่อศึกษาค้นคว้าให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะกลับมาถ่ายทอดและอธิบายสอนเพื่อนในกลุ่มหลักของตนเอง การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวตรงกับเทคนิคตามข้อใด

  • ก. จิ๊กซอว์ (Jigsaw) ✓
  • ข. STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
  • ค. TGT (Teams–Games–Tournament)
  • ง. คู่คิด (Think-Pair-Share)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จิ๊กซอว์ (Jigsaw)" ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคจิ๊กซอว์ (Jigsaw) จะแบ่งเนื้อหาออกเป็นหลายส่วน ให้สมาชิกในกลุ่มบ้านรับไปคนละส่วน แล้วไปรวมกับคนที่ได้ส่วนเดียวกันเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อศึกษาให้ลึก จากนั้นจึงกลับมาสอนเพื่อนในกลุ่มบ้านของตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "STAD (Student Teams–Achievement Divisions)" ผิด: STAD เป็นรูปแบบที่จัดกลุ่มคละความสามารถเพื่อเรียนเนื้อหาร่วมกัน จากนั้นทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม • "TGT (Teams–Games–Tournament)" ผิด: TGT เป็นการเรียนรู้แบบร่วมมือที่ใช้การแข่งขันเกมวิชาการระหว่างตัวแทนกลุ่มที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกัน ไม่ใช่การแยกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ • "คู่คิด (Think-Pair-Share)" ผิด: คู่คิด (Think-Pair-Share) เป็นเทคนิคที่ให้ผู้เรียนคิดหาคำตอบเดี่ยวก่อน แล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นจึงแบ่งปันกับกลุ่มหรือชั้นเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จิ๊กซอว์ (Jigsaw) แบ่งเนื้อหาเป็นหลายส่วน สมาชิกแต่ละคนใน กลุ่มบ้าน รับไปคนละส่วน แล้วไปรวมกับคนที่ได้ส่วนเดียวกันจากกลุ่มอื่นเป็น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อศึกษาให้ลึก จากนั้นกลับมา สอนเพื่อนในกลุ่มบ้าน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “STAD (Student Teams–Achievement Divisions) จัดกลุ่ม คละความสามารถ เรียนเนื้อหาร่วมกัน ช่วยกันจนทุกคนเข้าใจ แล้วแต่ละคน ทดสอบเดี่ยว นำ คะแนนพัฒนาการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จิ๊กซอว์ (Jigsaw) แบ่งเนื้อหาเป็นหลายส่วน สมาชิกแต่ละคนใน กลุ่มบ้าน รับไปคนละส่วน แล้วไปรวมกับคนที่ได้ส่วนเดียวกันจากกลุ่มอื่นเป็น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เพื่อศึกษาให้ลึก จากนั้นกลับมา สอนเพื่อนในกลุ่มบ้าน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q210
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามศาสตร์การสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามข้อใด

  • ก. เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน
  • ข. เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม ✓
  • ค. กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน
  • ง. หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม" การออกแบบการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนเริ่มจาก เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม โดยกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการก่อน แล้วจึงกำหนดหลักฐานร่องรอยการวัดและประเมินผล จากนั้นจึงวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด เพราะ Backward Design ต้องกำหนดหลักฐานการประเมินผลก่อนการวางแผนกิจกรรม • "กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด โดยต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายก่อน ไม่ใช่เริ่มจากกิจกรรม • "หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย" ผิด: เป็นลำดับที่ผิด เพราะต้องเริ่มต้นจากเป้าหมายการเรียนรู้เป็นลำดับแรก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Backward Design (วิกกินส์ แม็กไท) | เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “| Backward Design (วิกกินส์ แม็กไท) | เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q211
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการออกแบบการเรียนการสอนด้วยแบบจำลอง ADDIE Model ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง

  • ก. การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล
  • ข. การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล
  • ค. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล ✓
  • ง. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ขั้นตอนของ ADDIE Model มี 5 ขั้นตามลำดับคือ Analysis, Design, Development, Implementation และ Evaluation โดยจำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" ซึ่งขั้นตอนการออกแบบ (Design) จะต้องมาก่อนการพัฒนาสื่อจริง (Development) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ผิด: นำขั้นตอนการออกแบบขึ้นก่อนขั้นตอนการวิเคราะห์ ซึ่งไม่ถูกต้องตามลำดับของ ADDIE • "การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล" ผิด: สลับขั้นตอนระหว่างการพัฒนาและการออกแบบ ซึ่งตามแบบจำลอง ADDIE การออกแบบต้องมาก่อนการพัฒนา • "การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล" ผิด: นำขั้นตอนการนำไปใช้ขึ้นก่อนขั้นตอนการพัฒนาสื่อ ซึ่งต้องพัฒนาสร้างสื่อให้เสร็จก่อนนำไปใช้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “จำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือสลับ Design กับ Development (ออกแบบต้องมาก่อนพัฒนา)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “จำว่า "วิ–ออก–พัฒนา–ใช้–ประเมิน" · ตัวลวงที่พบบ่อยคือสลับ Design กับ Development (ออกแบบต้องมาก่อนพัฒนา)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q212
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ไปถึงระดับสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR (พูเอนเตดูรา) จากแนวคิดดังกล่าว ขั้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ครูมุ่งหวังให้เกิดขึ้นตรงกับข้อใด

  • ก. Augmentation
  • ข. Substitution
  • ค. Modification
  • ง. Redefinition ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Redefinition" ตามแบบจำลอง SAMR ของพูเอนเตดูรา มีลำดับการใช้เทคโนโลยีเริ่มจาก Substitution ไปยัง Augmentation, Modification จนถึง Redefinition ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดในการจัดการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Augmentation" ผิด: Augmentation เป็นขั้นการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR • "Substitution" ผิด: Substitution เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนที่ ไม่ใช่ขั้นสูงสุดของแบบจำลอง SAMR • "Modification" ผิด: Modification เป็นขั้นปรับเปลี่ยนภาระงานการเรียนรู้ แต่ยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR (พูเอนเตดูรา) | Substitution → Augmentation → Modification → Redefinition (สูงสุด)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “SAMR (พูเอนเตดูรา) | Substitution → Augmentation → Modification → Redefinition (สูงสุด)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q213
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วางหลักการจัดการศึกษาอันเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" โดยกำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักใด

  • ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ✓
  • ข. ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้
  • ค. ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน
  • ง. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 22 ได้วางหลักการจัดการศึกษาว่า "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด" ซึ่งข้อความนี้ถือเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" ในวงการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด • "ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด • "ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน" ผิด: ข้อความนี้ไม่ใช่ข้อความตามหลักการที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดผู้เรียนสำคัญที่สุด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q214
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้าน “ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี” ได้ถูกต้อง

  • ก. การเลือกใช้เทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
  • ข. การเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม ✓
  • ค. การนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง และจัดการปัญหาความขัดแย้ง
  • ง. การทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญประการที่ 5 คือความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถึงการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม ส่วนการจัดการปัญหาและการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์เป็นทักษะชีวิต และความสามารถในการแข่งขันไม่ใช่สมรรถนะตามหลักสูตร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเลือกใช้เทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน" ผิด: ความสามารถในการแข่งขันและความสามารถทางภาษาต่างประเทศเป็นตัวลวง ไม่ใช่สมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร • "การนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง และจัดการปัญหาความขัดแย้ง" ผิด: เป็นสาระสำคัญของความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มิใช่ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี • "การทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์" ผิด: เป็นองค์ประกอบของความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต นำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ จัดการปัญหาและความขัดแย้ง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ตัวลวงที่พบบ่อยคือ "ความสามารถในการแข่งขัน" หรือ "ความสามารถทางภาษาต่างประเทศ" ซึ่งไม่ใช่ 5 สมรรถนะ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q215
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการได้เสนอจัดหมวดหมู่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ หากครูได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตร ควรให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร

  • ก. คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ
  • ข. รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
  • ค. รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ ✓
  • ง. รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีเพียง 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4 ลักษณะ โดยกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไม่ได้แยกเป็นลักษณะเดี่ยว แต่จัดรวมอยู่ภายใต้กิจกรรมนักเรียน จึงต้องปรับลดและจัดหมวดหมู่ให้ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ" ผิด: หลักสูตรแกนกลางกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้เพียง 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4 ลักษณะ • "รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ" ผิด: ลูกเสือไม่ได้จัดอยู่ในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ แต่จัดอยู่ในกิจกรรมนักเรียน • "รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ" ผิด: กิจกรรมชุมนุมไม่ได้จัดรวมกับกิจกรรมแนะแนว แต่จัดอยู่ในกิจกรรมนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ลูกเสือ" และ "ชุมนุม" อยู่ใน กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยก · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “"ลูกเสือ" และ "ชุมนุม" อยู่ใน กิจกรรมนักเรียน ไม่ใช่ลักษณะแยก · กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมี 3 ลักษณะ ไม่ใช่ 4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q216
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากสิ่งใดควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน

  • ก. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่านคิดวิเคราะห์และการทดสอบระดับชาติ
  • ข. เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 การทดสอบกลางภาค การทดสอบปลายภาคและการประเมินตามตัวชี้วัด
  • ค. ความรู้และทักษะกระบวนการ คุณธรรมจริยธรรม ชิ้นงานภาระงานและการทดสอบตามมาตรฐานการเรียนรู้
  • ง. พัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 26 กำหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อให้การประเมินมีความหลากหลายและทำระหว่างเรียน ไม่ใช่เพียงการสอบปลายภาคครั้งเดียว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่านคิดวิเคราะห์และการทดสอบระดับชาติ" ผิด: กฎหมายไม่ได้กำหนดรายการดังกล่าว แต่เป็นองค์ประกอบการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลาง • "เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 การทดสอบกลางภาค การทดสอบปลายภาคและการประเมินตามตัวชี้วัด" ผิด: เวลาเรียนร้อยละ 80 เป็นเงื่อนไขพื้นฐานการมีสิทธิ์รับการประเมินในรายวิชา ไม่ใช่องค์ประกอบการประเมินตามที่กฎหมายกำหนด • "ความรู้และทักษะกระบวนการ คุณธรรมจริยธรรม ชิ้นงานภาระงานและการทดสอบตามมาตรฐานการเรียนรู้" ผิด: เป็นถ้อยคำทั่วไปเกี่ยวกับการวัดผลการเรียนรู้ ไม่ใช่องค์ประกอบที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 26 กำหนดว่า "ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 26 กำหนดว่า "ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q217
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อใดอธิบายเกณฑ์เกี่ยวกับโครงสร้างหน่วยกิตและการตัดสินผลการเรียนได้ถูกต้อง

  • ก. การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 8 ระดับ ส่วนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน กำหนดไว้ 4 ระดับ ✓
  • ข. การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 4 ระดับ ส่วนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กำหนดไว้ 8 ระดับ
  • ค. เกณฑ์การกำหนดหน่วยกิตของรายวิชา กำหนดให้เวลาเรียน 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต
  • ง. เกณฑ์การจบการศึกษาระดับ ม.ต้น ต้องได้หน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 8 ระดับ ส่วนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน กำหนดไว้ 4 ระดับ" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 8 ระดับ ส่วนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนดไว้ 4 ระดับ จึงถูกต้องตรงตามเกณฑ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 4 ระดับ ส่วนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กำหนดไว้ 8 ระดับ" ผิด: ตามหลักสูตรแกนกลางกำหนดให้ผลการเรียนรายวิชามี 8 ระดับ ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์มี 4 ระดับ ไม่ใช่สลับกัน • "เกณฑ์การกำหนดหน่วยกิตของรายวิชา กำหนดให้เวลาเรียน 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต" ผิด: ตามหลักสูตรแกนกลางกำหนดเกณฑ์ 1 หน่วยกิตเทียบเท่ากับเวลาเรียน 40 ชั่วโมงต่อภาคเรียน ไม่ใช่ 20 ชั่วโมง • "เกณฑ์การจบการศึกษาระดับ ม.ต้น ต้องได้หน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต" ผิด: ตามหลักสูตรแกนกลางการจบระดับ ม.ต้น กำหนดรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต (ส่วน 41 หน่วยกิตเป็นเกณฑ์รายวิชาพื้นฐานของ ม.ปลาย) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “รายวิชา 8 ระดับ · อ่านคิดเขียน/คุณลักษณะ 4 ระดับ · กิจกรรม ผ่าน/ไม่ผ่าน · เวลาเรียน 80% · มผ · ร” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “40 ชม./ภาค = 1 หน่วยกิต · จบ ม.ต้น ≥ 77 (พื้นฐาน 66) · จบ ม.ปลาย ≥ 77 (พื้นฐาน 41 + เพิ่มเติม ≥ 36)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) [หลักสูตรแกนกลาง]: “รายวิชา 8 ระดับ · อ่านคิดเขียน/คุณลักษณะ 4 ระดับ · กิจกรรม ผ่าน/ไม่ผ่าน · เวลาเรียน 80% · มผ · ร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q218
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนรวมกลุ่มตามความสนใจเรื่องขยะ แล้วลงมือทำตั้งแต่การตั้งคำถาม วางแผน ดำเนินการ จนได้ปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในโรงอาหารและนำเสนอผลงาน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการเรียนรู้รูปแบบใด และมีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด

  • ก. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกำหนดสถานการณ์ปัญหาจริงที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
  • ข. การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ✓
  • ค. การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง
  • ง. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือสร้างผลงานที่จับต้องได้จากการค้นหาข้อมูลร่วมกัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ" การจัดกิจกรรมที่เริ่มจากความสนใจของผู้เรียน ลงมือทำตั้งแต่ตั้งคำถาม วางแผน ดำเนินการ จนได้ชิ้นงานหรือผลผลิตและนำเสนอ จัดเป็นการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) โดยมีจุดเน้นคือผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ส่วนกระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทางเป็นจุดเน้นของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกำหนดสถานการณ์ปัญหาจริงที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป" ผิด: การเริ่มจากสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูปเป็นลักษณะของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ไม่ใช่โครงงานเป็นฐาน • "การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง" ผิด: กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทางเป็นจุดเน้นของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) • "การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือสร้างผลงานที่จับต้องได้จากการค้นหาข้อมูลร่วมกัน" ผิด: กิจกรรมที่เริ่มจากความสนใจจนได้ผลผลิตเป็นโครงงานเป็นฐาน และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานไม่ได้เน้นผลงานที่จับต้องได้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) เริ่มจาก ความสนใจของผู้เรียน แล้วลงมือทำโครงงานตั้งแต่ตั้งคำถาม วางแผน ดำเนินการ จนได้ ชิ้นงานหรือผลผลิต และนำเสนอ จุดเน้นคือ ผลงานที่จับต้องได้ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “จุดเน้นคือ กระบวนการคิดแก้ปัญหา และความรู้ที่ได้ระหว่างทาง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) เริ่มจาก ความสนใจของผู้เรียน แล้วลงมือทำโครงงานตั้งแต่ตั้งคำถาม วางแผน ดำเนินการ จนได้ ชิ้นงานหรือผลผลิต และนำเสนอ จุดเน้นคือ ผลงานที่จับต้องได้ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q219
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) การออกแบบการเรียนรู้ในขั้นที่ 2 คือขั้นตอนใด

  • ก. กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • ข. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้
  • ค. กำหนดหลักฐานการประเมิน ✓
  • ง. กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดหลักฐานการประเมิน" การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 2 คือการกำหนดหลักฐานการประเมิน เพื่อพิจารณาว่าหากผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้วจะแสดงหลักฐานใดออกมา เช่น ชิ้นงาน หรือแบบทดสอบ ซึ่งเป็นการคิดเรื่องการประเมินก่อนวางแผนกิจกรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ" ผิด: การกำหนดเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นขั้นตอนที่ 1 ของการออกแบบย้อนกลับ • "วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้" ผิด: การวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้เป็นขั้นตอนที่ 3 ของการออกแบบย้อนกลับ • "กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้" ผิด: การกำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้เป็นเพียงส่วนประกอบย่อยในกิจกรรม ไม่ใช่ 1 ใน 3 ขั้นตอนหลักของการออกแบบย้อนกลับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ขั้นที่ 2 กำหนดหลักฐานการประเมิน ถ้าผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้ว ครูจะเห็นหลักฐานอะไร เช่น ชิ้นงาน การนำเสนอ แบบทดสอบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ข้อสอบมักถามว่า "ขั้นที่ 2 ของ Backward Design คืออะไร" คำตอบคือ กำหนดหลักฐานการประเมิน ไม่ใช่ "วางแผนกิจกรรม" (ซึ่งเป็นขั้นที่ 3) · จุดเด่นคือ คิดเรื่องการประเมินก่อนกิจกรรม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “ขั้นที่ 2 กำหนดหลักฐานการประเมิน ถ้าผู้เรียนบรรลุเป้าหมายแล้ว ครูจะเห็นหลักฐานอะไร เช่น ชิ้นงาน การนำเสนอ แบบทดสอบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q220
teacher_prof_ch3
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD (Student Teams–Achievement Divisions) มีลักษณะสำคัญของการคิดคะแนนกลุ่มตามข้อใด

  • ก. นำคะแนนสอบเดี่ยวเฉพาะสมาชิกที่ทำคะแนนได้สูงสุดมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  • ข. นำคะแนนที่ได้จากการแข่งขันเกมตอบคำถามในแต่ละโต๊ะมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  • ค. นำคะแนนผลงานจากการสรุปความรู้ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  • ง. นำคะแนนพัฒนาการที่เพิ่มจากคะแนนพื้นฐานของตนเองมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำคะแนนพัฒนาการที่เพิ่มจากคะแนนพื้นฐานของตนเองมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สมาชิกในกลุ่มจะเรียนเนื้อหาร่วมกัน จากนั้นแต่ละคนจะทดสอบเดี่ยว แล้วนำคะแนนพัฒนาการซึ่งเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากคะแนนพื้นฐานของตนเองมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม ส่งผลให้คนเรียนอ่อนสามารถช่วยกลุ่มได้เท่ากับคนเรียนเก่งหากมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นมาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำคะแนนสอบเดี่ยวเฉพาะสมาชิกที่ทำคะแนนได้สูงสุดมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" ผิด: เทคนิค STAD ไม่ได้คัดเลือกเฉพาะคะแนนสูงสุดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ใช้คะแนนพัฒนาการของสมาชิกทุกคนมารวมกัน • "นำคะแนนที่ได้จากการแข่งขันเกมตอบคำถามในแต่ละโต๊ะมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" ผิด: การนำคะแนนจากการแข่งขันเกมตอบคำถามในแต่ละโต๊ะมารวมเป็นคะแนนกลุ่มเป็นลักษณะของเทคนิค TGT • "นำคะแนนผลงานจากการสรุปความรู้ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม" ผิด: การศึกษาในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำความรู้กลับมาช่วยกลุ่มเดิมเป็นลักษณะของเทคนิค Jigsaw อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “นำ คะแนนพัฒนาการ (คะแนนที่เพิ่มจากคะแนนพื้นฐานของตัวเอง) มารวมเป็นคะแนนกลุ่ม คนเรียนอ่อนจึงช่วยกลุ่มได้เท่ากับคนเรียนเก่งถ้าพัฒนาขึ้นมาก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “แทนที่จะทดสอบเดี่ยว ใช้ การแข่งขันเกมตอบคำถาม โดยจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาแข่งกันที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนกลับไปรวมให้กลุ่มของตน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “นำ คะแนนพัฒนาการ (คะแนนที่เพิ่มจากคะแนนพื้นฐานของตัวเอง) มารวมเป็นคะแนนกลุ่ม คนเรียนอ่อนจึงช่วยกลุ่มได้เท่ากับคนเรียนเก่งถ้าพัฒนาขึ้นมาก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q221
teacher_prof_ch3
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมประจำสัปดาห์ คุณครูประจำชั้นและครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาด้านการอ่านของนักเรียน พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบใด

  • ก. PLC ✓
  • ข. 4MAT
  • ค. Backward Design
  • ง. Flipped Classroom

Explanation: คำตอบที่ถูก: "PLC" การกระทำดังกล่าวตรงกับรูปแบบ PLC ซึ่งมีจุดเน้นสำคัญคือครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยร่วมมือกันแลกเปลี่ยนปัญหาและออกแบบแนวทางจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "4MAT" ผิด: 4MAT มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ 4 แบบตามการทำงานของสมองซีกซ้ายและซีกขวา • "Backward Design" ผิด: Backward Design มุ่งเน้นการออกแบบการสอนโดยเริ่มจากเป้าหมาย ไปสู่หลักฐานการประเมิน แล้วจึงจัดกิจกรรม • "Flipped Classroom" ผิด: Flipped Classroom มุ่งเน้นให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาที่บ้าน แล้วนำมาทำกิจกรรมในห้อง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC | ครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “Flipped Classroom | เนื้อหาที่บ้าน · กิจกรรมในห้อง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.2 ศาสตร์การสอน: รูปแบบและเทคนิคที่ต้องรู้: “PLC | ครูรวมกลุ่มพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q222
teacher_prof_ch3
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ ตรงกับข้อใด

  • ก. ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)
  • ข. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ✓
  • ค. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
  • ง. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)" การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) คือรูปแบบที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ โดยมีห้องเรียนกลับด้านเป็นตัวอย่างรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้นี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)" ผิด: ระบบจัดการการเรียนรู้เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า ไม่ใช่รูปแบบการเรียนรู้ที่ผสมสองระบบเข้าด้วยกัน • "การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)" ผิด: การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มของผู้เรียน ไม่ใช่การผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ • "การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)" ผิด: การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเน้นกระบวนการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่รูปแบบการผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับออนไลน์ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เป็นแพลตฟอร์มที่ครูใช้ส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 3 หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้: “การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์ให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q223
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความเชื่อมั่น (Reliability) ข้อใดอธิบายวิธีหรือสูตรการหาค่าความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง

  • ก. การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์
  • ข. สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก
  • ค. สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย ✓
  • ง. การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย" สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้หาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย ส่วนสูตร KR-20 ใช้กับข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนแบบ 0 กับ 1 สำหรับการหาความสอดคล้องภายในจะหาจากการสอบเพียงครั้งเดียว และการสอบซ้ำเป็นการทดสอบด้วยข้อสอบเดิม 2 ครั้ง ไม่ใช่การใช้ข้อสอบคู่ขนาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์" ผิด: การสอบซ้ำเป็นการทดสอบด้วยแบบทดสอบเดิมสองครั้ง ส่วนการใช้แบบทดสอบสองฉบับที่เทียบเท่ากันคือวิธีแบบคู่ขนาน • "สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก" ผิด: สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันใช้กับข้อสอบที่ตรวจให้คะแนนแบบถูกได้ 1 ผิดได้ 0 เช่น ข้อสอบปรนัย ไม่ใช่การให้คะแนนหลายระดับ • "การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง" ผิด: ความสอดคล้องภายในหาจากการทดสอบเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่การทดสอบซ้ำสองครั้ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้กับเครื่องมือที่ ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “KR-20 และ KR-21 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสัน ใช้กับข้อสอบที่ ตรวจให้คะแนนแบบถูกได้ 1 ผิดได้ 0 เช่น ข้อสอบปรนัย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “การสอบซ้ำ (Test–Retest) ทดสอบสองครั้งแล้วหาความสัมพันธ์ แบบคู่ขนาน (Parallel Forms) ใช้แบบทดสอบสองฉบับที่เทียบเท่ากัน และ ความสอดคล้องภายใน (Internal Consistency) หาจากการสอบครั้งเดียว”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha) ใช้กับเครื่องมือที่ ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และข้อสอบอัตนัย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q224
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมควรสร้างแบบทดสอบปลายภาคเรียน โดยกำหนดข้อคำถามอย่างรัดกุมให้นักเรียนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งทำเฉลยเกณฑ์การให้คะแนนอย่างละเอียดเพื่อให้ไม่ว่าครูคนใดเป็นผู้ตรวจก็ให้คะแนนตรงกัน การกระทำของครูสมควรแสดงถึงการคำนึงถึงคุณภาพเครื่องมือวัดผลในด้านใด

  • ก. การใช้งานได้จริง
  • ข. ความยุติธรรม
  • ค. อำนาจจำแนก
  • ง. ความเป็นปรนัย ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเป็นปรนัย" ความเป็นปรนัยหมายถึงความชัดเจนที่ทำให้ผลการวัดไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว ซึ่งมี 3 ด้าน ได้แก่ คำถามชัดเจนทุกคนเข้าใจตรงกัน การตรวจให้คะแนนตรงกันไม่ว่าใครตรวจ และการแปลความหมายคะแนนตรงกัน การที่ครูสร้างคำถามที่เข้าใจตรงกันและมีเกณฑ์ตรวจที่ทุกคนตรวจได้ตรงกันจึงตรงกับคุณสมบัติด้านความเป็นปรนัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การใช้งานได้จริง" ผิด: การใช้งานได้จริงตามหลักการวัดผลคือการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย • "ความยุติธรรม" ผิด: ความยุติธรรมตามหลักการวัดผลคือการไม่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง • "อำนาจจำแนก" ผิด: อำนาจจำแนกเป็นคุณสมบัติในการจำแนกความสามารถของผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อน มิใช่เรื่องความชัดเจนของการตรวจคำถาม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเป็นปรนัย คือความชัดเจนที่ทำให้ผลไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ใช้งานได้จริง (Practicality) คือประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และ ยุติธรรม ไม่เอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเป็นปรนัย คือความชัดเจนที่ทำให้ผลไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q225
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ประกอบด้วยขั้นตอนใดเรียงตามลำดับ

  • ก. วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน ✓
  • ข. วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง
  • ค. วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต
  • ง. วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน" วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR ประกอบด้วยขั้นตอนเรียงลำดับคือ วางแผน (Plan) – ปฏิบัติ (Act) – สังเกต (Observe) – สะท้อน (Reflect) แล้ววนรอบใหม่ ส่วนการวางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง เป็นวงจร PDCA ของเดมมิ่งที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง" ผิด: เป็นขั้นตอนของวงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) ของเดมมิ่งที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ ไม่ใช่วงจร PAOR ของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ • "วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต" ผิด: สลับลำดับขั้นตอน โดยการสะท้อน (Reflect) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรเพื่อวิเคราะห์ผลก่อนนำไปวางแผนรอบใหม่ • "วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน" ผิด: สลับลำดับขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ถูกต้องต้องลงมือปฏิบัติ (Act) ก่อนจึงจะทำการสังเกต (Observe) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “P–A–O–R = วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน แล้ววนรอบใหม่ · ระวังสับสนกับ PDCA ของเดมมิ่ง (Plan–Do–Check–Act) ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ (บทที่ 5) ทั้งสองแบบเป็นวงจรพัฒนาเหมือนกัน แต่ PAOR ใช้กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “P–A–O–R = วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน แล้ววนรอบใหม่ · ระวังสับสนกับ PDCA ของเดมมิ่ง (Plan–Do–Check–Act) ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ (บทที่ 5) ทั้งสองแบบเป็นวงจรพัฒนาเหมือนกัน แต่ PAOR ใช้กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q226
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากครูต้องการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย การเลือกใช้สถิติการทดสอบที (t-test) ในข้อใดถูกต้อง

  • ก. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)
  • ข. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent) ✓
  • ค. การเปรียบเทียบเพื่อบอกสัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)
  • ง. การเปรียบเทียบระหว่างห้องที่สอนด้วยวิธีใหม่กับห้องที่สอนแบบเดิม ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent)" สถิติ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent) ใช้สำหรับการเปรียบเทียบกลุ่มเดียวกันสองครั้ง เช่น การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ส่วน t-test แบบอิสระ (Independent) จะใช้เปรียบเทียบสองกลุ่มที่ต่างกัน เช่น ห้องทดลองกับห้องควบคุม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)" ผิด: t-test แบบอิสระ (Independent) ใช้เมื่อเปรียบเทียบสองกลุ่มที่ต่างกัน ไม่ใช่การวัดกลุ่มเดียวกันสองครั้ง • "การเปรียบเทียบเพื่อบอกสัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)" ผิด: การบอกสัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ตามคู่มือระบุให้ใช้ค่าร้อยละ ไม่ใช่การทดสอบที • "การเปรียบเทียบระหว่างห้องที่สอนด้วยวิธีใหม่กับห้องที่สอนแบบเดิม ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent)" ผิด: การเปรียบเทียบระหว่างสองห้องที่สอนคนละวิธีเป็นกลุ่มที่ต่างกัน จึงต้องใช้ t-test แบบอิสระ (Independent) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “t-test แบบไม่อิสระ (Dependent) ใช้เมื่อเปรียบเทียบ กลุ่มเดียวกันสองครั้ง เช่น คะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียว” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “t-test แบบอิสระ (Independent) ใช้เมื่อเปรียบเทียบ สองกลุ่มที่ต่างกัน เช่น ห้องที่สอนด้วยวิธีใหม่กับห้องที่สอนแบบเดิม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “t-test แบบไม่อิสระ (Dependent) ใช้เมื่อเปรียบเทียบ กลุ่มเดียวกันสองครั้ง เช่น คะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q227
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน การปฏิบัติในข้อใดจัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation) ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา

  • ก. ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน
  • ข. ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง
  • ค. ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน" ✓
  • ง. ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน"" การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ ซึ่งต้องประกอบด้วยสองสิ่งเสมอ คือ ข้อมูลและเกณฑ์ การที่ครูนำคะแนนไปเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 60 แล้วตัดสินผลว่าผ่าน จึงเป็นการประเมินผลอย่างสมบูรณ์ ส่วนข้ออื่นเป็นเพียงกระบวนการวัดผลที่จบแค่การได้ข้อมูลตัวเลขหรือคุณลักษณะ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน" ผิด: เป็นการวัดผลด้วยแบบทดสอบเพื่อให้ได้ตัวเลขคะแนน ซึ่งจบที่การได้ข้อมูลโดยยังไม่ได้บอกว่าผ่านหรือดีหรือไม่ดี • "ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง" ผิด: เป็นการวัดผลโดยใช้แบบสังเกตเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณ ยังไม่มีการนำเกณฑ์มาตัดสินคุณค่า • "ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน" ผิด: เป็นการวัดผลเพื่อรวบรวมข้อมูลคุณลักษณะของผู้เรียนด้วยเครื่องมือ ยังไม่มีการเปรียบเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสิน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ เช่น "เกณฑ์ผ่านคือร้อยละ 60 น้องฟ้าได้ร้อยละ 75 จึง ผ่าน"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การวัดผล (Measurement) คือกระบวนการใช้เครื่องมือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบทดสอบ อาจเป็นแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ ก็ได้) เพื่อให้ได้ ตัวเลขหรือข้อมูล”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ เช่น "เกณฑ์ผ่านคือร้อยละ 60 น้องฟ้าได้ร้อยละ 75 จึง ผ่าน"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q228
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน ตรงกับรูปแบบการประเมินในข้อใด

  • ก. การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)
  • ข. การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)
  • ค. การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)
  • ง. การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning)" ตามหลักการวัดและประเมินผล การประเมินระหว่างเรียน (Formative) มีเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน จึงตรงกับแนวคิดการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ส่วนการประเมินปลายทางเพื่อตัดสินผลคือ Assessment of Learning และการให้ผู้เรียนประเมินตนเองคือ Assessment as Learning ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)" ผิด: Assessment of Learning เป็นการประเมินปลายทางเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ (Summative Assessment) • "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)" ผิด: Assessment as Learning เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนประเมินตนเองและกำกับการเรียนรู้ของตน • "การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)" ผิด: การประเมินแบบอิงกลุ่มมุ่งนำคะแนนไปเปรียบเทียบกับกลุ่มเพื่อการคัดเลือกหรือจัดอันดับ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q229
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สำหรับชิ้นงานหรือภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น การเขียนเรียงความหรือการทำโครงงาน ข้อใดอธิบายลักษณะและความสำคัญของเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ได้ถูกต้อง

  • ก. เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า ✓
  • ข. เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว
  • ค. เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน
  • ง. เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า" เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ใช้ประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว โดยต้องบอกชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การประเมินมีความยุติธรรมและผู้เรียนทราบล่วงหน้าว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะได้คะแนนสูง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว" ผิด: เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ใช้สำหรับงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ไม่ใช่ข้อสอบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว • "เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน" ผิด: การให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้นเป็นแบบ Holistic Rubric ซึ่งมีข้อเสียคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ • "เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน" ผิด: การรวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายพร้อมการสะท้อนความคิดเพื่อแสดงพัฒนาการ เป็นลักษณะของแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การให้คะแนนยุติธรรมและผู้เรียนรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรจึงจะได้คะแนนสูง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อให้การให้คะแนนยุติธรรมและผู้เรียนรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรจึงจะได้คะแนนสูง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q230
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการสร้างแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ หากครูต้องการวัดความเข้าใจเรื่องเศษส่วน แต่ข้อสอบกลับใช้โจทย์ภาษาบรรยายยาวมาก ทำให้นักเรียนที่มีความเข้าใจเศษส่วนแต่อ่านหนังสือไม่คล่องทำข้อสอบผิด แสดงว่าแบบทดสอบชุดนี้ขาดคุณภาพด้านใดมากที่สุด

  • ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
  • ข. ความเที่ยงตรง (Validity) ✓
  • ค. ความเชื่อมั่น (Reliability)
  • ง. อำนาจจำแนก (Discrimination)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเที่ยงตรง (Validity)" ตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้ ความเที่ยงตรง (Validity) คือการที่เครื่องมือวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด เมื่อครูต้องการวัดความเข้าใจเรื่องเศษส่วน แต่ใช้โจทย์ภาษายาวจนกลายเป็นการวัดทักษะการอ่านแทน จึงถือว่าข้อสอบนั้นขาดความเที่ยงตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความเป็นปรนัย (Objectivity)" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะความเป็นปรนัยหมายถึงความชัดเจนของข้อคำถาม การตรวจให้คะแนนที่ตรงกัน และการแปลความหมายคะแนนที่ชัดเจน • "ความเชื่อมั่น (Reliability)" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะความเชื่อมั่นหมายถึงความคงเส้นคงวาหรือความสม่ำเสมอของผลการวัด • "อำนาจจำแนก (Discrimination)" ผิด: ไม่ถูกต้อง เพราะอำนาจจำแนกหมายถึงความสามารถของข้อสอบในการแยกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรง (Validity): วัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ข้อสอบนี้จึงกำลังวัด "การอ่าน" มากกว่า "เศษส่วน" แปลว่า ขาดความเที่ยงตรง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรง (Validity): วัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวัดหรือไม่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q231
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบ ค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบที่มีค่าติดลบ มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. คนเก่งตอบถูกมากกว่าคนอ่อน
  • ข. คนเก่งและคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน
  • ค. คนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง ✓
  • ง. ทั้งคนเก่งและคนอ่อนไม่มีใครตอบถูกเลย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง" ตามหลักการวัดประเมินผล ค่าอำนาจจำแนกที่มีค่าติดลบแปลว่าคนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง ซึ่งถือว่าผิดปกติ มักเกิดจากเฉลยผิด ข้อสอบกำกวม หรือตัวลวงทำให้คนคิดลึกเลือกผิด ส่วนค่าใกล้ 0 แปลว่าคนเก่งกับคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คนเก่งตอบถูกมากกว่าคนอ่อน" ผิด: ค่าที่เป็นบวกตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไปต่างหากที่แปลว่าคนเก่งตอบถูกมากกว่าคนอ่อนและใช้ได้ • "คนเก่งและคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน" ผิด: ค่าใกล้ 0 ต่างหากที่แปลว่าคนเก่งกับคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน • "ทั้งคนเก่งและคนอ่อนไม่มีใครตอบถูกเลย" ผิด: ไม่มีข้อความใดระบุว่าค่าติดลบแปลว่าไม่มีใครตอบถูกเลย แต่หมายถึงกลุ่มคนอ่อนตอบถูกมากกว่ากลุ่มคนเก่ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ค่า ติดลบ แปลว่า คนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง ซึ่งผิดปกติ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ค่า ใกล้ 0 แปลว่าคนเก่งกับคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน ข้อสอบข้อนั้นแยกไม่ได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ค่า ติดลบ แปลว่า คนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง ซึ่งผิดปกติ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q232
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการประเมินคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของคุณภาพด้าน "ความเป็นปรนัย" ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้
  • ข. การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ
  • ค. เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง
  • ง. มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ" ตามหลักการวัดประเมินผล ความเป็นปรนัยหมายถึงความชัดเจนที่ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ ครอบคลุมทั้งความชัดเจนของคำถาม การตรวจให้คะแนน และการแปลผล ส่วนการวัดตรงสิ่งที่ต้องการวัดคือความเที่ยงตรง และการวัดซ้ำได้ผลคงที่คือความเชื่อมั่น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้" ผิด: การจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนเป็นความหมายของอำนาจจำแนก ไม่ใช่ความเป็นปรนัย • "การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ" ผิด: การวัดซ้ำแล้วได้ผลคงที่เป็นความหมายของความเชื่อมั่น ไม่ใช่ความเป็นปรนัย • "เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง" ผิด: การวัดได้ตรงสิ่งที่ต้องการวัดเป็นความหมายของความเที่ยงตรง ไม่ใช่ความเป็นปรนัย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเป็นปรนัย | ชัดเจน ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ | คำถาม · การตรวจ · การแปลผล |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเที่ยงตรง | วัดตรงสิ่งที่ต้องการวัด (สำคัญที่สุด) | เชิงเนื้อหา: IOC ≥ 0.50 · เชิงโครงสร้าง · เชิงสภาพ/พยากรณ์ |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเชื่อมั่น | วัดซ้ำได้ผลคงที่ | สอบซ้ำ · คู่ขนาน · KR-20 (0/1) · แอลฟาครอนบาค (หลายระดับ) |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเป็นปรนัย | ชัดเจน ไม่ขึ้นกับผู้ตรวจ | คำถาม · การตรวจ · การแปลผล |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q233
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศรีสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้น ป.3 โดยตั้งเกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ที่ 80/80 เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่านักเรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81 ตามหลักการหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรม คะแนนร้อยละ 83 และร้อยละ 81 ดังกล่าวตรงกับข้อใดตามลำดับ

  • ก. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) ✓
  • ข. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
  • ค. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
  • ง. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)" การหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรมกำหนดให้ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ ซึ่งเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน เช่น จากแบบฝึกหัด ส่วน E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ซึ่งเป็นร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้จากการทดสอบหลังเรียน ดังนั้น คะแนนแบบฝึกหัดระหว่างเรียนร้อยละ 83 จึงเป็นค่า E1 และคะแนนทดสอบหลังเรียนร้อยละ 81 จึงเป็นค่า E2 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)" ผิด: E1 เป็นคะแนนจากการทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียน และ E2 เป็นคะแนนจากการทดสอบหลังเรียน ข้อนี้สลับสัญลักษณ์กัน • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)" ผิด: E1 เป็นคะแนนระหว่างเรียน ส่วน E2 เป็นคะแนนหลังเรียน ข้อนี้สลับทั้งสัญลักษณ์และความหมาย • "ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)" ผิด: E1 คือประสิทธิภาพของกระบวนการ ไม่ใช่ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และ E2 คือประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ไม่ใช่ประสิทธิภาพของกระบวนการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้จากการทดสอบหลังเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ เป็น ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ผู้เรียนทำได้ระหว่างเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q234
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า "การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล" มีความสัมพันธ์และลักษณะความหมายอย่างไรตามหลักวิชา

  • ก. มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์
  • ข. มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น ✓
  • ค. มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้
  • ง. เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น" ตามหลักการวัดและประเมินผลทางการศึกษา คำว่าการทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล มักถูกนำมาใช้ปนกันบ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วทั้งสามคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปเป็นลำดับขั้น โดยเริ่มจากการทดสอบที่เป็นเครื่องมือในการวัดผล และนำผลที่ได้ไปสู่การประเมินผลต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์" ผิด: คู่มือระบุชัดเจนว่าทั้งสามคำนี้มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น ไม่ได้มีความหมายเดียวกันหรือใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์ • "มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้" ผิด: คู่มือระบุว่ามีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้นที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ไม่ได้มีความหมายตรงกันข้ามกัน • "เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน" ผิด: คู่มือระบุว่าเป็นคำที่มีความสัมพันธ์กันตามลำดับขั้นของกระบวนการ ไม่ได้แยกขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “สามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q235
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึง "การประเมินระหว่างเรียน" (Formative Assessment) ได้ถูกต้อง

  • ก. ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน
  • ข. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด
  • ค. ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที ✓
  • ง. ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที" การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) หรือการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) มุ่งใช้ระหว่างการเรียนการสอนเพื่อดูความเข้าใจของผู้เรียน นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีโดยไม่ได้มีไว้ตัดเกรด ส่วนการตัดสินผลเมื่อจบภาคเรียนเป็นการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) และการหาสาเหตุปัญหาอย่างเจาะจงเป็นการประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning) หรือการประเมินสรุปผลที่มีไว้เพื่อตัดสินผลการเรียน • "ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ซึ่งใช้เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด • "ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย" ผิด: เป็นลักษณะของการประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ที่เน้นหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q236
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพต้องการประเมินการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล แทนที่จะใช้แบบทดสอบปรนัยวัดขั้นตอนการทำบัญชี ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริงในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งประเมินจากผลงานและการสังเกตพฤติกรรม การดำเนินการของครูดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด

  • ก. การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)
  • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
  • ค. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
  • ง. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)" การจัดการเรียนการสอนและการวัดผลดังกล่าวตรงกับการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ซึ่งเป็นการประเมินจากงานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริงแทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง เช่น การให้นักเรียนทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริง 1 เดือน เพื่อสะท้อนความสามารถว่าสามารถทำได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่รู้ขั้นตอน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)" ผิด: การประเมินแบบอิงกลุ่มเป็นการเปรียบเทียบคะแนนหรือผลการเรียนระหว่างผู้เรียนด้วยกันเพื่อจัดอันดับ ไม่ใช่การประเมินจากการปฏิบัติจริง • "การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยเป็นการค้นหาจุดบกพร่องและสาเหตุของปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินชิ้นงานและการปฏิบัติจริง • "การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อจัดตำแหน่งเป็นการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อนเริ่มต้นเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือระดับชั้นของผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินการปฏิบัติในชีวิตจริง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) คือการประเมินจาก งานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริง แทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว เพราะข้อสอบปรนัยวัดได้ว่า "รู้" แต่ไม่ได้บอกว่า "ทำได้"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เช่น แทนที่จะสอบถามขั้นตอนการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ครูให้นักเรียนทำบัญชีของตนเองจริงหนึ่งเดือน หรือแทนที่จะสอบเรื่องการพูดด้วยข้อเขียน ให้นักเรียนพูดนำเสนอจริง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) คือการประเมินจาก งานหรือการปฏิบัติที่ใกล้เคียงชีวิตจริง แทนการสอบด้วยกระดาษอย่างเดียว เพราะข้อสอบปรนัยวัดได้ว่า "รู้" แต่ไม่ได้บอกว่า "ทำได้"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q237
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำแนกตามจุดมุ่งหมาย การประเมินประเภทใดใช้เพื่อหาสาเหตุหรือจุดบกพร่องของผู้เรียนสำหรับการสอนซ่อมเสริม

  • ก. Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย) ✓
  • ข. Formative (การประเมินระหว่างเรียน)
  • ค. Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)
  • ง. Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย)" การประเมินประเภท Diagnostic มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาสาเหตุและจุดบกพร่องของผู้เรียนเพื่อนำไปสู่การสอนซ่อมเสริมได้อย่างตรงจุด ส่วน Placement ใช้ก่อนเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือระดับ Formative ใช้ระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอน และ Summative ใช้เมื่อจบหน่วยหรือภาคเรียนเพื่อตัดสินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Formative (การประเมินระหว่างเรียน)" ผิด: Formative ใช้ประเมินระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ • "Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)" ผิด: Summative ใช้ประเมินเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียน • "Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)" ผิด: Placement ใช้ประเมินก่อนเรียนเพื่อจัดกลุ่มหรือจัดระดับผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Diagnostic | หาสาเหตุ/จุดบกพร่อง · ซ่อมเสริม |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| จุดมุ่งหมาย | Placement | ก่อนเรียน · จัดกลุ่ม/ระดับ |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Formative (for Learning) | ระหว่างเรียน · ปรับการสอน · ข้อมูลป้อนกลับ |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “| | Diagnostic | หาสาเหตุ/จุดบกพร่อง · ซ่อมเสริม |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q238
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการพิจารณาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเที่ยงตรงกับความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง

  • ก. เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นสูงย่อมประกันได้ว่าจะมีความเที่ยงตรงสูงตามไปด้วยในการวัดเสมอ
  • ข. เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงต้องมีความเชื่อมั่นด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง ✓
  • ค. เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นเป็นอิสระต่อกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีผลร่วมกัน
  • ง. เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นต้องมีความเที่ยงตรงด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงอาจไม่เชื่อมั่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงต้องมีความเชื่อมั่นด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง" ตามหลักการวัดประเมินผล เครื่องมือที่เที่ยงตรงต้องเชื่อมั่นด้วย แต่เครื่องมือที่เชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง เช่น ตาชั่งที่เพี้ยนไป ชั่งกี่ครั้งก็ได้ค่าเดิม (มีความเชื่อมั่น) แต่ค่านั้นผิดเพราะไม่ตรงตามจริง (ไม่มีความเที่ยงตรง) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นสูงย่อมประกันได้ว่าจะมีความเที่ยงตรงสูงตามไปด้วยในการวัดเสมอ" ผิด: เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นสูงไม่ได้ประกันว่าจะมีความเที่ยงตรงเสมอไป เพราะอาจวัดได้ผลคงที่แต่เป็นค่าที่ผิด • "เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นเป็นอิสระต่อกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีผลร่วมกัน" ผิด: ความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นมีความเกี่ยวข้องกัน โดยเครื่องมือที่เที่ยงตรงจำเป็นต้องมีความเชื่อมั่นด้วยเสมอ • "เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นต้องมีความเที่ยงตรงด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงอาจไม่เชื่อมั่น" ผิด: หลักการระบุว่าเครื่องมือที่เที่ยงตรงต้องเชื่อมั่นด้วย แต่เครื่องมือที่เชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง มิใช่สลับกัน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “เครื่องมือที่เที่ยงตรงต้องเชื่อมั่นด้วย แต่ เครื่องมือที่เชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “เครื่องมือที่เที่ยงตรงต้องเชื่อมั่นด้วย แต่ เครื่องมือที่เชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q239
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นบันทึกข้อมูลเพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน โดยนำ "คะแนนสอบ" ปลายภาคเรียนมาวิเคราะห์ ซึ่งครูพบว่านักเรียนที่สอบได้ 0 คะแนน ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรู้ในวิชานั้นเลย และระยะห่างของคะแนนแต่ละช่วงมีค่าเท่ากัน ข้อมูลผลการสอบดังกล่าวจัดอยู่ในมาตราการวัดระดับใด

  • ก. มาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)
  • ข. มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
  • ค. มาตราอันตรภาค (Interval Scale) ✓
  • ง. มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตราอันตรภาค (Interval Scale)" ตามหลักมาตราการวัด 4 ระดับ ข้อมูลคะแนนสอบจัดอยู่ในมาตราอันตรภาค (Interval Scale) เนื่องจากเป็นข้อมูลที่สามารถบอกระยะห่างที่เท่ากันได้ แต่ไม่มีศูนย์แท้ เช่น นักเรียนที่สอบได้ 0 คะแนนไม่ได้แปลว่าไม่มีความรู้อยู่เลย ต่างจากมาตราอัตราส่วนที่มีศูนย์แท้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)" ผิด: มาตราเรียงอันดับบอกได้เพียงลำดับความมากน้อย แต่ไม่รู้ระยะห่างที่แน่นอน เช่น ลำดับที่ในการแข่งขัน หรือระดับการศึกษา • "มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)" ผิด: มาตรานามบัญญัติใช้ตัวเลขหรือชื่อเพื่อแบ่งกลุ่มเท่านั้น ไม่สามารถบอกความมากน้อยได้ เช่น เพศ ศาสนา หรือหมายเลขเสื้อนักกีฬา • "มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)" ผิด: มาตราอัตราส่วนต้องมีระยะห่างเท่ากันและมีศูนย์แท้ที่สามารถเปรียบเทียบเป็นเท่าได้ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง หรือเวลา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มาตราอันตรภาค (Interval Scale) บอกระยะห่างที่ เท่ากัน ได้ แต่ ไม่มีศูนย์แท้ เช่น อุณหภูมิองศาเซลเซียส (0 องศาไม่ได้แปลว่าไม่มีความร้อน) คะแนนสอบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มาตราอันตรภาค (Interval Scale) บอกระยะห่างที่ เท่ากัน ได้ แต่ ไม่มีศูนย์แท้ เช่น อุณหภูมิองศาเซลเซียส (0 องศาไม่ได้แปลว่าไม่มีความร้อน) คะแนนสอบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q240
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามขั้นตอนการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ขั้นตอนที่ 2 คือข้อใด

  • ก. ระบุปัญหา
  • ข. วิเคราะห์ข้อมูล
  • ค. สรุปและรายงานผล
  • ง. วิเคราะห์สาเหตุ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "วิเคราะห์สาเหตุ" ขั้นตอนการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ขั้นที่ 1 คือระบุปัญหา และขั้นที่ 2 คือวิเคราะห์สาเหตุ เพื่อให้ทราบถึงที่มาของปัญหาอย่างแท้จริงก่อนจะนำไปสู่ออกแบบนวัตกรรมหรือวิธีแก้ในขั้นถัดไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบุปัญหา" ผิด: ระบุปัญหาเป็นขั้นตอนที่ 1 ของการทำวิจัยในชั้นเรียน • "วิเคราะห์ข้อมูล" ผิด: วิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนที่ 5 ของการทำวิจัยในชั้นเรียน • "สรุปและรายงานผล" ผิด: สรุปและรายงานผลเป็นขั้นตอนที่ 6 ของการทำวิจัยในชั้นเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ขั้นที่ 1 ระบุปัญหา จากการสังเกตและผลการทดสอบพบว่านักเรียน 12 จาก 30 คนอ่านคำที่มีตัวการันต์ผิด ขั้นที่ 2 วิเคราะห์สาเหตุ พบว่านักเรียนไม่เข้าใจหลักว่าตัวการันต์ไม่ออกเสียง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ขั้นที่ 1 ระบุปัญหา จากการสังเกตและผลการทดสอบพบว่านักเรียน 12 จาก 30 คนอ่านคำที่มีตัวการันต์ผิด ขั้นที่ 2 วิเคราะห์สาเหตุ พบว่านักเรียนไม่เข้าใจหลักว่าตัวการันต์ไม่ออกเสียง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q241
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียน ข้อใดอธิบายความหมายและลักษณะของตัวแปรได้อย่างถูกต้อง

  • ก. ตัวแปรต้นคือสิ่งที่จัดให้ เช่น วิธีสอนหรือสื่อ ส่วนตัวแปรตามคือผลที่เกิดขึ้น ✓
  • ข. ตัวแปรต้นคือผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวแปรตามคือนวัตกรรมหรือสื่อที่จัดให้
  • ค. ตัวแปรต้นคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่ ส่วนตัวแปรตามคือสิ่งใหม่ที่ครูนำมาจัดให้
  • ง. ตัวแปรต้นคือสิ่งที่ครูนำมาจัดให้ในการสอน ส่วนตัวแปรตามคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตัวแปรต้นคือสิ่งที่จัดให้ เช่น วิธีสอนหรือสื่อ ส่วนตัวแปรตามคือผลที่เกิดขึ้น" ตามหลักการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน ตัวแปรต้นคือสิ่งที่ครูจัดให้ เช่น วิธีการสอนหรือสื่อการสอน ตัวแปรตามคือผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม และตัวแปรควบคุมคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตัวแปรต้นคือผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวแปรตามคือนวัตกรรมหรือสื่อที่จัดให้" ผิด: สลับบทบาทกัน โดยผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นคือตัวแปรตาม และวิธีสอนหรือสื่อที่จัดให้คือตัวแปรต้น • "ตัวแปรต้นคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่ ส่วนตัวแปรตามคือสิ่งใหม่ที่ครูนำมาจัดให้" ผิด: ปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่คือตัวแปรควบคุม ไม่ใช่ตัวแปรต้น • "ตัวแปรต้นคือสิ่งที่ครูนำมาจัดให้ในการสอน ส่วนตัวแปรตามคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่" ผิด: ปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่คือตัวแปรควบคุม ไม่ใช่ตัวแปรตาม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ต้น = สิ่งที่จัดให้ (วิธีสอน สื่อ) · ตาม = ผลที่เกิด · ควบคุม = ทำให้คงที่”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ต้น = สิ่งที่จัดให้ (วิธีสอน สื่อ) · ตาม = ผลที่เกิด · ควบคุม = ทำให้คงที่”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q242
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บันทึกข้อมูลการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน ข้อความใดต่อไปนี้จัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation)

  • ก. ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ
  • ข. ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้ ✓
  • ค. ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน
  • ง. ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้" การประเมินผลต้องมีข้อมูลจากการวัดและนำมาเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณค่า โดยพิจารณาว่ามีการตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ข้อความที่ระบุว่า ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้ จึงเป็นการประเมินผลอย่างแท้จริง ส่วนข้ออื่นเป็นเพียงการวัดผลที่ได้ข้อมูลเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ" ผิด: เป็นการวัดผลที่ได้ตัวเลขจำนวนข้อที่ถูก ยังไม่มีการตัดสินคุณค่าว่าผ่านหรือไม่ • "ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน" ผิด: เป็นการวัดผลเพราะได้เพียงข้อมูลเชิงตัวเลข ยังไม่ได้นำเกณฑ์มาตัดสินคุณค่า • "ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที" ผิด: เป็นการวัดผลเชิงปริมาณของเวลา ยังไม่มีการเทียบเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณค่า อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “วัดผล = ได้ตัวเลข · ประเมินผล = ตัวเลข + เกณฑ์ → ตัดสินคุณค่า · ข้อสอบชอบให้ประโยคมาแล้วถามว่าเป็นการวัดหรือการประเมิน ให้ดูว่ามีการ "ตัดสิน" (ผ่าน/ไม่ผ่าน ดี/ไม่ดี) หรือยัง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “วัดผล = ได้ตัวเลข · ประเมินผล = ตัวเลข + เกณฑ์ → ตัดสินคุณค่า · ข้อสอบชอบให้ประโยคมาแล้วถามว่าเป็นการวัดหรือการประเมิน ให้ดูว่ามีการ "ตัดสิน" (ผ่าน/ไม่ผ่าน ดี/ไม่ดี) หรือยัง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q243
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำไปใช้ในลักษณะใด

  • ก. การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด
  • ข. การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน
  • ค. การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน ✓
  • ง. การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน" การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) เป็นการนำคะแนนของผู้เรียนไปเปรียบเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อดูตำแหน่งว่าอยู่ลำดับใด จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการคัดเลือกหรือจัดอันดับ เช่น การสอบคัดเลือกหรือการสอบบรรจุ ส่วนการตัดสินว่าบรรลุตัวชี้วัดเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงเกณฑ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด" ผิด: การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดเป็นจุดประสงค์ของการประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) • "การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน" ผิด: การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนระหว่างเรียนเป็นจุดประสงค์ของการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) • "การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง" ผิด: การให้ผู้เรียนประเมินตนเองเป็นลักษณะของการประเมินเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ Assessment as Learning อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) นำคะแนนของผู้เรียน เทียบกับคนอื่นในกลุ่ม เพื่อดูว่าอยู่ตำแหน่งใด เช่น "น้องฟ้าได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนร้อยละ 80 ของห้อง" เหมาะกับการ คัดเลือกหรือจัดอันดับ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เหมาะกับ การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือยัง ซึ่งเป็นแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ในการตัดสินผลการเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) นำคะแนนของผู้เรียน เทียบกับคนอื่นในกลุ่ม เพื่อดูว่าอยู่ตำแหน่งใด เช่น "น้องฟ้าได้คะแนนสูงกว่าเพื่อนร้อยละ 80 ของห้อง" เหมาะกับการ คัดเลือกหรือจัดอันดับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q244
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินชิ้นงานโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะการให้คะแนนและข้อจำกัดตรงกับข้อใด

  • ก. กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้
  • ข. ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้
  • ค. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า
  • ง. ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้" เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะสำคัญคือให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้นโดยดูจากคุณภาพโดยรวม มีข้อดีคือตรวจให้คะแนนได้เร็ว แต่มีข้อเสียคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้ ส่วนการแยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบนั้นเป็นลักษณะของแบบแยกส่วน (Analytic Rubric) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้" ผิด: เกณฑ์แบบภาพรวมดูคุณภาพโดยรวมของงานทั้งชิ้นเพื่อสะท้อนภาพรวม ไม่ได้พิจารณาแยกตามระดับความยากง่าย • "ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้" ผิด: เกณฑ์แบบภาพรวมประเมินจากคุณภาพโดยรวมของงาน ไม่ได้กำหนดคะแนนตามระดับพัฒนาการ • "แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า" ผิด: การแยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบและมีข้อเสียคือใช้เวลามากกว่า เป็นลักษณะของเกณฑ์แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบภาพรวม (Holistic Rubric) ให้ คะแนนเดียว สำหรับงานทั้งชิ้น โดยดูคุณภาพโดยรวม เช่น เรียงความระดับ 4 = "เนื้อหาครบ เรียงลำดับดี ภาษาถูกต้อง" ข้อดีคือ ให้คะแนนได้เร็ว ข้อเสียคือ บอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) แยกให้คะแนน ทีละองค์ประกอบ เช่น เนื้อหา 4 คะแนน การเรียบเรียง 4 คะแนน การใช้ภาษา 4 คะแนน แล้วรวมกัน ข้อดีคือ บอกได้ว่าผู้เรียนอ่อนด้านใด จึงเหมาะกับการประเมินระหว่างเรียนที่ต้องให้ข้อมูลป้อนกลับ ข้อเสียคือใช้เวลามากกว่า”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบภาพรวม (Holistic Rubric) ให้ คะแนนเดียว สำหรับงานทั้งชิ้น โดยดูคุณภาพโดยรวม เช่น เรียงความระดับ 4 = "เนื้อหาครบ เรียงลำดับดี ภาษาถูกต้อง" ข้อดีคือ ให้คะแนนได้เร็ว ข้อเสียคือ บอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q245
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูท่านหนึ่งสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ เพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยข้อสอบข้อหนึ่งได้รับคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน ได้แก่ +1, +1 และ 0 ตามลำดับ ครูควรสรุปผลและดำเนินการกับข้อสอบข้อนี้อย่างไร

  • ก. สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ✓
  • ข. ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
  • ค. ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
  • ง. ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป" การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คำนวณจากคะแนนเฉลี่ยของผู้เชี่ยวชาญ ในข้อนี้ได้ผลลัพธ์เป็น (1 + 1 + 0) / 3 = 0.67 ซึ่งตามหลักเกณฑ์ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้ ดังนั้นข้อสอบข้อนี้จึงผ่านเกณฑ์และนำไปใช้ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป" ผิด: เกณฑ์ค่า IOC ที่ถือว่าใช้ได้ตามหลักการคือตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ไม่ใช่ 0.80 • "ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์" ผิด: เกณฑ์ไม่ได้บังคับว่าผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้ +1 แต่พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยรวม • "ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50" ผิด: การเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ (1 + 1 + 0) / 3 ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 0.67 ไม่ใช่ 0.33 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “นำมาหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item–Objective Congruence: IOC) โดยเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “นำมาหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item–Objective Congruence: IOC) โดยเฉลี่ยคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ข้อที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q246
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เกณฑ์ตัวเลขของ "ค่าความยาก" (Difficulty) ของข้อสอบที่ถือว่าเหมาะสมและนำไปใช้ได้ คือข้อใด

  • ก. ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
  • ข. 0.20–0.80 ✓
  • ค. ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
  • ง. ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป

Explanation: คำตอบที่ถูก: "0.20–0.80" ตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์ค่าความยากที่เหมาะสมและใช้ได้กำหนดไว้ที่ 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) ส่วนเกณฑ์ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไปเป็นค่าอำนาจจำแนก และเกณฑ์ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไปเป็นค่า IOC ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป เป็นเกณฑ์ของค่าอำนาจจำแนก ไม่ใช่ค่าความยาก • "ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป เป็นเกณฑ์ของค่า IOC ไม่ใช่ค่าความยาก • "ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป" ผิด: ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป เป็นข้อสอบที่ง่ายเกินไป ไม่จัดอยู่ในช่วงความยากที่เหมาะสม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “⚠️ ตัวเลขที่ต้องจำ: IOC ≥ 0.50 · ความยาก 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) · อำนาจจำแนก ≥ 0.20 (ติดลบ = ข้อสอบมีปัญหา)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “⚠️ ตัวเลขที่ต้องจำ: IOC ≥ 0.50 · ความยาก 0.20–0.80 (ยิ่งสูงยิ่งง่าย) · อำนาจจำแนก ≥ 0.20 (ติดลบ = ข้อสอบมีปัญหา)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q247
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายเป้าหมายและลักษณะสำคัญของ "การวิจัยในชั้นเรียน" (Classroom Action Research) ที่แตกต่างจากการวิจัยทั่วไปได้อย่างถูกต้อง

  • ก. มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา
  • ข. กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน
  • ค. แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที ✓
  • ง. มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที" การวิจัยในชั้นเรียนมีจุดต่างจากการวิจัยทั่วไปตรงที่เป้าหมายไม่ใช่การสร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่เน้นการแก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทันที โดยครูทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัยในห้องเรียนของตนเอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนมีเป้าหมายไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่เหมือนการวิจัยทั่วไป • "กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนกำหนดให้ครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัยเอง ไม่ใช่บุคคลภายนอก • "มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง" ผิด: การวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่ออ้างอิงผลไปยังประชากรกว้าง ๆ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “จุดต่างจากการวิจัยทั่วไปคือ เป้าหมาย ไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่คือ แก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับการสอนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “โดยครูเป็นทั้งผู้สอนและผู้วิจัย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “จุดต่างจากการวิจัยทั่วไปคือ เป้าหมาย ไม่ใช่สร้างทฤษฎีใหม่หรืออ้างอิงไปยังประชากรกว้าง ๆ แต่คือ แก้ปัญหาจริงของนักเรียนกลุ่มนี้ในห้องนี้ และนำผลมาปรับการสอนทันที”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q248
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตรวจผลการทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ พบว่าข้อมูลคะแนนของนักเรียนมีคะแนนสุดโต่งปรากฏอยู่ คือมีทั้งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงมากผิดปกติและต่ำมากผิดปกติ หากครูต้องการเลือกค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางที่เป็นตัวแทนคะแนนของกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ครูควรเลือกใช้ค่าสถิติใด

  • ก. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  • ข. ฐานนิยม
  • ค. ค่าเฉลี่ย
  • ง. มัธยฐาน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มัธยฐาน" ตามหลักสถิติพื้นฐานที่ครูใช้ ค่าเฉลี่ยใช้บอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางโดยทั่วไป แต่หากชุดข้อมูลมีคะแนนสุดโต่ง ค่าสถิติที่เหมาะสมสำหรับบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางคือ มัธยฐาน ซึ่งเป็นคะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อนำคะแนนมาเรียงลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน" ผิด: ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใช้บอกการกระจายของคะแนนว่าห่างจากค่าเฉลี่ยเพียงใด ไม่ใช่ค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง • "ฐานนิยม" ผิด: ฐานนิยมเป็นคะแนนที่ซ้ำกันมากที่สุด ไม่ใช่ค่าสถิติที่ระบุให้ใช้เมื่อชุดข้อมูลมีคะแนนสุดโต่ง • "ค่าเฉลี่ย" ผิด: ค่าเฉลี่ยคำนวณจากผลรวมหารจำนวนคน ใช้บอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางของคะแนนทั้งกลุ่มทั่วไป แต่ได้รับผลกระทบจากคะแนนสุดโต่งโดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “นอกจากค่าเฉลี่ยยังมี มัธยฐาน (คะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงลำดับ ใช้เมื่อมีคะแนนสุดโต่ง) และ ฐานนิยม (คะแนนที่ซ้ำมากที่สุด)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) บอก การกระจาย ของคะแนน ว่าคะแนนของแต่ละคนห่างจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “นอกจากค่าเฉลี่ยยังมี มัธยฐาน (คะแนนที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงลำดับ ใช้เมื่อมีคะแนนสุดโต่ง) และ ฐานนิยม (คะแนนที่ซ้ำมากที่สุด)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q249
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของ "การทดสอบ" (Testing) ได้ถูกต้อง

  • ก. การใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือ ✓
  • ข. การรวบรวมสารสนเทศรอบด้านเพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน
  • ค. การตัดสินคุณค่าของข้อมูลจากการเปรียบเทียบกับเกณฑ์
  • ง. การใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลบอกคุณลักษณะ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือ" การทดสอบ (Testing) หมายถึงการใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือ และถือเป็นเพียงวิธีหนึ่งของการวัดผลเท่านั้น ในขณะที่การวัดผลคือการใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การรวบรวมสารสนเทศรอบด้านเพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน" ผิด: การรวบรวมสารสนเทศเพื่อพัฒนาปรับปรุงเป็นแนวคิดของการประเมินเพื่อการเรียนรู้ มิใช่ความหมายของการทดสอบ • "การตัดสินคุณค่าของข้อมูลจากการเปรียบเทียบกับเกณฑ์" ผิด: การนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณค่าคือความหมายของการประเมินผล (Evaluation) • "การใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลบอกคุณลักษณะ" ผิด: การใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลบอกปริมาณหรือคุณลักษณะคือความหมายของการวัดผล (Measurement) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การทดสอบ (Testing) คือการใช้ แบบทดสอบ เป็นเครื่องมือ เช่น ครูให้น้องฟ้าทำข้อสอบ 20 ข้อ การทดสอบเป็นเพียงวิธีหนึ่งของการวัด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การทดสอบ (Testing) คือการใช้ แบบทดสอบ เป็นเครื่องมือ เช่น ครูให้น้องฟ้าทำข้อสอบ 20 ข้อ การทดสอบเป็นเพียงวิธีหนึ่งของการวัด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q250
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุลักษณะสำคัญของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ได้ถูกต้องตามหลักการ

  • ก. ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้
  • ข. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด ✓
  • ค. ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด
  • ง. ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด" การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) หรือการประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning) จะใช้เมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้ เช่น เมื่อจบหน่วยการเรียนรู้หรือเมื่อจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และนำผลไปคิดเกรด ต่างจากการประเมินระหว่างเรียนที่เน้นการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนรู้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้" ผิด: เป็นการประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้ • "ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดเกรดแต่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีขึ้น • "ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มุ่งตรวจสอบความเข้าใจระหว่างสอนและให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับการสอน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ใช้ ระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนกำลังเข้าใจหรือไม่ แล้วนำผลมา ปรับการสอน และ ให้ข้อมูลป้อนกลับ แก่ผู้เรียนทันที” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q251
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมใจต้องการนำการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้และไม่ใช่เป็นเพียง "แฟ้มเก็บงาน" ครูสมใจควรแนะนำให้นักเรียนดำเนินการอย่างไร

  • ก. คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ
  • ข. นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน
  • ค. คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร ✓
  • ง. รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร" ตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้ แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวมผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมการสะท้อนความคิดของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร จึงไม่ใช่แค่แฟ้มเก็บงาน แต่เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงพัฒนาการของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ" ผิด: แฟ้มสะสมงานมุ่งเน้นการแสดงพัฒนาการของผู้เรียนและการสะท้อนคิด มิได้จำกัดเฉพาะการรวบรวมผลงานชิ้นที่ดีเลิศเพื่อแสดงความเป็นเลิศเท่านั้น • "นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน" ผิด: การรวมงานที่ตรวจแล้วเพื่อให้ผู้ปกครองลงนามเป็นเพียงการรายงานผลการเรียน ไม่ตรงกับสาระสำคัญของการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงานที่ต้องมีการสะท้อนคิดของผู้เรียน • "รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด" ผิด: การนำงานทุกชิ้นมารวมกันตามลำดับเวลาเป็นเพียงแฟ้มเก็บงานทั่วไป ขาดการคัดเลือกอย่างมีจุดมุ่งหมายและการสะท้อนความคิดของผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวม ผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อม การสะท้อนความคิด ของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร แฟ้มสะสมงานจึงไม่ใช่แค่ "แฟ้มเก็บงาน" แต่เป็นหลักฐานแสดง พัฒนาการ ของผู้เรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) คือการรวบรวม ผลงานของผู้เรียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง พร้อม การสะท้อนความคิด ของผู้เรียนว่าเลือกชิ้นนั้นเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร แฟ้มสะสมงานจึงไม่ใช่แค่ "แฟ้มเก็บงาน" แต่เป็นหลักฐานแสดง พัฒนาการ ของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q252
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินประเภทใดมีลักษณะสำคัญและจุดมุ่งหมายคือ 'ผู้เรียนประเมินตนเอง'

  • ก. of Learning
  • ข. for Learning
  • ค. Diagnostic
  • ง. as Learning ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "as Learning" ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินแบบ as Learning มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนประเมินตนเอง ส่วน of Learning ใช้เพื่อตัดสินผลการเรียนเมื่อจบหน่วยหรือภาคเรียน และ for Learning ใช้ระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "of Learning" ผิด: of Learning หรือการประเมินสรุปผล ใช้เมื่อจบหน่วยหรือภาคเรียนเพื่อตัดสินผล • "for Learning" ผิด: for Learning หรือการประเมินเพื่อพัฒนา ใช้ระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ • "Diagnostic" ผิด: Diagnostic ใช้เพื่อหาสาเหตุหรือจุดบกพร่องของผู้เรียนเพื่อนำไปสู่การซ่อมเสริม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “as Learning | ผู้เรียนประเมินตนเอง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Summative (of Learning) | จบหน่วย/ภาค · ตัดสินผล” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative (for Learning) | ระหว่างเรียน · ปรับการสอน · ข้อมูลป้อนกลับ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “as Learning | ผู้เรียนประเมินตนเอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q253
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อใดสรุปความหมายและเกณฑ์ของ "ค่าความยาก" (p) ได้อย่างถูกต้อง

  • ก. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50 ✓
  • ข. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
  • ค. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00
  • ง. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50" ค่าความยาก (p) คำนวณจากสัดส่วนของคนตอบถูก ดังนั้นค่ายิ่งสูงแสดงว่ามีคนตอบถูกมาก ข้อสอบจึงยิ่งง่าย โดยข้อสอบที่ดีควรมีค่าความยากระหว่าง 0.20–0.80 และค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนคือประมาณ 0.50 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50" ผิด: ผิดเพราะค่า p ยิ่งสูงแปลว่ามีคนตอบถูกมาก ข้อสอบจึงเป็นข้อสอบที่ง่าย ไม่ใช่ยาก • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00" ผิด: ผิดเพราะค่าความยากมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 และข้อสอบที่ดีควรมีค่าระหว่าง 0.20–0.80 (ช่วง -1 ถึง +1 คือค่าอำนาจจำแนก) • "ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80" ผิด: ผิดเพราะค่า p ยิ่งต่ำแปลว่ามีคนตอบถูกน้อย ข้อสอบจึงเป็นข้อสอบที่ยาก ไม่ใช่ง่าย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สิ่งที่ต้องระวังคือชื่อ "ค่าความยาก" แต่ ค่ายิ่งสูง ข้อสอบยิ่งง่าย เพราะแปลว่ามีคนตอบถูกมาก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ข้อสอบที่ดีควรมีค่าความยาก 0.20–0.80 และค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนคือประมาณ 0.50”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “สิ่งที่ต้องระวังคือชื่อ "ค่าความยาก" แต่ ค่ายิ่งสูง ข้อสอบยิ่งง่าย เพราะแปลว่ามีคนตอบถูกมาก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q254
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศักดิ์ต้องการวัดเจตคติของนักเรียนที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ จึงออกแบบเครื่องมือวัดโดยกำหนดคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม เช่น "ยาก ○○○○○○○ ง่าย" และให้นักเรียนทำเครื่องหมายเลือกตำแหน่งที่ตรงกับความรู้สึกของตนเอง การกระทำของครูสมศักดิ์เป็นการใช้เครื่องมือวัดเจตคติในรูปแบบใด

  • ก. มาตรวัดแบบมาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
  • ข. มาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential) ✓
  • ค. มาตรวัดแบบมาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)
  • ง. มาตรประมาณค่าของลิเคิร์ต (Likert Scale)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential)" การวัดเจตคติที่ให้ผู้ตอบเลือกตำแหน่งระหว่างคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม จัดเป็นมาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential) ของออสกูด ส่วนมาตรประมาณค่าของลิเคิร์ต (Likert Scale) จะเป็นการให้ผู้ตอบแสดงระดับความเห็นต่อข้อความโดยทั่วไป 5 ระดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรวัดแบบมาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)" ผิด: มาตรานามบัญญัติเป็นระดับการวัดที่ใช้ตัวเลขหรือชื่อเพื่อแบ่งกลุ่มข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่รูปแบบเครื่องมือวัดเจตคติ • "มาตรวัดแบบมาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)" ผิด: มาตราเรียงอันดับเป็นระดับการวัดที่บอกลำดับมากน้อยได้ ไม่ใช่รูปแบบเครื่องมือวัดเจตคติด้วยคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม • "มาตรประมาณค่าของลิเคิร์ต (Likert Scale)" ผิด: มาตรประมาณค่าของลิเคิร์ตเป็นการให้ผู้ตอบแสดงระดับความเห็นต่อข้อความ เช่น เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถึง ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่การเลือกตำแหน่งระหว่างคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential) ของออสกูด ให้ผู้ตอบเลือกตำแหน่งระหว่างคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม เช่น "วิชาคณิตศาสตร์: น่าเบื่อ ○○○○○○○ สนุก"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential) ของออสกูด ให้ผู้ตอบเลือกตำแหน่งระหว่างคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม เช่น "วิชาคณิตศาสตร์: น่าเบื่อ ○○○○○○○ สนุก"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q255
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียน "ตัวแปรตาม" (Dependent Variable) หมายถึงข้อใด

  • ก. ปัญหาที่ค้นพบจากการสังเกตและผลการทดสอบของนักเรียน
  • ข. สิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้หรือเป็นเหตุ เช่น สื่อหรือนวัตกรรม
  • ค. ผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น เช่น พฤติกรรมของผู้เรียน ✓
  • ง. สิ่งที่ต้องทำให้คงที่เพื่อให้มั่นใจว่าผลเกิดจากตัวแปรต้นจริง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น เช่น พฤติกรรมของผู้เรียน" ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น ซึ่งในการวิจัยในชั้นเรียนมักเป็นผลสัมฤทธิ์หรือพฤติกรรมของผู้เรียน ส่วนสิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้เป็นเหตุคือตัวแปรต้น และสิ่งที่ต้องทำให้คงที่คือตัวแปรควบคุม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปัญหาที่ค้นพบจากการสังเกตและผลการทดสอบของนักเรียน" ผิด: ข้อความนี้เป็นส่วนของขั้นตอนการระบุปัญหาในการวิจัย ไม่ใช่ตัวแปรตาม • "สิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้หรือเป็นเหตุ เช่น สื่อหรือนวัตกรรม" ผิด: ข้อความนี้หมายถึง ตัวแปรต้น หรือตัวแปรอิสระ (สิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้หรือเป็นเหตุ) • "สิ่งที่ต้องทำให้คงที่เพื่อให้มั่นใจว่าผลเกิดจากตัวแปรต้นจริง" ผิด: ข้อความนี้หมายถึง ตัวแปรควบคุม (สิ่งที่ต้องทำให้คงที่เพื่อให้มั่นใจว่าผลเกิดจากตัวแปรต้นจริง) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ ผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น มักเป็นผลสัมฤทธิ์หรือพฤติกรรมของผู้เรียน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ตัวแปรต้น หรือตัวแปรอิสระ (Independent Variable) คือ สิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้หรือเป็นเหตุ ในการวิจัยในชั้นเรียนมักเป็นวิธีสอน สื่อ หรือนวัตกรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ตัวแปรควบคุม คือสิ่งที่ต้อง ทำให้คงที่ เพื่อให้มั่นใจว่าผลเกิดจากตัวแปรต้นจริง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ ผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น มักเป็นผลสัมฤทธิ์หรือพฤติกรรมของผู้เรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q256
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากครูต้องการทดสอบเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มเดียวกันระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ควรเลือกใช้สถิติในข้อใด

  • ก. การหาประสิทธิภาพ E1/E2
  • ข. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
  • ค. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (x̄)
  • ง. t-test แบบ dependent ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "t-test แบบ dependent" ตามหลักการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน การทดสอบเปรียบเทียบข้อมูล 2 กลุ่มที่เป็นนักเรียนกลุ่มเดียวกันในลักษณะก่อนและหลังเรียน ต้องใช้สถิติ t-test แบบ dependent ส่วน x̄ ใช้วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง S.D. ใช้วัดการกระจาย และ E1/E2 ใช้หาประสิทธิภาพของสื่อนวัตกรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การหาประสิทธิภาพ E1/E2" ผิด: E1/E2 เป็นการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมระหว่างเรียนและหลังเรียน ไม่ใช่สถิติทดสอบเปรียบเทียบคะแนนก่อน-หลัง • "ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)" ผิด: ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เป็นสถิติที่ใช้วัดการกระจายของข้อมูล • "ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (x̄)" ผิด: ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (x̄) เป็นสถิติที่ใช้วัดแนวโน้มส่วนกลาง ไม่ใช่สถิติทดสอบเปรียบเทียบกลุ่มเดียวก่อนและหลัง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “t-test 2 กลุ่ม (dependent = กลุ่มเดียวก่อน–หลัง)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “x̄ แนวโน้มส่วนกลาง · S.D. การกระจาย” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “E1 ระหว่างเรียน · E2 หลังเรียน · มักใช้ 80/80”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “t-test 2 กลุ่ม (dependent = กลุ่มเดียวก่อน–หลัง)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q257
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการเปิดภาคเรียนใหม่ ครูประจำวิชาภาษาอังกฤษจัดให้นักเรียนชั้น ม.1 ทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน แล้วนำผลคะแนนไปใช้จัดกลุ่มนักเรียนเข้าห้องเรียนตามความเหมาะสม และวางแผนว่าควรเริ่มสอนจากเนื้อหาจุดใด การดำเนินการดังกล่าวตรงกับการประเมินประเภทใดตามจุดมุ่งหมาย

  • ก. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ✓
  • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
  • ค. การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)
  • ง. การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)" การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)" ผิด: การประเมินเพื่อวินิจฉัยใช้หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เพื่อนำไปซ่อมเสริม ไม่ใช่การดูพื้นฐานเพื่อจัดกลุ่มผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน • "การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)" ผิด: การประเมินระหว่างเรียนเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่ใช่การประเมินก่อนเริ่มเรียน • "การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)" ผิด: การประเมินผลสรุปรวมเป็นการประเมินเมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียน ไม่ใช่การทดสอบก่อนเริ่มเรียนเพื่อจัดกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น สอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) ใช้ หาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหา อย่างเจาะจง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินก่อนเรียน หรือเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment) ใช้ ก่อนเริ่มเรียน เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียน แล้วจัดให้เรียนในระดับหรือกลุ่มที่เหมาะสม เช่น สอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อแบ่งห้องเรียน หรือทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูว่าควรเริ่มสอนจากตรงไหน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q258
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) มีจุดเน้นและลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score
  • ข. นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด ✓
  • ค. นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง
  • ง. นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด" การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) เป็นการนำคะแนนไปเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าโดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น เหมาะสำหรับการตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือไม่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ตัดสินผลการเรียน ส่วนการจัดอันดับและเทียบกับผู้อื่นเป็นการประเมินแบบอิงกลุ่ม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score" ผิด: การรายงานผลเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐานเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงกลุ่ม • "นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง" ผิด: การนำคะแนนเทียบกับคนอื่นเพื่อจัดอันดับตำแหน่งเป็นลักษณะของการประเมินแบบอิงกลุ่ม • "นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด" ผิด: การจัดลำดับเพื่อคัดเลือกผู้เรียนตามจำนวนจำกัดเป็นจุดเน้นของการประเมินแบบอิงกลุ่ม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) นำคะแนน เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนว่าคนอื่นได้เท่าไร” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เหมาะกับ การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัดหรือยัง ซึ่งเป็นแบบที่หลักสูตรแกนกลางใช้ในการตัดสินผลการเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) นำคะแนน เทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่สนว่าคนอื่นได้เท่าไร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q259
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึงลักษณะสำคัญและข้อดีของเกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric) ได้ถูกต้อง

  • ก. บันทึกระดับคุณภาพของพฤติกรรมตามมาตรประมาณค่าเพื่อลดเวลาในการตรวจให้คะแนน
  • ข. มุ่งตรวจสอบเพียงว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรมเกิดขึ้นตามรายการที่กำหนดไว้เท่านั้น
  • ค. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ ระบุจุดอ่อนได้และเหมาะกับการให้ข้อมูลป้อนกลับ ✓
  • ง. กำหนดคะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น ประเมินคุณภาพรวมได้เร็วและประหยัดเวลาตรวจ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ ระบุจุดอ่อนได้และเหมาะกับการให้ข้อมูลป้อนกลับ" เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric) จะแยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ แล้วนำมารวมกัน มีข้อดีคือสามารถบอกได้ว่าผู้เรียนอ่อนด้านใด จึงเหมาะกับการประเมินระหว่างเรียนที่ต้องให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บันทึกระดับคุณภาพของพฤติกรรมตามมาตรประมาณค่าเพื่อลดเวลาในการตรวจให้คะแนน" ผิด: เป็นลักษณะของมาตรประมาณค่า (Rating Scale) ที่ใช้บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด • "มุ่งตรวจสอบเพียงว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรมเกิดขึ้นตามรายการที่กำหนดไว้เท่านั้น" ผิด: เป็นลักษณะของแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ที่บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม • "กำหนดคะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น ประเมินคุณภาพรวมได้เร็วและประหยัดเวลาตรวจ" ผิด: เป็นลักษณะและข้อดีของเกณฑ์การประเมินแบบภาพรวม (Holistic Rubric) ที่ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้นและตรวจได้เร็ว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) แยกให้คะแนน ทีละองค์ประกอบ เช่น เนื้อหา 4 คะแนน การเรียบเรียง 4 คะแนน การใช้ภาษา 4 คะแนน แล้วรวมกัน ข้อดีคือ บอกได้ว่าผู้เรียนอ่อนด้านใด จึงเหมาะกับการประเมินระหว่างเรียนที่ต้องให้ข้อมูลป้อนกลับ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบภาพรวม (Holistic Rubric) ให้ คะแนนเดียว สำหรับงานทั้งชิ้น โดยดูคุณภาพโดยรวม เช่น เรียงความระดับ 4 = "เนื้อหาครบ เรียงลำดับดี ภาษาถูกต้อง" ข้อดีคือ ให้คะแนนได้เร็ว” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) บันทึกว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรม มาตรประมาณค่า (Rating Scale) บันทึกว่าพฤติกรรมอยู่ในระดับใด”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) แยกให้คะแนน ทีละองค์ประกอบ เช่น เนื้อหา 4 คะแนน การเรียบเรียง 4 คะแนน การใช้ภาษา 4 คะแนน แล้วรวมกัน ข้อดีคือ บอกได้ว่าผู้เรียนอ่อนด้านใด จึงเหมาะกับการประเมินระหว่างเรียนที่ต้องให้ข้อมูลป้อนกลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q260
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งนำคะแนนสอบคัดเลือกเข้าเรียนของนักเรียน ไปศึกษาความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษาแรก เพื่อดูว่าแบบทดสอบสามารถทำนายความสำเร็จในการเรียนได้หรือไม่ การดำเนินการนี้เป็นการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือในด้านความเที่ยงตรงประเภทใด

  • ก. ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ (Concurrent Validity)
  • ข. ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)
  • ค. ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity)
  • ง. ความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ (Predictive Validity) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ (Predictive Validity)" การตรวจสอบว่าผลการทดสอบสามารถนำไปใช้ทำนายความสำเร็จในอนาคตได้หรือไม่ เช่น การนำคะแนนสอบเข้าทำนายผลการเรียนปีแรก จัดเป็นความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ (Predictive Validity) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความเที่ยงตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ (Concurrent Validity)" ผิด: ความเที่ยงตรงเชิงสภาพคือผลการวัดต้องสอดคล้องกับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่การทำนายผลสำเร็จในอนาคต • "ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)" ผิด: ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาคือการตรวจสอบว่าข้อสอบครอบคลุมเนื้อหาและจุดประสงค์ที่สอนครบถ้วนและได้สัดส่วนหรือไม่ผ่านผู้เชี่ยวชาญหาค่า IOC • "ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity)" ผิด: ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างคือการวัดได้ตรงตามทฤษฎีหรือคุณลักษณะที่ต้องการวัด เช่น แบบวัดความคิดสร้างสรรค์วัดองค์ประกอบตามทฤษฎีครบหรือไม่ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “เชิงพยากรณ์ (Predictive) ผลใช้ทำนายความสำเร็จในอนาคตได้ เช่น คะแนนสอบเข้าทำนายผลการเรียนปีแรกได้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “เชิงพยากรณ์ (Predictive) ผลใช้ทำนายความสำเร็จในอนาคตได้ เช่น คะแนนสอบเข้าทำนายผลการเรียนปีแรกได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q261
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณภาพของเครื่องมือวัดผลในด้าน "ความเป็นปรนัย" (Objectivity) ประกอบด้วยความชัดเจน 3 ด้านตามข้อใด?

  • ก. คำถามชัดเจน ตรวจให้คะแนนตรงกัน แปลความหมายคะแนนตรงกัน ✓
  • ข. คำถามครอบคลุมเนื้อหา ตรวจให้คะแนนตรงกัน ผลคะแนนคงเส้นคงวา
  • ค. คำถามชัดเจน ประหยัดเวลาค่าใช้จ่าย ยุติธรรมไม่เอื้อกลุ่มใด
  • ง. ตรวจให้คะแนนตรงกัน ความยากเหมาะสม อำนาจจำแนกสูงกว่าเกณฑ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คำถามชัดเจน ตรวจให้คะแนนตรงกัน แปลความหมายคะแนนตรงกัน" ความเป็นปรนัย (Objectivity) คือความชัดเจนที่ทำให้ผลการวัดไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว โดยมี 3 ด้าน ได้แก่ คำถามชัดเจนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน การตรวจให้คะแนนตรงกันไม่ว่าใครตรวจ และการแปลความหมายคะแนนตรงกัน ส่วนความประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายจัดเป็นการใช้งานได้จริง (Practicality) และการไม่เอื้อต่อกลุ่มใดจัดเป็นความยุติธรรม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คำถามครอบคลุมเนื้อหา ตรวจให้คะแนนตรงกัน ผลคะแนนคงเส้นคงวา" ผิด: ความครอบคลุมเนื้อหาเป็นความเที่ยงตรง และความคงเส้นคงวาเป็นความเชื่อมั่น ไม่ใช่องค์ประกอบของความเป็นปรนัย • "คำถามชัดเจน ประหยัดเวลาค่าใช้จ่าย ยุติธรรมไม่เอื้อกลุ่มใด" ผิด: การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายคือการใช้งานได้จริง (Practicality) ส่วนการไม่เอื้อต่อกลุ่มใดคือความยุติธรรม ไม่ใช่องค์ประกอบของความเป็นปรนัย • "ตรวจให้คะแนนตรงกัน ความยากเหมาะสม อำนาจจำแนกสูงกว่าเกณฑ์" ผิด: ความยากและอำนาจจำแนกเป็นคุณภาพของข้อสอบรายข้อ ไม่ใช่องค์ประกอบ 3 ด้านของความเป็นปรนัย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ ด้านที่สาม การแปลความหมายคะแนนตรงกัน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ใช้งานได้จริง (Practicality) คือประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย และ ยุติธรรม ไม่เอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “มี 3 ด้าน ด้านแรก คำถามชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน ด้านที่สอง การตรวจให้คะแนนตรงกัน ไม่ว่าใครตรวจ ด้านที่สาม การแปลความหมายคะแนนตรงกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q262
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดวงจร PAOR ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต (Kemmis & McTaggart) ข้อใดอธิบายกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามหลักการ

  • ก. ขั้นปฏิบัติ (Act) เป็นการวิเคราะห์ว่าได้ผลเพียงใดและมีข้อบกพร่องใดต้องปรับ
  • ข. ขั้นสังเกต (Observe) เป็นการเก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น ทดสอบหรือบันทึกพฤติกรรม ✓
  • ค. ขั้นสะท้อนผล (Reflect) เป็นการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งวางแผนหาวิธีการแก้ไข
  • ง. ขั้นวางแผน (Plan) เป็นการลงมือใช้วิธีแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนจริง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นสังเกต (Observe) เป็นการเก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น ทดสอบหรือบันทึกพฤติกรรม" ตามวงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต ขั้นสังเกต (Observe) คือการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากการแก้ปัญหา เช่น การทดสอบการอ่านหรือการบันทึกพฤติกรรม ส่วนการลงมือสอนจริงเป็นขั้นปฏิบัติ การวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาวิธีแก้เป็นขั้นวางแผน และการวิเคราะห์ว่าได้ผลแค่ไหนต้องปรับอย่างไรเป็นขั้นสะท้อนผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นปฏิบัติ (Act) เป็นการวิเคราะห์ว่าได้ผลเพียงใดและมีข้อบกพร่องใดต้องปรับ" ผิด: การวิเคราะห์ว่าได้ผลแค่ไหนและมีอะไรต้องปรับจัดอยู่ในขั้นสะท้อนผล (Reflect) ไม่ใช่ขั้นปฏิบัติ • "ขั้นสะท้อนผล (Reflect) เป็นการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งวางแผนหาวิธีการแก้ไข" ผิด: การวิเคราะห์ปัญหาแล้ววางแผนวิธีแก้จัดอยู่ในขั้นวางแผน (Plan) ไม่ใช่ขั้นสะท้อนผล • "ขั้นวางแผน (Plan) เป็นการลงมือใช้วิธีแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนจริง" ผิด: การลงมือใช้วิธีแก้ในการสอนจริงจัดอยู่ในขั้นปฏิบัติ (Act) ไม่ใช่ขั้นวางแผน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ขั้นวางแผน (Plan) วิเคราะห์ปัญหาแล้ววางแผนวิธีแก้ เช่น สร้างแบบฝึกการอ่านตัวการันต์ ขั้นปฏิบัติ (Act) ลงมือใช้วิธีแก้ในการสอนจริง ขั้นสังเกต (Observe) เก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น ทดสอบการอ่าน บันทึกพฤติกรรม ขั้นสะท้อนผล (Reflect) วิเคราะห์ว่าได้ผลแค่ไหน มีอะไรต้องปรับ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ขั้นวางแผน (Plan) วิเคราะห์ปัญหาแล้ววางแผนวิธีแก้ เช่น สร้างแบบฝึกการอ่านตัวการันต์ ขั้นปฏิบัติ (Act) ลงมือใช้วิธีแก้ในการสอนจริง ขั้นสังเกต (Observe) เก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น ทดสอบการอ่าน บันทึกพฤติกรรม ขั้นสะท้อนผล (Reflect) วิเคราะห์ว่าได้ผลแค่ไหน มีอะไรต้องปรับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q263
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูสมศักดิ์วิเคราะห์คะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ม.1 สองห้องเรียน พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยเท่ากันคือ 65 คะแนน แต่ห้อง 1 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 2.0 ส่วนห้อง 2 มีค่า S.D. เท่ากับ 12.5 จากข้อมูลดังกล่าว ข้อใดแปลความหมายผลการสอบได้ถูกต้อง

  • ก. ห้อง 1 มีการกระจายของคะแนนมากกว่าห้อง 2 ครูจึงควรเน้นการแบ่งกลุ่มสอนให้ต่างกัน
  • ข. ห้อง 1 มีนักเรียนสอบไม่ผ่านมากกว่าห้อง 2 เนื่องจากค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่า
  • ค. ห้อง 1 นักเรียนมีคะแนนใกล้เคียงกัน ส่วนห้อง 2 มีทั้งคนที่ได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก ✓
  • ง. ห้อง 1 มีนักเรียนที่ได้คะแนนห่างจากค่าเฉลี่ยมากกว่าห้อง 2 จึงต้องปรับปรุงการสอน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ห้อง 1 นักเรียนมีคะแนนใกล้เคียงกัน ส่วนห้อง 2 มีทั้งคนที่ได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก" ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เป็นสถิติที่บอกการกระจายของคะแนนว่าห่างจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด ห้องที่มีค่า S.D. ต่ำหมายถึงคะแนนของนักเรียนมีความใกล้เคียงกัน ส่วนห้องที่มีค่า S.D. สูงหมายถึงมีทั้งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก ซึ่งครูอาจต้องพิจารณาแบ่งกลุ่มการสอนให้เหมาะสม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ห้อง 1 มีการกระจายของคะแนนมากกว่าห้อง 2 ครูจึงควรเน้นการแบ่งกลุ่มสอนให้ต่างกัน" ผิด: ห้องที่มีค่า S.D. สูงคือห้อง 2 มีการกระจายของคะแนนมากกว่าและอาจต้องแบ่งกลุ่มสอน ไม่ใช่ห้อง 1 • "ห้อง 1 มีนักเรียนสอบไม่ผ่านมากกว่าห้อง 2 เนื่องจากค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่า" ผิด: ค่า S.D. บอกเพียงการกระจายของคะแนน ไม่สามารถบ่งชี้ว่ามีจำนวนนักเรียนสอบไม่ผ่านมากกว่า • "ห้อง 1 มีนักเรียนที่ได้คะแนนห่างจากค่าเฉลี่ยมากกว่าห้อง 2 จึงต้องปรับปรุงการสอน" ผิด: ห้องที่มีค่า S.D. ต่ำ คะแนนของแต่ละคนจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยมากกว่า ไม่ได้ห่างจากค่าเฉลี่ยมากกว่า อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) บอก การกระจาย ของคะแนน ว่าคะแนนของแต่ละคนห่างจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด สองห้องที่ค่าเฉลี่ยเท่ากันอาจต่างกันมาก ห้องที่ S.D. ต่ำ แปลว่าคะแนนนักเรียนใกล้เคียงกัน ห้องที่ S.D. สูง แปลว่ามีทั้งคนได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก ครูอาจต้องแบ่งกลุ่มสอนต่างกัน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) บอก การกระจาย ของคะแนน ว่าคะแนนของแต่ละคนห่างจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงใด สองห้องที่ค่าเฉลี่ยเท่ากันอาจต่างกันมาก ห้องที่ S.D. ต่ำ แปลว่าคะแนนนักเรียนใกล้เคียงกัน ห้องที่ S.D. สูง แปลว่ามีทั้งคนได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก ครูอาจต้องแบ่งกลุ่มสอนต่างกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q264
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุความหมายและลักษณะสำคัญของ "การวัดผล" (Measurement) ได้ถูกต้อง

  • ก. กระบวนการนำข้อมูลจากการวัดมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
  • ข. กระบวนการที่ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวในการรวบรวมคะแนน
  • ค. กระบวนการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาเพื่อใช้ตัดสินระดับคุณภาพของผู้เรียนทุกคน
  • ง. กระบวนการใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูล โดยยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กระบวนการใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูล โดยยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี" การวัดผล (Measurement) หมายถึงกระบวนการใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลที่บอกปริมาณหรือคุณลักษณะ โดยการวัดผลจบลงที่การได้ข้อมูลเท่านั้น ยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี ส่วนการนำข้อมูลมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์จัดเป็นการประเมินผล ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระบวนการนำข้อมูลจากการวัดมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน" ผิด: การนำข้อมูลมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์เป็นความหมายของ "การประเมินผล" (Evaluation) • "กระบวนการที่ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวในการรวบรวมคะแนน" ผิด: การวัดผลไม่จำเป็นต้องใช้แบบทดสอบเพียงอย่างเดียว สามารถใช้แบบสังเกตหรือแบบสัมภาษณ์ได้ และการใช้แบบทดสอบเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่เรียกว่า "การทดสอบ" (Testing) • "กระบวนการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาเพื่อใช้ตัดสินระดับคุณภาพของผู้เรียนทุกคน" ผิด: การเทียบกับเกณฑ์เพื่อตัดสินคุณภาพเป็นขั้นตอนของ "การประเมินผล" ไม่ใช่การวัดผล อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การวัดผล (Measurement) คือกระบวนการใช้เครื่องมือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบทดสอบ อาจเป็นแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ ก็ได้) เพื่อให้ได้ ตัวเลขหรือข้อมูล ที่บอกปริมาณหรือคุณลักษณะ เช่น "น้องฟ้าได้ 15 คะแนนจาก 20" การวัดผลจบที่การได้ข้อมูล ยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินผล (Evaluation) คือการนำข้อมูลจากการวัดมา ตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การวัดผล (Measurement) คือกระบวนการใช้เครื่องมือ (ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบทดสอบ อาจเป็นแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ ก็ได้) เพื่อให้ได้ ตัวเลขหรือข้อมูล ที่บอกปริมาณหรือคุณลักษณะ เช่น "น้องฟ้าได้ 15 คะแนนจาก 20" การวัดผลจบที่การได้ข้อมูล ยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q265
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แนวคิด "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้" (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญตรงกับข้อใด

  • ก. การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้ ✓
  • ข. การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
  • ค. การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน
  • ง. การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้" การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญคือให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้ทราบจุดแข็งจุดอ่อนของตนและสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ ส่วนการประเมินระหว่างเรียนเพื่อปรับการสอนจัดเป็น Assessment for Learning และการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนจัดเป็น Assessment of Learning ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด" ผิด: เป็นการประเมินสรุปผล (Assessment of Learning) ที่มุ่งตัดสินผลการเรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนรู้ • "การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน" ผิด: เป็นการประเมินระหว่างเรียน (Assessment for Learning) ที่มุ่งนำข้อมูลมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของผู้สอน • "การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน" ผิด: เป็นการประเมินก่อนเรียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมหรือจัดวางตำแหน่งผู้เรียน ไม่ใช่การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ใช้ เมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อ ตัดสินผลการเรียน เช่น สอบปลายภาค แล้วนำไปคิดเกรด เรียกว่า การประเมินผลของการเรียนรู้ (Assessment of Learning)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “Formative = ระหว่างเรียน = for Learning = ปรับการสอน · Summative = ปลายทาง = of Learning = ตัดสินผล · ผู้เรียนประเมินตนเอง = as Learning”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning) ซึ่งให้ ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อน เพื่อให้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนและกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q266
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ครูมอบหมายให้นักเรียนทำโครงงานและการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว หากครูต้องการประเมินผลอย่างยุติธรรมและต้องการให้นักเรียนทราบล่วงหน้าว่าต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้คะแนนสูง ครูควรนำสิ่งใดมาใช้ในการประเมิน

  • ก. จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อตรวจคำตอบถูกผิดแบบตายตัว
  • ข. จัดทำเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกระดับคุณภาพของงานไว้อย่างชัดเจน ✓
  • ค. จัดทำแบบวัดเจตคติและมาตราส่วนประมาณค่าเพื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้เรียน
  • ง. จัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมชิ้นงานตลอดช่วงเวลาหนึ่ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกระดับคุณภาพของงานไว้อย่างชัดเจน" เมื่อต้องประเมินภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น โครงงาน การนำเสนอ หรือเรียงความ ครูต้องจัดทำเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) เพื่อระบุอย่างชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้การให้คะแนนมีความยุติธรรมและผู้เรียนได้รู้ล่วงหน้าว่าต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้คะแนนสูง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อตรวจคำตอบถูกผิดแบบตายตัว" ผิด: แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่มีคำตอบถูกผิดตายตัวไม่สามารถนำมาใช้ประเมินผลงานปลายเปิดอย่างโครงงานหรือการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม • "จัดทำแบบวัดเจตคติและมาตราส่วนประมาณค่าเพื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้เรียน" ผิด: แบบวัดเจตคติใช้สำหรับวัดความรู้สึกหรือความคิดเห็น ไม่ใช่เครื่องมือที่กำหนดเกณฑ์คุณภาพเพื่อการตัดสินให้คะแนนผลงาน • "จัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมชิ้นงานตลอดช่วงเวลาหนึ่ง" ผิด: แฟ้มสะสมงานเป็นการรวบรวมผลงานเพื่อสะท้อนความคิดและแสดงพัฒนาการของผู้เรียน ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินระดับคุณภาพงานที่ไม่มีคำตอบตายตัว อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เพื่อให้การให้คะแนนยุติธรรมและผู้เรียนรู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรจึงจะได้คะแนนสูง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.1 ความหมายและประเภทของการวัดและประเมินผล: “เมื่อประเมินงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น เรียงความ โครงงาน การนำเสนอ ครูต้องมี เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกชัดว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q267
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณสมบัติข้อใดระบุว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ

  • ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
  • ข. อำนาจจำแนก (Discrimination)
  • ค. ความเที่ยงตรง (Validity) ✓
  • ง. ความเชื่อมั่น (Reliability)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความเที่ยงตรง (Validity)" ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลระบุว่า ความเที่ยงตรง (Validity) หรือการวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการวัด เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ หากเครื่องมือขาดความเที่ยงตรง ข้อมูลและการตัดสินผลที่ได้ก็จะผิดพลาดตามไปด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ความเป็นปรนัย (Objectivity)" ผิด: ความเป็นปรนัยไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ • "อำนาจจำแนก (Discrimination)" ผิด: อำนาจจำแนกไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ • "ความเชื่อมั่น (Reliability)" ผิด: ความเชื่อมั่นไม่ใช่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือวัดผลตามที่เอกสารระบุ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรงเป็นคุณสมบัติ สำคัญที่สุด ของเครื่องมือ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ความเที่ยงตรงเป็นคุณสมบัติ สำคัญที่สุด ของเครื่องมือ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q268
teacher_prof_ch4
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การหาค่าอำนาจจำแนก (r) ของข้อสอบมีแนวคิดและวิธีการตามข้อใด

  • ก. คำนวณจากสัดส่วนของคนที่ตอบถูก โดยนำจำนวนคนตอบถูกหารด้วยจำนวนคนทั้งหมด และมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1
  • ข. ตรวจสอบความคงเส้นคงวาของแบบทดสอบ โดยดูจากความสอดคล้องระหว่างคะแนนรวมของกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำร้อยละ 27
  • ค. พิจารณาความยากง่ายของข้อสอบ โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนของข้อสอบคือประมาณ 0.50
  • ง. ประเมินว่าข้อสอบแยกคนเก่งออกจากคนอ่อนได้ดีเพียงใด โดยดูว่ากลุ่มสูงร้อยละ 27 ตอบถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประเมินว่าข้อสอบแยกคนเก่งออกจากคนอ่อนได้ดีเพียงใด โดยดูว่ากลุ่มสูงร้อยละ 27 ตอบถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร" อำนาจจำแนก (r) บอกว่าข้อสอบข้อนั้นแยกผู้ที่เรียนเก่งออกจากผู้ที่เรียนอ่อนได้ดีเพียงใด โดยมีวิธีหาคือแบ่งผู้สอบเป็นกลุ่มสูง (คะแนนรวมสูงสุดประมาณร้อยละ 27) และกลุ่มต่ำ (คะแนนรวมต่ำสุดประมาณร้อยละ 27) แล้วดูว่ากลุ่มสูงตอบข้อนั้นถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร มีค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง +1 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คำนวณจากสัดส่วนของคนที่ตอบถูก โดยนำจำนวนคนตอบถูกหารด้วยจำนวนคนทั้งหมด และมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1" ผิด: ข้อความนี้เป็นนิยามและวิธีการคำนวณของค่าความยาก (p) ไม่ใช่อำนาจจำแนก (r) • "ตรวจสอบความคงเส้นคงวาของแบบทดสอบ โดยดูจากความสอดคล้องระหว่างคะแนนรวมของกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำร้อยละ 27" ผิด: ความคงเส้นคงวาหมายถึงความเชื่อมั่นของเครื่องมือ ไม่ใช่อำนาจจำแนกของข้อสอบ • "พิจารณาความยากง่ายของข้อสอบ โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนของข้อสอบคือประมาณ 0.50" ผิด: ข้อความนี้กล่าวถึงเกณฑ์ความเหมาะสมของค่าความยาก (p) ซึ่งไม่ใช่แนวคิดการหาค่าอำนาจจำแนก (r) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “อำนาจจำแนกบอกว่าข้อสอบข้อนั้น แยกผู้ที่เรียนเก่งออกจากผู้ที่เรียนอ่อนได้ดีเพียงใด วิธีหาคือแบ่งผู้สอบเป็น กลุ่มสูง (คะแนนรวมสูงสุดประมาณร้อยละ 27) และ กลุ่มต่ำ (คะแนนรวมต่ำสุดประมาณร้อยละ 27) แล้วดูว่ากลุ่มสูงตอบข้อนั้นถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร ค่าอยู่ระหว่าง −1 ถึง +1” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “ค่าความยากคือ สัดส่วนของผู้ที่ตอบข้อนั้นถูก หาได้จาก จำนวนคนตอบถูก ÷ จำนวนคนทั้งหมด ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “อำนาจจำแนกบอกว่าข้อสอบข้อนั้น แยกผู้ที่เรียนเก่งออกจากผู้ที่เรียนอ่อนได้ดีเพียงใด วิธีหาคือแบ่งผู้สอบเป็น กลุ่มสูง (คะแนนรวมสูงสุดประมาณร้อยละ 27) และ กลุ่มต่ำ (คะแนนรวมต่ำสุดประมาณร้อยละ 27) แล้วดูว่ากลุ่มสูงตอบข้อนั้นถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร ค่าอยู่ระหว่าง −1 ถึง +1”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q269
teacher_prof_ch4
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ครูกานดาพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ โดยมีการตรวจให้คะแนนแบบ 0/1 และต้องการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือในด้านความเชื่อมั่นเพื่อให้มั่นใจว่าวัดซ้ำแล้วได้ผลคงที่ ครูกานดาควรเลือกใช้วิธีการใดตามหลักการวัดผลการศึกษา

  • ก. การตรวจสอบด้วยสูตร KR-20 ✓
  • ข. การคำนวณค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r)
  • ค. การใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
  • ง. การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การตรวจสอบด้วยสูตร KR-20" ตามหลักการวัดและประเมินผล คุณภาพด้านความเชื่อมั่นหมายถึงการวัดซ้ำแล้วได้ผลคงที่ โดยแบบทดสอบที่มีการตรวจให้คะแนนแบบถูก-ผิด หรือ 0/1 จะใช้วิธีการตามสูตร KR-20 ส่วนสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคจะใช้กับเครื่องมือที่มีการให้คะแนนหลายระดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การคำนวณค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r)" ผิด: การคำนวณค่าอำนาจจำแนกใช้เพื่อแยกกลุ่มผู้เรียนที่เก่งและอ่อนรายข้อ ไม่ใช่การตรวจสอบความเชื่อมั่นทั้งฉบับ • "การใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค" ผิด: แอลฟาครอนบาคเป็นวิธีตรวจสอบความเชื่อมั่นสำหรับเครื่องมือวัดผลที่มีการให้คะแนนหลายระดับ • "การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC" ผิด: ดัชนี IOC เป็นวิธีตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ไม่ใช่ความเชื่อมั่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเชื่อมั่น | วัดซ้ำได้ผลคงที่ | สอบซ้ำ · คู่ขนาน · KR-20 (0/1) · แอลฟาครอนบาค (หลายระดับ) |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเที่ยงตรง | วัดตรงสิ่งที่ต้องการวัด (สำคัญที่สุด) | เชิงเนื้อหา: IOC ≥ 0.50 · เชิงโครงสร้าง · เชิงสภาพ/พยากรณ์ |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| อำนาจจำแนก (r) | แยกเก่ง/อ่อน | ≥ 0.20 · ติดลบ = มีปัญหา |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.2 คุณภาพของเครื่องมือวัดผล: “| ความเชื่อมั่น | วัดซ้ำได้ผลคงที่ | สอบซ้ำ · คู่ขนาน · KR-20 (0/1) · แอลฟาครอนบาค (หลายระดับ) |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q270
teacher_prof_ch4
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากใช้รูปแบบประโยคเชื่อมโยง "___ ส่งผลต่อ ___" เพื่อช่วยกำหนดตัวแปรวิจัย ข้อความในช่องแรกและช่องหลังหมายถึงตัวแปรประเภทใดตามลำดับ

  • ก. ตัวแปรต้น และตัวแปรควบคุม
  • ข. ตัวแปรต้น และตัวแปรตาม ✓
  • ค. ตัวแปรตาม และตัวแปรต้น
  • ง. ตัวแปรควบคุม และตัวแปรตาม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตัวแปรต้น และตัวแปรตาม" ตามหลักการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน เทคนิคการจำแนกตัวแปรให้ใช้ประโยค "___ ส่งผลต่อ ___" โดยข้อความในช่องแรกคือตัวแปรต้น (สิ่งที่เป็นเหตุหรือสิ่งที่จัดให้) และข้อความในช่องหลังคือตัวแปรตาม (ผลที่เกิดขึ้น) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตัวแปรต้น และตัวแปรควบคุม" ผิด: ช่องหลังคือตัวแปรตาม ไม่ใช่ตัวแปรควบคุม • "ตัวแปรตาม และตัวแปรต้น" ผิด: ช่องแรกคือตัวแปรต้น ส่วนช่องหลังคือตัวแปรตาม ไม่ได้สลับกัน • "ตัวแปรควบคุม และตัวแปรตาม" ผิด: ช่องแรกคือตัวแปรต้น ไม่ใช่ตัวแปรควบคุม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ใช้ประโยค "___ ส่งผลต่อ ___" ช่องแรกคือตัวแปรต้น ช่องหลังคือตัวแปรตาม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 4 หัวข้อ 4.3 การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน: “ใช้ประโยค "___ ส่งผลต่อ ___" ช่องแรกคือตัวแปรต้น ช่องหลังคือตัวแปรตาม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q271
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การเชื่อมโยงระบบการประกันคุณภาพภายในเข้ากับระบบการประกันคุณภาพภายนอก มีลักษณะสำคัญอย่างไรที่ช่วยแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของระบบเดิม

  • ก. สมศ. เป็นผู้จัดทำและรับรอง SAR ให้แก่สถานศึกษาเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน
  • ข. สมศ. กำหนดเกณฑ์และสร้างหลักฐานใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำ SAR มาพิจารณา
  • ค. สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น ✓
  • ง. สถานศึกษาส่ง SAR โดยตรงไปยัง สมศ. เพื่อลดขั้นตอนการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การเชื่อมระบบภายในกับภายนอกเข้าด้วยกันมีจุดเน้นคือ สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่โรงเรียนจัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของระบบเดิม และหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้ส่ง SAR ไปให้ สมศ. ไม่ใช่โรงเรียนส่งเองโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สมศ. เป็นผู้จัดทำและรับรอง SAR ให้แก่สถานศึกษาเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน" ผิด: สถานศึกษาเป็นผู้ประเมินตนเองและจัดทำ SAR ไม่ใช่ สมศ. เป็นผู้จัดทำให้ • "สมศ. กำหนดเกณฑ์และสร้างหลักฐานใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำ SAR มาพิจารณา" ผิด: ตามกฎกระทรวง สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์หรือสร้างเกณฑ์แยกต่างหาก แต่เริ่มพิจารณาจาก SAR ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น • "สถานศึกษาส่ง SAR โดยตรงไปยัง สมศ. เพื่อลดขั้นตอนการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด" ผิด: ผู้ส่ง SAR พร้อมประเด็นที่ต้องการให้ประเมินไปยัง สมศ. คือหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่สถานศึกษาเป็นผู้ส่งเอง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 4: “สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่โรงเรียนทำ ซึ่งแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของฉบับ 2553” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 5: “ผู้ส่ง SAR ไป สมศ. คือ ต้นสังกัด ไม่ใช่โรงเรียนส่งเอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 4: “สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่โรงเรียนทำ ซึ่งแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของฉบับ 2553”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q272
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดทำโครงการปรับปรุงอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการให้มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างครูและนักเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ในประเด็นใด

  • ก. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
  • ข. ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย
  • ค. พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
  • ง. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ข้อ 2.5 กำหนดเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ การปรับปรุงอาคารสถานที่และความปลอดภัยเป็นด้านกายภาพ ส่วนการสร้างสัมพันธภาพและบรรยากาศอันดีเป็นด้านสังคม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้" ผิด: เป็นประเด็นการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายสารสนเทศ หรือระบบข้อมูลสนับสนุน มิใช่การพัฒนาอาคารสถานที่และสัมพันธภาพ • "ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย" ผิด: เป็นประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและงานวิชาการสำหรับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย • "พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ" ผิด: เป็นประเด็นการส่งเสริม พัฒนา หรืออบรมความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพของครูและบุคลากร อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.5) จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.5) จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q273
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานข้อใดที่ระบุว่าเกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ซึ่งทำให้ครูมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน

  • ก. มาตรฐานที่ 1 และ 3 ✓
  • ข. มาตรฐานที่ 1 2 และ 3
  • ค. มาตรฐานที่ 1 และ 2
  • ง. มาตรฐานที่ 2 และ 3

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 1 และ 3" ตามแนวทางบทบาทของครูในงานประกันคุณภาพการศึกษา หากพิจารณามาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่ามาตรฐานที่ 1 (คุณภาพของผู้เรียน) และมาตรฐานที่ 3 (กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ) เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 1 2 และ 3" ผิด: มาตรฐานที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรงมีเพียงมาตรฐานที่ 1 และ 3 เท่านั้น ไม่รวมมาตรฐานที่ 2 • "มาตรฐานที่ 1 และ 2" ผิด: มาตรฐานที่ 2 คือกระบวนการบริหารและการจัดการ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรงเหมือนมาตรฐานที่ 1 และ 3 • "มาตรฐานที่ 2 และ 3" ผิด: มาตรฐานที่ 2 เป็นเรื่องการบริหารจัดการของสถานศึกษา ไม่ใช่มาตรฐานที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “ถ้าดูมาตรฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่า มาตรฐานที่ 1 และ 3 เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยทำเอกสาร แต่เป็น ผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “ถ้าดูมาตรฐานทั้ง 3 ข้อ จะเห็นว่า มาตรฐานที่ 1 และ 3 เกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ครูจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยทำเอกสาร แต่เป็น ผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q274
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อสถานศึกษาจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีเสร็จสิ้น หน่วยงานใดเป็นผู้มีหน้าที่จัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

  • ก. เครือข่ายผู้ปกครองและครู
  • ข. หน่วยงานต้นสังกัด ✓
  • ค. สถานศึกษาผู้จัดทำรายงาน
  • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หน่วยงานต้นสังกัด" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา ผู้มีหน้าที่ส่งรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้แก่ สมศ. คือหน่วยงานต้นสังกัด โดยสถานศึกษาจะจัดทำและเสนอผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนส่งให้ต้นสังกัด ไม่ได้ให้สถานศึกษาส่งไปยัง สมศ. เองโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครือข่ายผู้ปกครองและครู" ผิด: ผู้ปกครองไม่มีหน้าที่ในการจัดส่งรายงาน SAR ให้แก่ สมศ. • "สถานศึกษาผู้จัดทำรายงาน" ผิด: กฎกระทรวงกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ส่ง SAR ให้ สมศ. ไม่ใช่ให้สถานศึกษาส่งเอง • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบ SAR ก่อนส่งให้หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่ผู้ส่งให้ สมศ. อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ใครส่ง SAR ให้ สมศ. | ต้นสังกัด (กฎกระทรวง ข้อ 4) | สถานศึกษาส่งเอง |” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| SAR ต้องผ่านใครก่อนส่ง สพท. | คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบ | ผู้ปกครอง · สมศ. |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ใครส่ง SAR ให้ สมศ. | ต้นสังกัด (กฎกระทรวง ข้อ 4) | สถานศึกษาส่งเอง |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q275
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมวางแผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ครูผู้ช่วยสอบถามครูวิชาการว่า ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมีองค์ประกอบอย่างไร และรายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเป็นไปตามกฎหมายลำดับใด ครูวิชาการควรให้คำตอบตามข้อใด

  • ก. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา
  • ข. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ค. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ✓
  • ง. ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง" ตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายกำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยระบุชัดเจนว่ารายละเอียดของระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งเป็นที่มาของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา" ผิด: ตามกฎหมายระบุว่ารายละเอียดของระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มิใช่ระเบียบคุรุสภา • "ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี" ผิด: กฎหมายแบ่งระบบเป็นประกันคุณภาพภายในและประกันคุณภาพภายนอก มิได้แบ่งเป็นระดับสถานศึกษาและระดับชาติ และต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง มิใช่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี • "ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก มิใช่ระบบประเมินมาตรฐานวิชาชีพ และต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q276
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในการดำเนินงานของสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษามีหน้าที่จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อหน่วยงานหรือองค์กรใด

  • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ค. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
  • ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ตามมาตรา 39 (4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. กำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีหน้าที่จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเสนอรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเสนอรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเสนอรายงานประจำปีต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีหน้าที่ตามมาตรา 39 (4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา… เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีหน้าที่ตามมาตรา 39 (4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. คือ "จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษา… เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q277
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อใดระบุบทบาทหน้าที่หลักที่สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องดำเนินการจัดให้มีขึ้น

  • ก. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ✓
  • ข. กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป
  • ค. ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด
  • ง. จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการควบคุม ตรวจสอบ และพัฒนาคุณภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป" ผิด: การกำหนดมาตรฐานการศึกษาเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีหรือระดับนโยบาย มิใช่หน้าที่ของสถานศึกษาแต่ละแห่ง • "ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด" ผิด: สถานศึกษามีหน้าที่จัดระบบประกันคุณภาพภายในของตนเอง มิใช่มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบหน่วยงานต้นสังกัด • "จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกเป็นบทบาทหน้าที่ของสำนักงาน (สมศ.) มิใช่หน้าที่ที่สถานศึกษาจัดให้มีแก่ผู้อื่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ข้อ 3 กำหนดให้ สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ข้อ 3 กำหนดให้ สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q278
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หลังจากโรงเรียนบ้านหนองแคนจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเรียบร้อยแล้ว ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องดำเนินการตามขั้นตอนใดเป็นลำดับถัดไปเพื่อเชื่อมโยงสู่การประเมินคุณภาพภายนอก

  • ก. มอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เขตพื้นที่การศึกษารับรองเข้าทำการประเมินภายนอกแทน สมศ.
  • ข. รวบรวมประเด็นที่ต้องการให้ประเมินและส่งรายงาน SAR ไปยัง สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมิน ✓
  • ค. ดำเนินการติดตามผลการปรับปรุงของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานก่อนจัดส่งรายงาน SAR ให้แก่ สมศ.
  • ง. แจ้งให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำข้อมูลจาก SAR มาใช้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รวบรวมประเด็นที่ต้องการให้ประเมินและส่งรายงาน SAR ไปยัง สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมิน" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 เมื่อหน่วยงานต้นสังกัดได้รับรายงาน SAR จากสถานศึกษาแล้ว ขั้นตอนแรกคือต้นสังกัดต้องส่ง SAR พร้อมประเด็นที่ต้องการให้ประเมิน (ซึ่งรวบรวมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) ไปให้ สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินภายนอก สำหรับการติดตามผลการปรับปรุงนั้นจะดำเนินการในขั้นตอนหลังจากที่ สมศ. ส่งรายงานผลและข้อเสนอแนะกลับมาแล้ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เขตพื้นที่การศึกษารับรองเข้าทำการประเมินภายนอกแทน สมศ." ผิด: ผู้ที่มีอำนาจมอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ตนรับรองทำการประเมินภายนอกแทนได้คือ สมศ. ไม่ใช่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา • "ดำเนินการติดตามผลการปรับปรุงของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานก่อนจัดส่งรายงาน SAR ให้แก่ สมศ." ผิด: การติดตามผลการปรับปรุงของสถานศึกษาจะทำในขั้นตอนที่สามหลังจากที่ สมศ. ส่งรายงานผลและข้อเสนอแนะกลับมาให้ต้นสังกัดแล้ว • "แจ้งให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำข้อมูลจาก SAR มาใช้" ผิด: สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่ต้องใช้ข้อมูลจากรายงาน SAR ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเป็นฐานในการประเมินภายนอก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ต้นสังกัดส่ง SAR พร้อมประเด็นที่ต้องการให้ประเมิน (ซึ่งรวบรวมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษา) ไปให้ สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินภายนอก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “จังหวะที่สาม ต้นสังกัดติดตามผลการปรับปรุง ของสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ต้นสังกัดส่ง SAR พร้อมประเด็นที่ต้องการให้ประเมิน (ซึ่งรวบรวมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษา) ไปให้ สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินภายนอก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q279
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ข้อใดจัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน

  • ก. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
  • ข. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • ค. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ✓
  • ง. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มี 4 ข้อ ซึ่งรวมถึงการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ส่วนตัวเลือกอื่นทั้งหมดจัดอยู่ในประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ไม่ใช่ประเด็น 1.2 • "มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ไม่ใช่ประเด็น 1.2 • "มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ไม่ใช่ประเด็น 1.2 อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มี 4 ข้อ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย และ (4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน มี 6 ข้อ ได้แก่”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มี 4 ข้อ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q280
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ มีความแตกต่างจากระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปในเรื่องใด

  • ก. ต่างกันทุกมาตรฐาน โดยปรับเปลี่ยนจุดเน้นไปที่พัฒนาการ 4 ด้านเช่นเดียวกับระดับการศึกษาปฐมวัย
  • ข. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนรู้ ซึ่งเปลี่ยนเป็นเน้นการจัดประสบการณ์ตรงและการเล่นอย่างมีความสุข
  • ค. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการ ซึ่งกำหนดให้จัดครูผู้สอนให้เพียงพอกับชั้นเรียนและแผน IEP
  • ง. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็นผลการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพใน IEP หรือ IFSP ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต่างกันที่มาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็นผลการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพใน IEP หรือ IFSP" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ มาตรฐานที่ 2 และ 3 เหมือนกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไป จะแตกต่างกันเฉพาะมาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็น 'ผลการพัฒนาผู้เรียน' ตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่ระบุไว้ใน IEP หรือ IFSP ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต่างกันทุกมาตรฐาน โดยปรับเปลี่ยนจุดเน้นไปที่พัฒนาการ 4 ด้านเช่นเดียวกับระดับการศึกษาปฐมวัย" ผิด: ศูนย์การศึกษาพิเศษไม่ได้ต่างกันทุกมาตรฐาน และไม่ได้ใช้พัฒนาการ 4 ด้านแบบระดับปฐมวัย เพราะมาตรฐานที่ 2 และ 3 ยังคงเหมือนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไป • "ต่างกันที่มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนรู้ ซึ่งเปลี่ยนเป็นเน้นการจัดประสบการณ์ตรงและการเล่นอย่างมีความสุข" ผิด: มาตรฐานที่ 3 ของศูนย์การศึกษาพิเศษเหมือนกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไป ส่วนการจัดประสบการณ์ตรงและการเล่นอย่างมีความสุขเป็นจุดเน้นของระดับปฐมวัย • "ต่างกันที่มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการ ซึ่งกำหนดให้จัดครูผู้สอนให้เพียงพอกับชั้นเรียนและแผน IEP" ผิด: มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ของศูนย์การศึกษาพิเศษเหมือนกับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไป อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ มาตรฐานที่ 2 และ 3 เหมือนระดับขั้นพื้นฐาน ต่างกันที่มาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็น "ผลการพัฒนาผู้เรียน" ตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่ระบุไว้ใน แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) หรือ แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ มาตรฐานที่ 2 และ 3 เหมือนระดับขั้นพื้นฐาน ต่างกันที่มาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็น "ผลการพัฒนาผู้เรียน" ตามศักยภาพของแต่ละบุคคลที่ระบุไว้ใน แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) หรือ แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q281
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกแล้วพบว่าผลการประเมินไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดย สมศ. ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว แต่สถานศึกษามิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ขั้นตอนต่อไป สมศ. จะต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
  • ข. มอบหมายให้ต้นสังกัดเข้าทำแทนสถานศึกษา
  • ค. มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษา
  • ง. ออกคำสั่งให้สั่งปิดสถานศึกษาทันที

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตาม ม.51 ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกไม่ได้มาตรฐาน และสถานศึกษามิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ให้ สมศ. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการต่อไป โดย สมศ. ไม่มีอำนาจสั่งปิดโรงเรียนหรือลงโทษทางวินัยแก่ผู้บริหารโดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มอบหมายให้ต้นสังกัดเข้าทำแทนสถานศึกษา" ผิด: ตาม ม.51 สมศ. ต้องรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่การสั่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเข้าไปทำแทนสถานศึกษา • "มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษา" ผิด: ตาม ม.51 สมศ. ไม่มีอำนาจลงโทษทางวินัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษา แต่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "ออกคำสั่งให้สั่งปิดสถานศึกษาทันที" ผิด: ตาม ม.51 สมศ. ไม่มีอำนาจออกคำสั่งสั่งปิดสถานศึกษา แต่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “สมศ. เสนอแนะต่อต้นสังกัด → ไม่แก้ → รายงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.51)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “สมศ. สั่งปิดโรงเรียน · ลงโทษผู้บริหาร” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “จัดให้มีระบบ ร่วมกับ สถานศึกษา (พ.ร.บ.ระเบียบบริหาร ศธ. ม.37 (2)) | ทำแทนสถานศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “สมศ. เสนอแนะต่อต้นสังกัด → ไม่แก้ → รายงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.51)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q282
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจไปสู่หน่วยงานใด

  • ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษา และชุมชน
  • ข. เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ✓
  • ค. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษา และภาคประชาสังคม
  • ง. องค์กรวิชาชีพทางการศึกษา สถานศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 9 กำหนดหลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การจัดการศึกษามีความคล่องตัวและตอบสนองต่อผู้เรียนในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษา และชุมชน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน • "สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษา และภาคประชาสังคม" ผิด: กฎหมายกำหนดให้กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด • "องค์กรวิชาชีพทางการศึกษา สถานศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา" ผิด: กฎหมายกำหนดให้กระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่องค์กรวิชาชีพทางการศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 9: “มาตรา 9 วางหลัก 6 ข้อในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาของประเทศ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.2 หลักการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับคุณภาพ (มาตรา 9) [ตัวบท]: “มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.2 หลักการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับคุณภาพ (มาตรา 9) [ตัวบท]: “มาตรา 9 วางหลัก 6 ข้อในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาของประเทศ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q283
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดสรุปบทบาทหน้าที่ของ "สถานศึกษา" ได้ถูกต้อง

  • ก. จัดทำรายงานประจำปีของกิจการสถานศึกษาเพื่อเสนอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  • ข. ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอก กำหนดมาตรฐานการศึกษา และออกหนังสือรับรองมาตรฐานคุณภาพ
  • ค. จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ. ✓
  • ง. ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ." ตาม พ.ร.บ.การศึกษาฯ มาตรา 48, 50 กำหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ. ในการประเมินคุณภาพภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำรายงานประจำปีของกิจการสถานศึกษาเพื่อเสนอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: การจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสถานศึกษาตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. • "ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอก กำหนดมาตรฐานการศึกษา และออกหนังสือรับรองมาตรฐานคุณภาพ" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกและรับรองมาตรฐานเป็นหน้าที่ของ สมศ. ไม่ใช่สถานศึกษา • "ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ" ผิด: การตรวจสอบประเมินผลสถานศึกษาในสังกัดและจัดสรรงบประมาณเป็นบทบาทของหน่วยงานต้นสังกัด มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “มาตรา 48: การประกันคุณภาพภายใน กำหนดให้ "หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา" จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ข้อความสำคัญที่ต้องจำคือ ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายใน "เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง" …” อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สถานศึกษา มีหน้าที่จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ. (พ.ร.บ.การศึกษาฯ มาตรา 48, 50)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สถานศึกษา มีหน้าที่จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ. (พ.ร.บ.การศึกษาฯ มาตรา 48, 50)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q284
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประชุมวางแผนระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน ครูแกนนำประกันคุณภาพเสนอว่าควรเน้นการจัดทำเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ชี้แจงเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า การประเมินและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยมีกลไกควบคุมตรวจสอบระบบบริหารคุณภาพที่สถานศึกษาจัดขึ้น มีเป้าหมายสำคัญที่สุดตามข้อใด

  • ก. เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู
  • ข. เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก
  • ค. เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น
  • ง. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 2 นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษาได้ระบุเป้าหมายสำคัญสองประการไว้อย่างชัดเจน คือ เพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน การมุ่งเน้นเพียงการจัดทำเอกสารหรือแข่งขันสร้างชื่อเสียงจึงไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู" ผิด: การลดภาระงานหรือเน้นจัดทำเอกสารไม่ใช่เป้าหมายตามนิยามของการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวง • "เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก" ผิด: การประกันคุณภาพไม่ได้มุ่งเน้นการควบคุมเพื่อรองรับการตรวจ แต่เน้นการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน • "เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดเป้าหมายเพื่อการแข่งขันหรือสร้างชื่อเสียง แต่เน้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษา (ข้อ 2)” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน…" นิยามนี้บอกเป้าหมายสองอย่างของการประกันคุณภาพ คือ "เกิดการพัฒนา" และ "สร้างความเชื่อมั่น"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “นิยามของการประกันคุณภาพการศึกษา (ข้อ 2)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q285
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ในการจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษาจะต้องเสนอให้องค์คณะบุคคลใดให้ความเห็นชอบก่อน

  • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ✓
  • ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  • ค. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา
  • ง. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ส่งทุกปี โดยรายงานดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานก่อน จึงจะจัดส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดให้เสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเห็นชอบ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน • "คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา" ผิด: คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ทำหน้าที่นิเทศและติดตาม ไม่ใช่องค์คณะที่มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ SAR ของโรงเรียนก่อนส่งต้นสังกัด • "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" ผิด: สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นผู้รับ SAR จากต้นสังกัดเพื่อใช้ในการประเมินภายนอก ไม่ใช่องค์คณะที่ให้ความเห็นชอบก่อนส่ง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “SAR ส่ง ทุกปี · ต้องผ่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบ ก่อนส่ง สพท.”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “SAR ส่ง ทุกปี · ต้องผ่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบ ก่อนส่ง สพท.”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q286
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ในมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ข้อใดจัดอยู่ในประเด็นพิจารณาด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน

  • ก. สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม
  • ข. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ✓
  • ค. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
  • ง. ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม" มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน แบ่งเป็น 2 ประเด็น โดยประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน มี 6 ข้อ ซึ่งรวมถึง 'มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม' ในขณะที่ตัวเลือกอื่นทั้งหมดจัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ • "การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ • "ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย" ผิด: จัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน มี 6 ข้อ ได้แก่ (1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ (2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา (3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มี 4 ข้อ ได้แก่ (1) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด (2) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย (3) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย และ (4) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ประเด็น 1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน มี 6 ข้อ ได้แก่ (1) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ (2) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา (3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q287
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 หากครูปฐมวัยจัดกิจกรรมพาเด็กไปสำรวจแปลงเกษตรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและลงมือปฏิบัติอย่างมีความสุข พร้อมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานใด

  • ก. มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
  • ข. มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก
  • ค. มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ✓
  • ง. มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ" ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 3 คือ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งเน้นให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข รวมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง จึงตรงกับการจัดกิจกรรมและบทบาทของครูปฐมวัยในสถานการณ์นี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ" ผิด: เป็นมาตรฐานด้านการบริหารจัดการของสถานศึกษา เช่น การจัดทำหลักสูตร หรือการจัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน • "มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก" ผิด: เป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์พัฒนาการ 4 ด้านของเด็ก ไม่ใช่มาตรฐานด้านกระบวนการจัดกิจกรรมของครู • "มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" ผิด: เป็นชื่อของมาตรฐานที่ 3 ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยในระดับปฐมวัยจะใช้คำว่า จัดประสบการณ์ และ เด็ก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มี 4 ข้อ เน้นให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข และ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “สังเกตว่าระดับปฐมวัยใช้คำว่า "จัดประสบการณ์" แทน "จัดการเรียนการสอน" และ "เด็ก" แทน "ผู้เรียน"”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ มี 4 ข้อ เน้นให้เด็กได้รับ ประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข และ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q288
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาต้องจัดให้มีขึ้นตามกำหนดความถี่ในข้อใด

  • ก. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
  • ข. จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย
  • ค. อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
  • ง. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี ไม่ใช่ทุก 3 ปี • "จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดรอบการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี ไม่ใช่จัดขึ้นทุกปี • "อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย" ผิด: ตามกฎหมายกำหนดให้ประเมินอย่างน้อย 1 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้งในรอบ 5 ปี มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 49: “มาตรา 49: สมศ. และรอบการประเมินภายนอก กำหนดให้มี สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่ง "มีฐานะเป็นองค์การมหาชน" ทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และประเมินผลการจัดการศึกษา …” อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ความถี่ประเมินภายนอก | อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย (ม.49) | ทุก 3 ปี · ทุกปี |”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.7 ตารางกันสับสน: “| ความถี่ประเมินภายนอก | อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย (ม.49) | ทุก 3 ปี · ทุกปี |”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q289
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาได้ถูกต้อง

  • ก. เป็นหลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้ และใช้กับการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ✓
  • ข. เป็นแนวทางการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อให้สถานศึกษาเลือกจัดทำตามความพร้อม
  • ค. เป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
  • ง. เป็นข้อกำหนดเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นหลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้ และใช้กับการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท" ตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วางหลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาให้มีการกำหนดมาตรฐานและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา ซึ่งหมายความว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นหลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้และใช้กับการศึกษาทุกระดับ ไม่ใช่เพียงนโยบายชั่วคราวของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นแนวทางการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อให้สถานศึกษาเลือกจัดทำตามความพร้อม" ผิด: การประกันคุณภาพการศึกษาต้องจัดให้มีในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษา ไม่ใช่เรื่องที่เลือกทำตามความพร้อม • "เป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ" ผิด: การประกันคุณภาพการศึกษาไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่เป็นหลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้ • "เป็นข้อกำหนดเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ผิด: การมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น เป็นหลักการข้ออื่นในมาตรา 9 ไม่ใช่สาระของการประกันคุณภาพการศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 9: “"มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา"” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 9: “การประกันคุณภาพไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่เป็น หลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้ และใช้กับการศึกษาทุกระดับ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 9: “"มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา"”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q290
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามแนวทางคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน นอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับใดที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ควบคู่กันเพื่อให้เห็นบทบาทครบถ้วน

  • ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
  • ข. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ✓
  • ค. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
  • ง. พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546" ตามคู่มือการจัดการเรียนการสอนระบุว่า ในระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันจึงจะเห็นบทบาทครบถ้วน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู • "พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายกำหนดเกณฑ์และหน้าที่เกี่ยวกับการเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ • "พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546" ผิด: ไม่ใช่กฎหมายที่ระบุไว้ในการกำหนดบทบาทหน้าที่ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา แต่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งคุรุสภาและมาตรฐานวิชาชีพ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “นอกจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยังมี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อรวมกันจะเห็นบทบาทครบ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “นอกจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยังมี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ เมื่อรวมกันจะเห็นบทบาทครบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q291
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามหมายเหตุท้ายกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 เหตุผลสำคัญประการหนึ่งในการยกเลิกและปรับปรุงแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2553 คือข้อใด

  • ก. สถานศึกษาขาดอิสระในการกำหนดค่าเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาของตนเอง
  • ข. ขาดหน่วยงานประเมินภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
  • ค. การประกันคุณภาพภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กันและเกิดความซ้ำซ้อน ✓
  • ง. ระบบการควบคุมคุณภาพไม่ครอบคลุมสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประกันคุณภาพภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กันและเกิดความซ้ำซ้อน" ตามหมายเหตุท้ายกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ระบุเหตุผลที่ต้องยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2553 ว่าแนวทางเดิมทำให้การประกันคุณภาพภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กันและเกิดความซ้ำซ้อน ไม่สะท้อนความเป็นจริง และสร้างภาระแก่สถานศึกษาและบุคลากรเกินจำเป็น จึงปรับปรุงให้ทั้งสองระบบเชื่อมโยงกันและลดภาระเอกสาร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สถานศึกษาขาดอิสระในการกำหนดค่าเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาของตนเอง" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้ระบุว่าสถานศึกษาขาดอิสระในการกำหนดมาตรฐาน แต่ระบุว่าแนวทางเดิมทำให้ระบบภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กันและซ้ำซ้อน • "ขาดหน่วยงานประเมินภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้ระบุว่าขาดหน่วยงานภายนอก เพราะมี สมศ. ทำหน้าที่อยู่แล้ว แต่ระบบเดิมสร้างภาระและไม่สัมพันธ์กับการประเมินภายใน • "ระบบการควบคุมคุณภาพไม่ครอบคลุมสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้ระบุว่าไม่ครอบคลุมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ระบุถึงปัญหาความซ้ำซ้อนและการสร้างภาระแก่สถานศึกษาเกินจำเป็น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 1: “แนวทางตามฉบับ 2553 ทำให้การประกันคุณภาพภายในและภายนอก "ไม่สัมพันธ์กัน เกิดความซ้ำซ้อน" ไม่สะท้อนความเป็นจริง และ "สร้างภาระ" แก่สถานศึกษาและบุคลากรเกินจำเป็น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 1: “แนวทางตามฉบับ 2553 ทำให้การประกันคุณภาพภายในและภายนอก "ไม่สัมพันธ์กัน เกิดความซ้ำซ้อน" ไม่สะท้อนความเป็นจริง และ "สร้างภาระ" แก่สถานศึกษาและบุคลากรเกินจำเป็น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q292
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 เพื่อให้ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานต้นสังกัดมีบทบาทหน้าที่ตามข้อใด?

  • ก. ติดตามตรวจสอบและตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก
  • ข. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานผลการประเมินตนเอง
  • ค. จัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา
  • ง. ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา" ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อ 3 วรรคสอง กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดทำ SAR เป็นหน้าที่ของสถานศึกษา และการให้ความเห็นชอบ SAR เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ติดตามตรวจสอบและตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดตามที่กฎกระทรวงกำหนดไว้สำหรับการพัฒนาต่อเนื่อง • "พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานผลการประเมินตนเอง" ผิด: การให้ความเห็นชอบ SAR เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนส่งต่อให้หน่วยงานต้นสังกัด • "จัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา" ผิด: การจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองเป็นหน้าที่ของสถานศึกษา ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “นำเสนอ SAR ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ แล้วจึงส่งต่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพพัฒนาอย่างต่อเนื่อง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q293
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนวัดดอนทองกำลังทบทวนผลการดำเนินงานเพื่อจัดทำรายงานการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2561) หากคณะกรรมการประเมินมุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลในมิติ "ผลลัพธ์ที่ได้" จะตรงกับการมุ่งตอบคำถามสำคัญในข้อใด

  • ก. ผู้เรียนมีคุณภาพไหม ✓
  • ข. ชุมชนร่วมจัดการศึกษาไหม
  • ค. ผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม
  • ง. ครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้เรียนมีคุณภาพไหม" ตามแนวคิดการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ได้ออกแบบมาตรฐาน 3 ด้านเพื่อตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อ โดยมิติ 'ผลลัพธ์ที่ได้' มีเป้าหมายเพื่อตอบคำถามว่า 'ผู้เรียนมีคุณภาพไหม' ส่วนการบริหารจะตอบคำถามว่าผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม และการสอนจะตอบคำถามว่าครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ชุมชนร่วมจัดการศึกษาไหม" ผิด: ไม่ใช่ 1 ใน 3 คำถามหลักที่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานออกแบบไว้เพื่อตอบ • "ผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม" ผิด: เป็นคำถามที่ออกแบบไว้สำหรับมิติด้าน "การบริหาร" • "ครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม" ผิด: เป็นคำถามที่ออกแบบไว้สำหรับมิติด้าน "การสอน" อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีเพียง 3 มาตรฐาน ซึ่งออกแบบให้ตอบคำถาม 3 ข้อ คือ ผลลัพธ์ที่ได้ (ผู้เรียนมีคุณภาพไหม) การบริหาร (ผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม) และ การสอน (ครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีเพียง 3 มาตรฐาน ซึ่งออกแบบให้ตอบคำถาม 3 ข้อ คือ ผลลัพธ์ที่ได้ (ผู้เรียนมีคุณภาพไหม) การบริหาร (ผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม) และ การสอน (ครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q294
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการประเมินคุณภาพและการเขียนรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ของสถานศึกษา ระดับคุณภาพ 5 ระดับที่มักนำมาใช้ในการรายงานผลการประกันคุณภาพการศึกษา เรียงลำดับถูกต้องตามข้อใด

  • ก. กำลังพัฒนา, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม
  • ข. กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดี, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม ✓
  • ค. ปรับปรุง, กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม
  • ง. ปรับปรุง, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดี, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม" ตามแนวทางการประเมินคุณภาพและการจัดทำรายงาน SAR ของสถานศึกษา ระดับคุณภาพ 5 ระดับที่นำมาใช้ในการรายงานผล ได้แก่ กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดีเลิศ และยอดเยี่ยม เรียงลำดับจากระดับเริ่มต้นไปสู่ระดับสูงสุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำลังพัฒนา, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม" ผิด: แนวทางการประเมินใช้ระดับ กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดีเลิศ และยอดเยี่ยม โดยไม่มีระดับ พอใช้ ดีมาก หรือดีเยี่ยม • "ปรับปรุง, กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม" ผิด: แนวทางการประเมินเริ่มต้นที่ระดับ กำลังพัฒนา ไม่มีการใช้ระดับ ปรับปรุง • "ปรับปรุง, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม" ผิด: แนวทางการประเมินใช้คำว่า กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดีเลิศ และยอดเยี่ยม ไม่ได้ใช้คำว่า ปรับปรุง พอใช้ ดีมาก หรือดีเยี่ยม อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ในการรายงานผล สถานศึกษามักใช้ระดับคุณภาพ 5 ระดับ คือ กำลังพัฒนา · ปานกลาง · ดี · ดีเลิศ · ยอดเยี่ยม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ในการรายงานผล สถานศึกษามักใช้ระดับคุณภาพ 5 ระดับ คือ กำลังพัฒนา · ปานกลาง · ดี · ดีเลิศ · ยอดเยี่ยม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q295
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและวิชาชีพครู ข้อใดเปรียบเทียบการนำวงจร PDCA ของเดมมิ่ง และวงจร PAOR ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต ไปประยุกต์ใช้งานได้ถูกต้อง

  • ก. PDCA ใช้เฉพาะระดับเขตพื้นที่การศึกษา ส่วน PAOR ใช้เฉพาะระดับสถานศึกษา
  • ข. PDCA ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน ส่วน PAOR ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา
  • ค. PDCA ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา ส่วน PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน ✓
  • ง. PDCA ใช้เฉพาะการประเมินคุณภาพภายนอก ส่วน PAOR ใช้เฉพาะการประกันคุณภาพภายใน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "PDCA ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา ส่วน PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน" ตามหลักวิชาชีพครู วงจร PDCA (Plan–Do–Check–Act) ของเดมมิ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษาทั้งระดับโรงเรียนและระดับห้องเรียน ในขณะที่วงจร PAOR (Plan–Act–Observe–Reflect) ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต เป็นกระบวนการที่นำมาใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "PDCA ใช้เฉพาะระดับเขตพื้นที่การศึกษา ส่วน PAOR ใช้เฉพาะระดับสถานศึกษา" ผิด: ระบุขอบเขตคลาดเคลื่อน โดย PDCA ใช้ได้ทั้งระดับโรงเรียนและห้องเรียนในงานประกันคุณภาพ ส่วน PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน • "PDCA ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน ส่วน PAOR ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา" ผิด: สลับหน้าที่กัน โดยวงจร PDCA ใช้ในงานประกันคุณภาพ ส่วนวงจร PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน • "PDCA ใช้เฉพาะการประเมินคุณภาพภายนอก ส่วน PAOR ใช้เฉพาะการประกันคุณภาพภายใน" ผิด: ระบุขอบเขตคลาดเคลื่อน โดย PDCA ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และ PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “PDCA (Plan–Do–Check–Act) ของเดมมิ่ง ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ กับ PAOR (Plan–Act–Observe–Reflect) ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ตที่ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “PDCA (Plan–Do–Check–Act) ของเดมมิ่ง ที่ใช้ในงานประกันคุณภาพ กับ PAOR (Plan–Act–Observe–Reflect) ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ตที่ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q296
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านดอนขาม การดำเนินงานของคณะกรรมการดังกล่าวจัดเป็นกระบวนการใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

  • ก. การรับรองมาตรฐานภายนอก
  • ข. การประเมินผลระดับชาติ
  • ค. การประกันคุณภาพภายนอก
  • ง. การประกันคุณภาพภายใน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประกันคุณภาพภายใน" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 การที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดมาตรวจและติดตามโรงเรียน แม้จะมาจากนอกโรงเรียนแต่ยังนับเป็นการประกันคุณภาพภายใน ส่วนการประกันคุณภาพภายนอกนั้นต้องดำเนินการโดย สมศ. เท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การรับรองมาตรฐานภายนอก" ผิด: ผิด เพราะการตรวจติดตามของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประกันคุณภาพภายใน ไม่ใช่การรับรองมาตรฐานภายนอกซึ่งเป็นหน้าที่ของ สมศ. • "การประเมินผลระดับชาติ" ผิด: ผิด เพราะการลงพื้นที่ตรวจติดตามของเขตพื้นที่การศึกษาจัดเป็นระบบการประกันคุณภาพภายในของหน่วยงานต้นสังกัด • "การประกันคุณภาพภายนอก" ผิด: ผิด เพราะการประกันคุณภาพภายนอกกฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการโดย สมศ. หรือผู้ประเมินที่ สมศ. รับรองเท่านั้น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “เมื่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ต้นสังกัด) มาตรวจโรงเรียน หลายคนคิดว่าเป็น "ภายนอก" เพราะมาจากนอกโรงเรียน แต่ตามนิยามในมาตรา 4 ยังนับเป็นการประกันคุณภาพภายใน · ภายนอกต้องเป็น สมศ. เท่านั้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ผู้ทำจึงต้องเป็น สมศ. หรือ ผู้ประเมินที่ สมศ. รับรอง เท่านั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “เมื่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ต้นสังกัด) มาตรวจโรงเรียน หลายคนคิดว่าเป็น "ภายนอก" เพราะมาจากนอกโรงเรียน แต่ตามนิยามในมาตรา 4 ยังนับเป็นการประกันคุณภาพภายใน · ภายนอกต้องเป็น สมศ. เท่านั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q297
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ขั้นแรก สมศ. จะต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด ✓
  • ข. ดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยต่อผู้บริหารสถานศึกษา
  • ค. มีคำสั่งให้สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอนเพื่อปรับปรุงชั่วคราว
  • ง. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการทันที

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด" ตามมาตรา 51 เมื่อผลประเมินภายนอกไม่ได้มาตรฐาน กฎหมายวางขั้นตอนไว้เป็นลำดับ โดยขั้นแรก สมศ. จะจัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้สถานศึกษาปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. สั่งปิดโรงเรียนหรือลงโทษผู้ใด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยต่อผู้บริหารสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. ในการลงโทษใคร บทบาทของ สมศ. คือการประเมินและเสนอแนะเท่านั้น • "มีคำสั่งให้สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอนเพื่อปรับปรุงชั่วคราว" ผิด: กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. ในการสั่งปิดโรงเรียน แต่มีบทบาทเพียงประเมินและเสนอแนะ • "รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการทันที" ผิด: การรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นขั้นตอนที่สอง หากสถานศึกษาไม่ดำเนินการปรับปรุงตามที่เสนอแนะ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 51: “ขั้นแรก สมศ. จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้สถานศึกษาปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 51: “ขั้นที่สอง ถ้าสถานศึกษาไม่ดำเนินการ สมศ. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา) เพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 51: “สังเกตว่ากฎหมาย ไม่ได้ให้อำนาจ สมศ. สั่งปิดโรงเรียนหรือลงโทษใคร บทบาทของ สมศ. คือประเมินและเสนอแนะ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 51: “ขั้นแรก สมศ. จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้สถานศึกษาปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q298
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

เกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับที่มาตามกฎหมายและโครงสร้างของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561

  • ก. ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ
  • ข. ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ ✓
  • ค. ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 49 ข้อ
  • ง. ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 47 ข้อ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 47 วรรคสอง เป็นฐานอำนาจในการออกกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ซึ่งตัวกฎกระทรวงมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ ไม่ใช่การออกตามระเบียบของ สมศ. และตัวเลข 47 กับ 49 ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นเลขมาตรา ไม่ใช่จำนวนข้อของกฎกระทรวง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ" ผิด: กฎกระทรวงออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ไม่ได้ออกตามระเบียบของ สมศ. • "ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 49 ข้อ" ผิด: กฎกระทรวงออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ ส่วนมาตรา 49 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภายนอกของ สมศ. • "ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 47 ข้อ" ผิด: กฎกระทรวงฉบับนี้มีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ ไม่ใช่ 47 ข้อ โดยมาตรา 47 เป็นเลขมาตราของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ให้อำนาจออกกฎกระทรวง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 47 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “มีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ ซึ่งสั้นกว่าฉบับเดิมมาก” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สมศ. ประเมินคุณภาพภายนอก อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี (พ.ร.บ.การศึกษาฯ มาตรา 49)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 47 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q299
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนบ้านหนองขามได้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายในและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามแนวปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษาของ สพฐ. ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรกก่อนส่งรายงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

  • ก. จัดส่งรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณา
  • ข. แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงรายงานใหม่อีกรอบ
  • ค. นำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ ✓
  • ง. ส่งรายงานตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ" ตามแนวปฏิบัติของ สพฐ. ในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) กำหนดว่าสถานศึกษาต้องนำเสนอ SAR ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบเสียก่อน แล้วจึงจัดส่งรายงานดังกล่าวต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดส่งรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณา" ผิด: สถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องส่งรายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่ส่งตรงไปยัง สพฐ. • "แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงรายงานใหม่อีกรอบ" ผิด: การติดตามผลการดำเนินการเป็นขั้นตอนที่ทำมาก่อนการสรุปจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) • "ส่งรายงานตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา" ผิด: กฎกระทรวงไม่ได้ให้สถานศึกษาส่งรายงานไปยัง สมศ. โดยตรง แต่ให้ส่งหน่วยงานต้นสังกัดเป็นประจำทุกปี อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ต้อง นำเสนอ SAR ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ แล้วจึงส่งต่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ต้อง นำเสนอ SAR ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ แล้วจึงส่งต่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q300
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ (พ.ศ. 2561) มาตรฐานการศึกษาชุดนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นสิ่งใดสำหรับสถานศึกษา ต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

  • ก. ข้อมูลเชิงประจักษ์
  • ข. การประเมินแบบองค์รวม
  • ค. การตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • ง. หลักเทียบเคียง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หลักเทียบเคียง" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาฯ ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 กำหนดไว้ชัดเจนว่า มาตรฐานชุดนี้ใช้เป็น 'หลักเทียบเคียง' สำหรับสถานศึกษา ต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ ส่วนข้อมูลเชิงประจักษ์ การประเมินแบบองค์รวม และการตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นแนวคิดและวิธีการประเมินตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อมูลเชิงประจักษ์" ผิด: ข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นแนวคิดการประเมินตามกฎกระทรวง 2561 ที่ใช้ร่องรอยหลักฐานจริง ไม่ใช่สิ่งที่มาตรฐานชุดนี้กำหนดให้ใช้เป็น • "การประเมินแบบองค์รวม" ผิด: การประเมินแบบองค์รวมเป็นแนวคิดการประเมินภาพรวมตามกฎกระทรวง 2561 ไม่ใช่สิ่งที่มาตรฐานชุดนี้กำหนดให้ใช้เป็น • "การตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ" ผิด: การตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นแนวคิดการตัดสินผลตามกฎกระทรวง 2561 ไม่ใช่สิ่งที่มาตรฐานชุดนี้กำหนดให้ใช้เป็น อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานชุดนี้ใช้เป็น หลักเทียบเคียง สำหรับสถานศึกษา ต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ประการแรก ประเมิน แบบองค์รวม (Holistic Assessment) คือดูคุณภาพในภาพรวม ไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ ประการที่สอง ใช้ ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “มาตรฐานชุดนี้ใช้เป็น หลักเทียบเคียง สำหรับสถานศึกษา ต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q301
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานและประเด็นพิจารณาใด

  • ก. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5 ✓
  • ข. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3
  • ค. มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4
  • ง. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC เพื่อสังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานที่ 3 ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ข้อ 3.5 ขณะที่การส่งครูไปอบรมจัดอยู่ในมาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4 การเสริมแรงทางบวกอยู่ในข้อ 3.3 และการใช้แบบทดสอบวินิจฉัยเพื่อซ่อมเสริมอยู่ในข้อ 3.4 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3" ผิด: มาตรฐาน 3 ข้อ 3.3 ตรงกับกรณีที่ครูใช้การเสริมแรงทางบวกและสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียน • "มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4" ผิด: มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4 ตรงกับกรณีที่โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการของสถานศึกษา • "มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4" ผิด: มาตรฐาน 3 ข้อ 3.4 ตรงกับกรณีที่ครูใช้แบบทดสอบวินิจฉัยแล้วนำผลมาดำเนินการซ่อมเสริมผู้เรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.5” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ → มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4 · ครูใช้การเสริมแรงทางบวกและสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้อง → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.3”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล → มาตรฐาน 3 ข้อ 3.5”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q302
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หลังจากจัดการเรียนการสอนเสร็จสิ้น ครูดวงใจได้ทำการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมทั้งเขียนบันทึกหลังสอนเพื่อสรุปผลการจัดกิจกรรม การปฏิบัติของครูดวงใจตรงกับขั้นตอนใดของวงจรเดมมิ่ง (PDCA) ในระดับห้องเรียนสำหรับงานประกันคุณภาพการศึกษา

  • ก. Act (ปรับปรุง)
  • ข. Check (ตรวจสอบ) ✓
  • ค. Do (ปฏิบัติ)
  • ง. Plan (วางแผน)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Check (ตรวจสอบ)" ตามวงจรเดมมิ่ง (PDCA) สำหรับการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับห้องเรียน ขั้น Check (ตรวจสอบ) คือการประเมินผู้เรียนและเขียนบันทึกหลังสอน ดังนั้นการประเมินผลการเรียนรู้ร่วมกับการเขียนบันทึกหลังสอนจึงตรงกับขั้น Check โดยตรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Act (ปรับปรุง)" ผิด: ขั้น Act (ปรับปรุง) ในระดับห้องเรียนคือการจัดสอนซ่อมเสริมและปรับวิธีสอนในครั้งต่อไป • "Do (ปฏิบัติ)" ผิด: ขั้น Do (ปฏิบัติ) ในระดับห้องเรียนคือการจัดการเรียนการสอนตามแผน • "Plan (วางแผน)" ผิด: ขั้น Plan (วางแผน) ในระดับห้องเรียนคือการวิเคราะห์ผู้เรียนและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “Check (ตรวจสอบ) ระดับโรงเรียนคือประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพ ระดับห้องเรียนคือประเมินผู้เรียนและเขียนบันทึกหลังสอน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “Act (ปรับปรุง) ระดับโรงเรียนคือติดตามผล ปรับแผนรอบใหม่ และทำ SAR ระดับห้องเรียนคือซ่อมเสริมและปรับวิธีสอนครั้งต่อไป”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “Check (ตรวจสอบ) ระดับโรงเรียนคือประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพ ระดับห้องเรียนคือประเมินผู้เรียนและเขียนบันทึกหลังสอน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q303
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จะต้องดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบโดยหน่วยงานหรือบุคคลใด

  • ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
  • ข. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง
  • ค. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง ✓
  • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 การประกันคุณภาพภายนอกหมายถึงการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายนอก ซึ่งผู้ดำเนินการจะต้องเป็น สมศ. หรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ สมศ. รับรองเท่านั้น สำหรับหน่วยงานต้นสังกัดและบุคลากรของโรงเรียนจัดเป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น" ผิด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัด เป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายในตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ภายนอก • "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง" ผิด: บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเป็นผู้ดำเนินการประกันคุณภาพภายใน ไม่ใช่การประกันคุณภาพภายนอก • "คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ใช่หน่วยงานหรือบุคคลผู้ทำหน้าที่ประกันคุณภาพภายนอกตามนิยามของกฎหมาย อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ผู้ทำจึงต้องเป็น สมศ. หรือ ผู้ประเมินที่ สมศ. รับรอง เท่านั้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “เมื่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ต้นสังกัด) มาตรวจโรงเรียน หลายคนคิดว่าเป็น "ภายนอก" เพราะมาจากนอกโรงเรียน แต่ตามนิยามในมาตรา 4 ยังนับเป็นการประกันคุณภาพภายใน · ภายนอกต้องเป็น สมศ. เท่านั้น”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “ผู้ทำจึงต้องเป็น สมศ. หรือ ผู้ประเมินที่ สมศ. รับรอง เท่านั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q304
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดระบุหน้าที่ของสถานศึกษาเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกได้อย่างถูกต้อง

  • ก. จัดทำรายงานข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขส่งต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการ
  • ข. จัดการประเมินผลตนเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปีและเผยแพร่ผลการประเมินสู่สาธารณชนโดยตรง
  • ค. จัดทำเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อเสนอให้หน่วยงานต้นสังกัดอนุมัติก่อนรับการประเมิน
  • ง. จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน รวมทั้งให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่มีการร้องขอ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน รวมทั้งให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่มีการร้องขอ" ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 50 กำหนดหน้าที่ให้ความร่วมมือของสถานศึกษาว่า ต้องให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน และให้บุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ สมศ. หรือผู้ประเมินที่ สมศ. รับรองร้องขอ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดทำรายงานข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขส่งต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการ" ผิด: การจัดทำข้อเสนอแนะและการรายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกรณีไม่ได้มาตรฐานเป็นหน้าที่ของ สมศ. • "จัดการประเมินผลตนเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปีและเผยแพร่ผลการประเมินสู่สาธารณชนโดยตรง" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปี และเสนอผลต่อสาธารณชนเป็นหน้าที่ของ สมศ. • "จัดทำเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อเสนอให้หน่วยงานต้นสังกัดอนุมัติก่อนรับการประเมิน" ผิด: การพัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกเป็นหน้าที่ของ สมศ. ไม่ใช่หน้าที่ของสถานศึกษา อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 50: “สถานศึกษาต้องให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน และให้บุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ สมศ. หรือผู้ประเมินที่ สมศ. รับรองร้องขอ”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 50: “สถานศึกษาต้องให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน และให้บุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ สมศ. หรือผู้ประเมินที่ สมศ. รับรองร้องขอ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q305
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนบ้านดอนสำราญได้ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในและจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) จนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว หากโรงเรียนต้องปฏิบัติตามเส้นทางการประกันคุณภาพการศึกษา ขั้นตอนต่อไปที่โรงเรียนต้องดำเนินการคือข้อใด

  • ก. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ. ✓
  • ข. จัดส่งรายงาน SAR ตรงไปยัง สมศ. เพื่อให้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกทันที
  • ค. จัดส่งรายงาน SAR ให้คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ. โดยตรง
  • ง. เก็บรายงาน SAR ไว้ที่โรงเรียนเพื่อรอให้ สมศ. เข้ามาติดตามการปรับปรุง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ." ตามเส้นทางการประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อโรงเรียนจัดทำรายงาน (SAR) และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือโรงเรียนต้องส่งรายงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพื่อให้ สพท. เป็นผู้ส่งต่อไปยัง สมศ. เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดส่งรายงาน SAR ตรงไปยัง สมศ. เพื่อให้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกทันที" ผิด: ตามเส้นทางการประกันคุณภาพ โรงเรียนต้องส่งรายงานไปยัง สพท. ก่อน เพื่อให้ สพท. ส่งต่อไปยัง สมศ. ไม่ใช่โรงเรียนส่งตรงไปยัง สมศ. • "จัดส่งรายงาน SAR ให้คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ. โดยตรง" ผิด: คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบรายงานไปแล้ว และหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งต่อให้ สมศ. คือ สพท. ไม่ใช่คณะกรรมการสถานศึกษา • "เก็บรายงาน SAR ไว้ที่โรงเรียนเพื่อรอให้ สมศ. เข้ามาติดตามการปรับปรุง" ผิด: การติดตามการปรับปรุงเป็นขั้นตอนของ สพท. หลังจากที่ สมศ. ประเมินภายนอกและส่งผลกลับมาแล้ว ไม่ใช่ขั้นตอนของโรงเรียนในระยะนี้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “💡 ภาพรวมเส้นทาง: โรงเรียนทำประกันคุณภาพภายใน → ทำรายงาน (SAR) → คณะกรรมการสถานศึกษาเห็นชอบ → ส่ง สพท. → สพท. ส่งต่อ สมศ. → สมศ. ประเมินภายนอก → ส่งผลและข้อเสนอแนะกลับมา → สพท. ติดตามการปรับปรุง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “💡 ภาพรวมเส้นทาง: โรงเรียนทำประกันคุณภาพภายใน → ทำรายงาน (SAR) → คณะกรรมการสถานศึกษาเห็นชอบ → ส่ง สพท. → สพท. ส่งต่อ สมศ. → สมศ. ประเมินภายนอก → ส่งผลและข้อเสนอแนะกลับมา → สพท. ติดตามการปรับปรุง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q306
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การ 'ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม' จัดเป็นขั้นตอนลำดับใดของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา

  • ก. ขั้นที่ 2
  • ข. ขั้นที่ 4 ✓
  • ค. ขั้นที่ 3
  • ง. ขั้นที่ 5

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขั้นที่ 4" ตามแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นที่ 4 คือการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม ในขณะที่ขั้นที่ 3 คือการดำเนินการตามแผน และขั้นที่ 5 คือการติดตามผลการดำเนินการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ขั้นที่ 2" ผิด: ขั้นที่ 2 คือการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน • "ขั้นที่ 3" ผิด: ขั้นที่ 3 คือการดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ • "ขั้นที่ 5" ผิด: ขั้นที่ 5 คือการติดตามผลการดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและนำผลไปใช้ปรับปรุง อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 4 ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ขั้นที่ 4 ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q307
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวคิดการประเมินแบบใหม่ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การมุ่งเน้นดูคุณภาพในภาพรวม โดยไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ ตรงกับแนวคิดการประเมินในข้อใด

  • ก. การตรวจทานผลโดยผู้ประเมินระดับเดียวกัน (Peer Review)
  • ข. การตัดสินผลโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน (Expert Judgment)
  • ค. การประเมินแบบองค์รวม (Holistic Assessment) ✓
  • ง. การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินแบบองค์รวม (Holistic Assessment)" ตามแนวคิดการประเมินแบบใหม่ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การประเมินแบบองค์รวม (Holistic Assessment) คือการดูคุณภาพในภาพรวม ไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ เพื่อช่วยลดภาระการจัดทำเอกสารและมุ่งเน้นการพัฒนา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การตรวจทานผลโดยผู้ประเมินระดับเดียวกัน (Peer Review)" ผิด: การตรวจทานผลโดยผู้ประเมินระดับเดียวกัน (Peer Review) หมายถึงการให้ผู้ประเมินในระดับเดียวกันมาร่วมตรวจสอบและตรวจทานผล • "การตัดสินผลโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน (Expert Judgment)" ผิด: การตัดสินผลโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน (Expert Judgment) หมายถึงการตัดสินผลโดยใช้ดุลยพินิจและความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน • "การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based)" ผิด: การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based) หมายถึงการใช้ร่องรอยและหลักฐานจริงจากการทำงาน ไม่ใช่เอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อรับการประเมิน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ประการแรก ประเมิน แบบองค์รวม (Holistic Assessment) คือดูคุณภาพในภาพรวม ไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ประการที่สอง ใช้ ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based) คือร่องรอยและหลักฐานจริงจากการทำงาน ไม่ใช่เอกสารที่ทำขึ้นเพื่อรับการประเมิน ประการที่สาม ตัดสินผลโดยอาศัย ความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน (Expert Judgment) ประการที่สี่ ตรวจทานผลโดย ผู้ประเมินระดับเดียวกัน (Peer Review)”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ประการแรก ประเมิน แบบองค์รวม (Holistic Assessment) คือดูคุณภาพในภาพรวม ไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q308
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 หากสถานศึกษารายงานผลการดำเนินงานว่า 'โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ' การดำเนินงานดังกล่าวจัดเข้าสู่มาตรฐานใด

  • ก. มาตรฐานที่ 1
  • ข. มาตรฐานที่ 4
  • ค. มาตรฐานที่ 3
  • ง. มาตรฐานที่ 2 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 2" ตามหลักการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 วิธีพิจารณาคือหากเป็นเรื่องการตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหารและโรงเรียนจะตรงกับมาตรฐานที่ 2 ดังนั้นกรณีที่โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพจึงจัดอยู่ในมาตรฐานที่ 2 (ข้อ 2.4) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 1" ผิด: มาตรฐานที่ 1 ใช้สำหรับสิ่งที่ผู้เรียนเป็นหรือทำได้ เช่น นักเรียนประดิษฐ์เครื่องมือแก้ปัญหาในชุมชนได้ • "มาตรฐานที่ 4" ผิด: ประกาศมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 กำหนดไว้เพียง 3 มาตรฐาน จึงไม่มีมาตรฐานที่ 4 • "มาตรฐานที่ 3" ผิด: มาตรฐานที่ 3 ใช้สำหรับวิธีที่ครูสอนหรือสิ่งที่ครูทำในห้องเรียนโดยตรง เช่น การบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ถ้าพูดถึง การตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหาร/โรงเรียน = มาตรฐานที่ 2” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ → มาตรฐาน 2 ข้อ 2.4”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “ถ้าพูดถึง การตัดสินใจหรือระบบของผู้บริหาร/โรงเรียน = มาตรฐานที่ 2”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q309
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากการปฏิบัติงานในห้องเรียนแล้ว ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในการร่วมจัดทำเอกสารสำคัญตามข้อใด

  • ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน ✓
  • ข. แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก
  • ค. แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ
  • ง. แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน" ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากงานสอนในห้องเรียน ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในระดับสถานศึกษาด้วย โดยต้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของโรงเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก" ผิด: รายงานของผู้ประเมินภายนอกจัดทำโดย สมศ. หรือผู้ประเมินภายนอก ไม่ใช่เอกสารที่ครูในสถานศึกษาร่วมจัดทำ • "แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ" ผิด: เอกสารรายงานผลการตรวจราชการและแผนบริหารความเสี่ยงไม่ใช่ชุดเอกสารหลักที่ระบุในบทบาทงานประกันคุณภาพของครู • "แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ" ผิด: แผนอัตรากำลังและเกณฑ์วิทยฐานะเป็นงานบริหารงานบุคคล ไม่ใช่เอกสารประกันคุณภาพที่ระบุไว้ อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “นอกจากงานในห้องเรียน ครูยัง ร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียนด้วย”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “นอกจากงานในห้องเรียน ครูยัง ร่วมจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียนด้วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q310
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สามารถดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยบุคคลหรือหน่วยงานใด

  • ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง
  • ข. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา ✓
  • ค. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน
  • ง. ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4 การประกันคุณภาพภายใน นิยามว่าเป็นการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ดังนั้นผู้ประเมินจึงมีได้ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนในโรงเรียนฝ่ายเดียว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง" ผิด: เป็นนิยามและขอบเขตหน้าที่ของการประกันคุณภาพภายนอก ซึ่งดำเนินการโดย สมศ. หรือผู้ที่ สมศ. รับรอง • "บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน" ผิด: กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา สามารถเป็นผู้ดำเนินการประเมินและติดตามตรวจสอบได้ด้วย ไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคลากรของโรงเรียนเท่านั้น • "ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น" ผิด: กฎหมายไม่ได้ระบุให้ผู้แทนชุมชนหรือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นผู้ดำเนินการประเมินตามนิยามของการประกันคุณภาพภายใน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “สังเกตว่าผู้ทำมีได้ สองฝ่าย คือ บุคลากรของโรงเรียนเอง หรือ หน่วยงานต้นสังกัด เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.1 คำที่ต้องรู้ตามกฎหมาย (พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4) [ตัวบท]: “การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q311
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ผู้อำนวยการโรงเรียนประชุมชี้แจงคณะครูเรื่องการเตรียมความพร้อมรับการประกันคุณภาพการศึกษา โดยระบุว่าโรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุดเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2564 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โรงเรียนแห่งนี้จะต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบต่อไปตามเงื่อนไขใด

  • ก. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
  • ข. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปีตามรอบของแผนพัฒนาสถานศึกษา
  • ค. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย ✓
  • ง. ต้องได้รับการประเมินต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีควบคู่กับการจัดทำรายงานประจำปี

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย" ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 49 กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ดังนั้น โรงเรียนจึงต้องวางแผนรองรับรอบการประเมินภายนอกตามกรอบ 5 ปี ส่วนการดำเนินงานต่อเนื่องทุกปีเป็นข้อกำหนดของการประกันคุณภาพภายในตามมาตรา 48 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดรอบระยะเวลาทุก 3 ปี แต่กำหนดให้ประเมินอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย • "ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปีตามรอบของแผนพัฒนาสถานศึกษา" ผิด: กฎหมายมิได้กำหนดให้ประเมินทุก 4 ปีตามรอบแผนพัฒนาสถานศึกษา แต่กำหนดรอบการประเมินภายนอกไว้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปี • "ต้องได้รับการประเมินต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีควบคู่กับการจัดทำรายงานประจำปี" ผิด: การดำเนินการเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องและการจัดทำรายงานประจำปีเป็นระบบการประกันคุณภาพภายในตามมาตรา 48 มิใช่รอบการประเมินภายนอก มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 48: “มาตรา 48: การประกันคุณภาพภายใน กำหนดให้ "หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา" จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน ข้อความสำคัญที่ต้องจำคือ ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายใน "เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง" …” อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 49: “ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 มาตรา 49: “ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q312
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทหน้าที่สำคัญโดยตรงในเรื่องใด

  • ก. ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี
  • ข. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
  • ค. ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ.
  • ง. ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง" ในระบบประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทสำคัญในงานประกันคุณภาพโดยตรง โดยทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ก่อนส่งต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนการประเมินภายนอกเป็นหน้าที่ของ สมศ. และการจัดระบบประกันคุณภาพร่วมกับสถานศึกษารวมถึงการติดตามผลเป็นหน้าที่ของ สพท. ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี" ผิด: การประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี เป็นอำนาจหน้าที่ของ สมศ. • "จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา" ผิด: การจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) • "ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ." ผิด: การติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะ เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการนี้มีบทบาทในงานประกันคุณภาพโดยตรง เพราะต้องให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ก่อนส่ง” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “สมศ. ประเมินคุณภาพภายนอก อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.3 ระบบประกันคุณภาพตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หมวด 6 (มาตรา 47–51) [ตัวบท]: “คณะกรรมการนี้มีบทบาทในงานประกันคุณภาพโดยตรง เพราะต้องให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ก่อนส่ง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q313
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ในการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นที่ 2 การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน ข้อใดอธิบายลักษณะของแผนทั้ง 2 ประเภทได้ถูกต้องตามแนวทางของ สพฐ.

  • ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมแต่ละปี ✓
  • ข. แผนปฏิบัติการประจำปีเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมในแต่ละปี
  • ค. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะยาว 10 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ของโรงเรียน
  • ง. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะสั้น 1 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนระยะยาว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมแต่ละปี" ตามแนวทางของ สพฐ. ขั้นการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน สถานศึกษาต้องจัดทำแผน 2 ประเภท ได้แก่ แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปีที่ใช้การบริหารเชิงกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปี (Action Plan) ซึ่งนำแผนระยะกลางมาแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมของแต่ละปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนปฏิบัติการประจำปีเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมในแต่ละปี" ผิด: ระบุสลับกัน เนื่องจากแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี ส่วนแผนปฏิบัติการประจำปีเป็นฝ่ายแปลงสู่โครงการและกิจกรรม • "แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะยาว 10 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ของโรงเรียน" ผิด: ตามแนวทางของ สพฐ. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี ไม่ใช่แผนระยะยาว 10 ปี • "แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะสั้น 1 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนระยะยาว" ผิด: แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี ไม่ใช่แผนระยะสั้น 1 ปี และเป็นแผนที่ใช้การบริหารเชิงกลยุทธ์วิเคราะห์ปัจจัยภายในภายนอก อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งเป็น แผนระยะกลาง 3–5 ปี” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “ประเภทที่สองคือ แผนปฏิบัติการประจำปี (Action Plan) ที่แปลงแผนระยะกลางเป็นโครงการและกิจกรรมของแต่ละปี”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.4 กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 [กฎกระทรวง 2561]: “แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่งเป็น แผนระยะกลาง 3–5 ปี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q314
teacher_prof_ch5
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

โรงเรียนแห่งหนึ่งได้ดำเนินการประเมินตนเองและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ประจำปีการศึกษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ในการเตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอกตามแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการเกี่ยวกับรายงาน SAR ดังกล่าวอย่างไรจึงจะถูกต้อง

  • ก. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอรับการประเมินคุณภาพภายนอก
  • ข. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ต้นสังกัดเป็นผู้จัดส่งให้ สมศ. ✓
  • ค. จัดเก็บรายงาน SAR ไว้ที่สถานศึกษา เพื่อรอให้ผู้ประเมินภายนอกของ สมศ. มาตรวจรับเอง
  • ง. จัดส่งรายงาน SAR โดยตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดส่งรายงาน SAR ไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ต้นสังกัดเป็นผู้จัดส่งให้ สมศ." ตามแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สถานศึกษามีหน้าที่จัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) และส่งให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด โดยผู้ที่มีหน้าที่จัดส่ง SAR ต่อไปยัง สมศ. คือหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่สถานศึกษาเป็นผู้ส่งตรงไปยัง สมศ. เอง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอรับการประเมินคุณภาพภายนอก" ผิด: โรงเรียนต้องนำส่งรายงาน SAR ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่ส่งให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ประเมินภายนอก • "จัดเก็บรายงาน SAR ไว้ที่สถานศึกษา เพื่อรอให้ผู้ประเมินภายนอกของ สมศ. มาตรวจรับเอง" ผิด: โรงเรียนมีหน้าที่ต้องส่งรายงาน SAR ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่จัดเก็บไว้รอตรวจโดยไม่นำส่ง • "จัดส่งรายงาน SAR โดยตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)" ผิด: ตามกฎกระทรวงไม่ได้กำหนดให้โรงเรียนส่งรายงาน SAR ตรงไปยัง สมศ. เอง แต่เป็นหน้าที่ของต้นสังกัด อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 5: “ผู้ส่ง SAR ไป สมศ. คือ ต้นสังกัด ไม่ใช่โรงเรียนส่งเอง”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 ข้อ 5: “ผู้ส่ง SAR ไป สมศ. คือ ต้นสังกัด ไม่ใช่โรงเรียนส่งเอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q315
teacher_prof_ch5
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ข้อใดจัดเป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

  • ก. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
  • ข. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
  • ค. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ✓
  • ง. มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้" ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำหนดประเด็นการพิจารณาไว้ 5 ข้อ ซึ่งข้อ 3.2 ระบุว่า "ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้" โดยเน้นสิ่งที่ครูทำในห้องเรียน ส่วนตัวเลือกอื่นเป็นประเด็นในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.5) • "จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.6) • "มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน" ผิด: เป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ (ข้อ 2.1) อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(3.2) ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.1) มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(2.5) จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และ (2.6) จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.5 มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประกาศ ศธ. 6 ส.ค. 2561) [มาตรฐาน 2561]: “(3.2) ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q316
teacher_prof_ch5
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามแนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา การที่ครูวัดผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน จัดเป็นการสร้างหลักฐานที่ตอบมาตรฐานใด

  • ก. มาตรฐานที่ 3.1
  • ข. มาตรฐานที่ 3.2
  • ค. มาตรฐานที่ 3.3
  • ง. มาตรฐานที่ 3.4 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มาตรฐานที่ 3.4" การที่ครูวัดผลด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน เป็นการสร้างหลักฐานร่องรอยที่ตอบมาตรฐานที่ 3.4 โดยตรง ซึ่งการปฏิบัติงานในชั้นเรียนตามปกติเหล่านี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Based) ในระบบประกันคุณภาพการศึกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มาตรฐานที่ 3.1" ผิด: มาตรฐานที่ 3.1 คือการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลและออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่ให้ผู้เรียนคิดและลงมือทำ • "มาตรฐานที่ 3.2" ผิด: มาตรฐานที่ 3.2 คือการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการจัดการเรียนรู้ • "มาตรฐานที่ 3.3" ผิด: มาตรฐานที่ 3.3 คือการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกและการดูแลช่วยเหลือนักเรียน อ้างอิงตัวบท คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วัดผลหลากหลายวิธีแล้วนำผลมาพัฒนา เช่น ทำวิจัยในชั้นเรียน (บทที่ 4) ก็ตอบมาตรฐานที่ 3.4” คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลและออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก ที่ให้ผู้เรียนคิดและลงมือทำ ครูกำลังสร้างหลักฐานของมาตรฐานที่ 3.1”

คู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน SIENSOB บทที่ 5 หัวข้อ 5.6 บทบาทของครูในงานประกันคุณภาพ: “เมื่อครู วัดผลหลากหลายวิธีแล้วนำผลมาพัฒนา เช่น ทำวิจัยในชั้นเรียน (บทที่ 4) ก็ตอบมาตรฐานที่ 3.4”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ครูผู้ช่วย สพฐ. ภาค ข: ความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ชุดที่ 1

Time limit: 316 minutes

  1. 1. ตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล การที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานแบบ 'ล้มกระดาน' จนส่งผลให้งานหรือธุรกิจแบบดั้งเดิมถูกทำแทนได้อย่างรวดเร็ว จัดเป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงตามข้อใด

    • ก. การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน (Disruption)
    • ข. อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)
    • ค. การยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม (Upskill)
    • ง. การเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ (Reskill)
  2. 2. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของ "เป้าหมายด้านผู้เรียน" (Learner Aspirations) ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและยกระดับโครงสร้างตามเป้าหมายของระบบการศึกษา 5 ประการ
    • ข. กำหนดว่าเด็กไทยที่จบจากระบบการศึกษาควรเป็นคนแบบไหน โดยต้องมีคุณลักษณะและทักษะ 3Rs8Cs
    • ค. กำหนดการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอนให้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและทำหน้าที่เป็นโค้ช
    • ง. กำหนดการพัฒนาทักษะเฉพาะทางด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
  3. 3. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยให้นักเรียนฝึกตั้งประเด็นคำถามที่ตนเองสนใจ ค้นคว้าและหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อปลูกฝังทักษะ "เรียนรู้วิธีเรียนรู้" (Learning how to learn) ให้สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ได้เมื่อไม่มีครูสอน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

    • ก. Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
    • ข. Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา)
    • ค. Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
    • ง. Compassion (ความมีเมตตากรุณา วินัย คุณธรรม จริยธรรม)
  4. 4. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการจัดการศึกษาข้อใดมีความหมายว่า "การศึกษาเป็นสิทธิของทุกคน รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร"

    • ก. การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)
    • ข. การศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education)
    • ค. ปวงชนเพื่อการศึกษา (All for Education)
    • ง. การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)
  5. 5. ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของ "การเจริญเติบโต" ได้ถูกต้อง

    • ก. การเพิ่มขนาด เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ซึ่งวัดเป็นตัวเลขได้
    • ข. การเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถ เช่น จากคลานเป็นเดิน
    • ค. การเปลี่ยนจากคิดแบบเห็นของจริงเป็นคิดแบบนามธรรมได้
    • ง. การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นลำดับขั้นและต่อเนื่องทั้ง 4 ด้าน
  6. 6. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เด็กในขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational) มีลักษณะความสามารถทางสติปัญญาตามข้อใด

    • ก. ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มองเรื่องต่าง ๆ จากมุมตนเองและคิดย้อนกลับไม่ได้
    • ข. เข้าใจการคงตัวและคิดย้อนกลับได้ แต่ยังคิดได้ดีเฉพาะเรื่องที่เป็นรูปธรรม
    • ค. เข้าใจเรื่องที่ไม่มีตัวตนอย่างเป็นระบบ เช่น ความยุติธรรมและตัวแปร x ในพีชคณิต
    • ง. สามารถตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงได้
  7. 7. ในห้องเรียนระดับปฐมวัย เด็กอายุ 5 ปี กำลังอยู่ในช่วงที่อยากทดลองและอยากริเริ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยตนเอง หากครูใช้วิธีดุด่าและตำหนิทุกครั้งที่เด็กคิดริเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) จะส่งผลให้เด็กเกิดคุณลักษณะด้านลบในข้อใด

    • ก. เกิดความไม่ไว้วางใจ (Mistrust)
    • ข. เกิดความละอายและสงสัย (Shame and Doubt)
    • ค. เกิดความรู้สึกผิด (Guilt)
    • ง. เกิดความรู้สึกด้อย (Inferiority)
  8. 8. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Kohlberg) พัฒนาการทางจริยธรรมในระดับเหนือกฎเกณฑ์ (Post-conventional) ขั้นที่ 5 ตรงกับข้อใด

    • ก. ทำตามกฎหมายและระเบียบของสังคม
    • ข. ทำตามที่คนอื่นเห็นชอบว่าเป็นเด็กดี
    • ค. ยึดมั่นตามหลักการอุดมคติสากล
    • ง. ทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
  9. 9. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับประเทศ เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรหรือคณะบุคคลใด

    • ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
    • ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
    • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  10. 10. ข้อใดเป็นข้อความสำคัญที่ระบุไว้ในวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    • ก. "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้" ตามศักยภาพ
    • ข. "มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติ" และร่วมเป็น "พลเมืองไทยและเป็นพลโลก"
    • ค. ประเทศชาติมีความ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
    • ง. "คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิต" อย่างมีคุณภาพและมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
  11. 11. ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำแบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ครูท่านหนึ่งได้เสนอรายการประเมินเพื่อวัดผลผู้เรียน ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางฯ

    • ก. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
    • ข. ความสามารถในการแก้ปัญหา
    • ค. ความสามารถในการแข่งขัน
    • ง. ความสามารถในการสื่อสาร
  12. 12. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) โครงสร้างเวลาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) กำหนดกรอบเวลาเรียนไว้อย่างไร

    • ก. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง
    • ข. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง
    • ค. เรียนรวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมง และไม่น้อยกว่าวันละ 6 ชั่วโมง
    • ง. เรียนปีละไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 6 ชั่วโมง
  13. 13. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า “การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล” มีลักษณะความสัมพันธ์ตามข้อใด

    • ก. มีความหมายต่างกันอย่างชัดเจนเป็นลำดับขั้น
    • ข. มีความหมายตรงกันข้ามกันในการจัดการเรียนรู้
    • ค. มีความหมายเหมือนกันและใช้แทนกันได้ทุกกรณี
    • ง. เป็นกระบวนการแยกส่วนที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน
  14. 14. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment) มีลักษณะและเป้าหมายหลักตรงกับข้อใด

    • ก. การวัดผลรวมเพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์และตัดเกรดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้
    • ข. การหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจงเพื่อนำมาซ่อมเสริม
    • ค. การติดตามความเข้าใจระหว่างสอนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับและปรับการสอน
    • ง. การตรวจสอบพื้นฐานก่อนเรียนเพื่อจัดเข้ากลุ่มหรือระดับที่เหมาะสม
  15. 15. ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย มีการกำหนดว่าผู้ที่จะผ่านการสอบภาค ก และภาค ข จะต้องได้คะแนนในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จากนั้นจะนำคะแนนมาจัดเรียงลำดับที่เพื่อเรียกบรรจุตามจำนวนตำแหน่งว่าง การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการประเมินผลอย่างไร

    • ก. มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบในรุ่น
    • ข. มีการใช้การประเมินตามสภาพจริงเพื่อคัดเลือกผู้พร้อมปฏิบัติงาน
    • ค. มีการใช้ทั้งการประเมินแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่มประกอบกัน
    • ง. มีการใช้เฉพาะการประเมินแบบอิงเกณฑ์ตามมาตรฐานวิชาชีพ
  16. 16. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือวัดผลชนิดใดมีลักษณะสำคัญคือใช้สำหรับบันทึกว่าผู้เรียนมีหรือไม่มีพฤติกรรมตามที่กำหนด

    • ก. แบบสัมภาษณ์
    • ข. แบบสอบถาม
    • ค. มาตรประมาณค่า (Rating Scale)
    • ง. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
  17. 17. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ "ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา" หมายถึงข้อใด

    • ก. มาตรฐานการศึกษา
    • ข. การประกันคุณภาพภายนอก
    • ค. การประกันคุณภาพภายใน
    • ง. การประกันคุณภาพการศึกษา
  18. 18. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้ถูกต้อง

    • ก. ถือเป็นภารกิจพิเศษที่สถานศึกษาต้องจัดทำขึ้นเฉพาะในปีการศึกษาที่ครบกำหนดรอบการประเมินคุณภาพภายนอก
    • ข. ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก
    • ค. เป็นกระบวนการที่สถานศึกษาต้องจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดโดยไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน
    • ง. เป็นหน้าที่ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาซึ่งมีฐานะเป็นองค์การมหาชนในการจัดทำระบบ
  19. 19. ในการขับเคลื่อนระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านหนองดอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ควรแสดงบทบาทในการปฏิบัติงานอย่างไรให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

    • ก. กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาและมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR
    • ข. เข้าไปดำเนินการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายในแทนสถานศึกษาเพื่อความเป็นมาตรฐาน
    • ค. พัฒนางานด้านวิชาการและจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
    • ง. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  20. 20. ตามแนวทางการจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นตอนแรกที่สถานศึกษาต้องดำเนินการคือข้อใด

    • ก. ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา
    • ข. จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
    • ค. ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา
    • ง. กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
  21. 21. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 แผนได้วางแนวทางและกลไกเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายไว้อย่างไร

    • ก. แผนแปลงวิสัยทัศน์และเป้าหมายเป็น 6 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบแรงเปลี่ยนหรือปัญหา
    • ข. แผนแปลงวิสัยทัศน์การศึกษาเป็น 8 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
    • ค. แผนแปลงเป้าหมายการศึกษาเป็น 5 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบเกณฑ์การประกันคุณภาพ
    • ง. แผนแปลงยุทธศาสตร์ชาติเป็น 4 ยุทธศาสตร์ โดยแต่ละยุทธศาสตร์มุ่งตอบทักษะศตวรรษที่ 21
  22. 22. โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อปลูกฝังความเป็นพลเมือง รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้เรียน การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ด้านใดโดยตรง

    • ก. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
    • ข. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง
    • ค. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
    • ง. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
  23. 23. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเรื่องความพอประมาณ การขอให้ครอบครัวซื้อสิ่งของเกินกำลังทั้งที่ยังมีภาระอื่น จัดเป็นการกระทำในลักษณะใด

    • ก. การเบียดเบียนตนเอง
    • ข. การตัดสินใจตามอารมณ์
    • ค. การเบียดเบียนผู้อื่น
    • ง. การตัดสินใจตามกระแส
  24. 24. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดจัดหมวดหมู่องค์ประกอบตามหลัก 3 ห่วง และ 2 เงื่อนไข ได้ถูกต้อง

    • ก. ความขยันจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความอดทนจัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
    • ข. การมีภูมิคุ้มกันจัดเป็นเงื่อนไข และผลลัพธ์ที่มุ่งหวังมีจำนวน 3 มิติ
    • ค. ความประหยัดจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนความรู้จัดเป็นหนึ่งในเงื่อนไข
    • ง. ความพอประมาณจัดเป็นหนึ่งใน 3 ห่วง ส่วนคุณธรรมจัดเป็นเงื่อนไข
  25. 25. โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอห่างไกลแห่งหนึ่ง ครูแนะแนวต้องการส่งเสริมนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับมาตรการใดตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570

    • ก. มาตรการยกระดับทุนการศึกษา ODOS รูปแบบใหม่
    • ข. มาตรการสานต่อและพัฒนา Thailand Zero Dropout
    • ค. มาตรการยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง
    • ง. มาตรการจัดการศึกษาเพื่อเทียบโอนเป็นหน่วยกิต
  26. 26. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คำสำคัญเรื่อง "Thailand Zero Dropout" และ "ทุน ODOS" ถูกจัดให้อยู่ภายใต้นโยบายใด

    • ก. นโยบายคืนเวลาให้ครู
    • ข. นโยบายความเหลื่อมล้ำ
    • ค. นโยบายโลกความจริง
    • ง. นโยบายพื้นที่ปลอดภัย
  27. 27. ตามบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษา แรงเปลี่ยนด้าน "สังคมสูงวัย" ส่งผลต่อระบบการศึกษาในลักษณะใด

    • ก. การขับเคลื่อนให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ได้
    • ข. การเน้นพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสร้างความเข้าใจในความต่างของวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน
    • ค. เกิดภาวะนักเรียนลดลง โรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น และต้องเน้นพัฒนาคนทุกช่วงวัย
    • ง. การปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่องด้วยการ Reskill และ Upskill ตลอดชีวิต
  28. 28. ในการจัดการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนวิเคราะห์คลิปวิดีโอโฆษณาว่ามีจุดประสงค์เพื่อชักจูงใจอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งให้นักเรียนนำเสนอผลงานโดยต้องระบุและอ้างอิงแหล่งสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ กิจกรรมการเรียนรู้นี้มุ่งเน้นการฝึกทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติตรงกับข้อใด

    • ก. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (C1)
    • ข. ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (C4)
    • ค. คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (C6)
    • ง. การสื่อสาร สารสนเทศ และการรู้เท่าทันสื่อ (C5)
  29. 29. ตามคำอธิบายวิสัยทัศน์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 วลีที่ระบุว่า "สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21" มีความหมายสะท้อนถึงเรื่องใด

    • ก. คนไทยต้องยึดหลักคิดแบบไทยไว้ แต่ก็ต้องทันโลก
    • ข. เป้าหมายไม่ใช่ความเก่งหรือรายได้ แต่คือความสุขและคุณภาพชีวิต
    • ค. แค่ได้เข้าเรียนยังไม่พอ ต้องเรียนแล้วได้ความรู้และทักษะจริง
    • ง. ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาให้เป็นกำลังสำคัญของชาติที่มีความสมดุล
  30. 30. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หากผู้เรียนมีผลการเรียนดี แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับไม่มีทักษะที่ตลาดงานต้องการ และไม่สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพในชุมชนได้ จัดว่าระบบการศึกษาล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด

    • ก. ด้านคุณภาพการศึกษา (Quality)
    • ข. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)
    • ค. ด้านความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)
    • ง. ด้านความเท่าเทียม (Equity)
  31. 31. ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนเน้นย้ำให้คณะครูกำหนดทิศทางและเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งสู่ผลลัพธ์สำคัญ 3 คำ คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" คำสำคัญดังกล่าวเป็นคำประจำตัวที่สอดรับโดยตรงกับแผนระดับชาติใด

    • ก. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ
    • ข. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580)
    • ค. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580)
    • ง. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2579)
  32. 32. ตามโครงสร้างของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดระบุความหมายของ "2 เงื่อนไข" ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. เป็นคุณลักษณะของการตัดสินใจและการกระทำที่พอเพียง
    • ข. เป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการบริหารจัดการตามทางสายกลาง
    • ค. เป็นตัวชี้วัดความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป
    • ง. เป็นฐานที่ต้องมีก่อน 3 ห่วงจึงจะเกิดขึ้นได้
  33. 33. ตามแนวทางการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในระดับโรงเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนด "อยู่อย่างพอเพียง" ไว้ในลักษณะใด และการบริหารงบประมาณอย่างพอประมาณมีเหตุผลของผู้บริหารสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติอย่างไร

    • ก. กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 3 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
    • ข. กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 4 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
    • ค. กำหนดเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
    • ง. กำหนดเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตร และสอดคล้องกับหลักการจัดการศึกษาข้อที่ 1 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ
  34. 34. โรงเรียนบ้านดอยสูงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร มีนักเรียนจำนวน 40 คน ทำให้ได้รับงบประมาณน้อย แต่มีภาระค่าเดินทางและค่าขนส่งวัสดุอุปกรณ์สูง หากกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตามมาตรการปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ จะต้องใช้เกณฑ์ใดในการจัดสรรทรัพยากร และสอดคล้องกับเป้าหมายใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ

    • ก. คำนึงถึงผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Quality
    • ข. คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Equity
    • ค. คำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นในสถานประกอบการ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Access
    • ง. คำนึงถึงการอิงจำนวนนักเรียนรายหัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งตรงกับเป้าหมาย Efficiency
  35. 35. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ประกาศฉบับเดือนธันวาคม 2568 กำหนดขึ้นภายใต้แนวคิดใด

    • ก. "All for Education"
    • ข. "เรียนดี มีความสุข"
    • ค. "เรียนดี มีคุณธรรม"
    • ง. "Learn to Earn"
  36. 36. ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงและยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้กำหนดทิศทางการปรับเปลี่ยนบทบาทของครูไว้อย่างไร

    • ก. เปลี่ยนจาก "ครูพี่เลี้ยง" เป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาวิชาการ"
    • ข. เปลี่ยนจาก "ผู้ถ่ายทอดความรู้" เป็น "ผู้กำกับดูแลวินัยเชิงบวก"
    • ค. เปลี่ยนจาก "ผู้ประเมิน" เป็น "ผู้สนับสนุนทรัพยากรการเรียนรู้"
    • ง. เปลี่ยนจาก "ครูสอน" เป็น "โค้ช" หรือ "ผู้อำนวยการการเรียนรู้"
  37. 37. ในชั่วโมงเรียนสังคมศึกษา ครูให้นักเรียนศึกษาประเพณีและวิถีชีวิตของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับของไทยเพื่อหาเหตุผลว่าเหมือนหรือต่างกันเพราะอะไร โดยเน้นย้ำไม่ให้ตัดสินว่าวัฒนธรรมแบบใดดีกว่ากัน การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใด

    • ก. Cross-cultural Understanding: ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์
    • ข. Collaboration, Teamwork and Leadership: การร่วมมือ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ
    • ค. Creativity and Innovation: การสร้างสรรค์สิ่งใหม่และพัฒนานวัตกรรมใช้ประโยชน์
    • ง. Critical Thinking and Problem Solving: การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
  38. 38. ตามสาระสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 คำในวิสัยทัศน์ที่ระบุความหมายว่า การศึกษาไม่ได้จบที่ใบปริญญา คนวัยทำงานและผู้สูงอายุก็ต้องเรียนรู้ต่อ ซึ่งตอบโจทย์โลกที่ต้อง Reskill/Upskill และสังคมสูงวัย ตรงกับคำใด

    • ก. คนไทยทุกคน
    • ข. เรียนรู้ตลอดชีวิต
    • ค. อย่างมีคุณภาพ
    • ง. ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข
  39. 39. ตามเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 กรณีที่ระบบการศึกษาทำให้ครูต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปกับการทำเอกสารโครงการแทนที่จะได้จัดการเรียนการสอน ถือเป็นปัญหาความล้มเหลวในเป้าหมายด้านใด

    • ก. ด้านความสอดคล้อง (Relevancy)
    • ข. ด้านคุณภาพ (Quality)
    • ค. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)
    • ง. ด้านความเสมอภาค (Equity)
  40. 40. ในการประชุมจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนได้มอบหมายให้ครูฝ่ายแผนงานชี้แจงที่มาทางกฎหมายและลักษณะสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) เพื่อใช้เป็นกรอบเป้าหมายระยะยาว หากครูฝ่ายแผนงานต้องการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้อง ควรระบุตามข้อใด

    • ก. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 54 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 15 ปี
    • ข. จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก มีระยะเวลา 20 ปี
    • ค. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับที่สองของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
    • ง. จัดทำขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 65 เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย มีระยะเวลา 20 ปี
  41. 41. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเน้นย้ำแนวพระราชดำรินี้แก่ประชาชนอีกครั้งสืบเนื่องจากเหตุการณ์ใด

    • ก. เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
    • ข. เหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจปี 2551
    • ค. การเริ่มใช้แผนการศึกษาแห่งชาติปี 2560
    • ง. การประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติปี 2561
  42. 42. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนด้วยความขยัน อดทน ซื่อสัตย์สุจริต และรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตตามข้อใด

    • ก. เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือต่อมิติด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
    • ข. เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความพอเพียงไม่กลายเป็นความเห็นแก่ตัว
    • ค. เป็นการดำเนินชีวิตที่มุ่งประหยัดเพื่อความมั่นคงส่วนบุคคล
    • ง. เป็นเงื่อนไขความรู้ที่ช่วยวางแผนสร้างภูมิคุ้มกันในตัว
  43. 43. ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องการปรับแนวทางการทำงานเพื่อตอบสนองนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยต้องการลดภาระงานที่ไม่จำเป็นเพื่อคืนเวลาให้ครูผู้สอนได้จัดการเรียนรู้อย่างเต็มที่ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการโรงเรียนตามมาตรการปรับเกณฑ์การประเมินผู้บริหารสถานศึกษาฉบับใหม่จะต้องประเมินจากสิ่งใดและใช้แนวคิดใด

    • ก. การประหยัดงบประมาณและเวลาทำงาน ภายใต้แนวคิด Process-based Evaluation
    • ข. จำนวนรางวัลที่ส่งนักเรียนเข้าประกวด ภายใต้แนวคิด Output-based Evaluation
    • ค. ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ภายใต้แนวคิด Result-based Evaluation
    • ง. ปริมาณเอกสารโครงการและรายงานสรุป ภายใต้แนวคิด Input-based Evaluation
  44. 44. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในนโยบายสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดเป้าหมายผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นสิ่งใด

    • ก. แผนแม่บทการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้
    • ข. กฎบัตรการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • ค. ปฏิญญาว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ
    • ง. ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ
  45. 45. ในการจัดการเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน หากครูต้องการอธิบายจำนวนประเทศสมาชิกของอาเซียนในปัจจุบันเพื่อให้นักเรียนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ครูต้องระบุว่ามีสมาชิกทั้งหมดกี่ประเทศ

    • ก. 11 ประเทศ
    • ข. 9 ประเทศ
    • ค. 12 ประเทศ
    • ง. 10 ประเทศ
  46. 46. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนนำประเด็นข่าวที่กำลังแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์มาตรวจสอบความจริง โดยให้นักเรียนตั้งคำถามต่อที่มาของข้อมูล และต้องระบุได้ว่าใช้หลักฐานใดในการตัดสินใจ กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการส่งเสริมทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ด้านใดเด่นชัดที่สุด

    • ก. Career and Learning Skills
    • ข. Critical Thinking and Problem Solving
    • ค. Cross-cultural Understanding
    • ง. Creativity and Innovation
  47. 47. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ข้อความในข้อใดระบุวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษาไทยในระยะ 20 ปี ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

    • ก. ประชาชนทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพตามช่วงวัยอย่างเต็มขีดความสามารถ มีความฉลาดรู้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในศตวรรษที่ 21
    • ข. ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและมีมาตรฐานระดับสากล มีคุณธรรมนำความรู้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลสู่สังคมไทย 4.0
    • ค. คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
    • ง. คนไทยทุกคนมีทักษะอาชีพและนวัตกรรมเพื่อการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดำรงชีวิตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในศตวรรษที่ 21
  48. 48. กรณีที่นักเรียนได้เข้าเรียนในโรงเรียนแล้ว แต่โรงเรียนในพื้นที่ยังขาดแคลนครูและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ในขณะที่โรงเรียนในเมืองมีพร้อมครบถ้วน สภาพการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าระบบการศึกษายังไม่บรรลุเป้าหมายในด้านใดตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

    • ก. ด้านคุณภาพ (Quality)
    • ข. ด้านการเข้าถึง (Access)
    • ค. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency)
    • ง. ด้านความเท่าเทียม (Equity)
  49. 49. โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งกำลังประเมินและทบทวนผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมปรับเป้าหมายและตัวชี้วัดการจัดการศึกษาตามกรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การจัดการศึกษาในปี พ.ศ. 2569 จัดอยู่ในช่วงเวลาใดของแผนดังกล่าว

    • ก. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 2
    • ข. ปีเริ่มต้นของการดำเนินการระยะที่ 3
    • ค. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะเร่งด่วน
    • ง. ปีสุดท้ายของการดำเนินการระยะที่ 1
  50. 50. ในการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างยุทธศาสตร์ชาติกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดระบุกรอบระยะเวลา 20 ปี ของทั้งสองแผนได้ถูกต้องตามลำดับ

    • ก. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2561–2580
    • ข. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579
    • ค. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562–2581
    • ง. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560–2579 และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2559–2578
  51. 51. ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายผลกระทบของการขาด "เงื่อนไขความรู้" ในการตัดสินใจเลือกซื้อสิ่งของได้อย่างถูกต้อง

    • ก. นำไปสู่การขาดความซื่อสัตย์สุจริตและความอดทนในการดำเนินชีวิต
    • ข. ทำให้ขาดการใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตและการแบ่งปันแก่สังคม
    • ค. อาจเกิดการตัดสินใจผิดพลาดได้ แม้จะมีความตั้งใจที่จะพอเพียง
    • ง. ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างความเพียรในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
  52. 52. โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ประสบปัญหาครูต้องเสียเวลากับการทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและซื้อวัตถุดิบอาหารกลางวัน ผู้บริหารจึงประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำร่องระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) เข้ามาบริหารจัดการแทนครู การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในข้อใด

    • ก. นโยบายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและป้องกันความเสี่ยงให้ครู
    • ข. นโยบายการกระจายอำนาจทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • ค. นโยบายความปลอดภัยและสุขภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานโภชนาการและสุขอนามัยของผู้เรียน
    • ง. นโยบายคืนเวลาให้ครู เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทกับการจัดการเรียนการสอนได้เต็มที่
  53. 53. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ" จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องและคุ้มครองบุคคลกลุ่มใดจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

    • ก. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
    • ข. เฉพาะผู้เรียนทุกระดับการศึกษาในโรงเรียน
    • ค. ครู ผู้บริหาร และคณะกรรมการสถานศึกษา
    • ง. นักเรียนและผู้ปกครองในชุมชนสถานศึกษา
  54. 54. ในบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกและการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ข้อใดระบุข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนได้ถูกต้อง

    • ก. ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกครบ 10 ประเทศ
    • ข. ปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ หลังติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11
    • ค. ประชาคมอาเซียนขับเคลื่อนและตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญจำนวน 4 เสาหลัก
    • ง. ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเทศสมาชิกร่วมก่อตั้งเริ่มแรก 10 ประเทศ
  55. 55. ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ หากครูผู้สอนต้องการนำแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติในสถานศึกษา ควรดำเนินการอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับหลักการมากที่สุด

    • ก. เสนอให้เปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมใหม่เพื่อสอนทักษะนี้โดยเฉพาะ
    • ข. มอบหมายให้กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดกลุ่มสาระหนึ่งรับผิดชอบสอนเพียงวิชาเดียว
    • ค. สอดแทรกการฝึกทักษะผ่านวิธีสอนในทุกรายวิชาที่จัดการเรียนรู้
    • ง. จัดสอนเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่มีผลคะแนนฐาน 3Rs ผ่านเกณฑ์ระดับยอดเยี่ยมเท่านั้น
  56. 56. ตามที่ระบุไว้ในเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 นโยบายของ สพฐ. นโยบายของเขตพื้นที่ และแผนพัฒนาของโรงเรียน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับแผนการศึกษาแห่งชาติ

    • ก. นำมาปรับใช้ได้ตามความสมัครใจของโรงเรียน
    • ข. จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนแผนการศึกษาแห่งชาติ
    • ค. มีผลบังคับใช้เป็นอิสระไม่ขึ้นกับแผนแม่บท
    • ง. ล้วนต้องสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
  57. 57. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 การกำหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา 5 ประการ (Aspirations) มีจุดมุ่งเน้นสำคัญอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายด้านผู้เรียน

    • ก. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายของระบบการศึกษาที่ต้องตอบให้ได้
    • ข. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณของสถานศึกษา
    • ค. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายการประเมินวิทยฐานะของครูผู้สอน
    • ง. กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเป้าหมายด้านทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน
  58. 58. ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ขับเคลื่อนงานสถานศึกษาโดยกระจายอำนาจในการตัดสินใจ ปรับใช้ระบบข้อมูลดิจิทัลเพื่อการทำงาน และปรับระบบงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579

    • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย
    • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
    • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
    • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  59. 59. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) การกำหนดเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี และปราศจากการทุจริต จัดอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติด้านใด

    • ก. ด้านที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
    • ข. ด้านที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
    • ค. ด้านที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
    • ง. ด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  60. 60. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตามหลัก 3 ห่วงต้องดำเนินไปด้วยกันเสมอ หากบุคคลเลือกซื้อสิ่งของราคาถูกซึ่งไม่เกินกำลังเงิน แต่ตัดสินใจซื้อทั้งที่ของเดิมยังใช้งานได้ดีเพียงเพราะเห็นเพื่อนซื้อ พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าขาดหลักการในข้อใด

    • ก. การมีภูมิคุ้มกัน
    • ข. ความพอประมาณ
    • ค. เงื่อนไขความรู้
    • ง. ความมีเหตุผล
  61. 61. ครูประจำชั้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งต้องรับภาระงานที่ไม่ใช่การสอนจำนวนมาก เช่น ทำเอกสารรายงานโครงการ ทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ดูแลอาหารกลางวัน และเตรียมเอกสารรับการประเมิน จนเหลือเวลาเตรียมการสอนและดูแลนักเรียนน้อยลง สถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาที่มุ่งแก้ไขโดยตรงภายใต้นโยบายใดของกระทรวงศึกษาธิการ

    • ก. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก
    • ข. จัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย
    • ค. ยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ
    • ง. พัฒนาระบบวัดผลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  62. 62. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 คณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) เกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวง ยกเว้นกระทรวงใด

    • ก. กระทรวงแรงงาน
    • ข. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • ค. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
    • ง. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  63. 63. ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ข้อใดระบุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงพร้อมหัวใจสำคัญได้ถูกต้อง

    • ก. เป้าหมายที่ 1 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • ข. เป้าหมายที่ 4 ขจัดความยากจน: ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้มั่นคง
    • ค. เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ: ทั่วถึง เท่าเทียม ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • ง. เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัย: การศึกษาทางไกล พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก และลดความเหลื่อมล้ำ
  64. 64. ครูสมศักดิ์จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนชั้น ป.5 สำรวจราคาสินค้าในร้านสหกรณ์โรงเรียน พร้อมฝึกคำนวณเงินทอนและเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยเพื่อวางแผนการซื้อของอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะกลุ่ม 3Rs ในข้อใดโดยตรง

    • ก. Reasoning การคิดให้เหตุผล
    • ข. (W)Riting การเขียนสื่อความ
    • ค. Reading การอ่านเพื่อเข้าใจ
    • ง. (A)Rithmetics การคิดเลขเป็น
  65. 65. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเป็นแผนแม่บทที่กำหนดทิศทางร่วมของการศึกษาทั้งประเทศ มีระยะเวลา 20 ปี จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานใด

    • ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
    • ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)
    • ค. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
    • ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
  66. 66. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการ "การมีส่วนร่วมของสังคม (All for Education)" มีความหมายตรงตามข้อใด

    • ก. การศึกษาเพื่อทุกคน โดยมองจากมุมมองของผู้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
    • ข. ทุกคนเพื่อการศึกษา โดยมองจากผู้ร่วมจัดและการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฝ่ายเดียว
    • ค. การกำหนดให้โรงเรียนหรือรัฐเป็นผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว
    • ง. การใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างพอประมาณและมีเหตุผลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
  67. 67. โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดทำโครงการระดมทุนการศึกษา นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการศึกษาทางไกล พร้อมทั้งจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มด้อยโอกาสและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ การดำเนินงานนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใดของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 มากที่สุด

    • ก. ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • ข. ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
    • ค. ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา
    • ง. ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
  68. 68. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด?

    • ก. ปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และปราศจากการทุจริต
    • ข. เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพและมีทักษะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
    • ค. ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และสร้างหลักประกันทางสังคม
    • ง. พัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตอบโจทย์ SDGs
  69. 69. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อใดอธิบายความหมายของ "การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว" ได้ถูกต้อง

    • ก. การเตรียมพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยคิดถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ในอนาคต
    • ข. การนำหลักวิชาการที่ถูกต้องมาใช้วางแผนการทำงาน ควบคู่กับการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและความเพียร
    • ค. การพิจารณาตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ โดยคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
    • ง. การดำเนินชีวิตในระดับที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยไม่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
  70. 70. ตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา หากสถานศึกษาจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถก้าวเข้าสู่การทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนในทุนมนุษย์ข้อใด

    • ก. การจัดทำระบบแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
    • ข. การสร้างระบบให้เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีเมื่อเรียนจบ (Skill Bridge)
    • ค. การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงของผู้เรียนในระบบ
    • ง. การปรับลดภาระงานเอกสารของครูเพื่อเพิ่มเวลาในการจัดการเรียนรู้
  71. 71. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 มาตรการบูรณาการ Media & AI Literacy เข้าสู่หลักสูตร ได้กำหนดให้เริ่มต้นจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับการศึกษาใด

    • ก. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    • ข. ระดับปฐมวัย
    • ค. ระดับประถมศึกษา
    • ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
  72. 72. ในการพัฒนาตนเองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ข้อใดอธิบายความหมายของแนวคิด "Reskill" และ "Upskill" ได้ถูกต้อง

    • ก. Reskill คือการจัดการศึกษาเฉพาะเด็กวัยเรียน ส่วน Upskill คือการฝึกอบรมเพื่อรองรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ
    • ข. Reskill คือการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ ส่วน Upskill คือการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลแบบพลิกผัน
    • ค. Reskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม ส่วน Upskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่
    • ง. Reskill คือการเรียนทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปทำงานแบบใหม่ ส่วน Upskill คือการยกระดับทักษะเดิมให้สูงขึ้นในงานเดิม
  73. 73. ครูคณิตศาสตร์พบว่า นักเรียนในห้องส่วนใหญ่สามารถคิดคำนวณตัวเลขได้คล่องแคล่วและแม่นยำ แต่เมื่อต้องทำโจทย์ปัญหาข้อความกลับทำไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าใจว่าข้อความในโจทย์ต้องการบอกหรือสื่อถึงสิ่งใด ตามแนวคิดทักษะพื้นฐาน 3Rs ในศตวรรษที่ 21 ปัญหาของผู้เรียนกลุ่มนี้สะท้อนถึงการขาดทักษะในข้อใดโดยตรง

    • ก. Reading (การอ่านออกและเข้าใจความหมาย)
    • ข. (W)Riting (การเขียนถ่ายทอดความคิด)
    • ค. (A)Rithmetic (การคิดคำนวณขั้นสูง)
    • ง. Critical Thinking (การคิดเชิงวิพากษ์)
  74. 74. ตามกรอบทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ทักษะหรือคุณลักษณะในกลุ่ม 8Cs

    • ก. Compassion (ความมีเมตตากรุณา)
    • ข. Competition (ทักษะการแข่งขัน)
    • ค. Computing (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์)
    • ง. Collaboration (ทักษะการร่วมมือทำงาน)
  75. 75. ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 หลักการ "การศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education)" มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากการศึกษาเพื่อปวงชนตามข้อใด

    • ก. การนำทรัพยากรทางการศึกษามาใช้ในการบริหารและจัดการเรียนการสอนอย่างมีเหตุผลและพอประมาณ
    • ข. รัฐต้องจัดให้ทุกคนได้สิทธิเข้าเรียนในระบบการศึกษาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือมีฐานะอย่างไร
    • ค. การมุ่งเน้นให้เด็กทุกกลุ่มได้เรียนร่วมกันในระบบอย่างเหมาะสมโดยไม่แยกเด็กกลุ่มพิเศษออกไป
    • ง. การระดมทรัพยากรและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างรอบด้าน
  76. 76. สถานศึกษาแห่งหนึ่งร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถานประกอบการในการพัฒนาหลักสูตรทักษะอาชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมผู้เรียนสร้างสรรค์โครงงานนวัตกรรม เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานและอุตสาหกรรมเป้าหมายตามโมเดลไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 2 ของแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ซึ่งเชื่อมโยงกับเป้าหมายการศึกษาด้านใดโดยตรง

    • ก. Efficiency
    • ข. Equity
    • ค. Access
    • ง. Relevancy
  77. 77. ตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580) ยุทธศาสตร์ชาติด้านใดเป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงที่สุด

    • ก. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
    • ข. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
    • ค. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
    • ง. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  78. 78. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนตามหลัก "ความมีเหตุผล" มีลักษณะตรงกับข้อใด

    • ก. การพัฒนาความรอบรู้ในวิทยาการแขนงต่าง ๆ อย่างรอบด้านเพื่อนำมาใช้ประกอบการวางแผนชีวิต
    • ข. การตัดสินใจโดยพิจารณาเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและคาดการณ์ผลที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
    • ค. การเตรียมความพร้อมของตนเองเพื่อรับมือกับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น
    • ง. การดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียนตนเองและไม่เบียดเบียนผู้อื่นโดยคำนึงถึงความพอเหมาะพอควร
  79. 79. ในการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนได้แจ้งต่อคณะครูว่า สถานศึกษาต้องขับเคลื่อนตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางที่กำหนดว่า 'ปีนี้เน้นอะไร' การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด

    • ก. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
    • ข. มาตรา 12 พ.ร.บ.สภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
    • ค. มาตรา 12 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
    • ง. มาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
  80. 80. ตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 ในมาตรการผลักดันหลักสูตรฐานสมรรถนะควบคู่กับ AI Literacy มีแนวคิดที่ใช้กำกับตามข้อใด

    • ก. Global Partnerships
    • ข. Education for All
    • ค. All for Education
    • ง. AI for All
  81. 81. ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ โครงสร้างของจิตส่วนใดทำหน้าที่เป็นตัวที่ใช้เหตุผลและหลักความเป็นจริง เพื่อคอยหาทางให้ความต้องการได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม

    • ก. อีโก้ (Ego)
    • ข. จิตใต้สำนึก
    • ค. อิด (Id)
    • ง. ซูเปอร์อีโก้ (Superego)
  82. 82. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูประจำชั้นสังเกตพบว่า ด.ช.ตะวัน มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ กะระยะ และจินตนาการรูปทรงได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังสนใจงานออกแบบและใฝ่ฝันอยากเป็นสถาปนิกในอนาคต พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้เรียนมีความฉลาดโดดเด่นตรงกับปัญญาด้านใดตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner)

    • ก. ด้านธรรมชาติวิทยา
    • ข. ด้านมิติสัมพันธ์
    • ค. ด้านการเข้าใจตนเอง
    • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
  83. 83. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ (Edward Thorndike) กฎการเรียนรู้ในข้อใดระบุว่า หากทำแล้วได้ผลที่พอใจจะอยากทำซ้ำ แต่ถ้าได้ผลที่ไม่พอใจจะไม่อยากทำ

    • ก. กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise)
    • ข. การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)
    • ค. กฎแห่งผล (Law of Effect)
    • ง. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness)
  84. 84. ตามเหตุการณ์การสอน 9 ขั้นของกาเย่ (Robert Gagné) การที่ครูผู้สอนยกตัวอย่างประกอบหรือให้เทคนิคช่วยจำแก่นักเรียน จัดอยู่ในขั้นตอนใด

    • ก. ขั้นทบทวนความรู้เดิม
    • ข. ขั้นประเมินผลการปฏิบัติ
    • ค. ขั้นบอกจุดประสงค์การเรียนรู้
    • ง. ขั้นให้แนวทางการเรียนรู้
  85. 85. ครูวิทยาศาสตร์จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องห่วงโซ่อาหาร โดยตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า "หากงูหายไปจากระบบนิเวศ จะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประชากรหนูและนก" เพื่อฝึกให้นักเรียนแยกส่วนและหาความสัมพันธ์ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพุทธิพิสัยขั้นใดตามแนวคิดของแอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl)

    • ก. ขั้นวิเคราะห์ (Analyze)
    • ข. ขั้นประยุกต์ใช้ (Apply)
    • ค. ขั้นเข้าใจ (Understand)
    • ง. ขั้นประเมินค่า (Evaluate)
  86. 86. ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. การดูแลนักเรียนไม่ได้เป็นหน้าที่ของครูแนะแนวเพียงคนเดียว แต่บุคคลใดถือเป็นด่านแรกในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

    • ก. ครูแนะแนวและคณะกรรมการงานแนะแนวของโรงเรียน
    • ข. ครูทุกคน โดยเฉพาะครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษา
    • ค. ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูฝ่ายกิจการนักเรียน
    • ง. เจ้าหน้าที่จิตวิทยาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  87. 87. ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง เงื่อนไขสำคัญด้าน "ความเข้าใจความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง (Empathy)" หมายถึงข้อใด

    • ก. ช่วยตัดสินและรีบให้คำแนะนำเพื่อหาทางออกให้ผู้รับคำปรึกษา
    • ข. ยอมรับผู้รับคำปรึกษาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมา
    • ค. เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไรจากมุมของเขา ไม่ใช่จากมุมของเรา
    • ง. มีความจริงใจอย่างแท้จริงและไม่เสแสร้งต่อผู้รับคำปรึกษา
  88. 88. ครูปฐมวัยจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านกล้ามเนื้อมือ โดยให้เด็กอนุบาลใช้สีเทียนและดินสอแท่งใหญ่ในการวาดเขียนก่อนที่จะเปลี่ยนไปให้ใช้ดินสอแท่งเล็ก การจัดการเรียนรู้ของครูท่านนี้สอดคล้องกับหลักพัฒนาการในข้อใด

    • ก. เด็กทุกคนมีอัตราพัฒนาการที่รวดเร็วเท่ากันตามวัย
    • ข. พัฒนาการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถข้ามขั้นได้
    • ค. พัฒนาการเกิดจากอิทธิพลของพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว
    • ง. ทิศทางพัฒนาการเริ่มจากแกนกลางลำตัวออกไปสู่ส่วนปลาย
  89. 89. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ความสามารถในการตั้งสมมติฐานและทดสอบอย่างเป็นระบบ รวมทั้งคิดแบบ "ถ้า…แล้ว…" กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด

    • ก. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม (Formal Operational)
    • ข. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor)
    • ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม (Concrete Operational)
    • ง. ขั้นก่อนปฏิบัติการคิดเชิงสัญลักษณ์ (Pre-operational)
  90. 90. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางบุคลิกภาพของอีริคสัน เด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6–12 ปี) จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด และมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้อย่างไรให้สอดคล้องกับพัฒนาการดังกล่าว

    • ก. ขั้นความเป็นตัวของตัวเอง vs ความละอายและสงสัย โดยครูควรสนับสนุนให้เด็กลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
    • ข. ขั้นความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย โดยครูควรให้งานที่เด็กทำสำเร็จได้และชมความพยายาม
    • ค. ขั้นการรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง โดยครูควรเปิดโอกาสให้ค้นหาความถนัดและแนะแนวอาชีพ
    • ง. ขั้นความคิดริเริ่ม vs ความรู้สึกผิด โดยครูควรเปิดโอกาสให้เด็กคิดริเริ่มและไม่ตำหนิเมื่อทำผิดพลาด
  91. 91. ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูประจำชั้นสอบถามเหตุผลในการช่วยทำความสะอาดห้องเรียน เด็กหญิงแก้วตอบว่า "หนูตั้งใจช่วยเพื่อนทำเวรความสะอาด เพราะอยากให้คุณครูชมว่าเป็นเด็กดีค่ะ" ตามแนวคิดทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก เหตุผลของเด็กหญิงแก้วจัดอยู่ในขั้นใด

    • ก. ขั้นที่ 4
    • ข. ขั้นที่ 2
    • ค. ขั้นที่ 3
    • ง. ขั้นที่ 1
  92. 92. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางเพศ (Psychosexual) ของฟรอยด์ ขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 6–12 ปี ที่ความสนใจทางเพศสงบลง โดยเด็กหันไปสนใจการเรียนและเพื่อนเพศเดียวกัน ตรงกับขั้นใด

    • ก. ขั้นปาก
    • ข. ขั้นทวารหนัก
    • ค. ขั้นอวัยวะเพศ
    • ง. ขั้นแฝง
  93. 93. ตามทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Howard Gardner) บุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นในการมองภาพ การกะระยะ และการจินตนาการรูปทรง เช่น สถาปนิกหรือศิลปิน จัดเป็นผู้มีปัญญาด้านใด

    • ก. ด้านมิติสัมพันธ์
    • ข. ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
    • ค. ด้านธรรมชาติวิทยา
    • ง. ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
  94. 94. ในการจัดกิจกรรมในชั้นเรียน ครูสังเกตว่า ด.ช.กานต์ มักจะเลือกอาสาช่วยครูเก็บกวาดห้องเรียนหลังเลิกเรียนเสมอ เนื่องจากพบว่าเมื่อตนเองช่วยงานแล้ว ครูจะกล่าวชมเชยและให้ดาวสะสม ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้ ด.ช.กานต์ เลือกทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีกเป็นประจำ การเรียนรู้ของ ด.ช.กานต์ สอดคล้องกับแนวคิดในข้อใดมากที่สุด

    • ก. การเรียนรู้จากการสังเกตของแบนดูรา
    • ข. การวางเงื่อนไขแบบการกระทำของสกินเนอร์
    • ค. การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูกของธอร์นไดค์
    • ง. การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ
  95. 95. ตามทฤษฎีการเรียนรู้คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism) แนวคิดสายที่เน้นการสร้างความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ได้รับอิทธิพลมาจากนักคิดท่านใด

    • ก. แพเพิร์ต
    • ข. กาเย่
    • ค. ไวก็อตสกี
    • ง. เพียเจต์
  96. 96. ตามแนวคิดการจำแนกจุดประสงค์การเรียนรู้ด้านจิตพิสัยของแครธโวล (Krathwohl) ข้อใดเรียงลำดับพัฒนาการของเจตคติจากขั้นเริ่มต้นไปสู่ขั้นสูงสุดได้ถูกต้อง

    • ก. รับรู้ → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเห็นคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
    • ข. รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การตอบสนอง → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
    • ค. รับรู้ → การเห็นคุณค่า → การตอบสนอง → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
    • ง. รับรู้ → การตอบสนอง → การเห็นคุณค่า → การจัดระบบคุณค่า → การเกิดเป็นลักษณะนิสัย
  97. 97. ในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามแนวทางของ สพฐ. ครูประจำชั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อศึกษาสภาพจริงของครอบครัว บันทึกข้อมูลพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในระเบียนสะสม และประเมินจุดแข็งจุดอ่อนด้วยแบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) การปฏิบัติงานดังกล่าวจัดอยู่ในขั้นตอนใด

    • ก. ขั้นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
    • ข. ขั้นการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนทุกคน
    • ค. ขั้นการคัดกรองนักเรียนตามระดับปัญหา
    • ง. ขั้นการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน
  98. 98. ตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ทักษะ "การสะท้อนความรู้สึก" มีลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. การพูดซ้ำเนื้อหาของสิ่งที่ได้รับฟัง
    • ข. การบอกอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด
    • ค. การรวบรวมประเด็นทั้งหมดเป็นใจความสั้น
    • ง. การให้คำแนะนำสั่งสอนในสิ่งที่ควรปฏิบัติ
  99. 99. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ หากครูต้องการทำความเข้าใจพัฒนาการด้าน "จิตสังคม" และพัฒนาการด้าน "จริยธรรม" ของผู้เรียน ควรศึกษาแนวคิดของนักทฤษฎีคู่ใดตามลำดับ

    • ก. เพียเจต์ และ ไวก็อตสกี
    • ข. ฟรอยด์ และ อีริคสัน
    • ค. อีริคสัน และ โคลเบิร์ก
    • ง. ไวก็อตสกี และ โคลเบิร์ก
  100. 100. ในการจัดการเรียนรู้ ครูประจำชั้นทดลองเทน้ำจากแก้วทรงเตี้ยปากกว้างลงในแก้วทรงสูงปากแคบต่อหน้านักเรียน พบว่าเด็กหญิงฟ้า อายุ 8 ปี สามารถตอบได้อย่างถูกต้องทันทีว่าปริมาณน้ำยังคงเท่าเดิม พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความเข้าใจเรื่องการคงตัว (Conservation) ซึ่งตามทฤษฎีพัฒนาการของเพียเจต์จัดอยู่ในขั้นพัฒนาการใด

    • ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
    • ข. ขั้นก่อนปฏิบัติการ
    • ค. ขั้นปฏิบัติการด้วยนามธรรม
    • ง. ขั้นปฏิบัติการด้วยรูปธรรม
  101. 101. ตามทฤษฎีจิตวิทยาสังคม พัฒนาการของเด็กในช่วงอายุ 12–18 ปี (วัยรุ่น) จัดอยู่ในขั้นความขัดแย้งข้อใด

    • ก. การรู้จักตนเอง vs ความสับสนในตนเอง (Identity vs Role Confusion)
    • ข. ความมั่นคงทางใจ vs ความสิ้นหวัง (Integrity vs Despair)
    • ค. ความขยันหมั่นเพียร vs ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority)
    • ง. ความใกล้ชิดผูกพัน vs ความโดดเดี่ยว (Intimacy vs Isolation)
  102. 102. ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน มีแนวคิดหลักในการอธิบายพฤติกรรมของบุคคลในลักษณะใด และเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของต้นไม้กี่ส่วน

    • ก. พฤติกรรมของ "คนดีและคนกล้า" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
    • ข. พฤติกรรมของ "คนดีและคนเก่ง" โดยเปรียบกับต้นไม้ 3 ส่วน
    • ค. พฤติกรรมของ "คนเก่งและคนสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
    • ง. พฤติกรรมของ "คนดีและคนมีสุข" โดยเปรียบกับต้นไม้ 4 ส่วน
  103. 103. ในการจัดการเรียนรู้ ครูสังเกตเห็นนักเรียนคนหนึ่งถูกครูประจำวิชาว่ากล่าวตักเตือนเรื่องไม่ตั้งใจฟัง เมื่อออกจากห้องเรียนนักเรียนเกิดความหงุดหงิดจึงเดินไปเตะถังขยะและระบายอารมณ์ใส่เพื่อนรุ่นน้อง พฤติกรรมดังกล่าวตรงกับกลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) รูปแบบใด

    • ก. การโยนความผิดให้ผู้อื่น (Projection)
    • ข. การเปลี่ยนแรงขับไปในทางที่สังคมยอมรับ (Sublimation)
    • ค. การหาที่ระบาย (Displacement)
    • ง. การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization)
  104. 104. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ นัยสำคัญต่อครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้ใช้จุดแข็งของตนคือข้อใด

    • ก. จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเดียวกันและประเมินผลด้วยการสอบข้อเขียนเป็นหลัก
    • ข. ตัดสินระดับสติปัญญาของผู้เรียนโดยพิจารณาจากความสามารถด้านคณิตศาสตร์เป็นหลัก
    • ค. กำหนดให้นักเรียนทุกคนส่งผลงานแบบรายงานรูปเล่มเพื่อความเสมอภาคทางการเรียน
    • ง. สอนด้วยวิธีที่หลากหลายและไม่ตัดสินว่าเด็กที่คณิตศาสตร์อ่อนคือเด็กไม่ฉลาด
  105. 105. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์ ข้อใดอธิบายความหมายและผลของ "การเสริมแรงทางลบ" ได้ถูกต้อง

    • ก. เอาสิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเพิ่มขึ้น
    • ข. ให้สิ่งที่ผู้เรียนไม่พอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง
    • ค. ให้สิ่งที่ผู้เรียนพอใจ เพื่อให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น
    • ง. เอาสิ่งที่ผู้เรียนพอใจออกไป เพื่อให้พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง
  106. 106. ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มลงมือเขียนโปรแกรมและสร้างหุ่นยนต์จำลองที่นำมาทดสอบและแบ่งปันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความรู้ความเข้าใจไปพร้อมกับการสร้างผลงาน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของนักการศึกษาท่านใดมากที่สุด

    • ก. ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget)
    • ข. ซีมัวร์ แพเพิร์ต (Seymour Papert)
    • ค. เลฟ ไวก็อตสกี (Lev Vygotsky)
    • ง. บูร์ฮุส เอฟ. สกินเนอร์ (B.F. Skinner)
  107. 107. ตามการจำแนกเป้าหมายการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยของบลูม ฉบับปรับปรุง (2001) พฤติกรรมการเรียนรู้ขั้นสูงสุดคือข้อใด

    • ก. การวิเคราะห์
    • ข. การสังเคราะห์
    • ค. การสร้างสรรค์
    • ง. การประเมินค่า
  108. 108. ตามแนวคิดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. ข้อใดอธิบายหลักการและแนวปฏิบัติใน “ขั้นการคัดกรองนักเรียน” ได้ถูกต้อง

    • ก. คัดกรองเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเพื่อส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก โดยไม่ต้องนำกลุ่มปกติมาจัดกลุ่มในขั้นนี้
    • ข. จัดแบ่งกลุ่มนักเรียนพร้อมประกาศรายชื่อกลุ่มเสี่ยงให้เพื่อนร่วมชั้นทราบ เพื่อให้ช่วยกันดูแลและปรับพฤติกรรม
    • ค. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตและโฮมรูมเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในขั้นตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นกลุ่มมีปัญหา
    • ง. นำข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา โดยต้องรักษาผลเป็นความลับไม่ให้เด็กรู้สึกถูกตีตรา
  109. 109. ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักเรียนได้ขอให้ครูประจำชั้นสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่เล่าไว้เป็นความลับ ต่อมานักเรียนเปิดเผยว่าตนเองถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายที่บ้านเป็นประจำ จากสถานการณ์นี้ ครูควรดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณการให้คำปรึกษา

    • ก. แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองนักเรียน โดยบอกนักเรียนว่าจำเป็นต้องแจ้งเพื่อความปลอดภัย
    • ข. ตักเตือนและสั่งสอนให้นักเรียนเข้าใจเหตุผลของผู้ปกครอง พร้อมทั้งให้อดทนต่อการลงโทษที่บ้าน
    • ค. นำเรื่องไปแจ้งต่อครูทุกคนในที่ประชุมครูประจำสัปดาห์ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังพฤติกรรมในโรงเรียน
    • ง. เก็บรักษาความลับไว้ตามที่สัญญากับนักเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ
  110. 110. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Jean Piaget) ข้อใดคือข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับลักษณะความคิดของเด็กเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่

    • ก. เด็กสามารถคิดแก้ปัญหาเชิงนามธรรมได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่
    • ข. เด็กไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่คิดคนละแบบกับผู้ใหญ่
    • ค. เด็กมีแบบแผนความคิดเหมือนผู้ใหญ่แต่มีคลังคำศัพท์น้อยกว่า
    • ง. เด็กมีสติปัญญาฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ตามวุฒิภาวะทางร่างกาย
  111. 111. ข้อใดสรุปแนวคิดของไวก็อตสกี (Lev Vygotsky) เกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กได้ถูกต้องตามทฤษฎีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม

    • ก. เด็กพัฒนาความคิดจากการลองผิดลองถูก และการเชื่อมโยงสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
    • ข. การเรียนรู้ถูกกำหนดตามลำดับขั้นของวุฒิภาวะ เริ่มต้นจากขั้นใช้ประสาทสัมผัส
    • ค. การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยมีภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด
    • ง. เด็กสร้างความรู้ด้วยตัวเองผ่านการสำรวจโลก โดยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
  112. 112. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อฝึกให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ทำชิ้นงานให้สำเร็จ และภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกมีปมด้อยหรือด้อยความสามารถ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับขั้นวิกฤตทางจิตสังคมใดตามทฤษฎีพัฒนาการของอีริคสัน

    • ก. Identity vs Role Confusion
    • ข. Initiative vs Guilt
    • ค. Intimacy vs Isolation
    • ง. Industry vs Inferiority
  113. 113. ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน ส่วนที่เป็น "ราก" ซึ่งเป็นจิตลักษณะพื้นฐาน 3 ประการที่ต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก ได้แก่องค์ประกอบในข้อใด

    • ก. สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต
    • ข. ประสบการณ์ทางสังคม การควบคุมตน และค่านิยม
    • ค. สติปัญญา การมุ่งอนาคต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
    • ง. เหตุผลเชิงจริยธรรม สุขภาพจิต และความเชื่ออำนาจในตน
  114. 114. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการเรื่องกลไกการป้องกันตนเอง เมื่อนักเรียนแสดงพฤติกรรมผิดปกติ เช่น มีพฤติกรรมถดถอยหรือก้าวร้าวใส่เพื่อนโดยไม่มีเหตุ ครูผู้สอนควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

    • ก. ปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มจนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมได้
    • ข. สืบหาสาเหตุของพฤติกรรมมากกว่าการมุ่งลงโทษเพียงอย่างเดียว
    • ค. ปล่อยให้แสดงออกตามธรรมชาติเพราะเป็นกลไกคลายความตึงเครียด
    • ง. ดำเนินการลงโทษทันทีเพื่อตัดพฤติกรรมไม่ให้เพื่อนลอกเลียนแบบ
  115. 115. ครูสมรวางแผนจัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียนในชั้นเรียนตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมของดวงเดือน โดยต้องการเริ่มจากการเสริมสร้างและปลูกฝังส่วนที่เป็น "ราก" ของต้นไม้จริยธรรมให้มั่นคง ครูสมรควรจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ประกอบตามข้อใด

    • ก. Id, Ego และ Superego เพื่อให้มีกลไกป้องกันตนเอง
    • ข. ความต้องการขั้นต่ำไปสู่การตระหนักรู้ศักยภาพตนเองสูงสุด
    • ค. สติปัญญา ประสบการณ์ทางสังคม และสุขภาพจิต
    • ง. การจัดกิจกรรมที่สอนหลากหลายวิธีตามพหุปัญญา 8 ด้าน
  116. 116. ตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขของสกินเนอร์ การจัดตารางการเสริมแรงในลักษณะใดส่งผลให้พฤติกรรมมีความคงทนที่สุด

    • ก. การเสริมแรงตามเวลาคงที่
    • ข. การเสริมแรงตามจำนวนครั้งคงที่
    • ค. การเสริมแรงทุกครั้ง
    • ง. การเสริมแรงแบบไม่แน่นอน
  117. 117. ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Constructivism และ Constructionism ของแพเพิร์ต (Seymour Papert) ได้ถูกต้อง

    • ก. Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน
    • ข. Constructivism เน้นการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบผู้อื่น ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว
    • ค. Constructivism เน้นสร้างความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงาน ส่วน Constructionism เน้นการสร้างความรู้ในหัว
    • ง. Constructivism เน้นการสร้างความรู้ในหัว ส่วน Constructionism เน้นการสังเกตพฤติกรรมจากตัวแบบเพื่อทำตาม
  118. 118. ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาเรื่องแรงจูงใจในการเรียน พฤติกรรมของนักเรียนในข้อใดสะท้อนถึงการมี “แรงจูงใจภายใน” (Intrinsic Motivation)

    • ก. นักเรียนตั้งใจทำแบบฝึกหัดส่งตรงเวลาเพราะต้องการได้คะแนนเต็มและรับคำชมจากครู
    • ข. นักเรียนค้นคว้าเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมเพราะสนใจและอยากรู้ด้วยตนเอง
    • ค. นักเรียนรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเพราะกลัวถูกลงโทษหากส่งไม่ทันกำหนด
    • ง. นักเรียนกระตือรือร้นตอบคำถามในชั้นเรียนเพราะต้องการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล
  119. 119. ตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในขั้นตอนการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการตรงกับข้อใด

    • ก. นักเรียนทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มปกติ
    • ข. กลุ่มปกติและกลุ่มความสามารถพิเศษ
    • ค. กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา
    • ง. กลุ่มมีปัญหาที่เกินความสามารถของครู
  120. 120. ตามแนวคิดจิตวิทยาการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ข้อใดอธิบายลักษณะของผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) ได้ถูกต้อง

    • ก. เป็นผู้เรียนที่มีความแตกต่างเด่นชัดด้านการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
    • ข. เป็นผู้เรียนที่มีภาวะสมาธิสั้นและมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมให้อยู่นิ่ง
    • ค. เป็นผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทุกด้าน
    • ง. เป็นผู้เรียนที่สติปัญญาปกติ แต่มีปัญหาเฉพาะด้าน เช่น อ่าน เขียน หรือคำนวณ
  121. 121. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ด.ช. ภัทร มีความเข้าใจเดิมว่า 'สัตว์ที่บินได้ทุกชนิดคือนก' แต่เมื่อครูสอนว่า 'ค้างคาวบินได้แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่นก' ทำให้ภัทรไม่สามารถนำข้อมูลนี้ไปรวมกับความคิดเดิมได้ และต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดเดิมเพื่อรองรับข้อมูลใหม่นี้ การเรียนรู้ของภัทรสอดคล้องกับกระบวนการใดตามแนวคิดของเพียเจต์ (Jean Piaget)

    • ก. การปรับโครงสร้าง (Accommodation)
    • ข. กรอบโครงสร้างทางปัญญา (Schema)
    • ค. กระบวนการดูดซึม (Assimilation)
    • ง. การปรับเข้าสู่ความสมดุล (Equilibration)
  122. 122. ตามแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการของไวก็อตสกี วิธีการช่วยเหลือเด็กในเขตพัฒนาการที่ใกล้เคียง (ZPD) โดยมีหลักสำคัญคือช่วยเท่าที่จำเป็น แล้วค่อย ๆ ปรับลดลงจนเด็กทำได้เอง เรียกว่าอะไร

    • ก. การรักษาสมดุลทางโครงสร้างคิด (Equilibration)
    • ข. การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding)
    • ค. การปรับขยายโครงสร้างปัญญา (Accommodation)
    • ง. การดูดซึมทางพุทธิปัญญา (Assimilation)
  123. 123. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ในการวินิจฉัยปัญหาเชิงจริยธรรม เช่น กรณีศึกษาไฮนซ์ขโมยยา สิ่งใดคือเกณฑ์สำคัญที่สุดที่ใช้บ่งบอกระดับจริยธรรมของบุคคล

    • ก. เจตนาว่าต้องการช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่
    • ข. ข้อสรุปของบุคคลว่าควรทำหรือไม่ควรทำ
    • ค. เหตุผลที่บุคคลนำมาใช้ในการตัดสินใจ
    • ง. ผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำ
  124. 124. ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ครูประจำชั้นต้องการส่งเสริมจิตลักษณะส่วน "ลำต้น" ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรมให้กับนักเรียน กิจกรรมในข้อใดสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจิตลักษณะส่วนลำต้นโดยตรง

    • ก. การจัดกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและการคิดแก้ปัญหา
    • ข. การจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด
    • ค. การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการทำงานเพื่อส่วนรวม
    • ง. การจัดค่ายฝึกทักษะการมุ่งอนาคตและการควบคุมตน
  125. 125. ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Abraham Maslow) มาสโลว์จัดเป็นนักจิตวิทยากลุ่มใด และได้เสนอว่าคนเรามีความต้องการทั้งหมดกี่ขั้น

    • ก. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
    • ข. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 5 ขั้น
    • ค. กลุ่มมนุษยนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
    • ง. กลุ่มพฤติกรรมนิยม มีความต้องการ 4 ขั้น
  126. 126. ตามหลักจิตวิทยาการศึกษาในคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน ข้อใดอธิบายคำถามสำคัญที่เป็นหัวใจของ 'ทฤษฎีการเรียนรู้' (Learning Theory) ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. ตอบคำถามว่าจิตไร้สำนึกมีโครงสร้างอย่างไร เพื่อทำความเข้าใจกลไกป้องกันตนเองที่แสดงออกมา
    • ข. ตอบคำถามว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งแนวคิดแต่ละกลุ่มจะนำไปสู่วิธีสอนที่ต่างกัน
    • ค. ตอบคำถามว่าสติปัญญาของมนุษย์มีกี่ด้าน เพื่อให้ครูนำไปออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย
    • ง. ตอบคำถามว่าความต้องการของมนุษย์มีกี่ขั้น ซึ่งต้องได้รับการตอบสนองจากขั้นต่ำไปสู่ขั้นสูงสุด
  127. 127. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของแบนดูรา (Albert Bandura) กระบวนการเรียนรู้จากการสังเกตตัวแบบมี 4 ขั้นตอน โดยเรียงลำดับได้อย่างถูกต้องตามข้อใด

    • ก. การจดจำ, ความใส่ใจ, การกระทำ, แรงจูงใจ
    • ข. ความใส่ใจ, การจดจำ, แรงจูงใจ, การกระทำ
    • ค. ความใส่ใจ, การจดจำ, การกระทำ, แรงจูงใจ
    • ง. ความใส่ใจ, การกระทำ, การจดจำ, แรงจูงใจ
  128. 128. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางจิตวิทยาการศึกษา ข้อใดจับคู่นักทฤษฎีกับแนวคิดและคำสำคัญได้ถูกต้อง?

    • ก. สกินเนอร์ – การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก และดับสูญ ฟื้นกลับ แผ่ขยาย
    • ข. บรูเนอร์ – การเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก และการทดลองกับแมว
    • ค. พาฟลอฟ – การเรียนรู้การกระทำ และการเสริมแรง/ลงโทษ บวก/ลบ
    • ง. ธอร์นไดค์ – ลองผิดลองถูก และกฎความพร้อม ฝึกหัด ผล
  129. 129. ครูประจำชั้นพบว่านักเรียนมีปัญหาพฤติกรรมและภาวะทางอารมณ์รุนแรงซึ่งเกินขอบเขตความสามารถของตน จึงได้ดำเนินการส่งต่อนักเรียนไปยังโรงพยาบาลและนักจิตวิทยา ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ขั้นการส่งต่อ ครูประจำชั้นควรปฏิบัติตนอย่างไรหลังจากการส่งต่อนักเรียน

    • ก. ติดตามผลการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้รับช่วงต่อ
    • ข. ยุติบทบาทหน้าที่ในการดูแลนักเรียนทันทีเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ
    • ค. สิ้นสุดการรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนในการรักษา
    • ง. โอนภาระหน้าที่และการดูแลทั้งหมดให้แก่หน่วยงานภายนอกเพียงฝ่ายเดียว
  130. 130. ตามแนวทางการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เครื่องมือสำคัญที่ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำสำหรับผู้เรียนแต่ละคน โดยระบุระดับความสามารถปัจจุบัน เป้าหมาย วิธีการ สื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้ รวมถึงการวัดผล คือข้อใด

    • ก. แผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว (IFSP)
    • ข. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
    • ค. แบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียน (SDQ)
    • ง. แบบบันทึกระเบียนสะสมข้อมูลผู้เรียน (Cumulative Record)
  131. 131. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ เมื่อเด็กพบข้อมูลใหม่แล้วสามารถรับเข้าไปในกรอบความเข้าใจเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างความคิด ตรงกับกระบวนการใด

    • ก. การปรับโครงสร้าง (Accommodation)
    • ข. การคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
    • ค. การดูดซึม (Assimilation)
    • ง. ความสมดุล (Equilibration)
  132. 132. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนที่เรียนเก่งจับคู่คอยประกบและให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ยังเรียนไม่เข้าใจ เพื่อช่วยให้เพื่อนสามารถทำใบงานได้สำเร็จ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาในข้อใด

    • ก. เพียเจต์
    • ข. อีริคสัน
    • ค. บรูเนอร์
    • ง. ไวก็อตสกี
  133. 133. ตามทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ส่วนที่เป็น "ดอกและผล" มีความหมายและนัยต่อการจัดการเรียนการสอนของครูตามข้อใด

    • ก. คือ พฤติกรรมของคนดีและคนเก่ง โดยครูต้องพัฒนาตั้งแต่รากและลำต้น ไม่ใช่สั่งให้ทำพฤติกรรมอย่างเดียว
    • ข. คือ เหตุผลเชิงจริยธรรม โดยครูต้องมุ่งเน้นการควบคุมพฤติกรรมเฉพาะหน้าโดยไม่ต้องสร้างพื้นฐานทางจิตใจ
    • ค. คือ ประสบการณ์ทางสังคม โดยครูต้องสั่งให้นักเรียนปฏิบัติพฤติกรรมที่ดีซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัยถาวร
    • ง. คือ จิตลักษณะ 5 ประการ โดยครูต้องเน้นพัฒนาที่ตัวพฤติกรรมภายนอกมากกว่าการเสริมสร้างสติปัญญา
  134. 134. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนานและมีสื่อการสอนหลากหลาย แต่นักเรียนชั้น ป.2 คนหนึ่งกลับไม่มีสมาธิในการเรียนและนั่งซึม เมื่อสอบถามพบว่านักเรียนไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียน ตามแนวคิดลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ ครูควรตระหนักถึงสิ่งใดเป็นลำดับแรก

    • ก. ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นที่ยอมรับและมีความรักในกลุ่มเพื่อน
    • ข. ดูแลความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนคาดหวังให้เด็กใฝ่เรียนรู้
    • ค. มอบหมายงานท้าทายเพื่อกระตุ้นให้เด็กบรรลุศักยภาพสูงสุด
    • ง. ยกย่องชมเชยพฤติกรรมเชิงบวกเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่า
  135. 135. ตามแนวคิดจิตวิทยาการศึกษา กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) อธิบายว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใด

    • ก. กระบวนการคิดกับการหยั่งเห็น
    • ข. การสังเกตตัวแบบกับการเลียนแบบ
    • ค. สิ่งเร้ากับการตอบสนอง
    • ง. โครงสร้างทางปัญญากับประสบการณ์เดิม
  136. 136. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitivism) และกลุ่มการสร้างความรู้ (Constructivism) มีมุมมองต่อกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญตามข้อใด

    • ก. เกิดจากการปรับพฤติกรรมผ่านการลงโทษเพื่อลดการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน
    • ข. เกิดจากการได้รับการเสริมแรงเพื่อเพิ่มพฤติกรรมและการทำตามแบบอย่างที่ครูจัดไว้
    • ค. เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกจนแสดงพฤติกรรมออกมาเป็นลำดับขั้นตอน
    • ง. เกิดจากกระบวนการคิดภายในสมองและการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
  137. 137. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หากครูประจำชั้นต้องการนำแนวคิดทฤษฎีมนุษยนิยมของโรเจอร์ส (Carl Rogers) มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน ครูควรมีบทบาทและปฏิบัติตนอย่างไร

    • ก. ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับ
    • ข. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรม
    • ค. ปรับพฤติกรรมผู้เรียนอย่างต่อเนื่องโดยการให้รางวัลและการเสริมแรงที่เหมาะสม
    • ง. กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุมพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย
  138. 138. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มปัญญานิยม แนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความหมายและการใช้ Advance Organizer สัมพันธ์กับนักทฤษฎีท่านใด

    • ก. แบนดูรา
    • ข. ออซูเบล
    • ค. กาเย่
    • ง. บรูเนอร์
  139. 139. ตามแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ข้อใดระบุกลุ่มเป้าหมายหรือการใช้เครื่องมือในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามหลักการ

    • ก. ขั้นที่ 3 การส่งเสริมพัฒนา ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา
    • ข. แบบประเมิน SDQ นำมาเริ่มใช้ในขั้นที่ 4
    • ค. ขั้นที่ 4 ดำเนินการเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มมีปัญหา
    • ง. ขั้นที่ 1 และ 2 ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อเก็บข้อมูล
  140. 140. ในการให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีปัญหาความวิตกกังวล หากครูต้องการนำหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบ Client-Centered ของโรเจอร์ส มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ ครูควรแสดงบทบาทและท่าทีในการสนทนากับนักเรียนอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมที่สุด

    • ก. ประเมินพฤติกรรมของนักเรียนตามกฎเกณฑ์ และตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือ
    • ข. วินิจฉัยสาเหตุอย่างเร่งด่วน ตัดสินข้อถูกผิด และส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยงานภายนอกทันที
    • ค. ชี้บอกข้อผิดพลาด ให้คำตักเตือน พร้อมทั้งสั่งสอนแนวทางที่ถูกต้องให้นักเรียนปฏิบัติตาม
    • ง. รับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่ด่วนตัดสินหรือสั่งสอน
  141. 141. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget) เด็กในขั้นก่อนปฏิบัติการ (Preoperational) ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็นตน เป็นผลมาจากข้อจำกัดทางความคิดในข้อใด

    • ก. การยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (Egocentrism)
    • ข. การขาดความเข้าใจการคงอยู่ของวัตถุ (Object Permanence)
    • ค. การยังไม่สามารถคิดย้อนกลับได้ (Reversibility)
    • ง. การไม่เข้าใจเรื่องการคงตัวของปริมาณ (Conservation)
  142. 142. ตามทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอีริคสัน (Erik Erikson) ข้อใดระบุจุดเน้นสำคัญที่แตกต่างจากแนวคิดพัฒนาการของฟรอยด์ได้ถูกต้อง

    • ก. เน้นบทบาทของแรงขับทางเพศ และจำกัดขอบเขตเฉพาะในช่วงวัยเด็ก
    • ข. เน้นอิทธิพลของสังคมและความสัมพันธ์ และครอบคลุมตลอดทั้งชีวิต
    • ค. เน้นการช่วยเหลือแบบเสริมต่อการเรียนรู้ และเขตพัฒนาการใกล้เคียง
    • ง. เน้นกระบวนการดูดซึมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญา 4 ขั้น
  143. 143. ในระหว่างการสอบปลายภาคเรียน เด็กชายมานะตั้งใจทำข้อสอบด้วยตนเองและไม่คิดจะลอกเพื่อน โดยให้เหตุผลว่า "การไม่ทุจริตเป็นกฎของโรงเรียน ซึ่งทุกคนต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัด" การให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเด็กชายมานะสอดคล้องกับขั้นใดตามทฤษฎีของโคลเบิร์ก (Kohlberg)

    • ก. ขั้นทำตามคำมั่นสัญญาหรือสัญญาสังคม
    • ข. ขั้นทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ
    • ค. ขั้นทำตามกฎหมายและระเบียบสังคม
    • ง. ขั้นหลบหลีกการถูกลงโทษ
  144. 144. ตามแนวคิดทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม ข้อใดจัดเป็นองค์ประกอบในส่วน "รากของต้นไม้จริยธรรม"

    • ก. ทำงานเพื่อส่วนรวม
    • ข. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
    • ค. เหตุผลเชิงจริยธรรม
    • ง. สุขภาพจิต
  145. 145. ตามทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow) ข้อใดระบุความต้องการขั้นสูงสุดและขั้นที่ 4 ได้ถูกต้องตรงตามลำดับ

    • ก. Self-actualization (การเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง) และ การได้รับการยกย่อง
    • ข. ความต้องการทางด้านร่างกาย และ ความต้องการความปลอดภัยมั่นคงในชีวิตและจิตใจ
    • ค. การได้รับการยกย่อง และ Self-actualization (การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตน)
    • ง. ความต้องการความปลอดภัย และ ความต้องการความรักและการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
  146. 146. เด็กชายก้องเคยถูกครูดุอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ตอบคำถามผิด จนทำให้เกิดความหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นหนังสือแบบฝึกหัด ต่อมาเมื่อเห็นสมุดการบ้านหรือชีตเอกสารประกอบการเรียนที่มีลักษณะรูปเล่มคล้ายคลึงกัน ก้องก็แสดงอาการหวาดกลัวเช่นเดียวกัน พฤติกรรมของก้องตรงกับปรากฏการณ์ใดตามทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกของพาฟลอฟ (Ivan Pavlov)

    • ก. การฟื้นกลับ (Spontaneous Recovery)
    • ข. การแผ่ขยาย (Generalization)
    • ค. การจำแนก (Discrimination)
    • ง. การดับสูญ (Extinction)
  147. 147. ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของบรูเนอร์ (Jerome Bruner) ขั้นการเรียนรู้ทั้ง 3 ขั้น เรียงลำดับพัฒนาการจากขั้นแรกไปสู่ขั้นสุดท้ายได้ถูกต้องตามข้อใด

    • ก. ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic)
    • ข. ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic)
    • ค. ขั้นการกระทำ (Enactive) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic)
    • ง. ขั้นสัญลักษณ์ (Symbolic) -> ขั้นภาพแทน (Iconic) -> ขั้นการกระทำ (Enactive)
  148. 148. การจำแนกจุดมุ่งหมายทางการศึกษาด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ฉบับปรับปรุงโดย แอนเดอร์สันและแครธโวล (Anderson & Krathwohl, 2001) มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามข้อใด

    • ก. ปรับเรียงลำดับคิดจากขั้นสูงไปสู่ต่ำ
    • ข. ปรับลดขั้นตอนการคิดเหลือ 5 ขั้น
    • ค. ปรับนำจิตพิสัยมารวมเป็นขั้นสูงสุด
    • ง. ใช้คำกริยาแทนคำนามในฉบับเดิม
  149. 149. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดความรู้สึก ครูรับฟังด้วยความเข้าใจ แสดงความจริงใจ และให้การยอมรับผู้เรียนอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง การจัดกิจกรรมของครูสอดคล้องกับแนวคิดของนักทฤษฎีท่านใด

    • ก. โรเจอร์ส
    • ข. กาเย่
    • ค. แบนดูรา
    • ง. ออซูเบล
  150. 150. ตามแนวคิดการให้คำปรึกษาแบบยึดผู้รับคำปรึกษาเป็นศูนย์กลาง (Client-Centered Therapy) ของ คาร์ล โรเจอร์ส หน้าที่สำคัญของผู้ให้คำปรึกษาคือข้อใด

    • ก. แนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตรงจุดให้แก่ผู้เรียน
    • ข. สร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้รับคำปรึกษาค้นพบทางออกเอง
    • ค. วางเงื่อนไขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
    • ง. ชี้แนะแนวทางปฏิบัติและตัดสินพฤติกรรมตามหลักเหตุผล
  151. 151. ตามแนวทางการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดจับคู่ขอบข่ายการประเมินกับเกณฑ์การตัดสินผลได้ถูกต้อง

    • ก. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน
    • ข. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตัดสินผลเป็น 8 ระดับ (4–0)
    • ค. การประเมินรายวิชา ตัดสินผลการเรียนเป็น 8 ระดับ (4–0)
    • ง. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินผลเป็น ผ่าน และไม่ผ่าน
  152. 152. ครูสมศักดิ์ต้องการปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากห้องเรียนแบบเดิมมาสู่ “การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และทฤษฎี Constructivism ครูสมศักดิ์ควรปรับบทบาทของตนเองและจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

    • ก. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หลักของบทเรียน โดยให้นักเรียนตั้งใจฟังการบรรยาย จดบันทึกสาระสำคัญ และท่องจำนิยามความรู้
    • ข. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมชั้นเรียนอย่างเข้มงวด โดยให้ผู้เรียนฝึกฝนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ เป็นรายบุคคลจนเกิดทักษะและความจำที่แม่นยำ
    • ค. ครูทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมอบหมายให้ผู้เรียนอ่านตำราล่วงหน้าและตอบคำถามท้ายบทเรียนตามลำพัง
    • ง. ครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน และสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้
  153. 153. ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์ที่ได้รับตรงตามข้อใด

    • ก. เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ทางแก้"
    • ข. เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ชิ้นงาน"
    • ค. เริ่มที่ "ปัญหา" ได้ "ชิ้นงาน"
    • ง. เริ่มที่ "ความสนใจ" ได้ "ทางแก้"
  154. 154. ในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) มีจุดเด่นสำคัญในกระบวนการจัดทำอย่างไร

    • ก. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนการประเมิน
    • ข. คิดเรื่องการประเมินก่อนการวางแผนกิจกรรม
    • ค. ศึกษาเนื้อหาด้วยตนเองก่อนฝึกปฏิบัติในห้อง
    • ง. กำหนดหลักฐานการประเมินหลังจากจัดกิจกรรม
  155. 155. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ครูให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มแบบคละความสามารถเพื่อช่วยกันทำความเข้าใจเนื้อหา จากนั้นครูจัดให้ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกันจากต่างกลุ่มมาร่วมแข่งขันเกมตอบคำถามที่โต๊ะเดียวกัน แล้วนำคะแนนที่ได้กลับไปรวมเป็นคะแนนกลุ่ม การจัดกิจกรรมของครูตรงกับรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือในข้อใด

    • ก. รูปแบบ STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
    • ข. รูปแบบจิ๊กซอว์ (Jigsaw)
    • ค. รูปแบบ TGT (Teams–Games–Tournament)
    • ง. รูปแบบคู่คิด (Think-Pair-Share)
  156. 156. ตามกรอบแนวคิด TPACK สำหรับการจัดการเรียนรู้ของครูยุคดิจิทัล ความรู้ด้านใดหมายถึง "รู้วิธีสอนและจัดการชั้นเรียน"

    • ก. ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge)
    • ข. ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge)
    • ค. ความรู้ด้านการบูรณาการ (Integration Knowledge)
    • ง. ความรู้ด้านการสอน (Pedagogical Knowledge)
  157. 157. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ แพลตฟอร์มที่ครูใช้สำหรับส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน ตรวจให้คะแนน และติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน เช่น Google Classroom หรือ Microsoft Teams มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. ระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS)
    • ข. การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)
    • ค. การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV)
    • ง. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)
  158. 158. ในการประชุมเตรียมความพร้อมจัดทำหลักสูตรของโรงเรียน ครูใหม่สอบถามว่าการกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ซึ่งใช้เป็นกรอบเดียวกันทั้งประเทศ เป็นหน้าที่ขององค์คณะใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

    • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ค. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
    • ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  159. 159. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนด "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" ที่ผู้เรียนทุกคนต้องมีและครูผู้สอนต้องช่วยกันพัฒนาไว้ทั้งหมดกี่ประการ

    • ก. 8 ประการ
    • ข. 10 ประการ
    • ค. 5 ประการ
    • ง. 3 ประการ
  160. 160. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายจุดเน้นที่แตกต่างกันระหว่าง "สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน" กับ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" ได้ถูกต้อง

    • ก. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "สื่อสารภาษาใดได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร"
    • ข. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "แข่งขันกับใครได้"
    • ค. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "รู้เนื้อหาอะไร" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้"
    • ง. สมรรถนะเน้นว่าผู้เรียน "ทำอะไรได้" ส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์เน้นว่าผู้เรียน "เป็นคนแบบไหน"
  161. 161. ครูสมชายได้รับมอบหมายให้จัดทำโครงสร้างกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1–3) ของโรงเรียน เพื่อให้ถูกต้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูสมชายจะต้องจัดสรรเวลาสำหรับ "กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์" รวมตลอดทั้ง 3 ปี เป็นจำนวนเท่าใด

    • ก. รวม 45 ชั่วโมง
    • ข. รวม 360 ชั่วโมง
    • ค. รวม 120 ชั่วโมง
    • ง. รวม 60 ชั่วโมง
  162. 162. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) มีการย้ายสาระเทคโนโลยีออกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ไปรวมไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด

    • ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
    • ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    • ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
    • ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
  163. 163. ตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอ็ดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of Experience) ที่นำมาใช้อธิบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ข้อใดระบุหลักการจัดลำดับประสบการณ์การเรียนรู้ได้ถูกต้องตามแนวคิดดั้งเดิมของเดล

    • ก. จัดลำดับโดยเริ่มจากการฟังบรรยายของครูที่ฐานกรวยเป็นพื้นฐาน แล้วจึงพัฒนาไปสู่การสะท้อนคิดและการลงมือทำที่ยอดกรวย
    • ข. จัดจากนามธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่รูปธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้สัญลักษณ์คำพูดก่อนไปสู่การลงมือปฏิบัติ
    • ค. จัดจากรูปธรรมที่สุดที่ฐานกรวยไปสู่นามธรรมที่สุดที่ยอดกรวย โดยให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์รูปธรรมก่อนก้าวสู่นามธรรม
    • ง. จัดลำดับตามอัตราการจดจำเนื้อหาของผู้เรียน โดยเดลได้ค้นพบและกำหนดเป็นตัวเลขว่าการอ่านจำได้ร้อยละ 10 และทำเองจำได้ร้อยละ 90
  164. 164. ครูมณีต้องการนำโมเดลซิปปา (CIPPA Model) ของรองศาสตราจารย์ ดร.ทิศนา แขมมณี มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน การที่ครูมณีจะนำโมเดลดังกล่าวไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ ควรยึดแนวทางในข้อใด

    • ก. ใช้เป็นแนวทางให้ครูเป็นศูนย์กลางในการบรรยายถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนทุกคน
    • ข. ใช้เป็นแบบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนโดยเน้นเฉพาะเนื้อหาวิชามากกว่ากระบวนการ
    • ค. ใช้เป็นขั้นตอนการสอนตายตัวที่ต้องจัดกิจกรรมเรียงลำดับครบทุกขั้นอย่างเคร่งครัด
    • ง. ใช้เป็นหลัก 5 ประการในการตรวจว่าการสอนของตนทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
  165. 165. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) กิจกรรมใดที่กำหนดให้ผู้เรียนดำเนินการที่บ้าน

    • ก. ศึกษาเนื้อหาเองผ่านสื่อ เช่น คลิปวิดีโอที่ครูเตรียมไว้
    • ข. ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนในชั้นเรียน
    • ค. ทบทวนเนื้อหาบทเรียนจากการบรรยายของครูผู้สอนในห้องเรียน
    • ง. ทำกิจกรรมและฝึกปฏิบัติแก้โจทย์ปัญหาโดยมีครูคอยช่วยเหลือ
  166. 166. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค "ร่วมกันคิด" (Numbered Heads Together) มีจุดเด่นหรือขั้นตอนสำคัญในการดำเนินกิจกรรมตรงกับข้อใด

    • ก. การแบ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปศึกษาเนื้อหาก่อนกลับมาสอนกลุ่มบ้าน
    • ข. สมาชิกมีหมายเลขประจำตัวและครูสุ่มเรียกหมายเลขเพื่อตอบคำถาม
    • ค. การทดสอบเดี่ยวและนำคะแนนพัฒนาการของสมาชิกมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
    • ง. ให้ผู้เรียนคิดคนเดียวก่อนแล้วจับคู่แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน
  167. 167. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมชั้นสามารถเข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็น และร่วมกันปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานได้ การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้ตรงกับการใช้เทคโนโลยีระดับใดตามแบบจำลอง SAMR ของ รูเบน พูเอนเตดูรา (Ruben Puentedura)

    • ก. ระดับเสริม (Augmentation)
    • ข. ระดับทดแทน (Substitution)
    • ค. ระดับปรับเปลี่ยน (Modification)
    • ง. ระดับสร้างใหม่ (Redefinition)
  168. 168. ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จัดการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มีลักษณะการดำเนินงานที่สำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. จัดการเรียนการสอนโดยใช้คลังสื่อและห้องเรียนออนไลน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • ข. ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งเนื้อหา มอบหมายงาน รับงาน และติดตามความก้าวหน้า
    • ค. มุ่งเน้นการจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีจริยธรรมก่อนแชร์
    • ง. ถ่ายทอดการสอนจากโรงเรียนวังไกลกังวลผ่านดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทาง
  169. 169. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดอธิบายบทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง

    • ก. จัดทำสาระของหลักสูตรเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
    • ข. กำหนดหลักสูตรแกนกลางเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และการดำรงชีวิต
    • ค. กำหนดกรอบโครงสร้างหลักสูตรและเป้าหมายการเรียนรู้ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
    • ง. กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและแนวปฏิบัติการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อใช้บังคับทั่วประเทศ
  170. 170. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามและร่วมตอบคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนประการใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    • ก. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
    • ข. ความสามารถในการสื่อสาร
    • ค. ความสามารถในการคิด
    • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  171. 171. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใดหมายถึงการตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ให้สำเร็จ

    • ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    • ข. อยู่อย่างพอเพียง
    • ค. มุ่งมั่นในการทำงาน
    • ง. รักความเป็นไทย
  172. 172. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายโครงสร้างหน่วยกิตตามเกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาได้ถูกต้อง

    • ก. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 102 หน่วยกิต
    • ข. มัธยมศึกษาตอนต้นต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
    • ค. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
    • ง. มัธยมศึกษาตอนปลายต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต
  173. 173. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาที่ปรับปรุงใหม่เพื่อเตรียมนำไปใช้จัดการเรียนรู้ ข้อใดระบุองค์ประกอบหลักของหลักสูตรสถานศึกษาได้ถูกต้องครบถ้วน

    • ก. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ข. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โครงสร้างเวลาเรียน ตารางสอนรายบุคคล หน่วยการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ค. ปรัชญาการศึกษาของชาติ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น โครงสร้างเวลาเรียน บันทึกหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
    • ง. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ภาระงานสอนของครูรายสัปดาห์ โครงสร้างเวลาเรียน คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมแนะแนว และเกณฑ์การวัดและประเมินผล
  174. 174. ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry) แบบ 5E มีหลักการสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตรงกับข้อใด

    • ก. ให้ผู้เรียนรับฟังการอธิบายเนื้อหาจากครูเป็นหลัก
    • ข. ให้ผู้เรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นลำดับขั้น
    • ค. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ให้
    • ง. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบซ้ำเพื่อทบทวนความจำเดิม
  175. 175. ตามหลักการจัดการเรียนรู้รูปแบบ CIPPA Model ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" (Process Learning) มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. ผู้เรียนได้เคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจกรรม โดยไม่นั่งนิ่งอยู่กับที่ตลอดคาบเรียน
    • ข. ผู้เรียนได้นำเสนอผลการทำงานและสรุปองค์ความรู้ร่วมกันหน้าชั้นเรียน
    • ค. ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ไม่ใช่แค่เนื้อหา
    • ง. ผู้เรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานตามขั้นตอนซ้ำ ๆ จนเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ
  176. 176. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยกำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนออกแบบเครื่องดักจับขยะในคูระบายน้ำรอบโรงเรียน หลังจากที่นักเรียนแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันระบุปัญหา รวบรวมข้อมูล และออกแบบวิธีแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ขั้นตอนถัดไปที่ครูควรให้นักเรียนลงมือปฏิบัติคือข้อใด

    • ก. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
    • ข. นำเสนอผลการแก้ปัญหา
    • ค. ทดสอบและปรับปรุง
    • ง. วางแผนและสร้างต้นแบบ
  177. 177. ตามรูปแบบและเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD มีจุดเด่นสำคัญตามข้อใด

    • ก. การทดสอบเดี่ยวและคะแนนพัฒนาการ
    • ข. การคิดเดี่ยวแลกเปลี่ยนเป็นคู่สู่ชั้นเรียน
    • ค. การจัดกิจกรรมแข่งขันเกมระหว่างกลุ่ม
    • ง. การจัดกลุ่มบ้านและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
  178. 178. ตามแนวคิด SAMR Model การจัดการเรียนรู้ในลักษณะใดจัดอยู่ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับ "เสริม" (Augmentation)

    • ก. การเขียนเรียงความในเอกสารออนไลน์ที่เพื่อนเข้ามาแก้ไขร่วมกัน
    • ข. การใช้โปรแกรมพิมพ์งานที่มีตัวช่วยตรวจคำสะกดและนับคำ
    • ค. การพิมพ์เรียงความลงในคอมพิวเตอร์แทนการเขียนด้วยมือ
    • ง. การทำเรียงความมัลติมีเดียและวิดีโอคอลแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ
  179. 179. ในการทำกิจกรรมกลุ่มวิชาเทคโนโลยี นักเรียนคนหนึ่งแอบถ่ายภาพเพื่อนร่วมชั้นขณะเผลอแล้วนำไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์โดยที่เพื่อนไม่ได้อนุญาต การกระทำดังกล่าวแสดงว่านักเรียนยังขาดทักษะความฉลาดทางดิจิทัลในเรื่องใด ซึ่งครูจำเป็นต้องสอนและเน้นย้ำตามแนวทางการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และมีจริยธรรม

    • ก. การตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์
    • ข. การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาและการอ้างอิงแหล่งที่มา
    • ค. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองและไม่ละเมิดของผู้อื่น
    • ง. การจัดสมดุลเวลาหน้าจอและการใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม
  180. 180. ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน หน่วยงานหรือองค์กรใดมีหน้าที่ในการ “กำหนดหลักสูตรแกนกลาง” การศึกษาขั้นพื้นฐาน

    • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    • ค. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  181. 181. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สองเหตุการณ์แล้วสรุปบทเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในข้อใด

    • ก. ความสามารถในการคิด
    • ข. ความสามารถในการสื่อสาร
    • ค. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
    • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  182. 182. โรงเรียนแห่งหนึ่งมอบหมายให้คณะครูร่วมกันจัดทำแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 หากต้องการกำหนดเกณฑ์ให้ตรงตามหลักสูตร ครูท่านใดเสนอหัวข้อที่ไม่ได้จัดอยู่ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

    • ก. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "การอยู่อย่างพอเพียง"
    • ข. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความกตัญญูกตเวที"
    • ค. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความมีจิตสาธารณะ"
    • ง. ครูที่เสนอให้ประเมินด้าน "ความซื่อสัตย์สุจริต"
  183. 183. ตามแนวปฏิบัติการวัดและตัดสินผลการเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สัญลักษณ์ "ร" มีความหมายตามข้อใด

    • ก. ไม่ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์
    • ข. ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เพราะเวลาเรียนไม่ครบ
    • ค. รอการตัดสิน เช่น ยังส่งงานไม่ครบ หรือป่วยในวันสอบ
    • ง. ไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์
  184. 184. ตามแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะ 'คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง' สถานศึกษาต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ตามข้อใด

    • ก. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่โดยร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชน
    • ข. ผสมผสานสาระความรู้อย่างสมดุลพร้อมปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่ดีงามไว้ในทุกวิชา
    • ค. จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
    • ง. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและฝึกการปฏิบัติให้ทำได้
  185. 185. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) ครูปิยะต้องการเตรียมความพร้อมของผู้เรียนก่อนเข้าสู่ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) จึงได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนเขียนผังความคิดเพื่อสำรวจสิ่งที่นักเรียนทราบมาก่อนแล้วเกี่ยวกับบทเรียน การจัดกิจกรรมของครูปิยะตรงกับขั้นตอนใด

    • ก. ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation)
    • ข. ขั้นนำความรู้ไปใช้หรือต่อยอด (Extension)
    • ค. ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
    • ง. ขั้นสำรวจและค้นหาคำตอบ (Exploration)
  186. 186. ตามรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบซิปปา (CIPPA Model) ตัวอักษร "P ตัวที่สอง" มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. Physical Participation
    • ข. Process Learning
    • ค. Presentation
    • ง. Practice
  187. 187. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้ในวิชาชีพครู ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ได้ถูกต้องที่สุด

    • ก. เป็นแนวทางการประเมินผลงานครูรายบุคคล โดยมีเป้าหมายร่วมคือการตัดสินเลื่อนขั้นวิทยฐานะของสถานศึกษา
    • ข. เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายร่วมคือการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบเชิงวิศวกรรม
    • ค. เป็นวิธีพัฒนาครูผ่านการวางแผน สังเกต และสะท้อนผลร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการเรียนรู้ของผู้เรียน
    • ง. เป็นวิธีสอนนักเรียนโดยตรงผ่านการแบ่งกลุ่มทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมคือการฝึกทักษะทางสังคมในชั้นเรียน
  188. 188. ครูมานะสังเกตพบว่าระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนหลายคนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ครูจึงต้องการจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นจริง ปัญหาที่พบ พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยในชั้นเรียนต่อไป ครูมานะควรดำเนินการระบุข้อมูลดังกล่าวลงในองค์ประกอบใดของแผนการจัดการเรียนรู้

    • ก. สาระสำคัญ
    • ข. กิจกรรมการเรียนรู้
    • ค. การวัดและประเมินผล
    • ง. บันทึกหลังสอน
  189. 189. ตามรูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา SAMR Model ข้อใดคือระดับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด

    • ก. ระดับสร้างใหม่ (Redefinition)
    • ข. ระดับทดแทน (Substitution)
    • ค. ระดับเสริม (Augmentation)
    • ง. ระดับปรับเปลี่ยน (Modification)
  190. 190. ตามแนวคิดการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) ในสาระวิทยาการคำนวณ กระบวนการพิจารณาตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป และมุ่งเน้นเฉพาะสาระสำคัญที่ใช้ในการแก้ปัญหา เปรียบเหมือนแผนที่รถไฟฟ้าที่ไม่ได้แสดงถนนทุกเส้น จัดเป็นองค์ประกอบใด

    • ก. การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm)
    • ข. การคิดเชิงนามธรรม (Abstraction)
    • ค. การหารูปแบบ (Pattern Recognition)
    • ง. การแยกปัญหาเป็นส่วนย่อย (Decomposition)
  191. 191. ในการประชุมกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อจัดทำหน่วยการเรียนรู้และเตรียมสร้างข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ครูใหม่เกิดความสับสนว่าควรนำหลักสูตรใดมาเป็นกรอบหลักในการออกแบบ เนื่องจากมีนโยบายกระทรวงศึกษาธิการช่วงปี 2569–2570 หากพิจารณาตามสถานะการบังคับใช้และแนวทางการออกข้อสอบในปัจจุบัน ครูผู้สอนต้องยึดหลักสูตรใดเป็นหลัก

    • ก. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามแผนปฏิรูปการศึกษา
    • ข. หลักสูตรฐานสมรรถนะตามนโยบาย ศธ. ที่กำลังขับเคลื่อนในปัจจุบัน
    • ค. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ปรับปรุง 2560)
    • ง. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 ฉบับยกระดับสมรรถนะ
  192. 192. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านใด มีจุดเน้นให้ผู้เรียนเผชิญปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ

    • ก. ความสามารถในการคิด
    • ข. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
    • ค. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
    • ง. ความสามารถในการแก้ปัญหา
  193. 193. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อใดระบุชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้และข้อกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระได้ถูกต้อง

    • ก. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้
    • ข. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการงานอาชีพ โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้
    • ค. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้
    • ง. มีกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยในแต่ละกลุ่มสาระกำหนดสมรรถนะสำคัญและผลการเรียนรู้ไว้
  194. 194. ครูประจำชั้นได้รับมอบหมายให้สรุปผลการประเมินปลายปีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อบันทึกในเอกสารหลักฐานทางการศึกษา ในส่วนของ "คุณลักษณะอันพึงประสงค์" และ "กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน" ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประจำชั้นจะต้องระบุระดับผลการตัดสินในแต่ละด้านตามข้อใด

    • ก. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน
    • ข. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน
    • ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ตก
    • ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ใช้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนใช้ ผ่าน ไม่ผ่าน
  195. 195. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดแนวการจัดการศึกษา วลีสำคัญที่ว่า "คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน" มีที่มาจากบทบัญญัติใด

    • ก. มาตรา 24 (4)
    • ข. มาตรา 24 (1)
    • ค. มาตรา 24 (3)
    • ง. มาตรา 22
  196. 196. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ รูปแบบ 7E ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากรูปแบบ 5E มีการจัดลำดับขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่างไร

    • ก. Extension อยู่หน้าสุด และ Elicitation อยู่ท้ายสุด
    • ข. Engagement อยู่หน้าสุด และ Evaluation อยู่ท้ายสุด
    • ค. Exploration อยู่หน้าสุด และ Elaboration อยู่ท้ายสุด
    • ง. Elicitation อยู่หน้าสุด และ Extension อยู่ท้ายสุด
  197. 197. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยคำนึงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีแบบการเรียนรู้แตกต่างกัน บางคนชอบเรียนผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ บางคนชอบฟังทฤษฎี บางคนชอบลงมือปฏิบัติ และบางคนชอบสร้างสรรค์ต่อยอด จึงวางแผนจัดกิจกรรมเป็นวงจรที่สลับการทำงานระหว่างสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวา การจัดกิจกรรมของครูสอดคล้องกับแนวคิดในข้อใด

    • ก. การจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT
    • ข. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามโมเดลซิปปา
    • ค. การออกแบบย้อนกลับ (Backward Design)
    • ง. การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน
  198. 198. ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หลักการที่ระบุว่าสมาชิกทุกคนต้องรับผิดชอบส่วนของตนและถูกประเมินรายคนได้ ตรงกับหลักการข้อใด

    • ก. ปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมกัน
    • ข. ความรับผิดชอบรายบุคคล
    • ค. กระบวนการกลุ่ม
    • ง. การพึ่งพาอาศัยกันเชิงบวก
  199. 199. ในการจัดการเรียนรู้ตามศาสตร์การสอน ข้อใดจำแนกจุดเน้นสำคัญระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based) และการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based) ได้ถูกต้อง

    • ก. Problem-Based เริ่มต้นจากการมีส่วนร่วมทางกายภาพ ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่
    • ข. Problem-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข
    • ค. Problem-Based เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไข ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากความสนใจเพื่อนำไปสู่ชิ้นงาน
    • ง. Problem-Based เริ่มต้นจากการเรียนเนื้อหาที่บ้าน ส่วน Project-Based เริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายสู่การประเมิน
  200. 200. ครูวารีต้องการสร้างบทเรียนออนไลน์วิชาวิทยาศาสตร์ โดยได้ดำเนินการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ วางโครงสร้างเนื้อหา ออกแบบกิจกรรม และกำหนดวิธีการประเมินผลไว้เป็นแบบร่าง การดำเนินงานนี้ตรงกับขั้นตอนใดของ ADDIE Model

    • ก. ขั้น Analysis (วิเคราะห์)
    • ข. ขั้น Implementation (นำไปใช้)
    • ค. ขั้น Development (พัฒนา)
    • ง. ขั้น Design (ออกแบบ)
  201. 201. ตามแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ การสอนให้ผู้เรียนใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรู้เท่าทัน มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิจารณญาณ ตรงกับนิยามของข้อใด

    • ก. AI Literacy
    • ข. AI for All
    • ค. Decomposition
    • ง. Computational Thinking
  202. 202. ตามวิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดำเนินการบนพื้นฐานความเชื่อในข้อใด

    • ก. ทุกคนมีเจตคติพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดชีวิตเหมือนกัน
    • ข. ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
    • ค. ทุกคนต้องได้รับการฝึกทักษะอาชีพตามความต้องการของรัฐ
    • ง. ทุกคนมีความถนัดและศักยภาพด้านวิชาการเท่าเทียมกัน
  203. 203. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมแนะแนวให้นักเรียนฝึกบทบาทสมมุติในการปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้เรียนรู้วิธีจัดการปัญหาและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิตประจำวัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในด้านใด

    • ก. ความสามารถในการแก้ปัญหา
    • ข. ความสามารถในการสื่อสาร
    • ค. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
    • ง. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
  204. 204. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดระบุลักษณะของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3 ลักษณะ ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
    • ข. กิจกรรมนักเรียน กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
    • ค. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
    • ง. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
  205. 205. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อใดระบุเงื่อนไขพื้นฐานด้านเวลาเรียนเพื่อมีสิทธิ์รับการประเมินผลในแต่ละรายวิชาได้ถูกต้อง

    • ก. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
    • ข. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "มผ"
    • ค. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
    • ง. ต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชา และหากไม่ถึงจะได้รับผลการเรียน "ไม่ผ่าน"
  206. 206. ครูประจำชั้นประเมินนักเรียนที่มีพฤติกรรมชอบช่วยเหลือเพื่อน มีความเสียสละ อาสาดูแลรักษาทรัพย์สินของห้องเรียน และร่วมทำประโยชน์แก่ส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน พฤติกรรมของนักเรียนรายนี้สอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ข้อใดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

    • ก. มุ่งมั่นในการทำงาน
    • ข. มีจิตสาธารณะ
    • ค. อยู่อย่างพอเพียง
    • ง. ซื่อสัตย์สุจริต
  207. 207. ตามศาสตร์การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) มีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด

    • ก. การสร้างสรรค์ชิ้นงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของผู้เรียน
    • ข. การค้นพบแนวทางแก้ปัญหาตามคำตอบสำเร็จรูปที่ครูกำหนด
    • ค. กระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง
    • ง. ผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
  208. 208. แนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) เสนอให้ครูคิด "กลับด้าน" ในการวางแผนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญตามข้อใด

    • ก. เพื่อให้เริ่มต้นวางแผนจากการสอนกิจกรรมอะไรให้สนุกสนานก่อนวัดผล
    • ข. เพื่อให้ครอบคลุมแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนทั้ง 4 แบบ
    • ค. เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการใช้สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาสลับกัน
    • ง. เพื่อให้กิจกรรมตอบเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำกิจกรรมสนุกแต่ไม่ได้ผล
  209. 209. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มหลัก กลุ่มละ 4 คน และแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ข้อย่อยให้สมาชิกแต่ละคนรับผิดชอบคนละ 1 ส่วน จากนั้นให้สมาชิกที่ได้หัวข้อเดียวกันจากแต่ละกลุ่มแยกไปรวมกลุ่มใหม่เพื่อศึกษาค้นคว้าให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะกลับมาถ่ายทอดและอธิบายสอนเพื่อนในกลุ่มหลักของตนเอง การจัดการเรียนรู้ดังกล่าวตรงกับเทคนิคตามข้อใด

    • ก. จิ๊กซอว์ (Jigsaw)
    • ข. STAD (Student Teams–Achievement Divisions)
    • ค. TGT (Teams–Games–Tournament)
    • ง. คู่คิด (Think-Pair-Share)
  210. 210. ตามศาสตร์การสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท มีลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามข้อใด

    • ก. เป้าหมาย → กิจกรรม → หลักฐานการประเมิน
    • ข. เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม
    • ค. กิจกรรม → เป้าหมาย → หลักฐานการประเมิน
    • ง. หลักฐานการประเมิน → กิจกรรม → เป้าหมาย
  211. 211. ตามแนวคิดการออกแบบการเรียนการสอนด้วยแบบจำลอง ADDIE Model ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง

    • ก. การออกแบบ – การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล
    • ข. การวิเคราะห์ – การพัฒนา – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การประเมินผล
    • ค. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การพัฒนา – การนำไปใช้ – การประเมินผล
    • ง. การวิเคราะห์ – การออกแบบ – การนำไปใช้ – การพัฒนา – การประเมินผล
  212. 212. ครูประจำชั้นนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ไปถึงระดับสูงสุดตามแบบจำลอง SAMR (พูเอนเตดูรา) จากแนวคิดดังกล่าว ขั้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ครูมุ่งหวังให้เกิดขึ้นตรงกับข้อใด

    • ก. Augmentation
    • ข. Substitution
    • ค. Modification
    • ง. Redefinition
  213. 213. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วางหลักการจัดการศึกษาอันเป็นที่มาของคำว่า "ผู้เรียนสำคัญที่สุด" โดยกำหนดว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักใด

    • ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
    • ข. ผู้เรียนทุกคนต้องมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับความรู้
    • ค. ผู้เรียนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน
    • ง. ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพเฉพาะด้าน
  214. 214. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้าน “ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี” ได้ถูกต้อง

    • ก. การเลือกใช้เทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
    • ข. การเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีคุณธรรม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม
    • ค. การนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเอง และจัดการปัญหาความขัดแย้ง
    • ง. การทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  215. 215. ในการจัดทำโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการได้เสนอจัดหมวดหมู่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมชุมนุมชมรม และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ หากครูได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตร ควรให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไร

    • ก. คงไว้ตามที่เสนอ 4 ประเภท เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางกำหนดไว้ 4 ลักษณะ
    • ข. รวมกิจกรรมลูกเสือเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
    • ค. รวมกิจกรรมลูกเสือและกิจกรรมชุมนุมไว้ในกิจกรรมนักเรียน เพื่อให้มี 3 ลักษณะ
    • ง. รวมกิจกรรมชุมนุมชมรมเข้ากับกิจกรรมแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เหลือ 3 ลักษณะ
  216. 216. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากสิ่งใดควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน

    • ก. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่านคิดวิเคราะห์และการทดสอบระดับชาติ
    • ข. เวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 การทดสอบกลางภาค การทดสอบปลายภาคและการประเมินตามตัวชี้วัด
    • ค. ความรู้และทักษะกระบวนการ คุณธรรมจริยธรรม ชิ้นงานภาระงานและการทดสอบตามมาตรฐานการเรียนรู้
    • ง. พัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบ
  217. 217. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อใดอธิบายเกณฑ์เกี่ยวกับโครงสร้างหน่วยกิตและการตัดสินผลการเรียนได้ถูกต้อง

    • ก. การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 8 ระดับ ส่วนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน กำหนดไว้ 4 ระดับ
    • ข. การตัดสินผลการเรียนรายวิชากำหนดไว้ 4 ระดับ ส่วนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กำหนดไว้ 8 ระดับ
    • ค. เกณฑ์การกำหนดหน่วยกิตของรายวิชา กำหนดให้เวลาเรียน 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต
    • ง. เกณฑ์การจบการศึกษาระดับ ม.ต้น ต้องได้หน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต
  218. 218. ครูประจำชั้นจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนรวมกลุ่มตามความสนใจเรื่องขยะ แล้วลงมือทำตั้งแต่การตั้งคำถาม วางแผน ดำเนินการ จนได้ปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในโรงอาหารและนำเสนอผลงาน การจัดกิจกรรมนี้สอดคล้องกับการเรียนรู้รูปแบบใด และมีจุดเน้นสำคัญตามข้อใด

    • ก. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกำหนดสถานการณ์ปัญหาจริงที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
    • ข. การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือผลงานที่จับต้องได้และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ
    • ค. การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีจุดเน้นคือกระบวนการคิดแก้ปัญหาและความรู้ที่ได้ระหว่างทาง
    • ง. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มีจุดเน้นคือสร้างผลงานที่จับต้องได้จากการค้นหาข้อมูลร่วมกัน
  219. 219. ตามแนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ของวิกกินส์และแม็กไท (Wiggins & McTighe) การออกแบบการเรียนรู้ในขั้นที่ 2 คือขั้นตอนใด

    • ก. กำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ
    • ข. วางแผนกิจกรรมการเรียนรู้
    • ค. กำหนดหลักฐานการประเมิน
    • ง. กำหนดสื่อและแหล่งการเรียนรู้
  220. 220. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD (Student Teams–Achievement Divisions) มีลักษณะสำคัญของการคิดคะแนนกลุ่มตามข้อใด

    • ก. นำคะแนนสอบเดี่ยวเฉพาะสมาชิกที่ทำคะแนนได้สูงสุดมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
    • ข. นำคะแนนที่ได้จากการแข่งขันเกมตอบคำถามในแต่ละโต๊ะมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
    • ค. นำคะแนนผลงานจากการสรุปความรู้ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
    • ง. นำคะแนนพัฒนาการที่เพิ่มจากคะแนนพื้นฐานของตนเองมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  221. 221. ในการประชุมประจำสัปดาห์ คุณครูประจำชั้นและครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้รวมกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาด้านการอ่านของนักเรียน พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบใด

    • ก. PLC
    • ข. 4MAT
    • ค. Backward Design
    • ง. Flipped Classroom
  222. 222. ตามแนวคิดเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผสมการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนออนไลน์เพื่อให้ได้ข้อดีของทั้งสองแบบ ตรงกับข้อใด

    • ก. ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System)
    • ข. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)
    • ค. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
    • ง. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
  223. 223. ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความเชื่อมั่น (Reliability) ข้อใดอธิบายวิธีหรือสูตรการหาค่าความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง

    • ก. การสอบซ้ำเป็นการใช้แบบทดสอบ 2 ฉบับที่มีความเทียบเท่ากันทดสอบแล้วนำคะแนนมาหาความสัมพันธ์
    • ข. สูตร KR-20 ของคูเดอร์–ริชาร์ดสันเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบประเมินรูบริก
    • ค. สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเหมาะสำหรับเครื่องมือที่ให้คะแนนหลายระดับ เช่น แบบสอบถามและข้อสอบอัตนัย
    • ง. การหาความสอดคล้องภายในเป็นการนำแบบทดสอบฉบับเดิมไปทดสอบซ้ำกับผู้เรียนกลุ่มเดิม 2 ครั้ง
  224. 224. ครูสมควรสร้างแบบทดสอบปลายภาคเรียน โดยกำหนดข้อคำถามอย่างรัดกุมให้นักเรียนทุกคนอ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมทั้งทำเฉลยเกณฑ์การให้คะแนนอย่างละเอียดเพื่อให้ไม่ว่าครูคนใดเป็นผู้ตรวจก็ให้คะแนนตรงกัน การกระทำของครูสมควรแสดงถึงการคำนึงถึงคุณภาพเครื่องมือวัดผลในด้านใด

    • ก. การใช้งานได้จริง
    • ข. ความยุติธรรม
    • ค. อำนาจจำแนก
    • ง. ความเป็นปรนัย
  225. 225. ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน วงจรการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (PAOR) ประกอบด้วยขั้นตอนใดเรียงตามลำดับ

    • ก. วางแผน–ปฏิบัติ–สังเกต–สะท้อน
    • ข. วางแผน–ปฏิบัติ–ตรวจสอบ–ปรับปรุง
    • ค. วางแผน–สะท้อน–ปฏิบัติ–สังเกต
    • ง. วางแผน–สังเกต–ปฏิบัติ–สะท้อน
  226. 226. ในการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากครูต้องการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย การเลือกใช้สถิติการทดสอบที (t-test) ในข้อใดถูกต้อง

    • ก. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)
    • ข. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนกับหลังเรียนของนักเรียนห้องเดียวกัน ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent)
    • ค. การเปรียบเทียบเพื่อบอกสัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ใช้ t-test แบบอิสระ (Independent)
    • ง. การเปรียบเทียบระหว่างห้องที่สอนด้วยวิธีใหม่กับห้องที่สอนแบบเดิม ใช้ t-test แบบไม่อิสระ (Dependent)
  227. 227. ในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน การปฏิบัติในข้อใดจัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation) ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา

    • ก. ครูตรวจแบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร์พบว่าเด็กหญิงแก้วทำคะแนนได้ 15 จาก 20 คะแนน
    • ข. ครูใช้แบบสังเกตพฤติกรรมบันทึกว่าเด็กชายก้องช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มทำงาน 4 ครั้ง
    • ค. ครูนำคะแนนสอบของเด็กหญิงฟ้าไปเทียบเกณฑ์ร้อยละ 60 และตัดสินผลว่า "ผ่าน"
    • ง. ครูใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกคน
  228. 228. ตามแนวคิดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับการสอน ตรงกับรูปแบบการประเมินในข้อใด

    • ก. การประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning)
    • ข. การประเมินที่เป็นการเรียนรู้ (Assessment as Learning)
    • ค. การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced Assessment)
    • ง. การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning)
  229. 229. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้สำหรับชิ้นงานหรือภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว เช่น การเขียนเรียงความหรือการทำโครงงาน ข้อใดอธิบายลักษณะและความสำคัญของเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ได้ถูกต้อง

    • ก. เป็นเกณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าคุณภาพแต่ละระดับมีลักษณะอย่างไร เพื่อความยุติธรรมและให้ผู้เรียนรู้แนวทางล่วงหน้า
    • ข. เป็นเกณฑ์สำหรับตรวจข้อสอบแบบเลือกตอบที่มีคำตอบตายตัว เพื่อช่วยให้ผู้สอนตรวจให้คะแนนได้สะดวกรวดเร็ว
    • ค. เป็นเกณฑ์ที่มุ่งให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น เพื่อระบุข้อบกพร่องและจุดอ่อนเฉพาะด้านได้อย่างชัดเจน
    • ง. เป็นเกณฑ์ที่รวบรวมผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายตลอดช่วงเวลา เพื่อแสดงพัฒนาการและการสะท้อนคิดของผู้เรียน
  230. 230. ในการสร้างแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ หากครูต้องการวัดความเข้าใจเรื่องเศษส่วน แต่ข้อสอบกลับใช้โจทย์ภาษาบรรยายยาวมาก ทำให้นักเรียนที่มีความเข้าใจเศษส่วนแต่อ่านหนังสือไม่คล่องทำข้อสอบผิด แสดงว่าแบบทดสอบชุดนี้ขาดคุณภาพด้านใดมากที่สุด

    • ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
    • ข. ความเที่ยงตรง (Validity)
    • ค. ความเชื่อมั่น (Reliability)
    • ง. อำนาจจำแนก (Discrimination)
  231. 231. ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบ ค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบที่มีค่าติดลบ มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. คนเก่งตอบถูกมากกว่าคนอ่อน
    • ข. คนเก่งและคนอ่อนตอบถูกพอ ๆ กัน
    • ค. คนอ่อนตอบถูกมากกว่าคนเก่ง
    • ง. ทั้งคนเก่งและคนอ่อนไม่มีใครตอบถูกเลย
  232. 232. ในการประเมินคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของคุณภาพด้าน "ความเป็นปรนัย" ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. เครื่องมือสามารถจำแนกผู้เรียนกลุ่มเก่งออกจากกลุ่มอ่อนได้
    • ข. การนำเครื่องมือไปวัดซ้ำแล้วยังคงได้ผลลัพธ์คงที่สม่ำเสมอ
    • ค. เครื่องมือสามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดอย่างแท้จริง
    • ง. มีความชัดเจนในข้อคำถาม การตรวจ และไม่ขึ้นกับตัวผู้ตรวจ
  233. 233. ครูสมศรีสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้น ป.3 โดยตั้งเกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ที่ 80/80 เมื่อนำไปทดลองใช้ พบว่านักเรียนทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83 และทำแบบทดสอบหลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81 ตามหลักการหาประสิทธิภาพของสื่อหรือนวัตกรรม คะแนนร้อยละ 83 และร้อยละ 81 ดังกล่าวตรงกับข้อใดตามลำดับ

    • ก. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
    • ข. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
    • ค. ร้อยละ 83 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ) และร้อยละ 81 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์)
    • ง. ร้อยละ 83 คือ ค่า E1 (ประสิทธิภาพของผลลัพธ์) และร้อยละ 81 คือ ค่า E2 (ประสิทธิภาพของกระบวนการ)
  234. 234. ในการศึกษาเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คำว่า "การทดสอบ การวัดผล และการประเมินผล" มีความสัมพันธ์และลักษณะความหมายอย่างไรตามหลักวิชา

    • ก. มีความหมายเดียวกันและใช้แทนกันได้อย่างสมบูรณ์
    • ข. มีความหมายต่างกันเป็นลำดับขั้น
    • ค. มีความหมายตรงกันข้ามและไม่สามารถทำร่วมกันได้
    • ง. เป็นกระบวนการที่แยกขาดจากกันโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
  235. 235. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึง "การประเมินระหว่างเรียน" (Formative Assessment) ได้ถูกต้อง

    • ก. ดำเนินการเพื่อประเมินผลของการเรียนรู้ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการสอบปลายภาคและนำไปใช้ตัดสินผลการเรียน
    • ข. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนและนำผลไปใช้สำหรับการคิดเกรด
    • ค. ดำเนินการระหว่างการเรียนการสอน เพื่อดูว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่ นำผลมาปรับการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที
    • ง. ดำเนินการเพื่อหาจุดบกพร่องหรือสาเหตุของปัญหาอย่างเจาะจง เปรียบเหมือนแพทย์ที่ตรวจหาสาเหตุอาการป่วย
  236. 236. ครูผู้สอนรายวิชาการงานอาชีพต้องการประเมินการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล แทนที่จะใช้แบบทดสอบปรนัยวัดขั้นตอนการทำบัญชี ครูมอบหมายให้นักเรียนจดบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองจริงในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งประเมินจากผลงานและการสังเกตพฤติกรรม การดำเนินการของครูดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดใดมากที่สุด

    • ก. การประเมินแบบอิงกลุ่ม (Norm-Referenced Assessment)
    • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
    • ค. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
    • ง. การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
  237. 237. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่จำแนกตามจุดมุ่งหมาย การประเมินประเภทใดใช้เพื่อหาสาเหตุหรือจุดบกพร่องของผู้เรียนสำหรับการสอนซ่อมเสริม

    • ก. Diagnostic (การประเมินวินิจฉัย)
    • ข. Formative (การประเมินระหว่างเรียน)
    • ค. Summative (การประเมินสรุปตัดสินผล)
    • ง. Placement (การประเมินจัดตำแหน่ง)
  238. 238. ในการพิจารณาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเที่ยงตรงกับความเชื่อมั่นได้ถูกต้อง

    • ก. เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นสูงย่อมประกันได้ว่าจะมีความเที่ยงตรงสูงตามไปด้วยในการวัดเสมอ
    • ข. เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงต้องมีความเชื่อมั่นด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นอาจไม่เที่ยงตรง
    • ค. เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นเป็นอิสระต่อกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีผลร่วมกัน
    • ง. เครื่องมือที่มีความเชื่อมั่นต้องมีความเที่ยงตรงด้วย แต่เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงอาจไม่เชื่อมั่น
  239. 239. ครูประจำชั้นบันทึกข้อมูลเพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน โดยนำ "คะแนนสอบ" ปลายภาคเรียนมาวิเคราะห์ ซึ่งครูพบว่านักเรียนที่สอบได้ 0 คะแนน ไม่ได้แปลว่าไม่มีความรู้ในวิชานั้นเลย และระยะห่างของคะแนนแต่ละช่วงมีค่าเท่ากัน ข้อมูลผลการสอบดังกล่าวจัดอยู่ในมาตราการวัดระดับใด

    • ก. มาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)
    • ข. มาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
    • ค. มาตราอันตรภาค (Interval Scale)
    • ง. มาตราอัตราส่วน (Ratio Scale)
  240. 240. ตามขั้นตอนการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ขั้นตอนที่ 2 คือข้อใด

    • ก. ระบุปัญหา
    • ข. วิเคราะห์ข้อมูล
    • ค. สรุปและรายงานผล
    • ง. วิเคราะห์สาเหตุ
  241. 241. ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียน ข้อใดอธิบายความหมายและลักษณะของตัวแปรได้อย่างถูกต้อง

    • ก. ตัวแปรต้นคือสิ่งที่จัดให้ เช่น วิธีสอนหรือสื่อ ส่วนตัวแปรตามคือผลที่เกิดขึ้น
    • ข. ตัวแปรต้นคือผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวแปรตามคือนวัตกรรมหรือสื่อที่จัดให้
    • ค. ตัวแปรต้นคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่ ส่วนตัวแปรตามคือสิ่งใหม่ที่ครูนำมาจัดให้
    • ง. ตัวแปรต้นคือสิ่งที่ครูนำมาจัดให้ในการสอน ส่วนตัวแปรตามคือปัจจัยที่ต้องทำให้คงที่
  242. 242. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บันทึกข้อมูลการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน ข้อความใดต่อไปนี้จัดเป็น "การประเมินผล" (Evaluation)

    • ก. ด.ญ.ฟ้า ตอบคำถามในใบงานถูกต้องจำนวน 8 ข้อ จากทั้งหมด 10 ข้อ
    • ข. ด.ญ.แก้ว สอบได้ร้อยละ 75 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่ครูกำหนดไว้
    • ค. ด.ช.ก้อง ทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทได้ 18 จาก 20 คะแนน
    • ง. ด.ช.โต้ง ใช้เวลาทำแบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์เสร็จสิ้นใน 35 นาที
  243. 243. ตามหลักการวัดและประเมินผลการศึกษา การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม (Norm-referenced) มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำไปใช้ในลักษณะใด

    • ก. การตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัด
    • ข. การปรับปรุงการสอนระหว่างเรียน
    • ค. การคัดเลือกหรือจัดอันดับผู้เรียน
    • ง. การส่งเสริมให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
  244. 244. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินชิ้นงานโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Rubric) มีลักษณะการให้คะแนนและข้อจำกัดตรงกับข้อใด

    • ก. กำหนดคะแนนจากความยากง่าย และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถสะท้อนคุณภาพโดยรวมของงานได้
    • ข. ให้คะแนนตามระดับพัฒนาการ และมีข้อจำกัดคือไม่สามารถนำคะแนนมาเปรียบเทียบกันได้
    • ค. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ และมีข้อจำกัดคือต้องใช้เวลาในการตรวจมากกว่า
    • ง. ให้คะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น และมีข้อจำกัดคือบอกจุดอ่อนเฉพาะด้านไม่ได้
  245. 245. ครูท่านหนึ่งสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ เพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยข้อสอบข้อหนึ่งได้รับคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน ได้แก่ +1, +1 และ 0 ตามลำดับ ครูควรสรุปผลและดำเนินการกับข้อสอบข้อนี้อย่างไร

    • ก. สามารถนำไปใช้ได้ เพราะได้ค่า IOC เท่ากับ 0.67 ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
    • ข. ยังนำไปใช้ไม่ได้ เพราะเกณฑ์ข้อสอบที่มีคุณภาพต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
    • ค. ต้องตัดข้อสอบทิ้ง เพราะผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องให้คะแนน +1 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
    • ง. ต้องนำไปปรับปรุงใหม่ เพราะคำนวณค่า IOC ได้เพียง 0.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 0.50
  246. 246. ตามหลักการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ เกณฑ์ตัวเลขของ "ค่าความยาก" (Difficulty) ของข้อสอบที่ถือว่าเหมาะสมและนำไปใช้ได้ คือข้อใด

    • ก. ตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
    • ข. 0.20–0.80
    • ค. ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป
    • ง. ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป
  247. 247. ข้อใดอธิบายเป้าหมายและลักษณะสำคัญของ "การวิจัยในชั้นเรียน" (Classroom Action Research) ที่แตกต่างจากการวิจัยทั่วไปได้อย่างถูกต้อง

    • ก. มุ่งสร้างทฤษฎีหรือหลักการใหม่เพื่อเผยแพร่ในวงวิชาการศึกษา
    • ข. กำหนดให้ผู้วิจัยต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอกห้องเรียน
    • ค. แก้ปัญหาจริงของนักเรียนในห้องเรียนและนำผลมาปรับการสอนทันที
    • ง. มุ่งอ้างอิงและสรุปผลการวิจัยไปยังประชากรกลุ่มใหญ่ในวงกว้าง
  248. 248. ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตรวจผลการทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ พบว่าข้อมูลคะแนนของนักเรียนมีคะแนนสุดโต่งปรากฏอยู่ คือมีทั้งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงมากผิดปกติและต่ำมากผิดปกติ หากครูต้องการเลือกค่าบอกแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางที่เป็นตัวแทนคะแนนของกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ครูควรเลือกใช้ค่าสถิติใด

    • ก. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    • ข. ฐานนิยม
    • ค. ค่าเฉลี่ย
    • ง. มัธยฐาน
  249. 249. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดอธิบายความหมายของ "การทดสอบ" (Testing) ได้ถูกต้อง

    • ก. การใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือ
    • ข. การรวบรวมสารสนเทศรอบด้านเพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน
    • ค. การตัดสินคุณค่าของข้อมูลจากการเปรียบเทียบกับเกณฑ์
    • ง. การใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูลบอกคุณลักษณะ
  250. 250. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุลักษณะสำคัญของการประเมินสรุปผล (Summative Assessment) ได้ถูกต้องตามหลักการ

    • ก. ดำเนินการโดยให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน เพื่อให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้
    • ข. ดำเนินการเมื่อจบหน่วยหรือจบภาคเรียน เพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
    • ค. ดำเนินการผ่านการถามคำถามสั้นท้ายคาบเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้โดยไม่นำผลไปตัดเกรด
    • ง. ดำเนินการระหว่างการจัดการเรียนการสอน เพื่อปรับปรุงการสอนและให้ข้อมูลป้อนกลับ
  251. 251. ครูสมใจต้องการนำการประเมินด้วยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) มาใช้ในชั้นเรียน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการวัดประเมินผลการเรียนรู้และไม่ใช่เป็นเพียง "แฟ้มเก็บงาน" ครูสมใจควรแนะนำให้นักเรียนดำเนินการอย่างไร

    • ก. คัดเลือกเฉพาะชิ้นงานที่ได้คะแนนระดับดีเยี่ยมมารวบรวมไว้ในเล่ม เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการ
    • ข. นำผลงานทุกชิ้นที่ครูตรวจให้คะแนนแล้วมารวมเข้าเล่มอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งให้ผู้ปกครองลงนามรับทราบผลการเรียน
    • ค. คัดเลือกผลงานอย่างมีจุดมุ่งหมายและเขียนสะท้อนความคิดว่าเลือกเพราะอะไร ได้เรียนรู้อะไร และพัฒนาขึ้นอย่างไร
    • ง. รวบรวมใบงานและแบบทดสอบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบภาคเรียนเข้าแฟ้มตามลำดับ เพื่อเก็บรักษาผลงานให้ครบถ้วนที่สุด
  252. 252. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินประเภทใดมีลักษณะสำคัญและจุดมุ่งหมายคือ 'ผู้เรียนประเมินตนเอง'

    • ก. of Learning
    • ข. for Learning
    • ค. Diagnostic
    • ง. as Learning
  253. 253. ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อใดสรุปความหมายและเกณฑ์ของ "ค่าความยาก" (p) ได้อย่างถูกต้อง

    • ก. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
    • ข. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งสูงจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคือประมาณ 0.50
    • ค. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งยาก โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง -1.00 ถึง +1.00
    • ง. ข้อสอบที่มีค่า p ยิ่งต่ำจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยิ่งง่าย โดยเกณฑ์ข้อสอบที่ดีควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20 ถึง 0.80
  254. 254. ครูสมศักดิ์ต้องการวัดเจตคติของนักเรียนที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ จึงออกแบบเครื่องมือวัดโดยกำหนดคำคุณศัพท์คู่ตรงข้าม เช่น "ยาก ○○○○○○○ ง่าย" และให้นักเรียนทำเครื่องหมายเลือกตำแหน่งที่ตรงกับความรู้สึกของตนเอง การกระทำของครูสมศักดิ์เป็นการใช้เครื่องมือวัดเจตคติในรูปแบบใด

    • ก. มาตรวัดแบบมาตรานามบัญญัติ (Nominal Scale)
    • ข. มาตรวัดแบบจำแนกความหมาย (Semantic Differential)
    • ค. มาตรวัดแบบมาตราเรียงอันดับ (Ordinal Scale)
    • ง. มาตรประมาณค่าของลิเคิร์ต (Likert Scale)
  255. 255. ตามหลักการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียน "ตัวแปรตาม" (Dependent Variable) หมายถึงข้อใด

    • ก. ปัญหาที่ค้นพบจากการสังเกตและผลการทดสอบของนักเรียน
    • ข. สิ่งที่ผู้วิจัยจัดให้หรือเป็นเหตุ เช่น สื่อหรือนวัตกรรม
    • ค. ผลที่เกิดขึ้นจากตัวแปรต้น เช่น พฤติกรรมของผู้เรียน
    • ง. สิ่งที่ต้องทำให้คงที่เพื่อให้มั่นใจว่าผลเกิดจากตัวแปรต้นจริง
  256. 256. ในการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากครูต้องการทดสอบเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มเดียวกันระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ควรเลือกใช้สถิติในข้อใด

    • ก. การหาประสิทธิภาพ E1/E2
    • ข. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
    • ค. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (x̄)
    • ง. t-test แบบ dependent
  257. 257. ในการเปิดภาคเรียนใหม่ ครูประจำวิชาภาษาอังกฤษจัดให้นักเรียนชั้น ม.1 ทำแบบทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียนก่อนเริ่มเรียน แล้วนำผลคะแนนไปใช้จัดกลุ่มนักเรียนเข้าห้องเรียนตามความเหมาะสม และวางแผนว่าควรเริ่มสอนจากเนื้อหาจุดใด การดำเนินการดังกล่าวตรงกับการประเมินประเภทใดตามจุดมุ่งหมาย

    • ก. การประเมินเพื่อจัดตำแหน่ง (Placement Assessment)
    • ข. การประเมินเพื่อวินิจฉัย (Diagnostic Assessment)
    • ค. การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)
    • ง. การประเมินผลสรุปรวม (Summative Assessment)
  258. 258. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การประเมินแบบอิงเกณฑ์ (Criterion-referenced) มีจุดเน้นและลักษณะสำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. นำผลคะแนนไปรายงานเป็นตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์หรือคะแนนมาตรฐาน T-Score
    • ข. นำคะแนนเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพื่อตัดสินการบรรลุมาตรฐานหรือตัวชี้วัด
    • ค. นำคะแนนเทียบกับคนอื่นในกลุ่มเพื่อจัดอันดับผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในห้อง
    • ง. นำคะแนนมาจัดลำดับที่ของผู้เรียนเพื่อใช้คัดเลือกบุคคลที่มีจำนวนจำกัด
  259. 259. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดกล่าวถึงลักษณะสำคัญและข้อดีของเกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric) ได้ถูกต้อง

    • ก. บันทึกระดับคุณภาพของพฤติกรรมตามมาตรประมาณค่าเพื่อลดเวลาในการตรวจให้คะแนน
    • ข. มุ่งตรวจสอบเพียงว่ามีหรือไม่มีพฤติกรรมเกิดขึ้นตามรายการที่กำหนดไว้เท่านั้น
    • ค. แยกให้คะแนนทีละองค์ประกอบ ระบุจุดอ่อนได้และเหมาะกับการให้ข้อมูลป้อนกลับ
    • ง. กำหนดคะแนนเดียวสำหรับงานทั้งชิ้น ประเมินคุณภาพรวมได้เร็วและประหยัดเวลาตรวจ
  260. 260. โรงเรียนแห่งหนึ่งนำคะแนนสอบคัดเลือกเข้าเรียนของนักเรียน ไปศึกษาความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษาแรก เพื่อดูว่าแบบทดสอบสามารถทำนายความสำเร็จในการเรียนได้หรือไม่ การดำเนินการนี้เป็นการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือในด้านความเที่ยงตรงประเภทใด

    • ก. ความเที่ยงตรงเชิงสภาพ (Concurrent Validity)
    • ข. ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)
    • ค. ความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity)
    • ง. ความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ (Predictive Validity)
  261. 261. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณภาพของเครื่องมือวัดผลในด้าน "ความเป็นปรนัย" (Objectivity) ประกอบด้วยความชัดเจน 3 ด้านตามข้อใด?

    • ก. คำถามชัดเจน ตรวจให้คะแนนตรงกัน แปลความหมายคะแนนตรงกัน
    • ข. คำถามครอบคลุมเนื้อหา ตรวจให้คะแนนตรงกัน ผลคะแนนคงเส้นคงวา
    • ค. คำถามชัดเจน ประหยัดเวลาค่าใช้จ่าย ยุติธรรมไม่เอื้อกลุ่มใด
    • ง. ตรวจให้คะแนนตรงกัน ความยากเหมาะสม อำนาจจำแนกสูงกว่าเกณฑ์
  262. 262. ในการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดวงจร PAOR ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต (Kemmis & McTaggart) ข้อใดอธิบายกิจกรรมในแต่ละขั้นตอนได้ถูกต้องตามหลักการ

    • ก. ขั้นปฏิบัติ (Act) เป็นการวิเคราะห์ว่าได้ผลเพียงใดและมีข้อบกพร่องใดต้องปรับ
    • ข. ขั้นสังเกต (Observe) เป็นการเก็บข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น ทดสอบหรือบันทึกพฤติกรรม
    • ค. ขั้นสะท้อนผล (Reflect) เป็นการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งวางแผนหาวิธีการแก้ไข
    • ง. ขั้นวางแผน (Plan) เป็นการลงมือใช้วิธีแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนจริง
  263. 263. ครูสมศักดิ์วิเคราะห์คะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ม.1 สองห้องเรียน พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยเท่ากันคือ 65 คะแนน แต่ห้อง 1 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 2.0 ส่วนห้อง 2 มีค่า S.D. เท่ากับ 12.5 จากข้อมูลดังกล่าว ข้อใดแปลความหมายผลการสอบได้ถูกต้อง

    • ก. ห้อง 1 มีการกระจายของคะแนนมากกว่าห้อง 2 ครูจึงควรเน้นการแบ่งกลุ่มสอนให้ต่างกัน
    • ข. ห้อง 1 มีนักเรียนสอบไม่ผ่านมากกว่าห้อง 2 เนื่องจากค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่า
    • ค. ห้อง 1 นักเรียนมีคะแนนใกล้เคียงกัน ส่วนห้อง 2 มีทั้งคนที่ได้คะแนนสูงมากและต่ำมาก
    • ง. ห้อง 1 มีนักเรียนที่ได้คะแนนห่างจากค่าเฉลี่ยมากกว่าห้อง 2 จึงต้องปรับปรุงการสอน
  264. 264. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อใดระบุความหมายและลักษณะสำคัญของ "การวัดผล" (Measurement) ได้ถูกต้อง

    • ก. กระบวนการนำข้อมูลจากการวัดมาตัดสินคุณค่าโดยเทียบกับเกณฑ์ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
    • ข. กระบวนการที่ต้องใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวในการรวบรวมคะแนน
    • ค. กระบวนการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานขึ้นมาเพื่อใช้ตัดสินระดับคุณภาพของผู้เรียนทุกคน
    • ง. กระบวนการใช้เครื่องมือเพื่อให้ได้ตัวเลขหรือข้อมูล โดยยังไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี
  265. 265. ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แนวคิด "การประเมินที่เป็นการเรียนรู้" (Assessment as Learning) มีจุดเน้นสำคัญตรงกับข้อใด

    • ก. การให้ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินเพื่อนเพื่อกำกับการเรียนรู้
    • ข. การประเมินเมื่อจบภาคเรียนเพื่อตัดสินผลการเรียนและนำไปคิดเกรด
    • ค. การประเมินระหว่างเรียนเพื่อนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ปรับการสอน
    • ง. การประเมินก่อนเริ่มเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
  266. 266. ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ครูมอบหมายให้นักเรียนทำโครงงานและการนำเสนอผลงาน ซึ่งเป็นภาระงานที่ไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว หากครูต้องการประเมินผลอย่างยุติธรรมและต้องการให้นักเรียนทราบล่วงหน้าว่าต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้คะแนนสูง ครูควรนำสิ่งใดมาใช้ในการประเมิน

    • ก. จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อตรวจคำตอบถูกผิดแบบตายตัว
    • ข. จัดทำเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่บอกระดับคุณภาพของงานไว้อย่างชัดเจน
    • ค. จัดทำแบบวัดเจตคติและมาตราส่วนประมาณค่าเพื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้เรียน
    • ง. จัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมชิ้นงานตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
  267. 267. ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คุณสมบัติข้อใดระบุว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ

    • ก. ความเป็นปรนัย (Objectivity)
    • ข. อำนาจจำแนก (Discrimination)
    • ค. ความเที่ยงตรง (Validity)
    • ง. ความเชื่อมั่น (Reliability)
  268. 268. ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การหาค่าอำนาจจำแนก (r) ของข้อสอบมีแนวคิดและวิธีการตามข้อใด

    • ก. คำนวณจากสัดส่วนของคนที่ตอบถูก โดยนำจำนวนคนตอบถูกหารด้วยจำนวนคนทั้งหมด และมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1
    • ข. ตรวจสอบความคงเส้นคงวาของแบบทดสอบ โดยดูจากความสอดคล้องระหว่างคะแนนรวมของกลุ่มสูงและกลุ่มต่ำร้อยละ 27
    • ค. พิจารณาความยากง่ายของข้อสอบ โดยค่าที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนกคนเก่งกับคนอ่อนของข้อสอบคือประมาณ 0.50
    • ง. ประเมินว่าข้อสอบแยกคนเก่งออกจากคนอ่อนได้ดีเพียงใด โดยดูว่ากลุ่มสูงร้อยละ 27 ตอบถูกมากกว่ากลุ่มต่ำเท่าไร
  269. 269. ครูกานดาพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ โดยมีการตรวจให้คะแนนแบบ 0/1 และต้องการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือในด้านความเชื่อมั่นเพื่อให้มั่นใจว่าวัดซ้ำแล้วได้ผลคงที่ ครูกานดาควรเลือกใช้วิธีการใดตามหลักการวัดผลการศึกษา

    • ก. การตรวจสอบด้วยสูตร KR-20
    • ข. การคำนวณค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r)
    • ค. การใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
    • ง. การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC
  270. 270. ในการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน หากใช้รูปแบบประโยคเชื่อมโยง "___ ส่งผลต่อ ___" เพื่อช่วยกำหนดตัวแปรวิจัย ข้อความในช่องแรกและช่องหลังหมายถึงตัวแปรประเภทใดตามลำดับ

    • ก. ตัวแปรต้น และตัวแปรควบคุม
    • ข. ตัวแปรต้น และตัวแปรตาม
    • ค. ตัวแปรตาม และตัวแปรต้น
    • ง. ตัวแปรควบคุม และตัวแปรตาม
  271. 271. ตามแนวคิดของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การเชื่อมโยงระบบการประกันคุณภาพภายในเข้ากับระบบการประกันคุณภาพภายนอก มีลักษณะสำคัญอย่างไรที่ช่วยแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนของระบบเดิม

    • ก. สมศ. เป็นผู้จัดทำและรับรอง SAR ให้แก่สถานศึกษาเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน
    • ข. สมศ. กำหนดเกณฑ์และสร้างหลักฐานใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำ SAR มาพิจารณา
    • ค. สมศ. ไม่ได้เริ่มประเมินจากศูนย์ แต่เริ่มจาก SAR ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น
    • ง. สถานศึกษาส่ง SAR โดยตรงไปยัง สมศ. เพื่อลดขั้นตอนการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด
  272. 272. ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดทำโครงการปรับปรุงอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการให้มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างครูและนักเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ในประเด็นใด

    • ก. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
    • ข. ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย
    • ค. พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
    • ง. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
  273. 273. ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานข้อใดที่ระบุว่าเกิดขึ้นในห้องเรียนของครูโดยตรง ซึ่งทำให้ครูมีบทบาทเป็นผู้สร้างคุณภาพและผู้สร้างหลักฐาน

    • ก. มาตรฐานที่ 1 และ 3
    • ข. มาตรฐานที่ 1 2 และ 3
    • ค. มาตรฐานที่ 1 และ 2
    • ง. มาตรฐานที่ 2 และ 3
  274. 274. ตามแนวปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อสถานศึกษาจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีเสร็จสิ้น หน่วยงานใดเป็นผู้มีหน้าที่จัดส่งรายงานดังกล่าวให้แก่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

    • ก. เครือข่ายผู้ปกครองและครู
    • ข. หน่วยงานต้นสังกัด
    • ค. สถานศึกษาผู้จัดทำรายงาน
    • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
  275. 275. ในการประชุมวางแผนงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ครูผู้ช่วยสอบถามครูวิชาการว่า ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมีองค์ประกอบอย่างไร และรายละเอียด หลักเกณฑ์ วิธีการปฏิบัติสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเป็นไปตามกฎหมายลำดับใด ครูวิชาการควรให้คำตอบตามข้อใด

    • ก. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคุรุสภา
    • ข. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพระดับสถานศึกษาและระบบการประกันคุณภาพระดับชาติ โดยให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
    • ค. ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • ง. ประกอบด้วยระบบการประเมินมาตรฐานวิชาชีพและระบบการประกันคุณภาพภายนอก โดยให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  276. 276. ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในการดำเนินงานของสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษามีหน้าที่จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาเพื่อเสนอต่อหน่วยงานหรือองค์กรใด

    • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ค. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
    • ง. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
  277. 277. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ข้อใดระบุบทบาทหน้าที่หลักที่สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องดำเนินการจัดให้มีขึ้น

    • ก. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
    • ข. กำหนดมาตรฐานการศึกษาชาติเพื่อบังคับใช้แก่สถานศึกษาทั่วไป
    • ค. ติดตามและตรวจสอบระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานต้นสังกัด
    • ง. จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกแก่สถานศึกษาในเขตพื้นที่
  278. 278. หลังจากโรงเรียนบ้านหนองแคนจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเรียบร้อยแล้ว ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องดำเนินการตามขั้นตอนใดเป็นลำดับถัดไปเพื่อเชื่อมโยงสู่การประเมินคุณภาพภายนอก

    • ก. มอบหมายให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เขตพื้นที่การศึกษารับรองเข้าทำการประเมินภายนอกแทน สมศ.
    • ข. รวบรวมประเด็นที่ต้องการให้ประเมินและส่งรายงาน SAR ไปยัง สมศ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมิน
    • ค. ดำเนินการติดตามผลการปรับปรุงของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานก่อนจัดส่งรายงาน SAR ให้แก่ สมศ.
    • ง. แจ้งให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมเพื่อรับการประเมินใหม่ทั้งหมดโดยไม่นำข้อมูลจาก SAR มาใช้
  279. 279. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ข้อใดจัดอยู่ในประเด็น 1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน

    • ก. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
    • ข. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
    • ค. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
    • ง. มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ
  280. 280. ในการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ มีความแตกต่างจากระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไปในเรื่องใด

    • ก. ต่างกันทุกมาตรฐาน โดยปรับเปลี่ยนจุดเน้นไปที่พัฒนาการ 4 ด้านเช่นเดียวกับระดับการศึกษาปฐมวัย
    • ข. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 3 การจัดการเรียนรู้ ซึ่งเปลี่ยนเป็นเน้นการจัดประสบการณ์ตรงและการเล่นอย่างมีความสุข
    • ค. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 2 การบริหารจัดการ ซึ่งกำหนดให้จัดครูผู้สอนให้เพียงพอกับชั้นเรียนและแผน IEP
    • ง. ต่างกันที่มาตรฐานที่ 1 ประเด็น 1.1 ซึ่งเปลี่ยนเป็นผลการพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพใน IEP หรือ IFSP
  281. 281. โรงเรียนแห่งหนึ่งได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกแล้วพบว่าผลการประเมินไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดย สมศ. ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว แต่สถานศึกษามิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ขั้นตอนต่อไป สมศ. จะต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. มอบหมายให้ต้นสังกัดเข้าทำแทนสถานศึกษา
    • ค. มีคำสั่งลงโทษทางวินัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษา
    • ง. ออกคำสั่งให้สั่งปิดสถานศึกษาทันที
  282. 282. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจไปสู่หน่วยงานใด

    • ก. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษา และชุมชน
    • ข. เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • ค. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สถานศึกษา และภาคประชาสังคม
    • ง. องค์กรวิชาชีพทางการศึกษา สถานศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา
  283. 283. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดสรุปบทบาทหน้าที่ของ "สถานศึกษา" ได้ถูกต้อง

    • ก. จัดทำรายงานประจำปีของกิจการสถานศึกษาเพื่อเสนอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
    • ข. ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอก กำหนดมาตรฐานการศึกษา และออกหนังสือรับรองมาตรฐานคุณภาพ
    • ค. จัดระบบประกันคุณภาพภายใน ทำรายงานประจำปี เปิดเผยต่อสาธารณะ และให้ความร่วมมือกับ สมศ.
    • ง. ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ
  284. 284. ในการประชุมวางแผนระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน ครูแกนนำประกันคุณภาพเสนอว่าควรเน้นการจัดทำเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ชี้แจงเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ว่า การประเมินและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยมีกลไกควบคุมตรวจสอบระบบบริหารคุณภาพที่สถานศึกษาจัดขึ้น มีเป้าหมายสำคัญที่สุดตามข้อใด

    • ก. เพื่อให้เกิดการลดภาระและสร้างเอกสารหลักฐานที่สะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของครู
    • ข. เพื่อให้เกิดการควบคุมและสร้างความพร้อมในการรองรับการประเมินจากหน่วยงานภายนอก
    • ค. เพื่อให้เกิดการแข่งขันและสร้างชื่อเสียงให้แก่สถานศึกษาและชุมชนในท้องถิ่น
    • ง. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน
  285. 285. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ในการจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษาจะต้องเสนอให้องค์คณะบุคคลใดให้ความเห็นชอบก่อน

    • ก. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    • ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
    • ค. คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา
    • ง. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
  286. 286. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ในมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ข้อใดจัดอยู่ในประเด็นพิจารณาด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน

    • ก. สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม
    • ข. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
    • ค. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
    • ง. ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย
  287. 287. ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. 2561 หากครูปฐมวัยจัดกิจกรรมพาเด็กไปสำรวจแปลงเกษตรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ได้เล่นและลงมือปฏิบัติอย่างมีความสุข พร้อมทั้งประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง การจัดกิจกรรมของครูดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรฐานใด

    • ก. มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
    • ข. มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก
    • ค. มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
    • ง. มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
  288. 288. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาต้องจัดให้มีขึ้นตามกำหนดความถี่ในข้อใด

    • ก. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
    • ข. จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี นับจากครั้งสุดท้าย
    • ค. อย่างน้อย 2 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
    • ง. อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี นับจากครั้งสุดท้าย
  289. 289. ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาในการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษาได้ถูกต้อง

    • ก. เป็นหลักการที่กฎหมายแม่บทกำหนดไว้ และใช้กับการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท
    • ข. เป็นแนวทางการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อให้สถานศึกษาเลือกจัดทำตามความพร้อม
    • ค. เป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
    • ง. เป็นข้อกำหนดเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  290. 290. ในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามแนวทางคู่มือความรู้ทั่วไปในการจัดการเรียนการสอน นอกจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแล้ว ยังมีกฎหมายฉบับใดที่กำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายไว้ควบคู่กันเพื่อให้เห็นบทบาทครบถ้วน

    • ก. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
    • ข. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
    • ค. พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
    • ง. พระราชบัญญัติสภาครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. 2546
  291. 291. ตามหมายเหตุท้ายกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 เหตุผลสำคัญประการหนึ่งในการยกเลิกและปรับปรุงแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2553 คือข้อใด

    • ก. สถานศึกษาขาดอิสระในการกำหนดค่าเป้าหมายและมาตรฐานการศึกษาของตนเอง
    • ข. ขาดหน่วยงานประเมินภายนอกเข้ามาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา
    • ค. การประกันคุณภาพภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กันและเกิดความซ้ำซ้อน
    • ง. ระบบการควบคุมคุณภาพไม่ครอบคลุมสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  292. 292. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 เพื่อให้ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานต้นสังกัดมีบทบาทหน้าที่ตามข้อใด?

    • ก. ติดตามตรวจสอบและตัดสินผลการประเมินคุณภาพภายนอก
    • ข. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานผลการประเมินตนเอง
    • ค. จัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา
    • ง. ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำสถานศึกษา
  293. 293. โรงเรียนวัดดอนทองกำลังทบทวนผลการดำเนินงานเพื่อจัดทำรายงานการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2561) หากคณะกรรมการประเมินมุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลในมิติ "ผลลัพธ์ที่ได้" จะตรงกับการมุ่งตอบคำถามสำคัญในข้อใด

    • ก. ผู้เรียนมีคุณภาพไหม
    • ข. ชุมชนร่วมจัดการศึกษาไหม
    • ค. ผู้บริหารจัดการโรงเรียนดีไหม
    • ง. ครูสอนแบบเน้นผู้เรียนไหม
  294. 294. ตามแนวทางการประเมินคุณภาพและการเขียนรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ของสถานศึกษา ระดับคุณภาพ 5 ระดับที่มักนำมาใช้ในการรายงานผลการประกันคุณภาพการศึกษา เรียงลำดับถูกต้องตามข้อใด

    • ก. กำลังพัฒนา, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม
    • ข. กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดี, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม
    • ค. ปรับปรุง, กำลังพัฒนา, ปานกลาง, ดีเลิศ, ยอดเยี่ยม
    • ง. ปรับปรุง, พอใช้, ปานกลาง, ดีมาก, ดีเยี่ยม
  295. 295. ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและวิชาชีพครู ข้อใดเปรียบเทียบการนำวงจร PDCA ของเดมมิ่ง และวงจร PAOR ของเคมมิสและแม็กแท็กการ์ต ไปประยุกต์ใช้งานได้ถูกต้อง

    • ก. PDCA ใช้เฉพาะระดับเขตพื้นที่การศึกษา ส่วน PAOR ใช้เฉพาะระดับสถานศึกษา
    • ข. PDCA ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน ส่วน PAOR ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา
    • ค. PDCA ใช้ในงานประกันคุณภาพการศึกษา ส่วน PAOR ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน
    • ง. PDCA ใช้เฉพาะการประเมินคุณภาพภายนอก ส่วน PAOR ใช้เฉพาะการประกันคุณภาพภายใน
  296. 296. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านดอนขาม การดำเนินงานของคณะกรรมการดังกล่าวจัดเป็นกระบวนการใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

    • ก. การรับรองมาตรฐานภายนอก
    • ข. การประเมินผลระดับชาติ
    • ค. การประกันคุณภาพภายนอก
    • ง. การประกันคุณภาพภายใน
  297. 297. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ขั้นแรก สมศ. จะต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด
    • ข. ดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยต่อผู้บริหารสถานศึกษา
    • ค. มีคำสั่งให้สถานศึกษาหยุดการเรียนการสอนเพื่อปรับปรุงชั่วคราว
    • ง. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการทันที
  298. 298. เกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับที่มาตามกฎหมายและโครงสร้างของกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561

    • ก. ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ
    • ข. ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาเพียง 5 ข้อ
    • ค. ออกโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบของ สมศ. และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 49 ข้อ
    • ง. ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีเนื้อหาทั้งสิ้น 47 ข้อ
  299. 299. โรงเรียนบ้านหนองขามได้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายในและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ประจำปีการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตามแนวปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษาของ สพฐ. ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรกก่อนส่งรายงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    • ก. จัดส่งรายงานให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณา
    • ข. แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงรายงานใหม่อีกรอบ
    • ค. นำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ
    • ง. ส่งรายงานตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
  300. 300. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ (พ.ศ. 2561) มาตรฐานการศึกษาชุดนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นสิ่งใดสำหรับสถานศึกษา ต้นสังกัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    • ก. ข้อมูลเชิงประจักษ์
    • ข. การประเมินแบบองค์รวม
    • ค. การตัดสินโดยผู้เชี่ยวชาญ
    • ง. หลักเทียบเคียง
  301. 301. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 การที่ครูรวมกลุ่ม PLC สังเกตการสอนและสะท้อนผล จัดอยู่ในมาตรฐานและประเด็นพิจารณาใด

    • ก. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.5
    • ข. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.3
    • ค. มาตรฐานที่ 2 ข้อ 2.4
    • ง. มาตรฐานที่ 3 ข้อ 3.4
  302. 302. หลังจากจัดการเรียนการสอนเสร็จสิ้น ครูดวงใจได้ทำการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมทั้งเขียนบันทึกหลังสอนเพื่อสรุปผลการจัดกิจกรรม การปฏิบัติของครูดวงใจตรงกับขั้นตอนใดของวงจรเดมมิ่ง (PDCA) ในระดับห้องเรียนสำหรับงานประกันคุณภาพการศึกษา

    • ก. Act (ปรับปรุง)
    • ข. Check (ตรวจสอบ)
    • ค. Do (ปฏิบัติ)
    • ง. Plan (วางแผน)
  303. 303. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา จะต้องดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบโดยหน่วยงานหรือบุคคลใด

    • ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
    • ข. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือผู้แทนจากชุมชนและผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้ง
    • ค. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือผู้ประเมินภายนอกที่ สมศ. รับรอง
    • ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่
  304. 304. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อใดระบุหน้าที่ของสถานศึกษาเกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกได้อย่างถูกต้อง

    • ก. จัดทำรายงานข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขส่งต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อดำเนินการ
    • ข. จัดการประเมินผลตนเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุก 5 ปีและเผยแพร่ผลการประเมินสู่สาธารณชนโดยตรง
    • ค. จัดทำเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อเสนอให้หน่วยงานต้นสังกัดอนุมัติก่อนรับการประเมิน
    • ง. จัดเตรียมเอกสารหลักฐาน รวมทั้งให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่มีการร้องขอ
  305. 305. โรงเรียนบ้านดอนสำราญได้ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในและจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) จนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว หากโรงเรียนต้องปฏิบัติตามเส้นทางการประกันคุณภาพการศึกษา ขั้นตอนต่อไปที่โรงเรียนต้องดำเนินการคือข้อใด

    • ก. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ.
    • ข. จัดส่งรายงาน SAR ตรงไปยัง สมศ. เพื่อให้ดำเนินการประเมินคุณภาพภายนอกทันที
    • ค. จัดส่งรายงาน SAR ให้คณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งต่อให้ สมศ. โดยตรง
    • ง. เก็บรายงาน SAR ไว้ที่โรงเรียนเพื่อรอให้ สมศ. เข้ามาติดตามการปรับปรุง
  306. 306. ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การ 'ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและวิธีการที่เหมาะสม' จัดเป็นขั้นตอนลำดับใดของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา

    • ก. ขั้นที่ 2
    • ข. ขั้นที่ 4
    • ค. ขั้นที่ 3
    • ง. ขั้นที่ 5
  307. 307. ตามแนวคิดการประเมินแบบใหม่ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 การมุ่งเน้นดูคุณภาพในภาพรวม โดยไม่แยกเป็นตัวชี้วัดย่อยจำนวนมากที่ต้องทำเอกสารทีละข้อ ตรงกับแนวคิดการประเมินในข้อใด

    • ก. การตรวจทานผลโดยผู้ประเมินระดับเดียวกัน (Peer Review)
    • ข. การตัดสินผลโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ประเมิน (Expert Judgment)
    • ค. การประเมินแบบองค์รวม (Holistic Assessment)
    • ง. การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence Based)
  308. 308. ในการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 หากสถานศึกษารายงานผลการดำเนินงานว่า 'โรงเรียนส่งครูไปอบรมพัฒนาวิชาชีพ' การดำเนินงานดังกล่าวจัดเข้าสู่มาตรฐานใด

    • ก. มาตรฐานที่ 1
    • ข. มาตรฐานที่ 4
    • ค. มาตรฐานที่ 3
    • ง. มาตรฐานที่ 2
  309. 309. ในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา นอกเหนือจากการปฏิบัติงานในห้องเรียนแล้ว ครูยังมีบทบาทหน้าที่ในการร่วมจัดทำเอกสารสำคัญตามข้อใด

    • ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี และ SAR ของโรงเรียน
    • ข. แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล แผนจัดสรรงบประมาณ และรายงานของผู้ประเมินภายนอก
    • ค. แผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษา แผนบริหารความเสี่ยง และรายงานผลการตรวจราชการ
    • ง. แผนอัตรากำลังข้าราชการครู แผนการเงินและพัสดุ และแบบประเมินขอมีวิทยฐานะ
  310. 310. ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สามารถดำเนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพโดยบุคคลหรือหน่วยงานใด

    • ก. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคลภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรอง
    • ข. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษา
    • ค. บุคลากรของสถานศึกษานั้นเองเท่านั้น เพื่อให้เป็นการประเมินตนเองอย่างแท้จริงจากภายใน
    • ง. ผู้แทนชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสะท้อนความต้องการของท้องถิ่น
  311. 311. ผู้อำนวยการโรงเรียนประชุมชี้แจงคณะครูเรื่องการเตรียมความพร้อมรับการประกันคุณภาพการศึกษา โดยระบุว่าโรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งล่าสุดเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2564 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โรงเรียนแห่งนี้จะต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบต่อไปตามเงื่อนไขใด

    • ก. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
    • ข. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 4 ปีตามรอบของแผนพัฒนาสถานศึกษา
    • ค. ต้องได้รับการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย
    • ง. ต้องได้รับการประเมินต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีควบคู่กับการจัดทำรายงานประจำปี
  312. 312. ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีบทบาทหน้าที่สำคัญโดยตรงในเรื่องใด

    • ก. ประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี
    • ข. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาร่วมกับสถานศึกษา
    • ค. ติดตามการปรับปรุงคุณภาพสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของ สมศ.
    • ง. ให้ความเห็นชอบรายงาน SAR ของสถานศึกษาก่อนส่ง
  313. 313. ในการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ขั้นที่ 2 การจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน ข้อใดอธิบายลักษณะของแผนทั้ง 2 ประเภทได้ถูกต้องตามแนวทางของ สพฐ.

    • ก. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมแต่ละปี
    • ข. แผนปฏิบัติการประจำปีเป็นแผนระยะกลาง 3-5 ปี และมีแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาแปลงเป็นโครงการและกิจกรรมในแต่ละปี
    • ค. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะยาว 10 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ของโรงเรียน
    • ง. แผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นแผนระยะสั้น 1 ปี และมีแผนปฏิบัติการประจำปีทำหน้าที่วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนระยะยาว
  314. 314. โรงเรียนแห่งหนึ่งได้ดำเนินการประเมินตนเองและจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ประจำปีการศึกษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ในการเตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอกตามแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการเกี่ยวกับรายงาน SAR ดังกล่าวอย่างไรจึงจะถูกต้อง

    • ก. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อขอรับการประเมินคุณภาพภายนอก
    • ข. จัดส่งรายงาน SAR ไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ต้นสังกัดเป็นผู้จัดส่งให้ สมศ.
    • ค. จัดเก็บรายงาน SAR ไว้ที่สถานศึกษา เพื่อรอให้ผู้ประเมินภายนอกของ สมศ. มาตรวจรับเอง
    • ง. จัดส่งรายงาน SAR โดยตรงไปยังสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)
  315. 315. ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 ข้อใดจัดเป็นประเด็นการพิจารณาในมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

    • ก. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
    • ข. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้
    • ค. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
    • ง. มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน
  316. 316. ตามแนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา การที่ครูวัดผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วนำผลมาพัฒนาผู้เรียน เช่น การทำวิจัยในชั้นเรียน จัดเป็นการสร้างหลักฐานที่ตอบมาตรฐานใด

    • ก. มาตรฐานที่ 3.1
    • ข. มาตรฐานที่ 3.2
    • ค. มาตรฐานที่ 3.3
    • ง. มาตรฐานที่ 3.4