Overview
ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565) และมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1, 2 และ 16 (ปรับปรุง 2567) ของสภาวิชาชีพบัญชี ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากต้นฉบับ และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง
Blueprint
Topic weighting and difficulty distribution
| Topic | Weight | # Questions | Difficulty (E/M/H) |
|---|
Exam Set Intelligence
Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.
20 min
Estimated time
2
Topics
0
Coverage gaps
0
Duplicate pairs
83/100
Blueprint alignment
Blueprint Target vs Actual
⚠ difficulty easy: major_mismatch (+26pp).
⚠ difficulty medium: major_mismatch (+30pp).
⚠ difficulty hard: major_mismatch (+44pp).
Assessment Performance
Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.
1
Attempts
0
Completed
0.0%
Completion rate
—
Average score
—
Median score
—
Average completion
No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.
All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:58:09 PM
Questions
Review, edit, approve, or reject generated questions.
27 approved and ready to save.
บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและเริ่มทำบัญชีแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี และไม่อยู่ในกรณีที่ต้องปิดบัญชีพร้อมกับสำนักงานใหญ่ บริษัทต้องปิดบัญชีครั้งแรกและครั้งต่อไปอย่างไร
- ก. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน ✓
- ข. ปิดครั้งแรกภายในหกเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบหกเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
- ค. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปก่อนครบสิบสองเดือนได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต
- ง. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน" ข้อเท็จจริง “เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”; “เริ่มทำบัญชีแล้ว” → “ภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี”; “ไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี” → ไม่เข้าเงื่อนไข “เมื่อได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีแล้ว”; และ “ไม่อยู่ในกรณีที่ต้องปิดบัญชีพร้อมกับสำนักงานใหญ่” → ไม่เข้า ข้อยกเว้น “ให้ปิดบัญชีพร้อมกับสำนักงานใหญ่” ดังนั้นต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปิดครั้งแรกภายในหกเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบหกเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาทั้งการปิดบัญชีครั้งแรกและรอบถัดไปไว้ที่ “สิบสองเดือน” • "ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปก่อนครบสิบสองเดือนได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “เมื่อได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีแล้ว” จึงอาจปิดบัญชีก่อนครบรอบสิบสองเดือนได้ • "ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ปิดบัญชีครั้งต่อไปโดยนับจาก “วันปิดบัญชีครั้งก่อน” ไม่ใช่วันเริ่มทำบัญชี อ้างอิงตัวบท มาตรา 10 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี” มาตรา 10 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “และปิดบัญชีทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน”
มาตรา 10 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นิติบุคคล ค. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และมิได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ข้อใดเป็นสิ่งที่นิติบุคคล ค. ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
- ก. ต้องจัดทำงบการเงิน แต่ไม่ต้องยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่
- ข. ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ ✓
- ค. ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- ง. ไม่ต้องจัดทำงบการเงินหรือยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่" ข้อเท็จจริงว่าเป็น “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”; ข้อเท็จจริงว่าตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ → “นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ”; และข้อเท็จจริงว่ามิได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย → ไม่เข้าเงื่อนไข “บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย” ดังนั้น กำหนดให้ “ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินดังกล่าวต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่” ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องจัดทำงบการเงิน แต่ไม่ต้องยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่" ผิด: แหล่งกฎหมายกำหนดทั้ง “ต้องจัดทำงบการเงิน” และ “ยื่นงบการเงินดังกล่าว” • "ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต" ผิด: แหล่งกฎหมายกำหนดให้ยื่นต่อ “สำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่” ไม่ใช่ยื่นต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต • "ไม่ต้องจัดทำงบการเงินหรือยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่" ผิด: แหล่งกฎหมายระบุ “นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ” เป็นผู้ที่ต้องจัดทำและยื่นงบการเงิน อ้างอิงตัวบท มาตรา 11 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำงบการเงิน” มาตรา 11 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินดังกล่าวต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่”
มาตรา 11 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำงบการเงิน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและได้ปิดบัญชีของกิจการแล้ว กรณีนี้ไม่ใช่กรณีส่งมอบบัญชีและเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด และอธิบดีไม่ได้กำหนดให้กิจการประเภทนี้เก็บรักษาไว้เกินห้าปี บริษัท ค. จำกัดต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีนานเท่าใด และเริ่มนับจากเมื่อใด
- ก. เกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันปิดบัญชี
- ข. ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันส่งมอบบัญชีและเอกสาร
- ค. ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี ✓
- ง. ไม่เกินห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี" ข้อเท็จจริงว่า บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”; ได้ปิดบัญชีแล้ว → “ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี”; ไม่ใช่กรณีส่งมอบบัญชีและเอกสาร → “หรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสาร”; และอธิบดีไม่ได้กำหนดให้เก็บเกินห้าปี → “ให้อธิบดี...มีอำนาจกำหนดให้...เก็บรักษา...ไว้เกินห้าปี” ดังนั้นจึงต้องเก็บรักษาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันปิดบัญชี" ผิด: กรณีนี้อธิบดีไม่ได้กำหนดให้เก็บเกินห้าปี จึงใช้หลักที่ว่า “ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี” ไม่ใช่ระยะเวลาพิเศษเกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปี • "ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันส่งมอบบัญชีและเอกสาร" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ระยะเวลาห้าปี “นับแต่วันปิดบัญชี” ส่วนการส่งมอบเป็นอีกกรณีหนึ่ง มิใช่จุดเริ่มนับระยะเวลาห้าปี • "ไม่เกินห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี" ผิด: แหล่งข้อมูลใช้ถ้อยคำว่า “ไม่น้อยกว่าห้าปี” ไม่ใช่ “ไม่เกินห้าปี” อ้างอิงตัวบท มาตรา 14 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชีหรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสารตามมาตรา 17”
มาตรา 14 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชีหรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสารตามมาตรา 17”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีของบริษัทเสียหายมาก่อน แต่บริษัทเพิ่งทราบถึงความเสียหายในภายหลัง ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ข้อใดระบุผู้รับแจ้งและกำหนดเวลาได้ถูกต้อง
- ก. แจ้งต่ออธิบดี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย
- ข. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย
- ค. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เอกสารเกิดความเสียหาย
- ง. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย" บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”; เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีเสียหาย → “ถ้าบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหาย”; บริษัทเพิ่งทราบความเสียหายในภายหลัง → “ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น” ดังนั้นต้องแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในกำหนดดังกล่าว ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แจ้งต่ออธิบดี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้แจ้งต่อ “สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี” ไม่ใช่แจ้งต่ออธิบดี • "แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ภายในสิบห้าวัน” ไม่ใช่ภายในสามสิบวัน • "แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เอกสารเกิดความเสียหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เริ่มนับจาก “วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น” อ้างอิงตัวบท มาตรา 15 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี” มาตรา 15 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น”
มาตรา 15 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นาย ก. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้เลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี มิได้ร้องขอขยายเวลาส่งมอบ และยังไม่เคยส่งมอบบัญชีหรือเอกสารมาก่อน ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นาย ก. ต้องส่งมอบบัญชีและเอกสารแก่ผู้ใดและภายในกำหนดใด
- ก. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ ✓
- ข. ส่งมอบให้ครบถ้วนถูกต้องแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเวลาที่กำหนด
- ค. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันร้องขอขยายเวลา
- ง. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ" ข้อเท็จจริงที่นาย ก. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”; การเลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี → “เลิกประกอบธุรกิจด้วยเหตุใด ๆ โดยมิได้มีการชำระบัญชี”; การมิได้ร้องขอขยายเวลา → ไม่เกิดขึ้น → “เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีร้องขอ”; และการยังไม่เคยส่งมอบมาก่อน → ไม่เกิดขึ้น → “ส่งมอบบัญชีและเอกสาร...ไม่ครบถ้วนถูกต้อง” ดังนั้นต้องใช้กำหนดปกติ คือส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งมอบให้ครบถ้วนถูกต้องแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเวลาที่กำหนด" ผิด: กำหนด “ภายในเวลาที่กำหนด” ใช้ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี “ส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไม่ครบถ้วนถูกต้อง” แต่กรณีนี้ยังไม่เคยส่งมอบมาก่อน • "ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันร้องขอขยายเวลา" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุจุดเริ่มนับว่า “นับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ” มิใช่นับแต่วันร้องขอขยายเวลา • "ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาปกติว่า “ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ” ส่วนการขยายเวลาเกิดขึ้น “เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีร้องขอ” อ้างอิงตัวบท มาตรา 17 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเลิกประกอบธุรกิจด้วยเหตุใด ๆ โดยมิได้มีการชำระบัญชี ให้ส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี” มาตรา 17 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ให้ส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ”
มาตรา 17 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “เมื่อผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเลิกประกอบธุรกิจด้วยเหตุใด ๆ โดยมิได้มีการชำระบัญชี ให้ส่งมอบบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี แต่ไม่จัดให้มีการทำบัญชี และจนถึงขณะพิจารณายังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง บริษัท ค. จำกัดได้รับผลตามกฎหมายข้อใด
- ก. มีความผิดอาญา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และถูกปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ✓
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสี่หมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท แต่ไม่ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันแม้ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง" ข้อเท็จจริงที่ว่า บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้ใด”; การไม่จัดให้มีการทำบัญชี → “ไม่จัดให้มีการทำบัญชี”; และการที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง → “จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง” จึงเกิดผลคือมีความผิดทางพินัย ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดอาญา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และถูกปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย” ไม่ใช่มีความผิดอาญาและต้องระวางโทษปรับ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสี่หมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดค่าปรับเป็นพินัยไว้ว่า “ไม่เกินสามหมื่นบาท” มิใช่ไม่เกินสี่หมื่นบาท • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท แต่ไม่ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันแม้ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ “ชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง” อ้างอิงตัวบท มาตรา 28 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้ใดไม่จัดให้มีการทำบัญชีตามมาตรา 8 หรือมาตรา 9 มีความผิดทางพินัย” มาตรา 28 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท” มาตรา 28 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่ เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง”
มาตรา 28 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้ใดไม่จัดให้มีการทำบัญชีตามมาตรา 8 หรือมาตรา 9 มีความผิดทางพินัย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี แต่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เพียงสี่ปีนับแต่วันปิดบัญชี และยังมิได้ส่งมอบบัญชีและเอกสารดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัท ค. จำกัดมีผลอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินเจ็ดพันบาท
- ข. ไม่มีความผิดทางพินัย เพราะเก็บรักษาบัญชีไว้แล้วเป็นเวลาสี่ปี
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท ✓
- ง. มีความผิดอาญา ต้องชำระโทษปรับทางอาญาไม่เกินห้าพันบาท
Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท" บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี → “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้ใด”; การเก็บบัญชีและเอกสารไว้เพียงสี่ปีนับแต่วันปิดบัญชีทั้งที่ยังมิได้ส่งมอบ → “ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14” เพราะมาตรา 14 กำหนดให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีหรือจนกว่าจะส่งมอบ จึงเกิดผล คือ “มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท” ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินเจ็ดพันบาท" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราค่าปรับเป็นพินัยไว้ “ไม่เกินห้าพันบาท” • "ไม่มีความผิดทางพินัย เพราะเก็บรักษาบัญชีไว้แล้วเป็นเวลาสี่ปี" ผิด: มาตรา 14 กำหนดให้เก็บรักษาไว้ “เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชีหรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสาร” • "มีความผิดอาญา ต้องชำระโทษปรับทางอาญาไม่เกินห้าพันบาท" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย” และหมายเหตุระบุให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวเป็นความผิดทางพินัย อ้างอิงตัวบท มาตรา 14 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชีหรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสารตามมาตรา 17” มาตรา 31 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 วรรคสาม มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 หรือมาตรา 17 มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท”
มาตรา 31 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชีหรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชีและเอกสารตามมาตรา 17”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
กิจการที่หนึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ส่วนกิจการที่สองเป็นห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนซึ่งประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการบัญชี ข้อใดถูกต้อง
- ก. ทั้งสองกิจการต่างเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ข. ทั้งสองกิจการต่างไม่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ค. เฉพาะกิจการที่สองเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ง. เฉพาะกิจการที่หนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เฉพาะกิจการที่หนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ข้อเท็จจริงว่าเป็นบริษัทจำกัด → “บริษัทจำกัด” และจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย → “ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย” ทำให้กิจการที่หนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ส่วนกิจการที่สองเป็นห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนและประกอบธุรกิจในประเทศไทย → “ห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจใดในประเทศไทย” แต่ยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรี → ไม่เกิดเงื่อนไข → “ประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคสี่” จึงมีเพียงกิจการที่หนึ่งที่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทั้งสองกิจการต่างเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ารัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี แต่กรณีนี้ยังไม่มีประกาศดังกล่าว • "ทั้งสองกิจการต่างไม่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ผิด: แหล่งข้อมูลบัญญัติให้บริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี • "เฉพาะกิจการที่สองเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ผิด: มาตรา 8 กำหนดให้บริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ส่วนห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนจะถูกกำหนดให้มีหน้าที่ได้โดยประกาศของรัฐมนตรี อ้างอิงตัวบท มาตรา 8 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” มาตรา 8 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้บุคคลธรรมดาใดหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจใดในประเทศไทยตามเงื่อนไขใดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้ได้”
มาตรา 8 พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: “ให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายการจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้ถูกต้อง
- ก. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง เว้นแต่ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง ✓
- ข. งบการเงินอาจจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องประเมินความสามารถของกิจการ หากฝ่ายบริหารยังมิได้ตัดสินใจหยุดธุรกิจ
- ค. งบการเงินต้องไม่จัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องทันที เมื่อพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสงสัย
- ง. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง แม้ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง เว้นแต่ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง" ย่อหน้าที่ 25 กำหนดให้งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง เว้นแต่ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกที่เป็นไปได้จริงอื่นใดนอกจากสองทางดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "งบการเงินอาจจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องประเมินความสามารถของกิจการ หากฝ่ายบริหารยังมิได้ตัดสินใจหยุดธุรกิจ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าในการจัดทำงบการเงิน ฝ่ายบริหารต้องประเมินความสามารถของกิจการในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง • "งบการเงินต้องไม่จัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องทันที เมื่อพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสงสัย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเมื่อพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญ กิจการต้องเปิดเผยความไม่แน่นอนดังกล่าว มิได้กำหนดให้เลิกใช้เกณฑ์นี้ทันที • "งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง แม้ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดข้อยกเว้นเมื่อฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกที่เป็นไปได้จริงอื่นใด อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “งบการเงินต้องจัดทำขึ้นตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง” ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “เว้นแต่ฝ่ายบริหารมีความตั้งใจที่จะชำระบัญชี” ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “หรือหยุดประกอบธุรกิจ” ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “หรือไม่มีทางเลือกที่เป็นไปได้จริงอื่นใดนอกเหนือจากชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ”
ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “งบการเงินต้องจัดทำขึ้นตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามข้อใด
- ก. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์เงินสด เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด
- ข. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด ✓
- ค. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ไม่ใช่กระแสเงินสด
- ง. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดด้วย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด" ย่อหน้าที่ 27 กำหนดให้กิจการจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง โดยมีข้อยกเว้นสำหรับข้อมูลกระแสเงินสด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์เงินสด เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้จัดทำงบการเงิน “ตามเกณฑ์คงค้าง” ไม่ใช่ตามเกณฑ์เงินสด • "กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ไม่ใช่กระแสเงินสด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดข้อยกเว้นเป็น “ข้อมูลกระแสเงินสด” ไม่ใช่ข้อมูลที่ไม่ใช่กระแสเงินสด • "กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดด้วย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุข้อยกเว้นไว้ว่า “เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด” อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 27 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง” ย่อหน้าที่ 27 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด”
ย่อหน้าที่ 27 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายหลักการจัดประเภทสินทรัพย์หมุนเวียนได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดที่มีข้อจำกัดในการใช้ชำระหนี้สินอย่างน้อย 12 เดือนเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
- ข. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดครบทุกข้อ
- ค. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ✓
- ง. สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง" ตามย่อหน้าที่ 66 กิจการต้องจัดประเภทสินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อสินทรัพย์นั้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ส่วนสินทรัพย์ที่ไม่เข้าเงื่อนไขให้จัดเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินสดที่มีข้อจำกัดในการใช้ชำระหนี้สินอย่างน้อย 12 เดือนเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดต้องไม่มีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนหรือใช้ชำระหนี้สินภายในระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือนหลังรอบระยะเวลารายงาน • "สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดครบทุกข้อ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้จัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข “ข้อใดข้อหนึ่ง” ไม่ใช่ครบทุกข้อ • "สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้างต้นเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 66 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องจัดประเภทสินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อสินทรัพย์นั้นเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้”
ย่อหน้าที่ 66 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องจัดประเภทสินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อสินทรัพย์นั้นเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการเลื่อนการชำระหนี้ที่ทำให้กิจการต้องจัดประเภทหนี้สินเป็นรายการหมุนเวียนได้ถูกต้อง
- ก. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการมีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
- ข. ณ วันเริ่มรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
- ค. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
- ง. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน" ตามย่อหน้าที่ 69.4 หาก ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือนภายหลังรอบระยะเวลารายงาน กิจการต้องจัดประเภทหนี้สินนั้นเป็นรายการหมุนเวียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการมีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเกณฑ์นี้เกิดเมื่อกิจการ “ไม่มีสิทธิที่จะเลื่อนการชำระหนี้ออกไป” ไม่ใช่เมื่อกิจการมีสิทธิ • "ณ วันเริ่มรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้พิจารณาสิทธิ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ไม่ใช่วันเริ่มรอบระยะเวลารายงาน • "ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือนภายหลังรอบระยะเวลารายงาน ไม่ใช่ 6 เดือน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 69 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “69.4 ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิที่จะเลื่อนการชำระหนี้ออกไป อย่างน้อย 12 เดือนภายหลังรอบระยะเวลารายงาน”
ย่อหน้าที่ 69 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “69.4 ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิที่จะเลื่อนการชำระหนี้ออกไป อย่างน้อย 12 เดือนภายหลังรอบระยะเวลารายงาน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าอย่างไร
- ก. ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ✓
- ข. ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า
- ค. ด้วยมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุนของสินค้าคงเหลือ
- ง. ด้วยราคาทุนของสินค้าคงเหลือ โดยไม่เปรียบเทียบกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า" ตามย่อหน้าที่ 9 สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้มูลค่าใดจะต่ำกว่า ไม่ใช่มูลค่าที่สูงกว่า • "ด้วยมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุนของสินค้าคงเหลือ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เปรียบเทียบมูลค่าสุทธิที่จะได้รับกับราคาทุนและใช้มูลค่าที่ต่ำกว่า • "ด้วยราคาทุนของสินค้าคงเหลือ โดยไม่เปรียบเทียบกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เปรียบเทียบราคาทุนกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับและใช้มูลค่าที่ต่ำกว่า อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 9 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า”
ย่อหน้าที่ 9 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดซื้อเครื่องจักรนำเข้า โดยมีราคาซื้อ อากรขาเข้า และภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ บริษัทได้รับส่วนลดการค้า และจ่ายค่าขนส่งกับค่าติดตั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร บริษัทต้องรวมรายการใดเป็นราคาทุนของเครื่องจักร
- ก. ราคาซื้อหลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว แต่ไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้
- ข. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว ✓
- ค. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ก่อนหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
- ง. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า แต่ไม่รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว" ข้อเท็จจริงเรื่องราคาซื้อ อากรขาเข้า และภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ → “ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้”; การได้รับส่วนลดการค้า → “หลังหักส่วนลดการค้าและจำนวนที่ได้รับคืนจากผู้ขาย”; ค่าขนส่งและค่าติดตั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง → “ต้นทุนทางตรงอื่นๆ”; การทำให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพพร้อมใช้งาน → “เพื่อให้สินทรัพย์นั้นอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้”; และความประสงค์ของฝ่ายบริหาร → “ตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร” ดังนั้นต้องรวมรายการทั้งหมดโดยหักส่วนลดการค้าแล้ว ตามย่อหน้าที่ 16 แห่งมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ราคาซื้อหลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว แต่ไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าราคาทุนประกอบด้วย “ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้” • "ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ก่อนหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ “หลังหักส่วนลดการค้าและจำนวนที่ได้รับคืนจากผู้ขาย” • "ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า แต่ไม่รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว" ผิด: แหล่งข้อมูลให้รวม “ต้นทุนทางตรงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสินทรัพย์เพื่อให้สินทรัพย์นั้นอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร” อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้” ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า” ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “ต้นทุนทางตรงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสินทรัพย์เพื่อให้สินทรัพย์นั้นอยู่ในสถานที่ และสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร”
ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดกำลังพิจารณาต้นทุนของอุปกรณ์หนึ่งรายการ โดยมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากอุปกรณ์นั้น และบริษัทสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ ตามมาตรฐานการบัญชี บริษัทต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจริง
- ข. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างแน่นอน
- ค. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ ✓
- ง. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นค่าใช้จ่าย เพราะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ" ข้อเท็จจริง “บริษัท ค. จำกัด” → “กิจการ”; “ต้นทุนของอุปกรณ์หนึ่งรายการ” → “ต้องรับรู้ต้นทุนของรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เป็นสินทรัพย์”; “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต” → “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากรายการนั้น”; และ “สามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ” → “กิจการสามารถวัดมูลค่าต้นทุนของรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ” เมื่อครบเงื่อนไขทุกข้อ กิจการจึงต้องรับรู้ต้นทุนเป็นสินทรัพย์ ตามย่อหน้าที่ 7 ของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจริง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเงื่อนไขว่า “มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่” ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ได้กำหนดว่าต้องได้รับประโยชน์แล้วจริง • "ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างแน่นอน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่ากิจการสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้ “อย่างน่าเชื่อถือ” ซึ่งข้อเท็จจริงในกรณีนี้เป็นไปตามเงื่อนไขแล้ว • "ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นค่าใช้จ่าย เพราะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้กิจการรับรู้ต้นทุนเป็นสินทรัพย์เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ ไม่ใช่รับรู้เป็นค่าใช้จ่าย อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 7 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องรับรู้ต้นทุนของรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เป็นสินทรัพย์ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 7.1 มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากรายการนั้น และ 7.2 กิจการสามารถวัดมูลค่าต้นทุนของรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ” ย่อหน้าที่ 7 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “เป็นสินทรัพย์ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 7.1 มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากรายการนั้น และ 7.2 กิจการสามารถวัดมูลค่าต้นทุนของรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ”
ย่อหน้าที่ 7 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องรับรู้ต้นทุนของรายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เป็นสินทรัพย์ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อต่อไปนี้ 7.1 มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากรายการนั้น และ 7.2 กิจการสามารถวัดมูลค่าต้นทุนของรายการนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัด มีต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าที่จำเป็นในกระบวนการผลิตก่อนจะถึงขั้นตอนการผลิตถัดไป และมีต้นทุนในการขายสินค้า บริษัทควรปฏิบัติอย่างไร
- ก. ไม่นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น
- ข. นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และไม่รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น
- ค. นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดถัดไป
- ง. นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น" ข้อเท็จจริงเรื่องต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้า → “ต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้า”; ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเป็นก่อนถึงขั้นตอนการผลิตถัดไป → “เว้นแต่เป็นต้นทุนที่จำเป็นในกระบวนการผลิตก่อนจะถึงขั้นตอนการผลิตถัดไป”; และข้อเท็จจริงเรื่องต้นทุนในการขาย → “ต้นทุนในการขาย” ซึ่งเข้าหลัก คือไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือและให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 ย่อหน้าที่ 16.2 และ 16.4 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น" ผิด: แหล่งข้อมูลยกเว้นต้นทุนการเก็บรักษาที่ “จำเป็นในกระบวนการผลิตก่อนจะถึงขั้นตอนการผลิตถัดไป” จากต้นทุนที่ไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ • "นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และไม่รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ต้นทุนในการขาย” ไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือและให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น • "นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดถัดไป" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รับรู้ต้นทุนที่ไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือเป็นค่าใช้จ่าย “ในงวดที่เกิดขึ้น” อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของต้นทุนที่ไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือและให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวด ที่เกิดขึ้น” ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “16.2 ต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้า เว้นแต่เป็นต้นทุนที่จำเป็นในกระบวนการผลิตก่อนจะถึง ขั้นตอนการผลิตถัดไป” ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “16.4 ต้นทุนในการขาย”
ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของต้นทุนที่ไม่นำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือและให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวด ที่เกิดขึ้น”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
บริษัท ค. จำกัดมีสินค้าคงเหลือชนิด ก. และชนิด ข. ซึ่งไม่อยู่ในกรณีที่มาตรฐานกล่าวไว้ต่างหาก สินค้าทั้งสองชนิดมีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน โดยบริษัทใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ก. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
- ก. กิจการต้องใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ข. เช่นเดียวกับชนิด ก. ✓
- ข. กิจการอาจใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกับชนิด ข. หากเห็นว่าเหมาะสม
- ค. กิจการไม่ต้องใช้วิธีเดียวกัน และอาจเลือกสองวิธีแยกกันสำหรับสินค้าแต่ละชนิด
- ง. กิจการต้องเปลี่ยนสินค้าทั้งสองชนิดไปใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจการต้องใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ข. เช่นเดียวกับชนิด ก." ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นสินค้าคงเหลือซึ่งไม่อยู่ในกรณีที่กล่าวไว้ต่างหาก → “ต้นทุนสินค้าคงเหลือนอกจากที่กล่าวในย่อหน้าที่ 23”; บริษัท ค. จำกัดเป็นกิจการ → “กิจการ”; การใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับชนิด ก. → “วิธีเข้าก่อนออกก่อน หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก”; สินค้าชนิด ก. และ ข. มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน → “สำหรับสินค้าคงเหลือทุกชนิดที่มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน” จึงเกิดผล คือ “ต้องใช้วิธีการคำนวณต้นทุนด้วยวิธีเดียวกัน” ดังนั้นชนิด ข. ต้องใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนเช่นเดียวกับชนิด ก. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 ย่อหน้าที่ 25 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจการอาจใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกับชนิด ข. หากเห็นว่าเหมาะสม" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้วิธีเดียวกันสำหรับสินค้าคงเหลือทุกชนิดที่มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน ส่วนการใช้วิธีต่างกันได้ใช้กับสินค้าที่มีลักษณะและการใช้ต่างกัน • "กิจการไม่ต้องใช้วิธีเดียวกัน และอาจเลือกสองวิธีแยกกันสำหรับสินค้าแต่ละชนิด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “กิจการต้องใช้วิธีการคำนวณต้นทุนด้วยวิธีเดียวกัน” สำหรับสินค้าที่มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน • "กิจการต้องเปลี่ยนสินค้าทั้งสองชนิดไปใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก" ผิด: แหล่งข้อมูลให้คำนวณมูลค่าโดยวิธีเข้าก่อนออกก่อนหรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก จึงไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนจากวิธีเข้าก่อนออกก่อน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องใช้วิธีการคำนวณต้นทุนด้วยวิธีเดียวกัน สำหรับสินค้าคงเหลือทุกชนิดที่มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน”
ย่อหน้าที่ 25 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องใช้วิธีการคำนวณต้นทุนด้วยวิธีเดียวกัน สำหรับสินค้าคงเหลือทุกชนิดที่มีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กิจการต้องปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างไร
- ก. กิจการต้องปันส่วนโดยไม่เป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
- ข. กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ✓
- ค. กิจการต้องรับรู้จำนวนทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา
- ง. กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์" มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 ย่อหน้าที่ 50 กำหนดให้กิจการปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างมีระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจการต้องปันส่วนโดยไม่เป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดชัดว่ากิจการต้องปันส่วน “อย่างมีระบบ” • "กิจการต้องรับรู้จำนวนทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ • "กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ปันส่วน “ตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์” ไม่ใช่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 50 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างมีระบบ” ย่อหน้าที่ 50 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “ตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์”
ย่อหน้าที่ 50 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (ปรับปรุง 2567): “กิจการต้องปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างมีระบบ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567) ข้อใดระบุงบและช่วงเวลาที่จัดทำซึ่งเป็นองค์ประกอบของงบการเงินฉบับสมบูรณ์ได้ถูกต้อง
- ก. งบกำไรขาดทุนและกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
- ข. งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
- ค. งบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา ✓
- ง. งบกระแสเงินสด ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
Explanation: คำตอบที่ถูก: "งบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา" ตามย่อหน้าที่ 10.1 งบการเงินฉบับสมบูรณ์ประกอบด้วยงบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "งบกำไรขาดทุนและกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเป็นงบกำไรขาดทุนและกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น “สำหรับรอบระยะเวลา” ไม่ใช่ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา • "งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเป็นงบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ “สำหรับรอบระยะเวลา” ไม่ใช่ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา • "งบกระแสเงินสด ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเป็นงบกระแสเงินสด “สำหรับรอบระยะเวลา” ไม่ใช่ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 10 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “งบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา”
ย่อหน้าที่ 10 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “งบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ส่วนของกำไรหรือขาดทุนหรืองบกำไรขาดทุนต้องแสดงรายการใดพร้อมจำนวนเงินสำหรับรอบระยะเวลา
- ก. ยอดรวมของการดำเนินงานต่อเนื่องซึ่งแสดงเป็นจำนวนเดียว
- ข. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าโดยไม่รวมการกลับรายการผลกำไรหรือขาดทุนจากการด้อยค่า
- ค. ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีราคาทุน
- ง. ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย" ย่อหน้าที่ 82.3 กำหนดให้แสดงส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสียเป็นรายการแต่ละบรรทัดพร้อมจำนวนเงินสำหรับรอบระยะเวลา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยอดรวมของการดำเนินงานต่อเนื่องซึ่งแสดงเป็นจำนวนเดียว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้แสดง “ยอดรวมของการดำเนินงานที่ยกเลิกซึ่งแสดงเป็นจำนวนเดียว” • "ผลขาดทุนจากการด้อยค่าโดยไม่รวมการกลับรายการผลกำไรหรือขาดทุนจากการด้อยค่า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าผลขาดทุนจากการด้อยค่า “รวมถึงการกลับรายการผลกำไรหรือขาดทุนจากการด้อยค่า” • "ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีราคาทุน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุเฉพาะรายการที่ใช้ “วิธีส่วนได้เสีย” ไม่ใช่วิธีราคาทุน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 82 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “82.3 ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย”
ย่อหน้าที่ 82 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “82.3 ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายหลักการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่รับรู้ในกำไรหรือขาดทุนได้ถูกต้อง
- ก. กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ โดยใช้วิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า ✓
- ข. กิจการต้องจัดประเภททั้งตามธรรมชาติและตามหน้าที่ควบคู่กัน โดยไม่อาจเลือกใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง
- ค. กิจการต้องจัดประเภทตามธรรมชาติในทุกกรณี แม้ว่าตามหน้าที่จะให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องมากกว่า
- ง. กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ได้ตามความสะดวก โดยไม่ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและความเกี่ยวข้อง
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ โดยใช้วิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า" ตามย่อหน้าที่ 99 กิจการต้องวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่รับรู้ในกำไรหรือขาดทุนโดยจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ และเลือกวิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจการต้องจัดประเภททั้งตามธรรมชาติและตามหน้าที่ควบคู่กัน โดยไม่อาจเลือกใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้การจัดประเภท “ตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่” มิได้กำหนดให้ใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กัน • "กิจการต้องจัดประเภทตามธรรมชาติในทุกกรณี แม้ว่าตามหน้าที่จะให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องมากกว่า" ผิด: แหล่งข้อมูลให้เลือกตามวิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า จึงมิได้บังคับใช้ตามธรรมชาติในทุกกรณี • "กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ได้ตามความสะดวก โดยไม่ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและความเกี่ยวข้อง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้วิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า มิใช่เลือกตามความสะดวก อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 99 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “โดยใช้การจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่” ย่อหน้าที่ 99 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “ที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า”
ย่อหน้าที่ 99 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567): “โดยใช้การจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดต้องจำแนกกระแสเงินสดในระหว่างรอบระยะเวลาเป็นกิจกรรมใดบ้าง
- ก. กิจกรรมควบคุม กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน
- ข. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน ✓
- ค. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมผลิต และกิจกรรมจัดหาเงิน
- ง. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมบริหารงาน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน" ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 ย่อหน้าที่ 10 งบกระแสเงินสดต้องจำแนกกระแสเงินสดเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กิจกรรมควบคุม กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดประเภทแรกว่า “กิจกรรมดำเนินงาน” ไม่ใช่กิจกรรมควบคุม • "กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมผลิต และกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้จำแนกเป็น “กิจกรรมลงทุน” ไม่ใช่กิจกรรมผลิต • "กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมบริหารงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดประเภทที่สามว่า “กิจกรรมจัดหาเงิน” ไม่ใช่กิจกรรมบริหารงาน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 10 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “โดยจำแนกเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน”
ย่อหน้าที่ 10 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “โดยจำแนกเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดจัดประเภทกระแสเงินสดได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดจ่ายให้พนักงานและจ่ายแทนพนักงาน เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
- ข. เงินสดรับจากการขายโรงงานที่ทำให้เกิดกำไร เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
- ค. เงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ✓
- ง. เงินสดรับจากสัญญาที่ถือไว้เพื่อซื้อขายหรือเพื่อค้า เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน" ข้อ 14.1 ระบุว่าเงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการเป็นตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินสดจ่ายให้พนักงานและจ่ายแทนพนักงาน เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน" ผิด: ข้อ 14.4 ระบุว่าการจ่ายชำระเงินสดให้แก่พนักงานและจ่ายแทนพนักงานเป็นตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน • "เงินสดรับจากการขายโรงงานที่ทำให้เกิดกำไร เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ากระแสเงินสดที่เกี่ยวข้องกับการขายโรงงานเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน • "เงินสดรับจากสัญญาที่ถือไว้เพื่อซื้อขายหรือเพื่อค้า เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: ข้อ 14.7 ระบุว่าเงินสดรับและการจ่ายชำระเงินสดจากสัญญาที่ถือไว้เพื่อซื้อขายหรือเพื่อค้าเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 14 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน คือ 14.1 เงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ”
ย่อหน้าที่ 14 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน คือ 14.1 เงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดประเภทกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
- ก. กระแสเงินสดจากสัญญาที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงของรายการที่ระบุได้ต้องจัดเป็นกิจกรรมลงทุนเสมอ
- ข. รายจ่ายที่ไม่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินก็สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้
- ค. เงินสดจ่ายเพื่อซื้อตราสารหนี้ของกิจการอื่นที่ถือไว้เพื่อซื้อขายสามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้
- ง. เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน" ย่อหน้าที่ 16 กำหนดว่า เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กระแสเงินสดจากสัญญาที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงของรายการที่ระบุได้ต้องจัดเป็นกิจกรรมลงทุนเสมอ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้จัดประเภทกระแสเงินสดจากสัญญาดังกล่าวในลักษณะเดียวกับกระแสเงินสดของรายการที่ถูกป้องกันความเสี่ยง • "รายจ่ายที่ไม่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินก็สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินเท่านั้น” ที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน • "เงินสดจ่ายเพื่อซื้อตราสารหนี้ของกิจการอื่นที่ถือไว้เพื่อซื้อขายสามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้" ผิด: แหล่งข้อมูลยกเว้นเงินสดจ่ายเพื่อซื้อตราสารที่ถือไว้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อขายหรือเพื่อค้าออกจากตัวอย่างกิจกรรมลงทุน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ใน งบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน”
ย่อหน้าที่ 16 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ใน งบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดอธิบายกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินได้ถูกต้อง
- ก. การออกหุ้นหรือตราสารทุนอื่นแล้วกิจการได้รับเงินสด ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน ✓
- ข. การซื้อหรือไถ่ถอนหุ้นแล้วกิจการได้รับเงินสดจากเจ้าของ ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
- ค. การจ่ายชำระเงินสดคืนเงินกู้ยืม ไม่ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
- ง. เงินสดที่ผู้เช่าจ่ายเพื่อเพิ่มยอดหนี้สินตามสัญญาเช่า ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การออกหุ้นหรือตราสารทุนอื่นแล้วกิจการได้รับเงินสด ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน" ตามย่อหน้าที่ 17.1 เงินสดรับจากการออกหุ้นหรือตราสารทุนอื่นเป็นตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การซื้อหรือไถ่ถอนหุ้นแล้วกิจการได้รับเงินสดจากเจ้าของ ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเป็นการจ่ายชำระเงินสดให้กับผู้เป็นเจ้าของ ไม่ใช่กิจการได้รับเงินสดจากเจ้าของ • "การจ่ายชำระเงินสดคืนเงินกู้ยืม ไม่ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการจ่ายชำระเงินสดคืนเงินกู้ยืมเป็นตัวอย่างของกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน • "เงินสดที่ผู้เช่าจ่ายเพื่อเพิ่มยอดหนี้สินตามสัญญาเช่า ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเงินสดที่ผู้เช่าจ่ายต้องเป็นการจ่ายเพื่อลดจำนวนคงเหลือของหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่า อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 17 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของกระแสเงินสดที่เกิดจากกิจกรรมจัดหาเงิน คือ” ย่อหน้าที่ 17 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “17.1 เงินสดรับจากการออกหุ้นหรือตราสารทุนอื่น”
ย่อหน้าที่ 17 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ตัวอย่างของกระแสเงินสดที่เกิดจากกิจกรรมจัดหาเงิน คือ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดอธิบายการจัดประเภทเงินปันผลจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเท่านั้น เนื่องจากเป็นต้นทุนของการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน และไม่อาจจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงาน
- ข. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน หรือเป็นกิจกรรมดำเนินงานเพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ✓
- ค. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นองค์ประกอบของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น เพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
- ง. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินหรือกิจกรรมดำเนินงาน แต่การจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานไม่ช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผล
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน หรือเป็นกิจกรรมดำเนินงานเพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน" ตามย่อหน้าที่ 34 เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน เพราะเป็นต้นทุนของการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน หรืออาจจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานเพื่อช่วยผู้ใช้งบการเงินพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเท่านั้น เนื่องจากเป็นต้นทุนของการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน และไม่อาจจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุอีกวิธีหนึ่งว่าเงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นองค์ประกอบของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานได้ • "เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นองค์ประกอบของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น เพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเงินปันผลจ่ายอาจจัดประเภทเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้ด้วย • "เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินหรือกิจกรรมดำเนินงาน แต่การจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานไม่ช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผล" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานมีขึ้นเพื่อช่วยผู้ใช้งบการเงินพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 34 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เงินปันผลจ่ายอาจจัดประเภทเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน” ย่อหน้าที่ 34 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “อีกวิธีหนึ่งเห็นว่าเงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน” ย่อหน้าที่ 34 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เพื่อช่วยผู้ใช้งบการเงินในการพิจารณาความสามารถของกิจการในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน”
ย่อหน้าที่ 34 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เงินปันผลจ่ายอาจจัดประเภทเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดกล่าวถึงความหมายของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
- ข. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ไม่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
- ค. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า ✓
- ง. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า" ตามย่อหน้าที่ 6 เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดคือเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่ารายการเทียบเท่าเงินสดต้องมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า • "เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ไม่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่ารายการเทียบเท่าเงินสดต้องพร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ • "เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเงินสดประกอบด้วยเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ไม่ใช่เมื่อครบกำหนด อ้างอิงตัวบท ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ประกอบด้วย เงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืน” ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “เงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืน เมื่อทวงถาม” ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “รายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึง เงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง” ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ซึ่งพร้อมที่ จะเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้” ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “มีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง ในมูลค่า”
ย่อหน้าที่ 6 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด (ปรับปรุง 2567): “ประกอบด้วย เงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
Exam Simulator
Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.
Exam Preview
What an approved exam looks like to a test-taker.
การบัญชี: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1
Time limit: 27 minutes
1. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและเริ่มทำบัญชีแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี และไม่อยู่ในกรณีที่ต้องปิดบัญชีพร้อมกับสำนักงานใหญ่ บริษัทต้องปิดบัญชีครั้งแรกและครั้งต่อไปอย่างไร
- ก. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
- ข. ปิดครั้งแรกภายในหกเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบหกเดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน
- ค. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปก่อนครบสิบสองเดือนได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต
- ง. ปิดครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี และปิดครั้งต่อไปทุกรอบสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชี
2. นิติบุคคล ค. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ และมิได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ข้อใดเป็นสิ่งที่นิติบุคคล ค. ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
- ก. ต้องจัดทำงบการเงิน แต่ไม่ต้องยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่
- ข. ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่
- ค. ต้องจัดทำงบการเงินและยื่นงบการเงินต่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- ง. ไม่ต้องจัดทำงบการเงินหรือยื่นต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่
3. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีและได้ปิดบัญชีของกิจการแล้ว กรณีนี้ไม่ใช่กรณีส่งมอบบัญชีและเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด และอธิบดีไม่ได้กำหนดให้กิจการประเภทนี้เก็บรักษาไว้เกินห้าปี บริษัท ค. จำกัดต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีนานเท่าใด และเริ่มนับจากเมื่อใด
- ก. เกินห้าปีแต่ไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันปิดบัญชี
- ข. ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันส่งมอบบัญชีและเอกสาร
- ค. ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี
- ง. ไม่เกินห้าปีนับแต่วันปิดบัญชี
4. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีของบริษัทเสียหายมาก่อน แต่บริษัทเพิ่งทราบถึงความเสียหายในภายหลัง ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ข้อใดระบุผู้รับแจ้งและกำหนดเวลาได้ถูกต้อง
- ก. แจ้งต่ออธิบดี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย
- ข. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย
- ค. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เอกสารเกิดความเสียหาย
- ง. แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงความเสียหาย
5. นาย ก. เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้เลิกประกอบธุรกิจโดยมิได้มีการชำระบัญชี มิได้ร้องขอขยายเวลาส่งมอบ และยังไม่เคยส่งมอบบัญชีหรือเอกสารมาก่อน ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นาย ก. ต้องส่งมอบบัญชีและเอกสารแก่ผู้ใดและภายในกำหนดใด
- ก. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ
- ข. ส่งมอบให้ครบถ้วนถูกต้องแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเวลาที่กำหนด
- ค. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันร้องขอขยายเวลา
- ง. ส่งมอบแก่สารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ
6. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี แต่ไม่จัดให้มีการทำบัญชี และจนถึงขณะพิจารณายังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง บริษัท ค. จำกัดได้รับผลตามกฎหมายข้อใด
- ก. มีความผิดอาญา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และถูกปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ข. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสี่หมื่นบาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ง. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสามหมื่นบาท แต่ไม่ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยเป็นรายวันแม้ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง
7. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี แต่เก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เพียงสี่ปีนับแต่วันปิดบัญชี และยังมิได้ส่งมอบบัญชีและเอกสารดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัท ค. จำกัดมีผลอย่างไร
- ก. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินเจ็ดพันบาท
- ข. ไม่มีความผิดทางพินัย เพราะเก็บรักษาบัญชีไว้แล้วเป็นเวลาสี่ปี
- ค. มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าพันบาท
- ง. มีความผิดอาญา ต้องชำระโทษปรับทางอาญาไม่เกินห้าพันบาท
8. กิจการที่หนึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ส่วนกิจการที่สองเป็นห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนซึ่งประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยยังไม่มีประกาศของรัฐมนตรีเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการบัญชี ข้อใดถูกต้อง
- ก. ทั้งสองกิจการต่างเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ข. ทั้งสองกิจการต่างไม่เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ค. เฉพาะกิจการที่สองเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
- ง. เฉพาะกิจการที่หนึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
9. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายการจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้ถูกต้อง
- ก. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง เว้นแต่ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
- ข. งบการเงินอาจจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องประเมินความสามารถของกิจการ หากฝ่ายบริหารยังมิได้ตัดสินใจหยุดธุรกิจ
- ค. งบการเงินต้องไม่จัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่องทันที เมื่อพบความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญที่ทำให้เกิดข้อสงสัย
- ง. งบการเงินจัดทำตามเกณฑ์การดำเนินงานต่อเนื่อง แม้ฝ่ายบริหารตั้งใจชำระบัญชีหรือหยุดประกอบธุรกิจ หรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
10. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามข้อใด
- ก. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์เงินสด เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด
- ข. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลกระแสเงินสด
- ค. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง เว้นแต่เป็นข้อมูลที่ไม่ใช่กระแสเงินสด
- ง. กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามเกณฑ์คงค้าง รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดด้วย
11. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายหลักการจัดประเภทสินทรัพย์หมุนเวียนได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดที่มีข้อจำกัดในการใช้ชำระหนี้สินอย่างน้อย 12 เดือนเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
- ข. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดครบทุกข้อ
- ค. สินทรัพย์เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง
- ง. สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน
12. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการเลื่อนการชำระหนี้ที่ทำให้กิจการต้องจัดประเภทหนี้สินเป็นรายการหมุนเวียนได้ถูกต้อง
- ก. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการมีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
- ข. ณ วันเริ่มรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
- ค. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
- ง. ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน กิจการไม่มีสิทธิเลื่อนการชำระหนี้ออกไปอย่างน้อย 12 เดือน
13. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เรื่อง สินค้าคงเหลือ สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าอย่างไร
- ก. ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า
- ข. ด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า
- ค. ด้วยมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุนของสินค้าคงเหลือ
- ง. ด้วยราคาทุนของสินค้าคงเหลือ โดยไม่เปรียบเทียบกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ
14. บริษัท ค. จำกัดซื้อเครื่องจักรนำเข้า โดยมีราคาซื้อ อากรขาเข้า และภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ บริษัทได้รับส่วนลดการค้า และจ่ายค่าขนส่งกับค่าติดตั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้เครื่องจักรอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมใช้งานตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร บริษัทต้องรวมรายการใดเป็นราคาทุนของเครื่องจักร
- ก. ราคาซื้อหลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว แต่ไม่รวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้
- ข. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
- ค. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ก่อนหักส่วนลดการค้า รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
- ง. ราคาซื้อรวมอากรขาเข้าและภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้หลังหักส่วนลดการค้า แต่ไม่รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งดังกล่าว
15. บริษัท ค. จำกัดกำลังพิจารณาต้นทุนของอุปกรณ์หนึ่งรายการ โดยมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากอุปกรณ์นั้น และบริษัทสามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ ตามมาตรฐานการบัญชี บริษัทต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจริง
- ข. ยังไม่ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ จนกว่าจะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างแน่นอน
- ค. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นสินทรัพย์ เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขทุกข้อ
- ง. ต้องรับรู้ต้นทุนของอุปกรณ์เป็นค่าใช้จ่าย เพราะวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ
16. บริษัท ค. จำกัด มีต้นทุนในการเก็บรักษาสินค้าที่จำเป็นในกระบวนการผลิตก่อนจะถึงขั้นตอนการผลิตถัดไป และมีต้นทุนในการขายสินค้า บริษัทควรปฏิบัติอย่างไร
- ก. ไม่นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น
- ข. นำต้นทุนทั้งสองรายการมารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และไม่รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น
- ค. นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดถัดไป
- ง. นำต้นทุนการเก็บรักษามารวมเป็นต้นทุนสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนในการขายเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น
17. บริษัท ค. จำกัดมีสินค้าคงเหลือชนิด ก. และชนิด ข. ซึ่งไม่อยู่ในกรณีที่มาตรฐานกล่าวไว้ต่างหาก สินค้าทั้งสองชนิดมีลักษณะและการใช้คล้ายคลึงกัน โดยบริษัทใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ก. ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
- ก. กิจการต้องใช้วิธีเข้าก่อนออกก่อนกับสินค้าชนิด ข. เช่นเดียวกับชนิด ก.
- ข. กิจการอาจใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกับชนิด ข. หากเห็นว่าเหมาะสม
- ค. กิจการไม่ต้องใช้วิธีเดียวกัน และอาจเลือกสองวิธีแยกกันสำหรับสินค้าแต่ละชนิด
- ง. กิจการต้องเปลี่ยนสินค้าทั้งสองชนิดไปใช้วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
18. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ กิจการต้องปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างไร
- ก. กิจการต้องปันส่วนโดยไม่เป็นระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
- ข. กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดอายุการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์
- ค. กิจการต้องรับรู้จำนวนทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา
- ง. กิจการต้องปันส่วนอย่างมีระบบตลอดรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้สินทรัพย์มา
19. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน (ปรับปรุง 2567) ข้อใดระบุงบและช่วงเวลาที่จัดทำซึ่งเป็นองค์ประกอบของงบการเงินฉบับสมบูรณ์ได้ถูกต้อง
- ก. งบกำไรขาดทุนและกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
- ข. งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
- ค. งบฐานะการเงิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
- ง. งบกระแสเงินสด ณ วันสิ้นรอบระยะเวลา
20. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ส่วนของกำไรหรือขาดทุนหรืองบกำไรขาดทุนต้องแสดงรายการใดพร้อมจำนวนเงินสำหรับรอบระยะเวลา
- ก. ยอดรวมของการดำเนินงานต่อเนื่องซึ่งแสดงเป็นจำนวนเดียว
- ข. ผลขาดทุนจากการด้อยค่าโดยไม่รวมการกลับรายการผลกำไรหรือขาดทุนจากการด้อยค่า
- ค. ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีราคาทุน
- ง. ส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนของบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ใช้วิธีส่วนได้เสีย
21. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ข้อใดอธิบายหลักการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่รับรู้ในกำไรหรือขาดทุนได้ถูกต้อง
- ก. กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ โดยใช้วิธีที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความเกี่ยวข้องมากกว่า
- ข. กิจการต้องจัดประเภททั้งตามธรรมชาติและตามหน้าที่ควบคู่กัน โดยไม่อาจเลือกใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง
- ค. กิจการต้องจัดประเภทตามธรรมชาติในทุกกรณี แม้ว่าตามหน้าที่จะให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องมากกว่า
- ง. กิจการเลือกจัดประเภทตามธรรมชาติหรือตามหน้าที่ได้ตามความสะดวก โดยไม่ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและความเกี่ยวข้อง
22. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด งบกระแสเงินสดต้องจำแนกกระแสเงินสดในระหว่างรอบระยะเวลาเป็นกิจกรรมใดบ้าง
- ก. กิจกรรมควบคุม กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน
- ข. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน
- ค. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมผลิต และกิจกรรมจัดหาเงิน
- ง. กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมบริหารงาน
23. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดจัดประเภทกระแสเงินสดได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดจ่ายให้พนักงานและจ่ายแทนพนักงาน เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
- ข. เงินสดรับจากการขายโรงงานที่ทำให้เกิดกำไร เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
- ค. เงินสดรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
- ง. เงินสดรับจากสัญญาที่ถือไว้เพื่อซื้อขายหรือเพื่อค้า เป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
24. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดประเภทกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
- ก. กระแสเงินสดจากสัญญาที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงของรายการที่ระบุได้ต้องจัดเป็นกิจกรรมลงทุนเสมอ
- ข. รายจ่ายที่ไม่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินก็สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้
- ค. เงินสดจ่ายเพื่อซื้อตราสารหนี้ของกิจการอื่นที่ถือไว้เพื่อซื้อขายสามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุนได้
- ง. เฉพาะรายจ่ายที่ส่งผลให้เกิดการรับรู้สินทรัพย์ในงบฐานะการเงินเท่านั้นที่สามารถจัดประเภทเป็นกิจกรรมลงทุน
25. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดอธิบายกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินได้ถูกต้อง
- ก. การออกหุ้นหรือตราสารทุนอื่นแล้วกิจการได้รับเงินสด ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
- ข. การซื้อหรือไถ่ถอนหุ้นแล้วกิจการได้รับเงินสดจากเจ้าของ ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
- ค. การจ่ายชำระเงินสดคืนเงินกู้ยืม ไม่ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
- ง. เงินสดที่ผู้เช่าจ่ายเพื่อเพิ่มยอดหนี้สินตามสัญญาเช่า ถือเป็นกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
26. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดอธิบายการจัดประเภทเงินปันผลจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินเท่านั้น เนื่องจากเป็นต้นทุนของการจัดหาทรัพยากรทางการเงิน และไม่อาจจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงาน
- ข. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน หรือเป็นกิจกรรมดำเนินงานเพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
- ค. เงินปันผลจ่ายต้องจัดเป็นองค์ประกอบของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น เพื่อช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
- ง. เงินปันผลจ่ายอาจจัดเป็นกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินหรือกิจกรรมดำเนินงาน แต่การจัดเป็นกิจกรรมดำเนินงานไม่ช่วยพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผล
27. ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 เรื่อง งบกระแสเงินสด ข้อใดกล่าวถึงความหมายของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถูกต้อง
- ก. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
- ข. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ไม่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
- ค. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า
- ง. เงินสดประกอบด้วยเงินสดในมือและเงินฝากธนาคารที่ต้องจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด ส่วนรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง พร้อมเปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้ และมีความเสี่ยงที่ไม่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่า