Overview
ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากตัวบท และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง
Blueprint
Topic weighting and difficulty distribution
| Topic | Weight | # Questions | Difficulty (E/M/H) |
|---|
Exam Set Intelligence
Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.
16 min
Estimated time
1
Topics
0
Coverage gaps
0
Duplicate pairs
83/100
Blueprint alignment
Blueprint Target vs Actual
⚠ difficulty easy: major_mismatch (+24pp).
⚠ difficulty medium: major_mismatch (+29pp).
⚠ difficulty hard: major_mismatch (+48pp).
Assessment Performance
Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.
0
Attempts
0
Completed
—
Completion rate
—
Average score
—
Median score
—
Average completion
No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.
All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:58:03 PM
Questions
Review, edit, approve, or reject generated questions.
21 approved and ready to save.
หน่วยงาน ก. เป็นหน่วยรับงบประมาณและจะก่อหนี้ผูกพันงบประมาณเป็นเวลาสองปีงบประมาณ สำหรับรายการที่มีวงเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านบาท หน่วยงาน ก. ต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ ✓
- ข. ยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
- ค. ต้องยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการก่อน แล้วจึงเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
- ง. ต้องเสนอผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อคณะรัฐมนตรี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ" ข้อเท็จจริงว่าเป็นหน่วยรับงบประมาณ → “หน่วยรับงบประมาณ”; การผูกพันสองปีงบประมาณ → “มากกว่า หนึ่งปีงบประมาณ”; วงเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านบาท → “ตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป” จึงเกิดผล คือ ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ให้หน่วยรับงบประมาณเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ” ก่อนยื่นคำขอ • "ต้องยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการก่อน แล้วจึงเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ “ก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ” • "ต้องเสนอผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อคณะรัฐมนตรี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ “เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ” และยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่าย “ต่อผู้อำนวยการ” อ้างอิงตัวบท มาตรา 26 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณจะต้องมีการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่า หนึ่งปีงบประมาณสำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป ให้หน่วยรับงบประมาณเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ”
มาตรา 26 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณจะต้องมีการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่า หนึ่งปีงบประมาณสำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป ให้หน่วยรับงบประมาณเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะมีการยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีหลังพ้นกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด แม้ได้แนบรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณมาด้วย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ผู้อำนวยการต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ผู้อำนวยการรอให้หน่วยรับงบประมาณยื่นคำขอใหม่ภายในกำหนดก่อนจึงตั้งงบประมาณ
- ข. ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร ✓
- ค. ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ตรงตามจำนวนในคำขอเดิม
- ง. ผู้อำนวยการงดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร" ข้อเท็จจริงว่าเป็นหน่วยรับงบประมาณ → “หน่วยรับงบประมาณ”; การยื่นหลังพ้นกำหนด → “มิได้ยื่นภายในกำหนดระยะเวลาตามที่ผู้อำนวยการกำหนด”; การแนบรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณ → ไม่เข้าเงื่อนไข “ยื่นคำขอโดยไม่มีรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณ” แต่ไม่ทำให้เงื่อนไขยื่นล่าช้าหมดไป ดังนั้น กำหนดว่า “ให้ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร” ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้อำนวยการรอให้หน่วยรับงบประมาณยื่นคำขอใหม่ภายในกำหนดก่อนจึงตั้งงบประมาณ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดผลของการมิได้ยื่นภายในกำหนดไว้โดยตรงว่า “ให้ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร” • "ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ตรงตามจำนวนในคำขอเดิม" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี “ตามที่เห็นสมควร” มิได้บังคับให้ตรงตามคำขอเดิม • "ผู้อำนวยการงดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเมื่อมิได้ยื่นภายในกำหนด “ให้ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้” อ้างอิงตัวบท มาตรา 30 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ถ้าหน่วยรับงบประมาณมิได้ยื่นภายในกำหนดระยะเวลาตามที่ผู้อำนวยการกำหนด หรือยื่นคำขอโดยไม่มีรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณตามมาตรา 25 และมาตรา 28 ให้ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร”
มาตรา 30 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ถ้าหน่วยรับงบประมาณมิได้ยื่นภายในกำหนดระยะเวลาตามที่ผู้อำนวยการกำหนด หรือยื่นคำขอโดยไม่มีรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณตามมาตรา 25 และมาตรา 28 ให้ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
มีพระราชกฤษฎีกาโอนส่วนราชการ ก. เข้ากับส่วนราชการ ข. โดยไม่ได้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่ และกำหนดให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ซึ่งกำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายไปเป็นของ ข. ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ
- ก. ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของส่วนราชการอื่นซึ่งมิใช่ ข. ตามที่ ก. เลือก
- ข. จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ได้ต่อเมื่อการโอนนั้นจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่เท่านั้น
- ค. ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ✓
- ง. จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. มิได้ เพราะกำหนดไว้ตามกฎหมายงบประมาณ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา" งบประมาณของ ก. ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย → “งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย”; การมีพระราชกฤษฎีกาโอน ก. เข้ากับ ข. → “มีพระราชกฤษฎีการวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกัน”; การไม่ได้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่ → “ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ตาม”; การกำหนดให้โอนงบประมาณไปเป็นของ ข. → “ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการที่ถูกโอน...ไปเป็นของส่วนราชการที่รับโอน” และ “ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว” ดังนั้นต้องโอนงบประมาณของ ก. ไปเป็นของ ข. ตามพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของส่วนราชการอื่นซึ่งมิใช่ ข. ตามที่ ก. เลือก" ผิด: แหล่งที่มากำหนดให้โอนงบประมาณไปเป็นของส่วนราชการที่รับโอน ที่รวมเข้าด้วยกัน หรือที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา • "จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ได้ต่อเมื่อการโอนนั้นจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่เท่านั้น" ผิด: แหล่งที่มาระบุว่า การวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกันอาจมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ได้ • "จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. มิได้ เพราะกำหนดไว้ตามกฎหมายงบประมาณ" ผิด: แหล่งที่มากำหนดเป็นข้อยกเว้นว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกัน ให้โอนงบประมาณของส่วนราชการที่ถูกโอนไปเป็นของส่วนราชการที่รับโอน อ้างอิงตัวบท มาตรา 35 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีการวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกันไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ตาม ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการที่ถูกโอนหรือรวมเข้าด้วยกันนั้นไปเป็นของส่วนราชการที่รับโอนหรือที่รวมเข้าด้วยกัน หรือส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว”
มาตรา 35 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีการวมหรือโอนส่วนราชการเข้าด้วยกันไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ตาม ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการที่ถูกโอนหรือรวมเข้าด้วยกันนั้นไปเป็นของส่วนราชการที่รับโอนหรือที่รวมเข้าด้วยกัน หรือส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งมีงบประมาณรายจ่ายที่กำหนดไว้ในแผนงานตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายงบกลาง และหน่วยงานประสงค์จะโอนไปใช้ในโครงการใหม่ กรณีนี้ต้องดำเนินการอย่างไรจึงถูกต้องตามกฎหมาย
- ก. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแม้เป็นโครงการใหม่
- ข. ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำหรับการโอนนี้
- ค. ต้องได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีก่อน โดยผู้อำนวยการจึงจะอนุมัติให้นำไปใช้ในโครงการใหม่ได้
- ง. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยผู้อำนวยการจะอนุมัติได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยผู้อำนวยการจะอนุมัติได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี" ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณซึ่งกำหนดไว้ในแผนงาน → “งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่กำหนดไว้ในแผนงานหรือรายการใด” และการประสงค์จะโอนไปใช้ในโครงการใหม่ → “เป็นแผนงานหรือโครงการใหม่” ส่วนข้อเท็จจริงว่าไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายงบกลางทำให้ไม่เข้าเงื่อนไข → “รายจ่ายรายการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายงบกลาง” ดังนั้น การโอนต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ และเพราะเป็นโครงการใหม่ ผู้อำนวยการจะอนุมัติมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแม้เป็นโครงการใหม่" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าผู้อำนวยการจะอนุมัติมิได้เมื่อเป็นแผนงานหรือโครงการใหม่ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี • "ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำหรับการโอนนี้" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าการโอนไปใช้ในแผนงานหรือรายการอื่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ ส่วนการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเป็นข้อยกเว้นที่ทำให้ผู้อำนวยการอนุมัติโครงการใหม่ได้ • "ต้องได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีก่อน โดยผู้อำนวยการจึงจะอนุมัติให้นำไปใช้ในโครงการใหม่ได้" ผิด: การอนุมัติของนายกรัฐมนตรีใช้กับการโอนระหว่างรายการในงบกลาง แต่กรณีโอนไปใช้ในโครงการใหม่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี อ้างอิงตัวบท มาตรา 36 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “จะโอนหรือนำไปใช้ในแผนงานหรือรายการอื่นมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ” มาตรา 36 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “แต่ผู้อำนวยการจะอนุมัติมิได้ ในกรณีที่เป็นผลให้เพิ่มรายจ่ายประเภทเงินราชการลับ หรือเป็นแผนงานหรือโครงการใหม่ เว้นแต่ จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี”
มาตรา 36 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “จะโอนหรือนำไปใช้ในแผนงานหรือรายการอื่นมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งขอเบิกเงินจากคลังตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ไม่สามารถเบิกได้ภายในปีงบประมาณ โดยได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและกันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว ทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องขอเบิกภายหลังช่วงเวลาที่กฎหมายขยายให้ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กรณีนี้ใช้กำหนดเวลาใด
- ก. ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป ✓
- ข. ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนทันที
- ค. ให้ขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้นและไม่อาจขยายเวลาออกไปได้
- ง. ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ก่อหนี้ผูกพัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป" ข้อเท็จจริงขอเบิกตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี → “การขอเบิกเงินจากคลังตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณใด”; ไม่สามารถเบิกได้ภายในปีงบประมาณ → “ในกรณีที่ไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายในปีงบประมาณ”; ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ → “ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้” และ “ก่อนสิ้นปีงบประมาณ”; กันเงินไว้ตามระเบียบแล้ว → “ได้มีการกันเงินไว้ ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว”; ไม่มีความจำเป็นต้องขอเบิกภายหลังช่วงเวลาขยาย → ไม่เข้าเหตุยกเว้น “เว้นแต่มีความจำเป็นต้องขอเบิกเงินจากคลังภายหลังเวลาดังกล่าว” จึงใช้กำหนด คือ “ไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป” ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนทันที" ผิด: การขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังใช้เมื่อ “มีความจำเป็นต้องขอเบิกเงินจากคลังภายหลังเวลาดังกล่าว” เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงไม่เข้าเงื่อนไขนี้ • "ให้ขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้นและไม่อาจขยายเวลาออกไปได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเมื่อก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและกันเงินไว้ตามระเบียบแล้ว ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้ • "ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ก่อหนี้ผูกพัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาว่า “ไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป” มิใช่นับแต่วันที่ก่อหนี้ผูกพัน อ้างอิงตัวบท มาตรา 43 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “การขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังตามวรรคสอง ให้ขยายออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป”
มาตรา 43 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “การขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังตามวรรคสอง ให้ขยายออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณ ก. ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ แต่ไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายในปีงบประมาณนั้น เมื่อพ้นหกเดือนของปีงบประมาณถัดไปยังมีความจำเป็นต้องขอเบิกเงินดังกล่าว ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
- ก. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขอเบิกได้ตลอดปีงบประมาณถัดไปโดยไม่ต้องขยายเวลา เพราะก่อหนี้ไว้ก่อนสิ้นปี
- ข. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกเงินไม่ได้ แม้มีความจำเป็น เพราะไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบ ✓
- ค. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกได้ไม่เกินหกเดือน เพราะก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีแล้ว
- ง. หน่วยรับงบประมาณ ก. ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายได้อีกไม่เกินหกเดือน เพราะมีความจำเป็น
Explanation: คำตอบที่ถูก: "หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกเงินไม่ได้ แม้มีความจำเป็น เพราะไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบ" ข้อเท็จจริงแมปกับองค์ประกอบดังนี้: หน่วยรับงบประมาณ ก. → “หน่วยรับงบประมาณ”; ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปี → “ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้” และ “ก่อนสิ้นปีงบประมาณ”; ไม่ได้กันเงินไว้ → ไม่ครบเงื่อนไข “ได้มีการกันเงินไว้ ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว”; ไม่สามารถเบิกได้ภายในปีงบประมาณ → “ไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายในปีงบประมาณ”; และความจำเป็นภายหลังหกเดือน → “มีความจำเป็นต้องขอเบิกเงินจากคลังภายหลังเวลาดังกล่าว” อย่างไรก็ดี มาตรา 43 กำหนดให้ขยายเวลาได้เฉพาะเมื่อก่อหนี้ผูกพันก่อนสิ้นปีและได้กันเงินไว้แล้ว เมื่อกรณีนี้ไม่ได้กันเงินไว้ จึงขยายเวลาขอเบิกเงินไม่ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หน่วยรับงบประมาณ ก. ขอเบิกได้ตลอดปีงบประมาณถัดไปโดยไม่ต้องขยายเวลา เพราะก่อหนี้ไว้ก่อนสิ้นปี" ผิด: แหล่งที่มาระบุว่าให้ขอเบิกได้ “แต่เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้น” ส่วนการเบิกภายหลังต้องเข้าเงื่อนไขการขยายเวลา • "หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกได้ไม่เกินหกเดือน เพราะก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีแล้ว" ผิด: แหล่งที่มากำหนดให้ต้องทั้ง “ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ” และ “ได้มีการกันเงินไว้ ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว” • "หน่วยรับงบประมาณ ก. ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายได้อีกไม่เกินหกเดือน เพราะมีความจำเป็น" ผิด: การขยายเวลาทำได้เฉพาะเมื่อก่อหนี้ผูกพันก่อนสิ้นปีและได้กันเงินไว้แล้ว แต่กรณีนี้ไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบ อ้างอิงตัวบท มาตรา 43 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ และได้มีการกันเงินไว้ ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว”
มาตรา 43 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ และได้มีการกันเงินไว้ ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
เกิดกรณีจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน โดยเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในงบประมาณรายจ่ายงบกลางมีไม่เพียงพอ คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติให้จ่ายเงินทุนสำรองจ่าย และได้จ่ายเงินไปแล้ว ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
- ก. เงินทุนมีจำนวนสี่หมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก
- ข. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติคณะรัฐมนตรี และให้ตั้งงบประมาณชดใช้
- ค. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก ✓
- ง. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และเมื่อจ่ายแล้วไม่ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก" กรณีนี้มีข้อเท็จจริงดังนี้: ความจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน → “ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน”; เงินสำรองจ่ายในงบประมาณรายจ่ายงบกลางไม่เพียงพอ → “งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ไม่เพียงพอ”; คณะรัฐมนตรีอนุมัติ → “โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี”; และได้จ่ายเงินแล้ว → “เมื่อได้จ่ายเงินไปแล้ว” จึงใช้เงินทุนสำรองจ่ายจำนวนห้าหมื่นล้านบาทได้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เพื่อสมทบเงินทุนนั้นในโอกาสแรก ตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เงินทุนมีจำนวนสี่หมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเงินทุนสำรองจ่ายเป็นจำนวน “ห้าหมื่นล้านบาท” • "เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติคณะรัฐมนตรี และให้ตั้งงบประมาณชดใช้" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้การนำเงินทุนไปจ่ายต้องเป็นไป “โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี” • "เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และเมื่อจ่ายแล้วไม่ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “เมื่อได้จ่ายเงินไปแล้ว ให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้” ในโอกาสแรก อ้างอิงตัวบท มาตรา 45 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เรียกว่า “เงินทุนสำรองจ่าย” เป็นจำนวนห้าหมื่นล้านบาท” มาตรา 45 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เงินทุนนี้ให้นำไปจ่ายได้ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน และงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี” มาตรา 45 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เมื่อได้จ่ายเงินไปแล้ว ให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายเพื่อสมทบเงินทุนนั้นไว้จ่ายต่อไปในโอกาสแรก”
มาตรา 45 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เรียกว่า “เงินทุนสำรองจ่าย” เป็นจำนวนห้าหมื่นล้านบาท”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณ ได้จ่ายเงินตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยรู้อยู่แล้วว่าฝ่าฝืนระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ทั้งมิได้ทักท้วงคำสั่งและมิได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือ ข้อใดเป็นผลตามกฎหมาย
- ก. นาย ก. ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทน เพราะเป็นการจ่ายเงินตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
- ข. นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนใด ๆ แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป
- ค. นาย ก. อาจรับผิดทางอาญาตามกฎหมายอื่น แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
- ง. นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณนั้น ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณนั้น" ข้อเท็จจริงที่นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณ → “ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณ”; การจ่ายเงินโดยรู้อยู่แล้วว่าฝ่าฝืนระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ → “ผู้ใดจ่ายเงิน...โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้”; การไม่ทักท้วงและไม่บันทึกข้อโต้แย้งเป็นหนังสือ → ไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นสำหรับผู้ที่ “ได้ทักท้วงคำสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือแล้ว” ดังนั้น นาย ก. ต้องชดใช้เงินงบประมาณที่จ่ายไปและค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยรับงบประมาณ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นาย ก. ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทน เพราะเป็นการจ่ายเงินตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา" ผิด: ข้อยกเว้นใช้แก่เจ้าหน้าที่ซึ่งได้ทักท้วงคำสั่ง หรือได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือแล้ว แต่นาย ก. ไม่ได้ดำเนินการทั้งสองอย่าง • "นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนใด ๆ แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รับผิดชดใช้ทั้งเงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไปและค่าสินไหมทดแทนใด ๆ • "นาย ก. อาจรับผิดทางอาญาตามกฎหมายอื่น แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า นอกจากความรับผิดทางอาญาซึ่งอาจได้รับตามกฎหมายอื่นแล้ว ผู้กระทำจะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณและค่าสินไหมทดแทนด้วย อ้างอิงตัวบท มาตรา 52 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณผู้ใดจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพัน หรือโดยรู้อยู่แล้วยินยอมให้กระทำการดังกล่าวนั้นโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากความรับผิดทางอาญาซึ่งอาจได้รับตามกฎหมายอื่นแล้ว ผู้กระทำหรือผู้ยินยอมให้กระทำการดังกล่าวจะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป” มาตรา 52 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งได้ทักท้วงคำสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือแล้วว่า การที่จะปฏิบัติ ตามคำสั่งนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบ” มาตรา 52 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “จะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไปหรือต้องผูกพันจะต้องจ่าย ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณนั้น”
มาตรา 52 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณผู้ใดจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพัน หรือโดยรู้อยู่แล้วยินยอมให้กระทำการดังกล่าวนั้นโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากความรับผิดทางอาญาซึ่งอาจได้รับตามกฎหมายอื่นแล้ว ผู้กระทำหรือผู้ยินยอมให้กระทำการดังกล่าวจะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณ ก. ประสงค์จะโอนเงินจัดสรรจากแผนงานยุทธศาสตร์หนึ่งไปตั้งจ่ายในแผนงานยุทธศาสตร์อีกแผนงานหนึ่ง โดยทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หน่วยรับงบประมาณ ก. ต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ✓
- ข. โอนได้ต่อเมื่อแผนงานยุทธศาสตร์ทั้งสองอยู่ต่างหน่วยรับงบประมาณกัน โดยขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
- ค. โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
- ง. โอนไม่ได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ แม้ทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ" ข้อเท็จจริง “โอนเงินจัดสรรจากแผนงานหนึ่งไปตั้งจ่ายในแผนงานอื่น” → “การโอนเงินจัดสรรจากแผนงานหนึ่งไปตั้งจ่ายในแผนงานอื่น”; “จากแผนงานยุทธศาสตร์หนึ่งไปยังแผนงานยุทธศาสตร์อีกแผนงานหนึ่ง” → “ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์”; “ทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน” → “ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน”; และ “ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น” → “เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น” ซึ่งทำให้ข้อยกเว้นไม่ถูกใช้ กรณีนี้จึงโอนได้และต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ตามข้อ 26 แห่งระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "โอนได้ต่อเมื่อแผนงานยุทธศาสตร์ทั้งสองอยู่ต่างหน่วยรับงบประมาณกัน โดยขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้การโอนดังกล่าวอยู่ “ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน” • "โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ” • "โอนไม่ได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ แม้ทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้กระทำได้เฉพาะ “ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์” ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน อ้างอิงตัวบท ข้อ 26 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้กระทำได้เฉพาะการโอนระหว่างแผนงานพื้นฐาน หรือระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ หรือระหว่างแผนงานพื้นฐานและแผนงานยุทธศาสตร์ ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน” ข้อ 26 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ”
ข้อ 26 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้กระทำได้เฉพาะการโอนระหว่างแผนงานพื้นฐาน หรือระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ หรือระหว่างแผนงานพื้นฐานและแผนงานยุทธศาสตร์ ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งจะส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่จะเริ่มขึ้น โดยมิใช่กรณีที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือได้รับจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการโอนงบประมาณรายจ่าย หน่วยรับงบประมาณต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ
- ข. ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ ✓
- ค. ส่งให้สำนักงบประมาณภายในระยะเวลาที่สำนักงบประมาณกำหนดเป็นกรณีไป
- ง. ไม่ต้องส่งให้สำนักงบประมาณก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ แต่อาจส่งภายหลังได้
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ" ข้อเท็จจริง “หน่วยรับงบประมาณ” → “หน่วยรับงบประมาณ”; การส่งแผนทั้งสองประเภท → “ส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สำนักงบประมาณ”; และข้อเท็จจริงที่มิใช่กรณีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือการโอนงบประมาณ → ไม่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น จึงใช้กำหนดหลัก คือ “ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ” ตามข้อ 9 แห่งระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ” มิใช่สิบวัน • "ส่งให้สำนักงบประมาณภายในระยะเวลาที่สำนักงบประมาณกำหนดเป็นกรณีไป" ผิด: กรณีในโจทย์มิใช่ข้อยกเว้น ส่วนข้อความ “ภายในระยะเวลาที่สำนักงบประมาณกำหนดเป็นกรณีไป” ใช้กับกรณีที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือตามกฎหมายว่าด้วยการโอนงบประมาณรายจ่าย • "ไม่ต้องส่งให้สำนักงบประมาณก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ แต่อาจส่งภายหลังได้" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณส่งแผนให้สำนักงบประมาณ “ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ” อ้างอิงตัวบท ข้อ 9 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้หน่วยรับงบประมาณส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ”
ข้อ 9 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้หน่วยรับงบประมาณส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อผู้อำนวยการเรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอข้อมูล หน่วยรับงบประมาณต้องเสนอข้อมูลใด
- ก. แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
- ข. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินในงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
- ค. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด ✓
- ง. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและผลการดำเนินงาน ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด" มาตรา 19 (3) กำหนดให้ผู้อำนวยการเรียกหน่วยรับงบประมาณเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด" ผิด: มาตรา 19 (3) ระบุข้อมูลที่เรียกให้เสนอว่าเป็นประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ • "ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินในงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด" ผิด: มาตรา 19 (3) ระบุให้เสนอ “สถานะเงินนอกงบประมาณ” มิใช่สถานะเงินในงบประมาณ • "ประมาณการรายรับและรายจ่ายและผลการดำเนินงาน ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด" ผิด: มาตรา 19 (3) กำหนดให้เสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ อ้างอิงตัวบท มาตรา 19 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณตามแบบและหลักเกณฑ์” มาตรา 19 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด”
มาตรา 19 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “เรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณตามแบบและหลักเกณฑ์”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ข้อใดอธิบายบทบาทของรัฐมนตรีในการควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
- ข. รัฐมนตรีไม่ต้องรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ค. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจเรียกข้อเท็จจริงหรือมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหลักฐาน
- ง. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" มาตรา 37 กำหนดให้รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย โดยการออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รัฐมนตรีออกระเบียบ “โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี” • "รัฐมนตรีไม่ต้องรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ให้รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่าย” • "รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจเรียกข้อเท็จจริงหรือมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหลักฐาน" ผิด: แหล่งข้อมูลให้อำนาจรัฐมนตรีเรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอข้อเท็จจริง และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเอกสารหลักฐานได้ อ้างอิงตัวบท มาตรา 37 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย” มาตรา 37 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินดังกล่าวด้วย”
มาตรา 37 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้รัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องกำกับหรือควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณอย่างไร
- ก. ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ✓
- ข. ให้ใช้จ่ายเกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
- ค. ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
- ง. ให้ใช้จ่ายนอกวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด" มาตรา 38 กำหนดให้รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายรับผิดชอบกำกับหรือควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้อยู่ภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ใช้จ่ายเกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด" ผิด: มาตรา 38 กำหนดให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ “ภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร” • "ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ" ผิด: มาตรา 38 กำหนดให้การใช้จ่าย “เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด” • "ให้ใช้จ่ายนอกวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ" ผิด: มาตรา 38 กำหนดทั้งให้ใช้จ่ายภายในวงเงินที่ได้รับจัดสรร และให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด อ้างอิงตัวบท มาตรา 38 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้มีการใช้จ่ายงบประมาณภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร” มาตรา 38 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด”
มาตรา 38 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้มีการใช้จ่ายงบประมาณภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของคำว่า “หน่วยรับงบประมาณ” ได้ถูกต้อง
- ก. หน่วยงานของรัฐที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแล้ว โดยไม่รวมหน่วยงานที่เพียงขอรับงบประมาณ
- ข. หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และรวมถึงสภากาชาดไทยด้วย ✓
- ค. หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แต่ไม่รวมถึงสภากาชาดไทย
- ง. หน่วยงานใดที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แม้ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐหรือสภากาชาดไทย
Explanation: คำตอบที่ถูก: "หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และรวมถึงสภากาชาดไทยด้วย" มาตรา 4 นิยาม “หน่วยรับงบประมาณ” ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และกำหนดให้รวมถึงสภากาชาดไทยด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หน่วยงานของรัฐที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแล้ว โดยไม่รวมหน่วยงานที่เพียงขอรับงบประมาณ" ผิด: มาตรา 4 กำหนดให้หมายถึงหน่วยงานของรัฐที่ “ขอรับหรือได้รับจัดสรร” งบประมาณรายจ่าย จึงครอบคลุมหน่วยงานที่ขอรับด้วย • "หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แต่ไม่รวมถึงสภากาชาดไทย" ผิด: มาตรา 4 ระบุชัดว่าให้ความหมายของหน่วยรับงบประมาณรวมถึงสภากาชาดไทยด้วย • "หน่วยงานใดที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แม้ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐหรือสภากาชาดไทย" ผิด: มาตรา 4 จำกัดความหมายไว้ที่หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และขยายให้รวมสภากาชาดไทย มิได้รวมหน่วยงานใด ๆ โดยทั่วไป อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: ““หน่วยรับงบประมาณ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่าย” มาตรา 4 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “และให้หมายความรวมถึงสภากาชาดไทยด้วย”
มาตรา 4 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: ““หน่วยรับงบประมาณ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่าย”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ข้อใดอธิบายสถานะและลักษณะของการประเมินผลในการบริหารงบประมาณได้ถูกต้อง
- ก. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แต่ดำเนินการเป็นครั้งคราวพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ข. การประเมินผลไม่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แม้ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ค. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน ✓
- ง. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน
Explanation: คำตอบที่ถูก: "การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน" มาตรา 47 ให้ถือว่าการประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ โดยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แต่ดำเนินการเป็นครั้งคราวพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน" ผิด: มาตรา 47 กำหนดว่าการประเมินผลต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง • "การประเมินผลไม่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แม้ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน" ผิด: มาตรา 47 กำหนดให้ถือว่าการประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ • "การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน" ผิด: มาตรา 47 กำหนดให้การประเมินผลต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย อ้างอิงตัวบท มาตรา 47 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้ถือว่าการประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ” มาตรา 47 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง” มาตรา 47 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “และเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย”
มาตรา 47 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้ถือว่าการประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อสิ้นปีงบประมาณ รัฐมนตรีต้องประกาศรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีที่สิ้นสุดนั้นและเงินทุนสำรองจ่ายในราชกิจจานุเบกษาภายในกี่วัน
- ก. ภายในสามสิบวัน
- ข. ภายในสี่สิบห้าวัน
- ค. ภายในเก้าสิบวัน
- ง. ภายในหกสิบวัน ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายในหกสิบวัน" มาตรา 49 กำหนดว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้รัฐมนตรีประกาศรายงานดังกล่าวและเงินทุนสำรองจ่ายในราชกิจจานุเบกษาภายในหกสิบวัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายในสามสิบวัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าให้ประกาศ “ภายในหกสิบวัน” ไม่ใช่ภายในสามสิบวัน • "ภายในสี่สิบห้าวัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุระยะเวลาไว้ที่หกสิบวัน ไม่ใช่สี่สิบห้าวัน • "ภายในเก้าสิบวัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ประกาศภายในหกสิบวัน ไม่ใช่ภายในเก้าสิบวัน อ้างอิงตัวบท มาตรา 49 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้รัฐมนตรีประกาศรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีที่สิ้นสุดนั้นและเงินทุนสำรองจ่ายในราชกิจจานุเบกษาภายในหกสิบวัน”
มาตรา 49 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้รัฐมนตรีประกาศรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีที่สิ้นสุดนั้นและเงินทุนสำรองจ่ายในราชกิจจานุเบกษาภายในหกสิบวัน”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ข้อใดอธิบายหลักการใช้จ่ายและการโอนงบประมาณรายจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด ✓
- ข. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้ทุกกรณีหากเห็นว่าเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ
- ค. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยห้ามโอนแม้เป็นกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด
- ง. ไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดหากเกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด" มาตรา 7 กำหนดให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และให้โอนงบประมาณรายจ่ายได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้ทุกกรณีหากเห็นว่าเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า การโอนงบประมาณรายจ่ายให้กระทำได้เฉพาะกรณีมีความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเท่านั้น • "ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยห้ามโอนแม้เป็นกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด" ผิด: แหล่งข้อมูลยอมให้โอนงบประมาณรายจ่ายได้ในกรณีมีความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ • "ไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดหากเกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้จ่ายงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายอย่างเคร่งครัด โดยมิได้ยกเว้นเมื่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน อ้างอิงตัวบท มาตรา 7 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายอย่างเคร่งครัด” มาตรา 7 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “โดยต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” มาตรา 7 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “การโอนงบประมาณรายจ่าย ให้กระทำได้เฉพาะกรณีมีความจำเป็นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น”
มาตรา 7 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561: “ให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายอย่างเคร่งครัด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ก. กรณีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หน่วยรับงบประมาณไม่อาจถูกกำหนดให้ยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ข. กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร ✓
- ค. กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ง. กรณีงบประมาณรายจ่ายที่โอนมาจากหน่วยอื่น หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรทุกกรณี
Explanation: คำตอบที่ถูก: "กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร" ข้อ 18 กำหนดว่า สำหรับเงินจัดสรรในวงเงินตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กรณีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หน่วยรับงบประมาณไม่อาจถูกกำหนดให้ยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร" ผิด: ข้อ 18 ระบุว่า สำนักงบประมาณอาจกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรก็ได้ • "กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร" ผิด: ข้อ 18 ระบุว่า หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรในกรณีดังกล่าว • "กรณีงบประมาณรายจ่ายที่โอนมาจากหน่วยอื่น หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรทุกกรณี" ผิด: ข้อ 18 กำหนดเพียงว่าสำนักงบประมาณอาจกำหนดให้ยื่นคำขอได้ มิได้กำหนดว่าต้องยื่นทุกกรณี อ้างอิงตัวบท ข้อ 18 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “สำนักงบประมาณจะอนุมัติเงินจัดสรรในวงเงินที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หรือตามที่สำนักงบประมาณกำหนด โดยหน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร”
ข้อ 18 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “สำนักงบประมาณจะอนุมัติเงินจัดสรรในวงเงินที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ให้สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หรือตามที่สำนักงบประมาณกำหนด โดยหน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ คำว่า “แผนงาน” มีความหมายครอบคลุมข้อใด
- ก. แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับหน่วยรับงบประมาณ เพื่อดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ
- ข. แผนงานที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ
- ค. แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ ✓
- ง. แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย โดยไม่รวมแผนงานที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ
Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ" ข้อ 3 กำหนดว่า “แผนงาน” หมายถึงแผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับหน่วยรับงบประมาณ เพื่อดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ" ผิด: ข้อ 3 กำหนดข้อความนี้เป็นความหมายของ “แผนการใช้จ่ายงบประมาณ” มิใช่ความหมายของ “แผนงาน” • "แผนงานที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ" ผิด: ข้อ 3 ระบุว่าแผนงานกำหนดไว้ใน “กฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย” ไม่ใช่ในเอกสารประกอบกฎหมายดังกล่าว • "แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย โดยไม่รวมแผนงานที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ" ผิด: ข้อ 3 รวมแผนงาน “ที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ” ไว้ในความหมายด้วย อ้างอิงตัวบท ข้อ 3 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “"แผนงาน" หมายความว่า แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ”
ข้อ 3 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “"แผนงาน" หมายความว่า แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อหน่วยรับงบประมาณขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ต้องยื่นเอกสารและระบุข้อมูลใด
- ก. ยื่นคำขออนุมัติโดยไม่ต้องแนบแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ แต่ให้ระบุสำนักเบิก
- ข. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องระบุสำนักเบิก
- ค. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายไตรมาส พร้อมระบุสำนักเบิก
- ง. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน พร้อมระบุสำนักเบิก ✓
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน พร้อมระบุสำนักเบิก" ข้อ 31 กำหนดให้ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลางพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน และต้องระบุสำนักเบิกที่จะเบิกจ่ายด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยื่นคำขออนุมัติโดยไม่ต้องแนบแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ แต่ให้ระบุสำนักเบิก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ยื่นคำขออนุมัติพร้อมกับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน • "ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องระบุสำนักเบิก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าให้ระบุสำนักเบิกที่จะเบิกจ่ายด้วย • "ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายไตรมาส พร้อมระบุสำนักเบิก" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ยื่นแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน ไม่ใช่รายไตรมาส อ้างอิงตัวบท ข้อ 31 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง” ข้อ 31 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลางพร้อมกับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน” ข้อ 31 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “พร้อมทั้งระบุสำนักเบิกที่จะเบิกจ่ายด้วย”
ข้อ 31 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลาง”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ข้อใดอธิบายวิธีจัดทำและรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณได้ถูกต้อง
- ก. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แต่หากไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ให้ใช้เอกสารกระดาษ ✓
- ข. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยเอกสารกระดาษเป็นหลัก และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่สามารถใช้เอกสารกระดาษได้
- ค. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แม้ไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ก็ตาม
- ง. เมื่อรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือวันที่ผู้รับยืนยันการรับข้อมูลเป็นวันที่ได้ดำเนินการแล้ว
Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แต่หากไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ให้ใช้เอกสารกระดาษ" ข้อ 6 กำหนดให้จัดทำและรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐหรือระบบที่สำนักงบประมาณกำหนด และหากไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ จึงให้ใช้เอกสารกระดาษ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยเอกสารกระดาษเป็นหลัก และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่สามารถใช้เอกสารกระดาษได้" ผิด: ข้อ 6 กำหนดให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้ใช้เอกสารกระดาษเมื่อไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ • "ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แม้ไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ก็ตาม" ผิด: ข้อ 6 กำหนดว่า กรณีไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด ให้ดำเนินการโดยใช้เอกสารกระดาษ • "เมื่อรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือวันที่ผู้รับยืนยันการรับข้อมูลเป็นวันที่ได้ดำเนินการแล้ว" ผิด: ข้อ 6 ให้ถือวันที่จัดส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้วเป็นวันที่ได้ดำเนินการ แล้วแต่กรณี อ้างอิงตัวบท ข้อ 6 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงบประมาณกำหนด” ข้อ 6 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “กรณีที่ไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงบประมาณกำหนด ให้ดำเนินการโดยใช้เอกสารกระดาษ”
ข้อ 6 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567): “ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงบประมาณกำหนด”
Question Intelligence
AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.
No analysis has been run for this version.
Real Performance
No valid finalized responses for this question version yet.
Exam Simulator
Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.
Exam Preview
What an approved exam looks like to a test-taker.
วิธีการงบประมาณ: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1
Time limit: 21 minutes
1. หน่วยงาน ก. เป็นหน่วยรับงบประมาณและจะก่อหนี้ผูกพันงบประมาณเป็นเวลาสองปีงบประมาณ สำหรับรายการที่มีวงเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านบาท หน่วยงาน ก. ต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการ
- ข. ยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
- ค. ต้องยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อผู้อำนวยการก่อน แล้วจึงเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
- ง. ต้องเสนอผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติก่อนยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อคณะรัฐมนตรี
2. หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีหลังพ้นกำหนดเวลาที่ผู้อำนวยการกำหนด แม้ได้แนบรายงานเกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณมาด้วย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ผู้อำนวยการต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ผู้อำนวยการรอให้หน่วยรับงบประมาณยื่นคำขอใหม่ภายในกำหนดก่อนจึงตั้งงบประมาณ
- ข. ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ได้ตามที่เห็นสมควร
- ค. ผู้อำนวยการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ตรงตามจำนวนในคำขอเดิม
- ง. ผู้อำนวยการงดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
3. มีพระราชกฤษฎีกาโอนส่วนราชการ ก. เข้ากับส่วนราชการ ข. โดยไม่ได้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่ และกำหนดให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ซึ่งกำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายไปเป็นของ ข. ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ
- ก. ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของส่วนราชการอื่นซึ่งมิใช่ ข. ตามที่ ก. เลือก
- ข. จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ได้ต่อเมื่อการโอนนั้นจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่เท่านั้น
- ค. ให้โอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
- ง. จะโอนงบประมาณรายจ่ายของ ก. ไปเป็นของ ข. มิได้ เพราะกำหนดไว้ตามกฎหมายงบประมาณ
4. หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งมีงบประมาณรายจ่ายที่กำหนดไว้ในแผนงานตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายงบกลาง และหน่วยงานประสงค์จะโอนไปใช้ในโครงการใหม่ กรณีนี้ต้องดำเนินการอย่างไรจึงถูกต้องตามกฎหมาย
- ก. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแม้เป็นโครงการใหม่
- ข. ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำหรับการโอนนี้
- ค. ต้องได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีก่อน โดยผู้อำนวยการจึงจะอนุมัติให้นำไปใช้ในโครงการใหม่ได้
- ง. ต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการ โดยผู้อำนวยการจะอนุมัติได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
5. หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งขอเบิกเงินจากคลังตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ไม่สามารถเบิกได้ภายในปีงบประมาณ โดยได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและกันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลังแล้ว ทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องขอเบิกภายหลังช่วงเวลาที่กฎหมายขยายให้ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ กรณีนี้ใช้กำหนดเวลาใด
- ก. ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณถัดไป
- ข. ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนทันที
- ค. ให้ขอเบิกเงินจากคลังได้เฉพาะภายในปีงบประมาณนั้นและไม่อาจขยายเวลาออกไปได้
- ง. ให้ขยายเวลาขอเบิกเงินจากคลังออกไปได้อีกไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ก่อหนี้ผูกพัน
6. หน่วยรับงบประมาณ ก. ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ แต่ไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และไม่สามารถเบิกเงินจากคลังได้ภายในปีงบประมาณนั้น เมื่อพ้นหกเดือนของปีงบประมาณถัดไปยังมีความจำเป็นต้องขอเบิกเงินดังกล่าว ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
- ก. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขอเบิกได้ตลอดปีงบประมาณถัดไปโดยไม่ต้องขยายเวลา เพราะก่อหนี้ไว้ก่อนสิ้นปี
- ข. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกเงินไม่ได้ แม้มีความจำเป็น เพราะไม่ได้กันเงินไว้ตามระเบียบ
- ค. หน่วยรับงบประมาณ ก. ขยายเวลาขอเบิกได้ไม่เกินหกเดือน เพราะก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีแล้ว
- ง. หน่วยรับงบประมาณ ก. ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายได้อีกไม่เกินหกเดือน เพราะมีความจำเป็น
7. เกิดกรณีจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดิน โดยเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในงบประมาณรายจ่ายงบกลางมีไม่เพียงพอ คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติให้จ่ายเงินทุนสำรองจ่าย และได้จ่ายเงินไปแล้ว ข้อใดถูกต้องตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
- ก. เงินทุนมีจำนวนสี่หมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก
- ข. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติคณะรัฐมนตรี และให้ตั้งงบประมาณชดใช้
- ค. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้ในโอกาสแรก
- ง. เงินทุนมีจำนวนห้าหมื่นล้านบาท จ่ายได้ในกรณีนี้ และเมื่อจ่ายแล้วไม่ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้
8. นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณ ได้จ่ายเงินตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยรู้อยู่แล้วว่าฝ่าฝืนระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ทั้งมิได้ทักท้วงคำสั่งและมิได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือ ข้อใดเป็นผลตามกฎหมาย
- ก. นาย ก. ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทน เพราะเป็นการจ่ายเงินตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
- ข. นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เฉพาะค่าสินไหมทดแทนใด ๆ แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป
- ค. นาย ก. อาจรับผิดทางอาญาตามกฎหมายอื่น แต่ไม่ต้องชดใช้เงินงบประมาณหรือค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
- ง. นาย ก. ต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไป ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
9. หน่วยรับงบประมาณ ก. ประสงค์จะโอนเงินจัดสรรจากแผนงานยุทธศาสตร์หนึ่งไปตั้งจ่ายในแผนงานยุทธศาสตร์อีกแผนงานหนึ่ง โดยทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หน่วยรับงบประมาณ ก. ต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
- ข. โอนได้ต่อเมื่อแผนงานยุทธศาสตร์ทั้งสองอยู่ต่างหน่วยรับงบประมาณกัน โดยขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
- ค. โอนได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน โดยไม่ต้องขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ
- ง. โอนไม่ได้ระหว่างแผนงานยุทธศาสตร์ แม้ทั้งสองแผนงานอยู่ภายในหน่วยรับงบประมาณเดียวกัน
10. หน่วยรับงบประมาณแห่งหนึ่งจะส่งแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่จะเริ่มขึ้น โดยมิใช่กรณีที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือได้รับจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยการโอนงบประมาณรายจ่าย หน่วยรับงบประมาณต้องดำเนินการอย่างไร
- ก. ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ
- ข. ส่งให้สำนักงบประมาณไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ
- ค. ส่งให้สำนักงบประมาณภายในระยะเวลาที่สำนักงบประมาณกำหนดเป็นกรณีไป
- ง. ไม่ต้องส่งให้สำนักงบประมาณก่อนวันเริ่มปีงบประมาณ แต่อาจส่งภายหลังได้
11. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อผู้อำนวยการเรียกให้หน่วยรับงบประมาณเสนอข้อมูล หน่วยรับงบประมาณต้องเสนอข้อมูลใด
- ก. แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
- ข. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินในงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
- ค. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและสถานะเงินนอกงบประมาณ ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
- ง. ประมาณการรายรับและรายจ่ายและผลการดำเนินงาน ตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดที่ผู้อำนวยการกำหนด
12. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ข้อใดอธิบายบทบาทของรัฐมนตรีในการควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
- ข. รัฐมนตรีไม่ต้องรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
- ค. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่มีอำนาจเรียกข้อเท็จจริงหรือมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหลักฐาน
- ง. รัฐมนตรีรับผิดชอบควบคุมการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
13. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 รัฐมนตรีผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องกำกับหรือควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณอย่างไร
- ก. ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
- ข. ให้ใช้จ่ายเกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด
- ค. ให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรร โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
- ง. ให้ใช้จ่ายนอกวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ
14. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของคำว่า “หน่วยรับงบประมาณ” ได้ถูกต้อง
- ก. หน่วยงานของรัฐที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแล้ว โดยไม่รวมหน่วยงานที่เพียงขอรับงบประมาณ
- ข. หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และรวมถึงสภากาชาดไทยด้วย
- ค. หน่วยงานของรัฐที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แต่ไม่รวมถึงสภากาชาดไทย
- ง. หน่วยงานใดที่ขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่าย แม้ไม่เป็นหน่วยงานของรัฐหรือสภากาชาดไทย
15. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ข้อใดอธิบายสถานะและลักษณะของการประเมินผลในการบริหารงบประมาณได้ถูกต้อง
- ก. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แต่ดำเนินการเป็นครั้งคราวพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ข. การประเมินผลไม่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ แม้ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ค. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องพร้อมเปิดเผยต่อสาธารณชน
- ง. การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงบประมาณ และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน
16. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อสิ้นปีงบประมาณ รัฐมนตรีต้องประกาศรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีที่สิ้นสุดนั้นและเงินทุนสำรองจ่ายในราชกิจจานุเบกษาภายในกี่วัน
- ก. ภายในสามสิบวัน
- ข. ภายในสี่สิบห้าวัน
- ค. ภายในเก้าสิบวัน
- ง. ภายในหกสิบวัน
17. ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ข้อใดอธิบายหลักการใช้จ่ายและการโอนงบประมาณรายจ่ายได้ถูกต้อง
- ก. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด
- ข. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยโอนได้ทุกกรณีหากเห็นว่าเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ
- ค. ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยห้ามโอนแม้เป็นกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด
- ง. ไม่ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างเคร่งครัดหากเกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยโอนได้เฉพาะกรณีจำเป็นตามที่พระราชบัญญัติกำหนด
18. ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ก. กรณีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หน่วยรับงบประมาณไม่อาจถูกกำหนดให้ยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ข. กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ค. กรณีงบประมาณรายจ่ายประจำปี หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรร
- ง. กรณีงบประมาณรายจ่ายที่โอนมาจากหน่วยอื่น หน่วยรับงบประมาณต้องยื่นคำขออนุมัติเงินจัดสรรทุกกรณี
19. ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ คำว่า “แผนงาน” มีความหมายครอบคลุมข้อใด
- ก. แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับหน่วยรับงบประมาณ เพื่อดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ
- ข. แผนงานที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ
- ค. แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย หรือที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ
- ง. แผนงานที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย โดยไม่รวมแผนงานที่กำหนดขึ้นใหม่ในระหว่างปีงบประมาณ
20. ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อหน่วยรับงบประมาณขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ต้องยื่นเอกสารและระบุข้อมูลใด
- ก. ยื่นคำขออนุมัติโดยไม่ต้องแนบแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ แต่ให้ระบุสำนักเบิก
- ข. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน โดยไม่ต้องระบุสำนักเบิก
- ค. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายไตรมาส พร้อมระบุสำนักเบิก
- ง. ยื่นคำขออนุมัติพร้อมแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นรายเดือน พร้อมระบุสำนักเบิก
21. ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ข้อใดอธิบายวิธีจัดทำและรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณได้ถูกต้อง
- ก. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แต่หากไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ให้ใช้เอกสารกระดาษ
- ข. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยเอกสารกระดาษเป็นหลัก และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่สามารถใช้เอกสารกระดาษได้
- ค. ให้จัดทำและรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนด แม้ไม่สามารถใช้เครือข่ายระบบดังกล่าวได้ก็ตาม
- ง. เมื่อรับส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือวันที่ผู้รับยืนยันการรับข้อมูลเป็นวันที่ได้ดำเนินการแล้ว