ความรู้เฉพาะตำแหน่งเจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

ความรู้เฉพาะตำแหน่งเจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ · ผู้เตรียมสอบกรมสรรพากร 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากคู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่งของ SIENSOB และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง

Exam framework: กรมสรรพากร
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 49 questions · 0 topics · multiple choice · 49 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

32 min

Estimated time

1

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 57% · Variance +57pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 43% · Variance +43pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 0% · Variance 0pp · within tolerance ✓

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+57pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+43pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:57:18 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

49 approved and ready to save.

Q1
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดจับคู่อุปกรณ์หรือโพรโทคอลกับชั้นของแบบจำลอง OSI ได้ถูกต้อง

  • ก. HTTP — ชั้น Application (ชั้น 7) ✓
  • ข. สวิตช์ — ชั้น Physical (ชั้น 1)
  • ค. TCP — ชั้น Network (ชั้น 3)
  • ง. IP — ชั้น Data Link (ชั้น 2)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "HTTP — ชั้น Application (ชั้น 7)" ตามหัวข้อ 1.1 HTTP เป็นตัวอย่างโพรโทคอลในชั้น Application ซึ่งเป็นชั้น 7 ของแบบจำลอง OSI ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สวิตช์ — ชั้น Physical (ชั้น 1)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสวิตช์อยู่ในชั้น Data Link (ชั้น 2) ไม่ใช่ชั้น Physical • "TCP — ชั้น Network (ชั้น 3)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า TCP อยู่ในชั้น Transport (ชั้น 4) ไม่ใช่ชั้น Network • "IP — ชั้น Data Link (ชั้น 2)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า IP อยู่ในชั้น Network (ชั้น 3) ไม่ใช่ชั้น Data Link อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.1 แบบจำลอง OSI และ TCP/IP (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “7 | Application | บริการที่ผู้ใช้เรียกใช้ | HTTP, HTTPS, FTP, SMTP, DNS”

หัวข้อ 1.1 แบบจำลอง OSI และ TCP/IP (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “7 | Application | บริการที่ผู้ใช้เรียกใช้ | HTTP, HTTPS, FTP, SMTP, DNS”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายการเลือกใช้ TCP และ UDP ตามลักษณะของงานได้ถูกต้อง

  • ก. TCP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP
  • ข. TCP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์ ส่วน UDP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query ✓
  • ค. TCP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์
  • ง. TCP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP ส่วน UDP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query

Explanation: คำตอบที่ถูก: "TCP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์ ส่วน UDP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query" ตามหัวข้อ 1.1 TCP เหมาะกับงานที่ข้อมูลต้องครบ เช่น เว็บ อีเมล และการโอนไฟล์ ส่วน UDP เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วและยอมเสียข้อมูลบางส่วนได้ เช่น สตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "TCP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเว็บเป็นงานที่ใช้ TCP และ DNS query เป็นงานที่ใช้ UDP • "TCP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า TCP ใช้กับเว็บ อีเมล และโอนไฟล์ ส่วน UDP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query • "TCP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP ส่วน UDP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query" ผิด: แหล่งข้อมูลจัดสตรีมวิดีโอและ VoIP ไว้กับ UDP และจัดอีเมลกับการโอนไฟล์ไว้กับ TCP อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.1 แบบจำลอง OSI และ TCP/IP (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “TCP ใช้กับงานที่ข้อมูลต้องครบ (เว็บ อีเมล โอนไฟล์)” หัวข้อ 1.1 แบบจำลอง OSI และ TCP/IP (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “UDP ใช้กับงานที่ต้องเร็ว ยอมเสียบางส่วนได้ (สตรีมวิดีโอ VoIP DNS query)”

หัวข้อ 1.1 แบบจำลอง OSI และ TCP/IP (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “TCP ใช้กับงานที่ข้อมูลต้องครบ (เว็บ อีเมล โอนไฟล์)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

เมื่อช่างตรวจพบว่าเครื่องลูกข่ายได้รับที่อยู่ไอพี 169.254.x.x ข้อใดอธิบายความหมายได้ถูกต้อง

  • ก. เครื่องลูกข่ายติดต่อ DNS ไม่ได้ จึงแปลงชื่อโดเมนเป็นไอพีไม่ได้
  • ข. เครื่องลูกข่ายผ่าน NAT แล้ว จึงแปลงไอพีส่วนตัวเป็นไอพีสาธารณะ
  • ค. เครื่องลูกข่ายติดต่อ DHCP ไม่ได้ จึงได้รับที่อยู่แบบ APIPA ✓
  • ง. เครื่องลูกข่ายกำลังใช้ loopback จึงเป็นการทดสอบเครื่องตัวเอง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เครื่องลูกข่ายติดต่อ DHCP ไม่ได้ จึงได้รับที่อยู่แบบ APIPA" ตามหัวข้อ 1.2 การที่เครื่องได้รับไอพี 169.254.x.x หรือ APIPA แสดงว่าเครื่องติดต่อ DHCP ไม่ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครื่องลูกข่ายติดต่อ DNS ไม่ได้ จึงแปลงชื่อโดเมนเป็นไอพีไม่ได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าไอพี 169.254.x.x หมายถึงติดต่อ DHCP ไม่ได้ ส่วน DNS มีหน้าที่แปลงชื่อโดเมนเป็นไอพี • "เครื่องลูกข่ายผ่าน NAT แล้ว จึงแปลงไอพีส่วนตัวเป็นไอพีสาธารณะ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า NAT แปลงไอพีส่วนตัวเป็นไอพีสาธารณะเมื่อออกอินเทอร์เน็ต แต่ไอพี 169.254.x.x หมายถึงติดต่อ DHCP ไม่ได้ • "เครื่องลูกข่ายกำลังใช้ loopback จึงเป็นการทดสอบเครื่องตัวเอง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ 127.x.x.x เป็น loopback ส่วน 169.254.x.x หมายถึงติดต่อ DHCP ไม่ได้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.2 ที่อยู่ไอพี (IPv4 / IPv6) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “เครื่องได้ไอพี 169.254.x.x (APIPA) แปลว่าติดต่อ DHCP ไม่ได้”

หัวข้อ 1.2 ที่อยู่ไอพี (IPv4 / IPv6) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “เครื่องได้ไอพี 169.254.x.x (APIPA) แปลว่าติดต่อ DHCP ไม่ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความหมายและ subnet mask ของ CIDR /26 ได้ถูกต้อง

  • ก. มีส่วนเครือข่าย 28 บิต และมี subnet mask 255.255.255.240
  • ข. มีส่วนเครือข่าย 25 บิต และมี subnet mask 255.255.255.128
  • ค. มีส่วนเครือข่าย 24 บิต และมี subnet mask 255.255.255.0
  • ง. มีส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192 ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192" CIDR /n หมายถึงจำนวนบิตที่เป็นส่วนเครือข่าย ดังนั้น /26 จึงมีส่วนเครือข่าย 26 บิต และตามตารางมี subnet mask เท่ากับ 255.255.255.192 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีส่วนเครือข่าย 28 บิต และมี subnet mask 255.255.255.240" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า /26 คือส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192 ไม่ใช่ค่าของ /28 • "มีส่วนเครือข่าย 25 บิต และมี subnet mask 255.255.255.128" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า /26 คือส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192 ไม่ใช่ค่าของ /25 • "มีส่วนเครือข่าย 24 บิต และมี subnet mask 255.255.255.0" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า /26 คือส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192 ไม่ใช่ค่าของ /24 อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “CIDR /n = จำนวนบิตที่เป็นส่วนเครือข่าย” หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “/26 | 255.255.255.192 | 64 | 62”

หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “CIDR /n = จำนวนบิตที่เป็นส่วนเครือข่าย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

เหตุใดจึงไม่สามารถกำหนดที่อยู่ 2 ที่อยู่ในแต่ละซับเน็ตให้แก่โฮสต์ได้

  • ก. เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่เครือข่าย และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ ✓
  • ข. เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ทั้ง 2 ที่อยู่
  • ค. เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่าย
  • ง. เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่ายทั้ง 2 ที่อยู่

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่เครือข่าย และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์" หัวข้อ Subnet และ CIDR ระบุว่าต้องหัก 2 ที่อยู่ออกจากจำนวนที่อยู่ทั้งหมด เนื่องจากที่อยู่แรกของช่วงเป็นที่อยู่เครือข่าย และที่อยู่สุดท้ายของช่วงเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ทั้ง 2 ที่อยู่" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ที่อยู่แรกเป็นที่อยู่เครือข่าย และที่อยู่สุดท้ายจึงเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ • "เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าที่อยู่เครือข่ายคือที่อยู่แรกของช่วง และที่อยู่บรอดแคสต์คือที่อยู่สุดท้ายของช่วง • "เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่ายทั้ง 2 ที่อยู่" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เฉพาะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่เครือข่าย ส่วนที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ที่อยู่เครือข่าย = ที่อยู่แรกของช่วง” หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ที่อยู่บรอดแคสต์ = ที่อยู่สุดท้ายของช่วง”

หัวข้อ 1.3 Subnet และ CIDR (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ที่อยู่เครือข่าย = ที่อยู่แรกของช่วง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของฮับ สวิตช์ และเราเตอร์ รวมทั้งแอดเดรสที่ใช้ได้ถูกต้อง

  • ก. ฮับส่งเฟรมตาม MAC address สวิตช์กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี
  • ข. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตาม MAC address และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี ✓
  • ค. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตามไอพี และเราเตอร์เลือกเส้นทางตาม MAC address
  • ง. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์เลือกเส้นทางตามไอพี และเราเตอร์ส่งเฟรมตาม MAC address

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตาม MAC address และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี" ตามหัวข้อ 1.4 ฮับทำหน้าที่กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมเฉพาะพอร์ตปลายทางตาม MAC address และเราเตอร์เชื่อมต่างเครือข่ายโดยเลือกเส้นทางตามไอพี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฮับส่งเฟรมตาม MAC address สวิตช์กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต ส่วนสวิตช์ส่งเฟรมเฉพาะพอร์ตปลายทางตาม MAC address • "ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตามไอพี และเราเตอร์เลือกเส้นทางตาม MAC address" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้สวิตช์ส่งเฟรมตาม MAC address และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี • "ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์เลือกเส้นทางตามไอพี และเราเตอร์ส่งเฟรมตาม MAC address" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสวิตช์ส่งเฟรมเฉพาะพอร์ตปลายทางตาม MAC address ส่วนเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.4 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ฮับ (Hub) | 1 | กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต” หัวข้อ 1.4 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สวิตช์ (Switch) | 2 | ส่งเฟรมเฉพาะพอร์ตปลายทางตาม MAC address” หัวข้อ 1.4 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “เราเตอร์ (Router) | 3 | เชื่อมต่างเครือข่าย เลือกเส้นทางตามไอพี”

หัวข้อ 1.4 อุปกรณ์เครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ฮับ (Hub) | 1 | กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสาย UTP และใยแก้วนำแสง

  • ก. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Multi-mode ใช้ได้ไกลกว่า Single-mode
  • ข. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 50 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode
  • ค. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode ✓
  • ง. สาย UTP ใช้หัว T568A/T568B ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode" ตามหัวข้อ 1.5 สาย UTP ใช้หัว RJ-45 และมีระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง ส่วนใยแก้วนำแสงชนิด Single-mode ใช้ได้ไกลมาก ขณะที่ Multi-mode มีระยะสั้นกว่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Multi-mode ใช้ได้ไกลกว่า Single-mode" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Single-mode ใช้ระยะไกลมาก ส่วน Multi-mode มีระยะสั้นกว่า • "สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 50 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสาย UTP มีระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง ไม่ใช่ 50 เมตร • "สาย UTP ใช้หัว T568A/T568B ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าหัวของสาย UTP คือ RJ-45 ส่วน T568A/T568B เป็นมาตรฐานการเข้าหัว อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สาย UTP (Unshielded Twisted Pair) หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตร ต่อช่วง” หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Single-mode ระยะไกลมาก · Multi-mode ระยะสั้นกว่า”

หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สาย UTP (Unshielded Twisted Pair) หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตร ต่อช่วง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายการเลือกใช้สายเครือข่ายและมาตรฐานความปลอดภัย Wi-Fi ได้ถูกต้อง

  • ก. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP
  • ข. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3
  • ค. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3
  • ง. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP" ตามหัวข้อ 1.5 สายตรงใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างชนิด เช่น คอมพิวเตอร์กับสวิตช์ ส่วนสายไขว้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ชนิดเดียวกัน และความปลอดภัย Wi-Fi ให้ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP เพราะถูกเจาะได้ง่าย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสายตรงใช้ต่อต่างชนิด และสายไขว้ใช้ต่อชนิดเดียวกัน • "อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสายตรงใช้ต่อต่างชนิด สายไขว้ใช้ต่อชนิดเดียวกัน และให้ใช้ WPA2 หรือ WPA3 โดยไม่ใช้ WEP • "อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ใช้ WPA2 หรือ WPA3 และไม่ใช้ WEP เพราะถูกเจาะได้ง่าย อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สายตรง (straight-through) ต่อต่างชนิด” หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สายไขว้ (crossover) ต่อชนิดเดียวกัน” หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ความปลอดภัย Wi-Fi: ใช้ WPA2 หรือ WPA3” หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ไม่ใช้ WEP (ถูกเจาะได้ง่าย)”

หัวข้อ 1.5 สายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “สายตรง (straight-through) ต่อต่างชนิด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทเครือข่ายและโทโพโลยี

  • ก. LAN ใช้ในอาคารหรือองค์กร และ Star ต่อทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง ✓
  • ข. LAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Mesh มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง
  • ค. MAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Star มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง
  • ง. WAN ใช้ในระยะไกล และ Mesh ล่มทั้งวงเมื่อศูนย์กลางเสีย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "LAN ใช้ในอาคารหรือองค์กร และ Star ต่อทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง" หัวข้อ 1.6 ระบุว่า LAN ใช้ในอาคารหรือองค์กร และโทโพโลยี Star เชื่อมต่อทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "LAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Mesh มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า LAN ใช้ในอาคารหรือองค์กร ส่วน MAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง • "MAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Star มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Mesh มีหลายเส้นทางและทนทานสูง ส่วน Star เป็นการต่อทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง • "WAN ใช้ในระยะไกล และ Mesh ล่มทั้งวงเมื่อศูนย์กลางเสีย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Star จะล่มทั้งวงเมื่อศูนย์กลางเสีย ขณะที่ Mesh มีหลายเส้นทางและทนทานสูง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “LAN (ในอาคาร/องค์กร)” หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Star (ทุกเครื่องต่อศูนย์กลาง นิยมที่สุด ถ้าศูนย์กลางเสียทั้งวงล่ม)”

หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “LAN (ในอาคาร/องค์กร)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายผลเมื่อศูนย์กลางของเครือข่ายแบบ Star ขัดข้องและประโยชน์ของ VPN ได้ถูกต้อง

  • ก. เครือข่ายแบบ Star จะล่มเฉพาะเครื่องศูนย์กลาง และ VPN ใช้เชื่อมเครือข่ายระดับเมืองโดยไม่ผ่านเครือข่ายสาธารณะ
  • ข. เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย ✓
  • ค. เครือข่ายแบบ Star ยังทำงานได้ด้วยหลายเส้นทาง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย
  • ง. เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางที่ไม่เข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย" ตามหัวข้อ 1.6 เครือข่ายแบบ Star เชื่อมทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง จึงล่มทั้งวงเมื่อศูนย์กลางเสีย ส่วน VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อให้เข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เครือข่ายแบบ Star จะล่มเฉพาะเครื่องศูนย์กลาง และ VPN ใช้เชื่อมเครือข่ายระดับเมืองโดยไม่ผ่านเครือข่ายสาธารณะ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าถ้าศูนย์กลางของ Star เสียทั้งวงล่ม และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย • "เครือข่ายแบบ Star ยังทำงานได้ด้วยหลายเส้นทาง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Star ทุกเครื่องต่อศูนย์กลางและถ้าศูนย์กลางเสียทั้งวงล่ม ส่วนหลายเส้นทางเป็นลักษณะของ Mesh • "เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางที่ไม่เข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Star (ทุกเครื่องต่อศูนย์กลาง นิยมที่สุด ถ้าศูนย์กลางเสียทั้งวงล่ม)” หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “VPN: สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะ เพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย”

หัวข้อ 1.6 โทโพโลยีและประเภทเครือข่าย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Star (ทุกเครื่องต่อศูนย์กลาง นิยมที่สุด ถ้าศูนย์กลางเสียทั้งวงล่ม)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทการสำรองข้อมูลและหลัก 3-2-1

  • ก. Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 1 ประเภท นอกสถานที่ 2 ชุด
  • ข. Full สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด
  • ค. Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด ✓
  • ง. Incremental สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด" หัวข้อ 1.7 ระบุว่า Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจากการสำรองแบบ full ครั้งล่าสุด ส่วนหลัก 3-2-1 คือเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท และอยู่นอกสถานที่ 1 ชุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 1 ประเภท นอกสถานที่ 2 ชุด" ผิด: หลัก 3-2-1 กำหนดให้เก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท และอยู่นอกสถานที่ 1 ชุด • "Full สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Full สำรองข้อมูลทั้งหมดทุกครั้ง • "Incremental สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด" ผิด: Incremental สำรองเฉพาะข้อมูลที่เปลี่ยนจากการสำรองครั้งล่าสุดทุกแบบ ไม่ใช่จากการสำรองแบบ full ครั้งล่าสุด อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Differential: สำรองที่เปลี่ยนจากการสำรองแบบ full ครั้งล่าสุด” หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “หลัก 3-2-1: เก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท และอยู่นอกสถานที่ 1 ชุด”

หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “Differential: สำรองที่เปลี่ยนจากการสำรองแบบ full ครั้งล่าสุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความสามารถในการทนต่อดิสก์เสียและเหตุผลที่ RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูลได้ถูกต้อง

  • ก. RAID 5 ใช้ parity กระจายและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน
  • ข. RAID 0 ใช้การทำสำเนาและทนดิสก์เสียได้ 1 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน
  • ค. RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก จึงเป็นการสำรองข้อมูลที่ป้องกันความเสียหายจากการลบไฟล์ผิดหรือแรนซัมแวร์
  • ง. RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน" RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก อย่างไรก็ตาม RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะตามหัวข้อ 1.7 การลบไฟล์ผิดหรือการถูกแรนซัมแวร์ทำให้ทุกดิสก์เสียหายพร้อมกันได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "RAID 5 ใช้ parity กระจายและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RAID 5 ทนดิสก์เสียได้ 1 ลูก ไม่ใช่ 2 ลูก • "RAID 0 ใช้การทำสำเนาและทนดิสก์เสียได้ 1 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RAID 0 ใช้การแบ่งข้อมูลเขียนสลับและไม่ทนต่อดิสก์เสีย โดยเสีย 1 ลูกแล้วข้อมูลหาย • "RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก จึงเป็นการสำรองข้อมูลที่ป้องกันความเสียหายจากการลบไฟล์ผิดหรือแรนซัมแวร์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูล และการลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์ทำให้ทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “RAID 6 | parity 2 ชุด” หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “RAID 6 | parity 2 ชุด (ขั้นต่ำ 4 ลูก) | (n − 2) × S | เสียได้ 2 ลูก” หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูล” หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูล — ลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์ ทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน” หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์ ทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน”

หัวข้อ 1.7 การจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูล (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “RAID 6 | parity 2 ชุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ชุดคำสั่งใดเรียงตามลำดับการใช้งานดังนี้: ดูค่าไอพี subnet mask gateway DNS และ MAC ของเครื่อง → ทดสอบว่าติดต่อปลายทางได้หรือไม่ → ดูเส้นทางที่ข้อมูลผ่านไปถึงปลายทาง → สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร

  • ก. ipconfig /all → ping → tracert → nslookup ✓
  • ข. nslookup → ping → tracert → ipconfig /all
  • ค. ipconfig /all → netstat → tracert → nslookup
  • ง. ipconfig /all → tracert → ping → nslookup

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ipconfig /all → ping → tracert → nslookup" ตามหัวข้อ 1.8 ipconfig /all ใช้ดูค่าเครือข่ายของเครื่อง, ping ใช้ทดสอบการติดต่อปลายทาง, tracert ใช้ดูเส้นทางข้อมูล และ nslookup ใช้สอบถาม DNS จึงต้องเรียงเป็น ipconfig /all → ping → tracert → nslookup ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "nslookup → ping → tracert → ipconfig /all" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ipconfig /all ใช้ดูค่าไอพีและค่าที่เกี่ยวข้องของเครื่อง ส่วน nslookup ใช้สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร • "ipconfig /all → netstat → tracert → nslookup" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ping ใช้ทดสอบว่าติดต่อปลายทางได้หรือไม่ ขณะที่ netstat ใช้ดูการเชื่อมต่อและพอร์ตที่เปิดอยู่ • "ipconfig /all → tracert → ping → nslookup" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ping ใช้ทดสอบว่าติดต่อปลายทางได้หรือไม่ ส่วน tracert ใช้ดูเส้นทางที่ข้อมูลผ่านไปถึงปลายทาง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ipconfig / ipconfig /all | ดูไอพี subnet mask gateway DNS MAC ของเครื่อง” หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ping | ทดสอบว่าติดต่อปลายทางได้หรือไม่ (ICMP)” หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “tracert | ดูเส้นทางที่ข้อมูลผ่านไปถึงปลายทาง” หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “nslookup | สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร”

หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ipconfig / ipconfig /all | ดูไอพี subnet mask gateway DNS MAC ของเครื่อง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายลำดับการตรวจสอบได้ถูกต้อง เมื่อพีซี ping ไอพีภายนอกได้ แต่ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ด้วยชื่อโดเมน

  • ก. ใช้ netstat ตรวจสอบพอร์ตที่เปิด เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาพอร์ตการเชื่อมต่อ
  • ข. ใช้ nslookup ตรวจสอบการแปลงชื่อโดเมน เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DNS ✓
  • ค. ใช้ tracert ตรวจสอบเส้นทางข้อมูล เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาเส้นทางเครือข่าย
  • ง. ใช้ ipconfig /renew ขอไอพีใหม่ เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DHCP

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้ nslookup ตรวจสอบการแปลงชื่อโดเมน เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DNS" ตามหัวข้อ 1.8 เมื่อตรวจแล้ว ping ไอพีภายนอกได้ แต่เข้าเว็บไซต์ด้วยชื่อไม่ได้ ให้ใช้ nslookup สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร เพราะอาการนี้ชี้ถึงปัญหา DNS ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้ netstat ตรวจสอบพอร์ตที่เปิด เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาพอร์ตการเชื่อมต่อ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดลำดับหลัง ping ไอพีภายนอกให้ใช้ nslookup และระบุว่าอาการนี้เป็นปัญหา DNS • "ใช้ tracert ตรวจสอบเส้นทางข้อมูล เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาเส้นทางเครือข่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเมื่อ ping ไอพีได้แต่เข้าชื่อเว็บไม่ได้ ให้ตรวจด้วย nslookup และถือเป็นปัญหา DNS • "ใช้ ipconfig /renew ขอไอพีใหม่ เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DHCP" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า 169.254 จึงชี้ถึงปัญหา DHCP แต่กรณี ping ไอพีได้และเข้าชื่อเว็บไม่ได้เป็นปัญหา DNS อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “nslookup | สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร” หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “ping ไอพีได้แต่เข้าชื่อเว็บไม่ได้ = ปัญหา DNS”

หัวข้อ 1.8 คำสั่งตรวจสอบเครือข่าย (Windows) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 1 การปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์): “nslookup | สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดระบุองค์ประกอบของ CIA Triad และลำดับของ AAA ได้ถูกต้อง

  • ก. CIA ได้แก่ Confidentiality, Authorization, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Integrity, Accounting
  • ข. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authorization, Authentication, Accounting
  • ค. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Accounting ✓
  • ง. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Accounting; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Availability

Explanation: คำตอบที่ถูก: "CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Accounting" ตามหัวข้อ 2.1 CIA Triad ประกอบด้วย Confidentiality, Integrity และ Availability ส่วน AAA มีลำดับ Authentication → Authorization → Accounting ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "CIA ได้แก่ Confidentiality, Authorization, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Integrity, Accounting" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Integrity เป็นองค์ประกอบของ CIA และ Authorization เป็นองค์ประกอบของ AAA • "CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authorization, Authentication, Accounting" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดลำดับ AAA เป็น Authentication แล้วจึง Authorization และ Accounting • "CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Accounting; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Availability" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Availability เป็นองค์ประกอบของ CIA ส่วน Accounting เป็นองค์ประกอบลำดับสุดท้ายของ AAA อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “- CIA Triad - Confidentiality (การรักษาความลับ): ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ — เครื่องมือ: การเข้ารหัส การกำหนดสิทธิ์ - Integrity (ความถูกต้องครบถ้วน): ข้อมูลไม่ถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต — เครื่องมือ: แฮช (hash) ลายมือชื่อดิจิทัล - Availability (ความพร้อมใช้งาน): ใช้งานได้เมื่อต้องการ” หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “AAA: Authentication (พิสูจน์ตัวตน ว่าเป็นใคร) → Authorization (กำหนดสิทธิ์ ว่าทำอะไรได้) → Accounting (บันทึกการใช้งาน ตรวจสอบย้อนหลังได้)”

หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “- CIA Triad - Confidentiality (การรักษาความลับ): ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ — เครื่องมือ: การเข้ารหัส การกำหนดสิทธิ์ - Integrity (ความถูกต้องครบถ้วน): ข้อมูลไม่ถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต — เครื่องมือ: แฮช (hash) ลายมือชื่อดิจิทัล - Availability (ความพร้อมใช้งาน): ใช้งานได้เมื่อต้องการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายเป้าหมายของ CIA ที่มาตรการช่วยคุ้มครอง และลักษณะของ MFA ได้ถูกต้อง

  • ก. การสำรองข้อมูลช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม
  • ข. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และการใช้รหัสผ่าน 2 ชุดเป็น MFA เพราะมีปัจจัย 2 อย่าง
  • ค. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Integrity และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม
  • ง. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม" ตามหัวข้อ 2.1 การเข้ารหัสเป็นเครื่องมือรักษา Confidentiality ส่วนรหัสผ่านเป็นปัจจัยกลุ่มสิ่งที่รู้และลายนิ้วมือเป็นกลุ่มสิ่งที่เป็น จึงเป็น MFA เพราะใช้ปัจจัยจาก 2 กลุ่ม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การสำรองข้อมูลช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการสำรองข้อมูลเป็นเครื่องมือของ Availability ไม่ใช่ Confidentiality • "การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และการใช้รหัสผ่าน 2 ชุดเป็น MFA เพราะมีปัจจัย 2 อย่าง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า MFA ต้องใช้ตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป และรหัสผ่าน 2 ชุดยังนับเป็นกลุ่มเดียว • "การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Integrity และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการเข้ารหัสเป็นเครื่องมือของ Confidentiality ส่วนเครื่องมือของ Integrity คือแฮชและลายมือชื่อดิจิทัล อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “Confidentiality (การรักษาความลับ): ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ — เครื่องมือ: การเข้ารหัส การกำหนดสิทธิ์” หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ปัจจัยพิสูจน์ตัวตน 3 กลุ่ม: สิ่งที่รู้ (รหัสผ่าน PIN) · สิ่งที่มี (โทรศัพท์ OTP บัตร) · สิ่งที่เป็น (ลายนิ้วมือ ใบหน้า) — MFA = ใช้ตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป”

หัวข้อ 2.1 หลักความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “Confidentiality (การรักษาความลับ): ผู้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลไม่ได้ — เครื่องมือ: การเข้ารหัส การกำหนดสิทธิ์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของเวิร์ม (Worm) ได้ถูกต้อง

  • ก. แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์ ✓
  • ข. แฝงในไฟล์หรือโปรแกรมและแพร่เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์
  • ค. เข้ารหัสไฟล์ของผู้ใช้แล้วเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับไฟล์
  • ง. แฝงมาในโปรแกรมที่ดูปกติและหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์" หัวข้อ 2.2 ระบุว่า เวิร์ม (Worm) แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แฝงในไฟล์หรือโปรแกรมและแพร่เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า การแฝงในไฟล์หรือโปรแกรมและแพร่เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์เป็นลักษณะของไวรัส • "เข้ารหัสไฟล์ของผู้ใช้แล้วเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับไฟล์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า การเข้ารหัสไฟล์แล้วเรียกค่าไถ่เป็นลักษณะของแรนซัมแวร์ • "แฝงมาในโปรแกรมที่ดูปกติและหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้ง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า การแฝงมาในโปรแกรมที่ดูปกติและหลอกให้ติดตั้งเป็นลักษณะของโทรจัน อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.2 ภัยคุกคามที่ควรรู้ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “เวิร์ม (Worm) | แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์”

หัวข้อ 2.2 ภัยคุกคามที่ควรรู้ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “เวิร์ม (Worm) | แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ IDS/IPS การเข้ารหัส และแฮช

  • ก. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับได้
  • ข. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้ ✓
  • ค. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบอสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้
  • ง. IDS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้" ตามหัวข้อ 2.3 IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง การเข้ารหัสแบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกันในการเข้าและถอดรหัส และแฮชเป็นทางเดียวซึ่งย้อนกลับไม่ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแฮชเป็นทางเดียวและย้อนกลับไม่ได้ • "IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบอสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแบบอสมมาตรใช้กุญแจคู่สาธารณะและส่วนตัว ไม่ใช่กุญแจเดียวกัน • "IDS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า IDS ตรวจจับและแจ้งเตือน ส่วน IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง” หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “แบบสมมาตร (Symmetric): ใช้กุญแจเดียวกันเข้าและถอดรหัส” หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “แฮช: ทางเดียว ย้อนกลับไม่ได้”

หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดจับคู่ประเภทมาตรการควบคุมกับความหมายได้ถูกต้อง

  • ก. Preventive คือการแก้ไข, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการป้องกัน
  • ข. Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการแก้ไข, Corrective คือการตรวจจับ
  • ค. Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการแก้ไข ✓
  • ง. Preventive คือการตรวจจับ, Detective คือการป้องกัน, Corrective คือการแก้ไข

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการแก้ไข" ตามหัวข้อ 2.3 ประเภทการควบคุมแบ่งเป็น ป้องกัน (Preventive) ตรวจจับ (Detective) และแก้ไข (Corrective) จึงต้องจับคู่ตามลำดับดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Preventive คือการแก้ไข, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการป้องกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Preventive คือป้องกัน และ Corrective คือแก้ไข • "Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการแก้ไข, Corrective คือการตรวจจับ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Detective คือตรวจจับ และ Corrective คือแก้ไข • "Preventive คือการตรวจจับ, Detective คือการป้องกัน, Corrective คือการแก้ไข" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Preventive คือป้องกัน และ Detective คือตรวจจับ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ป้องกัน (Preventive)” หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ตรวจจับ (Detective)” หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “แก้ไข (Corrective)”

หัวข้อ 2.3 มาตรการควบคุม (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ป้องกัน (Preventive)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึง ISO/IEC 27001 และวงจร PDCA ของระบบ ISMS ได้ถูกต้อง

  • ก. ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Check → Do → Act
  • ข. ISO/IEC 27001 เป็นแนวปฏิบัติการควบคุม และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act
  • ค. ISO/IEC 27002 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act
  • ง. ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act" หัวข้อ 2.4 ระบุว่า ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และ ISMS ใช้วงจร PDCA ตามลำดับ Plan → Do → Check → Act ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Check → Do → Act" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดลำดับวงจรเป็น Plan → Do → Check → Act • "ISO/IEC 27001 เป็นแนวปฏิบัติการควบคุม และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS ขณะที่แนวปฏิบัติการควบคุมคือ ISO/IEC 27002 • "ISO/IEC 27002 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS ส่วน ISO/IEC 27002 เป็นแนวปฏิบัติการควบคุม อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.4 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ISO/IEC 27001 = มาตรฐานสากลของ ISMS” หัวข้อ 2.4 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ใช้วงจร PDCA: Plan (ประเมินความเสี่ยง กำหนดนโยบาย) → Do (ปฏิบัติตามมาตรการ) → Check (ตรวจติดตาม) → Act (ปรับปรุง)”

หัวข้อ 2.4 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ISO/IEC 27001 = มาตรฐานสากลของ ISMS”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

องค์กรเลือกทำประกันเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การดำเนินการนี้จัดเป็นวิธีจัดการความเสี่ยงแบบใด

  • ก. เป็นการโอนความเสี่ยง (Transfer) โดยใช้การทำประกัน ✓
  • ข. เป็นการยอมรับความเสี่ยง (Accept) โดยใช้การทำประกัน
  • ค. เป็นการลดความเสี่ยง (Mitigate) โดยใช้การทำประกัน
  • ง. เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Avoid) โดยใช้การทำประกัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นการโอนความเสี่ยง (Transfer) โดยใช้การทำประกัน" ตามหัวข้อ 2.4 วิธีจัดการความเสี่ยงมี 4 แบบ และระบุว่า “โอน (Transfer เช่น ทำประกัน)” ดังนั้นการทำประกันจึงเป็นการโอนความเสี่ยง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นการยอมรับความเสี่ยง (Accept) โดยใช้การทำประกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลจัดการทำประกันไว้เป็นตัวอย่างของการโอนความเสี่ยง ไม่ใช่การยอมรับความเสี่ยง • "เป็นการลดความเสี่ยง (Mitigate) โดยใช้การทำประกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “โอน (Transfer เช่น ทำประกัน)” จึงไม่จัดเป็นการลดความเสี่ยง • "เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Avoid) โดยใช้การทำประกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุการทำประกันเป็นตัวอย่างของการโอนความเสี่ยง (Transfer) ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.4 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “โอน (Transfer เช่น ทำประกัน)”

หัวข้อ 2.4 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “โอน (Transfer เช่น ทำประกัน)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดเรียงลำดับขั้นการรับมือเหตุการณ์ตามแนวทางสากล (NIST) ได้ถูกต้อง

  • ก. ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → เตรียมการ
  • ข. เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์ ✓
  • ค. เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน
  • ง. เตรียมการ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์" หัวข้อ 2.5 กำหนดลำดับไว้ 4 ขั้น ได้แก่ เตรียมการ ตรวจจับและวิเคราะห์ ควบคุม ขจัด และกู้คืน และทบทวนหลังเหตุการณ์ ตามลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → เตรียมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ “เตรียมการ” เป็นขั้นที่ 1 และ “ทบทวนหลังเหตุการณ์” เป็นขั้นที่ 4 • "เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ “ควบคุม ขจัด และกู้คืน” เป็นขั้นที่ 3 ก่อน “ทบทวนหลังเหตุการณ์” ซึ่งเป็นขั้นที่ 4 • "เตรียมการ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ขั้นที่ 2 คือ “ตรวจจับและวิเคราะห์” และขั้นที่ 3 คือ “ควบคุม ขจัด และกู้คืน” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.5 การรับมือเหตุการณ์ (Incident Response) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ลำดับขั้นตามแนวทางสากล (NIST): 1. เตรียมการ (Preparation) — แผน ทีม เครื่องมือ 2. ตรวจจับและวิเคราะห์ (Detection & Analysis) 3. ควบคุม ขจัด และกู้คืน (Containment, Eradication & Recovery) — เช่น ตัดเครื่องที่ติดออกจากเครือข่ายก่อน 4. ทบทวนหลังเหตุการณ์ (Post-Incident Activity / Lessons Learned)”

หัวข้อ 2.5 การรับมือเหตุการณ์ (Incident Response) (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ลำดับขั้นตามแนวทางสากล (NIST): 1. เตรียมการ (Preparation) — แผน ทีม เครื่องมือ 2. ตรวจจับและวิเคราะห์ (Detection & Analysis) 3. ควบคุม ขจัด และกู้คืน (Containment, Eradication & Recovery) — เช่น ตัดเครื่องที่ติดออกจากเครือข่ายก่อน 4. ทบทวนหลังเหตุการณ์ (Post-Incident Activity / Lessons Learned)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยในสำนักงาน

  • ก. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และเสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มาได้
  • ข. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ ปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา
  • ค. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา ✓
  • ง. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA เปิดหน้าจอทิ้งไว้เมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา" ตามหัวข้อ 2.6 แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุกจากโต๊ะ และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และเสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มาได้" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุว่า “ไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา” • "ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ ปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุให้ “เปิด MFA” ไม่ใช่ปิด MFA • "ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA เปิดหน้าจอทิ้งไว้เมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา" ผิด: หัวข้อ 2.6 ระบุให้ “ล็อกหน้าจอเมื่อลุกจากโต๊ะ (Windows + L)” อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “รหัสผ่านยาว ไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA” หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ล็อกหน้าจอเมื่อลุกจากโต๊ะ” หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา”

หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “รหัสผ่านยาว ไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายกฎหมายที่ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นได้ถูกต้อง

  • ก. ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ PDPA ทั้ง 2 กรณี
  • ข. ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 กรณี
  • ค. ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม PDPA
  • ง. ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม PDPA ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม PDPA ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์" ตามหัวข้อ 2.6 ข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ PDPA ทั้ง 2 กรณี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ PDPA • "ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 กรณี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA ไม่ใช่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ • "ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม PDPA" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA และการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA” หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “การกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์”

หัวข้อ 2.6 การใช้งานอย่างปลอดภัยในสำนักงาน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 2 การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย (Security Management)): “ข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึงเครื่องมือการบริหารจัดการได้ถูกต้อง

  • ก. Balanced Scorecard วัดผลองค์กร 4 มุมมอง ได้แก่ การเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน และการเรียนรู้และการเติบโต ✓
  • ข. Six Sigma ใช้ขั้นตอน DMAIC ได้แก่ Define → Measure → Improve → Analyze → Control
  • ค. SWOT กำหนดให้จุดแข็งและจุดอ่อนเป็นปัจจัยภายนอก ส่วนโอกาสและอุปสรรคเป็นปัจจัยภายใน
  • ง. PDCA ดำเนินตามลำดับ Plan → Check → Do → Act แล้ววนต่อเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "Balanced Scorecard วัดผลองค์กร 4 มุมมอง ได้แก่ การเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน และการเรียนรู้และการเติบโต" ตามหัวข้อ 3.1 Balanced Scorecard (BSC) วัดผลองค์กร 4 มุมมอง คือ การเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน และการเรียนรู้และการเติบโต ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Six Sigma ใช้ขั้นตอน DMAIC ได้แก่ Define → Measure → Improve → Analyze → Control" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุลำดับ DMAIC ว่า Define → Measure → Analyze → Improve → Control • "SWOT กำหนดให้จุดแข็งและจุดอ่อนเป็นปัจจัยภายนอก ส่วนโอกาสและอุปสรรคเป็นปัจจัยภายใน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าจุดแข็งและจุดอ่อนเป็นปัจจัยภายใน ส่วนโอกาสและอุปสรรคเป็นปัจจัยภายนอก • "PDCA ดำเนินตามลำดับ Plan → Check → Do → Act แล้ววนต่อเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุลำดับว่า Plan → Do → Check → Act ไม่ใช่ Plan → Check → Do → Act อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Balanced Scorecard (BSC) | วัดผลองค์กร 4 มุมมอง: การเงิน · ลูกค้า · กระบวนการภายใน · การเรียนรู้และการเติบโต”

หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Balanced Scorecard (BSC) | วัดผลองค์กร 4 มุมมอง: การเงิน · ลูกค้า · กระบวนการภายใน · การเรียนรู้และการเติบโต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q26
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้และการวิเคราะห์ SWOT ได้ถูกต้อง

  • ก. เปลี่ยนความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้เป็นความรู้ฝังลึกในตัวคน โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก
  • ข. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก ✓
  • ค. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-O เป็นปัจจัยภายใน และ W-T เป็นปัจจัยภายนอก
  • ง. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายนอก และ O-T เป็นปัจจัยภายใน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก" ตามหัวข้อ 3.1 การจัดการความรู้คือการเปลี่ยน Tacit เป็น Explicit ที่จดบันทึกและแบ่งปันได้ ส่วน SWOT กำหนดให้ S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เปลี่ยนความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้เป็นความรู้ฝังลึกในตัวคน โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคน (Tacit) เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit) ไม่ใช่เปลี่ยนในทิศทางกลับกัน • "เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-O เป็นปัจจัยภายใน และ W-T เป็นปัจจัยภายนอก" ผิด: แหล่งข้อมูลจัด S-W ไว้เป็นปัจจัยภายใน และ O-T ไว้เป็นปัจจัยภายนอก จึงไม่ใช่การจับคู่ S-O กับ W-T • "เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายนอก และ O-T เป็นปัจจัยภายใน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Strengths และ Weaknesses เป็นปัจจัยภายใน ส่วน Opportunities และ Threats เป็นปัจจัยภายนอก อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคน (Tacit) ให้เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit) ที่จดบันทึกและแบ่งปันได้” หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) = ปัจจัยภายใน” หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) = ปัจจัยภายนอก”

หัวข้อ 3.1 เครื่องมือการบริหารจัดการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคน (Tacit) ให้เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit) ที่จดบันทึกและแบ่งปันได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q27
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของ Problem Management

  • ก. ควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
  • ข. ทำให้บริการกลับมาใช้ได้เร็วที่สุดโดยมุ่งแก้อาการ
  • ค. หาสาเหตุต้นตอ (root cause) เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ ✓
  • ง. กำหนดข้อตกลงระดับบริการด้านเวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หาสาเหตุต้นตอ (root cause) เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ" ตามหัวข้อ 3.2 Problem Management มีวัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุต้นตอ (root cause) ไม่ให้เกิดซ้ำ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด" ผิด: หัวข้อ 3.2 ระบุว่า การควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบให้เสี่ยงน้อยที่สุดเป็น Change Management ไม่ใช่ Problem Management • "ทำให้บริการกลับมาใช้ได้เร็วที่สุดโดยมุ่งแก้อาการ" ผิด: หัวข้อ 3.2 ระบุว่า การทำให้บริการกลับมาใช้ได้เร็วที่สุดโดยแก้อาการเป็น Incident Management ส่วน Problem Management มุ่งหาสาเหตุต้นตอไม่ให้เกิดซ้ำ • "กำหนดข้อตกลงระดับบริการด้านเวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข" ผิด: หัวข้อ 3.2 ระบุว่า ข้อตกลงระดับการให้บริการ เช่น เวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข คือ SLA ส่วน Problem Management มุ่งหาสาเหตุต้นตอไม่ให้เกิดซ้ำ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Problem Management: หาสาเหตุต้นตอ (root cause) ไม่ให้เกิดซ้ำ”

หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Problem Management: หาสาเหตุต้นตอ (root cause) ไม่ให้เกิดซ้ำ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q28
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความหมายของสายงานวิกฤตและความแตกต่างระหว่าง Agile/Scrum กับ Waterfall ได้ถูกต้อง

  • ก. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่สั้นที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ
  • ข. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะไม่ล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ
  • ค. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำตามลำดับขั้นจนจบ ขณะที่ Waterfall ทำเป็นรอบสั้น
  • ง. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ" ตามหัวข้อ 3.2 สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด และหากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ขณะที่ Agile/Scrum พัฒนาเป็นรอบสั้น ส่วน Waterfall ทำเป็นลำดับขั้นทีละขั้นจนจบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่สั้นที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าสายงานวิกฤตคือ “เส้นทางที่ยาวที่สุด” ไม่ใช่เส้นทางที่สั้นที่สุด • "สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะไม่ล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า หากกิจกรรมบนเส้นทางวิกฤตล่าช้า “โครงการล่าช้าทั้งโครงการ” • "สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำตามลำดับขั้นจนจบ ขณะที่ Waterfall ทำเป็นรอบสั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Agile/Scrum พัฒนาเป็นรอบสั้น ส่วน Waterfall ทำเป็นลำดับขั้นทีละขั้นจนจบ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “สายงานวิกฤต (Critical Path) = เส้นทางที่ยาวที่สุด” หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “ถ้ากิจกรรมบนเส้นนี้ล่าช้า โครงการล่าช้าทั้งโครงการ” หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Agile / Scrum: พัฒนาเป็นรอบสั้น (Sprint)” หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “Waterfall ที่ทำเป็นลำดับขั้นทีละขั้นจนจบ”

หัวข้อ 3.2 การบริหารงานบริการไอที (ITSM) และโครงการ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “สายงานวิกฤต (Critical Path) = เส้นทางที่ยาวที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q29
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายบริการคลาวด์แบบ PaaS ได้ถูกต้อง

  • ก. เช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป ✓
  • ข. เช่าโครงสร้างด้านเครื่องเสมือน ที่เก็บ และเครือข่าย
  • ค. ติดตั้งคลาวด์แบบ Public, Private, Hybrid หรือ Community
  • ง. ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จผ่านเว็บ เช่น อีเมลบนเว็บ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป" หัวข้อ 3.3 ระบุว่า PaaS คือการเช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป ส่วน IaaS และ SaaS เป็นบริการคนละประเภท และ Public, Private, Hybrid, Community เป็นรูปแบบการติดตั้ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เช่าโครงสร้างด้านเครื่องเสมือน ที่เก็บ และเครือข่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเครื่องเสมือน ที่เก็บ และเครือข่ายเป็นโครงสร้างที่เช่าในบริการ IaaS ไม่ใช่ PaaS • "ติดตั้งคลาวด์แบบ Public, Private, Hybrid หรือ Community" ผิด: แหล่งข้อมูลจัด Public, Private, Hybrid และ Community เป็นรูปแบบการติดตั้ง ไม่ใช่ความหมายของ PaaS • "ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จผ่านเว็บ เช่น อีเมลบนเว็บ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จผ่านเว็บเป็นบริการ SaaS ไม่ใช่ PaaS อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหาร (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “- PaaS: เช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป”

หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหาร (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “- PaaS: เช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q30
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายความหมายหรือบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารได้ถูกต้อง

  • ก. VM เบากว่า Container เพราะ VM ใช้เคอร์เนลของระบบปฏิบัติการร่วมกัน
  • ข. RPA ใช้ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ ✓
  • ค. Volume ของ Big Data คือข้อมูลหลายรูปแบบ ส่วน Variety คือข้อมูลปริมาณมาก
  • ง. RPA ใช้เรียนรู้จากข้อมูลเพื่อทำนายหรือจำแนก แทนการกรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "RPA ใช้ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ" ตามหัวข้อ 3.3 RPA คือซอฟต์แวร์ที่ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน โดยยกตัวอย่างการกรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "VM เบากว่า Container เพราะ VM ใช้เคอร์เนลของระบบปฏิบัติการร่วมกัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Container เบากว่า VM เพราะใช้เคอร์เนลของระบบปฏิบัติการร่วมกัน • "Volume ของ Big Data คือข้อมูลหลายรูปแบบ ส่วน Variety คือข้อมูลปริมาณมาก" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Volume หมายถึงปริมาณมาก และ Variety หมายถึงหลายรูปแบบ • "RPA ใช้เรียนรู้จากข้อมูลเพื่อทำนายหรือจำแนก แทนการกรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า RPA ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎ เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ ส่วนการทำนายหรือจำแนกเป็นบทบาทของ AI หรือ Machine Learning อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหาร (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “RPA (Robotic Process Automation): ซอฟต์แวร์ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ”

หัวข้อ 3.3 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหาร (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 3 เครื่องมือและเทคโนโลยีการจัดการสมัยใหม่): “RPA (Robotic Process Automation): ซอฟต์แวร์ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q31
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกซีพียู แรม และหน่วยเก็บข้อมูลให้เข้ากับเมนบอร์ด

  • ก. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตแต่ไม่ต้องตรงชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2
  • ข. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่องเชื่อมต่อแบบ SATA
  • ค. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และเมนบอร์ดต้องรองรับช่อง M.2 สำหรับ SSD NVMe ✓
  • ง. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมชนิด DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้ และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และเมนบอร์ดต้องรองรับช่อง M.2 สำหรับ SSD NVMe" หัวข้อ 4.1 ระบุว่า CPU ต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ตของเมนบอร์ด ชนิด RAM ต้องตรงกับเมนบอร์ด และเมนบอร์ดต้องรองรับช่อง M.2 ซึ่งใช้กับ SSD NVMe ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตแต่ไม่ต้องตรงชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าซีพียูต้องตรงทั้งซ็อกเก็ตและชิปเซ็ตของเมนบอร์ด • "ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่องเชื่อมต่อแบบ SATA" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุ SSD SATA แยกจาก SSD NVMe ซึ่งเป็นแบบ M.2 • "ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมชนิด DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้ และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแรมชนิดต้องตรงกับเมนบอร์ด และ DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ซีพียู (CPU) | ต้องตรง ซ็อกเก็ต (Socket)” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ต้องตรง ซ็อกเก็ต (Socket) และชิปเซ็ตของเมนบอร์ด” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ชนิดต้องตรงกับเมนบอร์ด” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “รองรับชนิดแรมและช่อง M.2” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “SSD NVMe (M.2) เร็วที่สุด”

หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ซีพียู (CPU) | ต้องตรง ซ็อกเก็ต (Socket)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q32
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายสาเหตุที่ DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้ และเปรียบเทียบความเร็วของหน่วยเก็บข้อมูลได้ถูกต้อง

  • ก. DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้เพราะเป็นแรมเหมือนกัน; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า
  • ข. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ HDD เร็วที่สุด ส่วน NVMe ช้า
  • ค. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ SATA เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า
  • ง. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า" ตามหัวข้อ 4.1 ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด จึงใส่ DDR4 ในช่อง DDR5 ไม่ได้ ส่วนหน่วยเก็บข้อมูลนั้น SSD NVMe (M.2) เร็วที่สุด ขณะที่ HDD ช้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้เพราะเป็นแรมเหมือนกัน; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ชนิดต้องตรงกับเมนบอร์ด เช่น DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้” • "ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ HDD เร็วที่สุด ส่วน NVMe ช้า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า HDD “ช้า” และ SSD NVMe (M.2) “เร็วที่สุด” • "ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ SATA เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “SSD NVMe (M.2) เร็วที่สุด” ไม่ใช่ SSD SATA อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ชนิดต้องตรงกับเมนบอร์ด เช่น DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “SSD NVMe (M.2) เร็วที่สุด” หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “HDD (จานหมุน จุมาก ถูก ช้า)”

หัวข้อ 4.1 ชิ้นส่วนหลักและการเลือกให้เข้ากัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ชนิดต้องตรงกับเมนบอร์ด เช่น DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q33
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ก่อนติดตั้งชิ้นส่วนภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อใดเป็นขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและป้องกันไฟฟ้าสถิตที่ถูกต้อง

  • ก. ถอดปลั๊ก แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน ✓
  • ข. ถอดปลั๊ก แล้วติดตั้งซีพียูทันทีโดยไม่ต้องคายประจุไฟฟ้าสถิต
  • ค. ถอดปลั๊ก แล้วคายประจุไฟฟ้าสถิตด้วยการแตะโลหะที่ไม่ต่อลงดิน
  • ง. เสียบปลั๊กไว้ แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ถอดปลั๊ก แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน" ตามหัวข้อ 4.2 ขั้นตอนแรกคือถอดปลั๊กและคายประจุไฟฟ้าสถิต โดยใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิต (ESD strap) หรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ถอดปลั๊ก แล้วติดตั้งซีพียูทันทีโดยไม่ต้องคายประจุไฟฟ้าสถิต" ผิด: หัวข้อ 4.2 ระบุให้ถอดปลั๊กและคายประจุไฟฟ้าสถิตก่อนติดตั้งซีพียู • "ถอดปลั๊ก แล้วคายประจุไฟฟ้าสถิตด้วยการแตะโลหะที่ไม่ต่อลงดิน" ผิด: หัวข้อ 4.2 ระบุให้แตะโลหะที่ต่อลงดิน ไม่ใช่โลหะที่ไม่ต่อลงดิน • "เสียบปลั๊กไว้ แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน" ผิด: หัวข้อ 4.2 กำหนดให้ถอดปลั๊กก่อน ไม่ใช่เสียบปลั๊กไว้ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.2 ขั้นตอนประกอบเครื่องอย่างปลอดภัย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “1. ถอดปลั๊ก และคายประจุไฟฟ้าสถิต” หัวข้อ 4.2 ขั้นตอนประกอบเครื่องอย่างปลอดภัย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิต (ESD strap)” หัวข้อ 4.2 ขั้นตอนประกอบเครื่องอย่างปลอดภัย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “หรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน”

หัวข้อ 4.2 ขั้นตอนประกอบเครื่องอย่างปลอดภัย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “1. ถอดปลั๊ก และคายประจุไฟฟ้าสถิต”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q34
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับตารางพาร์ทิชัน MBR

  • ก. รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน
  • ข. รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน ✓
  • ค. รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 8 พาร์ทิชัน
  • ง. รองรับดิสก์ไม่เกิน 4 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน" หัวข้อ 4.3 ระบุว่า MBR รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า MBR รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB ส่วน GPT รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB • "รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 8 พาร์ทิชัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า MBR มี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน ไม่ใช่ 8 พาร์ทิชัน • "รองรับดิสก์ไม่เกิน 4 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า MBR รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB ไม่ใช่ 4 TB อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.3 BIOS/UEFI และการบูต (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “MBR (ดิสก์ไม่เกิน 2 TB, primary partition ได้ 4)”

หัวข้อ 4.3 BIOS/UEFI และการบูต (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “MBR (ดิสก์ไม่เกิน 2 TB, primary partition ได้ 4)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q35
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายได้ถูกต้องว่าเครื่องพีซีที่วันเวลารีเซ็ตทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่องต้องตรวจสอบส่วนใด

  • ก. ตรวจสอบตาราง GPT ซึ่งอาจไม่รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB
  • ข. ตรวจสอบ Boot Order ซึ่งอาจไม่ได้ตั้งให้บูตจาก USB
  • ค. ตรวจสอบถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) ซึ่งอาจหมด ✓
  • ง. ตรวจสอบ POST ซึ่งอาจไม่ได้ตรวจฮาร์ดแวร์เมื่อเปิดเครื่อง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตรวจสอบถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) ซึ่งอาจหมด" หัวข้อ 4.3 ระบุว่าเมื่อถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) หมด วันเวลาเครื่องจะรีเซ็ตทุกครั้งที่เปิด จึงควรตรวจสอบถ่านดังกล่าว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรวจสอบตาราง GPT ซึ่งอาจไม่รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า GPT ใช้คู่กับ UEFI และรองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB ส่วนอาการวันเวลารีเซ็ตเชื่อมโยงกับถ่านบนเมนบอร์ดหมด • "ตรวจสอบ Boot Order ซึ่งอาจไม่ได้ตั้งให้บูตจาก USB" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Boot Order เป็นลำดับอุปกรณ์ที่ใช้บูตและตั้งให้บูตจาก USB เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ ส่วนอาการวันเวลารีเซ็ตเกิดเมื่อถ่านบนเมนบอร์ดหมด • "ตรวจสอบ POST ซึ่งอาจไม่ได้ตรวจฮาร์ดแวร์เมื่อเปิดเครื่อง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า POST ทำหน้าที่ตรวจฮาร์ดแวร์เมื่อเปิดเครื่อง ไม่ใช่ส่วนที่เชื่อมโยงกับอาการวันเวลารีเซ็ตทุกครั้งที่เปิด อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.3 BIOS/UEFI และการบูต (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) หมด → วันเวลาเครื่องรีเซ็ตทุกครั้งที่เปิด” หัวข้อ 4.3 BIOS/UEFI และการบูต (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) หมด”

หัวข้อ 4.3 BIOS/UEFI และการบูต (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) หมด → วันเวลาเครื่องรีเซ็ตทุกครั้งที่เปิด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q36
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบไฟล์และการติดตั้งไดรเวอร์

  • ก. exFAT ไม่รองรับไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
  • ข. NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
  • ค. FAT32 รองรับไฟล์เดียวเกิน 4 GB และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
  • ง. NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ" หัวข้อ 4.4 ระบุว่า NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และให้ติดตั้งไดรเวอร์เพื่อให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "exFAT ไม่รองรับไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า exFAT ใช้กับแฟลชไดรฟ์และรองรับไฟล์ใหญ่ได้ • "NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ติดตั้งไดรเวอร์เพื่อให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ • "FAT32 รองรับไฟล์เดียวเกิน 4 GB และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า FAT32 รองรับไฟล์เดียวไม่เกิน 4 GB ไม่ใช่เกิน 4 GB อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.4 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “NTFS (Windows รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่)” หัวข้อ 4.4 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ติดตั้ง ไดรเวอร์ (Driver) ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ”

หัวข้อ 4.4 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “NTFS (Windows รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q37
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานต้องเตรียมแฟลชไดรฟ์สำหรับจัดเก็บไฟล์สำรอง 1 ไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4 GB ข้อใดอธิบายการเลือกระบบไฟล์ได้ถูกต้อง

  • ก. เลือก exFAT เพราะเหมาะกับแฟลชไดรฟ์และรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ ✓
  • ข. เลือก exFAT เพราะไฟล์เดี่ยวต้องมีขนาดไม่เกิน 4 GB
  • ค. เลือก NTFS เพราะเป็นระบบไฟล์ที่ระบุสำหรับแฟลชไดรฟ์และไฟล์ใหญ่
  • ง. เลือก FAT32 เพราะรองรับไฟล์เดี่ยวที่มีขนาดมากกว่า 4 GB

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เลือก exFAT เพราะเหมาะกับแฟลชไดรฟ์และรองรับไฟล์ขนาดใหญ่" ตามหัวข้อ 4.4 exFAT เป็นระบบไฟล์สำหรับแฟลชไดรฟ์และรองรับไฟล์ใหญ่ได้ จึงเหมาะกับการจัดเก็บไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4 GB ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เลือก exFAT เพราะไฟล์เดี่ยวต้องมีขนาดไม่เกิน 4 GB" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า exFAT รองรับไฟล์ใหญ่ได้ ส่วนข้อจำกัดไฟล์เดียวไม่เกิน 4 GB เป็นของ FAT32 • "เลือก NTFS เพราะเป็นระบบไฟล์ที่ระบุสำหรับแฟลชไดรฟ์และไฟล์ใหญ่" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุ NTFS สำหรับ Windows โดยรองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ ส่วน exFAT ระบุสำหรับแฟลชไดรฟ์และไฟล์ใหญ่ • "เลือก FAT32 เพราะรองรับไฟล์เดี่ยวที่มีขนาดมากกว่า 4 GB" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า FAT32 รองรับไฟล์เดียวไม่เกิน 4 GB อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.4 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “exFAT (แฟลชไดรฟ์ ไฟล์ใหญ่ได้)”

หัวข้อ 4.4 การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “exFAT (แฟลชไดรฟ์ ไฟล์ใหญ่ได้)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q38
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์อย่างเป็นระบบได้ถูกต้อง

  • ก. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ
  • ข. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ ✓
  • ค. ระบุปัญหา → ทดสอบสมมติฐาน → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์
  • ง. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ทดสอบสมมติฐาน → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์" ลำดับที่ถูกต้องคือ ระบุปัญหา ตั้งสมมติฐานสาเหตุ ทดสอบสมมติฐาน วางแผนและลงมือแก้ ตรวจสอบว่าระบบใช้งานได้ครบพร้อมป้องกันการเกิดซ้ำ และบันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ ตามหัวข้อ 4.5 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ตรวจสอบว่าระบบใช้งานได้ครบและป้องกันการเกิดซ้ำเป็นขั้นตอนที่ 5 ก่อนบันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ในขั้นตอนที่ 6 • "ระบุปัญหา → ทดสอบสมมติฐาน → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ตั้งสมมติฐานสาเหตุเป็นขั้นตอนที่ 2 และทดสอบสมมติฐานเป็นขั้นตอนที่ 3 • "ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ทดสอบสมมติฐาน → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ทดสอบสมมติฐานเป็นขั้นตอนที่ 3 ก่อนวางแผนและลงมือแก้ในขั้นตอนที่ 4 อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.5 ขั้นตอนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “1. ระบุปัญหา — สอบถามผู้ใช้ อาการเกิดเมื่อไร มีอะไรเปลี่ยนก่อนหน้า 2. ตั้งสมมติฐานสาเหตุ (เริ่มจากสิ่งที่ง่ายและพบบ่อย) 3. ทดสอบสมมติฐาน 4. วางแผนและลงมือแก้ 5. ตรวจสอบว่าระบบใช้งานได้ครบ และป้องกันการเกิดซ้ำ 6. บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์”

หัวข้อ 4.5 ขั้นตอนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “1. ระบุปัญหา — สอบถามผู้ใช้ อาการเกิดเมื่อไร มีอะไรเปลี่ยนก่อนหน้า 2. ตั้งสมมติฐานสาเหตุ (เริ่มจากสิ่งที่ง่ายและพบบ่อย) 3. ทดสอบสมมติฐาน 4. วางแผนและลงมือแก้ 5. ตรวจสอบว่าระบบใช้งานได้ครบ และป้องกันการเกิดซ้ำ 6. บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q39
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดจับคู่เครื่องมือใน Windows กับงานที่เหมาะสมได้ถูกต้อง

  • ก. Event Viewer ใช้ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบที่เสียหาย
  • ข. sfc /scannow ใช้ดูโปรแกรมที่กินทรัพยากร
  • ค. chkdsk ใช้ตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์ ✓
  • ง. Task Manager ใช้ดูบันทึกเหตุการณ์ของระบบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "chkdsk ใช้ตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์" chkdsk เหมาะสำหรับตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์ ตามหัวข้อคำสั่งดูแลเครื่องใน Windows ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "Event Viewer ใช้ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบที่เสียหาย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Event Viewer ใช้ดูบันทึกเหตุการณ์ของระบบเพื่อหาสาเหตุ ส่วนการตรวจและซ่อมไฟล์ระบบที่เสียหายเป็นงานของ sfc /scannow • "sfc /scannow ใช้ดูโปรแกรมที่กินทรัพยากร" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า sfc /scannow ใช้ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบที่เสียหาย ส่วนการดูโปรแกรมที่กินทรัพยากรเป็นงานของ Task Manager • "Task Manager ใช้ดูบันทึกเหตุการณ์ของระบบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า Task Manager ใช้ดูโปรแกรมที่กินทรัพยากรหรือปิดโปรแกรมค้าง ส่วน Event Viewer ใช้ดูบันทึกเหตุการณ์ของระบบ อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.6 อาการและสาเหตุที่พบบ่อย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “chkdsk — ตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์”

หัวข้อ 4.6 อาการและสาเหตุที่พบบ่อย (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “chkdsk — ตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q40
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ UPS ในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

  • ก. ไม่ป้องกันไฟดับหรือไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงานก่อนปิดเครื่อง
  • ข. ป้องกันไฟกระชากแต่ไม่ป้องกันไฟดับ และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงาน
  • ค. ป้องกันไฟดับแต่ไม่ป้องกันไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาปิดเครื่องถูกวิธี
  • ง. ป้องกันไฟดับและไฟกระชาก พร้อมให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ป้องกันไฟดับและไฟกระชาก พร้อมให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี" หัวข้อ 4.7 ระบุให้ใช้ UPS ป้องกันไฟดับหรือไฟกระชาก เพื่อให้มีเวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่ป้องกันไฟดับหรือไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงานก่อนปิดเครื่อง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุโดยตรงว่า UPS ป้องกันไฟดับหรือไฟกระชาก และให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี • "ป้องกันไฟกระชากแต่ไม่ป้องกันไฟดับ และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า UPS ใช้ป้องกันทั้งไฟดับและไฟกระชาก และให้เวลาบันทึกงาน • "ป้องกันไฟดับแต่ไม่ป้องกันไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาปิดเครื่องถูกวิธี" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า UPS ใช้ป้องกันทั้งไฟดับและไฟกระชาก และให้เวลาปิดเครื่องถูกวิธี อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ใช้ UPS ป้องกันไฟดับ/ไฟกระชาก” หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี”

หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ใช้ UPS ป้องกันไฟดับ/ไฟกระชาก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q41
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

เหตุใดการลบไฟล์แบบธรรมดาก่อนจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์จึงยังไม่เพียงพอ

  • ก. ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาอาจกู้คืนได้ จึงต้องทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง ✓
  • ข. การจดทะเบียนครุภัณฑ์ทำให้ข้อมูลปลอดภัย จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง
  • ค. การสำรองข้อมูลตามหลัก 3-2-1 เพียงพอ จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง
  • ง. ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาจะกู้คืนไม่ได้ จึงจำหน่ายเครื่องได้โดยไม่ต้องทำลายข้อมูล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาอาจกู้คืนได้ จึงต้องทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง" ตามหัวข้อ 4.7 ต้องทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง เนื่องจากการลบข้อมูลแบบธรรมดายังสามารถกู้คืนได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจดทะเบียนครุภัณฑ์ทำให้ข้อมูลปลอดภัย จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดทั้งการจดทะเบียนครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และการทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง • "การสำรองข้อมูลตามหลัก 3-2-1 เพียงพอ จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง เพราะการลบธรรมดายังกู้คืนได้ • "ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาจะกู้คืนไม่ได้ จึงจำหน่ายเครื่องได้โดยไม่ต้องทำลายข้อมูล" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ลบธรรมดากู้คืนได้” และให้ทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง อ้างอิงตัวบท หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ลบธรรมดากู้คืนได้” หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง”

หัวข้อ 4.7 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (คู่มือคอมพิวเตอร์เฉพาะตำแหน่ง SIENSOB บทที่ 4 การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และการซ่อมแซมแก้ไข): “ลบธรรมดากู้คืนได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q42
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถึงสถานะของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติได้ถูกต้อง

  • ก. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไม่เป็นส่วนราชการ
  • ข. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ✓
  • ค. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการแต่ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ
  • ง. เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ" มาตรา 20 กำหนดให้สำนักงานเป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไม่เป็นส่วนราชการ" ผิด: มาตรา 20 ระบุว่า สำนักงานไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น • "เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการแต่ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ" ผิด: มาตรา 20 ระบุว่า สำนักงานไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน • "เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ" ผิด: มาตรา 20 ระบุชัดว่า สำนักงานมีฐานะเป็นนิติบุคคล อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 20: “เป็นหน่วยงานของรัฐ” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 20: “มีฐานะเป็นนิติบุคคล” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 20: “และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 20: “หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 20: “เป็นหน่วยงานของรัฐ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q43
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับด้านของภารกิจหรือบริการที่อาจประกาศกำหนดเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ

  • ก. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมโทรคมนาคม
  • ข. ด้านพลังงานเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมสาธารณูปโภค
  • ค. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ ✓
  • ง. ด้านการเงินเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมการธนาคาร

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้" มาตรา 49 (4) ระบุด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในด้านของภารกิจหรือบริการที่อาจประกาศกำหนดเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมโทรคมนาคม" ผิด: มาตรา 49 ระบุรวมกันว่า “ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม” จึงไม่อาจตัดด้านโทรคมนาคมออก • "ด้านพลังงานเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมสาธารณูปโภค" ผิด: มาตรา 49 ระบุรวมกันว่า “ด้านพลังงานและสาธารณูปโภค” จึงไม่อาจตัดด้านสาธารณูปโภคออก • "ด้านการเงินเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมการธนาคาร" ผิด: มาตรา 49 ระบุว่า “ด้านการเงินการธนาคาร” ซึ่งรวมการธนาคารไว้ด้วย อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49: “(4) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49: “(4) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q44
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถึงชื่อ อักษรย่อ และประธานของคณะกรรมการระดับชาติได้ถูกต้อง

  • ก. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมป.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ
  • ข. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ
  • ค. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSE” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ
  • ง. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ" มาตรา 5 กำหนดให้มี “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กมช.” ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “National Cyber Security Committee” เรียกโดยย่อว่า “NCSC” และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมป.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เรียกโดยย่อว่า “กมช.” ไม่ใช่ “กมป.” • "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่านายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง • "คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSE” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอักษรย่อภาษาอังกฤษว่า “NCSC” ไม่ใช่ “NCSE” อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 5: “ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ”” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 5: “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กมช.”” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 5: “ให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “National Cyber Security Committee” เรียกโดยย่อว่า “NCSC”” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 5: “(1) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 5: “ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ””

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q45
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญต่อระบบ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศต้องรายงานต่อผู้ใด

  • ก. รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ✓
  • ข. รายงานต่อสำนักงาน โดยไม่ต้องรายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
  • ค. ไม่ต้องรายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
  • ง. รายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล โดยไม่ต้องรายงานต่อสำนักงาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล" มาตรา 57 กำหนดให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศรายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญต่อระบบของหน่วยงาน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รายงานต่อสำนักงาน โดยไม่ต้องรายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล" ผิด: มาตรา 57 กำหนดให้รายงานต่อทั้ง “สำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล” • "ไม่ต้องรายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล" ผิด: มาตรา 57 ระบุชัดว่า “ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล” • "รายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล โดยไม่ต้องรายงานต่อสำนักงาน" ผิด: มาตรา 57 กำหนดให้รายงานต่อทั้ง “สำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล” อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 57: “รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 57: “รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q46
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ภัยคุกคามทางไซเบอร์แบ่งออกเป็นสามระดับตามข้อใด

  • ก. ระดับเฝ้าระวัง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ
  • ข. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ ✓
  • ค. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับฉุกเฉิน
  • ง. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับปานกลาง และระดับวิกฤติ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ" มาตรา 60 แบ่งภัยคุกคามทางไซเบอร์ออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ระดับเฝ้าระวัง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระดับแรกว่า “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง” ไม่ใช่ระดับเฝ้าระวัง • "ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับฉุกเฉิน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระดับที่สามว่า “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ” ไม่ใช่ระดับฉุกเฉิน • "ระดับไม่ร้ายแรง ระดับปานกลาง และระดับวิกฤติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระดับที่สองว่า “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง” ไม่ใช่ระดับปานกลาง อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “(1) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “(2) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “(3) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “(1) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q47
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศด้อยประสิทธิภาพลง แต่ระบบยังสามารถทำงานหรือให้บริการได้และมิได้ล้มเหลวทั้งระบบ ข้อใดอธิบายการจัดระดับได้ถูกต้อง

  • ก. เป็นภัยคุกคามระดับวิกฤติ เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นการล้มเหลวทั้งระบบของบริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
  • ข. เป็นภัยคุกคามระดับร้ายแรง เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นความเสียหายจนระบบไม่สามารถให้บริการได้
  • ค. เป็นภัยคุกคามระดับไม่ร้ายแรง เพราะทำให้ระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้อยประสิทธิภาพลง ✓
  • ง. ไม่จัดเป็นภัยคุกคามทั้งสามระดับ เพราะระบบยังสามารถทำงานหรือให้บริการได้แม้ประสิทธิภาพลดลง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เป็นภัยคุกคามระดับไม่ร้ายแรง เพราะทำให้ระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้อยประสิทธิภาพลง" ตามมาตรา 60 ภัยคุกคามที่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศด้อยประสิทธิภาพลง เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เป็นภัยคุกคามระดับวิกฤติ เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นการล้มเหลวทั้งระบบของบริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ" ผิด: มาตรา 60 ระบุว่าระดับวิกฤติตามลักษณะนี้ต้องส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้างจนการทำงานหรือการให้บริการล้มเหลวทั้งระบบ ซึ่งไม่ตรงกับคำบรรยายในโจทย์ • "เป็นภัยคุกคามระดับร้ายแรง เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นความเสียหายจนระบบไม่สามารถให้บริการได้" ผิด: มาตรา 60 กำหนดให้ระดับร้ายแรงต้องมีผลจนระบบคอมพิวเตอร์หรือโครงสร้างสำคัญทางสารสนเทศไม่สามารถทำงานหรือให้บริการได้ แต่โจทย์ระบุว่ายังสามารถทำงานหรือให้บริการได้ • "ไม่จัดเป็นภัยคุกคามทั้งสามระดับ เพราะระบบยังสามารถทำงานหรือให้บริการได้แม้ประสิทธิภาพลดลง" ผิด: มาตรา 60 กำหนดไว้โดยตรงว่าความเสี่ยงที่ทำให้ระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหรือการให้บริการของรัฐด้อยประสิทธิภาพลงเป็นภัยคุกคามระดับไม่ร้ายแรง อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญถึงระดับที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศหรือการให้บริการของรัฐด้อยประสิทธิภาพลง”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 60: “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง หมายถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญถึงระดับที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศหรือการให้บริการของรัฐด้อยประสิทธิภาพลง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q48
computer_specialist
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งอย่างไร

  • ก. คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสามวาระ
  • ข. คราวละสามปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ
  • ค. คราวละสองปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสี่วาระ
  • ง. คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ" มาตรา 7 กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสามวาระ" ผิด: มาตรา 7 กำหนดว่าจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ • "คราวละสามปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ" ผิด: มาตรา 7 กำหนดให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี ไม่ใช่สามปี • "คราวละสองปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสี่วาระ" ผิด: มาตรา 7 กำหนดวาระคราวละสี่ปีและห้ามดำรงตำแหน่งเกินสองวาระ อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 7: “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี” พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 7: “แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 7: “กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q49
computer_specialist
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดอธิบายหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการได้ถูกต้อง

  • ก. คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ✓
  • ข. คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฉพาะภายในประเทศ
  • ค. คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งเลขาธิการ แต่การถอดถอนเลขาธิการไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
  • ง. คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยแผนไม่ต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ" มาตรา 9 (6) กำหนดให้คณะกรรมการกำหนดกรอบการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฉพาะภายในประเทศ" ผิด: มาตรา 9 (6) กำหนดให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ • "คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งเลขาธิการ แต่การถอดถอนเลขาธิการไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ" ผิด: มาตรา 9 (7) ระบุชัดว่าคณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ • "คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยแผนไม่ต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ" ผิด: มาตรา 9 (3) กำหนดว่าแผนดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนระดับชาติ อ้างอิงตัวบท พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 9: “(6) กำหนดกรอบการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 9: “(6) กำหนดกรอบการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ความรู้เฉพาะตำแหน่งเจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

Time limit: 49 minutes

  1. 1. ข้อใดจับคู่อุปกรณ์หรือโพรโทคอลกับชั้นของแบบจำลอง OSI ได้ถูกต้อง

    • ก. HTTP — ชั้น Application (ชั้น 7)
    • ข. สวิตช์ — ชั้น Physical (ชั้น 1)
    • ค. TCP — ชั้น Network (ชั้น 3)
    • ง. IP — ชั้น Data Link (ชั้น 2)
  2. 2. ข้อใดอธิบายการเลือกใช้ TCP และ UDP ตามลักษณะของงานได้ถูกต้อง

    • ก. TCP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP
    • ข. TCP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์ ส่วน UDP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query
    • ค. TCP ใช้กับสตรีมวิดีโอ VoIP และ DNS query ส่วน UDP ใช้กับเว็บ อีเมล และการโอนไฟล์
    • ง. TCP ใช้กับเว็บ สตรีมวิดีโอ และ VoIP ส่วน UDP ใช้กับอีเมล การโอนไฟล์ และ DNS query
  3. 3. เมื่อช่างตรวจพบว่าเครื่องลูกข่ายได้รับที่อยู่ไอพี 169.254.x.x ข้อใดอธิบายความหมายได้ถูกต้อง

    • ก. เครื่องลูกข่ายติดต่อ DNS ไม่ได้ จึงแปลงชื่อโดเมนเป็นไอพีไม่ได้
    • ข. เครื่องลูกข่ายผ่าน NAT แล้ว จึงแปลงไอพีส่วนตัวเป็นไอพีสาธารณะ
    • ค. เครื่องลูกข่ายติดต่อ DHCP ไม่ได้ จึงได้รับที่อยู่แบบ APIPA
    • ง. เครื่องลูกข่ายกำลังใช้ loopback จึงเป็นการทดสอบเครื่องตัวเอง
  4. 4. ข้อใดอธิบายความหมายและ subnet mask ของ CIDR /26 ได้ถูกต้อง

    • ก. มีส่วนเครือข่าย 28 บิต และมี subnet mask 255.255.255.240
    • ข. มีส่วนเครือข่าย 25 บิต และมี subnet mask 255.255.255.128
    • ค. มีส่วนเครือข่าย 24 บิต และมี subnet mask 255.255.255.0
    • ง. มีส่วนเครือข่าย 26 บิต และมี subnet mask 255.255.255.192
  5. 5. เหตุใดจึงไม่สามารถกำหนดที่อยู่ 2 ที่อยู่ในแต่ละซับเน็ตให้แก่โฮสต์ได้

    • ก. เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่เครือข่าย และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์
    • ข. เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ทั้ง 2 ที่อยู่
    • ค. เพราะที่อยู่แรกเป็นที่อยู่บรอดแคสต์ และที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่าย
    • ง. เพราะที่อยู่แรกและที่อยู่สุดท้ายเป็นที่อยู่เครือข่ายทั้ง 2 ที่อยู่
  6. 6. ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของฮับ สวิตช์ และเราเตอร์ รวมทั้งแอดเดรสที่ใช้ได้ถูกต้อง

    • ก. ฮับส่งเฟรมตาม MAC address สวิตช์กระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี
    • ข. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตาม MAC address และเราเตอร์เลือกเส้นทางตามไอพี
    • ค. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์ส่งเฟรมตามไอพี และเราเตอร์เลือกเส้นทางตาม MAC address
    • ง. ฮับกระจายสัญญาณไปทุกพอร์ต สวิตช์เลือกเส้นทางตามไอพี และเราเตอร์ส่งเฟรมตาม MAC address
  7. 7. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสาย UTP และใยแก้วนำแสง

    • ก. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Multi-mode ใช้ได้ไกลกว่า Single-mode
    • ข. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 50 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode
    • ค. สาย UTP ใช้หัว RJ-45 ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode
    • ง. สาย UTP ใช้หัว T568A/T568B ระยะไม่เกิน 100 เมตรต่อช่วง และ Single-mode ใช้ได้ไกลกว่า Multi-mode
  8. 8. ข้อใดอธิบายการเลือกใช้สายเครือข่ายและมาตรฐานความปลอดภัย Wi-Fi ได้ถูกต้อง

    • ก. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP
    • ข. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายไขว้ อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายตรง และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3
    • ค. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WEP ไม่ใช้ WPA2 หรือ WPA3
    • ง. อุปกรณ์ต่างชนิดใช้สายตรง อุปกรณ์ชนิดเดียวกันใช้สายไขว้ และ Wi-Fi ใช้ WPA2 หรือ WPA3 ไม่ใช้ WEP
  9. 9. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทเครือข่ายและโทโพโลยี

    • ก. LAN ใช้ในอาคารหรือองค์กร และ Star ต่อทุกเครื่องเข้ากับศูนย์กลาง
    • ข. LAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Mesh มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง
    • ค. MAN เป็นเครือข่ายระดับเมือง และ Star มีหลายเส้นทางจึงทนทานสูง
    • ง. WAN ใช้ในระยะไกล และ Mesh ล่มทั้งวงเมื่อศูนย์กลางเสีย
  10. 10. ข้อใดอธิบายผลเมื่อศูนย์กลางของเครือข่ายแบบ Star ขัดข้องและประโยชน์ของ VPN ได้ถูกต้อง

    • ก. เครือข่ายแบบ Star จะล่มเฉพาะเครื่องศูนย์กลาง และ VPN ใช้เชื่อมเครือข่ายระดับเมืองโดยไม่ผ่านเครือข่ายสาธารณะ
    • ข. เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย
    • ค. เครือข่ายแบบ Star ยังทำงานได้ด้วยหลายเส้นทาง และ VPN สร้างช่องทางเข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอกอย่างปลอดภัย
    • ง. เครือข่ายแบบ Star จะล่มทั้งวง และ VPN สร้างช่องทางที่ไม่เข้ารหัสผ่านเครือข่ายสาธารณะเพื่อเข้าเครือข่ายองค์กรจากภายนอก
  11. 11. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทการสำรองข้อมูลและหลัก 3-2-1

    • ก. Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 1 ประเภท นอกสถานที่ 2 ชุด
    • ข. Full สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด
    • ค. Differential สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด
    • ง. Incremental สำรองข้อมูลที่เปลี่ยนจาก full ครั้งล่าสุด และเก็บสำเนา 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท นอกสถานที่ 1 ชุด
  12. 12. ข้อใดอธิบายความสามารถในการทนต่อดิสก์เสียและเหตุผลที่ RAID ไม่ใช่การสำรองข้อมูลได้ถูกต้อง

    • ก. RAID 5 ใช้ parity กระจายและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน
    • ข. RAID 0 ใช้การทำสำเนาและทนดิสก์เสียได้ 1 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน
    • ค. RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก จึงเป็นการสำรองข้อมูลที่ป้องกันความเสียหายจากการลบไฟล์ผิดหรือแรนซัมแวร์
    • ง. RAID 6 ใช้ parity 2 ชุดและทนดิสก์เสียได้ 2 ลูก แต่ไม่ใช่การสำรองข้อมูล เพราะลบไฟล์ผิดหรือโดนแรนซัมแวร์แล้วทุกดิสก์เสียหายพร้อมกัน
  13. 13. ชุดคำสั่งใดเรียงตามลำดับการใช้งานดังนี้: ดูค่าไอพี subnet mask gateway DNS และ MAC ของเครื่อง → ทดสอบว่าติดต่อปลายทางได้หรือไม่ → ดูเส้นทางที่ข้อมูลผ่านไปถึงปลายทาง → สอบถาม DNS ว่าชื่อโดเมนได้ไอพีอะไร

    • ก. ipconfig /all → ping → tracert → nslookup
    • ข. nslookup → ping → tracert → ipconfig /all
    • ค. ipconfig /all → netstat → tracert → nslookup
    • ง. ipconfig /all → tracert → ping → nslookup
  14. 14. ข้อใดอธิบายลำดับการตรวจสอบได้ถูกต้อง เมื่อพีซี ping ไอพีภายนอกได้ แต่ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ด้วยชื่อโดเมน

    • ก. ใช้ netstat ตรวจสอบพอร์ตที่เปิด เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาพอร์ตการเชื่อมต่อ
    • ข. ใช้ nslookup ตรวจสอบการแปลงชื่อโดเมน เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DNS
    • ค. ใช้ tracert ตรวจสอบเส้นทางข้อมูล เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหาเส้นทางเครือข่าย
    • ง. ใช้ ipconfig /renew ขอไอพีใหม่ เพราะอาการดังกล่าวชี้ถึงปัญหา DHCP
  15. 15. ข้อใดระบุองค์ประกอบของ CIA Triad และลำดับของ AAA ได้ถูกต้อง

    • ก. CIA ได้แก่ Confidentiality, Authorization, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Integrity, Accounting
    • ข. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authorization, Authentication, Accounting
    • ค. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Availability; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Accounting
    • ง. CIA ได้แก่ Confidentiality, Integrity, Accounting; AAA เรียงจาก Authentication, Authorization, Availability
  16. 16. ข้อใดอธิบายเป้าหมายของ CIA ที่มาตรการช่วยคุ้มครอง และลักษณะของ MFA ได้ถูกต้อง

    • ก. การสำรองข้อมูลช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม
    • ข. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และการใช้รหัสผ่าน 2 ชุดเป็น MFA เพราะมีปัจจัย 2 อย่าง
    • ค. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Integrity และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม
    • ง. การเข้ารหัสช่วยคุ้มครอง Confidentiality และรหัสผ่านร่วมกับลายนิ้วมือเป็น MFA เพราะมาจาก 2 กลุ่ม
  17. 17. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของเวิร์ม (Worm) ได้ถูกต้อง

    • ก. แพร่ผ่านเครือข่ายได้เองโดยไม่ต้องอาศัยไฟล์โฮสต์
    • ข. แฝงในไฟล์หรือโปรแกรมและแพร่เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์
    • ค. เข้ารหัสไฟล์ของผู้ใช้แล้วเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับไฟล์
    • ง. แฝงมาในโปรแกรมที่ดูปกติและหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้ง
  18. 18. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ IDS/IPS การเข้ารหัส และแฮช

    • ก. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับได้
    • ข. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้
    • ค. IPS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบอสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้
    • ง. IDS ตรวจจับและสกัดกั้นได้เอง แบบสมมาตรใช้กุญแจเดียวกัน และแฮชย้อนกลับไม่ได้
  19. 19. ข้อใดจับคู่ประเภทมาตรการควบคุมกับความหมายได้ถูกต้อง

    • ก. Preventive คือการแก้ไข, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการป้องกัน
    • ข. Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการแก้ไข, Corrective คือการตรวจจับ
    • ค. Preventive คือการป้องกัน, Detective คือการตรวจจับ, Corrective คือการแก้ไข
    • ง. Preventive คือการตรวจจับ, Detective คือการป้องกัน, Corrective คือการแก้ไข
  20. 20. ข้อใดกล่าวถึง ISO/IEC 27001 และวงจร PDCA ของระบบ ISMS ได้ถูกต้อง

    • ก. ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Check → Do → Act
    • ข. ISO/IEC 27001 เป็นแนวปฏิบัติการควบคุม และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act
    • ค. ISO/IEC 27002 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act
    • ง. ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานสากลของ ISMS และใช้วงจร Plan → Do → Check → Act
  21. 21. องค์กรเลือกทำประกันเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การดำเนินการนี้จัดเป็นวิธีจัดการความเสี่ยงแบบใด

    • ก. เป็นการโอนความเสี่ยง (Transfer) โดยใช้การทำประกัน
    • ข. เป็นการยอมรับความเสี่ยง (Accept) โดยใช้การทำประกัน
    • ค. เป็นการลดความเสี่ยง (Mitigate) โดยใช้การทำประกัน
    • ง. เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Avoid) โดยใช้การทำประกัน
  22. 22. ข้อใดเรียงลำดับขั้นการรับมือเหตุการณ์ตามแนวทางสากล (NIST) ได้ถูกต้อง

    • ก. ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → เตรียมการ
    • ข. เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ทบทวนหลังเหตุการณ์
    • ค. เตรียมการ → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน
    • ง. เตรียมการ → ควบคุม ขจัด และกู้คืน → ตรวจจับและวิเคราะห์ → ทบทวนหลังเหตุการณ์
  23. 23. ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยในสำนักงาน

    • ก. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และเสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มาได้
    • ข. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ ปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา
    • ค. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA ล็อกหน้าจอเมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา
    • ง. ใช้รหัสผ่านยาวและไม่ใช้ซ้ำ เปิด MFA เปิดหน้าจอทิ้งไว้เมื่อลุก และไม่เสียบแฟลชไดรฟ์ที่ไม่รู้ที่มา
  24. 24. ข้อใดอธิบายกฎหมายที่ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นได้ถูกต้อง

    • ก. ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ PDPA ทั้ง 2 กรณี
    • ข. ข้อมูลส่วนบุคคลและการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นให้ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 กรณี
    • ค. ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม PDPA
    • ง. ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติตาม PDPA ส่วนการกระทำผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  25. 25. ข้อใดกล่าวถึงเครื่องมือการบริหารจัดการได้ถูกต้อง

    • ก. Balanced Scorecard วัดผลองค์กร 4 มุมมอง ได้แก่ การเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน และการเรียนรู้และการเติบโต
    • ข. Six Sigma ใช้ขั้นตอน DMAIC ได้แก่ Define → Measure → Improve → Analyze → Control
    • ค. SWOT กำหนดให้จุดแข็งและจุดอ่อนเป็นปัจจัยภายนอก ส่วนโอกาสและอุปสรรคเป็นปัจจัยภายใน
    • ง. PDCA ดำเนินตามลำดับ Plan → Check → Do → Act แล้ววนต่อเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  26. 26. ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการความรู้และการวิเคราะห์ SWOT ได้ถูกต้อง

    • ก. เปลี่ยนความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้เป็นความรู้ฝังลึกในตัวคน โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก
    • ข. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายใน และ O-T เป็นปัจจัยภายนอก
    • ค. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-O เป็นปัจจัยภายใน และ W-T เป็นปัจจัยภายนอก
    • ง. เปลี่ยนความรู้ฝังลึกในตัวคนเป็นความรู้ชัดแจ้งที่บันทึกและแบ่งปันได้ โดย S-W เป็นปัจจัยภายนอก และ O-T เป็นปัจจัยภายใน
  27. 27. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของ Problem Management

    • ก. ควบคุมการเปลี่ยนแปลงระบบให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
    • ข. ทำให้บริการกลับมาใช้ได้เร็วที่สุดโดยมุ่งแก้อาการ
    • ค. หาสาเหตุต้นตอ (root cause) เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ
    • ง. กำหนดข้อตกลงระดับบริการด้านเวลาตอบสนองและเวลาแก้ไข
  28. 28. ข้อใดอธิบายความหมายของสายงานวิกฤตและความแตกต่างระหว่าง Agile/Scrum กับ Waterfall ได้ถูกต้อง

    • ก. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่สั้นที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ
    • ข. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะไม่ล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ
    • ค. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำตามลำดับขั้นจนจบ ขณะที่ Waterfall ทำเป็นรอบสั้น
    • ง. สายงานวิกฤตคือเส้นทางที่ยาวที่สุด หากกิจกรรมบนเส้นทางนี้ล่าช้า โครงการจะล่าช้าทั้งโครงการ ส่วน Agile/Scrum ทำเป็นรอบสั้น ขณะที่ Waterfall ทำตามลำดับขั้นจนจบ
  29. 29. ข้อใดอธิบายบริการคลาวด์แบบ PaaS ได้ถูกต้อง

    • ก. เช่าแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและรันแอป
    • ข. เช่าโครงสร้างด้านเครื่องเสมือน ที่เก็บ และเครือข่าย
    • ค. ติดตั้งคลาวด์แบบ Public, Private, Hybrid หรือ Community
    • ง. ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จผ่านเว็บ เช่น อีเมลบนเว็บ
  30. 30. ข้อใดอธิบายความหมายหรือบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารได้ถูกต้อง

    • ก. VM เบากว่า Container เพราะ VM ใช้เคอร์เนลของระบบปฏิบัติการร่วมกัน
    • ข. RPA ใช้ทำงานซ้ำ ๆ ตามกฎแทนคน เช่น กรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ
    • ค. Volume ของ Big Data คือข้อมูลหลายรูปแบบ ส่วน Variety คือข้อมูลปริมาณมาก
    • ง. RPA ใช้เรียนรู้จากข้อมูลเพื่อทำนายหรือจำแนก แทนการกรอกข้อมูลจากไฟล์เข้าระบบ
  31. 31. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกซีพียู แรม และหน่วยเก็บข้อมูลให้เข้ากับเมนบอร์ด

    • ก. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตแต่ไม่ต้องตรงชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2
    • ข. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และ SSD NVMe ใช้ช่องเชื่อมต่อแบบ SATA
    • ค. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมต้องตรงชนิด และเมนบอร์ดต้องรองรับช่อง M.2 สำหรับ SSD NVMe
    • ง. ซีพียูต้องตรงซ็อกเก็ตและชิปเซ็ต แรมชนิด DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้ และ SSD NVMe ใช้ช่อง M.2
  32. 32. ข้อใดอธิบายสาเหตุที่ DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ไม่ได้ และเปรียบเทียบความเร็วของหน่วยเก็บข้อมูลได้ถูกต้อง

    • ก. DDR4 ใส่ช่อง DDR5 ได้เพราะเป็นแรมเหมือนกัน; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า
    • ข. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ HDD เร็วที่สุด ส่วน NVMe ช้า
    • ค. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ SATA เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า
    • ง. ชนิดแรมต้องตรงกับเมนบอร์ด; ในกลุ่ม HDD, SSD SATA และ SSD NVMe (M.2) แบบ NVMe เร็วที่สุด ส่วน HDD ช้า
  33. 33. ก่อนติดตั้งชิ้นส่วนภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อใดเป็นขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและป้องกันไฟฟ้าสถิตที่ถูกต้อง

    • ก. ถอดปลั๊ก แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน
    • ข. ถอดปลั๊ก แล้วติดตั้งซีพียูทันทีโดยไม่ต้องคายประจุไฟฟ้าสถิต
    • ค. ถอดปลั๊ก แล้วคายประจุไฟฟ้าสถิตด้วยการแตะโลหะที่ไม่ต่อลงดิน
    • ง. เสียบปลั๊กไว้ แล้วใช้สายรัดข้อมือกันไฟฟ้าสถิตหรือแตะโลหะที่ต่อลงดิน
  34. 34. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับตารางพาร์ทิชัน MBR

    • ก. รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน
    • ข. รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน
    • ค. รองรับดิสก์ไม่เกิน 2 TB และมี primary partition ได้ 8 พาร์ทิชัน
    • ง. รองรับดิสก์ไม่เกิน 4 TB และมี primary partition ได้ 4 พาร์ทิชัน
  35. 35. ข้อใดอธิบายได้ถูกต้องว่าเครื่องพีซีที่วันเวลารีเซ็ตทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่องต้องตรวจสอบส่วนใด

    • ก. ตรวจสอบตาราง GPT ซึ่งอาจไม่รองรับดิสก์ใหญ่กว่า 2 TB
    • ข. ตรวจสอบ Boot Order ซึ่งอาจไม่ได้ตั้งให้บูตจาก USB
    • ค. ตรวจสอบถ่านบนเมนบอร์ด (CMOS battery) ซึ่งอาจหมด
    • ง. ตรวจสอบ POST ซึ่งอาจไม่ได้ตรวจฮาร์ดแวร์เมื่อเปิดเครื่อง
  36. 36. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบไฟล์และการติดตั้งไดรเวอร์

    • ก. exFAT ไม่รองรับไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
    • ข. NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
    • ค. FAT32 รองรับไฟล์เดียวเกิน 4 GB และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
    • ง. NTFS รองรับสิทธิ์และไฟล์ใหญ่ และติดตั้งไดรเวอร์ให้อุปกรณ์ทำงานเต็มความสามารถ
  37. 37. หน่วยงานต้องเตรียมแฟลชไดรฟ์สำหรับจัดเก็บไฟล์สำรอง 1 ไฟล์ที่มีขนาดมากกว่า 4 GB ข้อใดอธิบายการเลือกระบบไฟล์ได้ถูกต้อง

    • ก. เลือก exFAT เพราะเหมาะกับแฟลชไดรฟ์และรองรับไฟล์ขนาดใหญ่
    • ข. เลือก exFAT เพราะไฟล์เดี่ยวต้องมีขนาดไม่เกิน 4 GB
    • ค. เลือก NTFS เพราะเป็นระบบไฟล์ที่ระบุสำหรับแฟลชไดรฟ์และไฟล์ใหญ่
    • ง. เลือก FAT32 เพราะรองรับไฟล์เดี่ยวที่มีขนาดมากกว่า 4 GB
  38. 38. ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์อย่างเป็นระบบได้ถูกต้อง

    • ก. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ
    • ข. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → ทดสอบสมมติฐาน → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์
    • ค. ระบุปัญหา → ทดสอบสมมติฐาน → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์
    • ง. ระบุปัญหา → ตั้งสมมติฐานสาเหตุ → วางแผนและลงมือแก้ → ทดสอบสมมติฐาน → ตรวจสอบระบบและป้องกันการเกิดซ้ำ → บันทึกสาเหตุ วิธีแก้ และผลลัพธ์
  39. 39. ข้อใดจับคู่เครื่องมือใน Windows กับงานที่เหมาะสมได้ถูกต้อง

    • ก. Event Viewer ใช้ตรวจและซ่อมไฟล์ระบบที่เสียหาย
    • ข. sfc /scannow ใช้ดูโปรแกรมที่กินทรัพยากร
    • ค. chkdsk ใช้ตรวจและซ่อมข้อผิดพลาดของดิสก์
    • ง. Task Manager ใช้ดูบันทึกเหตุการณ์ของระบบ
  40. 40. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ UPS ในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

    • ก. ไม่ป้องกันไฟดับหรือไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงานก่อนปิดเครื่อง
    • ข. ป้องกันไฟกระชากแต่ไม่ป้องกันไฟดับ และไม่ช่วยให้มีเวลาบันทึกงาน
    • ค. ป้องกันไฟดับแต่ไม่ป้องกันไฟกระชาก และไม่ช่วยให้มีเวลาปิดเครื่องถูกวิธี
    • ง. ป้องกันไฟดับและไฟกระชาก พร้อมให้เวลาบันทึกงานและปิดเครื่องถูกวิธี
  41. 41. เหตุใดการลบไฟล์แบบธรรมดาก่อนจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์จึงยังไม่เพียงพอ

    • ก. ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาอาจกู้คืนได้ จึงต้องทำลายข้อมูลในดิสก์ก่อนจำหน่ายเครื่อง
    • ข. การจดทะเบียนครุภัณฑ์ทำให้ข้อมูลปลอดภัย จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง
    • ค. การสำรองข้อมูลตามหลัก 3-2-1 เพียงพอ จึงไม่ต้องทำลายข้อมูลก่อนจำหน่ายเครื่อง
    • ง. ข้อมูลที่ลบแบบธรรมดาจะกู้คืนไม่ได้ จึงจำหน่ายเครื่องได้โดยไม่ต้องทำลายข้อมูล
  42. 42. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถึงสถานะของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติได้ถูกต้อง

    • ก. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไม่เป็นส่วนราชการ
    • ข. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
    • ค. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการแต่ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ
    • ง. เป็นหน่วยงานของรัฐ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
  43. 43. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับด้านของภารกิจหรือบริการที่อาจประกาศกำหนดเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ

    • ก. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมโทรคมนาคม
    • ข. ด้านพลังงานเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมสาธารณูปโภค
    • ค. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้
    • ง. ด้านการเงินเป็นด้านที่กฎหมายระบุไว้ แต่ไม่รวมการธนาคาร
  44. 44. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดกล่าวถึงชื่อ อักษรย่อ และประธานของคณะกรรมการระดับชาติได้ถูกต้อง

    • ก. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมป.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ
    • ข. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ
    • ค. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSE” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ
    • ง. คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “กมช.” หรือ “NCSC” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ
  45. 45. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เมื่อเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีนัยสำคัญต่อระบบ หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศต้องรายงานต่อผู้ใด

    • ก. รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
    • ข. รายงานต่อสำนักงาน โดยไม่ต้องรายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
    • ค. ไม่ต้องรายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล
    • ง. รายงานต่อหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล โดยไม่ต้องรายงานต่อสำนักงาน
  46. 46. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ภัยคุกคามทางไซเบอร์แบ่งออกเป็นสามระดับตามข้อใด

    • ก. ระดับเฝ้าระวัง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ
    • ข. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับวิกฤติ
    • ค. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับร้ายแรง และระดับฉุกเฉิน
    • ง. ระดับไม่ร้ายแรง ระดับปานกลาง และระดับวิกฤติ
  47. 47. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศด้อยประสิทธิภาพลง แต่ระบบยังสามารถทำงานหรือให้บริการได้และมิได้ล้มเหลวทั้งระบบ ข้อใดอธิบายการจัดระดับได้ถูกต้อง

    • ก. เป็นภัยคุกคามระดับวิกฤติ เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นการล้มเหลวทั้งระบบของบริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
    • ข. เป็นภัยคุกคามระดับร้ายแรง เพราะการด้อยประสิทธิภาพถือเป็นความเสียหายจนระบบไม่สามารถให้บริการได้
    • ค. เป็นภัยคุกคามระดับไม่ร้ายแรง เพราะทำให้ระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้อยประสิทธิภาพลง
    • ง. ไม่จัดเป็นภัยคุกคามทั้งสามระดับ เพราะระบบยังสามารถทำงานหรือให้บริการได้แม้ประสิทธิภาพลดลง
  48. 48. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งอย่างไร

    • ก. คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสามวาระ
    • ข. คราวละสามปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ
    • ค. คราวละสองปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสี่วาระ
    • ง. คราวละสี่ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระ
  49. 49. ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ข้อใดอธิบายหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการได้ถูกต้อง

    • ก. คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    • ข. คณะกรรมการกำหนดกรอบประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฉพาะภายในประเทศ
    • ค. คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งเลขาธิการ แต่การถอดถอนเลขาธิการไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
    • ง. คณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยแผนไม่ต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ