การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ · ผู้เตรียมสอบกรมสรรพากร 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ไม่รวมหมวด 7 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569) ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากตัวบท และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือคำปรึกษาทางกฎหมาย

Exam framework: กรมสรรพากร
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 47 questions · 0 topics · multiple choice · 47 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

36 min

Estimated time

1

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 19% · Variance +19pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 26% · Variance +26pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 55% · Variance +55pp · major mismatch ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+19pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+26pp).

⚠ difficulty hard: major_mismatch (+55pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:56:59 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

47 approved and ready to save.

Q1
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรา 131 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ใด ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นรายชื่อผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัตินี้

  • ก. พ.ศ. 2535 ✓
  • ข. พ.ศ. 2540
  • ค. พ.ศ. 2534
  • ง. พ.ศ. 2536

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พ.ศ. 2535" มาตรา 131 กำหนดให้รายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถือเป็นรายชื่อผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัตินี้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "พ.ศ. 2540" ผิด: ข้อความในมาตรา 131 อ้างถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ไม่ใช่ พ.ศ. 2540 • "พ.ศ. 2534" ผิด: มาตรา 131 ระบุว่าเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ไม่ใช่ พ.ศ. 2534 • "พ.ศ. 2536" ผิด: มาตรา 131 กำหนดปีของระเบียบไว้เป็น พ.ศ. 2535 ไม่ใช่ พ.ศ. 2536 อ้างอิงตัวบท มาตรา 131 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “รายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535”

มาตรา 131 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “รายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  • ก. หนึ่งร้อยยี่สิบวัน
  • ข. หนึ่งร้อยแปดสิบวัน ✓
  • ค. สองร้อยสี่สิบวัน
  • ง. เก้าสิบวัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หนึ่งร้อยแปดสิบวัน" มาตรา 2 กำหนดให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หนึ่งร้อยยี่สิบวัน" ผิด: มาตรา 2 ระบุระยะเวลาไว้หนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิใช่หนึ่งร้อยยี่สิบวัน • "สองร้อยสี่สิบวัน" ผิด: มาตรา 2 กำหนดระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิใช่สองร้อยสี่สิบวัน • "เก้าสิบวัน" ผิด: มาตรา 2 กำหนดว่าให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มิใช่เก้าสิบวัน อ้างอิงตัวบท มาตรา 2 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป”

มาตรา 2 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เมื่อที่ประชุมพิจารณาข้อสงสัยว่าประธานกรรมการหรือกรรมการมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาหรือไม่ ข้อใดอธิบายการปฏิบัติต่อบุคคลนั้นได้ถูกต้อง

  • ก. เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นอยู่ร่วมพิจารณาได้ แต่ห้ามลงมติ
  • ข. บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมก่อนชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อที่ประชุม
  • ค. เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ✓
  • ง. หากสงสัยว่ามีส่วนได้เสียโดยอ้อม บุคคลนั้นไม่ต้องออกจากที่ประชุม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว" มาตรา 25 กำหนดว่า ระหว่างที่ประชุมพิจารณาข้อสงสัยเรื่องส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อม บุคคลนั้นเมื่อได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้วจะต้องออกจากที่ประชุม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นอยู่ร่วมพิจารณาได้ แต่ห้ามลงมติ" ผิด: มาตรา 25 กำหนดว่าเมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นจะต้องออกจากที่ประชุม • "บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมก่อนชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อที่ประชุม" ผิด: มาตรา 25 กำหนดให้บุคคลนั้นชี้แจงและตอบข้อซักถามก่อน แล้วจึงต้องออกจากที่ประชุม • "หากสงสัยว่ามีส่วนได้เสียโดยอ้อม บุคคลนั้นไม่ต้องออกจากที่ประชุม" ผิด: มาตรา 25 ครอบคลุมเหตุอันควรสงสัยว่ามีส่วนได้เสียทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม อ้างอิงตัวบท มาตรา 25 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ซึ่งในระหว่างที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นเมื่อได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้วจะต้องออกจากที่ประชุม”

มาตรา 25 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ซึ่งในระหว่างที่ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นเมื่อได้ชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้วจะต้องออกจากที่ประชุม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

มหาวิทยาลัย ก. เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและประสงค์จะจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใช้เองบางส่วน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มหาวิทยาลัย ก. ต้องดำเนินการกับระเบียบดังกล่าวอย่างไร

  • ก. ห้ามจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใช้เองบางส่วน
  • ข. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ค. ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ง. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา" กรณีนี้มหาวิทยาลัย ก. เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและประสงค์จัดทำระเบียบขึ้นใช้เองบางส่วน จึงเข้าหลักมาตรา 6 ซึ่งกำหนดว่าระเบียบดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ห้ามจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใช้เองบางส่วน" ผิด: มาตรา 6 ระบุว่า หากมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐประสงค์จะจัดให้มีระเบียบขึ้นใช้เองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ให้กระทำได้ • "ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: มาตรา 6 กำหนดทั้งให้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา • "ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: มาตรา 6 ระบุว่าระเบียบดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายด้วย อ้างอิงตัวบท มาตรา 6 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” มาตรา 6 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ประสงค์จะจัดให้มีระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุขึ้นใช้เองทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ให้กระทำได้” มาตรา 6 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสองและวรรคสาม ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย” มาตรา 6 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสองและวรรคสาม ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

มาตรา 6 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งประสงค์จ้างที่ปรึกษาเพื่อทำงานที่ไม่ซับซ้อน และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานต้องเลือกใช้วิธีใด

  • ก. ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ✓
  • ข. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง
  • ค. ใช้วิธีคัดเลือก
  • ง. เลือกใช้วิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป" กรณีนี้เป็นงานที่ไม่ซับซ้อนและมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานได้เป็นการทั่วไป จึงเข้าเงื่อนไขมาตรา 70 (1) ซึ่งกำหนดให้ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง" ผิด: ข้อเท็จจริงเป็นงานที่ไม่ซับซ้อนและมีที่ปรึกษาทำได้เป็นการทั่วไป ซึ่งมาตรา 70 (1) กำหนดให้ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป • "ใช้วิธีคัดเลือก" ผิด: มาตรา 70 (1) กำหนดให้งานที่ไม่ซับซ้อนและมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไปใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป • "เลือกใช้วิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสม" ผิด: มาตรา 70 กำหนดให้เลือกใช้วิธีตามหลักเกณฑ์ และกรณีงานไม่ซับซ้อนที่มีที่ปรึกษาทำได้เป็นการทั่วไปให้ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป อ้างอิงตัวบท มาตรา 70 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ให้ใช้กับงานที่ไม่ซับซ้อน งานที่มีลักษณะเป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐ หรืองานที่มีมาตรฐานตามหลักวิชาชีพ และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป”

มาตรา 70 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ให้ใช้กับงานที่ไม่ซับซ้อน งานที่มีลักษณะเป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐ หรืองานที่มีมาตรฐานตามหลักวิชาชีพ และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายหลักเกณฑ์การทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศได้ถูกต้อง

  • ก. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำคำแปลสัญญาทั้งฉบับเป็นภาษาไทย
  • ข. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทย เว้นแต่เป็นสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ✓
  • ค. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้เลือกใช้ภาษาต่างประเทศใดก็ได้และจัดทำข้อสรุปเป็นภาษาไทย
  • ง. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทยทุกกรณี

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทย เว้นแต่เป็นสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด" มาตรา 93 กำหนดว่า หากจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญแห่งสัญญาเป็นภาษาไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เว้นแต่เป็นการทำสัญญาตามแบบสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำคำแปลสัญญาทั้งฉบับเป็นภาษาไทย" ผิด: มาตรา 93 กำหนดให้จัดทำเพียง “ข้อสรุปสาระสำคัญแห่งสัญญาเป็นภาษาไทย” ไม่ได้กำหนดให้จัดทำคำแปลทั้งฉบับ • "เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้เลือกใช้ภาษาต่างประเทศใดก็ได้และจัดทำข้อสรุปเป็นภาษาไทย" ผิด: มาตรา 93 ระบุโดยเฉพาะว่า “ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ” • "เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทยทุกกรณี" ผิด: มาตรา 93 ยกเว้นกรณีการทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศตามแบบสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด อ้างอิงตัวบท มาตรา 93 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ” มาตรา 93 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “และต้องจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญแห่งสัญญาเป็นภาษาไทย” มาตรา 93 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่การทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศตามแบบสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด”

มาตรา 93 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก หน่วยงานของรัฐต้องคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนออย่างไร

  • ก. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด
  • ข. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด
  • ค. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด ✓
  • ง. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่เสนอราคาต่ำสุด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด" ข้อ 126 (3) กำหนดว่า กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก ให้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด" ผิด: ข้อ 126 (3) ระบุชัดว่าให้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้ว • "คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด" ผิด: ข้อ 126 (3) กำหนดให้คัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด มิใช่คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคา • "คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่เสนอราคาต่ำสุด" ผิด: ข้อ 126 (3) กำหนดให้งานที่มีความซับซ้อนมากคัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด ไม่ใช่รายที่เสนอราคาต่ำสุด อ้างอิงตัวบท ข้อ 126 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(3) กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก ให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วและให้คัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด”

ข้อ 126 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(3) กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก ให้หน่วยงานของรัฐคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วและให้คัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ กรม ก. จะจ้างบริษัท ค. จำกัดเป็นที่ปรึกษา โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะงาน อัตราค่าจ้างของงานลักษณะเดียวกัน จำนวนคน-เดือนที่จำเป็น และดัชนีค่าครองชีพ ทั้งผู้รักษาการตามระเบียบได้ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาไว้แล้ว กรม ก. ต้องกำหนดอัตราค่าจ้างอย่างไร

  • ก. กำหนดเกินอัตราที่ประกาศได้ หากเห็นว่าเหมาะสมกับลักษณะงาน
  • ข. กำหนดตามความเหมาะสมของงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงความประหยัด หากไม่เกินอัตราที่ประกาศ
  • ค. กำหนดเท่ากับอัตราของงานลักษณะเดียวกันที่หน่วยงานอื่นเคยจ้าง โดยไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น
  • ง. กำหนดให้เหมาะสมและประหยัดโดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ และต้องไม่เกินอัตราที่ประกาศกำหนด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดให้เหมาะสมและประหยัดโดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ และต้องไม่เกินอัตราที่ประกาศกำหนด" กรณีนี้มีการประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาแล้ว จึงเข้าเงื่อนไขตามข้อ 129 ที่ให้กำหนดอัตราอย่างเหมาะสมและประหยัดโดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ และต้องไม่เกินอัตราที่ผู้รักษาการตามระเบียบประกาศกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดเกินอัตราที่ประกาศได้ หากเห็นว่าเหมาะสมกับลักษณะงาน" ผิด: ข้อ 129 กำหนดว่าจะต้องไม่เกินอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาตามที่ผู้รักษาการตามระเบียบประกาศกำหนด เมื่อมีประกาศดังกล่าว • "กำหนดตามความเหมาะสมของงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงความประหยัด หากไม่เกินอัตราที่ประกาศ" ผิด: ข้อ 129 กำหนดให้อัตราค่าจ้างเป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัด มิใช่พิจารณาเฉพาะความเหมาะสมหรือเพดานที่ประกาศ • "กำหนดเท่ากับอัตราของงานลักษณะเดียวกันที่หน่วยงานอื่นเคยจ้าง โดยไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น" ผิด: ข้อ 129 ระบุให้อัตราที่หน่วยงานอื่นเคยจ้างเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่นำมาคำนึงถึงในการกำหนดอัตราให้เหมาะสมและประหยัด อ้างอิงตัวบท ข้อ 129 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัด” ข้อ 129 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “โดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ลักษณะของงานที่จะจ้าง” ข้อ 129 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินกว่าอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาตามที่ผู้รักษาการตามระเบียบประกาศกำหนด (ถ้ามี)”

ข้อ 129 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายการกำหนดหลักประกันสำหรับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ผูกพันเกิน 1 ปี และพัสดุไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่องได้ถูกต้อง

  • ก. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา ✓
  • ข. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุรวมตลอดสัญญา และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา
  • ค. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และค้ำประกันเฉพาะปีนั้น
  • ง. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี โดยไม่ต้องปรับเมื่อราคาปีต่อไปเปลี่ยนแปลง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา" ข้อ 168 กำหนดว่า สำหรับสัญญาที่ผูกพันเกิน 1 ปีและพัสดุไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง ให้กำหนดหลักประกันร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และให้ถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุรวมตลอดสัญญา และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา" ผิด: ข้อ 168 กำหนดให้คิดร้อยละห้าจากราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา ไม่ใช่ราคาพัสดุรวมตลอดสัญญา • "กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และค้ำประกันเฉพาะปีนั้น" ผิด: ข้อ 168 ให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา • "กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี โดยไม่ต้องปรับเมื่อราคาปีต่อไปเปลี่ยนแปลง" ผิด: ข้อ 168 กำหนดว่า หากราคาพัสดุที่ส่งมอบในปีต่อไปแตกต่างจากรอบปีก่อน ให้ปรับปรุงหลักประกันตามอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลงไป อ้างอิงตัวบท ข้อ 168 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้กำหนดหลักประกันในอัตราร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา” ข้อ 168 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “โดยให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา”

ข้อ 168 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้กำหนดหลักประกันในอัตราร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หากกรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานจ้างก่อสร้างและได้ทำความเห็นแย้งไว้ ข้อใดกล่าวถึงผลของกรณีดังกล่าวได้ถูกต้อง

  • ก. ให้ยุติการตรวจรับงานจ้างนั้น เพราะเมื่อมีความเห็นแย้งแล้วย่อมไม่อาจตรวจรับได้
  • ข. ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ และหากสั่งให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้จึงดำเนินการตรวจรับต่อไป ✓
  • ค. ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อทราบ โดยไม่ต้องรอการสั่งการ
  • ง. ให้คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ก่อน แล้วจึงเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ และหากสั่งให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้จึงดำเนินการตรวจรับต่อไป" ข้อ 176 (7) กำหนดว่า เมื่อกรรมการบางคนไม่ยอมรับงานและทำความเห็นแย้งไว้ ต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ และถ้าสั่งให้ตรวจรับงานนั้นไว้จึงดำเนินการต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ยุติการตรวจรับงานจ้างนั้น เพราะเมื่อมีความเห็นแย้งแล้วย่อมไม่อาจตรวจรับได้" ผิด: ข้อ 176 (7) ระบุว่า หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงดำเนินการต่อได้ • "ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อทราบ โดยไม่ต้องรอการสั่งการ" ผิด: ข้อ 176 (7) กำหนดเฉพาะให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ มิใช่รายงานผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่โดยไม่รอคำสั่ง • "ให้คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ก่อน แล้วจึงเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณา" ผิด: ข้อ 176 (7) กำหนดให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ และต้องได้รับคำสั่งให้ตรวจรับก่อนจึงดำเนินการต่อได้ อ้างอิงตัวบท ข้อ 176 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในกรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ” ข้อ 176 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้จึงดำเนินการตาม (6)”

ข้อ 176 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในกรณีที่กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างและพบว่าแบบรูปรายการละเอียดของงานมีข้อความขัดกัน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ นาย ก. ต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเมื่อเสร็จงานงวดนั้น
  • ข. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน โดยไม่ต้องรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • ค. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว ✓
  • ง. ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานต่อไป แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียดมีข้อความขัดกัน ข้อ 178 (2) กำหนดให้ผู้ควบคุมงานสั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายโดยเร็ว ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเมื่อเสร็จงานงวดนั้น" ผิด: ข้อ 178 (2) กำหนดให้รายงานโดยเร็ว มิใช่รอจนเสร็จงานงวดนั้น • "สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน โดยไม่ต้องรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ" ผิด: ข้อ 178 (2) กำหนดให้สั่งพักงานแล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ได้รับมอบหมายโดยเร็ว • "ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานต่อไป แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว" ผิด: ข้อ 178 (2) กำหนดให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อนเมื่อแบบรูปรายการละเอียดมีข้อความขัดกัน อ้างอิงตัวบท ข้อ 178 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน หรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภัยให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน” ข้อ 178 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รับผิดชอบ การบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุที่เป็นงานจ้างก่อสร้างโดยเร็ว”

ข้อ 178 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน หรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภัยให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ผู้ขอเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงานซึ่งไม่ได้ถูกสั่งเพราะขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือกระทำการโดยไม่สุจริต และไม่เคยมีผลการประเมินเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จนถูกระงับ ต้องถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่ากี่ปี

  • ก. ไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • ข. ไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ค. ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • ง. ไม่น้อยกว่า 2 ปี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่น้อยกว่า 2 ปี" ข้อ 198 (1) กำหนดว่า ผู้ขอเพิกถอนในกรณีดังกล่าวต้องถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่น้อยกว่า 3 ปี" ผิด: ข้อ 198 (1) ระบุระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ไม่ใช่ 3 ปี • "ไม่น้อยกว่า 1 ปี" ผิด: ข้อ 198 (1) กำหนดว่า ต้องถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี • "ไม่น้อยกว่า 5 ปี" ผิด: สำหรับกรณีตามคำถาม ข้อ 198 (1) กำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่วนระยะเวลา 5 ปีเป็นหลักเกณฑ์ตามข้อ 198 (2) อ้างอิงตัวบท ข้อ 198 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องไม่ได้ถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน เนื่องจากมีการกระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ทั้งนี้ ผู้ขอเพิกถอนที่จะได้รับการเพิกถอนในข้อนี้ ต้องไม่เคยมีผลการประเมินตามหมวด 7 เป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดและถูกระงับ”

ข้อ 198 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องไม่ได้ถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน เนื่องจากมีการกระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ทั้งนี้ ผู้ขอเพิกถอนที่จะได้รับการเพิกถอนในข้อนี้ ต้องไม่เคยมีผลการประเมินตามหมวด 7 เป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดและถูกระงับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ วิธีสอบราคาสำหรับการซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งกำหนดวงเงินไว้เท่าใด

  • ก. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ✓
  • ข. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท
  • ค. เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
  • ง. ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท" ตามข้อ 32 วิธีสอบราคาเป็นการซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท" ผิด: ข้อ 32 กำหนดวงเงินสูงสุดไว้ว่า “ไม่เกิน 5,000,000 บาท” • "เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท" ผิด: ข้อ 32 กำหนดวงเงินขั้นต่ำว่า “เกิน 500,000 บาท” • "ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท" ผิด: ข้อ 32 ใช้คำว่า “วงเงินเกิน 500,000 บาท” จึงไม่รวมวงเงิน 500,000 บาท อ้างอิงตัวบท ข้อ 32 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “วิธีสอบราคา คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท”

ข้อ 32 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “วิธีสอบราคา คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หากการต่อรองราคากับผู้เสนอราคารายต่ำสุดที่ชนะการเสนอราคาไม่ได้ผล ข้อใดอธิบายการดำเนินการต่อไปได้ถูกต้อง

  • ก. ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทันที
  • ข. ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกรายผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน ✓
  • ค. ให้ผู้เสนอราคาทุกรายเสนอราคาใหม่พร้อมกัน และถือว่าผู้ที่ไม่ยื่นราคาใหม่ถอนราคาเดิม
  • ง. ให้แจ้งเฉพาะผู้เสนอราคารายต่ำสุดเดิมผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่อีกครั้ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกรายผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน" ข้อ 39 (2) กำหนดว่า เมื่อการดำเนินการตาม (1) ไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกรายผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทันที" ผิด: ข้อ 39 (2) กำหนดว่าเมื่อดำเนินการตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ต้องแจ้งผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกรายให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน ส่วนการเสนอให้พิจารณายกเลิกเป็นขั้นตอนเมื่อดำเนินการตาม (2) แล้วไม่ได้ผล • "ให้ผู้เสนอราคาทุกรายเสนอราคาใหม่พร้อมกัน และถือว่าผู้ที่ไม่ยื่นราคาใหม่ถอนราคาเดิม" ผิด: ข้อ 39 (2) กำหนดว่า หากผู้เสนอราคารายใดไม่ยื่นใบเสนอราคาใหม่ ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม • "ให้แจ้งเฉพาะผู้เสนอราคารายต่ำสุดเดิมผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่อีกครั้ง" ผิด: ข้อ 39 (2) ระบุให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกราย ไม่ใช่เฉพาะผู้เสนอราคารายต่ำสุดเดิม อ้างอิงตัวบท ข้อ 39 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถ้าดำเนินการตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทุกรายผ่านทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน”

ข้อ 39 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถ้าดำเนินการตาม (1) แล้วไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทุกรายผ่านทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานของรัฐได้บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้ชนะการเสนอราคาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ แต่ภายหลังพบว่าแค็ตตาล็อกของพัสดุไม่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อ ข้อใดเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง

  • ก. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการซื้อกับบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้ชนะต่อไป
  • ข. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกการซื้อครั้งนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
  • ค. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก หรือพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะก็ได้ ✓
  • ง. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้ผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะทันทีโดยไม่มีทางเลือกยกเลิก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก หรือพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะก็ได้" กรณีนี้แค็ตตาล็อกของผู้ชนะไม่ตรงตามเงื่อนไขในเอกสารซื้อ จึงเข้ากรณีตามข้อ 40 ที่ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก หรือพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะก็ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการซื้อกับบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้ชนะต่อไป" ผิด: ข้อ 40 กำหนดว่า หากเสนอแค็ตตาล็อกไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไข ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติ • "ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกการซื้อครั้งนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ" ผิด: ข้อ 40 กำหนดให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก หรือพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะก็ได้ • "ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้ผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะทันทีโดยไม่มีทางเลือกยกเลิก" ผิด: ข้อ 40 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาได้ทั้งการยกเลิกการซื้อหรือการพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะ อ้างอิงตัวบท ข้อ 40 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เสนอแค็ตตาล็อก (catalog) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของพัสดุไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์” ข้อ 40 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้าง ในครั้งนั้น” ข้อ 40 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หรือพิจารณาผู้ที่เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะการเสนอราคาก็ได้”

ข้อ 40 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เสนอแค็ตตาล็อก (catalog) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของพัสดุไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจัดซื้อพัสดุโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป โดยกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุและคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ อีกทั้งข้อเสนออาจไม่อยู่ในฐานเดียวกันจนเกิดปัญหาในการพิจารณาคัดเลือก ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานต้องกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นข้อเสนออย่างไร

  • ก. ให้ยื่นเฉพาะข้อเสนอด้านราคาโดยไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค
  • ข. ให้รวมข้อเสนอด้านเทคนิคไว้กับข้อเสนอด้านราคา
  • ค. ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเมื่อผ่านการคัดเลือกด้านราคาแล้ว
  • ง. ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก" ข้อ 83 (3) กำหนดว่า เมื่อคุณลักษณะเฉพาะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุหรือคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ และข้อเสนออาจไม่อยู่ในฐานเดียวกันจนเกิดปัญหาในการคัดเลือก หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดเงื่อนไขให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ยื่นเฉพาะข้อเสนอด้านราคาโดยไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค" ผิด: กรณีนี้แหล่งข้อมูลกำหนดให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก • "ให้รวมข้อเสนอด้านเทคนิคไว้กับข้อเสนอด้านราคา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น “แยกมาต่างหาก” • "ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเมื่อผ่านการคัดเลือกด้านราคาแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลให้พิจารณาคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำก่อน แล้วจึงดำเนินการตาม (1) หรือ (2) ต่อไป อ้างอิงตัวบท ข้อ 83 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก”

ข้อ 83 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค หรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ในกรณีจำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสำหรับการเช่าจากเอกชนซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี จะจ่ายได้สูงสุดเท่าใด

  • ก. ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา ✓
  • ข. ไม่เกินร้อยละสามสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
  • ค. ไม่เกินร้อยละสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
  • ง. ไม่เกินร้อยละห้าสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา" ข้อ 92 (2) กำหนดว่า การเช่าจากเอกชนจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่เกินร้อยละสามสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา" ผิด: ข้อ 92 (2) ระบุอัตราไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา ไม่ใช่ร้อยละสามสิบ • "ไม่เกินร้อยละสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา" ผิด: ข้อ 92 (2) กำหนดให้การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา ไม่ใช่ร้อยละสิบ • "ไม่เกินร้อยละห้าสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา" ผิด: ข้อ 92 (2) กำหนดอัตราสำหรับการเช่าจากเอกชนไว้ไม่เกินร้อยละยี่สิบ ส่วนร้อยละห้าสิบเป็นอัตราสำหรับการเช่าจากหน่วยงานของรัฐตามข้อ 92 (1) อ้างอิงตัวบท ข้อ 92 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(2) การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา”

ข้อ 92 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(2) การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับข้อเสนอส่วนที่เป็นสาระสำคัญและเป็นข้อมูลทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ

  • ก. เปิดเผยต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นได้โดยไม่มีข้อห้าม
  • ข. ห้ามเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องหรือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น เว้นแต่เปิดเผยต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ✓
  • ค. ต้องเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องและผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • ง. ห้ามเปิดเผยแม้ต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ห้ามเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องหรือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น เว้นแต่เปิดเผยต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย" มาตรา 10 ห้ามหน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อเสนอส่วนที่เป็นสาระสำคัญและเป็นข้อมูลทางเทคนิคซึ่งอาจก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องหรือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น เว้นแต่เปิดเผยต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เปิดเผยต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นได้โดยไม่มีข้อห้าม" ผิด: มาตรา 10 ห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หากอาจก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ • "ต้องเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องและผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น" ผิด: มาตรา 10 ใช้ถ้อยคำว่า “ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผย” ต่อผู้ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องหรือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น • "ห้ามเปิดเผยแม้ต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย" ผิด: มาตรา 10 ยกเว้นให้เปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้ อ้างอิงตัวบท มาตรา 10 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอในส่วนที่เป็นสาระสำคัญและเป็นข้อมูลทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกันต่อผู้ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น” มาตรา 10 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “หรือต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น” มาตรา 10 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่เป็นการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย” มาตรา 10 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “หรือการดำเนินการตามกฎหมาย”

มาตรา 10 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอในส่วนที่เป็นสาระสำคัญและเป็นข้อมูลทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกันต่อผู้ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของ “สินค้า” ได้ถูกต้อง

  • ก. สินค้าหมายถึงงานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ และการรับขนจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • ข. สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แม้มูลค่าของงานบริการสูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น
  • ค. สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น ✓
  • ง. สินค้าไม่หมายความรวมถึงงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้น ไม่ว่างานบริการนั้นจะมีมูลค่าเท่าใด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น" มาตรา 4 กำหนดว่า “สินค้า” รวมถึงงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มีเงื่อนไขว่ามูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "สินค้าหมายถึงงานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ และการรับขนจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล" ผิด: แหล่งข้อมูลนิยาม “สินค้า” ว่าเป็นวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่น ขณะที่ข้อความในตัวเลือกเป็นองค์ประกอบของนิยาม “งานบริการ” • "สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แม้มูลค่าของงานบริการสูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น” • "สินค้าไม่หมายความรวมถึงงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้น ไม่ว่างานบริการนั้นจะมีมูลค่าเท่าใด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้รวม “งานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย” ภายใต้เงื่อนไขด้านมูลค่า อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““สินค้า” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด รวมทั้ง งานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย” มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น”

มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““สินค้า” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด รวมทั้ง งานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ “การบริหารพัสดุ” มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. การจัดหา การทำสัญญา การรับมอบ และการชำระเงินค่าพัสดุ
  • ข. การให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านที่อยู่ในภารกิจของรัฐ
  • ค. การจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง
  • ง. การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ" มาตรา 4 นิยาม “การบริหารพัสดุ” ว่าหมายถึงการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การจัดหา การทำสัญญา การรับมอบ และการชำระเงินค่าพัสดุ" ผิด: มาตรา 4 นิยาม “การบริหารพัสดุ” ว่าเป็นการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ • "การให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านที่อยู่ในภารกิจของรัฐ" ผิด: มาตรา 4 กำหนดข้อความนี้ไว้ในความหมายของ “งานจ้างที่ปรึกษา” ไม่ใช่ “การบริหารพัสดุ” • "การจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง" ผิด: มาตรา 4 กำหนดข้อความนี้เป็นความหมายของ “งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ”

มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หากไม่มีราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด แต่มีทั้งราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางและราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด ข้อใดอธิบายการเลือกใช้ราคากลางได้ถูกต้อง

  • ก. เลือกใช้ราคาใดราคาหนึ่งจากสองราคานั้นก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ ✓
  • ข. ราคาจากฐานข้อมูลอ้างอิงและราคามาตรฐานไม่อยู่ในความหมายของราคากลาง
  • ค. ต้องใช้ราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางก่อนราคามาตรฐาน
  • ง. ให้ใช้ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาดก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงาน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เลือกใช้ราคาใดราคาหนึ่งจากสองราคานั้นก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ" มาตรา 4 กำหนดว่า เมื่อไม่มีราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการราคากลาง แต่มีราคาจากฐานข้อมูลอ้างอิงหรือราคามาตรฐาน ให้ใช้ราคาใดราคาหนึ่งในสองประเภทนั้นก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ราคาจากฐานข้อมูลอ้างอิงและราคามาตรฐานไม่อยู่ในความหมายของราคากลาง" ผิด: มาตรา 4 ระบุให้ราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางและราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนดเป็นราคาที่ใช้เป็นราคากลางได้ • "ต้องใช้ราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางก่อนราคามาตรฐาน" ผิด: มาตรา 4 ให้ใช้ราคาตาม (2) หรือ (3) ก่อน และให้พิจารณาว่าจะใช้ราคาใดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ มิได้กำหนดให้ราคาตาม (2) มาก่อนราคาตาม (3) • "ให้ใช้ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาดก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงาน" ผิด: มาตรา 4 กำหนดว่าเมื่อไม่มีราคาตาม (1) แต่มีราคาตาม (2) หรือ (3) ให้ใช้ราคาตาม (2) หรือ (3) ก่อน อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (1) แต่มีราคาตาม (2) หรือ (3) ให้ใช้ราคาตาม (2) หรือ (3) ก่อน โดยจะใช้ราคาใดตาม (2) หรือ (3) ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ”

มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (1) แต่มีราคาตาม (2) หรือ (3) ให้ใช้ราคาตาม (2) หรือ (3) ก่อน โดยจะใช้ราคาใดตาม (2) หรือ (3) ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายความหมายของคำว่า “เจ้าหน้าที่” ได้ถูกต้อง

  • ก. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินหรืองบประมาณของหน่วยงานของรัฐ แม้ไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ
  • ข. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ✓
  • ค. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุโดยตำแหน่ง แต่ไม่รวมผู้ที่ได้รับมอบหมาย
  • ง. ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลใดให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว" มาตรา 4 นิยาม “เจ้าหน้าที่” ว่าครอบคลุมทั้งผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ และผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวของหน่วยงานของรัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินหรืองบประมาณของหน่วยงานของรัฐ แม้ไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ" ผิด: มาตรา 4 นิยามเจ้าหน้าที่โดยผูกกับหน้าที่ “เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ” • "ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุโดยตำแหน่ง แต่ไม่รวมผู้ที่ได้รับมอบหมาย" ผิด: มาตรา 4 รวมถึง “ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ” ด้วย • "ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลใดให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ" ผิด: มาตรา 4 กำหนดเฉพาะกรณีที่ได้รับมอบหมาย “จากผู้มีอำนาจ” อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ” มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ”

มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ คำว่า “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” มีความหมายตรงกับข้อใด

  • ก. หมายถึงคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
  • ข. หมายถึงคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ
  • ค. หมายถึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ✓
  • ง. หมายถึงคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หมายถึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน" มาตรา 4 นิยามว่า “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หมายถึงคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ" ผิด: มาตรา 4 กำหนดให้ข้อความนี้เป็นความหมายของ “คณะกรรมการวินิจฉัย” ไม่ใช่ “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” • "หมายถึงคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ" ผิด: มาตรา 4 กำหนดให้ข้อความนี้เป็นความหมายของ “คณะกรรมการราคากลาง” ไม่ใช่ “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” • "หมายถึงคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต" ผิด: มาตรา 4 กำหนดให้ข้อความนี้เป็นความหมายของ “คณะกรรมการ ค.ป.ท.” ไม่ใช่ “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” อ้างอิงตัวบท มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน”

มาตรา 4 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ““คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจะจัดซื้ออะไหล่สำหรับเครื่องจักรเดิม โดยตรวจสอบแล้วพบว่าต้องใช้อะไหล่ยี่ห้อ ก. ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานควรดำเนินการอย่างไร

  • ก. หน่วยงานห้ามระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะ
  • ข. หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะโดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและเทคนิคได้
  • ค. หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ใกล้เคียงกับของผู้ขายรายหนึ่งได้
  • ง. หน่วยงานระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หน่วยงานระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะได้" กรณีนี้ข้อเท็จจริงระบุว่าต้องใช้อะไหล่ยี่ห้อ ก. จึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 9 ที่บัญญัติว่า หากจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หน่วยงานห้ามระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะ" ผิด: มาตรา 9 ยกเว้นว่า หากจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้ • "หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะโดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและเทคนิคได้" ผิด: มาตรา 9 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐคำนึงถึงคุณภาพ เทคนิค และวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้าง • "หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ใกล้เคียงกับของผู้ขายรายหนึ่งได้" ผิด: มาตรา 9 ห้ามกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ใกล้เคียงกับของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ อ้างอิงตัวบท มาตรา 9 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่พัสดุที่จะทำ การจัดซื้อจัดจ้างตามวัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้”

มาตรา 9 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่พัสดุที่จะทำ การจัดซื้อจัดจ้างตามวัตถุประสงค์นั้นมียี่ห้อเดียวหรือจะต้องใช้อะไหล่ของยี่ห้อใด ก็ให้ระบุยี่ห้อนั้นได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีต้องประกอบด้วยรายการอย่างน้อยกี่รายการ

  • ก. อย่างน้อย 4 รายการ ✓
  • ข. อย่างน้อย 5 รายการ
  • ค. อย่างน้อย 3 รายการ
  • ง. อย่างน้อย 2 รายการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "อย่างน้อย 4 รายการ" ข้อ 11 กำหนดให้แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีประกอบด้วยรายการอย่างน้อย 4 รายการ ได้แก่ ชื่อโครงการ วงเงินโดยประมาณ ระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง และรายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อย่างน้อย 5 รายการ" ผิด: ข้อ 11 แจกแจงรายการขั้นต่ำไว้ 4 รายการ ตั้งแต่ (1) ถึง (4) มิใช่ 5 รายการ • "อย่างน้อย 3 รายการ" ผิด: ข้อ 11 ระบุรายการที่ (4) คือ รายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงรวมเป็นอย่างน้อย 4 รายการ • "อย่างน้อย 2 รายการ" ผิด: ข้อ 11 กำหนดรายการไว้ตั้งแต่ (1) ถึง (4) รวมอย่างน้อย 4 รายการ อ้างอิงตัวบท ข้อ 11 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีให้ประกอบด้วยรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อโครงการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง (2) วงเงินที่จะจัดซื้อจัดจ้างโดยประมาณ (3) ระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง (4) รายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด”

ข้อ 11 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีให้ประกอบด้วยรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อโครงการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง (2) วงเงินที่จะจัดซื้อจัดจ้างโดยประมาณ (3) ระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง (4) รายการอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q26
procurement
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอในงานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ต้องปฏิบัติอย่างไร

  • ก. อาจร่นกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง
  • ข. ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ ✓
  • ค. อาจเลื่อนกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเปลี่ยนแปลง
  • ง. อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเลื่อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ" ข้อ 112 กำหนดว่า เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอในงานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ห้ามร่น เลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อาจร่นกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง" ผิด: ข้อ 112 ห้ามมิให้ร่นกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ • "อาจเลื่อนกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเปลี่ยนแปลง" ผิด: ข้อ 112 ห้ามมิให้เลื่อนกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ • "อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเลื่อน" ผิด: ข้อ 112 ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ อ้างอิงตัวบท ข้อ 112 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ”

ข้อ 112 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q27
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายบุคคลที่อยู่ในความหมายของ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” สำหรับรัฐวิสาหกิจได้ถูกต้อง

  • ก. อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล
  • ข. อธิการบดี
  • ค. ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ✓
  • ง. ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานนั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า" ตามข้อ 4 รัฐวิสาหกิจมี “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” หมายถึงผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายสำหรับราชการส่วนกลาง ส่วนรัฐวิสาหกิจหมายถึงผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่มีฐานะเทียบเท่า • "อธิการบดี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้อธิการบดีเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสำหรับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ • "ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานนั้น" ผิด: ข้อความนี้เป็นความหมายสำหรับหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ขณะที่รัฐวิสาหกิจมีรายชื่อตำแหน่งกำหนดไว้ต่างหาก อ้างอิงตัวบท ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(4) รัฐวิสาหกิจ หมายถึง ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่ง ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า”

ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “(4) รัฐวิสาหกิจ หมายถึง ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่ง ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q28
procurement
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของ “การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม” ได้ถูกต้อง

  • ก. ครอบคลุมการที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา
  • ข. ครอบคลุมเฉพาะการสมยอมกันระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
  • ค. ครอบคลุมการสร้างความได้เปรียบหน่วยงานของรัฐ แม้เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ
  • ง. ครอบคลุมการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ครอบคลุมการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ" ข้อ 4 กำหนดให้นิยามนี้ครอบคลุมการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ยื่นข้อเสนอ เมื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ครอบคลุมการที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา" ผิด: นิยามระบุว่าเป็น “การที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งหรือหลายราย” กระทำการขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม • "ครอบคลุมเฉพาะการสมยอมกันระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ" ผิด: แหล่งที่มาระบุวิธีการหลายลักษณะ โดยใช้ถ้อยคำว่า “ไม่ว่าจะกระทำโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้... หรือใช้กำลังประทุษร้าย... หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ” จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการสมยอมกัน • "ครอบคลุมการสร้างความได้เปรียบหน่วยงานของรัฐ แม้เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ" ผิด: แหล่งที่มากำหนดว่าเป็นการทำให้เกิดความได้เปรียบหน่วยงานของรัฐ “โดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ” อ้างอิงตัวบท ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งหรือหลายราย กระทำการอย่างใด ๆ” ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย” ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญา กับหน่วยงานของรัฐนั้น”

ข้อ 4 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งหรือหลายราย กระทำการอย่างใด ๆ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q29
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งดำเนินการซื้อพัสดุโดยการประกวดราคานานาชาติ และอยู่ในขั้นเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานต้องเผยแพร่เอกสารดังกล่าวเป็นเวลาเท่าใด

  • ก. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ✓
  • ข. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ
  • ค. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันปฏิทิน
  • ง. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ" กรณีนี้เป็นการซื้อโดยการประกวดราคานานาชาติ จึงเข้าหลักเกณฑ์ข้อ 60 (3) ซึ่งกำหนดให้เผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ" ผิด: ข้อ 60 (3) ระบุระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ไม่ใช่ 20 วันทำการ • "เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันปฏิทิน" ผิด: ข้อ 60 (3) ใช้คำว่า “30 วันทำการ” ไม่ใช่ 30 วันปฏิทิน • "เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ" ผิด: ข้อ 60 (3) กำหนดให้เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ ไม่ใช่ 15 วันทำการ อ้างอิงตัวบท ข้อ 60 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่การเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างให้เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ”

ข้อ 60 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่การเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างให้เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q30
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐมีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และหน่วยงานไม่ได้ตกลงกับผู้รับจ้างว่าจะบอกเลิกสัญญา กรณีนี้ผู้มีอำนาจดำเนินการอย่างไรได้ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

  • ก. ผู้มีอำนาจต้องบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างทันทีเมื่อมีเหตุดังกล่าว
  • ข. ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง ✓
  • ค. ผู้มีอำนาจต้องรอให้พ้นระยะเวลาที่กำหนดก่อนจึงบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง
  • ง. ผู้มีอำนาจยังบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างไม่ได้เมื่อมีเพียงเหตุดังกล่าว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง" ข้อเท็จจริงว่าเป็น “ผู้รับจ้าง” → “ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง”; การมีเหตุอันเชื่อว่าทำงานไม่เสร็จตามกำหนด → “ไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด”; และการไม่ได้ตกลงกันว่าจะบอกเลิก → ไม่ใช่ “การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง” ดังนั้น ผล คือให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญากับคู่สัญญา ตามมาตรา 103 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้มีอำนาจต้องบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างทันทีเมื่อมีเหตุดังกล่าว" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจ” มิได้กำหนดให้ต้องบอกเลิกสัญญาทันที • "ผู้มีอำนาจต้องรอให้พ้นระยะเวลาที่กำหนดก่อนจึงบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง" ผิด: แหล่งข้อมูลใช้เงื่อนไขเพียงมี “เหตุอันเชื่อได้” ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงไม่ได้กำหนดให้รอจนพ้นระยะเวลาก่อน • "ผู้มีอำนาจยังบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างไม่ได้เมื่อมีเพียงเหตุดังกล่าว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเหตุนี้ไว้โดยตรงว่า “เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด” อ้างอิงตัวบท มาตรา 103 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ ผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (1) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (2) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด”

มาตรา 103 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ ผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (1) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (2) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q31
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งได้รับอุทธรณ์และพิจารณาแล้ว โดยเห็นด้วยกับข้ออุทธรณ์บางส่วน แต่ไม่เห็นด้วยกับอีกบางส่วน หน่วยงานต้องดำเนินการอย่างไรและภายในกำหนดเวลาใด

  • ก. ให้วินิจฉัยเฉพาะส่วนที่เห็นด้วยภายในเจ็ดวันทำการ โดยไม่ต้องรายงานส่วนที่ไม่เห็นด้วยไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
  • ข. ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์
  • ค. ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดเจ็ดวันทำการสำหรับพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ ✓
  • ง. ให้ดำเนินการตามความเห็นของหน่วยงานนั้น ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดเจ็ดวันทำการสำหรับพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์" ข้อเท็จจริง “หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง” → “หน่วยงานของรัฐ”; ข้อเท็จจริง “ได้รับอุทธรณ์และพิจารณาแล้ว” → “พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์”; ข้อเท็จจริง “ไม่เห็นด้วยกับอีกบางส่วน” → “ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน” จึงเกิดผล คือ “ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” ภายในกำหนด คือ “ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดตามวรรคหนึ่ง” ตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้วินิจฉัยเฉพาะส่วนที่เห็นด้วยภายในเจ็ดวันทำการ โดยไม่ต้องรายงานส่วนที่ไม่เห็นด้วยไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเมื่อไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ “ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน” ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ • "ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้รายงานภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดตามวรรคหนึ่ง มิใช่นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ • "ให้ดำเนินการตามความเห็นของหน่วยงานนั้น ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า หากหน่วยงานไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องเร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ อ้างอิงตัวบท มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันทำการ” มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ ครบกำหนดตามวรรคหนึ่ง”

มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q32
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งได้รับอุทธรณ์และอยู่ระหว่างพิจารณา โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเห็นด้วยกับอุทธรณ์หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หน่วยงานต้องพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาใด โดยนับจากวันใด

  • ก. ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดพิจารณาอุทธรณ์
  • ข. ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
  • ค. ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์
  • ง. ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์" ข้อเท็จจริงที่หน่วยงานของรัฐได้รับอุทธรณ์ → “หน่วยงานของรัฐ” และ “ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์”; ข้อเท็จจริงที่อยู่ระหว่างพิจารณา → “พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์”; ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเห็นด้วยหรือไม่ → ยังไม่เข้าสู่กรณี “เห็นด้วยกับอุทธรณ์” หรือ “ไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน” จึงใช้กำหนดหลักให้พิจารณาและวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ตามมาตรา 118 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดพิจารณาอุทธรณ์" ผิด: กำหนดสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดใช้กับการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลเมื่อหน่วยงานไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ มิใช่กำหนดพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ • "ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ “ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์” • "ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดจุดเริ่มนับจาก “วันที่ได้รับอุทธรณ์” ไม่ใช่วันที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ อ้างอิงตัวบท มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์”

มาตรา 118 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q33
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐทำสัญญาเป็นหนังสือและลงนามแล้ว ต่อมามีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา โดยการแก้ไขไม่ทำให้หน่วยงานเสียประโยชน์ และหน่วยงานไม่เห็นว่าร่างสัญญาที่แก้ไขจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ ตามกฎหมายควรดำเนินการอย่างไร

  • ก. ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้ ✓
  • ข. ต้องส่งร่างสัญญาที่แก้ไขให้อัยการสูงสุดเห็นชอบก่อนทุกครั้ง
  • ค. ผู้มีอำนาจต้องอนุมัติให้แก้ไขสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีดุลพินิจ
  • ง. ห้ามแก้ไขสัญญาดังกล่าว เพราะเป็นสัญญาที่ได้ลงนามแล้ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้" ข้อเท็จจริงว่าเป็นสัญญาเป็นหนังสือและลงนามแล้ว → “สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว”; มีความจำเป็นต้องแก้ไข → “ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง”; การแก้ไขไม่ทำให้หน่วยงานเสียประโยชน์ → “หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์” จึงเกิดผล คือ “ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้” ส่วนข้อเท็จจริงที่หน่วยงานไม่เห็นว่าร่างจะมีปัญหา ทำให้เงื่อนไข เรื่อง “หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ” ไม่เกิดขึ้น จึงไม่ต้องใช้ขั้นตอนส่งร่างให้อัยการสูงสุดตามกรณีนั้น ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องส่งร่างสัญญาที่แก้ไขให้อัยการสูงสุดเห็นชอบก่อนทุกครั้ง" ผิด: การส่งร่างไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบก่อนใช้เมื่อหน่วยงานเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ แต่กรณีนี้หน่วยงานไม่เห็นว่ามีปัญหาดังกล่าว • "ผู้มีอำนาจต้องอนุมัติให้แก้ไขสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีดุลพินิจ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้” มิได้บังคับว่าต้องอนุมัติ • "ห้ามแก้ไขสัญญาดังกล่าว เพราะเป็นสัญญาที่ได้ลงนามแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดข้อยกเว้นเมื่อมีความจำเป็นต้องแก้ไขและการแก้ไขไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์ อ้างอิงตัวบท มาตรา 97 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้” มาตรา 97 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “(2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์”

มาตรา 97 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q34
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐมีสัญญาเป็นหนังสือที่ลงนามแล้ว และเห็นว่าร่างแก้ไขสัญญาอาจมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ โดยการแก้ไขไม่ได้เพิ่มหรือลดวงเงิน หน่วยงานต้องส่งร่างสัญญาให้ผู้ใดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

  • ก. หน่วยงานของรัฐพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขได้เองก่อน
  • ข. สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขก่อน ✓
  • ค. ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
  • ง. ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินเดิมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขก่อน" ข้อเท็จจริงว่าเป็นสัญญาเป็นหนังสือที่ลงนามแล้ว → “สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว”; หน่วยงานเห็นว่าอาจเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ → “หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ”; ไม่มีการเพิ่มวงเงิน → ไม่เข้าเงื่อนไข “แก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงิน”; และไม่มีการลดวงเงิน → ไม่เข้าเงื่อนไข “แก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อลดวงเงิน” ดังนั้นต้องส่งร่างสัญญาที่แก้ไขไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ตามมาตรา 97 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หน่วยงานของรัฐพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขได้เองก่อน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หน่วยงานของรัฐส่งร่างสัญญาที่แก้ไขไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน • "ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน" ผิด: แหล่งข้อมูลใช้ผู้มีอำนาจตามวงเงินรวมเมื่อมีการเพิ่มวงเงินและทำให้ผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงไป แต่กรณีนี้ไม่ได้เพิ่มวงเงิน • "ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินเดิมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน" ผิด: กรณีนี้ไม่ได้ลดวงเงิน และแหล่งข้อมูลกำหนดกรณีที่อาจเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอว่าให้ส่งร่างไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน อ้างอิงตัวบท มาตรา 97 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีการแก้ไขสัญญาที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอก็ให้ส่งร่างสัญญาที่แก้ไขนั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน”

มาตรา 97 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: “ในกรณีการแก้ไขสัญญาที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอก็ให้ส่งร่างสัญญาที่แก้ไขนั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q35
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัดทำสัญญาเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐเพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค งานดังกล่าวมีผลกระทบต่อการจราจรและมิใช่การจ้างที่ปรึกษา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ต้องกำหนดค่าปรับรายวันในอัตราใด

  • ก. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคางานจ้างนั้น
  • ข. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น
  • ค. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น ✓
  • ง. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น" ข้อเท็จจริงว่า “ทำสัญญาเป็นหนังสือ” → “การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ”; ข้อเท็จจริงว่า “มิใช่การจ้างที่ปรึกษา” → “นอกจากการจ้างที่ปรึกษา”; และข้อเท็จจริงว่าเป็นการ “ก่อสร้างสาธารณูปโภค” ซึ่ง “มีผลกระทบต่อการจราจร” → “สำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีผลกระทบต่อการจราจร” จึงเกิดผล คือให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น ตามข้อ 162 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังฯ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคางานจ้างนั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น มิใช่ร้อยละ 0.20 • "ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเฉพาะสำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจรว่าให้ใช้อัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น • "ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ" ผิด: กรณีนี้เป็นงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งแหล่งข้อมูลกำหนดอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น อ้างอิงตัวบท ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “สำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีผลกระทบต่อการจราจร ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น”

ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “สำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีผลกระทบต่อการจราจร ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q36
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือซึ่งไม่ใช่การจ้างที่ปรึกษา งานนี้ต้องการผลสำเร็จทั้งหมดพร้อมกันและไม่ใช่งานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร หากคำนวณค่าปรับตามอัตราที่กำหนดได้วันละ 50 บาท หน่วยงานต้องกำหนดค่าปรับอย่างไร

  • ก. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 50 บาท
  • ข. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น
  • ค. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • ง. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 100 บาท ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 100 บาท" ข้อเท็จจริงว่าเป็นสัญญาจ้างเป็นหนังสือ → “การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ”; ไม่ใช่การจ้างที่ปรึกษา → “นอกจากการจ้างที่ปรึกษา”; ต้องการผลสำเร็จทั้งหมดพร้อมกัน → “การจ้าง ซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน”; ไม่ใช่งานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่กระทบการจราจร → ไม่เข้าเงื่อนไข “งานก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีผลกระทบต่อการจราจร”; และจำนวนที่คำนวณได้วันละ 50 บาท → ต้องใช้หลักว่า “จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท” ดังนั้นต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 100 บาท ตามข้อ 162 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 50 บาท" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า ค่าปรับสำหรับการจ้างที่ต้องการผลสำเร็จทั้งหมดพร้อมกันต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท • "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น" ผิด: อัตราร้อยละ 0.25 ใช้สำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร แต่โจทย์ระบุว่าไม่ใช่งานดังกล่าว • "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ" ผิด: กรณีนี้อยู่ในข้อยกเว้นสำหรับการจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ซึ่งกำหนดอัตราร้อยละ 0.01-0.10 ของราคางานจ้างและมีขั้นต่ำวันละ 100 บาท อ้างอิงตัวบท ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่การจ้าง ซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตรา ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท”

ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่การจ้าง ซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตรา ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q37
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งกำลังทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา และเห็นว่าหากไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน ข้อใดเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง

  • ก. ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น ✓
  • ข. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • ค. ไม่ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา แม้เห็นว่าการไม่กำหนดค่าปรับจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน
  • ง. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างตามที่ระบุในสัญญา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น" ข้อเท็จจริงที่เป็นสัญญาจ้างที่ปรึกษา → “ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา” และข้อเท็จจริงที่หน่วยงานเห็นว่าการไม่กำหนดค่าปรับจะทำให้เกิดความเสียหาย → “หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่า ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา จะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ” จึงเกิดผล คือให้หน่วยงานผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น ตามข้อ 162 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ" ผิด: แหล่งข้อมูลแยกการจ้างที่ปรึกษากรณีนี้ไว้ที่อัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น • "ไม่ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา แม้เห็นว่าการไม่กำหนดค่าปรับจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า หากไม่กำหนดค่าปรับแล้วจะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน ให้กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา • "ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างตามที่ระบุในสัญญา" ผิด: สัญญาจ้างที่ปรึกษาตามกรณีนี้ใช้อัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น ไม่ใช่ร้อยละ 0.25 อ้างอิงตัวบท ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่า ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา จะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น”

ข้อ 162 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่า ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา จะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ให้หน่วยงานของรัฐผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q38
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ และหลักประกันที่วางไว้เป็นหลักประกันสัญญา ขณะนี้บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว อย่างช้าหน่วยงานของรัฐต้องคืนหลักประกันเมื่อใด

  • ก. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะแล้ว
  • ข. โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว ✓
  • ค. โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 30 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
  • ง. คืนเมื่อหน่วยงานเห็นสมควร โดยไม่มีกำหนดเวลาหลังบริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว" บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญา → “คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกัน”; หลักประกันที่วางไว้เป็นหลักประกันสัญญา → “หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกัน”; บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว → “คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว” จึงใช้กำหนดเวลา E17 คือคืนโดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันดังกล่าว ตามข้อ 170 (2) แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะแล้ว" ผิด: กรณีหลักประกันสัญญาต้องนับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว ไม่ใช่วันที่เห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะ • "โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 30 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วัน ไม่ใช่ 30 วัน • "คืนเมื่อหน่วยงานเห็นสมควร โดยไม่มีกำหนดเวลาหลังบริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้คืนโดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว อ้างอิงตัวบท ข้อ 170 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว” ข้อ 170 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วัน นับถัดจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว”

ข้อ 170 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หลักประกันสัญญาให้คืนให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q39
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. เป็นผู้ยื่นข้อเสนอและวางหลักประกันการเสนอราคา โดยได้รับคัดเลือกไว้เป็นหนึ่งในผู้เสนอราคาต่ำสุดสามราย หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกแล้ว แต่นาย ก. ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงและยังไม่พ้นจากข้อผูกพัน หน่วยงานของรัฐจะคืนหลักประกันการเสนอราคาของนาย ก. ได้เมื่อใด

  • ก. ยังคืนไม่ได้เมื่อนาย ก. พ้นจากข้อผูกพัน หากนาย ก. ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง
  • ข. คืนได้เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับมอบพัสดุแล้ว โดยคืนตามอัตราส่วนของพัสดุที่รับมอบ
  • ค. คืนได้ต่อเมื่อนาย ก. ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว ✓
  • ง. คืนภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกแล้ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คืนได้ต่อเมื่อนาย ก. ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว" ข้อเท็จจริงที่นาย ก. เป็นผู้ยื่นข้อเสนอและวางหลักประกันการเสนอราคา → “หลักประกันการเสนอราคาให้คืนให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ หรือผู้ค้ำประกัน”; การเป็นหนึ่งในผู้เสนอราคาต่ำสุดสามรายที่คัดเลือกไว้ → “ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน 3 ราย”; การเห็นชอบรายงานผลคัดเลือก → “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือก...เรียบร้อยแล้ว”; และการที่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงและยังไม่พ้นจากข้อผูกพัน → เงื่อนไข “ได้ทำสัญญา หรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว” ยังไม่เกิดขึ้น จึงยังคืนไม่ได้จนกว่าจะเกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อยกเว้นดังกล่าว ตามข้อ 170 (1) แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยังคืนไม่ได้เมื่อนาย ก. พ้นจากข้อผูกพัน หากนาย ก. ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุทางเลือกไว้ว่าให้คืนได้เมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือเมื่อผู้ยื่นข้อเสนอพ้นจากข้อผูกพันแล้ว • "คืนได้เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับมอบพัสดุแล้ว โดยคืนตามอัตราส่วนของพัสดุที่รับมอบ" ผิด: กรณีนี้เป็นหลักประกันการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่คัดเลือกไว้ ซึ่งแหล่งข้อมูลกำหนดให้คืนเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว มิใช่ตามสัดส่วนพัสดุที่รับมอบ • "คืนภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกแล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดข้อยกเว้นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน 3 ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว อ้างอิงตัวบท ข้อ 170 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน 3 ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญา หรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว”

ข้อ 170 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน 3 ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญา หรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q40
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐและไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดเพราะเหตุสุดวิสัย สัญญากำหนดให้แจ้งเหตุภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่เหตุสิ้นสุด แต่บริษัทแจ้งเมื่อพ้นกำหนดแล้ว เหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานไม่ทราบเหตุอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ผลตามระเบียบคือข้อใด

  • ก. บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาได้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย
  • ข. บริษัท ค. จำกัดขอขยายเวลาในภายหลังได้ หากแจ้งภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่ทราบว่าจะถูกปรับ
  • ค. บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับได้ แต่ขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
  • ง. บริษัท ค. จำกัดจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บริษัท ค. จำกัดจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้" ข้อเท็จจริงว่าเป็นคู่สัญญา → “คู่สัญญา”; เกิดเหตุสุดวิสัย → “หรือเหตุสุดวิสัย”; ไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนด → “ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้”; สัญญากำหนดให้แจ้งภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่เหตุสิ้นสุด → “ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบ” และ “ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง”; แจ้งเมื่อพ้นกำหนด → “หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด”; เหตุไม่ได้เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานและหน่วยงานไม่ทราบตั้งแต่ต้น → ไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตามข้อความ “เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น” ดังนั้น บริษัท ค. จำกัดจะยกเหตุเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ ตามข้อ 182 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาได้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเมื่อมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนดจะยกเหตุมาอ้างมิได้ โดยข้อยกเว้นมีเฉพาะเหตุจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น • "บริษัท ค. จำกัดขอขยายเวลาในภายหลังได้ หากแจ้งภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่ทราบว่าจะถูกปรับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้แจ้งภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง มิใช่นับจากวันที่ทราบว่าจะถูกปรับ • "บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับได้ แต่ขอขยายเวลาในภายหลังมิได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าคู่สัญญาจะยกเหตุเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ จึงห้ามกล่าวอ้างทั้งสองประการ อ้างอิงตัวบท ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้”

ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q41
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ เกิดเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดเวลาได้ ต่อมาเหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง โดยสัญญากำหนดให้แจ้งเหตุต่อหน่วยงานของรัฐ และไม่มีกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น บริษัทต้องแจ้งเหตุภายในระยะเวลาใด

  • ก. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง ✓
  • ข. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา
  • ค. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยเริ่มเกิดขึ้น
  • ง. ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง" ข้อเท็จจริงว่า บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญา → “คู่สัญญา”; เกิดเหตุสุดวิสัย → “เหตุสุดวิสัย”; ทำให้ส่งมอบงานตามกำหนดไม่ได้ → “ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้”; สัญญากำหนดให้แจ้งเหตุ → “ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบ”; เหตุสิ้นสุดลงและไม่มีกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาเป็นอย่างอื่น → “ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” ดังนั้น บริษัทต้องแจ้งภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง ตามข้อ 182 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เริ่มนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง ไม่ใช่วันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา • "ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยเริ่มเกิดขึ้น" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เริ่มนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง ไม่ใช่วันที่เหตุเริ่มเกิดขึ้น • "ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าให้แจ้งภายใน 15 วัน ไม่ใช่ 30 วัน อ้างอิงตัวบท ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง”

ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q42
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ความบกพร่องของหน่วยงานทำให้บริษัทไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดได้ โดยมีหลักฐานชัดแจ้ง แต่บริษัทเพิ่งแจ้งเหตุเมื่อพ้นยี่สิบวันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง ข้อใดถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลัง

  • ก. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทของดหรือลดค่าปรับได้ แต่จะขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
  • ข. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทยังยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังได้ ✓
  • ค. แม้มีหลักฐานชัดแจ้ง บริษัทจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
  • ง. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทขอขยายเวลาในภายหลังได้ แต่จะของดหรือลดค่าปรับมิได้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทยังยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังได้" บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญา → “คู่สัญญา”; ความบกพร่องเกิดจากหน่วยงานของรัฐ → “เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ”; ส่งมอบงานตามกำหนดไม่ได้ → “ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้”; แจ้งเมื่อพ้นยี่สิบวันนับถัดจากวันที่เหตุสิ้นสุด → “ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง” และ “หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด”; มีหลักฐานชัดแจ้ง → “เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง” ดังนั้น แม้แจ้งล่าช้า บริษัทยังยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังได้ ตามข้อ 182 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทของดหรือลดค่าปรับได้ แต่จะขอขยายเวลาในภายหลังมิได้" ผิด: ข้อยกเว้นครอบคลุมการกล่าวอ้างทั้งเพื่อ “ของดหรือลดค่าปรับ” และ “ขอขยายเวลาในภายหลัง” • "แม้มีหลักฐานชัดแจ้ง บริษัทจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้" ผิด: แหล่งที่มากำหนดข้อยกเว้นว่า “เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง” • "แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทขอขยายเวลาในภายหลังได้ แต่จะของดหรือลดค่าปรับมิได้" ผิด: ข้อยกเว้นครอบคลุมการกล่าวอ้างทั้งเพื่อ “ของดหรือลดค่าปรับ” และ “ขอขยายเวลาในภายหลัง” อ้างอิงตัวบท ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง”

ข้อ 182 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q43
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

คณะกรรมการคณะหนึ่งมีกรรมการทั้งหมด 8 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นประธานกรรมการซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากจะจัดประชุมคณะกรรมการครั้งนี้ ต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยต้องแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่แทน
  • ข. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วย
  • ค. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย ✓
  • ง. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 5 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย" ข้อเท็จจริง “จะจัดประชุมคณะกรรมการ” → “การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ”; ข้อเท็จจริง “มีกรรมการทั้งหมด 8 คน” → “ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด” จึงต้องมีผู้มาประชุมอย่างน้อย 4 คน; และข้อเท็จจริง “ประธานกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” → ไม่เข้าเงื่อนไข “หากประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” และประธานกรรมการ “ต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม” ตามข้อ 27 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยต้องแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่แทน" ผิด: การแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่ใช้เมื่อ “ประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้” แต่กรณีนี้ประธานกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ • "ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วย" ผิด: แหล่งที่มาระบุว่า “ประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม” • "ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 5 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย" ผิด: แหล่งที่มากำหนดว่า ต้องมีกรรมการมาประชุม “ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด” ดังนั้น จากกรรมการ 8 คน จึงต้องมีอย่างน้อย 4 คน ไม่ใช่ 5 คน อ้างอิงตัวบท ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด” ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม”

ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q44
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

คณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งไม่ใช่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุลงมติแล้วมีคะแนนเสียงเท่ากัน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ต้องวินิจฉัยมติอย่างไร

  • ก. ให้กรรมการที่มีอาวุโสสูงสุดออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
  • ข. ให้คณะกรรมการถือมติเอกฉันท์และไม่มีการออกเสียงชี้ขาด
  • ค. ให้ประธานกรรมการงดออกเสียงเพิ่มและถือว่ามติดังกล่าวไม่ผ่าน
  • ง. ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด" ข้อเท็จจริง “คณะกรรมการคณะหนึ่งลงมติ” → “คณะกรรมการ”; “มีคะแนนเสียงเท่ากัน” → “ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน”; และ “ไม่ใช่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” → ข้อยกเว้น “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์” จึงไม่ใช้บังคับ กรณีนี้ประธานกรรมการต้องออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ตามข้อ 27 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้กรรมการที่มีอาวุโสสูงสุดออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ “ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด” • "ให้คณะกรรมการถือมติเอกฉันท์และไม่มีการออกเสียงชี้ขาด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดข้อยกเว้นว่า “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์” แต่กรณีนี้ไม่ใช่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ • "ให้ประธานกรรมการงดออกเสียงเพิ่มและถือว่ามติดังกล่าวไม่ผ่าน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด อ้างอิงตัวบท ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด”

ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q45
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีกรรมการ 5 คน และมาประชุมครบทุกคน เมื่อลงมติมีกรรมการเห็นชอบ 3 คน และไม่เห็นชอบ 2 คน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ข้อใดถูกต้อง

  • ก. ต้องถือมติเอกฉันท์ เสียงเห็นชอบสามต่อสองยังไม่เพียงพอ ✓
  • ข. ให้ผู้ไม่เห็นด้วยบันทึกความเห็นแย้ง แล้วถือมติตามเสียงข้างมาก
  • ค. ให้ถือเสียงข้างมาก เสียงเห็นชอบสามต่อสองจึงเพียงพอ
  • ง. ให้ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียง เพื่อชี้ขาดผลการลงมติ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องถือมติเอกฉันท์ เสียงเห็นชอบสามต่อสองยังไม่เพียงพอ" ข้อเท็จจริง “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” → “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ”; กรรมการทั้ง 5 คนมาประชุมครบ → “ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด”; ผลลงมติ 3 ต่อ 2 ซึ่งไม่เป็นเอกฉันท์ → “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์” ดังนั้นเสียงข้างมากสามต่อสองยังไม่เพียงพอ ตามข้อ 27 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ผู้ไม่เห็นด้วยบันทึกความเห็นแย้ง แล้วถือมติตามเสียงข้างมาก" ผิด: แม้ผู้ไม่เห็นด้วยต้องทำบันทึกความเห็นแย้ง แต่แหล่งข้อมูลยังกำหนดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุถือมติเอกฉันท์ • "ให้ถือเสียงข้างมาก เสียงเห็นชอบสามต่อสองจึงเพียงพอ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์” จึงใช้เพียงเสียงข้างมากไม่ได้ • "ให้ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียง เพื่อชี้ขาดผลการลงมติ" ผิด: การออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งใช้เมื่อ “คะแนนเสียงเท่ากัน” แต่กรณีนี้คะแนนสามต่อสองและเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อ้างอิงตัวบท ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์”

ข้อ 27 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q46
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งหนึ่ง คณะกรรมการพิจารณาผลพบว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่มีเพียงบริษัท ค. จำกัดรายเดียวที่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา คณะกรรมการควรดำเนินการอย่างไรตามระเบียบกระทรวงการคลัง

  • ก. ดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต่อไปได้ทันทีเมื่อมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย โดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่
  • ข. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ✓
  • ค. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกและดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แม้ยังมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย
  • ง. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยตรงเพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 โดยอนุโลม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม" ข้อเท็จจริง “มีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย” → “มีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์”; ข้อเท็จจริง “มีเพียงบริษัท ค. จำกัดรายเดียวที่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไข” → “เพียงรายเดียว”; และผู้ดำเนินการคือ “คณะกรรมการพิจารณาผล” → “คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” กรณีนี้จึงต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิก แต่หากคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ ให้ดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณีโดยอนุโลม ตามข้อ 56 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต่อไปได้ทันทีเมื่อมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย โดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ดำเนินการต่อได้เมื่อ “คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไป” ไม่ใช่ดำเนินการต่อได้ทันที • "เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกและดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แม้ยังมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย" ผิด: การดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ใช้ในกรณีที่ “ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไข” แต่กรณีนี้มีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย • "เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยตรงเพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 โดยอนุโลม" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดขั้นตอนไว้โดยเฉพาะว่าให้ “เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่” จึงเสนอโดยตรงไม่ได้ มาตราที่อ้างถึงในข้อนี้ • ข้อ 57: “ข้อ 57 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่หน่วยงานของรัฐเลือกใช้เกณฑ์ราคา หากปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย ให้คณะกรรมการพิจารณาราคาต่ำสุดของผู้ที่เสนอราคาเข้าสู่ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในลำดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคาในครั้งนั้น ในกรณีที่ปรากฏว่าราคาของผู้ที่ชนะการเสนอราคายังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างตามข้อ 22 ให้คณะกรรมการดำเนินการ ดังนี้ (1) ให้แจ้งผู้ที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างนั้นผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้ที่เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่น ใบเสนอราคาผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว…” • ข้อ 58: “ข้อ 58 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่หน่วยงานของรัฐเลือกใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น หากปรากฏว่าราคาของผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อ หรือจ้างตามข้อ 22 ให้คณะกรรมการดำเนินการแจ้งผู้ที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างนั้นผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้ที่เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่นใบเสนอราคาผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ราคาที่เสนอใหม่ ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก แต่ส่วนที่สูงก…” อ้างอิงตัวบท ข้อ 56 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “มีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น” ข้อ 56 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” ข้อ 56 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “ให้คณะกรรมการดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม”

ข้อ 56 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “มีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q47
procurement
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐทำสัญญากับบริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการคู่สัญญา ต่อมาหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า แต่ก่อนทำสัญญาไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการจ่ายล่วงหน้าไว้ หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร

  • ก. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ หากเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวไว้ภายหลังทำสัญญา
  • ข. ต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว
  • ค. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าไม่ได้ เพราะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญา ✓
  • ง. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าไม่ได้ เพราะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญา" ข้อเท็จจริง “บริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการคู่สัญญา” → “ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา”; ข้อเท็จจริง “หัวหน้าหน่วยงานเห็นว่าจำเป็นต้องจ่าย” → “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องจ่าย”; และข้อเท็จจริง “ก่อนทำสัญญาไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการจ่ายล่วงหน้าไว้” → กฎกำหนดว่าต้อง “มีการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนการทำสัญญาหรือข้อตกลง” เมื่อขาดเงื่อนไขหลัง ข้อยกเว้นจึงไม่ใช้และจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าไม่ได้ ตามข้อ 89 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ หากเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวไว้ภายหลังทำสัญญา" ผิด: ข้อ 89 ระบุว่าต้องมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ “ก่อนการทำสัญญาหรือข้อตกลง” • "ต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว" ผิด: ข้อ 89 วางหลักว่าการจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า “จะกระทำมิได้” เว้นแต่ครบเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญา • "จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว" ผิด: ข้อ 89 กำหนดทั้งการเห็นว่ามีความจำเป็นและการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญาหรือข้อตกลง แต่กรณีนี้ขาดเงื่อนไขประการหลัง อ้างอิงตัวบท ข้อ 89 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาจะกระทำมิได้ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องจ่าย และมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนการ ทำสัญญาหรือข้อตกลง”

ข้อ 89 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569): “การจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาจะกระทำมิได้ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องจ่าย และมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนการ ทำสัญญาหรือข้อตกลง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

Time limit: 47 minutes

  1. 1. ตามมาตรา 131 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ใด ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นรายชื่อผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัตินี้

    • ก. พ.ศ. 2535
    • ข. พ.ศ. 2540
    • ค. พ.ศ. 2534
    • ง. พ.ศ. 2536
  2. 2. ตามมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    • ก. หนึ่งร้อยยี่สิบวัน
    • ข. หนึ่งร้อยแปดสิบวัน
    • ค. สองร้อยสี่สิบวัน
    • ง. เก้าสิบวัน
  3. 3. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เมื่อที่ประชุมพิจารณาข้อสงสัยว่าประธานกรรมการหรือกรรมการมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาหรือไม่ ข้อใดอธิบายการปฏิบัติต่อบุคคลนั้นได้ถูกต้อง

    • ก. เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นอยู่ร่วมพิจารณาได้ แต่ห้ามลงมติ
    • ข. บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมก่อนชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อที่ประชุม
    • ค. เมื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแล้ว บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
    • ง. หากสงสัยว่ามีส่วนได้เสียโดยอ้อม บุคคลนั้นไม่ต้องออกจากที่ประชุม
  4. 4. มหาวิทยาลัย ก. เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐและประสงค์จะจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใช้เองบางส่วน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มหาวิทยาลัย ก. ต้องดำเนินการกับระเบียบดังกล่าวอย่างไร

    • ก. ห้ามจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นใช้เองบางส่วน
    • ข. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ค. ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย แต่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ง. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบาย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  5. 5. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งประสงค์จ้างที่ปรึกษาเพื่อทำงานที่ไม่ซับซ้อน และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานต้องเลือกใช้วิธีใด

    • ก. ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
    • ข. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง
    • ค. ใช้วิธีคัดเลือก
    • ง. เลือกใช้วิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสม
  6. 6. ตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายหลักเกณฑ์การทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศได้ถูกต้อง

    • ก. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำคำแปลสัญญาทั้งฉบับเป็นภาษาไทย
    • ข. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทย เว้นแต่เป็นสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
    • ค. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้เลือกใช้ภาษาต่างประเทศใดก็ได้และจัดทำข้อสรุปเป็นภาษาไทย
    • ง. เมื่อจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและจัดทำข้อสรุปสาระสำคัญเป็นภาษาไทยทุกกรณี
  7. 7. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ กรณีงานจ้างที่ปรึกษาที่มีความซับซ้อนมาก หน่วยงานของรัฐต้องคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนออย่างไร

    • ก. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด
    • ข. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด
    • ค. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด
    • ง. คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพแล้วจากรายที่เสนอราคาต่ำสุด
  8. 8. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ กรม ก. จะจ้างบริษัท ค. จำกัดเป็นที่ปรึกษา โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะงาน อัตราค่าจ้างของงานลักษณะเดียวกัน จำนวนคน-เดือนที่จำเป็น และดัชนีค่าครองชีพ ทั้งผู้รักษาการตามระเบียบได้ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาไว้แล้ว กรม ก. ต้องกำหนดอัตราค่าจ้างอย่างไร

    • ก. กำหนดเกินอัตราที่ประกาศได้ หากเห็นว่าเหมาะสมกับลักษณะงาน
    • ข. กำหนดตามความเหมาะสมของงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงความประหยัด หากไม่เกินอัตราที่ประกาศ
    • ค. กำหนดเท่ากับอัตราของงานลักษณะเดียวกันที่หน่วยงานอื่นเคยจ้าง โดยไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น
    • ง. กำหนดให้เหมาะสมและประหยัดโดยคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ และต้องไม่เกินอัตราที่ประกาศกำหนด
  9. 9. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายการกำหนดหลักประกันสำหรับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างที่ผูกพันเกิน 1 ปี และพัสดุไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่องได้ถูกต้อง

    • ก. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา
    • ข. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุรวมตลอดสัญญา และถือเป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา
    • ค. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี และค้ำประกันเฉพาะปีนั้น
    • ง. กำหนดร้อยละห้าของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปี โดยไม่ต้องปรับเมื่อราคาปีต่อไปเปลี่ยนแปลง
  10. 10. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หากกรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานจ้างก่อสร้างและได้ทำความเห็นแย้งไว้ ข้อใดกล่าวถึงผลของกรณีดังกล่าวได้ถูกต้อง

    • ก. ให้ยุติการตรวจรับงานจ้างนั้น เพราะเมื่อมีความเห็นแย้งแล้วย่อมไม่อาจตรวจรับได้
    • ข. ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ และหากสั่งให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้จึงดำเนินการตรวจรับต่อไป
    • ค. ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อทราบ โดยไม่ต้องรอการสั่งการ
    • ง. ให้คณะกรรมการตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ก่อน แล้วจึงเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณา
  11. 11. นาย ก. เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างและพบว่าแบบรูปรายการละเอียดของงานมีข้อความขัดกัน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ นาย ก. ต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเมื่อเสร็จงานงวดนั้น
    • ข. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน โดยไม่ต้องรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    • ค. สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว
    • ง. ให้ผู้รับจ้างดำเนินงานต่อไป แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยเร็ว
  12. 12. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ผู้ขอเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงานซึ่งไม่ได้ถูกสั่งเพราะขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือกระทำการโดยไม่สุจริต และไม่เคยมีผลการประเมินเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จนถูกระงับ ต้องถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงานมาแล้วไม่น้อยกว่ากี่ปี

    • ก. ไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ข. ไม่น้อยกว่า 1 ปี
    • ค. ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ง. ไม่น้อยกว่า 2 ปี
  13. 13. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ วิธีสอบราคาสำหรับการซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งกำหนดวงเงินไว้เท่าใด

    • ก. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
    • ข. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท
    • ค. เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
    • ง. ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท
  14. 14. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หากการต่อรองราคากับผู้เสนอราคารายต่ำสุดที่ชนะการเสนอราคาไม่ได้ผล ข้อใดอธิบายการดำเนินการต่อไปได้ถูกต้อง

    • ก. ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทันที
    • ข. ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรงตามเงื่อนไขทุกรายผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน
    • ค. ให้ผู้เสนอราคาทุกรายเสนอราคาใหม่พร้อมกัน และถือว่าผู้ที่ไม่ยื่นราคาใหม่ถอนราคาเดิม
    • ง. ให้แจ้งเฉพาะผู้เสนอราคารายต่ำสุดเดิมผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เสนอราคาใหม่อีกครั้ง
  15. 15. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานของรัฐได้บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้ชนะการเสนอราคาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ แต่ภายหลังพบว่าแค็ตตาล็อกของพัสดุไม่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อ ข้อใดเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง

    • ก. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการซื้อกับบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้ชนะต่อไป
    • ข. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกการซื้อครั้งนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
    • ค. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก หรือพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะก็ได้
    • ง. ให้ถือว่าบริษัท ค. จำกัดไม่ผ่านคุณสมบัติ และให้ผู้เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะทันทีโดยไม่มีทางเลือกยกเลิก
  16. 16. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจัดซื้อพัสดุโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป โดยกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่ต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุและคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ อีกทั้งข้อเสนออาจไม่อยู่ในฐานเดียวกันจนเกิดปัญหาในการพิจารณาคัดเลือก ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานต้องกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นข้อเสนออย่างไร

    • ก. ให้ยื่นเฉพาะข้อเสนอด้านราคาโดยไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค
    • ข. ให้รวมข้อเสนอด้านเทคนิคไว้กับข้อเสนอด้านราคา
    • ค. ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเมื่อผ่านการคัดเลือกด้านราคาแล้ว
    • ง. ให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก
  17. 17. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ในกรณีจำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสำหรับการเช่าจากเอกชนซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี จะจ่ายได้สูงสุดเท่าใด

    • ก. ไม่เกินร้อยละยี่สิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
    • ข. ไม่เกินร้อยละสามสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
    • ค. ไม่เกินร้อยละสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
    • ง. ไม่เกินร้อยละห้าสิบของค่าเช่าทั้งสัญญา
  18. 18. ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับข้อเสนอส่วนที่เป็นสาระสำคัญและเป็นข้อมูลทางเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอ

    • ก. เปิดเผยต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นได้โดยไม่มีข้อห้าม
    • ข. ห้ามเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องหรือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น เว้นแต่เปิดเผยต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย
    • ค. ต้องเปิดเผยต่อผู้ที่มิได้เกี่ยวข้องและผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ง. ห้ามเปิดเผยแม้ต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
  19. 19. ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของ “สินค้า” ได้ถูกต้อง

    • ก. สินค้าหมายถึงงานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ และการรับขนจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
    • ข. สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แม้มูลค่าของงานบริการสูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น
    • ค. สินค้าอาจรวมงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น
    • ง. สินค้าไม่หมายความรวมถึงงานบริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้น ไม่ว่างานบริการนั้นจะมีมูลค่าเท่าใด
  20. 20. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ “การบริหารพัสดุ” มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. การจัดหา การทำสัญญา การรับมอบ และการชำระเงินค่าพัสดุ
    • ข. การให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านที่อยู่ในภารกิจของรัฐ
    • ค. การจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง
    • ง. การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ
  21. 21. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หากไม่มีราคาที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด แต่มีทั้งราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางและราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณกำหนด ข้อใดอธิบายการเลือกใช้ราคากลางได้ถูกต้อง

    • ก. เลือกใช้ราคาใดราคาหนึ่งจากสองราคานั้นก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ
    • ข. ราคาจากฐานข้อมูลอ้างอิงและราคามาตรฐานไม่อยู่ในความหมายของราคากลาง
    • ค. ต้องใช้ราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลางก่อนราคามาตรฐาน
    • ง. ให้ใช้ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาดก่อน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงาน
  22. 22. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อใดอธิบายความหมายของคำว่า “เจ้าหน้าที่” ได้ถูกต้อง

    • ก. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินหรืองบประมาณของหน่วยงานของรัฐ แม้ไม่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ
    • ข. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
    • ค. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุโดยตำแหน่ง แต่ไม่รวมผู้ที่ได้รับมอบหมาย
    • ง. ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลใดให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ
  23. 23. ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ คำว่า “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” มีความหมายตรงกับข้อใด

    • ก. หมายถึงคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    • ข. หมายถึงคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ
    • ค. หมายถึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน
    • ง. หมายถึงคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต
  24. 24. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจะจัดซื้ออะไหล่สำหรับเครื่องจักรเดิม โดยตรวจสอบแล้วพบว่าต้องใช้อะไหล่ยี่ห้อ ก. ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หน่วยงานควรดำเนินการอย่างไร

    • ก. หน่วยงานห้ามระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะ
    • ข. หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะโดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและเทคนิคได้
    • ค. หน่วยงานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ใกล้เคียงกับของผู้ขายรายหนึ่งได้
    • ง. หน่วยงานระบุยี่ห้อ ก. ในคุณลักษณะเฉพาะได้
  25. 25. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีต้องประกอบด้วยรายการอย่างน้อยกี่รายการ

    • ก. อย่างน้อย 4 รายการ
    • ข. อย่างน้อย 5 รายการ
    • ค. อย่างน้อย 3 รายการ
    • ง. อย่างน้อย 2 รายการ
  26. 26. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอในงานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ต้องปฏิบัติอย่างไร

    • ก. อาจร่นกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง
    • ข. ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ
    • ค. อาจเลื่อนกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเปลี่ยนแปลง
    • ง. อาจเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอได้ แต่ห้ามร่นหรือเลื่อน
  27. 27. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายบุคคลที่อยู่ในความหมายของ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” สำหรับรัฐวิสาหกิจได้ถูกต้อง

    • ก. อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล
    • ข. อธิการบดี
    • ค. ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
    • ง. ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานตามกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานนั้น
  28. 28. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ ข้อใดอธิบายขอบเขตความหมายของ “การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม” ได้ถูกต้อง

    • ก. ครอบคลุมการที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา
    • ข. ครอบคลุมเฉพาะการสมยอมกันระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ค. ครอบคลุมการสร้างความได้เปรียบหน่วยงานของรัฐ แม้เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ
    • ง. ครอบคลุมการข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
  29. 29. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งดำเนินการซื้อพัสดุโดยการประกวดราคานานาชาติ และอยู่ในขั้นเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานต้องเผยแพร่เอกสารดังกล่าวเป็นเวลาเท่าใด

    • ก. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันทำการ
    • ข. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ
    • ค. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันปฏิทิน
    • ง. เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ
  30. 30. หน่วยงานของรัฐมีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และหน่วยงานไม่ได้ตกลงกับผู้รับจ้างว่าจะบอกเลิกสัญญา กรณีนี้ผู้มีอำนาจดำเนินการอย่างไรได้ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

    • ก. ผู้มีอำนาจต้องบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างทันทีเมื่อมีเหตุดังกล่าว
    • ข. ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง
    • ค. ผู้มีอำนาจต้องรอให้พ้นระยะเวลาที่กำหนดก่อนจึงบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง
    • ง. ผู้มีอำนาจยังบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างไม่ได้เมื่อมีเพียงเหตุดังกล่าว
  31. 31. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งได้รับอุทธรณ์และพิจารณาแล้ว โดยเห็นด้วยกับข้ออุทธรณ์บางส่วน แต่ไม่เห็นด้วยกับอีกบางส่วน หน่วยงานต้องดำเนินการอย่างไรและภายในกำหนดเวลาใด

    • ก. ให้วินิจฉัยเฉพาะส่วนที่เห็นด้วยภายในเจ็ดวันทำการ โดยไม่ต้องรายงานส่วนที่ไม่เห็นด้วยไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
    • ข. ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์
    • ค. ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดเจ็ดวันทำการสำหรับพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์
    • ง. ให้ดำเนินการตามความเห็นของหน่วยงานนั้น ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่หน่วยงานได้รับอุทธรณ์
  32. 32. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งได้รับอุทธรณ์และอยู่ระหว่างพิจารณา โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าเห็นด้วยกับอุทธรณ์หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หน่วยงานต้องพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาใด โดยนับจากวันใด

    • ก. ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ครบกำหนดพิจารณาอุทธรณ์
    • ข. ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
    • ค. ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่เห็นด้วยกับอุทธรณ์
    • ง. ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
  33. 33. หน่วยงานของรัฐทำสัญญาเป็นหนังสือและลงนามแล้ว ต่อมามีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา โดยการแก้ไขไม่ทำให้หน่วยงานเสียประโยชน์ และหน่วยงานไม่เห็นว่าร่างสัญญาที่แก้ไขจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ ตามกฎหมายควรดำเนินการอย่างไร

    • ก. ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้
    • ข. ต้องส่งร่างสัญญาที่แก้ไขให้อัยการสูงสุดเห็นชอบก่อนทุกครั้ง
    • ค. ผู้มีอำนาจต้องอนุมัติให้แก้ไขสัญญาดังกล่าวโดยไม่มีดุลพินิจ
    • ง. ห้ามแก้ไขสัญญาดังกล่าว เพราะเป็นสัญญาที่ได้ลงนามแล้ว
  34. 34. หน่วยงานของรัฐมีสัญญาเป็นหนังสือที่ลงนามแล้ว และเห็นว่าร่างแก้ไขสัญญาอาจมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่รัดกุมพอ โดยการแก้ไขไม่ได้เพิ่มหรือลดวงเงิน หน่วยงานต้องส่งร่างสัญญาให้ผู้ใดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

    • ก. หน่วยงานของรัฐพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขได้เองก่อน
    • ข. สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างสัญญาที่แก้ไขก่อน
    • ค. ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
    • ง. ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินเดิมพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
  35. 35. บริษัท ค. จำกัดทำสัญญาเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐเพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค งานดังกล่าวมีผลกระทบต่อการจราจรและมิใช่การจ้างที่ปรึกษา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ต้องกำหนดค่าปรับรายวันในอัตราใด

    • ก. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคางานจ้างนั้น
    • ข. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น
    • ค. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น
    • ง. ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  36. 36. หน่วยงานของรัฐทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือซึ่งไม่ใช่การจ้างที่ปรึกษา งานนี้ต้องการผลสำเร็จทั้งหมดพร้อมกันและไม่ใช่งานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร หากคำนวณค่าปรับตามอัตราที่กำหนดได้วันละ 50 บาท หน่วยงานต้องกำหนดค่าปรับอย่างไร

    • ก. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 50 บาท
    • ข. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างนั้น
    • ค. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
    • ง. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัววันละ 100 บาท
  37. 37. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งกำลังทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา และเห็นว่าหากไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน ข้อใดเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง

    • ก. ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.10 ของราคางานจ้างนั้น
    • ข. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.01 - 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
    • ค. ไม่ต้องกำหนดค่าปรับไว้ในสัญญา แม้เห็นว่าการไม่กำหนดค่าปรับจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน
    • ง. ต้องกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัว ร้อยละ 0.25 ของราคางานจ้างตามที่ระบุในสัญญา
  38. 38. บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ และหลักประกันที่วางไว้เป็นหลักประกันสัญญา ขณะนี้บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว อย่างช้าหน่วยงานของรัฐต้องคืนหลักประกันเมื่อใด

    • ก. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะแล้ว
    • ข. โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 15 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
    • ค. โดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน 30 วัน นับถัดจากวันที่บริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
    • ง. คืนเมื่อหน่วยงานเห็นสมควร โดยไม่มีกำหนดเวลาหลังบริษัทพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว
  39. 39. นาย ก. เป็นผู้ยื่นข้อเสนอและวางหลักประกันการเสนอราคา โดยได้รับคัดเลือกไว้เป็นหนึ่งในผู้เสนอราคาต่ำสุดสามราย หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกแล้ว แต่นาย ก. ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงและยังไม่พ้นจากข้อผูกพัน หน่วยงานของรัฐจะคืนหลักประกันการเสนอราคาของนาย ก. ได้เมื่อใด

    • ก. ยังคืนไม่ได้เมื่อนาย ก. พ้นจากข้อผูกพัน หากนาย ก. ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง
    • ข. คืนได้เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับมอบพัสดุแล้ว โดยคืนตามอัตราส่วนของพัสดุที่รับมอบ
    • ค. คืนได้ต่อเมื่อนาย ก. ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือพ้นจากข้อผูกพันแล้ว
    • ง. คืนภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกแล้ว
  40. 40. บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐและไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดเพราะเหตุสุดวิสัย สัญญากำหนดให้แจ้งเหตุภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่เหตุสิ้นสุด แต่บริษัทแจ้งเมื่อพ้นกำหนดแล้ว เหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานไม่ทราบเหตุอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ผลตามระเบียบคือข้อใด

    • ก. บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาได้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย
    • ข. บริษัท ค. จำกัดขอขยายเวลาในภายหลังได้ หากแจ้งภายในสิบห้าวันนับถัดจากวันที่ทราบว่าจะถูกปรับ
    • ค. บริษัท ค. จำกัดยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับได้ แต่ขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
    • ง. บริษัท ค. จำกัดจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
  41. 41. บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ เกิดเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดเวลาได้ ต่อมาเหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง โดยสัญญากำหนดให้แจ้งเหตุต่อหน่วยงานของรัฐ และไม่มีกฎกระทรวงกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น บริษัทต้องแจ้งเหตุภายในระยะเวลาใด

    • ก. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง
    • ข. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญา
    • ค. ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยเริ่มเกิดขึ้น
    • ง. ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่เหตุสุดวิสัยสิ้นสุดลง
  42. 42. บริษัท ค. จำกัดเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ความบกพร่องของหน่วยงานทำให้บริษัทไม่สามารถส่งมอบงานตามกำหนดได้ โดยมีหลักฐานชัดแจ้ง แต่บริษัทเพิ่งแจ้งเหตุเมื่อพ้นยี่สิบวันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง ข้อใดถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลัง

    • ก. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทของดหรือลดค่าปรับได้ แต่จะขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
    • ข. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทยังยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังได้
    • ค. แม้มีหลักฐานชัดแจ้ง บริษัทจะยกเหตุดังกล่าวเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้
    • ง. แม้แจ้งเกินกำหนด บริษัทขอขยายเวลาในภายหลังได้ แต่จะของดหรือลดค่าปรับมิได้
  43. 43. คณะกรรมการคณะหนึ่งมีกรรมการทั้งหมด 8 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นประธานกรรมการซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากจะจัดประชุมคณะกรรมการครั้งนี้ ต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยต้องแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่แทน
    • ข. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วย
    • ค. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 4 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย
    • ง. ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย 5 คน โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย
  44. 44. คณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งไม่ใช่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุลงมติแล้วมีคะแนนเสียงเท่ากัน ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ต้องวินิจฉัยมติอย่างไร

    • ก. ให้กรรมการที่มีอาวุโสสูงสุดออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
    • ข. ให้คณะกรรมการถือมติเอกฉันท์และไม่มีการออกเสียงชี้ขาด
    • ค. ให้ประธานกรรมการงดออกเสียงเพิ่มและถือว่ามติดังกล่าวไม่ผ่าน
    • ง. ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
  45. 45. คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีกรรมการ 5 คน และมาประชุมครบทุกคน เมื่อลงมติมีกรรมการเห็นชอบ 3 คน และไม่เห็นชอบ 2 คน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ข้อใดถูกต้อง

    • ก. ต้องถือมติเอกฉันท์ เสียงเห็นชอบสามต่อสองยังไม่เพียงพอ
    • ข. ให้ผู้ไม่เห็นด้วยบันทึกความเห็นแย้ง แล้วถือมติตามเสียงข้างมาก
    • ค. ให้ถือเสียงข้างมาก เสียงเห็นชอบสามต่อสองจึงเพียงพอ
    • ง. ให้ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียง เพื่อชี้ขาดผลการลงมติ
  46. 46. ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งหนึ่ง คณะกรรมการพิจารณาผลพบว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่มีเพียงบริษัท ค. จำกัดรายเดียวที่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา คณะกรรมการควรดำเนินการอย่างไรตามระเบียบกระทรวงการคลัง

    • ก. ดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ต่อไปได้ทันทีเมื่อมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย โดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่
    • ข. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม
    • ค. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกและดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แม้ยังมีข้อเสนอที่ถูกต้องหนึ่งราย
    • ง. เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยตรงเพื่อยกเลิก เว้นแต่เห็นว่ามีเหตุผลสมควรดำเนินการต่อ จึงดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 โดยอนุโลม
  47. 47. หน่วยงานของรัฐทำสัญญากับบริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการคู่สัญญา ต่อมาหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่าจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า แต่ก่อนทำสัญญาไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการจ่ายล่วงหน้าไว้ หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร

    • ก. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ หากเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวไว้ภายหลังทำสัญญา
    • ข. ต้องจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้า เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว
    • ค. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าไม่ได้ เพราะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนทำสัญญา
    • ง. จ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าได้ เพราะหัวหน้าหน่วยงานเห็นว่ามีความจำเป็นแล้ว