ประมวลรัษฎากร: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 2

ประมวลรัษฎากร · ผู้เตรียมสอบกรมสรรพากร 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากตัวบทประมวลรัษฎากรฉบับทางการและบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากตัวบท และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือคำปรึกษาด้านภาษี

Exam framework: กรมสรรพากร
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 25 questions · 0 topics · multiple choice · 25 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

16 min

Estimated time

5

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 56% · Variance +56pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 32% · Variance +32pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 12% · Variance +12pp · overrepresented ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+56pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+32pp).

⚠ difficulty hard: overrepresented (+12pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:56:19 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

25 approved and ready to save.

Q1
assessment_appeal
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร การออกหมายเรียกผู้ยื่นรายการมาไต่สวนต้องให้เวลาล่วงหน้าเท่าใด ต้องออกภายในกี่ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ และกรณีมีหลักฐานว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรจะขยายเวลาได้สูงสุดเท่าใด

  • ก. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ ✓
  • ข. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 3 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  • ค. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 7 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  • ง. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ" มาตรา 19 กำหนดให้แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันนับแต่วันส่งหมาย และให้ออกหมายเรียกภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ หากมีหลักฐานว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร อธิบดีอาจอนุมัติให้ขยายเวลาได้ แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 3 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้การออกหมายเรียกกระทำภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ ไม่ใช่ 3 ปี • "ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 7 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ" ผิด: กรณีมีหลักฐานว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร แหล่งข้อมูลกำหนดให้ขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ ไม่ใช่ 7 ปี • "ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันส่งหมาย” ไม่ใช่ 5 วัน อ้างอิงตัวบท มาตรา 19: “แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันส่งหมาย” มาตรา 19: “ทั้งนี้ การออกหมายเรียกดังกล่าวจะต้องกระทำภายในเวลาสองปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ” มาตรา 19: “อธิบดีจะอนุมัติให้ขยายเวลาการออกหมายเรียกดังกล่าวเกินกว่าสองปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ”

มาตรา 19: “แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันส่งหมาย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
assessment_appeal
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร หากผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อใดอธิบายผลทางกฎหมายได้ถูกต้อง

  • ก. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง แต่ไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน
  • ข. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน ✓
  • ค. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยอุทธรณ์การประเมินได้
  • ง. เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง จึงไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ และยังอุทธรณ์ได้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน" มาตรา 21 ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องและแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระแก่ผู้ต้องเสียภาษีอากร โดยกรณีนี้ห้ามอุทธรณ์การประเมิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง แต่ไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน" ผิด: มาตรา 21 กำหนดให้เจ้าพนักงานประเมินประเมินแล้ว “แจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร” • "เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยอุทธรณ์การประเมินได้" ผิด: มาตรา 21 ระบุว่า “ในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน” • "เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง จึงไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ และยังอุทธรณ์ได้" ผิด: มาตรา 21 ระบุว่าเจ้าพนักงานประเมิน “มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง” และห้ามอุทธรณ์การประเมิน อ้างอิงตัวบท มาตรา 21: “เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง” มาตรา 21: “และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร” มาตรา 21: “ในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน”

มาตรา 21: “เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
assessment_appeal
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. ไม่นำส่งภาษีอากรประเมินภายในกำหนดเวลา โดยไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลานำส่งภาษี ตามประมวลรัษฎากร นาย ก. ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราใดและไม่เกินจำนวนเท่าใด

  • ก. ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกิน 2 เท่าของภาษีที่ต้องนำส่ง
  • ข. ร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง
  • ค. ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง ✓
  • ง. ร้อยละ 2 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง" กรณีนี้นาย ก. ไม่นำส่งภาษีภายในกำหนดและไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา จึงต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน โดยเงินเพิ่มที่คำนวณได้ต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกิน 2 เท่าของภาษีที่ต้องนำส่ง" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง ไม่ใช่ 2 เท่าของภาษี • "ร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราร้อยละ 0.75 เฉพาะกรณีอธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาและมีการนำส่งภายในเวลาที่ขยาย แต่กรณีนี้ไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา • "ร้อยละ 2 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ไม่ใช่ร้อยละ 2 อ้างอิงตัวบท มาตรา 27: “บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้เกี่ยวกับภาษีอากรประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ” มาตรา 27: “แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง”

มาตรา 27: “บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้เกี่ยวกับภาษีอากรประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
assessment_appeal
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ การอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอไม่มีหน้าที่ประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวต่อศาล ต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาใดตามลำดับ

  • ก. ภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
  • ข. ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
  • ค. ภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
  • ง. ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์" มาตรา 30 กำหนดให้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้อุทธรณ์การประเมินภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน มิใช่ 15 วัน • "ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ มิใช่ 60 วัน • "ภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ทั้งต่อคณะกรรมการและต่อศาลไว้ขั้นตอนละ 30 วัน มิใช่ 60 วัน อ้างอิงตัวบท มาตรา 30: “ให้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน” มาตรา 30: “ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์”

มาตรา 30: “ให้อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
assessment_appeal
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึงผลของการอุทธรณ์ต่อการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

  • ก. การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา ✓
  • ข. การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร แม้ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา
  • ค. การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา
  • ง. การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เฉพาะเมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาถึงที่สุด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา" มาตรา 31 วางหลักว่า การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร แต่ยกเว้นกรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร แม้ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุข้อยกเว้นว่า หากผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดี ย่อมรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ • "การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร” และกำหนดข้อยกเว้นเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดี • "การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เฉพาะเมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาถึงที่สุด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร และข้อยกเว้นต้องเป็นกรณีได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอ อ้างอิงตัวบท มาตรา 31: “การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร” มาตรา 31: “เว้นแต่กรณีที่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้”

มาตรา 31: “การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร “ปีภาษี” หมายความว่าอย่างไร

  • ก. หมายความว่า ปีการเงิน
  • ข. หมายความว่า ปีปฏิทิน ✓
  • ค. หมายความว่า ปีบัญชี
  • ง. หมายความว่า ปีงบประมาณ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หมายความว่า ปีปฏิทิน" มาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากรนิยามว่า “ปีภาษี” หมายความว่า “ปีปฏิทิน” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หมายความว่า ปีการเงิน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุความหมายของ “ปีภาษี” ไว้ว่า “ปีปฏิทิน” ไม่ใช่ปีการเงิน • "หมายความว่า ปีบัญชี" ผิด: แหล่งข้อมูลนิยาม “ปีภาษี” ว่า “ปีปฏิทิน” ไม่ใช่ปีบัญชี • "หมายความว่า ปีงบประมาณ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ปีภาษี” หมายความว่า “ปีปฏิทิน” ไม่ใช่ปีงบประมาณ อ้างอิงตัวบท มาตรา 39: ““ปีภาษี” หมายความว่า ปีปฏิทิน”

มาตรา 39: ““ปีภาษี” หมายความว่า ปีปฏิทิน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
income_tax
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายการจำแนกเงินได้จากการรับเหมาตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

  • ก. จัดเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
  • ข. จัดเป็นเงินได้จากธุรกิจ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
  • ค. จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ ✓
  • ง. จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาลงทุนเฉพาะเครื่องมือโดยไม่ต้องจัดหาสัมภาระส่วนสำคัญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ" ตามมาตรา 40 (7) เงินได้จากการรับเหมาต้องเป็นกรณีที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ จึงจำแนกเป็นเงินได้จากการรับเหมา ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จัดเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ" ผิด: แหล่งข้อมูลจัดเงินได้ที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือไว้เป็นเงินได้จากการรับเหมา ส่วนวิชาชีพอิสระกำหนดเป็นวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และวิชาชีพที่ระบุ • "จัดเป็นเงินได้จากธุรกิจ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุกรณีนี้เป็นเงินได้จากการรับเหมาโดยเฉพาะ ขณะที่เงินได้จากธุรกิจครอบคลุมการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว • "จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาลงทุนเฉพาะเครื่องมือโดยไม่ต้องจัดหาสัมภาระส่วนสำคัญ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ มิใช่ลงทุนเฉพาะเครื่องมือ อ้างอิงตัวบท มาตรา 40: “(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ”

มาตรา 40: “(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารประเภทใดและมีจำนวนรวมเท่าใดตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

  • ก. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
  • ข. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 5,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
  • ค. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 15,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
  • ง. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 10,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 10,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น" มาตรา 42 (ค) กำหนดให้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ได้รับยกเว้น เมื่อมีจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งอ้างอิงกำหนดจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ไม่ใช่ 20,000 บาท • "ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 5,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งอ้างอิงกำหนดจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ไม่ใช่ 5,000 บาท • "ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 15,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งอ้างอิงกำหนดจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น ไม่ใช่ 15,000 บาท อ้างอิงตัวบท มาตรา 42: “ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์” มาตรา 42: “จำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น”

มาตรา 42: “ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุวงเงินยกเว้นของเงินได้จากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เปรียบเทียบกับเงินได้จากบุคคลอื่นเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีได้ถูกต้อง

  • ก. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น ✓
  • ข. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
  • ค. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
  • ง. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น" มาตรา 42 (27) กำหนดวงเงินยกเว้นสำหรับเงินได้จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น ส่วนมาตรา 42 (28) กำหนดวงเงินจากบุคคลอื่นตามกรณีที่ระบุไว้ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งที่มากำหนดเงินได้จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสไว้ไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น • "จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งที่มากำหนดเงินได้จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสไว้ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น • "จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น" ผิด: แหล่งที่มากำหนดวงเงินจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสไว้ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไว้ไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น อ้างอิงตัวบท มาตรา 42: “เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น” มาตรา 42: “เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น”

มาตรา 42: “เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาหักลดหย่อนได้คนละเท่าใด และบิดามารดาต้องมีอายุขั้นต่ำเท่าใด

  • ก. คนละ 40,000 บาท และมีอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • ข. คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ✓
  • ค. คนละ 20,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ง. คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 65 ปีขึ้นไป

Explanation: คำตอบที่ถูก: "คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป" มาตรา 47 (ญ) กำหนดให้หักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งเป็นไปตามเงื่อนไขอื่นที่กำหนด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "คนละ 40,000 บาท และมีอายุ 55 ปีขึ้นไป" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดจำนวนคนละ 30,000 บาท และอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ 40,000 บาทและ 55 ปีขึ้นไป • "คนละ 20,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ไม่ใช่ 20,000 บาท • "คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 65 ปีขึ้นไป" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าบุคคลดังกล่าวต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ 65 ปีขึ้นไป อ้างอิงตัวบท มาตรา 47: “ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้คนละสามหมื่นบาท” มาตรา 47: “โดยบุคคลดังกล่าวต้องมีอายุหกสิบปีขึ้นไป”

มาตรา 47: “ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้คนละสามหมื่นบาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
income_tax
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดอธิบายหลักภาษีขั้นต่ำตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

  • ก. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่เกิน 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน
  • ข. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้สุทธิ
  • ค. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน ✓
  • ง. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน" ตามมาตรา 48(1) และ (2) ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่เกิน 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้เสียภาษีไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 มิใช่ไม่เกินร้อยละ 0.5 • "ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้สุทธิ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดภาษีขั้นต่ำร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน มิใช่ยอดเงินได้สุทธิ • "ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเกณฑ์เงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป มิใช่ 100,000 บาทขึ้นไป อ้างอิงตัวบท มาตรา 48: “สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป” มาตรา 48: “เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้” มาตรา 48: “การคำนวณภาษีตาม (1) ให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน”

มาตรา 48: “สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ผู้อยู่ในประเทศไทยซึ่งได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย อาจเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณภาษีในอัตราใด

  • ก. ร้อยละ 5.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
  • ข. ร้อยละ 15.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
  • ค. ร้อยละ 20.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
  • ง. ร้อยละ 10.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ร้อยละ 10.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)" มาตรา 48 กำหนดให้ผู้อยู่ในประเทศไทยเลือกเสียภาษีสำหรับเงินได้ดังกล่าวในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ร้อยละ 5.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราไว้ที่ร้อยละ 10.0 ของเงินได้ มิใช่ร้อยละ 5.0 • "ร้อยละ 15.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ มิใช่ร้อยละ 15.0 • "ร้อยละ 20.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)" ผิด: สำหรับเงินได้กรณีที่ถาม แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ มิใช่ร้อยละ 20.0 อ้างอิงตัวบท มาตรา 48: “ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้”

มาตรา 48: “ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณอย่างไร

  • ก. ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะน้อยกว่า ✓
  • ข. ให้คำนวณตามราคาตลาด โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุน
  • ค. ให้คำนวณตามราคาทุน โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาตลาด
  • ง. ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะมากกว่า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะน้อยกว่า" มาตรา 65 ทวิ (6) กำหนดให้คำนวณราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้คำนวณตามราคาตลาด โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เปรียบเทียบราคาตลาดกับราคาทุนและใช้ราคาที่น้อยกว่า • "ให้คำนวณตามราคาทุน โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาตลาด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เปรียบเทียบราคาทุนกับราคาตลาดและใช้ราคาที่น้อยกว่า • "ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะมากกว่า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ใช้ราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า มิใช่ราคาใดจะมากกว่า อ้างอิงตัวบท มาตรา 65 ทวิ: “ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า”

มาตรา 65 ทวิ: “ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
income_tax
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดสรุปผลเกี่ยวกับรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ถูกต้อง

  • ก. ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและค่าปรับทางอาญาไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
  • ข. เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา และภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ✓
  • ค. ค่าปรับทางอาญาให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
  • ง. เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรให้หักได้ แต่ค่าปรับทางอาญาและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา และภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย" มาตรา 65 ตรี (6) กำหนดให้เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา และภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและค่าปรับทางอาญาไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ • "ค่าปรับทางอาญาให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ค่าปรับทางอาญา” ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ • "เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรให้หักได้ แต่ค่าปรับทางอาญาและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร” ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ อ้างอิงตัวบท มาตรา 65 ตรี: “มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ” มาตรา 65 ตรี: “(6) เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล”

มาตรา 65 ตรี: “มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
income_tax
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ผลขาดทุนสุทธิยกมาได้ไม่เกินกี่ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน

  • ก. ไม่เกิน 10 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
  • ข. ไม่เกิน 7 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
  • ค. ไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน ✓
  • ง. ไม่เกิน 3 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน" ตามมาตรา 65 ตรี (12) ข้อยกเว้นครอบคลุมผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ไม่เกิน 10 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ยกผลขาดทุนสุทธิได้ไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน ไม่ใช่ 10 ปี • "ไม่เกิน 7 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ไม่ใช่ 7 ปี • "ไม่เกิน 3 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกินห้าปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน” ไม่ใช่ 3 ปี อ้างอิงตัวบท มาตรา 65 ตรี: “เว้นแต่ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกินห้าปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน”

มาตรา 65 ตรี: “เว้นแต่ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกินห้าปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
general_provisions
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาและเดือนที่ผู้มีหน้าที่ต้องรายงานต่อกรมสรรพากรได้ถูกต้อง

  • ก. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 500 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  • ข. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนเมษายนของทุกปี
  • ค. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  • ง. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี" มาตรา 3 สัตตรส กำหนดธุรกรรมลักษณะเฉพาะไว้ 2 กรณี คือ ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไปในปีที่ล่วงมา และให้รายงานต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 500 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป ไม่ใช่ 500 ครั้ง • "ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนเมษายนของทุกปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รายงานต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ไม่ใช่เดือนเมษายน • "ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดยอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป ไม่ใช่ 1,000,000 บาท อ้างอิงตัวบท มาตรา 3 สัตตรส: “(1) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่สามพันครั้งขึ้นไป” มาตรา 3 สัตตรส: “(2) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่สี่ร้อยครั้งและมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป” มาตรา 3 สัตตรส: “ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาเฉพาะที่อยู่ในความครอบครองต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี”

มาตรา 3 สัตตรส: “(1) ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่สามพันครั้งขึ้นไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
stamp_duty
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุอัตราอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ และอายุการเช่าที่ให้ถือเมื่อสัญญาเช่ามิได้กำหนดไว้ได้ถูกต้อง

  • ก. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี ✓
  • ข. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้เช่าเสียอากร ผู้ให้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
  • ค. เสียอากร 2 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
  • ง. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 5 ปี

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี" บัญชีอัตราอากรแสตมป์สำหรับการเช่ากำหนดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท โดยผู้ให้เช่าเป็นผู้เสียอากร ผู้เช่าเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ และหมายเหตุ (1) ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปีเมื่อสัญญามิได้กำหนดอายุการเช่า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้เช่าเสียอากร ผู้ให้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ผู้ให้เช่าเป็นผู้ที่ต้องเสียอากร และผู้เช่าเป็นผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ • "เสียอากร 2 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตราอากรไว้ 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท • "เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 5 ปี" ผิด: หมายเหตุ (1) กำหนดว่า ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี อ้างอิงตัวบท บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1: “ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า 1 บาท” บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1: “ลักษณะแห่งตราสาร ค่าอากรแสตมป์ ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ 1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า 1 บาท ผู้ให้เช่า ผู้เช่า” บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1: “ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี”

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1: “ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า 1 บาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
stamp_duty
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัด ให้ นาย ก. กู้ยืมเงินตามสัญญาเป็นจำนวน 25,000,000 บาท โดยคู่สัญญามิใช่สหกรณ์ ตามประมวลรัษฎากร ต้องเสียอากรแสตมป์เท่าใด

  • ก. เสียอากรแสตมป์ 12,500 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 2,000 บาท
  • ข. เสียอากรแสตมป์ 10,000 บาท โดยใช้เพดานอากรสูงสุด ✓
  • ค. ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ เพราะสัญญากู้ยืมเงินได้รับยกเว้น
  • ง. เสียอากรแสตมป์ 5,000 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 5,000 บาท

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เสียอากรแสตมป์ 10,000 บาท โดยใช้เพดานอากรสูงสุด" ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5 เงินกู้ทุก 2,000 บาทเสียอากร 1 บาท เงินกู้ 25,000,000 บาทจึงคำนวณได้ 12,500 บาท แต่เมื่อเกินเพดานที่กำหนดให้เสียเพียง 10,000 บาท และกรณีนี้มิใช่การกู้ยืมที่ได้รับยกเว้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เสียอากรแสตมป์ 12,500 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 2,000 บาท" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท • "ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ เพราะสัญญากู้ยืมเงินได้รับยกเว้น" ผิด: ข้อยกเว้นระบุเฉพาะการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก สหกรณ์ หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งไม่ตรงกับกรณีนี้ • "เสียอากรแสตมป์ 5,000 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 5,000 บาท" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดอัตรา 1 บาทสำหรับทุกจำนวนเงิน 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาท อ้างอิงตัวบท บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5: “ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท” บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5: “ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินให้กู้ยืม หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี 1 บาท”

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5: “ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
general_provisions
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร ผู้ใดเป็นประธานกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร

  • ก. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธานกรรมการ
  • ข. อธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานกรรมการ
  • ค. ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ✓
  • ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นประธานกรรมการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ" มาตรา 13 ทวิ กำหนดให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นกรรมการ • "อธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ส่วนอธิบดีกรมสรรพากรเป็นกรรมการ • "ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นประธานกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ส่วนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นกรรมการ อ้างอิงตัวบท มาตรา 13 ทวิ: “ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ”

มาตรา 13 ทวิ: “ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
vat
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

บริษัท ค. จำกัด ขายสินค้าให้นาย ก. โดยมิใช่การเช่าซื้อหรือซื้อขายผ่อนชำระ มิใช่การขายผ่านตัวแทน มิใช่การส่งออก และมิใช่กรณีสินค้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0 แล้วโอนกรรมสิทธิ์ภายหลัง ก่อนส่งมอบสินค้า บริษัทออกใบกำกับภาษีสำหรับราคาสินค้าครึ่งหนึ่ง โดยยังไม่ได้รับชำระราคาและยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ตามประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นอย่างไร

  • ก. เกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด โดยใบกำกับภาษีที่ออกก่อนไม่ทำให้เกิดความรับผิด
  • ข. เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อส่งมอบสินค้า เพราะยังไม่ได้รับชำระราคาก่อนการส่งมอบสินค้า
  • ค. เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อออกใบกำกับภาษี แม้ออกใบกำกับภาษีเพียงครึ่งหนึ่งของราคา
  • ง. เกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษีตามส่วนที่ออก และส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษีตามส่วนที่ออก และส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า" ตามมาตรา 78 (1) หากออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบสินค้า ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษีตามส่วนของการกระทำนั้น กรณีนี้ออกใบกำกับภาษีเพียงครึ่งหนึ่ง จึงเกิดความรับผิดตามส่วนนั้นก่อน และส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด โดยใบกำกับภาษีที่ออกก่อนไม่ทำให้เกิดความรับผิด" ผิด: กรณีนี้เป็นการขายตามมาตรา 78 (1) ซึ่งกำหนดให้การออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบทำให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วน ส่วนหลักกำหนดชำระราคาแต่ละงวดเป็นกรณีตามมาตรา 78 (2) • "เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อส่งมอบสินค้า เพราะยังไม่ได้รับชำระราคาก่อนการส่งมอบสินค้า" ผิด: มาตรา 78 (1) (ค) กำหนดว่า หากออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบ ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษีนั้นด้วย • "เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อออกใบกำกับภาษี แม้ออกใบกำกับภาษีเพียงครึ่งหนึ่งของราคา" ผิด: มาตรา 78 (1) กำหนดให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ จึงยังไม่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อออกใบกำกับภาษีเพียงบางส่วน อ้างอิงตัวบท มาตรา 78: “เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย” มาตรา 78: “(ค) ได้ออกใบกำกับภาษี” มาตรา 78: “ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี” มาตรา 78: “(1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า”

มาตรา 78: “เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
vat
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกิจการที่ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร

  • ก. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล ✓
  • ข. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา
  • ค. การขายสินค้าให้สถานเอกอัครราชทูตโดยไม่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
  • ง. การส่งออกสินค้าซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล" มาตรา 80/1 (3) กำหนดให้การขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลที่กระทำโดยผู้ประกอบการซึ่งเป็นนิติบุคคลใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล • "การขายสินค้าให้สถานเอกอัครราชทูตโดยไม่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าการขายสินค้าหรือให้บริการดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด • "การส่งออกสินค้าซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าเป็นการส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3) อ้างอิงตัวบท มาตรา 80/1: “การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล”

มาตรา 80/1: “การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
vat
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร การขายสินค้ากลุ่มใดได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • ก. ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกระป๋องที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
  • ข. พืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในสภาพสด ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน ✓
  • ค. ไม้ซุง ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
  • ง. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "พืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในสภาพสด ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน" มาตรา 81 (1) (ก) (ค) และ (ฉ) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในสภาพสด การขายปุ๋ย และการขายหนังสือพิมพ์หรือตำราเรียน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกระป๋องที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋องซึ่งทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด • "ไม้ซุง ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการยกเว้นสำหรับพืชผลทางการเกษตรไม่รวมถึงไม้ซุง • "ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าการยกเว้นสำหรับพืชผลทางการเกษตรไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ อ้างอิงตัวบท มาตรา 81: “ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้” มาตรา 81: “การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด” มาตรา 81: “(ค) การขายปุ๋ย” มาตรา 81: “(ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน”

มาตรา 81: “ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
vat
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดกล่าวถึงผลทางภาษีมูลค่าเพิ่มของการให้บริการได้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

  • ก. การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ข. การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค. การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ✓
  • ง. การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม" มาตรา 81 (ณ) กำหนดให้การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนบริการอีก 3 ประเภทก็ได้รับยกเว้นเช่นกัน จึงทำให้ข้อความที่ระบุว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ถูกต้อง ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ “การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล” • "การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ “การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน” • "การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ “การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์” อ้างอิงตัวบท มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้” มาตรา 81: “(ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร”

มาตรา 81: “มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
vat
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

กรณีผู้ประกอบการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ในราชอาณาจักรซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน และอาจให้บริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการหักภาษีซื้อได้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

  • ก. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ แม้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่อง ผู้ให้บริการแต่ละรายก็ยังเสียภาษีเอง
  • ข. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและให้หักภาษีซื้อได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด
  • ค. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยต้องแยกรายละเอียดแต่ละราย
  • ง. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด" มาตรา 82/13 กำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ที่มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีจากภาษีขายโดยไม่ให้หักภาษีซื้อ และหากให้บริการผ่านแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนด ให้แพลตฟอร์มเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียดแต่ละราย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ แม้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่อง ผู้ให้บริการแต่ละรายก็ยังเสียภาษีเอง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม “มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทน” ผู้ให้บริการทุกรายรวมกัน • "ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและให้หักภาษีซื้อได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้คำนวณจากภาษีขาย “โดยไม่ให้หักภาษีซื้อ” • "ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยต้องแยกรายละเอียดแต่ละราย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าแพลตฟอร์มเสียภาษีแทนทุกรายรวมกัน “โดยไม่ต้องแยกรายละเอียดการให้บริการสำหรับผู้ประกอบการแต่ละราย” อ้างอิงตัวบท มาตรา 82/13: “ให้ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขาย” มาตรา 82/13: “โดยไม่ให้หักภาษีซื้อ” มาตรา 82/13: “ให้ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกรายรวมกัน” มาตรา 82/13: “โดยไม่ต้องแยกรายละเอียดการให้บริการสำหรับผู้ประกอบการแต่ละราย”

มาตรา 82/13: “ให้ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขาย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
vat
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามประมวลรัษฎากร กรณีมีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว ผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินเกณฑ์ดังกล่าว ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาใด

  • ก. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์ ✓
  • ข. ภายใน 45 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์
  • ค. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์
  • ง. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์" มาตรา 85/1 (1) (ก) กำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายใน 45 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน มิใช่ 45 วัน • "ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ยื่นภายใน 30 วัน มิใช่ 15 วัน นับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินเกณฑ์ • "ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดระยะเวลาไว้ 30 วัน มิใช่ 60 วัน นับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์ อ้างอิงตัวบท มาตรา 85/1: “ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม สำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว”

มาตรา 85/1: “ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม สำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ประมวลรัษฎากร: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 2

Time limit: 25 minutes

  1. 1. ตามประมวลรัษฎากร การออกหมายเรียกผู้ยื่นรายการมาไต่สวนต้องให้เวลาล่วงหน้าเท่าใด ต้องออกภายในกี่ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ และกรณีมีหลักฐานว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรจะขยายเวลาได้สูงสุดเท่าใด

    • ก. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
    • ข. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 3 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
    • ค. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 7 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
    • ง. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  2. 2. ตามประมวลรัษฎากร หากผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ข้อใดอธิบายผลทางกฎหมายได้ถูกต้อง

    • ก. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง แต่ไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน
    • ข. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยห้ามอุทธรณ์การประเมิน
    • ค. เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ โดยอุทธรณ์การประเมินได้
    • ง. เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง จึงไม่ต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระ และยังอุทธรณ์ได้
  3. 3. นาย ก. ไม่นำส่งภาษีอากรประเมินภายในกำหนดเวลา โดยไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลานำส่งภาษี ตามประมวลรัษฎากร นาย ก. ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราใดและไม่เกินจำนวนเท่าใด

    • ก. ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกิน 2 เท่าของภาษีที่ต้องนำส่ง
    • ข. ร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง
    • ค. ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง
    • ง. ร้อยละ 2 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง
  4. 4. ตามประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ การอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรที่อำเภอไม่มีหน้าที่ประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวต่อศาล ต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาใดตามลำดับ

    • ก. ภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
    • ข. ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
    • ค. ภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 60 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
    • ง. ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
  5. 5. ข้อใดกล่าวถึงผลของการอุทธรณ์ต่อการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

    • ก. การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา
    • ข. การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร แม้ผู้อุทธรณ์ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา
    • ค. การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษา
    • ง. การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร เฉพาะเมื่อยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาถึงที่สุด
  6. 6. ตามประมวลรัษฎากร “ปีภาษี” หมายความว่าอย่างไร

    • ก. หมายความว่า ปีการเงิน
    • ข. หมายความว่า ปีปฏิทิน
    • ค. หมายความว่า ปีบัญชี
    • ง. หมายความว่า ปีงบประมาณ
  7. 7. ข้อใดอธิบายการจำแนกเงินได้จากการรับเหมาตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

    • ก. จัดเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
    • ข. จัดเป็นเงินได้จากธุรกิจ เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
    • ค. จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
    • ง. จัดเป็นเงินได้จากการรับเหมา เมื่อผู้รับเหมาลงทุนเฉพาะเครื่องมือโดยไม่ต้องจัดหาสัมภาระส่วนสำคัญ
  8. 8. ตามประมวลรัษฎากร ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารประเภทใดและมีจำนวนรวมเท่าใดตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

    • ก. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 20,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ข. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 5,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ค. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 15,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ง. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ รวมไม่เกิน 10,000 บาทตลอดปีภาษีนั้น
  9. 9. ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุวงเงินยกเว้นของเงินได้จากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เปรียบเทียบกับเงินได้จากบุคคลอื่นเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีได้ถูกต้อง

    • ก. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ข. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 10 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ค. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
    • ง. จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ไม่เกิน 10 ล้านบาท และจากบุคคลอื่นไม่เกิน 20 ล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
  10. 10. ตามประมวลรัษฎากร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาหักลดหย่อนได้คนละเท่าใด และบิดามารดาต้องมีอายุขั้นต่ำเท่าใด

    • ก. คนละ 40,000 บาท และมีอายุ 55 ปีขึ้นไป
    • ข. คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
    • ค. คนละ 20,000 บาท และมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
    • ง. คนละ 30,000 บาท และมีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  11. 11. ข้อใดอธิบายหลักภาษีขั้นต่ำตามประมวลรัษฎากรได้ถูกต้อง

    • ก. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่เกิน 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน
    • ข. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้สุทธิ
    • ค. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน
    • ง. ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีจากเงินได้สุทธิไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน
  12. 12. ตามประมวลรัษฎากร ผู้อยู่ในประเทศไทยซึ่งได้รับเงินปันผลจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย อาจเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณภาษีในอัตราใด

    • ก. ร้อยละ 5.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
    • ข. ร้อยละ 15.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
    • ค. ร้อยละ 20.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
    • ง. ร้อยละ 10.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2)
  13. 13. ตามประมวลรัษฎากร ราคาสินค้าคงเหลือในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณอย่างไร

    • ก. ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะน้อยกว่า
    • ข. ให้คำนวณตามราคาตลาด โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาทุน
    • ค. ให้คำนวณตามราคาทุน โดยไม่เปรียบเทียบกับราคาตลาด
    • ง. ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่ราคาใดจะมากกว่า
  14. 14. ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดสรุปผลเกี่ยวกับรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ถูกต้อง

    • ก. ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและค่าปรับทางอาญาไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
    • ข. เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับทางอาญา และภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
    • ค. ค่าปรับทางอาญาให้หักได้ แต่เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
    • ง. เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากรให้หักได้ แต่ค่าปรับทางอาญาและภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย
  15. 15. ตามประมวลรัษฎากร ผลขาดทุนสุทธิยกมาได้ไม่เกินกี่ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน

    • ก. ไม่เกิน 10 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
    • ข. ไม่เกิน 7 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
    • ค. ไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
    • ง. ไม่เกิน 3 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน
  16. 16. ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาและเดือนที่ผู้มีหน้าที่ต้องรายงานต่อกรมสรรพากรได้ถูกต้อง

    • ก. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 500 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
    • ข. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนเมษายนของทุกปี
    • ค. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
    • ง. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  17. 17. ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุอัตราอากร ผู้ที่ต้องเสียอากร ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ และอายุการเช่าที่ให้ถือเมื่อสัญญาเช่ามิได้กำหนดไว้ได้ถูกต้อง

    • ก. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
    • ข. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้เช่าเสียอากร ผู้ให้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
    • ค. เสียอากร 2 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี
    • ง. เสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้ให้เช่าเสียอากร ผู้เช่าขีดฆ่าแสตมป์ และให้ถือว่ามีกำหนด 5 ปี
  18. 18. บริษัท ค. จำกัด ให้ นาย ก. กู้ยืมเงินตามสัญญาเป็นจำนวน 25,000,000 บาท โดยคู่สัญญามิใช่สหกรณ์ ตามประมวลรัษฎากร ต้องเสียอากรแสตมป์เท่าใด

    • ก. เสียอากรแสตมป์ 12,500 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 2,000 บาท
    • ข. เสียอากรแสตมป์ 10,000 บาท โดยใช้เพดานอากรสูงสุด
    • ค. ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ เพราะสัญญากู้ยืมเงินได้รับยกเว้น
    • ง. เสียอากรแสตมป์ 5,000 บาท ตามอัตรา 1 บาทต่อ 5,000 บาท
  19. 19. ตามประมวลรัษฎากร ผู้ใดเป็นประธานกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร

    • ก. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธานกรรมการ
    • ข. อธิบดีกรมสรรพากรเป็นประธานกรรมการ
    • ค. ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ
    • ง. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นประธานกรรมการ
  20. 20. บริษัท ค. จำกัด ขายสินค้าให้นาย ก. โดยมิใช่การเช่าซื้อหรือซื้อขายผ่อนชำระ มิใช่การขายผ่านตัวแทน มิใช่การส่งออก และมิใช่กรณีสินค้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0 แล้วโอนกรรมสิทธิ์ภายหลัง ก่อนส่งมอบสินค้า บริษัทออกใบกำกับภาษีสำหรับราคาสินค้าครึ่งหนึ่ง โดยยังไม่ได้รับชำระราคาและยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ตามประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นอย่างไร

    • ก. เกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด โดยใบกำกับภาษีที่ออกก่อนไม่ทำให้เกิดความรับผิด
    • ข. เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อส่งมอบสินค้า เพราะยังไม่ได้รับชำระราคาก่อนการส่งมอบสินค้า
    • ค. เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อออกใบกำกับภาษี แม้ออกใบกำกับภาษีเพียงครึ่งหนึ่งของราคา
    • ง. เกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษีตามส่วนที่ออก และส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า
  21. 21. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกิจการที่ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร

    • ก. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล
    • ข. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ซึ่งกระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา
    • ค. การขายสินค้าให้สถานเอกอัครราชทูตโดยไม่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
    • ง. การส่งออกสินค้าซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)
  22. 22. ตามประมวลรัษฎากร การขายสินค้ากลุ่มใดได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    • ก. ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกระป๋องที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
    • ข. พืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในสภาพสด ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
    • ค. ไม้ซุง ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
    • ง. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ ปุ๋ย หนังสือพิมพ์ และตำราเรียน
  23. 23. ข้อใดกล่าวถึงผลทางภาษีมูลค่าเพิ่มของการให้บริการได้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

    • ก. การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ข. การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ค. การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ง. การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  24. 24. กรณีผู้ประกอบการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ในราชอาณาจักรซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน และอาจให้บริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการหักภาษีซื้อได้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

    • ก. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ แม้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่อง ผู้ให้บริการแต่ละรายก็ยังเสียภาษีเอง
    • ข. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและให้หักภาษีซื้อได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด
    • ค. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยต้องแยกรายละเอียดแต่ละราย
    • ง. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด
  25. 25. ตามประมวลรัษฎากร กรณีมีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว ผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินเกณฑ์ดังกล่าว ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาใด

    • ก. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์
    • ข. ภายใน 45 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์
    • ค. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์
    • ง. ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์