ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ · ผู้เตรียมสอบกรมสรรพากร 2569

Overview

ข้อสอบฝึกทำที่ผลิตจากระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ทุกข้อมีข้อความอ้างอิงจากตัวระเบียบ และผ่านการตรวจของเจ้าของระบบ ใช้เพื่อเตรียมสอบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสอบจริง

Exam framework: กรมสรรพากร
Language sections & stimuliEnglish Profile v1
Status:
ready
Blueprint: 38 questions · 0 topics · multiple choice · 38 min

Blueprint

Topic weighting and difficulty distribution

TopicWeight# QuestionsDifficulty (E/M/H)

Exam Set Intelligence

Deterministic estimates; observed performance is stored separately when available.

24 min

Estimated time

1

Topics

0

Coverage gaps

0

Duplicate pairs

83/100

Blueprint alignment

Blueprint Target vs Actual

difficulty: easyTarget 0% · Actual 58% · Variance +58pp · major mismatch ⚠
difficulty: mediumTarget 0% · Actual 18% · Variance +18pp · major mismatch ⚠
difficulty: hardTarget 0% · Actual 24% · Variance +24pp · major mismatch ⚠

⚠ difficulty easy: major_mismatch (+58pp).

⚠ difficulty medium: major_mismatch (+18pp).

⚠ difficulty hard: major_mismatch (+24pp).

Assessment Performance

Read-only aggregate from finalized attempts; submitted and expired are complete, abandoned is not.

0

Attempts

0

Completed

—

Completion rate

—

Average score

—

Median score

—

Average completion

No finalized attempts yet. Performance signals will appear after submitted or expired attempts.

All modes · observed-question-v1 · calculated 10/7/2026, 3:57:15 PM

Questions

Review, edit, approve, or reject generated questions.

38 approved and ready to save.

Q1
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  • ก. เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ✓
  • ข. เมื่อพ้นกำหนด 150 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ค. เมื่อพ้นกำหนด 100 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ง. เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ตามข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เมื่อพ้นกำหนด 150 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: ข้อ 2 กำหนดว่าให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ไม่ใช่ 150 วัน • "เมื่อพ้นกำหนด 100 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: ข้อ 2 กำหนดว่าให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ไม่ใช่ 100 วัน • "เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา" ผิด: ข้อ 2 กำหนดว่าให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ไม่ใช่ 180 วัน อ้างอิงตัวบท ข้อ 2 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา”

ข้อ 2 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q2
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การแก้ไขชั้นความลับบนข้อมูลข่าวสารต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. ลบเครื่องหมายเดิมจนไม่ปรากฏ แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้ตำแหน่งเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
  • ข. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ✓
  • ค. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม โดยไม่ต้องจดแจ้งในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
  • ง. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ที่ท้ายเอกสาร และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ" ตามข้อ 23 ต้องขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม แสดงเครื่องหมายที่กำหนดใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม และจดแจ้งการปรับชั้นความลับไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับด้วย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ลบเครื่องหมายเดิมจนไม่ปรากฏ แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้ตำแหน่งเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 23 กำหนดให้ “ขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม” ไม่ใช่ลบออกจนไม่ปรากฏ • "ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม โดยไม่ต้องจดแจ้งในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 23 กำหนดว่าให้จดแจ้งการปรับชั้นความลับนั้นไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับด้วย • "ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ที่ท้ายเอกสาร และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 23 กำหนดให้แสดงเครื่องหมายชั้นความลับที่กำหนดใหม่ไว้ใกล้กับเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม อ้างอิงตัวบท ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การแก้ไขชั้นความลับ ให้ขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “แล้วแสดงเครื่องหมาย ชั้นความลับที่กำหนดใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้กับเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และให้จดแจ้งการปรับชั้นความลับนั้นไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับด้วย”

ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การแก้ไขชั้นความลับ ให้ขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q3
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

  • ก. กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับโดยอิสระ โดยไม่ต้องประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ
  • ข. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อห้ามบุคคลเข้าถึงชั้นความลับโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและความรับผิดชอบ
  • ค. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบ ✓
  • ง. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดระยะเวลาทำลายข้อมูลข่าวสารลับตามชั้นความลับและความสำคัญ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบ" ข้อ 26 (4) กำหนดให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับโดยอิสระ โดยไม่ต้องประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ" ผิด: ข้อ 26 (4) ระบุให้ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจเพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับ • "ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อห้ามบุคคลเข้าถึงชั้นความลับโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและความรับผิดชอบ" ผิด: ข้อ 26 (4) ให้กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบ มิใช่ห้ามการเข้าถึงโดยไม่คำนึงถึงหลักดังกล่าว • "ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดระยะเวลาทำลายข้อมูลข่าวสารลับตามชั้นความลับและความสำคัญ" ผิด: ข้อ 26 (4) กำหนดให้ประสานงานเพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับ ไม่ใช่เพื่อกำหนดระยะเวลาทำลายข้อมูลข่าวสารลับ อ้างอิงตัวบท ข้อ 26 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(4)ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจตามที่กำหนดในระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ” ข้อ 26 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสม และความรับผิดชอบ”

ข้อ 26 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(4)ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจตามที่กำหนดในระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q4
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ คณะกรรมการตรวจสอบต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างน้อยเพียงใด และเสนอรายงานให้ผู้ใดทราบและสั่งการต่อไป

  • ก. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบและสั่งการต่อไป
  • ข. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสามเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป
  • ค. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสิบสองเดือน และเสนอรายงานให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบและสั่งการต่อไป
  • ง. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป" ข้อ 29 กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบทำการตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานการตรวจสอบให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบและสั่งการต่อไป" ผิด: ข้อ 29 กำหนดให้เสนอรายงานแก่ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น” ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี • "ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสามเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป" ผิด: ข้อ 29 กำหนดให้ตรวจสอบ “อย่างน้อยทุกหกเดือน” ไม่ใช่ทุกสามเดือน • "ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสิบสองเดือน และเสนอรายงานให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบและสั่งการต่อไป" ผิด: ข้อ 29 กำหนดให้ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป อ้างอิงตัวบท ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ทำการตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติตามระเบียนนี้และการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับที่มีอยู่ใน ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยทุกหกเดือน” ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เสนอรายงานการตรวจสอบให้หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป”

ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ทำการตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติตามระเบียนนี้และการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับที่มีอยู่ใน ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยทุกหกเดือน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q5
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการทำลายข้อมูลข่าวสารลับและการเก็บรักษาใบรับรองการทำลาย

  • ก. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ✓
  • ข. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  • ค. มีหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  • ง. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหกเดือน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" ตามข้อ 46 คณะกรรมการทำลายข้อมูลข่าวสารลับต้องมีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ ส่วนใบรับรองการทำลายต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ • "มีหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้คณะกรรมการประกอบด้วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ • "มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหกเดือน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เก็บรักษาใบรับรองการทำลายไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่าหนึ่งปี อ้างอิงตัวบท ข้อ 46 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ประกอบด้วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ” ข้อ 46 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ” ข้อ 46 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ใบรับรองการทำลายให้เก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่าหนึ่งปี”

ข้อ 46 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ประกอบด้วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q6
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดระบุองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ฝ่ายทหาร และฝ่ายตำรวจได้ถูกต้อง

  • ก. ฝ่ายพลเรือน: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ข. ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ✓
  • ค. ฝ่ายพลเรือน: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม
  • ง. ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ข้อ 11 กำหนดให้องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนคือสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฝ่ายทหารคือศูนย์รักษาความปลอดภัย และฝ่ายตำรวจคือกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ตามสังกัดที่ระบุไว้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ฝ่ายพลเรือน: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นฝ่ายพลเรือน และศูนย์รักษาความปลอดภัยเป็นฝ่ายทหาร • "ฝ่ายพลเรือน: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุฝ่ายพลเรือนเป็นสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ฝ่ายทหารเป็นศูนย์รักษาความปลอดภัย และฝ่ายตำรวจเป็นกองบัญชาการตำรวจสันติบาล • "ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ศูนย์รักษาความปลอดภัยเป็นฝ่ายทหาร และกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นฝ่ายตำรวจ อ้างอิงตัวบท ข้อ 11 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน” ข้อ 11 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(2) ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหาร” ข้อ 11 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(3) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นองค์การรักษาความปลอดภัย ฝ่ายตำรวจ”

ข้อ 11 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q7
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ข้อใดระบุชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับทั้งสามชั้นพร้อมชื่อภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

  • ก. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (CONFIDENTIAL), ลับ (SECRET)
  • ข. ลับที่สุด (SECRET), ลับมาก (TOP SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)
  • ค. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL) ✓
  • ง. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับพิเศษ (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)" ตามข้อ 12 ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับแบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ลับที่สุด (TOP SECRET) ลับมาก (SECRET) และลับ (CONFIDENTIAL) ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (CONFIDENTIAL), ลับ (SECRET)" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า ลับมากใช้ชื่อ SECRET และลับใช้ชื่อ CONFIDENTIAL • "ลับที่สุด (SECRET), ลับมาก (TOP SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า ลับที่สุด ใช้ชื่อ TOP SECRET และลับมากใช้ชื่อ SECRET • "ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับพิเศษ (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุชื่อชั้นที่สองว่า ลับมาก (SECRET) ไม่ใช่ลับพิเศษ อ้างอิงตัวบท ข้อ 12 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) ลับที่สุด (TOP SECRET)” ข้อ 12 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(2) ลับมาก (SECRET)” ข้อ 12 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(3) ลับ (CONFIDENTIAL)”

ข้อ 12 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) ลับที่สุด (TOP SECRET)”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q8
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดจับคู่ชั้นความลับกับระดับความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐได้ถูกต้อง

  • ก. ข้อมูลชั้นลับ หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด
  • ข. ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายในระดับร้ายแรงแก่ประโยชน์แห่งรัฐ
  • ค. ข้อมูลชั้นลับมาก หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด
  • ง. ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด" ข้อ 13 กำหนดว่า “ลับที่สุด” หมายถึงข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ข้อมูลชั้นลับ หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด" ผิด: ข้อ 13 ใช้คำว่า “ลับที่สุด” สำหรับข้อมูลที่เปิดเผยแล้วก่อความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด • "ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายในระดับร้ายแรงแก่ประโยชน์แห่งรัฐ" ผิด: ข้อ 13 ระบุระดับความเสียหายว่า “อย่างร้ายแรงที่สุด” ไม่ใช่เพียงระดับร้ายแรง • "ข้อมูลชั้นลับมาก หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด" ผิด: ข้อ 13 กำหนดให้ข้อมูลที่เปิดเผยแล้วก่อความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุดมีความหมายตรงกับชั้น “ลับที่สุด” อ้างอิงตัวบท ข้อ 13 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ข้อ 13 ลับที่สุด หมายความถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียง บางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด”

ข้อ 13 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ข้อ 13 ลับที่สุด หมายความถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียง บางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q9
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับ และต้องให้สิ่งใดประกอบการกำหนดดังกล่าว

  • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด ✓
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมชี้แจงเหตุผลโดยไม่ต้องระบุว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด
  • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมระบุประเภทข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องชี้แจงว่าเพราะเหตุใด
  • ง. ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบกำหนดชั้นความลับทุกกรณี พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด" ตามข้อ 16 หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับ พร้อมให้เหตุผลว่าข้อมูลข่าวสารลับนั้นเป็นประเภทใดและเพราะเหตุใด ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมชี้แจงเหตุผลโดยไม่ต้องระบุว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด" ผิด: ข้อ 16 กำหนดให้เหตุผลประกอบว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด จึงต้องระบุทั้งสองส่วน • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมระบุประเภทข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องชี้แจงว่าเพราะเหตุใด" ผิด: ข้อ 16 กำหนดให้เหตุผลประกอบทั้งว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด • "ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบกำหนดชั้นความลับทุกกรณี พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด" ผิด: ข้อ 16 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบ และเพียงอาจมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตามความจำเป็น อ้างอิงตัวบท ข้อ 16 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับ” ข้อ 16 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบการกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับนั้นด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด” ข้อ 16 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด”

ข้อ 16 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q10
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ข้อใดอธิบายการกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ถูกต้อง

  • ก. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเสนอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับภายหลังเมื่อพ้นเหตุเร่งด่วน
  • ข. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องรีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที ✓
  • ค. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว และต้องรอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นผู้กำหนดก่อน
  • ง. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องยกเลิกชั้นความลับนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอผู้มีอำนาจ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องรีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที" ตามข้อ 17 เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ แล้วต้องรีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเสนอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับภายหลังเมื่อพ้นเหตุเร่งด่วน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที • "เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว และต้องรอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นผู้กำหนดก่อน" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ • "เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องยกเลิกชั้นความลับนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอผู้มีอำนาจ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที มิใช่ยกเลิกโดยไม่เสนอ อ้างอิงตัวบท ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้” ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการเกี่ยวกับการกำหนด ชั้นความลับต่อไปทันที”

ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q11
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารอยู่ในชั้นความลับใด ต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างน้อยตามข้อใด

  • ก. อายุของข้อมูลข่าวสาร แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
  • ข. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนสำเนาของข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
  • ค. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ ✓
  • ง. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และสถานที่จัดเก็บข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ" ข้อ 19 กำหนดองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาอย่างน้อย 6 ประการ ได้แก่ ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มา วิธีนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "อายุของข้อมูลข่าวสาร แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ" ผิด: ข้อ 19 กำหนดให้พิจารณา “ความสำคัญของเนื้อหา” มิใช่อายุของข้อมูลข่าวสาร • "ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนสำเนาของข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ" ผิด: ข้อ 19 กำหนดให้พิจารณา “จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ” มิใช่จำนวนสำเนาของข้อมูลข่าวสาร • "ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และสถานที่จัดเก็บข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ" ผิด: ข้อ 19 กำหนดให้พิจารณา “หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ” มิใช่สถานที่จัดเก็บข้อมูลข่าวสาร อ้างอิงตัวบท ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) ความสำคัญของเนื้อหา” ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(2) แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร” ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(3) วิธีการนำไปใช้ประโยชน์” ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(4) จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ” ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(5) ผลกระทบหากมีการเปิดเผย” ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(6) หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ”

ข้อ 19 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) ความสำคัญของเนื้อหา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q12
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เครื่องหมายแสดงชั้นความลับต้องมีลักษณะด้านขนาดตัวอักษรและสีอย่างไร

  • ก. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงเท่านั้นเพื่อให้มองเห็นได้เด่นและชัดเจน
  • ข. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีที่กลมกลืนกับพื้นเอกสารและไม่เด่นชัด
  • ค. ใช้ตัวอักษรขนาดเท่ากับตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน
  • ง. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน" ตามข้อ 21 เครื่องหมายแสดงชั้นความลับต้องใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา และใช้สีแดงหรือสีอื่นที่สามารถมองเห็นได้เด่นและชัดเจน ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงเท่านั้นเพื่อให้มองเห็นได้เด่นและชัดเจน" ผิด: ข้อ 21 ระบุว่าใช้สีแดงหรือสีอื่นที่สามารถมองเห็นได้เด่นและชัดเจน จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะสีแดง • "ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีที่กลมกลืนกับพื้นเอกสารและไม่เด่นชัด" ผิด: ข้อ 21 กำหนดให้ใช้สีที่สามารถมองเห็นได้เด่นและชัดเจน ไม่ใช่สีที่กลมกลืนและไม่เด่นชัด • "ใช้ตัวอักษรขนาดเท่ากับตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน" ผิด: ข้อ 21 กำหนดให้ใช้ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา อ้างอิงตัวบท ข้อ 21 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ที่ขนาดใหญ่กว่า ตัวอักษรธรรมดา” ข้อ 21 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “โดยใช้สีแดงหรือสีอื่น” ข้อ 21 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “หรือสีอื่นที่สามารถมองเห็นได้เด่น” ข้อ 21 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เด่นและชัดเจน”

ข้อ 21 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ที่ขนาดใหญ่กว่า ตัวอักษรธรรมดา”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q13
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายอำนาจปรับชั้นความลับและหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้ถูกต้อง

  • ก. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย ✓
  • ข. การปรับต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  • ค. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับแม้เห็นว่าไม่เหมาะสม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  • ง. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับโดยไม่ต้องแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย" ตามข้อ 23 การปรับชั้นความลับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง และผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับเมื่อเห็นว่าการกำหนดเดิมไม่เหมาะสม โดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม ส่วนหน่วยงานเจ้าของเรื่องที่เห็นควรปรับต้องดำเนินการปรับและแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่ายทราบ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "การปรับต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเฉพาะว่าการปรับชั้นความลับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง มิใช่เจ้าหน้าที่ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ • "การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับแม้เห็นว่าไม่เหมาะสม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่าผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสม แต่ต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม • "การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับโดยไม่ต้องแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับการแจกจ่ายทราบ เพื่อให้แก้ไขชั้นความลับโดยทั่วกัน อ้างอิงตัวบท ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การปรับชั้นความลับ ต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของ หน่วยงานเจ้าของเรื่อง” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้น ความลับไม่เหมาะสม” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องเห็นควรให้ทำการปรับชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับใด” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องทำการปรับชั้นความลับและแจ้งให้หน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับการแจกจ่ายทราบ”

ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การปรับชั้นความลับ ต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของ หน่วยงานเจ้าของเรื่อง”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q14
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับโดยไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขใด ข้อใดอธิบายผลของคำวินิจฉัยได้ถูกต้อง

  • ก. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังคงมีชั้นความลับจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เปิดเผยโดยไม่มีเงื่อนไข
  • ข. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว เว้นแต่มีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ✓
  • ค. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว แม้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นภายหลังมีการฟ้องคดี
  • ง. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังไม่ถูกยกเลิกชั้นความลับเมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาล แม้ศาลยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว เว้นแต่มีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น" ตามข้อ 24 คำวินิจฉัยให้เปิดเผยโดยไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขทำให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว เว้นแต่มีการฟ้องคดีและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังคงมีชั้นความลับจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เปิดเผยโดยไม่มีเงื่อนไข" ผิด: ข้อ 24 กำหนดให้ถือว่าข้อมูลข่าวสารนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้วจากคำวินิจฉัยดังกล่าว มิได้กำหนดว่าต้องรอคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลให้เปิดเผย • "ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว แม้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นภายหลังมีการฟ้องคดี" ผิด: ข้อ 24 ยกเว้นกรณีมีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น • "ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังไม่ถูกยกเลิกชั้นความลับเมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาล แม้ศาลยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น" ผิด: ข้อ 24 ระบุข้อยกเว้นเมื่อมีทั้งการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น มิใช่เพียงมีการฟ้องคดี อ้างอิงตัวบท ข้อ 24 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ถือว่าข้อมูลข่าวสารนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว” ข้อ 24 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เว้นแต่มีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น”

ข้อ 24 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ถือว่าข้อมูลข่าวสารนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q15
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผู้แต่งตั้งและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ

  • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานเป็น “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ตามความเหมาะสมก็ได้
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”
  • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ✓
  • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “ผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”" ข้อ 25 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ เพื่อควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ โดยเรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานเป็น “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ตามความเหมาะสมก็ได้" ผิด: ข้อ 25 ใช้คำว่า “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้ง” สำหรับนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ แต่คำว่า “ตามความเหมาะสมด้วยก็ได้” ใช้กับการแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียน • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”" ผิด: ข้อ 25 ระบุให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้น “ภายในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ” ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงาน • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “ผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”" ผิด: ข้อ 25 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับเรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ส่วนผู้ช่วยนายทะเบียนเป็นตำแหน่งที่อาจแต่งตั้งเพิ่มเติม อ้างอิงตัวบท ข้อ 25 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการ เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับขึ้นภายในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบเรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ””

ข้อ 25 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการ เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับขึ้นภายในหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบเรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ””

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q16
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยต้องจัดให้มีทะเบียนใด และจัดไว้อย่างไร

  • ก. ทะเบียนส่งและทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารลับ
  • ข. ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยรวมไว้กับทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ
  • ค. ทะเบียนรับและทะเบียนส่งข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  • ง. ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากจากทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากจากทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ" ตามข้อ 27 นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยต้องจัดให้มีทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากจากทะเบียนงานสารบรรณตามปกติของหน่วยงานของรัฐ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทะเบียนส่งและทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าอย่างน้อยต้องมี “ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ” • "ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยรวมไว้กับทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ทะเบียนดังกล่าว “แยกต่างหากจากทะเบียนงานสารบรรณตามปกติของหน่วยงานของรัฐ” • "ทะเบียนรับและทะเบียนส่งข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าอย่างน้อยต้องมี “ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ” อ้างอิงตัวบท ข้อ 27 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยต้องจัดให้มีทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับประกอบด้วย ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ” ข้อ 27 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “แยกต่างหากจากทะเบียนงาน สารบรรณตามปกติของหน่วยงานของรัฐ”

ข้อ 27 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยต้องจัดให้มีทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับประกอบด้วย ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q17
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีใครเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นเป็นกรรมการอย่างน้อยกี่คน

  • ก. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ ✓
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  • ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสามคนเป็นกรรมการ
  • ง. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ" ข้อ 29 กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ" ผิด: ข้อ 29 กำหนดให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ ส่วนหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการ • "นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสามคนเป็นกรรมการ" ผิด: ข้อ 29 กำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่อื่นขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่าสองคน ไม่ใช่ไม่น้อยกว่าสามคน • "นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ" ผิด: ข้อ 29 กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคน ไม่ใช่ไม่น้อยกว่าหนึ่งคน อ้างอิงตัวบท ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ” ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ”

ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q18
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ หน่วยงานของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับภายในเวลาใด และต่อผู้ใด

  • ก. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  • ข. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ✓
  • ค. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง
  • ง. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ" ข้อ 29/1 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าให้รายงาน “ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี” ไม่ใช่ภายในเดือนเมษายน • "ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หน่วยงานของรัฐรายงานต่อ “คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ” ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับรายงานผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการ • "ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้รายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี และรายงานต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ อ้างอิงตัวบท ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบนี้ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี” ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบนี้ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ”

ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบนี้ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q19
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายหลักการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องและรับรู้ข้อมูลข่าวสารลับได้ถูกต้อง

  • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็น แต่ให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด
  • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ และให้ทราบเท่าที่จำเป็น ✓
  • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ให้ทราบข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็น

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ และให้ทราบเท่าที่จำเป็น" ข้อ 31 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจำกัดทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ และขอบเขตการรับรู้ข้อมูลให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็น แต่ให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด" ผิด: ข้อ 31 กำหนดให้จำกัดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารลับเท่าที่จำเป็นเท่านั้น • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด" ผิด: ข้อ 31 กำหนดทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่เพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ และการรับรู้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ให้ทราบข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็น" ผิด: ข้อ 31 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจด้วย อ้างอิงตัวบท ข้อ 31 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ” ข้อ 31 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และจำกัดให้ทราบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น”

ข้อ 31 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q20
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องใช้สิ่งใดปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ

  • ก. ต้องใช้บัญชีรับส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
  • ข. ต้องใช้ใบนำส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
  • ค. ต้องใช้ใบรับรองเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
  • ง. ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ" ตามข้อ 35 การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องใช้บัญชีรับส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 35 ระบุสิ่งที่ต้องใช้ปิดทับไว้เฉพาะว่าเป็น “ใบปกข้อมูลข่าวสารลับ” • "ต้องใช้ใบนำส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 35 กำหนดให้ใช้ “ใบปกข้อมูลข่าวสารลับ” ปิดทับ มิใช่ใบนำส่งเอกสาร • "ต้องใช้ใบรับรองเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 35 กำหนดให้ใช้ “ใบปกข้อมูลข่าวสารลับ” ไม่ใช่ใบรับรองเอกสาร อ้างอิงตัวบท ข้อ 35 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ”

ข้อ 35 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q21
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การส่งข้อมูลข่าวสารลับออกนอกประเทศอาจดำเนินการอย่างไร

  • ก. ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง ✓
  • ข. ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่มีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง
  • ค. ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยงานถือไปด้วยตนเอง
  • ง. ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศตามระเบียบงานสารบรรณ หรือให้บริษัทรับส่งเอกสารนำส่งด้วยตนเอง

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง" ข้อ 39 กำหนดให้ส่งข้อมูลข่าวสารลับออกนอกประเทศโดยปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเองก็ได้ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่มีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง" ผิด: ข้อ 39 ระบุว่าผู้ถือไปด้วยตนเองต้องเป็น “เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูต” • "ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยงานถือไปด้วยตนเอง" ผิด: ข้อ 39 ระบุระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูต และกำหนดผู้ถือเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูต • "ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศตามระเบียบงานสารบรรณ หรือให้บริษัทรับส่งเอกสารนำส่งด้วยตนเอง" ผิด: ข้อ 39 กำหนดให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง อ้างอิงตัวบท ข้อ 39 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม” ข้อ 39 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเองก็ได้”

ข้อ 39 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q22
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

  • ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
  • ข. นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว ✓
  • ค. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
  • ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว" ตามข้อ 4 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่า “ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้” ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว" ผิด: ข้อ 4 ระบุผู้รักษาการไว้โดยเฉพาะว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย • "เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว" ผิด: ข้อ 4 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ ไม่ใช่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี • "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว" ผิด: ข้อ 4 กำหนดว่า “ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้” มิได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการ อ้างอิงตัวบท ข้อ 4 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้”

ข้อ 4 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q23
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับ

  • ก. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการทั่วไปตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย
  • ข. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
  • ค. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย ✓
  • ง. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย" ข้อ 44 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาไว้เป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการทั่วไปตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้จัดทำระเบียบการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับ “ไว้เป็นการเฉพาะ” ไม่ใช่เป็นการทั่วไป • "ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุโดยเฉพาะให้กำหนดระเบียบตามคำแนะนำของ “องค์การรักษาความปลอดภัย” • "ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้เก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับ “ไว้ในที่ปลอดภัย” ไม่ใช่ในที่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป อ้างอิงตัวบท ข้อ 44 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย” ข้อ 44 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และให้กำหนดระเบียบการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับไว้เป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การ รักษาความปลอดภัย”

ข้อ 44 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q24
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีแผนการปฏิบัติในเวลาฉุกเฉินประกอบด้วยแผนใด

  • ก. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับ
  • ข. แผนการทำสำเนา แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ
  • ค. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการจัดเก็บรักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ
  • ง. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ" ตามข้อ 47 หน่วยงานของรัฐต้องมีแผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ เพื่อนำมาปฏิบัติเป็นลำดับชั้นตามความรุนแรงของสถานการณ์ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 47 กำหนดแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ ไม่ใช่แผนการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับ • "แผนการทำสำเนา แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 47 ระบุแผนการเคลื่อนย้าย ไม่ใช่แผนการทำสำเนา • "แผนการเคลื่อนย้าย แผนการจัดเก็บรักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: ข้อ 47 ระบุแผนการพิทักษ์รักษา ไม่ใช่แผนการจัดเก็บรักษา อ้างอิงตัวบท ข้อ 47 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีแผนการปฏิบัติในเวลาฉุกเฉิน โดยมีแผนการ เคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ”

ข้อ 47 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีแผนการปฏิบัติในเวลาฉุกเฉิน โดยมีแผนการ เคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q25
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เอกสารลับชั้นปกปิดตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517 ให้ถือว่ามีชั้นความลับใดนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

  • ก. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับ ✓
  • ข. ให้ถือว่ายังคงมีชั้นความลับอยู่ในชั้นปกปิด
  • ค. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับที่สุด
  • ง. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับมาก

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับ" ตามข้อ 51 เอกสารลับชั้นปกปิดตามระเบียบ พ.ศ. 2517 ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ให้ถือว่ายังคงมีชั้นความลับอยู่ในชั้นปกปิด" ผิด: ข้อ 51 กำหนดให้เอกสารลับชั้นปกปิดเดิมถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ • "ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับที่สุด" ผิด: ข้อ 51 กำหนดให้เอกสารลับชั้นปกปิดถือว่ามีชั้นความลับอยู่ใน “ชั้นลับ” ไม่ใช่ชั้นลับที่สุด • "ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับมาก" ผิด: ข้อ 51 ระบุชั้นความลับใหม่ไว้เฉพาะว่า “ชั้นลับ” จึงไม่ใช่ชั้นลับมาก อ้างอิงตัวบท ข้อ 51 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “โดยเอกสารลับชั้นปกปิดให้ถือว่า มีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ”

ข้อ 51 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “โดยเอกสารลับชั้นปกปิดให้ถือว่า มีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q26
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดจับคู่ประเภทหน่วยงานกับผู้ที่หมายถึง “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ได้ถูกต้อง

  • ก. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเทศมนตรี; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
  • ข. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด ✓
  • ค. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเมืองพัทยา; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
  • ง. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด" ตามข้อ 5 หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแตกต่างกันตามประเภทหน่วยงาน ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารราชการส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามลำดับ ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเทศมนตรี; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ราชการส่วนภูมิภาคหมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนตำแหน่งที่ระบุในตัวเลือกเป็นผู้บริหารราชการส่วนท้องถิ่น • "ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเมืองพัทยา; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดตำแหน่งสำหรับงานรัฐวิสาหกิจไว้ว่า ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน • "ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐหมายถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานนั้น ไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล อ้างอิงตัวบท ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล สำหรับกระทรวงกลาโหม ให้หมายความรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วย” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(2) ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับราชการส่วนภูมิภาค” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(3) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเมืองพัทยา หรือหัวหน้าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ที่มีกฎหมายจัดตั้ง แล้วแต่กรณี สำหรับราชการส่วนท้องถิ่น” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเมืองพัทยา หรือหัวหน้าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ที่มีกฎหมายจัดตั้ง แล้วแต่กรณี สำหรับราชการส่วนท้องถิ่น” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “หรือหัวหน้าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ที่มีกฎหมายจัดตั้ง แล้วแต่กรณี สำหรับราชการส่วนท้องถิ่น” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(4) ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกันในรัฐวิสาหกิจนั้น สำหรับงานของรัฐวิสาหกิจ” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “หรือบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกันในรัฐวิสาหกิจนั้น สำหรับงานของรัฐวิสาหกิจ” ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(5) ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ”

ข้อ 5 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “(1) หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล สำหรับกระทรวงกลาโหม ให้หมายความรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วย”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q27
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ นายกรัฐมนตรีต้องจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตามระเบียบอย่างน้อยบ่อยเพียงใด

  • ก. ทุกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย
  • ข. ทุกสามปีเป็นอย่างน้อย
  • ค. ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย ✓
  • ง. ทุกสิบปีเป็นอย่างน้อย

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย" ข้อ 6 กำหนดให้ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย นายกรัฐมนตรีจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตามระเบียบนี้และพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ทุกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย” ไม่ใช่ทุกหนึ่งปี • "ทุกสามปีเป็นอย่างน้อย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย” ไม่ใช่ทุกสามปี • "ทุกสิบปีเป็นอย่างน้อย" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย” ไม่ใช่ทุกสิบปี อ้างอิงตัวบท ข้อ 6 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย ให้นายกรัฐมนตรีจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตาม ระเบียบนี้”

ข้อ 6 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย ให้นายกรัฐมนตรีจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตาม ระเบียบนี้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q28
secrecy_regulation
medium
understand
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและการมอบหมายหน้าที่ได้ถูกต้อง

  • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้เฉพาะแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กฎหมายให้มอบอำนาจแก่ราชการส่วนภูมิภาคได้
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และต้องมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น
  • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่มีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และไม่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคได้
  • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวตามความจำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาค เมื่อสามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวตามความจำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาค เมื่อสามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย" ตามข้อ 7 หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวตามความจำเป็นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือให้แก่ราชการส่วนภูมิภาคในกรณีที่สามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้เฉพาะแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กฎหมายให้มอบอำนาจแก่ราชการส่วนภูมิภาคได้" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่านอกจากผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ยังอาจมอบหมายให้แก่ราชการส่วนภูมิภาคได้ในกรณีที่สามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และต้องมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น" ผิด: แหล่งข้อมูลใช้คำว่า “อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้ตามความจำเป็น” มิได้กำหนดว่าต้องมอบหมายทุกกรณี • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่มีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และไม่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคได้" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และระบุว่าอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้ตามความจำเป็น อ้างอิงตัวบท ข้อ 7 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน” ข้อ 7 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้ตามความจำเป็นให้ผู้ใต้บังคับบัญชา” ข้อ 7 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “หรือให้แก่ราชการส่วนภูมิภาค” ข้อ 7 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่สามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย”

ข้อ 7 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q29
secrecy_regulation
easy
remember
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ บุคคลใดอาจเข้าถึงข้อมูลข่าวสารลับในชั้นความลับหนึ่ง และเข้าถึงได้เพียงใด

  • ก. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ✓
  • ข. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้ทุกเรื่องที่อยู่ในชั้นความลับเดียวกัน
  • ค. บุคคลที่เพื่อนร่วมงานมอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
  • ง. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ปฏิบัติงาน แม้ไม่ได้มอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่รับผิดชอบ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น" ข้อ 8 กำหนดให้ผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารลับต้องเป็นบุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้ทุกเรื่องที่อยู่ในชั้นความลับเดียวกัน" ผิด: ข้อ 8 ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารลับได้ “เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น” • "บุคคลที่เพื่อนร่วมงานมอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น" ผิด: ข้อ 8 ระบุผู้มอบหมายความไว้วางใจไว้โดยเฉพาะว่าเป็น “ผู้บังคับบัญชา” • "บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ปฏิบัติงาน แม้ไม่ได้มอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่รับผิดชอบ" ผิด: ข้อ 8 กำหนดว่าต้องเป็น “บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ” อ้างอิงตัวบท ข้อ 8 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “จะต้องเป็นบุคคลที่ผู้บังคับ บัญชามอบหมายความไว้วางใจ” ข้อ 8 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารลับได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น”

ข้อ 8 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “จะต้องเป็นบุคคลที่ผู้บังคับ บัญชามอบหมายความไว้วางใจ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q30
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและพบกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งต้องกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสาร โดยข้อมูลนั้นไม่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อใดถูกต้อง

  • ก. ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับต้องเป็นผู้กำหนดเอง โดยนาย ก. ไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว
  • ข. นาย ก. มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที ✓
  • ค. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ แล้วรีบเสนอต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นเพื่อสั่งการทันที
  • ง. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเก็บเรื่องไว้โดยไม่ต้องเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นาย ก. มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที" กรณีนี้มีข้อเท็จจริงว่า นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง → “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง” และมีความจำเป็นเร่งด่วน → “ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน” จึงมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ ส่วนข้อเท็จจริงว่าข้อมูลไม่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน → ไม่เข้าเงื่อนไข “ข้อมูลข่าวสารลับที่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน” หลังจากกำหนดชั้นความลับชั่วคราวแล้ว ต้องรีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที ตามข้อ 17 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับต้องเป็นผู้กำหนดเอง โดยนาย ก. ไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุว่า “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้” • "นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ แล้วรีบเสนอต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นเพื่อสั่งการทันที" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดผู้รับเรื่องไว้ว่า “ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ” • "นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเก็บเรื่องไว้โดยไม่ต้องเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการเกี่ยวกับการกำหนดชั้นความลับต่อไปทันที” อ้างอิงตัวบท ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้” ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการเกี่ยวกับการกำหนด ชั้นความลับต่อไปทันที”

ข้อ 17 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q31
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

สำนักงาน ก. เป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่องและได้แจกจ่ายข้อมูลข่าวสารลับให้สำนักงาน ข. ต่อมาผู้บังคับบัญชาตามสายงานของสำนักงาน ข. พิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสมและควรลดชั้นความลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับผู้มีอำนาจปรับชั้นความลับและการแจ้งให้ทราบ

  • ก. ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ให้แจ้งเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการแจกจ่ายทราบ
  • ข. เจ้าพนักงานของหน่วยงานที่ได้รับแจกจ่ายปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ
  • ค. ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ ✓
  • ง. หน่วยงานเจ้าของเรื่องเดิมเท่านั้นที่ปรับชั้นความลับได้ โดยผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ" ข้อเท็จจริงสำนักงาน ก. เป็นเจ้าของเรื่อง → “หน่วยงานเจ้าของเรื่อง”; สำนักงาน ข. ได้รับแจกจ่ายข้อมูล → “หน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับการแจกจ่าย”; ผู้พิจารณาเป็นผู้บังคับบัญชาตามสายงาน → “ผู้บังคับบัญชาตามสายงาน”; และเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสม → “เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสม” จึงมีอำนาจปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ ตามข้อ 23 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ให้แจ้งเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการแจกจ่ายทราบ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าเมื่อผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับ “ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ” • "เจ้าพนักงานของหน่วยงานที่ได้รับแจกจ่ายปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ" ผิด: แหล่งข้อมูลระบุผู้มีอำนาจในกรณีนี้ว่า “ผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้” ไม่ใช่เจ้าพนักงานของหน่วยงานที่ได้รับแจกจ่ายโดยทั่วไป • "หน่วยงานเจ้าของเรื่องเดิมเท่านั้นที่ปรับชั้นความลับได้ โดยผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับ" ผิด: แหล่งข้อมูลยืนยันว่า “ผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสม” อ้างอิงตัวบท ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้น ความลับไม่เหมาะสม” ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ”

ข้อ 23 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ผู้บังคับบัญชาตามสายงานมีอำนาจปรับชั้นความลับได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้น ความลับไม่เหมาะสม”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q32
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งมีผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับประจำปีที่ต้องรายงาน แต่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยงานนี้ต้องส่งรายงานภายในกำหนดใดและต่อผู้ใด

  • ก. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  • ข. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีผู้กำหนดแบบรายงาน
  • ค. ภายในสามสิบวันนับแต่สิ้นปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  • ง. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ" ข้อเท็จจริงว่าเป็น “หน่วยงานของรัฐ” → “หน่วยงานของรัฐ”; รายงานเกี่ยวกับผลการปฏิบัติด้านข้อมูลข่าวสารลับ → “รายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบนี้”; คณะกรรมการยังไม่ได้รับรายงาน → ยังไม่เกิดเงื่อนไข “เมื่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้รับรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ ตามวรรคหนึ่งแล้ว” จึงยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบและรายงานต่อนายกรัฐมนตรี หน่วยงานต้องรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปีต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามข้อ 29/1 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่าให้รายงาน “ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี” ไม่ใช่ภายในเดือนเมษายน • "ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีผู้กำหนดแบบรายงาน" ผิด: หน่วยงานของรัฐต้องรายงาน “ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ” ส่วนการรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการภายหลังตรวจสอบ • "ภายในสามสิบวันนับแต่สิ้นปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดช่วงเวลาไว้โดยตรงว่า “ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี” มิได้กำหนดให้นับสามสิบวันจากวันสิ้นปี อ้างอิงตัวบท ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี” ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ”

ข้อ 29/1 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q33
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติและการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการดังกล่าวต้องมีผู้ใดเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่อื่นอย่างน้อยกี่คนเป็นกรรมการ

  • ก. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ ✓
  • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  • ค. นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
  • ง. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ" ข้อเท็จจริงที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะตั้งคณะกรรมการ → “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ”; ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติและการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับในทะเบียน → “ทำการตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติตามระเบียนนี้และการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับที่มีอยู่ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” จึงใช้หลักองค์ประกอบ คือ นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ ตามข้อ 29 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดเฉพาะว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ” • "นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ" ผิด: นายกรัฐมนตรีมีบทบาทตามข้อความเรื่องการกำหนดแบบรายงาน แต่ส่วนองค์ประกอบคณะกรรมการกำหนดให้ “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ” • "นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้มี “เจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ” อ้างอิงตัวบท ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ” ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ”

ข้อ 29 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q34
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสงสัยว่านาย ก. ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับอาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ แต่ยังไม่สงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. ยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนกว่าจะยืนยันว่าได้รู้จริง
  • ข. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า ✓
  • ค. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในสามสิบวัน
  • ง. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า

Explanation: คำตอบที่ถูก: "แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า" ข้อเท็จจริงที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้สงสัย → “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ”; นาย ก. ไม่มีอำนาจหน้าที่และอาจรู้ข้อมูลลับ → “เมื่อสงสัยว่าบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับได้รู้หรืออาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ”; ส่วนข้อเท็จจริงที่ยังไม่สงสัยว่ามีการละเมิด → ไม่เข้ากรณี “เมื่อสงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ” แต่ไม่ทำให้เงื่อนไข สิ้นผล ดังนั้นผล คือ “ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า” ตามข้อ 30 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนกว่าจะยืนยันว่าได้รู้จริง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ดำเนินการเมื่อสงสัยว่าบุคคลดังกล่าว “ได้รู้หรืออาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ” จึงไม่ต้องรอการยืนยันว่าได้รู้จริง • "แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในสามสิบวัน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน “โดยไม่ชักช้า” ไม่ใช่ภายในสามสิบวัน • "แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดโดยเฉพาะให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ “แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน” อ้างอิงตัวบท ข้อ 30 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เมื่อสงสัยว่าบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับได้รู้หรืออาจ รู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับหรือเมื่อสงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า”

ข้อ 30 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เมื่อสงสัยว่าบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับได้รู้หรืออาจ รู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับหรือเมื่อสงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q35
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. ประสงค์จะส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในประเทศทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. ต้องดำเนินการอย่างไรก่อนส่ง

  • ก. ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายหลังส่ง
  • ข. ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัยก่อนส่ง
  • ค. ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนส่ง ✓
  • ง. ส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใดก่อน

Explanation: คำตอบที่ถูก: "ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนส่ง" ข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลข่าวสารลับภายในประเทศ → “การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในประเทศและส่งออกนอกประเทศ”; ข้อเท็จจริงที่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ → “ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ” จึงไม่ใช่กรณี E9 “การส่งทางโทรคมนาคม” และต้องใช้ คือ “ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน” ตามข้อ 40 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายหลังส่ง" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ได้รับอนุญาต “ก่อน” ไม่ใช่ภายหลังส่ง • "ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัยก่อนส่ง" ผิด: ข้อความว่า “ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย” ใช้ใน “กรณีการส่งทางโทรคมนาคม” แต่กรณีนี้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และยังต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน • "ส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใดก่อน" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “แต่ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน” อ้างอิงตัวบท ข้อ 40 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในประเทศและส่งออกนอกประเทศจะส่งทาง โทรคมนาคม ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นใดก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้า หน่วยงานของรัฐก่อน”

ข้อ 40 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในประเทศและส่งออกนอกประเทศจะส่งทาง โทรคมนาคม ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยวิธีการอื่นใดก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้า หน่วยงานของรัฐก่อน”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q36
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่สารบรรณ ได้รับเอกสารฉบับหนึ่งไว้และทราบว่าเอกสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. ต้องรีบส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่ใคร

  • ก. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่ผู้รับเพื่อเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
  • ข. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่ผู้นำส่งข้อมูลข่าวสาร
  • ค. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ส่ง
  • ง. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ✓

Explanation: คำตอบที่ถูก: "รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ" ข้อเท็จจริงที่นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่สารบรรณ → “เจ้าหน้าที่สารบรรณ” และข้อเท็จจริงที่นาย ก. รับเอกสารไว้และทราบว่าเป็นข้อมูลข่าวสารลับ → “ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สารบรรณทราบว่าข้อมูลข่าวสารที่รับไว้เป็นข้อมูลข่าวสารลับ” จึงเกิดผล คือ “ให้รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับดังกล่าวให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ตามข้อ 41 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่ผู้รับเพื่อเก็บไว้ในที่ปลอดภัย" ผิด: ข้อ 41 กำหนดโดยตรงว่าเจ้าหน้าที่สารบรรณต้องรีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ • "รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่ผู้นำส่งข้อมูลข่าวสาร" ผิด: ข้อ 41 กำหนดให้ส่งข้อมูลข่าวสารลับแก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ส่วนผู้นำส่งเป็นผู้รับคืนใบตอบรับตามข้อ 42 • "รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ส่ง" ผิด: ข้อ 41 ระบุให้ส่งข้อมูลข่าวสารลับแก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ไม่ใช่ส่งข้อมูลนั้นคืนหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ส่ง อ้างอิงตัวบท ข้อ 41 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สารบรรณทราบว่าข้อมูลข่าวสารที่รับไว้เป็นข้อมูลข่าวสารลับ ให้รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับดังกล่าวให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”

ข้อ 41 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สารบรรณทราบว่าข้อมูลข่าวสารที่รับไว้เป็นข้อมูลข่าวสารลับ ให้รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับดังกล่าวให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q37
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ข้อมูลข่าวสารลับสูญหาย นาย ก. เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายนั้นและสังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องดำเนินการอย่างไร

  • ก. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ ✓
  • ข. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  • ค. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ แต่นายทะเบียนไม่ต้องบันทึกการสูญหายในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  • ง. นายทะเบียนต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่นาย ก. สังกัดทราบ และนาย ก. ต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ" ข้อเท็จจริงในกรณี: “ข้อมูลข่าวสารลับสูญหาย” → “ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารลับสูญหาย”; “นาย ก. เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริง” → “ผู้ทราบข้อเท็จจริง”; “นาย ก. สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง” → “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัด” ดังนั้น นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดเพื่อดำเนินการต่อไป และนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ ตามข้อ 48 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ผู้ทราบข้อเท็จจริงรายงานต่อ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัด” ไม่ใช่เปลี่ยนผู้รับรายงานเป็นนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ • "นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ แต่นายทะเบียนไม่ต้องบันทึกการสูญหายในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดว่า “ให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับบันทึกการที่ข้อมูลข่าวสารลับสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับด้วย” • "นายทะเบียนต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่นาย ก. สังกัดทราบ และนาย ก. ต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ" ผิด: แหล่งข้อมูลกำหนดให้ “ผู้ทราบข้อเท็จจริง” เป็นผู้รายงาน และให้ “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” เป็นผู้บันทึกการสูญหาย อ้างอิงตัวบท ข้อ 48 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ผู้ทราบข้อเท็จจริงรายงานข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป” ข้อ 48 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้นายทะเบียนข้อมูล ข่าวสารลับบันทึกการที่ข้อมูลข่าวสารลับสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับด้วย”

ข้อ 48 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “ให้ผู้ทราบข้อเท็จจริงรายงานข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบเพื่อดำเนินการต่อไป”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Q38
secrecy_regulation
hard
apply
Human Approved
Confidence: —%

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารลับฉบับหนึ่ง ซึ่งไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้ นาย ก. ไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยตรง แต่ควรจะรู้ว่าข้อมูลนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว นาย ก. จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้หรือไม่

  • ก. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะตนไม่ได้รู้จริงว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว
  • ข. นาย ก. ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะควรจะรู้ว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว ✓
  • ค. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้จนกว่าจะมีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับติดไว้
  • ง. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะข้อมูลไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้

Explanation: คำตอบที่ถูก: "นาย ก. ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะควรจะรู้ว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว" ข้อเท็จจริงในกรณีนี้คือ นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง → “เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง”; ข้อมูลไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับ → “ข้อมูลข่าวสารลับใดไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้”; และนาย ก. ควรจะรู้ว่าข้อมูลได้มีการกำหนดชั้นความลับแล้ว → “ได้รู้หรือควรจะรู้ข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลข่าวสารนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว” จึงเข้าข้อยกเว้นและไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลนั้นได้ ตามข้อ 50 แห่งระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตัวเลือกอื่นผิดเพราะ • "นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะตนไม่ได้รู้จริงว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว" ผิด: แหล่งข้อมูลใช้คำว่า “ได้รู้หรือควรจะรู้ข้อเท็จจริง” ดังนั้นเพียงควรจะรู้ก็เข้าข้อยกเว้นแล้ว • "นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้จนกว่าจะมีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับติดไว้" ผิด: แม้ไม่มีเครื่องหมาย แหล่งข้อมูลก็ยกเว้นการเปิดเผยเมื่อเจ้าหน้าที่ควรจะรู้ว่าข้อมูลได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว • "นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะข้อมูลไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้" ผิด: แหล่งข้อมูลยกเว้นกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้รู้หรือควรจะรู้ว่าข้อมูลนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว อ้างอิงตัวบท ข้อ 50 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เว้นแต่เจ้าหน้าที่นั้นได้รู้หรือควรจะรู้ข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลข่าวสารนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว”

ข้อ 50 (ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม): “เว้นแต่เจ้าหน้าที่นั้นได้รู้หรือควรจะรู้ข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลข่าวสารนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว”

Question Intelligence

AI Checked is separate from Human Approved and Source Supported.

No analysis has been run for this version.

Real Performance

No valid finalized responses for this question version yet.

Exam Simulator

Start a snapshot-based practice or real-exam attempt.

Exam Preview

What an approved exam looks like to a test-taker.

ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ: คลังข้อสอบฝึกทำ ชุดที่ 1

Time limit: 38 minutes

  1. 1. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดกี่วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    • ก. เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ข. เมื่อพ้นกำหนด 150 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ค. เมื่อพ้นกำหนด 100 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    • ง. เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  2. 2. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การแก้ไขชั้นความลับบนข้อมูลข่าวสารต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. ลบเครื่องหมายเดิมจนไม่ปรากฏ แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้ตำแหน่งเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
    • ข. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
    • ค. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ใกล้เครื่องหมายเดิม โดยไม่ต้องจดแจ้งในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
    • ง. ขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม แสดงเครื่องหมายใหม่ (ถ้ามี) ไว้ที่ท้ายเอกสาร และจดแจ้งไว้ในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
  3. 3. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

    • ก. กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับโดยอิสระ โดยไม่ต้องประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ
    • ข. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อห้ามบุคคลเข้าถึงชั้นความลับโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและความรับผิดชอบ
    • ค. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าถึงชั้นความลับตามความเหมาะสมและความรับผิดชอบ
    • ง. ประสานงานกับผู้ควบคุมทะเบียนความไว้วางใจ เพื่อกำหนดระยะเวลาทำลายข้อมูลข่าวสารลับตามชั้นความลับและความสำคัญ
  4. 4. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ คณะกรรมการตรวจสอบต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างน้อยเพียงใด และเสนอรายงานให้ผู้ใดทราบและสั่งการต่อไป

    • ก. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบและสั่งการต่อไป
    • ข. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสามเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป
    • ค. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกสิบสองเดือน และเสนอรายงานให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบและสั่งการต่อไป
    • ง. ตรวจสอบอย่างน้อยทุกหกเดือน และเสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นทราบและสั่งการต่อไป
  5. 5. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคณะกรรมการทำลายข้อมูลข่าวสารลับและการเก็บรักษาใบรับรองการทำลาย

    • ก. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
    • ข. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
    • ค. มีหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
    • ง. มีนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และเก็บใบรับรองไว้ไม่น้อยกว่าหกเดือน
  6. 6. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดระบุองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ฝ่ายทหาร และฝ่ายตำรวจได้ถูกต้อง

    • ก. ฝ่ายพลเรือน: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    • ข. ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม; ฝ่ายตำรวจ: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    • ค. ฝ่ายพลเรือน: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายทหาร: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม
    • ง. ฝ่ายพลเรือน: สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี; ฝ่ายทหาร: กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ; ฝ่ายตำรวจ: ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม
  7. 7. ข้อใดระบุชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับทั้งสามชั้นพร้อมชื่อภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

    • ก. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (CONFIDENTIAL), ลับ (SECRET)
    • ข. ลับที่สุด (SECRET), ลับมาก (TOP SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)
    • ค. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับมาก (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)
    • ง. ลับที่สุด (TOP SECRET), ลับพิเศษ (SECRET), ลับ (CONFIDENTIAL)
  8. 8. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดจับคู่ชั้นความลับกับระดับความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐได้ถูกต้อง

    • ก. ข้อมูลชั้นลับ หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด
    • ข. ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายในระดับร้ายแรงแก่ประโยชน์แห่งรัฐ
    • ค. ข้อมูลชั้นลับมาก หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด
    • ง. ข้อมูลชั้นลับที่สุด หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด
  9. 9. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับ และต้องให้สิ่งใดประกอบการกำหนดดังกล่าว

    • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมชี้แจงเหตุผลโดยไม่ต้องระบุว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด
    • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบกำหนดชั้นความลับ พร้อมระบุประเภทข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องชี้แจงว่าเพราะเหตุใด
    • ง. ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบกำหนดชั้นความลับทุกกรณี พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุใด
  10. 10. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ข้อใดอธิบายการกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ถูกต้อง

    • ก. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเสนอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับภายหลังเมื่อพ้นเหตุเร่งด่วน
    • ข. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องรีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที
    • ค. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว และต้องรอผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นผู้กำหนดก่อน
    • ง. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และต้องยกเลิกชั้นความลับนั้นทันทีโดยไม่ต้องเสนอผู้มีอำนาจ
  11. 11. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารอยู่ในชั้นความลับใด ต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างน้อยตามข้อใด

    • ก. อายุของข้อมูลข่าวสาร แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
    • ข. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนสำเนาของข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
    • ค. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ
    • ง. ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และสถานที่จัดเก็บข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ
  12. 12. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เครื่องหมายแสดงชั้นความลับต้องมีลักษณะด้านขนาดตัวอักษรและสีอย่างไร

    • ก. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงเท่านั้นเพื่อให้มองเห็นได้เด่นและชัดเจน
    • ข. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีที่กลมกลืนกับพื้นเอกสารและไม่เด่นชัด
    • ค. ใช้ตัวอักษรขนาดเท่ากับตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน
    • ง. ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรธรรมดา โดยใช้สีแดงหรือสีอื่นที่มองเห็นได้เด่นและชัดเจน
  13. 13. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายอำนาจปรับชั้นความลับและหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่องได้ถูกต้อง

    • ก. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
    • ข. การปรับต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
    • ค. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับแม้เห็นว่าไม่เหมาะสม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับพร้อมแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
    • ง. การปรับต้องกระทำโดยผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมโดยต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม และเมื่อเจ้าของเรื่องเห็นควร ต้องปรับโดยไม่ต้องแจ้งหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับแจกจ่าย
  14. 14. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับโดยไม่มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขใด ข้อใดอธิบายผลของคำวินิจฉัยได้ถูกต้อง

    • ก. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังคงมีชั้นความลับจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เปิดเผยโดยไม่มีเงื่อนไข
    • ข. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว เว้นแต่มีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น
    • ค. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับแล้ว แม้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นภายหลังมีการฟ้องคดี
    • ง. ให้ถือว่าข้อมูลนั้นยังไม่ถูกยกเลิกชั้นความลับเมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาล แม้ศาลยังไม่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น
  15. 15. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผู้แต่งตั้งและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ

    • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานเป็น “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ” ตามความเหมาะสมก็ได้
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายนอกหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”
    • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”
    • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เรียกว่า “ผู้ช่วยนายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ”
  16. 16. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับอย่างน้อยต้องจัดให้มีทะเบียนใด และจัดไว้อย่างไร

    • ก. ทะเบียนส่งและทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารลับ
    • ข. ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยรวมไว้กับทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ
    • ค. ทะเบียนรับและทะเบียนส่งข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากและไม่ต้องมีทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
    • ง. ทะเบียนรับ ทะเบียนส่ง และทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ โดยแยกต่างหากจากทะเบียนงานสารบรรณตามปกติ
  17. 17. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีใครเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นเป็นกรรมการอย่างน้อยกี่คน

    • ก. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
    • ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าสามคนเป็นกรรมการ
    • ง. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธานกรรมการ และมีเจ้าหน้าที่อื่นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ
  18. 18. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ หน่วยงานของรัฐต้องรายงานผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับภายในเวลาใด และต่อผู้ใด

    • ก. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
    • ข. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
    • ค. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง
    • ง. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง
  19. 19. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายหลักการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องและรับรู้ข้อมูลข่าวสารลับได้ถูกต้อง

    • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็น แต่ให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และให้รับทราบข้อมูลทั้งหมด
    • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ และให้ทราบเท่าที่จำเป็น
    • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่ต้องจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ให้ทราบข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็น
  20. 20. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องใช้สิ่งใดปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ

    • ก. ต้องใช้บัญชีรับส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
    • ข. ต้องใช้ใบนำส่งเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
    • ค. ต้องใช้ใบรับรองเอกสารปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
    • ง. ต้องใช้ใบปกข้อมูลข่าวสารลับปิดทับข้อมูลข่าวสารลับ
  21. 21. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ การส่งข้อมูลข่าวสารลับออกนอกประเทศอาจดำเนินการอย่างไร

    • ก. ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง
    • ข. ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยถุงเมล์การทูตโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่มีฐานะทางการทูตถือไปด้วยตนเอง
    • ค. ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณโดยอนุโลม หรือให้เจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยงานถือไปด้วยตนเอง
    • ง. ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนระหว่างประเทศตามระเบียบงานสารบรรณ หรือให้บริษัทรับส่งเอกสารนำส่งด้วยตนเอง
  22. 22. ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

    • ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
    • ข. นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
    • ค. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
    • ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามระเบียบดังกล่าว
  23. 23. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารลับ

    • ก. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการทั่วไปตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย
    • ข. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
    • ค. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย
    • ง. ให้หน่วยงานของรัฐเก็บไว้ในที่เปิดเผยต่อบุคคลทั่วไป และกำหนดระเบียบการเก็บรักษาเป็นการเฉพาะตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัย
  24. 24. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีแผนการปฏิบัติในเวลาฉุกเฉินประกอบด้วยแผนใด

    • ก. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับ
    • ข. แผนการทำสำเนา แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ
    • ค. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการจัดเก็บรักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ
    • ง. แผนการเคลื่อนย้าย แผนการพิทักษ์รักษา และแผนการทำลายข้อมูลข่าวสารลับ
  25. 25. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ เอกสารลับชั้นปกปิดตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2517 ให้ถือว่ามีชั้นความลับใดนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

    • ก. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับ
    • ข. ให้ถือว่ายังคงมีชั้นความลับอยู่ในชั้นปกปิด
    • ค. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับที่สุด
    • ง. ให้ถือว่ามีชั้นความลับอยู่ในชั้นลับมาก
  26. 26. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดจับคู่ประเภทหน่วยงานกับผู้ที่หมายถึง “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ได้ถูกต้อง

    • ก. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเทศมนตรี; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
    • ข. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
    • ค. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายกเมืองพัทยา; หน่วยงานอื่นของรัฐ—ผู้บริหารสูงสุด
    • ง. ส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคล—หัวหน้าส่วนราชการ โดยกรณีกระทรวงกลาโหมรวมผู้ที่ขึ้นตรงตามเกณฑ์; ส่วนภูมิภาค—ผู้ว่าราชการจังหวัด; ส่วนท้องถิ่น—ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือนายกหรือหัวหน้าผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย; รัฐวิสาหกิจ—ผู้ว่าการ ผู้อำนวยการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดที่มีอำนาจหน้าที่คล้ายคลึงกัน; หน่วยงานอื่นของรัฐ—หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
  27. 27. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ นายกรัฐมนตรีต้องจัดให้มีการทบทวนการปฏิบัติการตามระเบียบอย่างน้อยบ่อยเพียงใด

    • ก. ทุกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อย
    • ข. ทุกสามปีเป็นอย่างน้อย
    • ค. ทุกห้าปีเป็นอย่างน้อย
    • ง. ทุกสิบปีเป็นอย่างน้อย
  28. 28. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ข้อใดอธิบายหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและการมอบหมายหน้าที่ได้ถูกต้อง

    • ก. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้เฉพาะแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กฎหมายให้มอบอำนาจแก่ราชการส่วนภูมิภาคได้
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และต้องมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกกรณีโดยไม่คำนึงถึงความจำเป็น
    • ค. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐไม่มีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และไม่อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคได้
    • ง. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับในหน่วยงานของตน และอาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวตามความจำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาค เมื่อสามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย
  29. 29. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ บุคคลใดอาจเข้าถึงข้อมูลข่าวสารลับในชั้นความลับหนึ่ง และเข้าถึงได้เพียงใด

    • ก. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
    • ข. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้ทุกเรื่องที่อยู่ในชั้นความลับเดียวกัน
    • ค. บุคคลที่เพื่อนร่วมงานมอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
    • ง. บุคคลที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ปฏิบัติงาน แม้ไม่ได้มอบหมายความไว้วางใจ และเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่รับผิดชอบ
  30. 30. นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและพบกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งต้องกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสาร โดยข้อมูลนั้นไม่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อใดถูกต้อง

    • ก. ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับต้องเป็นผู้กำหนดเอง โดยนาย ก. ไม่มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราว
    • ข. นาย ก. มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และให้รีบเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับเพื่อสั่งการต่อไปทันที
    • ค. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ แล้วรีบเสนอต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายอื่นเพื่อสั่งการทันที
    • ง. นาย ก. กำหนดชั้นความลับเป็นการชั่วคราวได้ และเก็บเรื่องไว้โดยไม่ต้องเสนอต่อผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ
  31. 31. สำนักงาน ก. เป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่องและได้แจกจ่ายข้อมูลข่าวสารลับให้สำนักงาน ข. ต่อมาผู้บังคับบัญชาตามสายงานของสำนักงาน ข. พิจารณาเห็นว่าการกำหนดชั้นความลับไม่เหมาะสมและควรลดชั้นความลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับผู้มีอำนาจปรับชั้นความลับและการแจ้งให้ทราบ

    • ก. ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ให้แจ้งเฉพาะหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการแจกจ่ายทราบ
    • ข. เจ้าพนักงานของหน่วยงานที่ได้รับแจกจ่ายปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ
    • ค. ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับชั้นความลับได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้กำหนดชั้นความลับเดิมทราบ
    • ง. หน่วยงานเจ้าของเรื่องเดิมเท่านั้นที่ปรับชั้นความลับได้ โดยผู้บังคับบัญชาตามสายงานไม่มีอำนาจปรับ
  32. 32. หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งมีผลการปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับประจำปีที่ต้องรายงาน แต่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หน่วยงานนี้ต้องส่งรายงานภายในกำหนดใดและต่อผู้ใด

    • ก. ภายในเดือนเมษายนของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
    • ข. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายกรัฐมนตรีผู้กำหนดแบบรายงาน
    • ค. ภายในสามสิบวันนับแต่สิ้นปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
    • ง. ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  33. 33. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติและการมีอยู่ของข้อมูลข่าวสารลับในทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการดังกล่าวต้องมีผู้ใดเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่อื่นอย่างน้อยกี่คนเป็นกรรมการ

    • ก. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
    • ข. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
    • ค. นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ
    • ง. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับเป็นประธาน และเจ้าหน้าที่อื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งคนเป็นกรรมการ
  34. 34. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสงสัยว่านาย ก. ซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับอาจรู้ถึงข้อมูลข่าวสารลับ แต่ยังไม่สงสัยว่ามีการละเมิดการรักษาความลับของข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. ยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนกว่าจะยืนยันว่าได้รู้จริง
    • ข. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยไม่ชักช้า
    • ค. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในสามสิบวัน
    • ง. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยไม่ชักช้า
  35. 35. นาย ก. ประสงค์จะส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในประเทศทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. ต้องดำเนินการอย่างไรก่อนส่ง

    • ก. ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายหลังส่ง
    • ข. ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การรักษาความปลอดภัยก่อนส่ง
    • ค. ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อนส่ง
    • ง. ส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใดก่อน
  36. 36. นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่สารบรรณ ได้รับเอกสารฉบับหนึ่งไว้และทราบว่าเอกสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. ต้องรีบส่งเอกสารดังกล่าวให้แก่ใคร

    • ก. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่ผู้รับเพื่อเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
    • ข. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่ผู้นำส่งข้อมูลข่าวสาร
    • ค. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ส่ง
    • ง. รีบส่งข้อมูลข่าวสารลับให้แก่นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
  37. 37. ข้อมูลข่าวสารลับสูญหาย นาย ก. เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหายนั้นและสังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่ง ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องดำเนินการอย่างไร

    • ก. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
    • ข. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับทราบ และนายทะเบียนต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
    • ค. นาย ก. ต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดทราบ แต่นายทะเบียนไม่ต้องบันทึกการสูญหายในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
    • ง. นายทะเบียนต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่นาย ก. สังกัดทราบ และนาย ก. ต้องบันทึกการสูญหายไว้ในทะเบียนควบคุมข้อมูลข่าวสารลับ
  38. 38. ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารลับฉบับหนึ่ง ซึ่งไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้ นาย ก. ไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยตรง แต่ควรจะรู้ว่าข้อมูลนั้นได้มีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว นาย ก. จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้หรือไม่

    • ก. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะตนไม่ได้รู้จริงว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว
    • ข. นาย ก. ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะควรจะรู้ว่ามีการกำหนดชั้นความลับไว้แล้ว
    • ค. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้จนกว่าจะมีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับติดไว้
    • ง. นาย ก. สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เพราะข้อมูลไม่มีเครื่องหมายแสดงชั้นความลับไว้