เซียนสอบSIENSOB

กรมสรรพากร 2569

ข้อสอบตัวอย่าง: ประมวลรัษฎากร

10 ข้อ พร้อมคำตอบ คำอธิบาย ตัวเลือกที่ผิด และแหล่งอ้างอิง

ข้อ 1. บริษัท ค. จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ มีภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด รายจ่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์ และออกโดยผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อนี้มีผลอย่างไร

  1. ก. ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีออกโดยผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
  2. ข. ไม่ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะเป็นภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง
  3. ค. ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์
  4. ง. ให้นำภาษีซื้อนั้นมาหักในการคำนวณภาษี เพราะรายจ่ายเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

ข้อ 2. บริษัท ค. จำกัดเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ได้ขายสินค้าให้นาย ก. ไปแล้ว ต่อมาเกิดเหตุการณ์ที่กฎหมายระบุ ทำให้มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นและมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องคำนวณใหม่ แต่บริษัทมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถออกใบเพิ่มหนี้ได้ทันในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์ ตามประมวลรัษฎากร บริษัท ค. จำกัดต้องดำเนินการอย่างไร

  1. ก. ไม่ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. เพราะไม่สามารถออกได้ทันเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์
  2. ข. ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ในเดือนภาษีที่สองถัดจากเดือนที่เกิดเหตุการณ์
  3. ค. ยังคงต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ภายในเดือนภาษีที่เกิดเหตุการณ์
  4. ง. ต้องออกใบเพิ่มหนี้ให้นาย ก. ในเดือนภาษีถัดจากเดือนที่เกิดเหตุการณ์

ข้อ 3. บริษัท ก. จำกัด จ่ายเงินได้พึงประเมินประเภท (3) จากประเทศไทยให้บริษัท ค. ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยเงินได้นี้มิใช่ดอกเบี้ยจากรัฐบาลหรือสถาบันการเงินตามกรณียกเว้น ตามประมวลรัษฎากร บริษัท ก. จำกัดต้องนำส่งภาษีภายในกำหนดใด

  1. ก. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
  2. ข. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
  3. ค. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น
  4. ง. ไม่ต้องนำส่งภาษี เพราะผู้รับเงินมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

ข้อ 4. บริษัท ค. จำกัด เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ได้ขายสินค้าและนำภาษีขายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนมกราคม ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์พบว่าสินค้ามีจำนวนเกินกว่าที่ตกลงซื้อขายกัน จึงเพิ่มราคาสินค้าและออกใบเพิ่มหนี้ในเดือนมีนาคม โดยผู้ซื้อได้รับใบเพิ่มหนี้ในเดือนเมษายน บริษัทต้องนำภาษีขายที่เพิ่มขึ้นไปรวมคำนวณในเดือนภาษีใด

  1. ก. เดือนภาษีกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทพบจำนวนสินค้าเกิน
  2. ข. เดือนภาษีมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทคำนวณภาษีขายเดิม
  3. ค. เดือนภาษีเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่ผู้ซื้อได้รับใบเพิ่มหนี้
  4. ง. เดือนภาษีมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนที่บริษัทออกใบเพิ่มหนี้

ข้อ 5. นาย ก. สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ โดยใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์ ภาษีซื้อเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ แต่ผู้ออกใบกำกับภาษีไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อนี้มีผลอย่างไร

  1. ก. ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะใบกำกับภาษีมีข้อความถูกต้องและสมบูรณ์
  2. ข. ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะนาย ก. สามารถแสดงใบกำกับภาษีว่ามีการชำระภาษีซื้อ
  3. ค. ไม่ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะผู้ออกไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10
  4. ง. ให้นำภาษีซื้อมาหักในการคำนวณภาษี เพราะภาษีซื้อนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

ข้อ 6. กรณีผู้ประกอบการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ในราชอาณาจักรซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน และอาจให้บริการผ่านอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและการหักภาษีซื้อได้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร

  1. ก. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ แม้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่อง ผู้ให้บริการแต่ละรายก็ยังเสียภาษีเอง
  2. ข. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและให้หักภาษีซื้อได้ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด
  3. ค. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยต้องแยกรายละเอียดแต่ละราย
  4. ง. ผู้ให้บริการเสียภาษีโดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ ส่วนแพลตฟอร์มที่มีกระบวนการต่อเนื่องตามที่กำหนดเสียภาษีแทนทุกรายรวมกันโดยไม่ต้องแยกรายละเอียด

ข้อ 7. ตามประมวลรัษฎากร การออกหมายเรียกผู้ยื่นรายการมาไต่สวนต้องให้เวลาล่วงหน้าเท่าใด ต้องออกภายในกี่ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ และกรณีมีหลักฐานว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรจะขยายเวลาได้สูงสุดเท่าใด

  1. ก. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  2. ข. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 3 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  3. ค. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 7 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ
  4. ง. ให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน ออกหมายเรียกภายใน 2 ปี และขยายเวลาได้ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ยื่นรายการ

ข้อ 8. ข้อใดอธิบายผลของมาตรา 85/9 สำหรับสถานประกอบการชั่วคราวที่มีลักษณะและเงื่อนไขเป็นสถานประกอบการเฉพาะกิจตามที่อธิบดีกำหนดได้ถูกต้อง

  1. ก. ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 และผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องทำรายงานตามที่อธิบดีกำหนด
  2. ข. ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องทำรายงานและปฏิบัติตามที่อธิบดีกำหนด
  3. ค. ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 และมาตรา 85/7 แต่ยังคงอยู่ในบังคับของมาตรา 85/8
  4. ง. ไม่ให้ถือว่าอยู่ในบังคับของมาตรา 85/6 มาตรา 85/7 และมาตรา 85/8 และผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องทำรายงาน

ข้อ 9. ตามประมวลรัษฎากร ข้อใดระบุเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาและเดือนที่ผู้มีหน้าที่ต้องรายงานต่อกรมสรรพากรได้ถูกต้อง

  1. ก. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 500 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  2. ข. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนเมษายนของทุกปี
  3. ค. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
  4. ง. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป โดยรายงานภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

ข้อ 10. ข้อใดอธิบายผลของมาตรา 110 เกี่ยวกับคู่ฉบับหรือคู่ฉีกได้ถูกต้อง

  1. ก. เมื่อคู่ฉบับหรือคู่ฉีกปิดแสตมป์ตามอัตราของตนแล้ว ให้ถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์แม้ไม่แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐาน
  2. ข. หากไม่แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐานให้พอใจว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะยังไม่ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกปิดแสตมป์บริบูรณ์จนกว่าจะปิดแสตมป์ครบอากรสำหรับต้นฉบับและขีดฆ่า
  3. ค. แม้แสดงต้นฉบับหรือพยานหลักฐานจนพอใจว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ก็ยังต้องปิดแสตมป์ครบอากรสำหรับต้นฉบับอีก
  4. ง. การแสดงว่าต้นฉบับปิดแสตมป์บริบูรณ์ต้องนำทั้งตราสารต้นฉบับและพยานหลักฐานมาแสดงประกอบกัน
สมัครสมาชิกฟรีเพื่อฝึกต่อ